สอบถามค่ะเกี่ยวกับการนั่งสมาธิ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย sareejinkul, 24 พฤษภาคม 2019.

  1. sareejinkul

    sareejinkul สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2019
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +2
    ตอนนี้นั่งสมาธิมาสักพักแล้วค่ะ ประมาณครึ่งชั่วโมง ฟุ้งซ่านบางที กำหนดพุทโธแล้วก็ลมหายใจ แต่นั่งไปเรื่อยๆกลัวจะไม่มีสติ ขอผู้รู้ช่วยแนะนำการทำสมาธิเบื้องต้นด้วยค่ะ
     
  2. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    2,212
    ค่าพลัง:
    +8,840
    +++ หากสามารถ "ทำ ความรู้สึกตัว ทั้งตัว" ได้ ก็ให้ "อยู่" กับความรู้สึกตัวนั้น
    +++ การ "กำหนดพุทโธแล้วก็ลมหายใจ" นั้นหากทำได้ถูกต้อง จะจบลงที่ "ความรู้สึกตัว"
    +++ ความรู้สึกตัวนี้ เรียกว่า "สัมปชัญญะ" ซึ่งจะเป็น "สติที่ดำรงต์มั่น" และเป็นสมาธิในตัวเอง
    +++ ลองทำดู ก็จะรู้ได้ด้วยตนเอง นะครับ
     
    • ถูกใจ ถูกใจ x 5
    • โกรธ โกรธ x 5
    • อนุโมทนา อนุโมทนา x 1
    • ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย x 1
    • ดูรายการ
  3. วิญญาณนิพพาน

    วิญญาณนิพพาน ทีมงานอาสาฯ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    17,943
    กระทู้เรื่องเด่น:
    34
    ค่าพลัง:
    +20,851
    อุปสรรคของการภาวนา (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
    http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=35825




    นั่งสมาธิอย่างง่าย ๆ ใคร ๆ ก็ทำได้


    นั่งสมาธิแล้วหลับ ทำอย่างไรดี ?


    ไม่เคยนั่งสมาธิเลย ถ้าเรามาฝึกเองกลัวจะเพี้ยน ?


    ตามหัวข้อข้างบน และ clip ที่ผมนํามาให้ดูได้เลยครับคุณ sareejinkul ลองอ่านและดูให้หมดแล้วนําไปปฏิบัติได้เลยครับ ขอเป็นกําลังใจให้ในการปฏิบัตินะครับ อนุโมทนาครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤษภาคม 2019
  4. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    823
    ค่าพลัง:
    +1,282
  5. Apinya Smabut

    Apinya Smabut นิพพานังสุขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    1,062
    กระทู้เรื่องเด่น:
    28
    ค่าพลัง:
    +1,668
    ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าสมาธิมีลักษณะและอาการเป็นยังไงก่อนครับ
    เมื่อรู้ว่าสมาธิเป็นยังไงแล้ว ก็จะสามารถหาวิธีฝึกที่เหมาะกับตัวเราได้


    ส่วนนี้เป็นสมาธิที่เราสามารถพบเห็นได้ และทำความเข้าใจได้ไม่ยาก


    *** เปลี่ยนฉันทะ ***
    สมัยอยู่วัดท่าซุง ตอนนั้นคุณต๋องกำลังดัง เชื่อไหมว่าตีหนึ่งตีสองเขาลุกขึ้นมาดูถ่ายทอดสนุกเกอร์กัน แต่ตีห้าลุกขึ้นมาสวดมนต์ ทำวัตรเขาไม่ลุก เรานั่งเกาหัวมาหลายที ตกลงว่าทุกคนมีฉันทะเพียงพอ เหลือเฟือด้วย ขนาดตีหนึ่งตะกายขึ้นมาดูได้ ดูอะไร ดูถ่ายทอดสนุกเกอร์ ดูฟุตบอลโลก แต่ลุกขึ้นมาภาวนาไม่เอา ถ้าหากว่ามีฉันทะพอ ลุกขึ้นมาภาวนาตั้งแต่ตีหนึ่ง บรรลุไปนานแล้ว แล้วทำไมเราถึงไม่เปลี่ยนตัวฉันทะตัวนั้นมาใช้ในการปฏิบัติ ?

    อาตมาอาจจะเป็นคนมองเห็นมุมแปลก ๆ ที่คนอื่นเขาไม่ค่อยมองกัน เพื่อนร่วมรุ่นที่บวชพร้อมกันในพรรษานั้น มีอยู่ท่านหนึ่ง ก็คือทิดหนู ซึ่งสึกไปแล้ว อาตมาชอบอ่านนิยายจีนกำลังภายใน พอบวชแล้วก็เอาไปโละ ถวายไว้ที่โรงเรียนพระสุธรรมฯ เข้าห้องสมุด ทิดหนูก็ไปยืม

    ตอนทุ่มครึ่ง พอเลิกจากกรรมฐานที่วิหารร้อยเมตรแล้ว พวกเราก็รอว่าเสียงตามสายจะดังเมื่อไร ขณะนั้นก็จะมานั่งวิเคราะห์วิจัยแล้วก็ฉันน้ำปานะกัน คราวนี้รุ่นอาตมาเหลือมาสอง ก็คือ ตัวเองหนึ่ง กับปลัดน้อยอีกหนึ่ง ส่วนรุ่นที่บวชในพรรษา รวมแล้ว ๑๒ รูป ต้องชื่นชมว่าท่านจับกลุ่มกันเหนียวแน่นมาก ช่วยกันผลัก ช่วยกันดันในเรื่องการปฏิบัติ แต่คราวนี้ช่วงนั้น เพื่อนหลายคนยังรักษาอารมณ์การปฏิบัติยังไม่เป็น พอพ้นจากการนั่งกรรมฐานแล้วก็ทิ้งเลย พอเข้าไปห้องยาม คนนั้นจะเอาโอวัลติน คนนี้จะเอาไมโล ส่งน้ำตาลมาหน่อย ก็วุ่นวาย

    อาตมาสังเกตเห็นท่านหนูนั่งอยู่ที่เก้าอี้ อ่านกำลังภายใน ใครจะส่งข้าวส่งของผ่านหน้าข้ามหัวท่าไหนก็ไม่สนทั้งนั้น มอง ๆ เสร็จ "เฮ้ย นี่มันระดับนิโรธสมาบัติเลยนะ" จริง ๆ นะ ท่านปิดทวารหมดเลย เปิดใจอย่างเดียว คือเรื่องที่อยู่ตรงหน้า ก็เลยมานั่งคิดว่า "เอ๊ะ ทำไมเราไม่เปลี่ยนฉันทะตรงนี้มาทำกรรมฐานแทน ถ้าเราสามารถทุ่มเททำกรรมฐาน จดจ่อ ตัดสิ่งรบกวนรอบข้างไม่ให้เข้ามาในใจเลย จะวิเศษขนาดไหน ?" ดังนั้น..เวลาเห็นเขาลุกขึ้นมาดูบอล ดูสนุกเกอร์ ดูซุปเปอร์โบวล์เวลาตีหนึ่งตีสองได้ แต่ไม่ลุกขึ้นมาทำกรรมฐาน ก็เลยเซ็ง...คือฉันทะมีเพียงพอ แต่ว่าใช้ผิด

    พระครูธรรมธรเล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    เทศน์ที่บ้านอนุสาวรีย์
    เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  6. เสขะ บุคคล

    เสขะ บุคคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    1,112
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +3,706
    0A5BA1B2-4BCD-4FC9-AF64-4D651EB154B8.jpeg


    "ทางที่จะทำให้เราพ้นจากววัฏฏสงสาร"
    ที่มา โพธิญาณธรรม:หลวงปู่ชา สุภัทโท

    ...ให้โยมทำจิตให้อยู่กับลมหายใจ

    หายใจออกยาวๆ สูดลมเข้ามายาวๆ หายใจออกไปยาวๆ แล้วก็ตั้งจิตขึ้นใหม่ แล้วก็กำหนดลมว่า พุทโธ พุทโธ โดยปกติถึงแม้ว่ามันจะเหนื่อยมากเท่าไร ก็ยิ่งกำหนดลมเข้าให้ละเอียด ละเอียดเข้าไปมากเท่านั้นทุกครั้ง

    เพื่อะไร เพื่อจะต่อสู้กับเวทนา เมื่อมันกำลังเหน็ดเหนื่อยก็ให้โยมหยุดความคิดทั้งหลาย ให้โยมหยุดคิดอะไรๆทั้งปวงเสีย ให้เอาจิตมารวมอยู่ที่จิต แล้วเอาจิตให้รู้จักลมภาวนา พุทโธ พุทโธ

    ปล่อยวางข้างนอกให้หมด อย่าไปเกาะกับลูก อย่าไปเกาะกับหลาน อย่าไปเกาะกับสิ่งทั้งหลายทั้งปวงทั้งนั้นให้ปล่อย ให้เป็นอันเดียว รวมจิตลงที่อันเดียว ดูลม ให้กำหนดลม เอาจิตนั่นแหละไปรวมอยู่ที่ลม คือให้รู้ที่ลมในเวลานั้น ไม่ต้องไปรู้อะไรมากมาย กำหนดให้จิตมันน้อยไปๆ ละเอียดไปๆ เรื่อยๆ ไปจนกว่าจะมีความรู้สึกน้อยๆ มันจะมีความตื่นอยู่ในใจมากที่สุด

    อันนี้เวทนาที่มันเกิดขึ้น มันจะค่อยๆระงับไปๆ

    ผลที่สุด เราก็ดูลมเหมือนกับญาติมาเยี่ยมเรา เราก็จะตามไปส่งญาติขึ้นรถลงเรือ เราก็ตามไปถึงท่าเรือ ไปถึงรถเราก็ส่งญาติเราขึ้นรถ เราก็ส่งญาติเราลงเรือ เขาก็ติดเครื่องเรือเครื่องรถไปลิ่วเท่านั้นแหละ เราก็มองไปเถอะ เมื่อญาติเราไปแล้ว เราก็กลับบ้านเรา เราดูลมก็เหมือนกันฉันนั้น

    เมื่อลมมันหยาบเราก็รู้จัก เมื่อลมมันละเอียดเราก็รู้จัก เมื่อมันละเอียดไปเรื่อยๆ เราก็มองไปๆตามไปน้อมไปๆ ทำจิตให้มันตื่นขึ้น ทำลมให้มันละเอียดเข้าไปเรื่อยๆ ผลที่สุดแล้วลมหายใจมันน้อยลงๆ จนกว่าลมหายใจไม่มี มันก็จะมีแต่ความรู้สึกเท่านั้นตื่นอยู่ นั้นก็เรียกว่าเราพบพระพุทธเจ้าแล้ว

    เรามีความรู้ตื่นอยู่ที่เรียกว่า พุทโธ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

    ถ้าเป็นเช่นนั้นเราได้อยู่กับพระพุทธเจ้าแล้ว เราได้พบพระพุทธเจ้าแล้ว เราพบความรู้แล้ว เราพบความสว่างแล้ว มันไม่ส่งจิตใจไปทางอื่นแล้ว มันจะรวมอยู่ที่นั่น นั้นเรียกว่า เข้าถึงพระพุทธเจ้าของเรา ถึงแม้ว่าท่านปรินิพพานไปแล้วนั่นเรียกว่าพระพุทธรูป เป็นรูปกายมีรูป แต่พระพุทธเจ้าอย่างแท้จริงนั้นก็คือ ความรู้อันสว่างไสว เบิกบานอย่างนี้

    เมื่อพบเช่นนี้เราก็มีอันเดียวเท่านั้น ให้มารวมที่นี้ ฉะนั้นให้วาง วางทั้งหมดเหลือแต่ความรู้อันเดียว

    แต่อย่าไปหลงนะ อย่าให้ลืม ถ้าเกิดนิมิตเป็นรูปเป็นเสียงอะไรมา ก็ให้ปล่อยวางทั้งหมด ไม่ต้องเอาอะไรทั้งนั้นแหละ ไม่ต้องเอาอะไร เอาแต่ความรู้สึกอันเดียวเท่านั้นแหละ ไม่ห่วงเข้าหน้า ไม่ห่วงข้างหลัง หยุดอยู่กับที่ จนกว่าว่าเดินไปก็ไม่ใช่ ถอยกลับก็ไม่ใช่ หยุดอยู่ก็ไม่ใช่ ไม่มียึดไม่มีที่หมาย เพราะอะไรเพราะว่าไม่มีตัว ไม่มีตน ไม่มีเราและไม่มีของของเรา….หมด

    นี้คือคำสอนของพระพุทธเจ้า สอนให้เราหมดอย่างนี้ ไม่ให้เราคว้าเอาอะไรไป ให้เรารู้อย่างนี้ รู้แล้วก็ปล่อย ก็วาง บัดนี้มันเป็นภาระของเราคนเดียวเท่านั้น ให้เข้าถึงธรรมะอย่างนี้ อันนี้เป็นทางที่จะทำให้เราพ้นจากววัฏฏสงสาร...
     
  7. เพ็ชร คมปภ้สษ์

    เพ็ชร คมปภ้สษ์ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มกราคม 2019
    โพสต์:
    25
    ค่าพลัง:
    +10
    การเพ่งกสิณ เราต้องตามลมด้วยไหมครับ ฝึกแล้ว มันรู้สึกว่า ภาระขิงจิตมันเยอะ คือกำหนดพุธโธด้วย เพิ่งพระพุทธรูปด้วย แล้วตามลมหายใจด้วยครับ มันเรยสลับไปสลับมา เรยปล่อย มาดูลมหายใจอย่างเดียว ครับ
     
  8. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +7,994
    ตอน สลับไป สลับมา ให้ สังเกต
    การ จำสภาวะ ที่ระลึกได้ว่า กำลัง
    เกิดสภาวะ "สลับไป สลับมา"

    พอ จดจำสภาวะ "สลับไป สลับมา"
    ได้แม่นมากพอ จึงค่อย ทวนกระแส
    ไปหาเหตุ คือ ฉันทะ ที่ เกิด ดับ

    ฉันทะเกิดในบ่อกสิณ จิตก็สลับไปกสิน

    ฉันทะกสิณดับ เกิดฉันทะในบริกรรม
    จิตก้โหนตัวปล่อยไปจับกิ่ง บริกรรม

    พอฉันทะในบริกรรมดับ หากยังฝืน
    เพราะ เหนคนอื่นเขาว่าดี ก็พยายาม
    ทู้ซี้กับบริกรรม ก้จะเกิดความอึดอัด
    แทนที่จะ เห็นเหตุคือ ฉันทะใน
    บริกรรมมันดับไปซื่อๆ ด้วยจืต
    ตั้งมั่น เปนกลาง

    พอฉันทะในบริกรรมดับ.ฉันทะ
    ในบ่อกสินดับ เติมลงไปไม่ได้อีก
    จิตมันอึ๊ก อิ่มก้ถอยออกมา ภูมิจิต
    มนุษย์ใจสูงปรกติก้มารู้ ลมหายใจ

    นะ

    มีสองขั้นตอน คือ จำสภาวะ สลับ
    สลัดคืนให้แม่นๆ แล้ว สับปิติเข้า
    ห้อง ดู ฉันทะ

    จบลงด้วย จิตอิ่มบริกรรม อิ่ม
    กสิณ จิตรวมลงอัปปางงานมาที่
    ภูมิจิตปรกติอยู่กับ ภูมิจิตมนุษย์
    ซึ่งมี ใจสูง คือมีงานคือ จาคะ และ สีล

    ถ้าหลุดจากนี้ จิต จะมีสภาพ ไหลลงต่ำ

    หากเข้าใจ

    จะค่อยๆ เพิ่มระดับความ อิ่มใน
    บริกรรทอิ่มในบ่อกสิณ ให้ มีจุด
    อิ่มที่ แน่นหนามั่นคงขึ้น จนถึงจุด
    เจโตวิมุตติ

    โดยอาสัย การเหนความเปลี่ยน
    แปลงสลับ สลัดคืนไม่เหลือ เนืองๆ
    ถึงจุด ปัญญาวิมุตติ

    ภาวนาต่อไปอีก จนเหน เจโตวิมุตติ
    และ ปัญญาสิมุตติ อันไม่กำเริบกลับ

    หรือ แม้นจะ กำเริบกลับ ก้ ทราบ
    ชัดในเหตุ ของความกำเริบกลับ
    จึงสามารถพยากรณตนได้ว่า
    ไม่กำเริบแน่เพราะ เอาอยู่ รู้เท่า
    เอาทัน
     
  9. ZIGOVILLE

    ZIGOVILLE เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    196
    ค่าพลัง:
    +790
    ไม่ต้องไปคิดเยอะ อ่านเยอะ พิธีรีตองเยอะ ให้ฝึกเยอะๆ ฝึกง่ายๆ จะได้ไม่เบื่อ
    วิธีง่ายๆ คือ 1 นาที เราหายใจเข้าออกกี่ครั้ง ก็ไล่ไปด้วย พุท เข้า ออก โธ นับ 1

    ค่อยขยับไป 5 นาที

    และขยับไป 10 นาที

    15 นาที

    30 นาทีไปเรื่อยๆ

    การฝึกสมาธิก็มีแค่นี้แหละครับ ไม่ต้องไปพิธีรีตองเยอะแยะ เพราะคนทุกคนก็หายใจเข้า-ออกทั้งวัน ทำได้ทั้งวัน แต่ก่อนทำก็ตั้งอก ตั้งใจอธิษฐาน ครูอาจารย์คุ้มครองหน่อย
     
  10. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
    เมื่อไหร่ที่ดึงจิตกลับมาอยู่ใน กาย นั่นเรียกว่า มีสติ
    เมื่อไหร่ที่รู้ว่าจิตฟุ้งซ่าน นั่นเรียกว่า มีสติระลึกรู้
    พิจารณาลงไปที่ความไม่เที่ยงของ ลมหายใจ
    แค่นี้ก็จะนำท่านไปสู่ เส้นทางแห่งพระอริยะเจ้า ได้
     

แชร์หน้านี้

Loading...