ไม่รู้จักกัน

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย อนัตตา, 4 มกราคม 2019.

  1. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    ที่ผ่านมา เราคิดว่าเราทำดีที่สุดแล้วตามฐานะ เพราะรักจึงไม่ยินยอมให้ทำผิด สละให้แล้วจนหมดสิ้น ขอให้ไปดีมีความสุข อย่าได้คิดไม่ดีต่อกันเพราะมันจะก่อเกิดเป็นเวรภัยให้ติดข้อง ตามชดใช้กันไม่จบไม่สิ้น

    หนี้ใดที่เคยติดค้างกันมา ขอคืนให้ทั้งหมดด้วยใจที่ถูกบีบคั้นอย่างแสนสาหัสนี้ เกิดแล้วดับไป

    ใครเล่าจะรู้จักเราได้ดีเท่าตัวเราเอง

    หมั่นทำวาสนาตนให้สูงส่งและดีงามนะ เอาใจช่วย บ๊ายบาย....
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    เอาความรู้สึกไปจับไว้ที่หู พร้อมๆ กับดูลม แล้วก็วิตกกองกรรมฐานขึ้นมาหนึ่งกอง น้อมเอาเสียงนั้นแหละมาวิตกให้เป็นธรรม เวลาที่เจริญภาวนา ธรรมทุกหมวด กรรมฐานทุกกอง ถูกนำมาใช้หมด จะพลิกแพลงไปเองตามสภาวะ

    เห็นเป็นรูปกับนามนั่นแหละ แต่ไม่ไหลตาม ไม่ปรุงแต่ง มันจะดับอยู่ที่หู สติปัฏฐานสำหรับเรา คือเอาสติไปกำกับที่อายตนะ รู้ตรงไหน ดับตรงนั้น.....

    คนถ้าปฏิบัติเหมือนๆ กัน แค่มองตาก็รู้ใจ ไม่ต้องพูด

    เดี๋ยวนี้ปั้นงานชิ้นนึงแค่สามวันเสร็จ ต่อจากนั้นก็มาตกแต่ง ไวมาก ถ้าลงมือทำ เพราะเจริญสติ จิตว่างจากภาระ ทำงานได้ไว ละเอียด เรียบร้อย และสวยงาม จิตมีแต่สติ ไม่มีภาระใดๆ ก็เป็นจิตว่าง. ว่างจากกิเลสเครื่องร้อยรัด

    สมถะเอามาใช้ทำงานไม่ได้ มันจะลอยๆ เบลอๆ
    รู้จักหน้าตามันแล้ว ต้องรู้จักนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ด้วย ใช้สติตลอด ยกเว้นตอนนอน ทุกวันนี้ทิ้งสติตอนนอนเพราะขี้เกียจรับรู้ จิตเค้ามีความคล่องตัว จากการฝึกฝนที่ผ่านมา แม้ไม่ใส่เจตนาลงไป เค้าก็ทำกิจเองตามเหตุ

    ไม่เถียงกับใคร สติบอกว่าเสียเวลา ไม่ได้อะไรคืนมานอกจากสะสมกิเลส อยากสนุกก็ไปดูยูทูปดีกว่า

    ทุกวันนี้เดินอยู่แค่ทางสายเดียว ไม่มีทางอื่น หมดสิทธิ์เลือกแล้ว มีแค่ทางสายเดียว มั่นใจได้ถึงจุดหมายที่ถูกต้องแน่นอน มันอยู่ที่ใจนะ ถ้าเราแน่วแน่จริงๆ อะไรก็มาเปลี่ยนไม่ได้ เรื่องร่างกายไม่ต้องไปพูดถึงอีก

    กรรมฐานแต่ละกองต้องเจริญซ้ำๆ ยิ่งชำนาญยิ่งมีความละเอียดลุ่มลึกลงไปเรื่อยๆ ละเอียดจนเกินบรรยาย สภาวธรรมเปลี่ยนไปตามสภาวจิต

    ประสบการณ์ทางโลกเป็นเหตุปัจจัยในการหล่อหลอมธรรม สิ่งที่มากระทบนั่นแหละโลก โลกดีอย่างนี้ไง ภูมินี้จึงนิพพานได้ เรื่องรักนี้สั่นสะเทือนได้ดีมาก กิเลสยิ่งละเอียดก็ยิ่งต้องใช้ผัสสะที่มีความสั่นสะเทือนมากๆ

    ไม่ได้ปฏิบัติเพื่อเอามาคุย
    ใครอยากรู้ก็ต้องลงมือปฏิบัติเอง

    หนูมันอยู่ในรู มันก็รู้ว่าในรูมีลักษณะเป็นอย่างไร และมีอะไรอยู่ในรูบ้าง ส่วนผู้ที่ไม่ใช่หนู แม้จะบอกเล่าเรื่องในรูหนูให้ฟัง มันก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี

    ดูดีๆ บางทีมันเป็นกิเลสของเราเองที่อยากถ่ายทอด
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  3. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    5fEU.jpg
     
  4. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    อานิสงส์ของการเป็นผู้นำบุญ

    ขึ้นชื่อว่า “บุญ” ย่อมมีทั้ง บุญทาน บุญศีล และบุญภาวนา ซึ่งมีอานิสงส์สูงขึ้นไปตามลำดับ การทำบุญเหล่านี้มีอานิสงส์เพียงใด ผู้นำบุญ ผู้ชักชวนให้ทำบุญ และทำด้วยตนเองด้วย เป็นเสมือนผู้ส่องทางสว่างให้แก่ตนเองและแก่ผู้อื่น ย่อมได้อานิสงส์เป็นทับทวี

    อยากทำคนเดียว

    มีหลายท่านค่อยๆ ทยอยมาบอกว่า “ต้องการสร้างพระประธานในโบสถ์ จะทำคนเดียว” คนนั้นก็มาบอกว่า “ขอทำคนเดียว” คนนี้มาก็บอก “ขอทำคนเดียว” แต่ก็ได้อธิบายไปกับบางท่านให้เข้าใจแล้วว่า สำหรับพระประธานนั้นมีเพียงองค์เดียวในอุโบสถ เพราะฉะนั้นเรามาเฉลี่ยบุญกันเถอะ ตั้งใจจะทำเท่าไรก็ทำเลย ไม่มีใครว่าอะไร

    อีกประการหนึ่ง ไม่ได้ให้มุ่งหมายแต่เพียงองค์พระเท่านั้น ให้กินหมายรวมถึงฐานพระและสิ่งประกอบ เพราะฉะนั้น อย่าไปคิดเพียงว่า บุญจะต้องไปใหญ่อยู่ที่องค์พระ ถ้าไปคิดอยู่อย่างนั้นก็จะหงุดหงิดกัน ถ้าทำบุญแล้วมีความหงุดหงิดเข้า ก็จะเป็นกิเลส โดยเริ่มมาตั้งแต่จะขอ “ทำแต่เพียงผู้เดียว” นี่อย่างนี้ก็มี บางคนก็ยังใจกว้างหน่อยว่า “เออ คนอื่นจะทำด้วยก็ดี”

    ผู้นำคนเนื่องจากผลผู้นำบุญ

    ความจริงเรื่องของบุญนี่เป็นเรื่องใจกว้างนะ ต้องใจกว้าง ไม่ใช่ใจแคบ เพราะบุญเป็นเครื่องกำจัดกิเลส ใจจะได้ใส สภาพของใจมันใหญ่ตรงที่มันใสนะ

    ความจริงแท้ๆ นี่ ถ้าจะนึกว่าทำบุญอะไร จะได้เป็นผู้นำคนก็คือ บุญที่เกิดจากการเป็นผู้นำบุญนั่นเอง คืออะไร คือ การบอกบุญ ชักนำคนอื่นเข้ามาในกองการกุศล มีทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล นี่แหละผลบุญจึงจะส่งให้เป็นผู้มีบริวารสมบัติ เมื่อมีบริวารสมบัติตัวเองก็จะเป็นผู้นำ

    แต่ผู้ที่ร่วมอนุโมทนาบุญก็อย่าไปคิด อย่าน้อยใจว่า “เอ ! แล้วเราจะต้องไปกินน้ำใต้ศอกคนอื่นละกระมัง !” ไม่ใช่ ถ้าเรายังมีสติปัญญาความสามารถน้อยกว่าผู้อื่น ที่เขาเป็นผู้นำบุญ เราก็อนุโมทนาบุญ ร่วมบุญไปกับเขาได้ และในโอกาสเช่นนี้ ก็จะเป็นเหตุเป็นผลให้เรามีพลัง กลายเป็นผู้นำบุญต่อไปอีกได้ และได้พบกับผู้นำที่ดีด้วย เหมือนอะไร ? เหมือนว่าแต่เดิมเราก็เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการชั้นตรี เมื่อมีคุณสมบัติเพียงพอเมื่อใด ก็เป็นชั้นโท แล้วก็ชั้นเอก แล้วก็ได้ตำแหน่งหัวหน้ากองเป็นหัวหน้าเขา และยังมีอธิบดีที่ดีเป็นผู้นำอีก

    ถ้าเรารู้จักอนุโมทนาบุญที่ดี รู้จักเลือกผู้นำบุญที่ดี ก็จะได้ผู้นำที่ดี แล้วกำลังของเราก็จะสูงขึ้นๆ ไปตามลำดับ นี่คือลักษณะของบุญในทานกุศล จะให้ผลในอาการอย่างนี้

    ดั่งกษัตริย์ไร้บัลลังก์

    เพราะฉะนั้นจะไปกลัวใย ที่เราจะอนุโมทนาบุญคนอื่น และเราจะคิดแต่เพียงว่าจะตามคนอื่น ไยไม่คิดว่าจะนำคนอื่นบ้างละหรือ ? การเป็นผู้นำบุญนั่นแหละ บุญจะส่งให้เป็นผู้มีบริวารสมบัติ แล้วนั่นก็หมายถึงว่า การเป็นหัวหน้าหรือผู้นำ เป็นที่เคารพสักการบูชา หรือเป็นปูชนียบุคคลแก่ผู้อื่น ไม่ใช่มัวไปแย่งกันว่า “พระประธานนี้ ดิฉันอยากจะทำคนเดียว” มันจะกลายเป็นกิเลสเสียส่วนหนึ่งแล้ว บุญก็พลอยไม่สะอาดไปด้วย เอ้า ! ถ้าอยากจะสร้างพระประธาน ทำบุญลงไปเลย เสียสละลงไปเลย แม้เราอยากจะสร้างทั้งองค์ ก็ทำลงไปเลยทั้งองค์ ใครเขาจะมาร่วม ก็อนุโมทนาบุญกับเขา และลองถามตัวเองดูว่า “พระประธานไม่มีฐานตั้งอยู่ น่าดูไหม?” และ “มีแต่พระมีฐาน ไม่มีโบสถ์ อยู่ได้ไหม ?” นี่ขอให้คิดดูให้ดี

    อุปมาว่า แม้เราจะอยากเป็นกษัตริย์ แต่ถ้าเราเป็นกษัตริย์ไร้บัลลังก์ จะเป็นอย่างไรบ้าง? ถ้าเป็นกษัตริย์มีบัลลังก์ มีประเทศอยู่ แต่ไม่มีปราสาทราชวัง จะอยู่ได้ไหม ?
    หรือ ถ้าเป็นกษัตริย์มีบัลลังก์ มีปราสาทราชวัง มีประเทศอยู่ แต่ไม่มีบริวาร ไม่มีพลเมืองที่ซื่อสัตย์จงรักภักดี จะอยู่ได้ไหม ?

    เห็นไหมล่ะ เพราะฉะนั้น บุญที่เราจะได้ทำนี่ ได้บุญรวมกันไปหมดเลย ดังนั้นเราจึงควรมาคิดช่วยกันสร้างโบสถ์ก่อนโดยเป็นทั้งผู้นำบุญ ชักชวนผู้อื่นให้มาร่วมบุญ ก็จะได้อานิสงส์คือ บริวารสมบัติ เหมือนกับว่า มีพื้นดิน มีประเทศ มีพลเมือง นี่อุปมานะ เป็นบริวารสมบัติ แล้วเราค่อยมาสร้างพระประธาน พร้อมด้วยรัตนบัลลังก์ด้วยกัน พอถึงตอนนั้นก็กลายเป็นของเล็กน้อยแล้ว ก็เพียง ๑ ล้านบาทเศษเท่านั้นนี่ เพราะบางทีเพียงเจ้าภาพ ๒-๓ เจ้าก็ครบแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างหมดทั้งประเทศนะ เหมือนใคร ? ก็เหมือนต้นๆ ตระกูลของพระพุทธเจ้าของเรานะซิ
    ก่อนเป็นศากยวงศ์

    ต้นตระกูลศากยวงศ์ ท่านทราบไหมว่า มีความเป็นมาอย่างไร เริ่มแต่สมัยก่อนพุทธกาลเป็นเวลาย้อนหลังไปนาน มีพระเจ้าโอกกากราชและมเหสีที่มีพระราชโอรส ๔ พระราชธิดา ๕ รวมเป็น ๙ พระองค์ ต่อมาพระมเหสีองค์นั้นก็เสด็จทิวงคต ท่านก็มีมเหสีใหม่ แต่ต่อมาก็ประสูติราชโอรส ๑ องค์ มเหสีใหม่ก็อยากจะให้ลูกของตนเองเป็นใหญ่ เมื่อเวลาเหมาะก็ทูลขอพรจากพระเจ้าโอกกากราช ซึ่งพระองค์ก็ลั่นพระวาจาไปว่า จะขออะไรก็จะให้ ทั้งนี้ก็ด้วยรักในพระมเหสีและราชโอรส พระนางจึงทูลทันทีว่า ขอราชบัลลังก์ให้โอรสของตน เลยจบกัน โอรสองค์ใหญ่เลยไม่ได้ราชสมบัติ ด้วยพระเจ้าโอกกากราชได้ทรงพลั้งพระโอษฐ์ไปแล้ว เลยจำต้องให้ราชโอรสราชธิดาทั้ง ๙ องค์ไปสร้างเมืองขึ้นใหม่ ซึ่งอยู่ในเขตสักกชนบท อันเป็นส่วนเหนือของชมพูทวีป ทั้ง ๙ พระองค์พร้อมด้วยอำมาตย์ ๘ คนและข้าราชบริพาร ก็ไปก่อตั้งเมืองขึ้นโดยคำแนะนำของท่านกบิลดาบส เมื่อสร้างเสร็จก็ได้ชื่อว่า “นครกบิลพัสดุ์”

    ในสมัยนั้นพวกกษัตริย์ถือเอาความบริสุทธิ์ในการสืบสายเลือด ดังนั้นพระราชโอรสกับราชธิดาทั้ง ๘ องค์ ยกเว้นพระธิดาองค์ใหญ่ ก็ได้มีงานพิธีวิวาหมงคลขึ้นเป็น ๔ คู่ แล้วจึงได้ตั้งวงศ์ขึ้นเป็น “ศากยวงศ์” นี่คือวงศ์ต้นๆ ของพระพุทธเจ้า หลังจากนั้นไม่นานพระเชษฐภคินี คือพระธิดาองค์ใหญ่เกิดมีความรักกับเจ้าครองนครเทวทหะ ก็ได้มีการอภิเษกสมรสไปตั้งวงศ์ใหม่ ชื่อ “โกลิยวงศ์” ต่อแต่นั้นมา ๒ วงศ์นี้ก็มีการแต่งงานกันมาตลอด เพื่อรักษาวงศ์อันบริสุทธิ์ไว้ จนมาถึงพระเจ้าสุทโธทนะ และเจ้าชายสิทธัตถะซึ่งมีพระนางพิมพายโสธราเป็นมเหสีอย่างนี้เป็นต้น นี่ก็เป็นตัวอย่างว่า เขาได้พากันสร้างกันทั้งเมืองเลยนะ บุญที่ส่งให้สามารถทำได้เช่นนั้นก็คือ บุญที่เกิดจากทานกุศล ซึ่งได้ทำไว้ทุกสิ่งทุกอย่างประกอบกันขึ้น อย่างเช่นพวกเราช่วยกันสร้างสถาบันฯ สร้างโบสถ์ และจึงไปสร้างพระประธาน นี่แหละที่สร้างกันได้อย่างนั้นก็ด้วยอานิสงส์ทำนองนี้

    บุญตามให้ผล ตามเรื่องราวในพระไตรปิฎกบางตอนก็แสดงได้ว่า แม้เพียงถือศีล ๘ แล้วตั้งจิตอธิษฐาน อยากจะเกิดเป็นพระราชโอรสพระราชธิดาของพระเจ้าแผ่นดิน เมื่อแตกกายทำลายขันธ์แล้ว ก็ได้ไปบังเกิดตามนั้นเหมือนกัน จะเห็นว่าเรื่องบุญนี่ เมื่อจิตใจสะอาดแล้วอธิษฐานไปด้วยดีแล้วนี้ บุญย่อมส่งผลให้ได้ หรือหากแม้ไม่ได้อธิษฐาน บุญก็ย่อมทำหน้าที่เองให้ผลเอง อย่าได้สงสัยเลย เท่าที่ได้เล่ามานี้ ก็เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้มีจิตใจที่กล้าหาญ รื่นเริงที่จะประกอบการบุญการกุศลที่ดีทุกอย่าง โดยไม่เฉพาะเจาะจง แต่ให้รู้จักเขตหรือเนื้อนาบุญที่อุดมแก่การสร้างบุญสร้างกุศล ดั่งพันธุ์พืชที่ดี บรรยากาศที่ดี มีการดูแล ประคบประหงมที่ดี ทั้งทาน ศีล ภาวนา ลงท้ายก็คือการอบรมจิต ดำเนินไปตามแนวนี้แล้ว ก็จะมีแต่ความสุขแต่ฝ่ายเดียว.

    http://www.oknation.net/blog/print.php?id=321245
    โดย ZhokoLoveV
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    ▪︎ให้อภัย▪︎
    บางครั้ง มันก็ไม่ได้เกิดจาการอยากให้อภัย แต่เป็นเพราะไม่อยากสูญเสียสิ่งนั้นไปต่างหาก!

    ▪︎คู่ชีวิต▪︎
    อย่าเฟ้นหาคนที่สมบูรณ์แบบ หากตั้งกฎไว้อย่างนั้น คุณไม่มีทางเจอความรักเลยทั้งชีวิต แต่จงใช้จิตใจที่สมบูรณ์ของตัวเอง ชื่นชมคู่ชีวิตที่ไม่มีทางสมบูรณ์แบบต่างหาก

    ▪︎ขอโทษ▪︎
    ไม่ได้หมายความว่าฉันเป็นฝ่ายผิดจึงยอมเอ่ยคำขอโทษก่อน แต่เป็นเพราะฉันยังอยากรักษาสัมพันธภาพนี้ไว้อยู่ต่างหาก หากไม่เคร์จะไม่มีทางขอโทษ!

    ▪︎มีเสน่ห์▪︎
    ไม่ได้เกิดจากเสื้อผ้าที่ห่อหุ้มเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากนิสัยใจคอที่ดีงามเป็นหลัก บางคนสวมใส่เสื้อผ้าดูดี แต่จิตใจไม่ดี ก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้

    ▪︎น่าเคารพเลื่อมใส▪︎
    ไม่ได้อยู่ที่ยูนิฟอร์ม ตำแหน่ง หรือทรัพย์สินที่คุณครอบครองอยู่ คุณธรรมและความประพฤติปฏิบัติของคุณต่างหากที่ทำให้คนอื่นกราบไหว้และเคารพคุณได้อย่างสนิทใจ

    ▪︎น่ารัก▪︎
    ไม่ได้เกิดจากน้ำเสียงออดอ้อนหรือขี้งอนเหมือนเด็กเล็กๆ แต่เกิดจากการรู้ความ รู้กาลเทศะว่าอะไรควรอะไรไม่ควร

    ▪︎บารมี▪︎
    เกิดขึ้นจากการให้ด้วยความจริงใจ ไม่ได้เกิดจากการเอาเงินฟาดหัวใครหรือใช้เงินซื้อมาได้ บารมีที่เกิดจากเงิน เงินหมดบารมีก็หมด

    .....
    นุสนธิ์บุคส์
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    บั้งไฟพญานาคฝั่งลาวค่ะ เห็นชัดๆ ขึ้นมาจากน้ำ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  7. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    คนนะ ถ้าไม่มีความรู้สึกผูกพันกัน เจ้าความกระทบต่างๆ จะไม่มีผลต่อใจเลย ความผูกพันเกิดจากอะไรบ้าง ก็ยกไปพิจารณาเอาเอง

    ชอบใจ ไม่ชอบใจ เป็นอารมณ์ที่จิตเสพเสวย วิวัฒนาการของจิต เมื่อเสพอารมณ์โสกะปริเทวะมากเข้าๆ จิตจะแสวงหาอารมณ์กุศลเพื่อเสพ เพื่อล้างความหม่นหมอง ทุกอย่างเป็นธรรมชาติ การสลัดคืนก็เป็นธรรมชาติ

    ต้นไม้เมื่อเติบโตเต็มที่ ก็ออกดอก ออกผลเอง นี่ก็เป็นธรรมชาติ ไม่มีผู้กระทำและผู้รับการกระทำ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  8. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    อย่าอยู่อย่างประมาท ใช้ชีวิตอย่างประมาท ทุกคนล้วนก้าวไปสู่ความตายเหมือนกันทุกคน เลือกท่าตายกันไว้หรือยัง เลือกอารมณ์จิตก่อนตายกันไว้หรือยัง

    เกิดอย่างคนอย่าไปตายอย่างหมู อย่างหมา

    อย่าลืมหน้าที่สุดท้าย...คือ...ตายอย่างมีศิลปะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  9. hastin

    hastin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    1,008
    ค่าพลัง:
    +2,956
    อยู่อย่างมีศิลปการ
    ตายอย่างมีศิลปการ
    เกิดอย่างมีศิลปการ

    แบบนี้หรือปล่าว
     
  10. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    ใช่ค่ะ:)
     
  11. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    ตาในก็คือใจนั่นแหละ ใจที่สงบแล้ว สว่างแล้ว นั่นแหละคือตาใน ใจที่ยังไม่สงบ มืดบอด ก็เป็นตาในที่มีขี้ตาเกรอะกรัง ต้องล้างตาบ่อยๆ ผู้เห็นธรรมคือใจ คือจิต จึงเรียกได้ว่าเป็นตาใน

    สมาธิอยู่ข้ามฟากเวทนา ส่วนใหญ่ไปตายกันตรงเวทนา ก็เลยไม่ได้สมาธิ

    ธรรมอันเป็นเครื่องขัดขวางการทำความดีมีอะไรบ้างล่ะ เรียนมาตั้งเยอะ อ่านมาตั้งแยะ ยังไม่รู้อีก

    ผ่านด่านนิวรณ์ก็เข้าอุปจาร ผ่านด่านเวทนาเข้าอัปนา หรือสัมมาสมาธิ การผ่านแต่ละด่านบ่งบอกถึงขั้นของสมาธิที่เข้าถึง

    วัตถุกามเป็นเพียงเครื่องกระตุ้นกามราคะที่มีอยู่ในจิต ที่ร้ายแรงจริงๆ คือจิตที่ไปหลงติดกาม อย่าโยนความผิดให้สิ่งที่อยู่นอกตัว

    คำพูดมันเป็นแค่ธาตุลม ไม่มีผล ทำร้ายใครไม่ได้หรอก ทำร้ายแค่เจ้าของเท่านั้น ลมกระทบไฟกิเลส กลายเป็นลมร้อน จิตรับทุกขเวทนาจนต้องระบายลมร้อนออกมา เห็นมะ มันเผาเจ้าของ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  12. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    เค้าบอกว่าคู่แท้กำลังมา อย่ามัวแต่อุดอู้อยู่ในบ้าน ให้ออกเดินทางไปสังสรรค์เฮฮาบ้าง จะได้เจอคู่สักที 555

    วันนี้ก็เลยไปเที่ยวชมอุทยานการเรียนรู้และหอชมเมืองค่ะ เป็นสิ่งก่อสร้างอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ยังไม่เสร็จดี ช่วงนี้เค้าเปิดให้ช่างภาพขึ้นไปถ่ายภาพวิวชั้นบนสุดของหอฯ คือชั้นที่ 25 เพื่อส่งเข้าประกวดชิงเงินรางวัลค่ะ และวันนี้เปิดให้ขึ้นได้เป็นวันสุดท้าย

    ก็เลยนำภาพวิวที่ถ่ายจากชั้นบนสุดมาฝากคนไม่รู้จักกัน ฝีมือถ่ายภาพไม่มีระดับนะคะ

    ปล. ช่างภาพมืออาชีพมากันตรึมค่ะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  13. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    วันนี้วันพระ รักษาศีลอุโบสถกันนะ

    ศีลอุโบสถ ก็คือ ศีล 8 ที่รักษากันในวันอุโบสถหรือวันพระนั่นเอง

    ศีลอุโบสถมีอานิสงส์มาก ถ้ารักษาศีลอุโบสถได้ทุกวันพระตลอดชีวิต ตายไปไม่ตกนรก

    และยังเป็นศีลที่สร้างอริยทรัพย์ง่ายๆ มีความพิเศษเทียบเท่าเนกขัมมะ (การถือบวช)
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  14. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    เมื่อมาเกิดแล้วก็ควรเร่งขวนขวายทำกุศลความดี เพื่อให้ถึงพร้อมในเหตุปัจจัยเพื่อก้าวล่วงไปยังฝั่งนิพพาน ถ้ามาแล้วยังอาลัยอยู่กับความรักใคร่อดีตคู่รักในหนหลัง จะมาทำไม เสียดายเวลา เสียดายชาติเกิด ทำไมไม่อยู่ครองคู่กันไปซะ มาทำไม...

    มากินไวไวกัน จะได้ถึงไวๆ อย่ามัวร่ำไรถึงท่านโน้นท่านนี้ มีจริงหรือป่าวก็ยังไม่รู้ เห็นแค่หมอกควันก็ไปทึกทักกันเนาะo_O;):p:D
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  15. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    เป็นผู้ใหญ่ใจต้องหนัก ปากต้องหนัก

    ใจต้องหนัก คือมีจิตใจหนักแน่นไม่โอนเอนอ่อนไหวกับกิเลสและโลก

    ปากต้องหนัก คือ มีวาจาที่เชื่อถือได้ ไม่พูดอะไรพล่อยๆ

    แต่ถ้ายังเป็นเด็กก็อนุโลมให้

    ไม่ต้องไปฝึกลืมหรอก พอแก่แล้วมันก็ลืมเอง สมองทำงานหนักมาทั้งชีวิต กลไกในร่างกายมันจะช้าลงไปเองแบบไม่ตั้งใจ

    ของคนอื่นไม่รู้นะ แต่เราขี้เกียจจำ มีเรื่องราวที่น่าสนใจกว่า อะไรอย่างงี้

    พอไปจดจำมาแล้วก็มาใช้สังขารปรุงแต่งเข้าไป เพื่อเสพเสวยอารมณ์ชอบ อารมณ์พอใจนั้นๆ มีตัณหาและโลภะที่จะเสพเสวยอารมณ์ตอนที่ฝันนั้นต่อไป ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แต่ความสำคัญมั่นหมายนั้นยังมีอยู่ จึงหวนระลึกทบทวนฝันขึ้นมาใหม่

    เห็นกระบวนการตรงนี้แล้วเลยไม่จำ

    สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง เกิดแล้วก็ดับ ท่านจึงบอกว่า มันเป็นมายาการ
     
  16. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    เอามาฝากค่ะ

    ความงามของต้นไม้ ไม่งามจากความสะอาด ผัก หญ้า งามจากสิ่งสกปรก จากดิน จากปุ๋ย จากของสกปรก

    ผู้มีจิตเจริญสมาธิ มันก็งาม คือสิ่งที่ไม่ดีผ่านเข้ามามันยิ่งเจริญ แต่ก่อน สิ่งไม่ดีผ่านเข้ามา แย่ ต้องมีสิ่งดีมาสู่ จึงเจริญ

    แต่สำหรับผู้มีจิตเป็นสมาธิ มันกลับช่วยให้ดี เพราะความไม่ดี เช่นนินทาไม่ดี ทุกข์ไม่ดี ไม่ทำความกระเทือนต่อผู้มีสมาธิ ยิ่งเสื่อมยศ เสื่อมลาภ ยิ่งมีทุกข์มาก ยิ่งเจริญมาก ยิ่งเบื่อหน่าย เป็นเหตุผลักดันจิตให้เจริญยิ่งๆขึ้น บางทีเจริญด้วยนินทา เหมือนถูกมีดถาก ยิ่งถากยิ่งดี บางทีเสื่อมลาภ ยิ่งวิเศษ แต่คนสามัญไม่ดี จิตตก เพราะต้องการลาภ แต่ถ้าจิตเป็นสัมมาสมาธิ มันคลายออก ทำให้ไม่ยินดีในเรื่องลาภ เห็นเป็นเครื่องฆ่าคน ทำให้มีมานะ

    ผู้มีจิตเป็นสมาธิต้องดีอย่างนี้ คนไหนจะมาลบเหลี่ยม ลบชื่อเรา เช่น เขาเรียกเราว่า หมา ยิ่งสบาย ยิ้มแย้ม เพราะหมา มันไม่มีตะราง ไม่มีกฏหมาย เขาเรียกเจ้าคุณ ไม่ค่อยชอบ เกะกะ แข้งขายาว แต่คนหลงๆ เขาชอบ คนจิตเป็น"สัมมาสมาธิ" เขาลดยศยิ่งสบายใจ เขาราดด้วยของสกปรก ยิ่งงาม เมื่อผู้ใดมีสติ มีสมาธิ ไม่มีหวั่น ยิ่งเจริญขึ้นเรื่อย

    ท่านพ่อลี ธมมธโร
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  17. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    ฟังมากๆ พูดน้อยๆ ก็จะได้ประโยชน์จากสุตตมยปัญญา

    พูดมากๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์ เพราะต้องคิดก่อนพูด จึงได้เจริญจินตามยปัญญา

    ทั้งหมดทั้งมวลเป็นรากฐาน เป็นเหตุให้เกิดภาวนามยปัญญา

    ล้วนมีคุณกับเจ้าของทั้งนั้น
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  18. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    คนที่เสมอต้น เสมอปลาย
    ย่อมมีใจหนักแน่นเชื่อมั่นในความเป็นคนดีของเธอเสมอ

    บุคคลเหล่านั้น...
    จะไม่เคยห่างไปจากเธอเลย
    เสมอต้น...เค้าดีมาอย่างไร
    เสมอปลาย...เค้าก็จะดีมาอย่างนั้น...
    เพราะเค้าเหล่านั้น

    ไ ม่ เ ค ย แ ป ร เ ป ลี่ ย น ใ จ♥️♥️
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  19. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    อ่านเถอะ...สบายใจ ☺️

    ในขณะที่เราอาจไม่พอใจในชีวิตตัวเอง
    มีอีกหลายคนที่อยากได้ อยากมีชีวิตแบบเรา

    คนอยู่ที่บ้าน....มองไปบนท้องฟ้า
    เห็นเครื่องบิน มีอยากเป็นนักบินกับเขามั่ง
    แต่นักบินมองลงมา
    เห็นแผ่นดินเห็นบ้านแล้ว เฮ้อ อยากกลับบ้าน !!

    That's LIFE !!
    มีความสุขกับชีวิตตัวเองไปเถอะ
    เพราะว่า...

    ถ้าการมีเงิน ความมั่งคั่งทำให้คนเป็นสุข คนรวยคงเดินยิ้มร้องเพลงแฮบปี้ไปตามถนนหนทางให้เห็นกันทั่ว เห็นมีแต่เด็กจนๆ เท่านั้นที่ทำแบบนั้นได้

    ถ้าอำนาจทำให้คนรู้สึกปลอดภัย ทำไมคนใหญ่คนโตต้องมีบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลังทุกโมงยาม แต่คนธรรมดาที่มีชีวิตธรรมดา นอนหลับได้สบายใจกว่ามาก ไม่ต้องวิตกจริต

    ถ้าความสวย ความหล่อและชื่อเสียงจะทำให้ความสัมพันธ์แบบรักกันยืนยาว ป่านนี้ พวกดารา ไฮโซเซเลปคงมีชีวิตแต่งงานที่เป็นสุขทุกคนแล้ว

    อยู่มันแบบเราๆ นี่แหละ...
    มีความสุขกับชีวิตตัวเองก่อนเลย
    เดินเล่นสบายใจ
    รักใครก็รักจริง
    ชีวิตก็ดีเองนะ

    - Business link เชื่อมช่อง -

    เพจ อ่านเองนะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  20. อนัตตา

    อนัตตา เล่นกับเงา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2015
    โพสต์:
    563
    ค่าพลัง:
    +380
    5iuq.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...