สารพันปัญหา ตอบโดยคุณ nopphakan

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย นารายณ์ทรงศร, 26 พฤศจิกายน 2016.

  1. wan17

    wan17 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กันยายน 2018
    โพสต์:
    4
    ค่าพลัง:
    +7
    เข้าใจคุณนพค่า มาช่วยยืนยันสิ่งที่คุณนพสอนอีกเสียง
    ให้คนที่มาอ่านเข้าใจในมุมกว้างซึ่งเป็นประโยชน์มากกว่า
    วันนี้ปั่นกระทู้กันยาวเลย 555 ง่วงแหละ จบนิทานก่อนนอน
    ขอบคุณคุณนพอีกครั้งค่า
     
  2. Ka-nit

    Ka-nit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤศจิกายน 2017
    โพสต์:
    132
    ค่าพลัง:
    +2,656
    ขอสอบถามคุณนพ ด้วยครับเรื่องการสวดมนต์
    เราสวดโดยวางจิตไว้ที่ลิ้นปี่นี่ หมายถึงหลับตาสวดแล้วนึกถึงเหมือนกันเราดูที่ตำแหน่งลิ้นปี่หรือเปล่าครับ
     
  3. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,739
    ส่วนตัวไม่แน่ใจว่า เคยพูดว่า วางจิตไว้ที่ลิ้นปี่ ในขณะสวดมนต์หรือเปล่านะครับ
    เพราะ คำว่า วางจิต ส่วนตัวไม่คุ้นกับการแนะนำให้เรื่องสวดมนต์เลยครับแต่
    เคยแต่แนะว่า กรณีจะอโหสิกรรม หรือ อุทิศส่วนกุศล ให้กำหนดว่า
    ตัวจิตอยู่กลางลิ้นปี่ แล้วกำหนดให้ขยายออกไปให้มากที่สุดในเวลา
    ที่อโหสิกรรมหรือ อุทิศส่วนกุศลครับ....


    หรือพูดว่า กรณีที่จิตคลายตัวนั้น มันจะคลายตรงบริเวณลิ้นปี่
    ที่ส่งผลให้กายเบาใจเบา


    หรือมีแต่แนะนำว่า เวลาหลับตานั่งสมาธิให้โน้มสายตามองลงที่ลิ้นปี่
    ก็เพื่อเป็นอุบายตัดความคิดจากสมองไม่ให้มาปรุ่งร่วมกับตัวจิต
    เพราะเมื่อโน้มสายตาลงมามองที่ลิ้นปี่ เหมือนสายตาพระพุทธรูปแล้ว
    เราจะรู้สึกเหมือนมีอีกตา มองผ่านเหนือระหว่างคิ้วได้เองตามธรรมชาติ
    ซึ่งสมาธิ จำเป็นมาก ที่จะต้องไม่ควรมีความคิด หรือการเผลอสร้างความคิดให้เกิด
    จากการมองแบบใช้สายตาปกติครับ ส่วนระบบลมหายใจ
    จะเหมือนตอนที่ลืมตาสวดซึ่งจะแนะนำข้างล่างต่อไป


    และเพราะทริคที่ส่วนตัวจะแนะนำ เป็นอุบายในการสร้างให้จิตทำงานได้
    ซึ่งจะไม่ได้ไปสนใจดูที่ตัวจิตครับ เพราะมันจะเป็นการทำให้จิตเกิด
    ร่วมกับความคิด ซึ่งเป็นขวางการทำงานของจิตครับ


    ส่วนตัวมักจะเน้นแบบ ลืมตาปกติสวดครับ
    เวลาสวดมนต์ ให้พยายามสวดบทที่เราสามารถท่องจำในใจได้
    และเวลาสวดนั้น ไม่ต้องสนใจวรรคตอนใดๆ เป็นไปได้ให้สวดแบบลืมตา
    ลิ้นกับปากห้ามขยับเวลาสวด ลูกนัยย์ตา ก็อย่าขยับซ้ายและขวา
    และก็ให้มองผ่าน นิ้วชี้ของมือที่พนมมืออยู่ไปข้างหน้า
    สูงประมาณ ประมาณ ๒ ถึง ๓ นิ้ว พอให้เราได้วางศรีษะสบายๆ
    ส่วนลมหายใจนั้น ก็ค่อยๆ หายใจเข้าให้ลึกผ่านลิ้นปี่ไปถึงท้องจนท้องพอง
    ร่วมกับทำความรู้สึกว่า ลมกระทบปลายจมูกด้านนอกตลอดเวลา
    และหยุดลมหายใจไว้ที่ปลายจมูกด้านนอก
    ในขณะที่หายใจออกก็ค่อยๆหายใจออกจนท้องแฟ้บ และทำความรู้สึกว่า
    ลมกระทบปลายจมูกด้านใน และหยุดลมหายใจ
    ไว้ที่ปลายจมูกด้านใน......


    นี่คือ ทริคในการสร้างความละเอียดให้กับตัวจิต
    และเป็นอุบายให้จิตเกิดความสามารถในการทำงานได้
    ในระดับอุปจาสมาธิหรือช่วงที่จิตมีความเป็นทิพย์ได้ชั่วคราว....
    โดยข้ามไปยังโหมดอากาศธาตุ ซึ่งมีความจำเป็นพื้นฐาน
    ในการเข้าถึงต้นกระแสต่างๆ ที่แฝงไว้ในบทสวดมนต์นั่นเองครับ....


    ถ้าทำได้ถูกต้องตามนี้ จะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของ
    อากาศที่อยู่รอบๆได้ด้วยตาเปล่าครับ....


    เอาว่า ที่ถามมาให้ลืมไปก่อน แล้วลองอ่านที่แนะนำดู
    จะชอบลืมตาหรือหลับตา แล้วแต่เลยครับ....


    *** ถ้าหลับตาสวดไม่สงบ ก็ให้ลืมตา ลืมตาไม่สงบ ก็ให้หลับ ***
    สวดมนต์ การเข้าถึงก็เหมือน สมาธินั่นหละครับ
    ที่แรกๆอาจจะต้องมีเรื่องเวลา มาเป็นอุบายหลอกหล่อ
    แต่เมื่อ สามารถเข้าถึงได้แล้ว เราจะเน้นที่อารย์ในการเข้าถึงสมาธิแทน
    แล้วค่อยมาพัฒนา ระยะเวลาของอารมย์ในการเข้าถึงต่อไป จะไม่ได้สนเรื่อง
    เวลาว่า ต้องกี่นาทีแล้วครับ ต่อไปการเข้าถึงอารมย์
    ซึ่งจะลดเหลือไม่กี่วินาทีก็ได้ ผลที่ได้ก็เท่ากัน
    สวดมนต์ก็คล้ายๆกันนั่นหละครับ เครเนาะ


    ทริคคือ วิธีการหายใจเป็นหลักสำคัญครับ
     
  4. AF_1

    AF_1 ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 พฤศจิกายน 2010
    โพสต์:
    62
    ค่าพลัง:
    +289
    มีเรื่องสอบถามพี่นพครับ เกี่ยวกับเรื่องการอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรของบุคคลในครอบครัว พอดีผมให้อาจารย์ ก. รักษาทางไกลให้กับภรรยาและลูกครับ ซึ่งหลังจากรักษาในแต่ละครั้ง อาจารย์ ก. จะแนะนำให้ทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร เนื่องจากทั้ง 2 คนปกติจะไม่ได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลบ่อยเท่าผม ประกอบกับอยู่ต่างประเทศ ยิ่งไม่ค่อยได้ทำครับ จึงอยากสอบถามพี่นพ ดังต่อไปนี้ครับ

    1. ผมสามารถอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายของภรรยาและลูกได้ใช่มั้ยครับ แล้วถ้าผมอุทิศให้ไม่พอหรือไม่ทั่วถึง ประมาณว่าเคลียร์ไม่หมด จะมีผลให้เจ้ากรรมนายเวรของทั้ง 2 คนมาเล่นงานผมแทนมั้ยครับ

    2. ผมควรวางกำลังใจขณะอุทิศส่วนกุศลแทนอย่างไรครับ ถ้าวางว่าอุทิศให้เฉยๆ โดยไม่หวังว่าให้ทั้ง 2 คนหายป่วย แบบนี้พอได้หรือไม่ครับ หรือว่าอธิฐานอย่างไรก็ได้ แต่อย่าไปยึดติดกับคำอธิฐานครับ

    3. ตอนนี้รักษาทางไกลมาได้ซักระยะนึงแล้ว โรคที่เคยเป็นก็รู้สึกว่าดีขึ้น แต่เป็นโรคใหม่ขึ้นมาแทน แบบนี้เปรียบเหมือนเจ้ากรรมนายเวรเก่าออกไป เจ้ากรรมนายเวรใหม่ก็เข้ามาแทนใช่หรือไม่ครับ คือภรรยาเดิมเป็นซึมเศร้า เบาหวาน ตอนนี้ซึมเศร้าดีขึ้น แต่เป็นโรคเกี่ยวกับฮอร์โมนในร่างกายไม่ปกติแทนครับ ยารักษาเบาหวานเหมือนคุมไม่ได้ ทั้งๆที่ไม่ค่อยได้กินอะไร และยาที่กินก็เรียกได้ว่าดีเกือบที่สุดแล้วครับ ต้องรักษาโดยการฟื้นฟูร่างกาย เพื่อให้ฮอร์โมนต่างๆกลับมาทำงานปกติ จำชื่อภาษาอังกฤษไม่ได้ครับ ค่ารักษาแพงเอาเรื่องอยู่ และไม่อยู่ในประกันด้วยครับ

    4.เวลาขออโหสิกรรมหรืออุทิศส่วนกุศล ให้กำหนดจิตอยู่ที่ลิ้นปี่ แล้วขยายออกไปให้กว้างที่สุด คือการนึกเป็นภาพวงกลมของจิต ขยายออกไปทุกทิศทุกทาง เหมือนลูกโป่ง แต่ขยายใหญ่เท่าที่จิตเราจะนึกได้ กำหนดแบบนี้ถูกต้องมั้ยครับ หรือว่ากำหนดเหมือนเป็นการระเบิดของแสงวงกลมออกไปไม่มีประมาณเลยดีกว่าครับ

    5. อย่างตัวผมพอจะมีความสามารถเดิมในชาติก่อนๆ ที่ใช้ในการรักษาโรคบ้างมั้ยครับ

    ขอบคุณพี่นพล่วงหน้าครับ และขออภัยที่ถามหลายข้อครับ
     
  5. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,739
    เด่วพรุ่งนี้ ช่วงบ่าย
    พี่จะมาตอบให้นะ ^_^
     
  6. ลุงเท่ง

    ลุงเท่ง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2018
    โพสต์:
    12
    ค่าพลัง:
    +9
    กราบสวัสดีครับพี่นพ (ขอเรียกพี่นะครับ)
    ไม่ค่อยจะได้เข้ามา มาเจอโพสนี้ สงสัยต้องเข้ามารบกวนให้พี่นพแนะนำการปฏิบัติบ้างนะครับ
     
  7. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,739
    มีอะไรถามพี่ได้นะ สบายๆไม่ต้องเกรงใจนะ
    ส่วน AF_1
    เด่วพรุ้งนี่ พี่จะแว๊ปไปดูภรรยา
    กับลูกให้ตามสไตล์พี่ให้นะครับ
    แต่วันนี้พี่ติดงาน ๕๐ ปีคณะวิศวะฯ
    ขออนุญาต 11รด ก่อนนะครับ ^_^
     
  8. lordsir

    lordsir สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13
    ค่าพลัง:
    +11
    อ.นพ ครับอาการปวดหน่วงระหว่างคิ้วในตอนนั่งสมาธิ นี่เป็นเพราะอะไรครับ ,ติดตามความเห็นบนครับสนใจวิธีการรักษาโรคด้วยสมาธิ ,ผมพอมีของเก่าบ้างไหมครับถ้าอยากฝึกแนวรักษา,ถึงแม้ว่าตอนนี้ก็ปรับระบบหายใจแบบที่แนะนำอยู่ คือหายใจเข้าท้องพองสุดหายใจออกท้องยุบ แต่ไม่ได้ตามลมที่ปลายจมูกนี่ได้ไหมครับ
     
  9. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,739
    เด่วพรุ้งนี้ช่วงบ่ายพี่มาตอบให้นะ lord
     
  10. ลุงเท่ง

    ลุงเท่ง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2018
    โพสต์:
    12
    ค่าพลัง:
    +9
     
  11. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,739
    อุทิศให้ได้ ช่วงที่ดีที่สุดคือ ตอนที่ ภรรยาและลูก หลับอยู่
    เพราะถ้าการที่ร่างกายเคลื่อนไหว แล้วเราจะไปเชื่อมกับในระบบธาตุ
    ร่างกายมันจะยากครับ.... หรือ อย่างน้อยถ้าไม่หลับ ก็ต้องให้ยืนนิ่งๆ
    บางที มันจะเป็นอะไรที่อธิบายให้เข้าใจได้ยาก หากบุคคลที่จะช่วย
    ยังไม่สามารถรับหรือเข้าใจเรื่องแบบนี้ได้....

    ส่วนถ้าไม่พอหรือเคลียร์ไม่หมด
    จะค้างที่ตัวเราได้เป็นเรื่องปกติ เค้าก็มาเล่นเราได้นั่นหละในลำดับต่อมา
    ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาตรงนี้ จึงต้องมีการขอบารมี พระฯ หลวงปู่ หลวงตา ก่อน
    ที่เราจะอุทิศส่วนกุศลนั่นเอง.... หลักสังเกตุเมื่ออุทิศส่วนกุศลแล้วไม่มีพลังงานตกค้างคือ
    กายและใจเราจะต้องเบา...... พวกนี้ไม่ใช่ปัญหาทำร่วมบ่อยๆกับการกรวดน้ำ
    แรกๆอาจจะใช้น้ำหลายขวดหน่อย เป็นกรณีๆไป


    ใช่ วางกำลังใจแบบนั้นหละ เพียงต่อก่อนอุทิศให้ระลึกถึงคนที่เราจะทำให้ก่อน
    ให้กำหนด ผลักตัวจิตออกจากกลางลิ้นปี่ (นึกว่า จิตอยู่ตรงต่ำแหน่งลิ้นปี่ และอยู่ตรง
    กลางร่างกายข้างใน ประหนึ่งว่า ร่างกายเราเป็นท่อปะปา แล้วกำหนดผลัก อุทิศส่วน
    กุศล จากต่ำแหน่งนี้ ออกไปให้กว้างที่สุด ไม่ต้องสนใจทิศทาง
    เวลาอุทิศส่วนกุศล ตาและลิ้นห้ามขยับ ตัวนิ่งๆ พร้อมกับเทน้ำลงพื้น...พอเข้าใจเนาะ

    เรื่องโรคมันก็เป็นประมาณนี้หละ.....ตรงนี้ให้เราอุทิศส่วนกุศลด้วยน้ำบ่อยๆ
    เด่วอาการต่างๆจะดีขึ้นเอง มันต้องทำบ่อยๆนิดหนึ่ง
    ส่วน เบาหวานให้ใช้ ใบหนานเฉาเหว่ย(ป่าช้าหลง) นำมาเคี้ยววันละ ๑ ใบ สลับกับ
    ต้มทานวันละ ๑ ใบ ขึ้นอยู่กับอาการ อนาคตลองไปตรวจน้ำตาลในเลือดดู
    สูตรจาก พระครูปลัดจิตไว ท่านหนึ่ง


    อีกอย่าง ต้องให้ภรรยา มีกิจกรรม ในการยืนหรือเดินบนดินด้วยเท้าเปล่าให้ได้
    ยิ่งทำได้ ทั้งเช้าและเย็นเลยจะดีมาก ถามว่าพอแค่ไหนในวันนั้น
    ถ้ารู้สึกว่า ร่างกายเย็น ไม่มีจุดไหนร้อน ไม่รู้สึกว่า มีลมมาเกาะแขนและขา ให้พอได้
    ประมาณนี้ ทำบ่อยๆ เด่วจะช่วยได้ทั้งโรคเก่าและโรคใหม่ที่มาตอนนี้


    กำหนดได้ แต่ไม่ใช่ลูกโป่ง ย้อนอ่านวิธีกำหนดก่อนหน้าที่พี่เขียนไว้แล้ว ที่บอกว่าอย่าใช้ท่านอนเพราะมันจะผิดวิถีแนวการเคลื่อนที่ของแรงบนโลกนี้
    ที่เราอยู่ภายใต้แรงโน้มถ่วงและแรงสนามแม่เหล็กไฟฟ้า
    วิถีแรง สำหรับการมีร่างกายนี้ ร่างกายเราจะต้องอยู่ในแนวตั้งฉากกับพื้นๆ

    ส่วนวิธีของแรงในแนวขนานพื้น มันเป็นวิถีของแรงที่กลับคืนสู่ธรรมชาติแบบถาวระ
    คือ ส่งคืนธรรมชาติเดิมแท้ก่อนจะมีกาย
    ถ้าไม่มีกายก็เรียกว่า วิถีแรงของสิ่งไม่มีชีวิต (ในส่วนวิถีแรงนะ)
    วิธีการกลับคืนสู่ธรรมชาตินี้ เราจะใช้เฉพาะกรณีดวงจิตที่ยังมีกาย
    และให้แรงขนาดพื้นเท่านั้น วิถีแรงมันถึงจะไม่คืนสู่ธรรมชาติถาวร
    ถึงจะใช้ประโยชน์ จากอัตลักษณ์ของแรงพวกนี้ได้ ในขณะที่เรามีกาย

    สรุปว่า อย่าใช้ท่านอน ที่เหลือแค่เล่าเหตุผลให้ฟัง.....




    มีครับ และหลังจากที่ได้เข้ามาอ่าน ข้อความนี้ จะทำได้ดี รับรู้ดีกว่าเมื่อก่อนด้วย......
    ลองดูอาการภรรยากับลูก ณ ตอนนี้ และ
    เราจะสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของอากาศรอบๆกายได้ด้วยตาเปล่า
    อย่าสนใจอะไรทั้งสิ้น ที่ดีคือ ต้องใส เร็ว วิ่งขึ้นบน ตรงนี้ให้ฟังไว้ก่อน
    แล้วไปอุทิศส่วนกุศล ตามที่ได้แนะนำ จะเข้าใจด้วยตัวเอง...... ^_^
     
  12. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,739
    เผลอเอาจิตไปดูมัน พูดง่ายๆคือ ไปสนใจมัน...
    เวลาเรานั่งสมาธิ และโน้นสายตาลงมามองที่ลิ้นปี่นั้น
    มันจะมีความรู้สึกขึ้นไปเหนือระหว่างคิ้วอัตโนมันเอง ถือว่าดี
    เวลาหลับตา ถ้าจะมอง เราจะมองผ่านจุดเหนื้อระหว่างคิ้วนี้ แทนสายตาปกติ
    มันจะมืดๆไม่ชัดเป็นเรื่อง ธรรมดา หัดให้ชิน เวลามองผ่านตรงนี้
    มันจะเหมือนมีตาดวงเดียว เข้าใจเนาะ
    พอมันเป็นตรงนี้แล้ว ห้ามไปสนใจ มันเป็นอันขาด ปล่อยไปเลย
    เราดูแต่ระบบ ลมหายใจที่หยุดที่ปลายจมูกเวลาหายใจเข้าออกพอ
    และก็ดูว่า ท้องยุบไหมเวลาหายใจเข้า ท้องพองไหมเวลาหายใจเข้า

    หลังจากเห็นข้อความนี้ ให้ลองไปฝึกอุทิศส่วนกุศล แบบที่แนะนำ AF_1 ดูนะ
    ว่าเรามีความชัดเจนมากน้อยเท่าไร ในการมองเห็นอากาศรอบๆกาย..
    อย่างเราน่าจะรับรู้ได้ดีอยู่นะ พี่ปรับแกนพลังงานให้แระ ลองดูนะ.. ^_^
    ทำบ่อยๆ เข้าโหมด แบบนั้นบ่อยๆ ที่ตากับลิ้นห้ามขยับและผลักออกกลางลิ้นปิ่
    แล้วสังเกตุ การเปลี่ยนแปลงของอากาศรอบๆกาย เครเนาะ
     
  13. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,739
    ฟื้นนกำลังพื้นฐาน ช่วงนี้เวลาเดินไปไหน ให้นับจำนวนก้าวให้ได้
    เช่น ไปห้องน้ำกี่ก้าว ไปโน้นนี่นั้นนับได้กี่ก้าว
    ส่วนเวลาอยู่นิ่งๆ ให้ระลึกรู้ลมหายใจเข้าและออกหยุดที่ปลายจมูก
    ดันลมหายใจเข้าให้ลึกจนท้องพอง หายใจออกให้ท้องยุบ
    แต่ห้ามตามลม ส่วนเวลาทำงานก็ทำเต็มที่ไป

    ...เด่วเอากำลังสะสมจากวิธีที่แนะนำนี้ พอซักพัก
    ถ้ามันเป็นอัตโนมัติ เด่วมันจะกลับมาในแนวๆเดิมๆได้เอง

    ปล. คล้ายๆรถพอจอดไว้นาน แล้วเอามาล้างทำความสะอาด
    เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ นำมันเบรค เติมน้ำหม้อน้ำใหม่
    เด่วมันจะอยากขับรถเอง ส่วนจะขับไปไหนก็แล้วแต่ ประมาณนี้....พอเข้าใจเนาะ
     
  14. AF_1

    AF_1 ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 พฤศจิกายน 2010
    โพสต์:
    62
    ค่าพลัง:
    +289
    ขอบคุณมากครับพี่ ชัดเจน ตรงประเด็น ตรงจุดครับ ^^ ก่อนหน้านี้อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรคนอื่น แค่พอเป็นพิธี เลยอ่วมอรทัยเลยครับ ป่วยมาเป็นสัปดาห์ 555
     
  15. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,739
    ตรงนี้พอจะทราบอยู๋ ๕๕ ต่อไปคงจะดีขึ้นแล้วหละ
     
  16. aofธีรวัฒน์

    aofธีรวัฒน์ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กุมภาพันธ์ 2019
    โพสต์:
    13
    ค่าพลัง:
    +74
    กำลังสงสัยเรื่องหน่วงๆกลางหน้าผากอยุ่พอดี
    วันนี้มาเห็นคำตอบแล้ว ขอบคุณคัฟ
     
  17. lordsir

    lordsir สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13
    ค่าพลัง:
    +11
    ขอบพระคุณครับ
     
  18. กลับตัวกลับใจ

    กลับตัวกลับใจ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +12
    ขออนุญาติ สอบถาม พี่นพ ครับ พอดีผมสงสัยเรื่อง ปราณรั่ว ครับ ปราณ นี้ใช้กระแสพลังงานของ บุญกุศล หรือ ป่าวครับ หรือ ... คือผมลองสังเกตุมาพักหนึ่งแล้วครับเป็นความรู้สึก ว่าเวลาทำบุญจะมีกระแสนี้แผ่ออกทันที คือๆต้องบอกอย่างนี้ครับ ผมสวดมนต์บทพระมหาจักรพรรดิ์ ครับ แล้วตั้งสัจจอธิฐานไว้แผ่บุญกุศลตลอดเวลา คือจะเหนื่อยมากหายใจไม่ทั่วท้องครับร่างกายเพรียมากครับ แล้วลองตั้งสัจจอธิฐานปิด กระแสตรงนี้จะอยู่ที่กายไม่แผ่ออกครับแต่ร่างกายจะแน่นตรึงๆเป็นบางที่ บวกกับร้อนด้วยต้องคอยแผ่บ่อยๆครับ คือ ใช่อย่างที่ผมคิดหรือป่าวครับหรือมีข้อแนะนำไหมครับ หากผิดพลาดประการใดกราบขอขมาครับผม
    กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ
     
  19. ลุงเท่ง

    ลุงเท่ง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กรกฎาคม 2018
    โพสต์:
    12
    ค่าพลัง:
    +9
    สิ่งที่พี่นพแนะนำมา เคยแนะนำผมเมื่อนานมาแล้ว เคยเพียรทำมา แล้วก็มาหยุดยาว จะเพียรทำต่อไปครับ
     
  20. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,739
    กะแสบุญคนละส่วนกลับปราณรั่ว
    และไม่ควรปิดเพราะจะเสียเรื่องสร้างบารมี
    การเหนื่อยเป็นธรรมดาในช่วงแรกๆ
    ขึ้นอยู่กลับกำลังสมาธิใช้งานจริง
    ถ้าถึงขั้นไม่เหนื่อยคือปฐมฌาน
    ดังนั้นทำต่อ ควรทำร่วมกับการกรวดน้ำจะช่วยได้เยอะ และต้องอาศัยทำบ่อยๆ
    เด่วร่างกายจะชินได้เอง ทำจนกว่าหายร้อน
    หายเป็นควัน ทำจนตัวเบา กายเบา
    อดทนหน่อยเด้อ
    **ใช้ทริคกำหนดออกจากกลางลิ้นปี่ +
    ลิ้นกับปากห้ามขยับ+กรวดน้ำ**



    ปราณรั่ว ตัวจิตส่งตัววิญานการรับรู้
    ไปภายนอก จนเป็นเหตุให้ร่างกาย
    ทำงานในสภาวะปกติ คือ ลืมตาตื่น
    แก้ด้วยการอฐิษฐาน
    พระครอบกายก่อนนอน ^_^
    พูดง่ายๆคือ จิตทำงานแต่กำลังสติ
    ตามไม่ทัน เพราะเวลาหลับ
    สติเราจะน้อยกว่าเวลาลืมตา
    เป็นเรื่องปกติทั่วไป
     

แชร์หน้านี้

Loading...