อดีตที่ผ่านพ้น ตอนที่ ๓๒ : สามปีที่รอคอย

ในห้อง 'อดีตที่ผ่านพ้น' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 8 สิงหาคม 2019.

  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    1,410
    กระทู้เรื่องเด่น:
    111
    ค่าพลัง:
    +2,587
    32.jpg
    อดีตที่ผ่านพ้น ตอนที่ ๓๒ : สามปีที่รอคอย

    การรอคอยเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายซะเหลือเกิน (แน่นอน...ยกเว้นตอนคอยแฟนนะจ๊ะ) อาตมาเป็นคนใจร้อน ให้คอยใครนาน ๆ มันไม่ไหว มีนัดกับใครมักจะไปก่อนเวลานัดเสมอ แต่จะรอแค่ไม่เกิน ๑๕ นาทีเท่านั้น ถ้าเขาไม่มาอาตมาก็ไป เพราะคนผิดนัดไม่ใช่เรา…!

    ในทางทหาร การนัดหมายเป็นเรื่องสำคัญที่สุด จะพลาดไม่ได้เลย ยิ่งเป็นการเข้าตีฝ่ายตรงกันข้ามด้วยแล้ว หาก วัน ว. เวลา น. ผิดพลาด ถึงเวลาอาวุธหนักทุกชนิดจะระดมใส่อย่างต่อเนื่อง ถ้าเราไปไม่ถึงที่หมายตามเวลา มีสิทธิ์ตายด้วยอาวุธของฝ่ายเราเอง…!

    แม้จะเป็นคนตรงต่อเวลาและไม่ยอมรอใคร แต่ในบางเรื่องที่ตั้งใจทำนั้น อาตมาเป็นคนที่ดื้อรั้นถึงที่สุด ถ้าไม่สำเร็จละก็ อาตมาจะทำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกว่าจะสำเร็จดังปรารถนา ถ้าไม่ได้ผลก็สู้ทนทำต่อไป นานเท่าไรก็จะรอ ไม่ได้ไม่เลิกซิน่า…!

    อาตมาปฏิบัติกรรมฐานตามแนวของ "หลวงพ่อ" ด้วยความอยากมีฤทธิ์เดชไว้อวดชาวบ้าน ว่าข้าก็หนึ่งในตองอู ใครอย่ามาทาบซะให้ยาก....ความคิดเลว ๆ แบบนี้ฝังหัวมาตลอด เล่นเอาตัณหานำหน้าการปฏิบัติแบบนี้ กว่าจะทำอะไรได้แต่ละที มันจึงลำบากสาหัสดีนัก....!

    "หลวงพ่อ" เขียนถึงปฐมฌาน ในหนังสือคู่มือปฏิบัติกรรมฐานว่า ถ้าใครทรงไว้ได้ มีสิทธิ์เกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๑-๒-๓ อย่างสบาย ๆ และถ้าเอากำลังฌานมาตัดกิเลส ก็สามารถทำได้ง่าย อาตมาเลยอยากจะเป็นผู้ทรงฌานขึ้นมาบ้าง (น่าสมเพชมั้ยล่ะ...?)

    เมื่อกิเลสขึ้นหน้าตัณหานำทาง อาตมาก็เร่งภาวนาเพื่อปฐมฌานที่ตนหวัง ตามที่อ่านมาหลวงพ่อเขียนไว้ว่า ปฐมฌานประกอบด้วยองค์ ๕ คือ
    ๑. วิตก คิดนึกตรองอยู่ว่าเราจะภาวนา
    ๒. วิจาร รู้อยู่ว่ากำลังภาวนาอย่างไร
    ๓. ปีติ มีความอิ่มเอิบใจปรากฏขึ้น
    ๔. สุข รู้สึกสุขสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก
    ๕. เอกัคตารมณ์ ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียว

    ภาวนาไปก็ตามจับอาการทางร่างกายไป เมื่อไรจะถึงปฐมฌานเสียที นี่วิตก... กำลังนึกว่าหายใจอย่างไร ภาวนาอย่างไร นี่วิจารณ์.. ลมหายใจเข้าออกสั้นหรือยาวเท่าไหร่ หนักเบาอย่างไร คำภาวนาผูกกับลมหายใจเข้าออกอย่างไร...

    นี่ปิติ...เกิดอาการขนลุกซู่ซ่าไปทั้งตัว ใกล้ความจริงเข้ามาแล้ว... ถึงตรงนี้เป็นจอดไม่ต้องแจวทุกที ด้วยความโง่ไปตามจับแต่อาการทางร่างกาย ใจเลยไม่ตั้งมั่น แล้วฌานที่ไหนมันจะเกิดกับไอ้คนที่ฟุ้งซ่านแบบนั้น....!

    หนึ่งปีก็แล้ว สองปีก็แล้ว คำว่าสุขหน้าตาเป็นอย่างไรไม่เคยรับรู้ ถึงปีที่สามยังย่ำต๊อกอยู่ที่เก่า วนเป็นงูกินหางอยู่แค่นั้น วิตก วิจารณ์ ปิติ แล้วก็เจ๊ง... จนอาตมาชักท้อใจ อะไรมันจะยากเย็นขนาดนี้ แต่ความรั้นยังคงมีอยู่ จึงซังกะตายภาวนาต่อไป....

    แล้ววันนั้นก็มาถึง อาตมาตั้งใจว่า จะเป็นอย่างไรก็ช่างหัวมัน ได้ไม่ได้ก็ช่าง หน้าที่ของเราคือภาวนา ว่าแล้วก็ภาวนาไปเรื่อย ไม่สนใจอาการทางกายอีก นึกถึงลมหายใจเข้าออกแค่ไม่กี่ครั้ง อารมณ์ตรงจุดพอดี รู้สึกสว่างวาบไปทั้งตัว...!

    จากกรุงเทพ ฯ อาตมากระโดดขึ้น บ.ข.ส. ตรงแน่วไปอุทัยธานี ถึงวัด "หลวงพ่อ" กำลังรับแขกอยู่พอดี อาตมาตรงเข้าไปกราบ แล้วต่อว่าท่านเป็นการใหญ่ ว่าปฐมฌานมันไม่ได้เกิดขึ้นเป็นขั้น ๆ อย่างที่ "หลวงพ่อ" เขียนนี่ครับ มันเกิดพร้อมกันเลยต่างหาก…!

    "หลวงพ่อ" หัวเราะอย่างอารมณ์ดี พลางกล่าวว่า “เดี๋ยว..ไอ้หนู..ใจเย็น ๆ รู้จักคำโบราณที่ว่า ลัดนิ้วมือเดียว มั้ยล่ะ..?” ท่านงอนิ้วแล้วดีดให้ดู แล้วอธิบายว่า..“เวลาดีดนิ้ว เราจะเห็นตอนนิ้วมันงอและชี้ตรงเท่านั้น แต่นิ้วมันชี้ตรงขึ้นไปอย่างไร คนที่สังเกตละเอียดจะทราบได้ ปฐมฌานก็เช่นเดียวกัน มันเกิดขึ้นเร็วมาก เราก็คิดว่าเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่คนที่กำลังใจละเอียด เขาจะรู้ว่ามันเกิดขึ้นทีละขั้น พอเป็นปฐมฌานก็ครบองค์ ๕ พอดี”

    ถ้าเป็นผู้อ่านจะรู้สึกอย่างไร...? อาตมาเองแทบมุดพื้นศาลาหนี ไม่รู้จริงดันไปอวดเก่งไปต่อว่า ยังสงสัยอยู่ครามครันว่า ทำไม "หลวงพ่อ" ไม่ล่อกบาลด้วยตะพดซักที....? ตอนหลังคำถามโง่น้อยกว่านี้ตั้งเยอะ โดนซะคลำป้อยไปทุกที…!

    ๕ มีนาคม ๒๕๓๓
    พระใบฎีกาเล็ก สุธมฺมปญฺโญ

    ที่มา www.watthakhanun.com
    ภาพประกอบโดย สำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
     

แชร์หน้านี้

Loading...