พระและของมงคล...ที่สะสมพร้อมประสบการณ์ ^^

ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย poman, 18 ตุลาคม 2012.

  1. porpek

    porpek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +2,621
    ตะกรุดคู่ชีวิต หลวงพ่อโพธิ์ วัดวังหมาเน่า จังหวัดพิจิตร
    หลวงพ่อโพธิ์ เป็น พระอาจารย์ของหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
    เป็นปรมาจารย์ตะกรุดคู่ชีวิต

    d0d9b1842431b1ca3e648b5e1aa93d64.jpg

    6f61905410734b0644e356e8caef9cca.jpg

    e0c76e5c12f4074ce9b76af87bdbd371.jpg

    d790e03f0d5fec78a08b105a6c54dc72.jpg

    e80023fc99fba920363805eecfef0778.jpg

    a31432d58947e1b0ef3b791cdcf2a4aa.jpg
     
  2. porpek

    porpek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +2,621
    เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อเรื่อง วัดใหม่พิณสุวรรณ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี

    wKXDWt.jpg

    wKXl6P.jpg

    wKXA1e.jpg

    หลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง ได้นิมนต์หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก หลวงพ่อเล็ก วัดบางนมโค และหลวงพ่อเรื่อง วัดใหม่พิณสุวรรณ ไปเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ช่วยสร้างโบสถ์ ณ วัดท่าเรือ ต.แพงพวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี มีกำหนดการทำบุญ ๑๕ วัน ในงานนี้มีพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลและพระเครื่องเพื่อแจกให้กับผู้ร่วมบุญไว้เป็นที่ระลึก พระเครื่องที่ปลุกเสกและแจกในงานนี้ ซึ่งปลุกเสกโดยหลวงพ่อทั้ง ๔ รูป นำโดยหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก

    ในงานบุญครั้งนี้หลวงพ่อเรื่องได้แสดงอภิญญาเสกดาวที่ใหญ่กว่าบาตรพระ ๓-๔ เท่าให้คนเข้ามาภายในวัดได้เห็น มีผู้ศรัทธาหลั่งไหลเข้ามาที่วัด ยิ่งข่าวแพร่กระจายไปว่ามีหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอกมาร่วมในงานยิ่งทำให้ผู้คนเดินทางมาที่วัดมากมาย

    ทำให้มีผู้อยากลองความศักดิ์สิทธิ์ของพระเกจิอาจารย์ที่มาร่วมงานนี้ โดยนำวัตถุมงคลและของทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั้งใบเซียมซี,ก้านธูป, น้ำตาเทียนและของที่นำมาเข้าพิธีทุกอย่างไปลองยิงหลังวัดท่าเรือ หลวงพ่อฤๅษีฯ เกรงว่าจะทำให้ผู้ที่นำวัตถุมงคลไปลองยิงจะกระทำการปรามาสพระรัตนตรัย (หลวงพ่อฤๅษีฯ ใช้คำว่ารำคาญ) ซึ่งเป็นการล่วงเกินพระรัตนตรัย และจะเป็นบาปกรรมติดตัวโดยไม่รู้ตัว

    เช้าวันหนึ่งยังไม่ทันกินข้าวเช้า มีชายหนุ่ม ๒ พี่น้องที่นับถือศาสนาคริสต์ (คริสเตียน)

    เข้ามาที่วัดท่าเรือและร้องท้าทายว่า “อันไหนที่ยิงไม่ออกบ้าง” เพื่อจะนำไปทดลองยิง มีคุณหมอท่านหนึ่งที่มาช่วยงานได้หยิบเหรียญที่หลวงพ่อเรื่องปลุกเสกก่อนหน้า ๑ คืนส่งให้คริสเตียน ๒ พี่น้องดังกล่าวไป ๑ เหรียญ

    ทั้งสองคนนำไปลองยิงหลังวัด ครั้งแรกยิงด้วยปืนเล็ก (เข้าใจว่าเป็นลูกโม่ ๓๘) จำนวน ๒ นัดแต่ลูกปืนด้านยิงไม่ออก หนึ่งในสองคนบอกว่า “ลูกปืนมันเก่า ลองอีกทีเป็นลูกซองดีกว่า ลูกปืนมันใหม่” พอลั่นไกปืนเสียงดัง “โป้ง” สนั่นหวั่นไหว ปรากฏว่ากระบอกปืนลูกซองแตกเป็นผลทำให้สะเก็ดของปืนที่แตกกระเด็นไปถูกหน้าและลำตัวของทั้ง ๒ คน จนหน้าตาฉีกเลือดแดงฉานไปทั้งตัว

    ภายหลังลูกศิษย์ของหลวงพ่อเรื่องทราบข่าวนี้จึงได้อาราธนาให้ท่านปลุกเสกพระคาถานี้ลงในพระเครื่องที่ท่านสร้าง

    โดยเฉพาะเหรียญเสมารุ่นแรกปี ๒๔๙๙ เป็นที่ร่ำลือต่อมาว่าวัตถุมงคลของหลวงพ่อเรื่องห้ามลองยิงเกิน ๒ นัดมิเช่นนั้นกระบอกปืนจะแตก เป็นที่ศรัทธาและกลัวเกรงของลูกศิษย์ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีใครกล้าไปทดลองยิง และเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์จริงที่หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีฯ) วัดท่าซุง ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานในหนังสือธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๑๒ ปีที่ ๒ ปี พ.ศ.๒๕๒๔ หน้า ๑๐๓ – ๑๑๐

    จากการโพส
    ของคุณวีระศักดิ์ ขวัญมงคลพงศ์




     
  3. porpek

    porpek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +2,621
    ลูกอมมหากัน หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม จ.สมุทรสงคราม

    (ตลับเงิน จะเป็นแบบแจกกรรมการที่ทำบุญถวายปูน เหล็กฯลฯ ในการก่อสร้างวิหารทาน หลวงพ่อคงจะใส่ย่ามไว้เสมอ ๆ เพื่อแจกญาติโยมที่เป็นเจ้าภาพร่วมทำบุญ)

    สร้างด้วยเนื้อผงสีขาวผสมด้วยผงดินสอพองที่หลวงพ่อเขียนจารลงบนแผ่นกระดานชนวนลบและเก็บรวบรวมไว้นำมาคลุกเคล้าปั้นเป็นลูกอม มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ไม่แน่นอน ที่สำคัญหลวงพ่อคงจะจารอักขระขอมตัว นะ ไว้เพียงตัวเดียวในกระดาษสา ม้วนแบบตะกรุดแล้วจึงนำเนื้อผงที่เตรียมไว้มาหุ้มแล้วปั้นเป็นลูกกลมๆ

    นอกจากเรื่อง แคล้วคลาด เมตตามหานิยม ค้าขาย แล้วหลวงพ่อคง เวลาจะให้ลูกอมใครท่านก็จะสอนก่อนทุกคน ให้เป็นคนดีมีศีลธรรม ห้ามนำไปใช้ในทางที่ผิด คดโกงหรือไปปล้นไปลักของใคร ห้ามผิดลูกผิดเมียใครเด็ดขาด ทุกคนที่ได้ไปก็จะรับปากหลวงพ่อทุกคน แต่ก็มีบางคนที่ไปทำผิดหลวงพ่อจะรู้ได้ทันที เนื่องจากลูกอมนั้นจะแตกออกหรือไม่ก็หายไปจากตัวและกลับมาอยู่ที่กุฏิที่หน้าหิ้งบูชาของหลวงพ่อ

    5bc178324bc8893c000030ed4c855678.jpg

    48e26cf5df5a1a1b6c1ae638423f46c0.jpg

    32474e4f73520e5f80587feb87dda641.jpg

    5ebf654e18e7c98b51fec5d32d12fa35.jpg
     
  4. porpek

    porpek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +2,621
    รูปหล่อพระนาคปรกลอยองค์ พิธีพระคันธารราฐ ๒๔๗๖(แต่ทั่วไปจะระบุพ.ศ.๒๔๗๒ซึ่งเป็นการเริ่มดำเนินการจัดสร้าง มีการส่งแผ่นยันต์ให้พระคณาจารย์ต่างๆ ลงยันต์ให้ เตรียมวัตถุมงคลต่างๆ ที่จะหล่อพระ)

    สุดยอดแห่งพระหายากมากๆ เป็นพระในตำนานจังหวัดนครปฐม (มีบันทึกในหนังสือประวัติพระเครื่องนครปฐม)

    พระนาคปรกรูปหล่อลอยองค์ของท่านเจ้าคุณโชติ เนื้อพระเป็นสัมฤทธิ์เหลืองอมแดง (แก่ชนวนพระกริ่งที่พระสังฆราชแพ(พระวันรัต) ถวายทำให้เนื้อออกกระแสแดง ซึ่งพระพิมพ์อื่น ๆจะมีเนื้อออกเหลืองซึ่งได้ผสมทองเหลือง ขันลงหินเพิ่ม) เมื่อมีการสัมผัสนานๆเนื้อจะกลับกลายเป็นสีน้ำตาลไหม้ พระพักตร์เป็นศิลปะแบบอินเดีย ส่วนพญานาคมี ๗ เศียร ด้านหลังองค์พระมียันต์เฑาะว์มหาพรหม(เฑาะว์ขัดสมาธิ) ตามด้วยอุหางชี้ลง (บางองค์บรรจุกริ่ง) ขนาดสูงประมาณ ๕ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๒.๔ เซนติเมตร หนาประมาณ ๑.๔ เซนติเมตร ฐานแปดเหลี่ยม หล่อดินไทย องค์ที่ไม่อุดกริ่งจะมีดินไทยอยู่

    จำนวนการสร้างสันนิษฐาน ไม่เกินร้อยองค์ ถ้าจะประมาณ คง ๕๔ องค์ มาจาก อายุของท่านเจ้าคุณโชติตอนสร้างพระนาคปรกรูปหล่อลอยองค์นี้ปีพ.ศ.๒๔๗๖ ท่านมีอายุได้ ๕๓ ปีการสร้างพระเป็นการเจริญอายุวัฒนะต้องบวกอีกหนึ่งปี ดังนั้นจึงเป็น ๕๔ องค์ (เหตุผลมาจากท่านเกิดวันเสาร์ สร้างพระนาคปรกเป็นพระประจำวันเกิดของคนเกิดวันเสาร์ ดังนั้นท่านจึงเป็นการสร้างตามอายุท่าน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา)

    ตามบันทึกในหนังสือประวัติพระเครื่องนครปฐม ในพิธี พุทธาภิเษกวันแรก มีพระคณาจารย์นั่งปรก ๔ ทิศ ประกอบด้วย หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เป็นประธาน หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้องนั่งธรรมมาสน์ ๔ ทิศในโบสถ์ ตอนอธิษฐานจิตใกล้จะเสร็จ มีแสงสว่างจ๊า!!! ...ออกจากปากหลวงพ่อโหน่ง พุ่งไปคลุมพระทั้งหมด หลวงพ่อปานรีบลุกจากธรรมาสน์ ไปกราบหลวงพ่อโหน่ง

    อธิบายไม่ใช่หลวงพ่อปานกราบหลวงพ่อโหน่ง อย่างที่เข้าใจกัน เหตุเพราะว่า ตามประวัติหลวงพ่อปาน หลวงพ่อปานเคยไปพบเพื่อขอเรียนวิชากับหลวงพ่อโหน่ง ตามที่หลวงพ่อเนียมบอกว่าถ้าสิ้นท่านให้ไปหาท่านโหน่ง ปรากฏว่า สอบไปสอบมาวิชายันกัน คือเท่ากัน ไม่มีใครสอนใคร
    แต่หลวงพ่อโหน่งเป็นพระพิเศษในสมัยนั้นที่พระคณาจารย์ต่างยกย่อง แม้แต่เจ้าคุณเฮง วัดบ้านขอม ถ้ารู้ว่าหลวงพ่อโหน่ง มาจะไม่ทำอะไรรอจนกว่าหลวงพ่อโหน่งสั่ง มีพิธีหนึ่ง รอเป็นชั่วโมง เหลือหลวงพ่อโหน่งองค์เดียว เจ้าคุณเฮง ก็ไม่ทำอะไรบอกถ้าหลวงพ่อโหน่งไม่มายังไม่ทำอะไรทั้งสิ้น พอหลวงพ่อโหน่งมาถึง เจ้าคุณเฮงถามว่า พระท่านว่าอะไรบ้างขอรับ หลวงพ่อโหน่งถึงบอกว่า พระท่านบอกว่า พิธีต้องทำแบบนี้ ๆ ที่ให้ทำฤกษ์นั้นมันผิดใช้ไม่ได้ คือหลวงพ่อโหน่งท่านมีพระคุมอยู่ตลอดเวลา

    ดังนั้นในพิธีพุทธาภิเษกพระคันธารราฐ มีแสงออกจากปากหลวงพ่อโหน่ง ไปคลุมวัตถุมงคล หลวงพ่อปานท่านรู้ว่า เป็นด้วยพุทธานุภาพของพระพุทธเจ้า ท่านหลวงพ่อปานถึงลุกจากธรรมาสน์รีบไปก้มกราบ พระพุทธเจ้าที่คุมหลวงพ่อโหน่งอยู่นั่นเอง

    พระเครื่องคันธารราฐจัดสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๗๒ เพราะเกิดฝนแห้งแล้งอย่างหนัก ประชาชนอดอยากเป็นอย่างยิ่ง ท่านเจ้าคุณปรารภถึงเหตุนี้แล้วจึงได้จัดทำพิธีหล่อขึ้นหน้าลานพระปฐมเจดีย์ ซึ่งได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นองค์พระ ประธาน

    โดยโลหะที่ใช้หล่อผสมประกอบไปด้วย ๑.ชิ้นส่วนพระพุทธรูปสมัยทวารวดี ๒.ชิ้นส่วนขันลงหินจากชาวบ้าน ๓.แผ่นโลหะจารอักขระยันต์จากพระคณาจารย์ทั่วประเทศในสมัยนั้น ๔.แผ่นทองคำจารลงดวงประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ของพระพุทธเจ้า

    โดยหลวงปู่บุญ เป็นประธานพิธีเททอง และประธานพุทธาภิเษก เจ้าคุณศรีสนธิ์ เป็นประธานควบคุมการหล่อเนื้อพระโลหะ มีการสร้างพระหลาย ๆ อย่าง คือ

    พระพุทธรูปบูชาคันธารราฐประทับยืนปางขอฝน ขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งองค์ พระพุทธรูปบูชาคันธารราฐประทับยืนปางขอฝน ขนาด ๑๒ นิ้ว เหรียญหล่อคัน ธารราฐทรงกลีบจำปา ไม่มีหูพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่ เหรียญหล่อคันธารราฐทรงใบเสมาคว่ำ เหรียญหล่อรูปเหมือนพระเทพสุธีโชติครึ่งองค์หันข้าง พระปิดตามหาอุด พระประจำวันใบเสมาหลังยันต์ หลังองค์พระปฐมเจดีย์ รูปหล่อลอยองค์พระนาคปรก พระนาคปรกบูชา ๑ องค์ พระบูชาพระประจำวันตามผุ้สั่งดำเนินการ

    จากหนังสือประวัติพระเครื่องนครปฐม
    สาเหตุที่สร้างพระคันธารราฐ ปีพ.ศ.๒๔๗๖

    ในปี พ.ศ.๒๔๗๒ เกิดฝนแล้งทั่วไป ประชาชนต่างอดอยากเป็นอย่างยิ่ง ท่านเจ้าคุณโชติมาปรารภถึงเหตุนี้ และต่อมาท่านเจ้าคุณโชติจึงได้จัดพิธีหล่อพระคันธารราฐ (ปางขอฝน) ในการเทหล่อพระครั้งนี้ท่านเจ้าคุณโขติได้มอบหมายให้ช่างแช่ม ชื่นจิตต์เป็นผู้หล่อพระครั้งนี้(ช่างแช่มอายุมากกว่าเจ้าคุณโชติ) เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๗๖

    แล้วจำแนกแจกจ่ายไปยังวัดต่างๆ วัดละ ๑ องค์ รวม ๑๕๐ วัด เมื่อตำบลใดข้าวยากหมากแพง ประชาชนพากันอาราธนาพระคันธารราฐ ออกทำพิธีบวงสรวงขอฝน ซึ่งมีอภินิหารเป็นที่น่าอัศจรรย์ และในโอกาสนั้นได้มีการสร้างพระคันธารราฐองค์ประธานสูงประมาน ๒ เมตร ๑๐ เซนติเมตร ๑ องค์ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่บนศาลาการเปรียญ
    พระคณาจารย์ที่เข้าร่วมในพิธีพุทธาภิเษกในครั้งนี้
    ๑.หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว
    ๒.หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค
    ๓.หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน
    ๔.หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง
    ๕.หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา
    ๖.หลวงพ่อคง วัดบางกระพร้อม จ.สมุทรสงคราม
    ๗.หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง จ. นครปฐม
    ๘.พระครูอุตตรการบดี (สุข) วัดห้วยจรเข้ จ.นครปฐม
    ๙.หลวงปู่จันทร์ วัดบ้านยาง จ.นครปฐม
    ๑๐.หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา
    ๑๑. หลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง จ.นครปฐม
    ๑๒.หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ จ.สมุทรสงคราม
    ๑๓.หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ จ.สมุทรสาคร
    ๑๔.หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ จ.กาญจนบุรี
    ๑๕.หลวงพ่อวงศ์ วัดทุ่งผักกูด จ.นครปฐม
    ๑๖.หลวงพ่อห้อย วัดหอมเกร็ด จ.นครปฐม
    ๑๗.หลวงปู่ชา วัดสามกระบือเผือก
    ๑๘.พระสังฆราชแพตอนนั้นท่านยังไม่ได้เป็นพระสังฆราชยังเป็น สมเด็จพระวันรัต (ได้มอบชนวนพระกริ่งที่จัดสร้างเพื่อผสมในพระชุดนี้ด้วย)
    ๑๙.เจ้าคุณศรีสนธิ์
    ๒๐.หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ
    ๒๑.หลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา
    ๒๒.หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก
    ๒๓.หลวงพ่อจันทร์ วัดนางหนู และอาจารย์อื่นๆรวม ๑๐๘ รูป

    06c6206a7cc3a255c7d5fe5fecf08f25.jpg

    ce7d8178d1fe488d4abb392daac7aca1.jpg

    8236652469de643918e215868e9775eb.jpg

    22fb26f23371eadfb1fa685322a2a96f.jpg

    5946df110b593525c22ee2cfd34e35bc.jpg

    4f60e3c1dd555dd8ba96887139b34163.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 สิงหาคม 2019
  5. porpek

    porpek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +2,621
    พระกรุในตำนาน พระนางพญาเหล็กเปียก กรุพระธาตุพนม

    องค์นี้คราบกรุจับเต็มองค์ แต่มีกระเทาะด้านหลังจุดหนึ่ง เห็นเป็นขาวแว๊บ ๆ เวลาส่องกล้องเหมือนเป็นหยดน้ำกลิ้งไปมา ด้านหลังมีจารอักขระด้วยเต็มพื้นที่เลย

    ตำนานกล่าวว่าท่านราชครูโพนสะเม็กพระอริยสงฆ์ผู้เป็นประธานบูรณะพระธาตุพนมปีพ.ศ.๒๒๓๓-๒๒๓๖ ท่านพบเหล็กเปียกด้วยทางสมาธิ ว่ามีคุณสมบัติชุ่มเย็น กันฟืนกันฟ้าผ่า ป้องกันอันตราย เป็นวัตถุที่เป็นมงคล

    ท่านราชครูโพนสะเม็ก ได้บูรณะองค์พระธาตุพนมตั้งแต่ชั้นที่ ๒ ขึ้นไปจนถึงยอดพระธาตุ ท่านให้หล่อเหล็กเปียก เหล็กไหลขึ้นสวมยอดพร้อมด้วยฉัตรยอดองค์พระธาตุด้วย ทำให้องค์พระธาตุสง่างามและมั่นคงยิ่งขึ้น ท่านราชครูใช้เวลาบูรณะองค์พระธาตุพนมเป็นเวลา ๓ ปี

    ท่านราชครูโพนสะเม็ก เลยนำเหล็กเปียกมาหุ้มตรงส่วนบนพระธาตุพนมเพื่อป้องกันฟ้าผ่า อีกส่วนก็เทหล่อเป็นพระพิมพ์เพื่อเป็นพุทธบูชาถวายต่อพระธาตุพนม

    adffa5dc4bd1c668ad6b34146c0e6d71.jpg

    d39743652eff6fa2553f6d3aa8dda534.jpg

    bc51618187e4d554a6c853bd3e906cef.jpg
     
  6. porpek

    porpek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +2,621
    พระกริ่งในตำนานจังหวัดพิจิตร
    พระกริ่งประทานพรหรือพระกริ่งดีดน้ำมนต์ หลวงพ่อเขียน
    วัดถ้ำขุนเณร จังหวัดพิจิตร พ.ศ.๒๕๐๖
    เนื้อสำริดเหลืองอมเขียวมีกระแสพรายเงิน


    นับเป็นพระกริ่งรุ่นแรกและรุ่นเดียวของหลวงพ่อเขียน สร้างจำนวนประมาณ ๔๐๐ องค์ ออกให้ทำบุญที่วัดชัยมงคล จังหวัดพิจิตร ปีพ.ศ. ๒๕๐๖ โดยหมอแดงลูกศิษย์คนสนิทของหลวงพ่อเป็นพ่องานในการรวบรวมมวลสาร ซึ่งมวลสารส่วนหนึ่งนั้น หมอแดงได้มาจากช่อชนวนและมวลสารที่เหลือจากการหล่อพระพิมพ์ฐานหนังสือ และแผ่นยันต์ที่หลวงพ่อเขียนได้ลงยันต์ไว้ให้

    เป็นพระกริ่งต้นแบบของพระกริ่งวังกระโจมเจ้าคุณนรฯ แต่แตกต่างกันตรงที่เนื้อหาของพระกริ่งซึ่งพระกริ่งวังกระโจมเจ้าคุณนรฯจะเป็นทองเหลืองล้วน แต่พระกริ่งประทานพรหลวงพ่อเขียนจะออกสำริดเหลืองอมเขียว และจะมีกระแสพรายเงิน ขนาดพระกริ่งวังกระโจมเจ้าคุณนรฯจะเล็กกว่า และมีอุดกริ่งทุกองค์

    ส่วนพระกริ่งประทานพรหลวงพ่อเขียน จะมีช่อชนวน ๒ ช่อ และจะหล่อตัน ไม่ค่อยมีองค์ที่อุดกริ่งซึ่งองค์ที่อุดกริ่งจะมีน้อยมาก ๆ พระกริ่งประทานพรหลวงพ่อเขียนนี้มีจุดที่กลางหลังทุกองค์ จุดนี้เป็นจุดเด่นที่ใช้แยกพระกริ่งวังกระโจมของเจ้าคุณนรฯ กับพระกริ่งประทานพรหลวงพ่อเขียน บางองค์จุดนี้ก็ถูกตะไบออกหรือบางองค์ก็ติดไม่ค่อยชัด ถ้าไม่มีจุดนี้ให้พิจารณาส่วนอื่นๆ

    ด้านหน้า ศีรษะมีพระเกศาขดเป็นก้นหอย ใบหน้าเอิบอิ่มดูเย็นตามีเมตตา เปลือกตาบนประหนึ่งดั่งท่านหลับตาและแย้มริมฝีปากยิ้มเล็กน้อย ขอบตาล่างคมกริบ หัวคิ้วจรดกันทั้งสองข้างเชื่อมลงมาที่จมูกเป็นสันคม ด้านบนมีอุนาโลมหรือจุด อยู่ระหว่างกลางเหนือคิ้วทั้งสองข้าง ลักษณะมือสองข้างประสานกันที่อก นิ้วกรีดกรายเด่นชัด เสมือนดั่งท่านกำลังดีดน้ำพระพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ มีปลายจีวรพับเป็นชั้น ๆ พาดหัวไหล่ด้านซ้ายลงมาจรดที่ปลายนิ้วมือข้างซ้าย ด้านล่างมีขาขวาทับขาซ้าย ขาสองข้างทับปลายจีวรเป็นจีบ ๆ ที่ฐานมีบัวคว่ำและบัวหงายรอบฐานด้านหน้า

    ด้านหลัง มีเส้นริ้วจีวรพับเป็นสองชั้นพาดจากไหล่ซ้ายลงไปฐาน และรัดจากรักแร้ขวาไปจรดเส้นริ้วจีวรเส้นกลาง แทน ที่ฐานล่างมีเลข ๙ บางองค์ชัด บางองค์ไม่ชัด

    ใต้ฐาน มีช่อชนวน ๒ ช่อ ในช่ออาจจะมีรูบ้างไม่มีบ้าง แล้วแต่ว่าจะหล่อเต็มหรือไม่ บางองค์มีเส้นวิ่งที่ใต้ฐาน ประมาณกึ่งกลางระหว่างช่อชนวน เกิดจากเนื้อเทียนเกินตอนประกบบล็อกหน้าและบล็อกหลัง

    59c260c8441911d89ed5a06c295253a0.jpg

    0dd4fff37630173657e360531110a6a9.jpg

    e3cbf4d076d0cd586f45f64400a2af7f.jpg

    b17e7525be62e0ba9951baa164703a78.jpg
     
  7. porpek

    porpek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +2,621
    สิ่งที่ทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา

    ผ้าจีวรหลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าถ้ำขาม จังหวัดสกลนคร ขนาดกว้าง ๑๒ นิ้ว สูง ๑๘ นิ้ว หลวงปู่ฝั้นลงอักขระเต็มผืนพร้อมลงลายมือชื่อ พร้อม วันเดือนปี ไว้ให้ด้วย นำไปใส่กรอบบูชา

    และแผ่นทองแดงจาร ได้บูชามาพร้อมกัน ตอนแรกม้วนเป็นตะกรุด ได้คลี่ดู แสดงว่าทำพร้อมกันจริง ๆ ตามที่เจ้าของเดิมได้บอกไว้...

    189bc4f0d09221adc963209f06ebbb53.jpg

    dcbefcfb0766304315a29af410fe32a7.jpg

    481f0f8dce5a72b5a248130e2fa3dfa7.jpg

    c0ca7a9535d7ca4642c1be89e90c5972.jpg
     
  8. porpek

    porpek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +2,621
    ชี้แจงความเข้าใจผิดของพระกริ่งนักโทษประหาร วัดสังกัสรัตนคีรี จ.อุทัยธานี ปีพ.ศ.๒๕๐๘

    พระกริ่งนักโทษประหาร มีพิมพ์เดียวเท่านั้น คือ ด้านหลังมีหมายเลข ๙ ตัวเดียว

    ส่วนด้านหลังมีหมายเลข ๙ และตัวอักษรธรรม ว่า อิ สวา สุ เป็นพระกริ่งเจ้าคุณนร ของวัดวังกระโจม จ.นครนายก ปี พ.ศ. ๒๕๑๒

    พระกริ่งพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ วัดสังกัสรัตนคีรี จ.อุทัยธานี ปีพ.ศ. ๒๕๐๘ มีเรื่องเล่าขานกันว่า มีนักโทษประหารคนหนึ่ง อมพระกริ่งนี้ไว้ เข้าสู่ลานประหาร ปืนยาวไม่ลั่นซักนัด จนต้องตรวจดูพบนักโทษอมพระกริ่งนี้ไว้ในปากเลยนำออก แล้วลั่นปืนใหม่ ก็ประหารได้ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "พระกริ่งนักโทษประหาร"

    ซึ่งในเรือนจำบางขวางแดนประหารนักโทษ จะมีการลงอาถรรพณ์ เพื่อลบวิชา คาถาอาคมไว้ มีเทพ เทวดาที่ศักดิ์สิทธิมีฤทธานุภาพ มีเดช มีอำนาจมาก พระที่สามารถทำให้ปืนสำหรับประหารนักโทษที่ลั่นไกไม่ได้ เท่าที่ฟังมาก็มี เหรียญกงจักรหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง จ.นครปฐม ที่คุณไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม ประสบพบมา และพระกริ่งนักโทษประหารนี้แหละ

    จะแตกต่างกับพระกริ่งพระพุทธมงคลนายก วัดวังกระโจม จ.นครนายก ปีพ.ศ.๒๕๑๒ ตรงฐานพระกริ่งนักโทษประหาร เป็นวงเดือน และมีเลข ๙ ตัวเดียว ส่วนพระกริ่งพุทธมงคลนายก วัดวังกระโจม มีเลข๙ และมีอักษรธรรม ว่า อิ สวา สุ ซึ่งสร้างปีพ.ศ.๒๕๑๒ เจ้าคุณนรฯ อธิษฐานจิต

    f9ef4aad13647030ac87fd0ae018586a.jpg

    a0b08b39e0fa5a42df8c234e1cf1ab63.jpg

    7cb015c6c9adb3271e9ed80d8ca0f974.jpg

    b3556a1c07f75fc77cb420b7a434ff3d.jpg

    f94882561cf0aef4eeba7e20b8271573.jpg

    71ddedd50ad74d3031953e0370366e23.jpg
     
  9. porpek

    porpek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +2,621
    พระโคศุภราชมิ่งมงคลงาแกะ หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม

    พระโคมีขนาดกว้าง ๑.๕ นิ้ว สูง ๑ นิ้ว และพิเศษ หลวงพ่อแช่มได้ลงอักขระให้ด้วย

    ปฐมเหตุ การสร้างพระโคเมื่อหลายสิบปีก่อน ชาวบ้านดอนยายหอมต่างได้รับความเดือดร้อนจากโจรผู้ร้ายชุกชุมมาก ได้มาแอบลักขโมยฟ่อนข้าวที่กองอยู่ตามท้องนา ถึงกับต้องคอยออกไปนอนเฝ้าแทบทุกคืนก็ยังไม่วายโดนลักขโมย ทำความเดือดร้อนกันทั่วไปหมด ชาวบ้านที่เป็นชาวไร่ ชาวนาก็เลยเดินทางไปที่วัดดอนยายหอมเพื่อขอพึ่งบารมีของหลวงพ่อเงิน

    การที่จะหวังพึ่งบ้านเมืองก็เป็นไปไม่ได้ เพราะการคมนาคมเมื่อก่อนโน้นไม่สะดวกสบายเหมือปัจจุบันนี้ ทางบ้านเมืองจึงดูแลได้ไม่ทั่วถึง ชาวบ้านต่างก็ได้เล่าถึงความเดือนร้อนที่พวกตนกำลังได้รับอยู่

    หลวงพ่อเงินได้พูดกับชาวบ้านไปว่า ''เรื่องเช่นนี้ ไปหาคุณแช่มซิ ท่านช่วยได้ '' ชาวบ้านทั้งหมดจึงได้มุ่งเดินไปที่กุฏิของหลวงพ่อแช่ม แต่ต่างก็เกิดความลังเลใจสงสัยอยู่บ้างเหมือนกัน และคิดว่า ''ท่านแช่มจะช่วยอะไรพวกเราได้'' หลวงพ่อแช่มนั้นท่านได้ทราบความประสงค์ของชาวบ้านได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว เมื่อชาวบ้านมาที่กุฏิของท่านกันมากมายอย่างนี้

    ท่านได้สอบถามไปตามธรรมเนียมและได้พูดในตอนท้ายว่า ''เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงเป็นกังวลหรอกนะ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ แต่ว่าขอให้ผู้ที่มีข้าวอยู่ในกลางท้องนา เอาดินเหนียวปั้นเป็นรูปวัว ตัวไม่ต้องใหญ่มากรักหรอกเอามาให้ในเย็นวันนี้ จะเสกวัวให้ไปเฝ้ากองข้าวแทน''

    พอตอนเย็นชาวบ้านต้องก็นำเอาหุ่นวัวซึ่งปั้นขึ้นด้วยดินเหนียวมามอบให้หลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อท่านสั่งไปว่า ''พรุ่งนี้มาเอาไปนะ'' คืนนั้นแทบทั้งคืนหลวงพ่อได้ใช้เวลาอันสงบสงัดของยามราตรีทำพิธีด้วยสายสิญจน์โยงไปที่หุ่นวัวทุกตัวแล้วนั่งปริกรรมปลุกเสก วัวพยนต์ จนกระทั่งเห็นว่าวัวพยนต์ที่ปลุกเสกใช้ได้ดีแล้ว จึงได้หยุด

    รุ่งขึ้นชาวบ้านก็มาขอรับวัวพยนต์ที่หลวงพ่อปลุกเสกให้ หลวงพ่อได้สั่งกำชับไปว่า ''เย็นนี้ให้เอาวัวนี้ไปไว้ที่กองข้าวแต่ละกองแล้วตอนกลางคืนไม่ต้องออกไปนอนเฝ้า เพราะวัวพยนต์จะทำการเฝ้าแทนเอง'' ชาวบ้านได้ทำตามที่หลวงพ่อสั่งมาทุกประการ แต่ด้วยความสงสัยไม่แน่ใจ พอตอนดึกจึงได้ออกไปดักดู ปรากฏว่าในขณะที่ซุ่มดูอยู่ ได้แลเห็นเงาตะคุ่มๆประมาณ ๔-๕ คนเดินมาที่กองข้าว

    แต่พอมาถึงกองข้าวและทำท่าจะแบกฟ่อนข้าว ทุกคนที่ได้แอบอยู่ก็ต้องตกตะลึงเพราะได้ทองเห็นวัวตัวใหญ่สีดำ โผล่ออกมาจากหลังกองข้าวนั้นเอง วิ่งไล่ขวิดพวกที่มาลักขโมยฟ่อนข้าว ต่างเอะอะวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง สร้างความมหัศจรรย์แก่ผู้ที่แอบดูเป็นอย่างมาก พอตอนเช้าข่าวว่าวัวเสกของหลวงพ่อแช่มไล่ขวิดขโมยก็กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเมื่อเสร็จจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ชาวบ้านก็ได้นำเอาวัวพยนต์มาบูชาที่บ้านอีก

    ก็บันดาลให้เจ้าของบ้านเกิดโชคลาภ เกิดความร่มเย็นเป็นสุขในครอบครัว..... แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า วัวพยนต์ที่สร้างจากดินเหนียวนั้นไม่คงทนถาวร มักแตก เสียหายง่าย จึงมีการสร้างใหม่ด้วยวัสดุที่ไม่แตกหักง่าย ในครั้งต่อ ๆ มา มีทั้งขนาดบูชา และติดตัว เช่นโลหะต่าง ๆ งาแกะเป็นต้น

    หลวงพ่อได้ให้นามใหม่ว่า "พระโคศุภราชมิ่งมงคล" หลวงพ่อได้อธิษฐานจิต เพื่อความเป็นมิ่งมงคลแก่ผู้ที่บูชา ขอให้พระโคได้คุ้มครองปกปักรักษาทรัพย์สมบัติของผู้บูชาพร้อมทั้งยังให้บังเกิดโชคลาภ เพิ่มพูนทรัพย์สิน ทำมาค้าขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ถ้าท่านใดบูชาเป็นประจำทุกวันจะเป็นการเสริมดวงชะตาของท่านให้ดีขึ้น ท่านที่ดวงชะตาดีอยู่แล้วก็จะเสริมให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก

    โดยจัดน้ำใส่ถ้วยพร้อมทั้งหญ้าวางบูชาด้วยพระคาถานี้ว่า ''ตะมัตตะถัง ปะกาเสนโต พระโคศุภราชมิ่งมงคล ประดุจดั่งพญาราชสีโห วิฉิมหิโก สัตถา อาหัง''

    และมีอีกคาถาว่า คาถาสำหรับโคศุภราชมิ่งมงคลมีดังนี้......นะ...ข้านอนเจ้าจงนั่ง...นะ...ข้าสั่งเจ้าอย่าลืม......นะ...ข้าหลับเจ้าจงตื่น...นะ...อย่าลืมที่ข้าสั่ง...นะโมพุทธายะ...
    c92ce402600fbf3acaf6bbd4329f4fb1.jpg

    a256b679946951a08fd42698cecdacbd.jpg

    825c6f285784c0752d839f783b744b42.jpg
     
  10. porpek

    porpek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +2,621
    พระพิมพ์พุทธคยาตัดเดี่ยว ศิลปะพุกาม กรุเวียงท่ากาน จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อสัมฤทธิ์(สำริด) สนิมหยก

    พระพิมพ์พุทธคยาตัดเดี่ยว เนื้อสัมฤทธิ์(สำริด) เป็นพระกรุที่หายากมาก ๆ ขึ้นจากกรุน้อยมาก ส่วนมากที่พบจะเป็นเนื้อดินเผาขนาดใหญ่ แต่เนื้อสัมฤทธิ์(สำริด) พิมพ์นี้ จะตัดเดี่ยวเหมือน พระสามหอมที่มีแบบตัดเดี่ยวเป็นเนื้อดิน ท่านยูสเซอร์เนม “วัดท่าซุง” ก็มี ๑ องค์เนื้อสัมฤทธิ์(สำริด) เหมือนกัน

    ซึ่งได้ตัดภาพพระพิมพ์พุทธคยาเนื้อดิน และได้ชี้จุดที่เนื้อดินเหมือนกับเนื้อสัมฤทธิ์(สำริด) ที่เหมือนกันจนกล่าวได้ว่าคือพิมพ์เดียวกันแต่ตัดให้เป็นพิมพ์เดี่ยว

    เวียงท่ากาน เป็นกลุ่มโบราณสถานและคูเมืองแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองลำพูนและตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว ๑๕ และ ๓๐ กิโลเมตรตามลำดับ สร้างเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ในสมัยพระเจ้าอาทิตยธรรมิกราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรหริภุญชัย ปรากฏหลักฐานในเอกสารทางประวัติศาสตร์ครั้งแรกในชื่อว่า "บ้านตะก๋า" สร้างขึ้นเพื่อเป็นเมืองหน้าด่านของอาณาจักรหริภุญชัย ต่อมาได้ขึ้นตรงต่อพญามังรายแห่งอาณาจักรล้านนา

    พระพิมพ์พุทธคยา ศิลปะพุกาม(มอญ พม่า) ส่วนมากเป็นพระเนื้อดินเผาขนาดใหญ่ พระพิมพ์แบบซุ้มพุทธคยานี้ สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ ศิลปะแบบพุกาม(มอญ พม่า) เป็นการรับอิทธิพลจากอินเดีย แล้วนำมาประยุกต์ให้เป็นศิลปะแบบเฉพาะตัว

    พระพิมพ์ศิลปะศรีเกษตรและพุกามของ มอญ พม่า

    อายุ: ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ – ๑๖

    ศิลปะแบบศรีเกษตร และพุกามของพม่า

    เป็นศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจาก ศิลปะอินเดีย แบบปาละโดยตรง สังเกตได้จากลักษณะการนั่งที่ยังคงเป็นการนั่งขัดสมาธิเพชร แตกต่างกันที่การนั่งขัดสมาธิจะเทลาดลงมาด้านหน้า และพระวรกายและพระพักตร์ ไม่ล่ำสันเหมือนแบบอินเดีย พระพิมพ์ศิลปะนี้สามารถสังเกตได้จากซุ้ม และสถูปที่คล้ายกับแบบพุทธคยาของอินเดีย โดยคาดว่าน่าจะมีการเผยแพร่เข้ามายังดินแดนหริภูญไชยราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๕ พระพุทธรูปศิลปะนี้ประกอบด้วย พระรอด พระสิบสอง พระสามหอม ฯลฯ
    c0xBWI.jpg

    c0xfKP.jpg

    c0xhPt.jpg


    ยืมภาพยูสเซอร์เนม "วัดท่าซุง" ซึ่งท่านมีเหมือนกัน
    c0x4nZ.jpg

    ตัดภาพพระพิมพ์พุทธคยา แสดงให้เห็นว่าเนื้อสัมฤทธิ์(สำริด) เป็นพิมพ์เดียวกับเนื้อดิน
    c0xY40.jpg

    ยืมภาพพระพิมพ์พุทธคยา ศิลปะพุกาม แบบเต็มองค์
    c0xzxu.jpg

    ยืมภาพพระพิมพ์พุทธคยา ศิลปะพุกาม แบบเต็มองค์
    c0x7aR.jpg
     
  11. porpek

    porpek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +2,621
    พระปิดตาปรมาจารย์เขาอ้อ

    พระปิดตาพิมพ์ว่าวจุฬา แกะจากเขาควายเผือกถูกฟ้าผ่าหลวงพ่อเอียด วัดเขาอ้อ จ.พัทลุง องค์นี้มีร่องรอยถูกฟ้าผ่าชัดเจนมีรอยดำไหม้ทั่วองค์ เจ้าของเดิมบูชาติดตัวจนเป็นสีน้ำผึ้งแล้ว

    cqJEXa.jpg

    cqJbzq.jpg

    cqJjxz.jpg
     
  12. porpek

    porpek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +2,621
    หมากทุยแห่งปรมาจารย์เมืองเพชร

    หมากทุยหลวงปู่เปลี่ยน วัดเขาบันไดอิฐ จังหวัดเพชรบุรี พระผู้เป็นพระอาจารย์หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ

    เมื่อหลวงปู่เปลี่ยนมรณภาพเมื่อปีพ.ศ.๒๔๖๑ ได้พบหมากทุยหลวงปู่เปลี่ยนตกค้างจำนวนหนึ่งไม่มาก

    หลวงพ่อแดงนำมาแจกจ่ายให้ลูกศิษย์ พร้อมบอกว่า

    "ให้เก็บไว้ให้ดี ๆ เอาไว้คุ้มครองป้องกันตัว เป็นของอาจารย์ฉัน"

    cjv6XJ.jpg

    cjvrzb.jpg


    cjv8xf.jpg
     
  13. porpek

    porpek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +2,621
    พระยอดขุนพล พระอาจารย์นำ แก้วจันทร์
    หลังฝังลูกปัดทราวดี ปีพ.ศ.๒๕๑๙
    อธิษฐานจิตพร้อมเหรียญรุ่นแรก


    clrUxz.jpg

    clrq68.jpg

    clrEWR.jpg

    cl8Wbb.jpg
     
  14. porpek

    porpek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +2,621
    พระมเหศวรพิมพ์ใหญ่เนื้อชินเงิน
    กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี


    cnG9Re.jpg

    cnG3zt.jpg

    cnGT6l.jpg
     
  15. porpek

    porpek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +2,621
    เหรียญหล่อ วัดแก้วไพฑูรย์ ปีพ.ศ. ๒๔๗๘ พิมพ์นิยมมีหูเหรียญ

    เหรียญนี้มีสองพิมพ์คือมีหูเหรียญ(นิยม) และตะไบชิดไม่มีหูเหรียญ หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง อธิษฐานจิต

    เหรียญหล่อของหลวงพ่อไปล่เอง สร้างปีพ.ศ. ๒๔๗๘ เช่นกัน ราคาแพงมากๆ จนจับต้องยาก หาเหรียญหล่อ วัดแก้วไพฑูรย์ ไว้ทดแทนกันได้ เพราะหลวงพ่อไปล่ อธิษฐานจิตเหมือนกัน เห็นมีคำบอกเล่าว่า เพื่อทดแทนพระคุณพระอาจารย์ของท่าน คือ หลวงปู่บุญ วัดแก้วไพฑูรย์ หลวงพ่อไปล่ ท่านเลยอธิษฐานจิตให้ เนื่องจากทางวัดแก้วไพฑูรย์ มาขออนุญาตออกวัตถุมงคลเพื่อทำบุญวัด

    หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง บางขุนเทียน กรุงเทพ ตามประวัติเล่าต่อๆ กันว่า มีคนถามท่านว่า คงกระพันชาตรีมีจริงไหมครับ ท่านไม่ตอบ แต่หยิบมีดโกนหนวดออกมา แล้วเฉือนง่ามมือง่ามเท้าให้ดู ปรากฎว่ามีดโกนไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่มีแม้แต่รอยยางบอน หลวงพ่อไปล่ท่านยังบอกอีกว่า
    "ของจะเหนียว ต้องเหนียวยัน ง่ามมือ ง่ามเท้า"

    cMhIqV.jpg

    cMhMHQ.jpg

    cMhFfN.jpg

    cMkdSS.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...