เรื่องเด่น กำลังใจที่ฝึกไว้ดีแล้ว แม้ร่างกายจะไม่ไหว ถ้าใจบอกว่าไหวก็ไปได้

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 20 กุมภาพันธ์ 2020.

  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    2,191
    กระทู้เรื่องเด่น:
    343
    ค่าพลัง:
    +4,970
    lp007.jpg
    กำลังใจที่ฝึกไว้ดีแล้ว แม้ร่างกายจะไม่ไหว ถ้าใจบอกว่าไหวก็ไปได้

    พระอาจารย์เล่าวว่า "อาตมาไปกับคุณมงคล เดินเข้าไปที่เวชศาสตร์เขตร้อน พยาบาลเวรถามคุณมงคลว่าป่วยเป็นอะไร ? คุณมงคลก็ชี้มาบอกว่า "คนป่วยคือหลวงพี่ครับ" ด้วยความที่พยาบาลกำลังดูละครหลังข่าวอยู่ ก็เลยส่งปรอทมาให้อม แล้วก็นั่งดูละครต่อไป สักพักใหญ่นึกขึ้นมาได้ว่ามีพระนั่งอยู่ ก็เลยขอปรอทไปดูแล้วก็ตาโต ๔๓ องศาเซลเซียส...! "ท่านเดินมาได้อย่างไร ?" "ก็เดินมาอย่างที่โยมเห็นนั่นแหละ"

    เรื่องของใจ ถ้าได้รับการฝึกไว้ดีแล้ว แม้ร่างกายจะไม่ไหว ถ้าใจบอกว่าไหวก็ไปได้ เพียงแต่เรื่องแบบนี้ไม่ค่อยดีตรงที่ว่า บางทีก็ทำให้หมอหาอาการไข้ไม่เจอ

    อาตมาไปมาลาเรียกำเริบที่หาดใหญ่ ญาติโยมพาไปโรงพยาบาล มอ. ย่อมาจาก มหิดลอดุลยเดช ปรากฏว่าหมอตรวจดูแล้วปกติทุกอย่าง หมอจึงถามว่า "ท่านเป็นโรคอุปาทานหรือเปล่า ?" ในเมื่อหมอสงสัยก็เลยต้องทำให้หมอดู อาตมาก็แค่คลายกำลังใจออก พอดีพยาบาลกำลังวัดความดันอยู่ กรี๊ดเสียอาตมาขี้หูลั่นเลย เพราะว่าความดันลดฮวบลงไปเหลือแค่ ๖๐ กว่า ปกติคนไข้ความดันแค่นี้ก็คงจะกำลังช็อก แพทย์เวร ๔ นายวิ่งมาดูกันหมดเลย"

    "ก็เลยบอกกับหมอว่า คนไข้บางประเภทกำลังใจเขาคุมร่างกายได้ ถ้าเขาบอกว่าป่วยเป็นอะไร หมอก็จ่ายยาไปตามที่เขาบอกเถอะ หมอก็บอกว่า "โดยจรรยาแพทย์แล้ว ถ้าตรวจอาการไม่ออก ไม่สามารถที่จะจ่ายยาได้ครับ" อาตมาก็เลยบอกกับหมอว่า "ถ้าอย่างนั้นอาตมาขอกลับ" หมอถามว่า "ท่านกำลังช็อกอย่างนี้กลับได้อย่างไร ?" อาตมาถามหมอว่า "หมอเคยเห็นคนไข้ช็อกแล้วคุยกับหมอได้แบบนี้บ้างไหม ?" ขอเวลา ๕ นาที รวบรวมกำลังใจใหม่ แล้ว เดินขึ้นรถกลับ จนป่านนี้หมอยังคงจำอาตมาได้อยู่ จ่ายยาให้ไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าจะนอนไปทำอะไร

    โดยปกติก็ไม่อยากจะทำแบบนั้นให้หมอเห็น แต่ทีนี้หมอดันถามว่าท่านเป็นโรคอุปาทานหรือเปล่า ? ในเมื่อหมอคิดว่าเป็นอุปาทานก็เลยทำให้หมอดูชัด ๆ ว่าของจริงเป็นแบบนี้"

    "ส่วนคนที่จะช็อกตามอาตมาคือโยมที่ไปส่ง เขาบอกว่า "หน้าท่านขาวซีดเหมือนกับคนตายเลย..!"

    สมัยก่อนหลวงปู่ดู่ วัดสะแก ครูบาอาจารย์รูปหนึ่งก็แบบนี้แหละ ก็คือไปหาหมอ หมอตรวจอาการไม่เจอ ก็จ่ายแค่ยาแก้ปวดลดไข้มาให้ ท้ายสุดท่านก็เลยเลิกไปหาหมอ

    ใช้กำลังใจข่มกลั้นไว้ ภาษาบาลีเรียกว่า อธิวาสนขันติ เป็นกำลังประเภทตัดร่างกาย พูดง่าย ๆ ก็คือ หายก็หาย ไม่หายจะตายก็ช่าง แต่คราวนี้บุคคลที่ทรงสมาธิเป็นปกติ สภาพจิตกับประสาทเป็นคนละส่วนกัน ไม่ค่อยรับรู้อาการเวทนาของทางร่างกาย

    อย่างอาตมาก็จะมีพระบางรูป ถึงเวลาก็ถามว่า "สุขภาพหลวงพ่อตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ ?" ก็บอกว่า "ถ้าเอ็งไม่ถามก็ไม่เป็นไร พอเอ็งถามนี่จะร้องโอ๊ย..!" พอเขาถามเขาก็ต้องนึกถึงร่างกาย ก็เท่ากับนึกถึงอาการเจ็บป่วยทั้งหมดนั่นแหละ"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
    ที่มา : www.watthakhanun.com

    #ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมฯวัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
     

แชร์หน้านี้

Loading...