เรื่องเด่น น้อมรำลึกถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (๒)

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 5 ธันวาคม 2019.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    1,774
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +3,503
    77398016_595285534550446_7145096237732069376_n.jpg

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรานั้น พระองค์ท่านเป็นผู้ที่ประกอบไปด้วยหลักธรรม เป็นผู้ปฏิบัติธรรมจนเกิดผล แล้วนำผลนั้นมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรานั้น พระองค์ท่านเป็นนักปฏิบัติแบบคนไม่มีเวลา เพราะว่าตลอดระยะเวลาที่ครองราชย์มา พระองค์ทรงทุ่มเทในการประกอบพระราชภารกิจทุกอย่าง เพื่อความสุขของประชาชนชาวไทยทั้งปวง

    พระองค์ท่านต้องผจญกับแรงทดสอบต่าง ๆ มากมายมหาศาล เริ่มจากการก้าวขึ้นครองราชย์ก็เพราะสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ เสด็จสวรรคตเพราะต้องพระแสงปืน เราต้องคิดดูว่า การช่วงชิงทางการเมืองที่รุนแรงถึงขนาดลอบปลงพระชนม์พระเจ้าแผ่นดิน ถ้าเป็นพวกเราทั้งหลายจะกล้าเสี่ยงขึ้นครองราชย์หรือไม่ ?

    แต่พระองค์ท่านกล้า กล้าเสี่ยงขึ้นครองราชย์ยังไม่พอ ยังแบกข้อกล่าวหาที่ประชาชนส่วนหนึ่งที่ไม่ลืมหูลืมตา และตั้งใจจะใส่ร้ายป้ายสี ก็คือพระองค์ท่านฆ่าพี่เพื่อแย่งราชบัลลังก์..!
     
  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    1,774
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +3,503
    สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ถ้าเกิดขึ้นในชีวิตของพวกเรา เราจะรับได้หรือไม่ ? พระองค์ท่านยอมเสียสละ แม้อาจจะถึงแก่ชีวิตขึ้นครองราชย์ เพื่อให้ประชาชนมีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่กลับโดนกล่าวหาด้วยข้อหาร้ายแรงปานนี้ เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อถึงเวลาพยายามที่ประกอบพระราชภารกิจยังประชาชนให้อยู่ดีกินดี ทุ่มเทต่อพระราชภารกิจวันหนึ่งเกิน ๒๐ ชั่วโมง ก็ยังมีคนกล่าวหาพระองค์ท่านว่าสร้างภาพ..!?

    ลองคิดดูว่าถ้าเราทุ่มเทโดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก แต่ละวันเวลาพักผ่อนแทบไม่มี แล้วคนมากล่าวว่าเราสร้างภาพ เราจะรู้สึกอย่างไร ?

    แม้กระทั่งระยะหลัง พระองค์ท่านประชวร ต้องรักษาพระองค์เป็นระยะ ๆ มา แต่ก็ยังมีการจาบจ้วงไปในเรื่องต่าง ๆ นานา ถ้าเราชราภาพขนาดนั้น ทำงานมาตลอด ๖๐ กว่าปีโดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก นอกจากคนจะไม่เห็นความดีแล้ว ยังสารพัดจะสรรหาเรื่องราวมาด่าว่า เราจะรู้สึกอย่างไร ?

    ตรงจุดนี้เราจะได้เห็นชัดว่า องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ทรงประกอบไปด้วยหลักธรรมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในทศพิธราชธรรม อักโกธัง เป็นผู้ประกอบด้วยความไม่โกรธ เป็นต้น ไม่ว่าใครจะกล่าวร้ายอย่างไร พระองค์ท่านไม่เสียเวลามาแก้ตัว มาถกเถียงด้วย แต่ใช้การกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์

    พระองค์ท่านต้องประกอบไปด้วยหลักอิทธิบาทธรรมอย่างแน่วแน่และมั่นคง มีฉันทะ คือตั้งใจแล้วว่าจะกระทำเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน พระองค์ท่านก็แน่วแน่ต่อเป้าหมาย ทำไปด้วยความรัก ด้วยความพอใจจริง ๆ ต่อหน้าที่นั้น ๆ ประกอบไปด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ทรงงานในแต่ละวันเกิน ๒๐ ชั่วโมง แม้กระทั่งระยะนี้ทรงพระประชวร รักษาพระวรกายอยู่ พระองค์ท่านก็ยังคงทรงงานเป็นปกติ

    ทรงมีพระทัยปักมั่น ตราบใดก็ตามที่ไม่สามารถจะทำให้ประชาชนของพระองค์ท่านทั้งหลายอยู่ดีกินดีเสมอหน้ากัน พระองค์ท่านก็แน่วแน่ไม่แปรผันต่อเป้าหมาย ตั้งหน้าประกอบพระราชภารกิจไปโดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก และไม่เห็นแก่พระชนมชีพของพระองค์ท่านเองเลย
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    1,774
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +3,503
    ทรงพระกอบไปด้วยพระวิมังสา คือมีการไตร่ตรอง แก้ไข ทบทวนโครงการ ตลอดจนกระทั่งงานต่าง ๆ ที่พระองค์ท่านได้ทรงไว้ คัดเลือกเอาเฉพาะที่เป็นประโยชน์ต่อพสกนิกร แล้วทรงนำมาทำให้เกิดผลอย่างแท้จริง

    เราได้เห็นตัวอย่างแล้วว่า นักปฏิบัติธรรมที่แท้จริงนั้น ต้องเอาหลักธรรมมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ที่ได้ยกตัวอย่างมาเป็นเพียงหลักธรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ที่ใช้คำว่าเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้หมายถึงหัวข้อธรรมนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หมายความว่าเป็นเศษเสี้ยวเพียงเล็กน้อยของหัวข้อธรรม ที่พระองค์ท่านปฏิบัติได้และนำมาใช้งานอยู่ ซึ่งถ้าจะยกขึ้นมาทั้งหมด ก็ไม่สามารถที่จะว่ากล่าวให้จบในวันนี้ได้

    พวกเราทั้งหลายที่เป็นนักปฏิบัติ เมื่อถึงเวลาเผชิญการทดสอบ เราท้อถอยหรือไม่ ? การทดสอบที่เราพบเห็นอยู่ รุนแรงเท่ากับองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หรือไม่ ? การงานที่เราทำ หนักหนาสาหัสเท่ากับพระองค์ท่านหรือไม่ ? ตอบโดยไม่ต้องคิดเลยก็ได้ว่า ในประเทศไทยไม่มีใครทำงานหนักยิ่งกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในประเทศไทยของเรา ไม่มีใครเผชิญกับคลื่นลมและแรงทดสอบหนักยิ่งไปกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เราเคยเห็นว่าพระองค์ท่านท้อถอยหรือไม่ ? แล้วถ้ายิ่งเปรียบไปถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านเกิดในรั้วในวัง เป็นสุขุมาลชาติ ทุกคนประคบประหงมฟูมฟัก เพื่อหวังให้พระองค์ท่านอยู่เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชปกครองโลก แม้กระทั่งที่อยู่อาศัยก็ประกอบไปด้วยปราสาท ๓ ฤดู แต่พระองค์ท่านทอดทิ้งหมดทุกอย่าง เสด็จออกแสวงหาธรรม นอนกลางดินกินกลางทราย ภัตตาหารที่เสวยเข้าไปในแต่ละวัน ก็แล้วแต่ว่าผู้ใดจะสงเคราะห์ เป็นไปตามมีตามได้ ต้องทรมานพระวรกายแทบล้มประดาตาย เพื่อแสวงหาธรรมมาสั่งสอนพวกเรา
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    1,774
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +3,503
    พระองค์ท่านตรัสเอาไว้ว่า “ตั้งแต่บำเพ็ญบารมีเพื่อพระโพธิญาณมา ในวัฏสงสารอันยาวไกลไม่เห็นต้นเห็นปลายนี้ คำว่าท้อแม้แต่นิดหนึ่งก็ไม่เคยปรากฏขึ้นในดวงจิตเลย”

    เมื่อเราเห็นตัวอย่างจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ดี ตัวอย่างจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ดี นำมาเปรียบแล้ว เราควรที่จะทำให้ได้อย่างนั้น ไม่ใช่พบการทดสอบหน่อยหนึ่งก็ท้อ พบการทดสอบนิดหนึ่งก็ถอย พบอะไรยากลำบากนิดหนึ่งก็ไม่เอาแล้ว พบการปฏิบัติที่เข้มข้นหน่อยหนึ่งก็บอกว่าไม่ไหวแล้ว ถ้าอย่างนั้นท่านทั้งหลายจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร ?

    การที่จะก้าวล่วงห้วงวัฏสงสารนี้ เราต้องต่อสู้ฝ่าฟันสิ่งขวางกั้นต่าง ๆ ซึ่งเขาขวางอย่างสุดกำลัง ถ้าเราไปย่อหย่อนแล้ว เราจะฝ่าฟันล่วงพ้นไปได้อย่างไร ? ถ้าเราไม่สามารถจะฝ่าฟันล่วงพ้นไปได้ โอกาสที่เราตกลงไปทุกข์ยากสาหัสอยู่ในอบายภูมิก็มีอยู่เกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์

    เรื่องเหล่านี้เราจึงควรที่จะตระหนักและสำนึกเอาไว้ว่า การปฏิบัติธรรมของเรานั้น เราทำเพื่อเอาตัวรอดจากอบายภูมิ เราทำเพื่อก้าวไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่านี้ เราทำเพื่อหลุดพ้นจากกองทุกข์ไปสู่พระนิพพาน ถ้าทุกท่านมั่นคงต่อเป้าหมายในชีวิต มีความพากเพียรบากบั่นไม่ท้อถอย พอใจที่จะกระทำก็ทำแบบไม่สนใจไยดีว่าชีวิตนี้จะดับดิ้นสิ้นไปหรือไม่ก็ตาม ถ้ายังไม่ถึงจุดหมายเราจะไม่เลิกราเด็ดขาด

    มีการไตร่ตรองทบทวนถึงผลการกระทำของเราว่า การปฏิบัติตั้งแต่ต้นมาจนบัดนี้เรามีความก้าวหน้าหรือไม่ ? จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่ไหน ? ตอนนี้เรายืนอยู่ตรงจุดไหน ? เราก้าวไปถูกทางหรือไม่ ? เหลือระยะใกล้ไกลจากเป้าหมายอีกเท่าใด ? สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราลืมไม่ได้ และต้องตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติให้เต็มที่ จึงจะได้ชื่อว่าเป็นพุทธบริษัทที่ดี เป็นพสกนิกรที่ดี เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่หลวงพ่อที่ดี
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    1,774
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +3,503
    สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ นอกจากเรากระทำเพื่อประโยชน์ของตนเองแล้ว ยังสามารถยกถวายเป็นพุทธบูชา ธัมมบูชา สังฆบูชา ยังสามารถยกถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกด้วย

    ถ้าคนไทยทุกคนตั้งหน้าตั้งตากระทำแต่ความดี ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี กระทำตามในสิ่งที่พระองค์ท่านได้เมตตาสั่งสอนเอาไว้ เชื่อว่าพระองค์ท่านจะมีกำลังพระราชหฤทัย ดำรงขันธ์อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของพวกเราไปอีกชั่วกาลนาน

    ลำดับต่อไปก็ให้ทุกคนภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าจะได้รับสัญญาณบอกว่าหมดเวลา


    พระครูวิลาศกาญจนธรรม
    เทศน์ช่วงกรรมฐาน ณ บ้านวิริยบารมี
    วันอาทิตย์ที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

    (ถอดจากเสียงเป็นอักษรโดยรัตนาวุธและเถรี)

    ที่มา เว็บวัดท่าขนุน https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=3621
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...