คลังเรื่องเด่น
-
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ -
หลวงปู่ดู่ กับ หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง
หลวงปู่ดู่ กับ หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง
หลวงพ่อฤาษีบอกคนที่ไปกราบว่าที่อยุธยามีพระดีน่ากราบไหว้
หลวงพ่อฤาษีบอกต่อไปอีกว่า หลวงพ่อดู่ วัดสะแกบารมีท่านสูง บารมีท่านเท่าพระอรหันต์
เมื่อมีคนมาบอกหลวงพ่อดู่ หลวงพ่อก็ยิ้มและพูดว่าท่านเข้าใจชม
โดยที่ หลวงปู่เรียกว่า วิมานแก้วพระพุทธเจ้า
หลวงพ่อฤาษีเรียกว่า พระนิพพาน
โดยความหมายเหมือนกัน. ทางเหนือเรียกว่าเวียงแก้วมหาเนรปาน
จึงมีการบอกว่านิพพานเป็นอัตตาเพราะมีสถานที่ อีกทางหนึ่งบอกเป็นอนัตตาตามบาลี สัพเพธัมมาอนัตตา แม้แต่ธรรมก็ไม่มีตัวตน ซึ่งความจริงเป็นอนันตาคือไม่มีสิ้นสุด คนที่ไปอยู่ได้ต้องมีจิตว่างคือพระอรหันต์ จิตต้องบริสุทธิ์
ถ้าดูในแบ็งค์ดอลลาร์จะมีInfinity 3 ตัวคืออนันตสภาวะในทางพุทธคือ อัปมาโน พุทโธ ธัมโม สังโฆ ผู้ที่จะเข้าถึงต้องรู้แจ้งแดงตลอดในไตรลักษณญาน จนจิตมีความบริสุทธิแจ่มใส จึงเข้าถึงพลังนี้ได้
หลวงพ่อดู่ท่านจึงใช้คำว่าได้ภูติพระเจ้า
พระมหาโพธิสัตว์สามารถเข้าถึงได้เพราะท่านรู้เรื่องความว่าง แต่ยังไม่ถึงเวลาของท่าน
ผู้ที่ไปวิมานแก้วจิตขณะนั้นมีสภาวะความว่างหลวงพ่อฤาษีฯท่านใช้คำว่าจิตเป็นประกายพฤกษ์จึงไปเฝ้าพระพุทธเจ้าได้... -
กิเลสกำเริบ
กิเลสกำเริบ
ถาม : บางคนบอกว่า ถ้าทำพวกสมาธิจะทำให้ยังตัดราคะโทสะไม่ได้..?
ตอบ : ถ้าหากสมาธิทรงตัวจริง ๆ จะกดราคะโทสะให้ดับลงได้ชั่วคราว แต่ถ้าเผลอหลุดเมื่อไรก็เหมือนกับเก็บกดมานาน แล้วจะกำเริบมาก เหมือนกับเราเอาก้อนหินใหญ่ ๆ มาทับต้นหญ้าไว้ ถ้าทับไปนาน ๆ หญ้าก็ตาย แต่ถ้าหญ้ายังไม่ตายแล้วเรามาพลิกก้อนหินขึ้นมาอีก คราวนี้หญ้าจะงอกงามใหญ่เลย เพราะกลัวตายก็เลยต้องดิ้นรนขึ้นของเขาอย่างเต็มที่
ลักษณะของกิเลสก็เหมือนกัน ถ้าโดนกดเอาไว้นาน ๆ แล้ว ถ้าถึงเวลากำเริบได้ จะกำเริบหนักกว่าปกติ เหตุที่กำเริบหนักกว่าปกติเพราะได้กำลังจากเราไป ก็คือกำลังสมาธิที่เราทำนั่นแหละ
เราได้สร้างสมาธิเกิดขึ้นแล้ว เราไม่ได้ไปใช้พิจารณาในการตัดละกิเลส เราสร้างขึ้นมาเฉย ๆ แล้วก็ทิ้ง สร้างขึ้นมาเฉย ๆ แล้วก็ทิ้ง พอถึงเวลาตัวกิเลสรัก โลภ โกรธ หลง ก็เอากำลังตรงนั้นแหละไปฟุ้งซ่าน จะไปกันใหญ่เลย เพราะว่ากิเลสแข็งแรงเสียแล้ว กลายเป็นว่าเราเลี้ยงโจรให้แข็งแรงแล้วก็มาปล้นเราหนักขึ้น
ถาม : แล้วเราจะวิปัสสนาอย่างไร ?
ตอบ : พิจารณาให้เห็นจริงอย่างที่ว่ามานั่นแหละ พอเห็นแล้ววางลงให้ได้... -
ความกลัวตายเป็นธรรมดาของสัตว์ทุกรูปทุกนาม
ความกลัวตายเป็นธรรมดาของสัตว์ทุกรูปทุกนาม บาลีบอกว่า อาหาระนิททัง ภะยะเมถุนัญจะ สามัญญะเปตัปปะสุภีนะรานัง
อาหาระ คืออาหาร , นิททัง คือการนอน , ภะยะ คือความกลัว , เมถุนะ คือการเสพกาม ท่านบอกว่า ๔ อย่างนี้เป็นปกติของสัตว์ทุกรูปทุกนาม สามัญญะเปตัปปะสุภีนะรานัง สามัญญะ ก็คือ ปกติธรรมดา ธัมโมหิ เตสัง อะธิโก วิเสโส ธรรมเท่านั้นที่ให้เกิดความต่างขึ้นได้ ธัมเมนะ วีณา ปะสุภิสสะมานา มีแต่ธรรมเท่านั้นที่ทำให้คนต่างออกไปจากสัตว์
เพราะฉะนั้น..เรื่องความกลัวถือเป็นเรื่องปกติ แต่ทำอย่างไรที่จะไม่ให้กลัวจนขาดสติ ถ้ามานึกอีกที น่าขายหน้ามากเลย เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุงมา ๓๐-๔๐ ปี ถึงเวลามัจจุราชยื่นหน้ามาหน่อยเดียว กลัวจนหัวหด ต้องประเภทยื่นหน้ามาก็กระโดดขี่คอ ไปไหนไปเลย อยากไปนานแล้ว ทำไมมาช้าจัง..!
คือเรายังไม่เห็นธรรมดา ถ้าเห็นธรรมดาว่าทุกรูปทุกนาม ต้องป่วย ต้องตายเป็นปกติ แล้วทำใจยอมรับได้ว่าปกติของสัตว์ ของมนุษย์เป็นอย่างนี้เอง ถ้าทำอย่างนั้นได้ ความตายไม่ใช่ของน่ากลัว ความเจ็บป่วย ความเจ็บปวดก็ไม่ใช่ของน่ากลัว ถึงเวลาก็ดูแลรักษาไปตามมารยาท ร่างกายนี้เป็นธาตุ ๔ ดิน น้ำ ไฟ ลม... -
"เราเดือดร้อน ก็เพราะจิต" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
.
"เราเดือดร้อน ก็เพราะจิต"
" .. การภาวนา "เบื้องต้นจะต้องให้เห็นใจของตนเสียก่อน" พวกเราจะต้องฝึกหัดใจ ถ้าไม่เห็นใจก็ไม่ทราบว่าจะไปฝึกหัดตรงไหน ฝึกหัดจิตกำหนดจิต
คือว่า "มีสติไปกำหนดจิตที่มันคิดมันนึกนั่นแหละ" เอาตรงนั้นให้เห็นเสียก่อน เห็นจิตเสียก่อน เราจะต้องควบคุมดูแลรักษาตลอดเวลา คิดนึกสิ่งใดก็ให้เห็นจิตนั่นแหละมันคิด
"จิต คือผู้คิดผู้ปรุงผู้แต่งผู้ส่งส่าย เราเดือดร้อนก็เพราะจิตไม่อยู่ มันส่งส่ายไปคิดนึกฟุ้งซ่าน เราจะต้องเอาสติตัวนั้นคุมจิตให้มันอยู่ในอำนาจของเรา" อย่าให้จิตบังคับเรา
"จิต โดยทั่วไปแล้วบังคับเราให้วุ่นวายส่งส่ายเดือดร้อน" อันนั้นจิตบังคับเรา ไม่ใช่เราบังคับจิต เมื่อไม่บังคับอย่างนั้นมันก็ส่งส่ายไม่รู้แล้วรู้รอดกันสักที "จิตที่ไม่อยู่ในบังคับของตน มันจะทำให้เราเดือดร้อนวุ่นวายสารพัดอย่าง"
เศร้าโศกเสียใจ รักใคร่พอใจยินดี อยากได้โน่นอยากได้นี่ของในโลกนี้ไม่จบไม่สิ้นสักที "ถ้าหากเป็นอยู่อย่างนั้นจิตมันเป็นกามโลก มันอยู่ในกามภพมันอยู่ในกามภูมิ" จิตมันคอยวิ่งไปตามอันนั้นแหละในกามนั่นแหละ "ส่งส่ายไปอดีตอนาคตล้วนแล้วแต่กามภพกามภูมิ ล้วนแล้วแต่กามกิเลส"... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ -
วิชามหาสะท้อน
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔
วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เมื่อวานนี้ช่วงเช้า ผมทำการไหว้ครูประจำปี แล้วก็ปลุกเสกวัตถุมงคล ต้องบอกว่าเป็น "รุ่นมหาสะท้อน"
การไหว้ครูประจำปีตามสายครูบาอาจารย์ ตั้งแต่ยุคหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค เป็นต้นมา โดยปกติแล้วใช้วันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำ เดือนไหนก็ได้ แต่ถ้าหากว่าตรงกับเดือน ๕ ก็ยิ่งดี แต่ถ้าหากว่าวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำไม่สะดวก ท่านให้ไหว้ครูในวันวิสาขบูชา ถ้าวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำและวันวิสาขบูชาไม่สะดวก ท่านให้ไหว้ครูในวันมาฆบูชา ใช้ได้เพียง ๓ วันนี้เท่านั้น
ผมเคยบอกกับทุกท่านว่า วิชาการที่ผมศึกษามา ก็ตำราเดียวกันกับที่พวกท่านศึกษามา แล้วทำไมผมทำแล้วได้ผลมากกว่าคนอื่น ? ก็เพราะส่วนใหญ่แล้ว เมื่อผมจะศึกษาอะไร ผมมักจะหาหลักการและเหตุผลว่า ทำไมโบราณาจารย์ถึงได้บัญญัติวิชานั้น ๆ ขึ้นมา ? ถ้าเข้าใจถึงหลักการและเหตุผลแล้ว เราก็สามารถที่จะทำได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของวิชานั้น ๆ
คราวนี้วันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำของปีนี้ คาดว่าการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ก็ยังคงมีอยู่ ไม่สะดวกที่จะจัดพิธีกรรม... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ -
"เอาไปได้เฉพาะบุญกุศล" (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป)
"เอาไปได้เฉพาะบุญกุศล"
" .. เมื่อหมดลมหายใจคือตายนั้น สิ่งเหล่านั้นเอาไปไม่ได้ ทุก ๆ คนจะเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี มีเงินจนล้นฟ้าล้นแผ่นดิน "เมื่อหมดลมหายใจคือตาย ก็ทิ้งไว้กับโลก" เมื่อตายไปแล้ว คนอื่นเขาก็เอาไปใช้ เราไม่ได้อะไรสักอย่าง "สิ่งที่เราจะเอาไปได้นั้น ก็คือบุญกุศล" .. "
"๑๐๓ โอวาทธรรมคำสอน"
หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป -
อนุสติ 10 โดยพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง /กรรมฐานสำหรับคนที่ชอบคิดนึก(ทางดี)
อนุสติ 10
กรรมฐานสำหรับคนที่ชอบคิด-นึก (ทางดี)
อนุโมทนาและขอบคุณที่มา
https://www.youtube.com/@Channel-ge6vj -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ -
การปฏิบัติให้ได้ผล เกินไม่ได้ ขาดไม่ได้
เกินไม่ได้ ขาดไม่ได้
ถาม : อ่านในหนังสือแล้วรู้สึกว่าท่านทำง่ายมากเลย ?
ตอบ : ถ้าเอาจริงเอาจังก็ง่าย สำคัญว่าเราเอาจริงหรือเปล่า ? บางอย่างต้องทำให้พอดี เกินก็ไม่ได้ ขาดก็ไม่ได้
ถ้าหากว่าเกินพอดี ร่างกายจะทรมานมากเกินไป ถ้าร่างกายได้รับการทรมานมาก จิตใจก็จะกระวนกระวาย กังวลอยู่ตรงนั้น จะไม่ก้าวหน้า ขณะเดียวกันถ้าสบายเกินไป กิเลสก็จะเป็นเจ้านายเราแทน ไม่ก้าวหน้าอีกเหมือนกัน จะต้องพอดี
คราวนี้พอดีของแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่มีมาตรฐาน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นไปตามกำลังใจ กำลังกาย กำลังสติปัญญาของเราที่จะต่อสู้กับกิเลส
ถ้าจิตบอกว่าไม่ไหวอย่าเพิ่งไปเชื่อ จิตบอกว่าไม่ไหวก็ลองฝืนดูนิดหนึ่ง ถ้าฝืนได้ก็อย่าให้เกินชั่วโมง เพราะว่าเกินนั้นจะเป็นการทรมานร่างกายแล้ว ตั้งเวลาไว้เลย แต่ใหม่ ๆ อย่าเพิ่งไปตั้งเวลานะ เพราะว่าถ้าร่างกายแย่จริง ๆ ห้านาทีก็นานเหมือนกับเป็นชั่วโมงแล้ว
อาตมาเคยนั่งจนเหงื่อไหลอย่างกับงูเลื้อยอยู่ตามหลังเลย ลองดูว่านั่งห้าชั่วโมง สิบชั่วโมง แล้วรสชาติจะเป็นอย่างไร ลักษณะเหมือนก้นจะทะลุ นั่งไป ๆ เหมือนกับเนื้อก้นบางลง ๆ จนกระทั่งจะทะลุหนังออกมา สุดยอดของความทรมานเลย... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ -
มหาสติปัฏฐานสูตร / หลวงปู่ บัวเกคุ ปทุมสิโร
มหาสติปัฏฐานสูตร / หลวงปู่ บัวเกคุ ปทุมสิโร -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ -
พระอรหันต์ตรวจดูพระอรหันต์ / หลวงปู่มั่นตรวจดูพระอริยะ
พระอรหันต์ตรวจดูพระอรหันต์
หลวงปู่มั่นตรวจดูพระอริยะ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ -
การทำบุญให้เร็ว ๆ ไว ๆ ทำให้ตอนบุญส่งผลก็จะเร็ว ๆ ไว ๆ เช่นกัน
จูเฬกสาฎกเป็นตัวอย่างของคนที่ทำบุญช้า บางรายโยมเขามาทำบุญตรงนี้ ก็เข้าแถวรอหรือนั่งรอเพื่อนก่อน นั่งรอครอบครัวก่อน เป็นอาตมาไม่รอหรอก ใครทำบุญก็เอาด้วย ฝากเขาร่วมทำบุญทันที
จูเฬกสาฎกเป็นพราหมณ์ มีฐานะยากจน จริง ๆ แล้วพราหมณ์ไม่ใช่รวยนะ พราหมณ์ที่รวยส่วนใหญ่แล้วก็คือพราหมณ์ที่ได้ทำพิธีในวัง หรือทำพิธีให้กับมหาเศรษฐี และที่เขาบูชายัญกันครั้งละมาก ๆ นั่นเป็นอุบายหลอกกินของพราหมณ์ เพราะสัตว์ที่เอามาฆ่าบูชายัญ พราหมณ์จะเอาไปกินหมด บางทีก็เอาไปขาย เอาไปให้ลูกให้เมียบ้าง
จูเฬกสาฎกแกจน มีผ้านุ่งผืนเดียว พูดง่าย ๆ ว่าผัวกับเมียมีผ้านุ่งคนละผืน แต่ผ้าห่มมีผืนเดียว ถ้าจะออกจากบ้านต้องผลัดกันห่มออกไป ถ้าเปรียบกับสมัยนี้ก็คือมีกางเกงคนละตัว แต่ไม่มีเสื้อ พอออกจากบ้านต้องผลัดกันใส่เสื้อ
จูเฬกสาฎกได้ข่าวว่าพระพุทธเจ้ามาโปรดก็เลยไปฟังธรรม ปรากฏว่าพระพุทธเจ้าเทศน์ถูกใจจูเฬกสาฎกเหลือเกิน คนนั้นก็มีสิ่งของถวายพระพุทธเจ้า คนนี้ก็มีสิ่งของถวายพระพุทธเจ้า ส่วนจูเฬกสาฎกไม่มีของถวาย ก็เลยอยากจะปลดผ้าห่มตัวเองถวาย แต่ก็นึกขึ้นได้ว่ายาย (ภรรยา) ยังอยู่ที่บ้าน
พระพุทธเจ้าเทศน์ดีขนาดนี้ ถ้าปลดผ้าถวายไป... -
อวิชชา แห่งการหยุดคิด หยุดนึก / หลวงปู่ดูลย์
มีผู้เรียนถามถึงเรื่องหยุดคิด หยุดนึก กับหลวงปู่ดูลย์
หลวงปู่บอกว่า
"ก็แสดงถึงความผิดพลาดอยู่แล้ว เพราะบอกให้หยุดคิดหยุดนึก ก็กลับไปคิดที่จะหยุดคิดนั่นเสียอีกเล่า แล้วอาการหยุดจักอุบัติขึ้นได้อย่างไร จงกําจัดอวิชชาแห่งการหยุดคิดหยุดนึกเสียให้สิ้นเลิกล้มความคิดที่จะหยุดคิดเสียก็สิ้นเรื่อง"
---------------------------------- -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ -
ให้หยุดคิดหยุดนึก- แต่ทำไมท่านให้บริกรรม
ให้หยุดคิดหยุดนึก- แต่ทำไมท่านให้บริกรรม -
รู้จักถอยห่างจากสิ่งไม่ดี⚡วิธีพิสูจน์ถามหลวงปู่
รู้จักถอยห่างจากสิ่งไม่ดี⚡วิธีพิสูจน์ถามหลวงปู่ -
อุบายภาวนาสำหรับผู้เริ่มต้น/ หลวงปู่บัวเกตุ ปทุมสิโร
หลวงปู่บัวเกตุ ปทุมสิโร
อุบายภาวนาสำหรับผู้เริ่มต้น -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ -
แนวทางการปฏิบัติสมถะกรรมฐาน สลับกับ วิปัสสนากรรมฐาน
มีญาติโยมซึ่งเปลี่ยนแนวปฏิบัติ จากการปฏิบัติแนวเคลื่อนไหว มาปฏิบัติตามแนวของอานาปานสติ ซึ่งอาตมาได้ย้ำอยู่เสมอว่าการเปลี่ยนแนวปฏิบัตินั้น ถ้าเป็นไปได้อย่าเปลี่ยน การปฏิบัติทุกแนวถ้าเราทำเป็น สามารถเข้าถึงพระนิพพานได้ทั้งหมด
โดยเฉพาะสภาพจิตของเราจะเคยชินกับแนวการปฏิบัติและคำภาวนาแต่เดิม เมื่อถึงเวลามาเปลี่ยนวิธีใหม่ ก็จะมีการยื้อแย่งกันระหว่างของเก่ากับของใหม่ ท้ายที่สุดหลายคนก็อยู่ในลักษณะที่ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ คือของเก่าก็ไม่ได้ ของใหม่ก็ไม่ดี เพราะว่าเราเปลี่ยนแนวการปฏิบัติ นอกจากนี้โยมยังตั้งใจมากเกินไป ก็คือทุ่มเทให้กับการปฏิบัติจนเครียด ไปไหนไม่ถูก ทำอะไรต่อไปไม่เป็น
เพราะว่าสภาพจิตของเรา ถ้าเน้นในเรื่องของอานาปานสติอย่างเดียว ก็แปลว่าเราเน้นในเรื่องของสมถกรรมฐานล้วน ๆ เมื่อถึงเวลาเราภาวนาไปจนเต็มที่แล้ว สภาพจิตจะเหมือนอย่างกับเดินชนผนัง ไปต่อไม่ได้ ก็จะถอยออกมา แต่ว่าโยมก็ไปบังคับให้เดินต่อ เมื่อบังคับไปนาน ๆ ก็เกิดอาการเครียดมาก จนทำอะไรไม่ถูก
ซึ่งในลักษณะนี้ต้องบอกว่ามีความอยากมากจนเกินไป ก็คืออยากได้ดี กลายเป็นเอากิเลสนำหน้า เอาตัณหานำทาง... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ -
ยากนักที่จะได้เกิดมาเป็นมนุษย์
"... วิปัสสนานี้มีผลอานิสงส์ใหญ่ยิ่งกว่าทาน ศีล พรหมวิหาร ภาวนา ย่อมทำให้ผู้เจริญนั้นมีสติไม่หลงเมื่อทำกาลกิริยา มีสุคติภพ คือ มนุษย์และโลกสวรรค์เป็นไปในเบื้องหน้า หากยังไม่บรรลุผลทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน ถ้าอุปนิสัยมรรคผลมี ก็ย่อมทำให้ผู้นั้นบรรลุมรรคผล ทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพานได้ในชาตินี้นั้นเทียว
อนึ่ง ยากนักที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะต้องตั้งอยู่ในธรรมของมนุษย์ คือ ศีล ๕ และกุศลกรรมบท ๑๐ จึงจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ชีวิตที่เป็นมานี้ก็ได้ด้วยยากยิ่งนักเพราะอันตรายชีวิตทั้งภายในภายนอกมีมากต่างๆ การที่ได้ฟังธรรมของสัตตบุรุษ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ก็ได้ด้วยยากยิ่งนัก เพราะกาลที่เปล่าว่างอยู่ ไม่มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในโลกยืดยาวนานนัก บางคาบบางสมัย จึงจะมีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในโลกสักครั้งสักคราวหนึ่ง เหตุนั้น เราทั้งหลายพึงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด อย่าให้เสียทีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนานี้เลย..."
โอวาทธรรม หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล
วัดเลียบ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจาก Facebook พระกรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
หน้า 76 ของ 441