ปัจฉิมวาร (น้อมรำลึกวัน มรณภาพหลวงปู่ดู่ 17 มกราคม 2533 เวลา ตี ๕) โดยอาจารย์ศุภกฤษณ์ชัยวงค์

ในห้อง 'หลวงปู่ดู่ และ หลวงตาม้า' ตั้งกระทู้โดย montrik, 16 มกราคม 2020.

  1. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    8,279
    กระทู้เรื่องเด่น:
    55
    ค่าพลัง:
    +9,339
    ปัจฉิมวาร (น้อมรำลึกวัน มรณภาพหลวงปู่ดู่ 17 มกราคม 2533 เวลา ตี ๕)
    (เรื่องนี้เขียนโดย อาจารย์ศุภรัตน์ แสงจันทร์ เมื่อปี 2534 เขียนในหนังสือพระผู้จุดประทีปในดวงใจครับ)
    นับเเต่พ.ศ.2525 เป็นต้นมาหลวงปู่ดู่ต้องรับภาระหนักในการรับเเขกจนกระทั้งสุขภาพของท่านทรุดโทรมขึ้นทุกวันโดยปรกติท่านจะอยู่ที่กุฏของท่านเพื่อโปรดญาติโยมโดยไม่รับกิจนิมนต์ไปที่ไหนๆเลยปีนึ่งๆท่านจะออกกุฏิเพียงลงอุโบสถเพียง3ครั้งเท่านั้นคือวันเข้าพรรษา วันออกพรรษา เเละวันอนุโมทนาผ้ากฐิน
    ด้วยปณิธานที่ตั้งไว้. สู้เเค่ตาย ท่านใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงเเม้บางครั้งจะมีโรคมาเบียดเบียนอย่างหนักท่านก็สู้อุตส่าห์ออกโปรดญาติโยมเป็นปกติ พระที่อุปัฏฐากท่านได้เล่าให้ฟังว่าบางครั้งถึงเวลาที่ท่านต้องพยุงตัวเองขึ้นด้วยอาการสั่นเเละมีน้ำตาคลอเบ้าท่านก็ไม่เคยปริปากให้ใครต้องเป็นห่วงเเละกังวลเลยในปีท้ายๆท่านถูกตรวจพบว่าเป็นลิ้นหัวใจรั่วเเม้นายเเพทย์จะขอร้องให้ท่านเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลท่านก็ไม่ยอมไป ท่านเล่าให้ฟังว่า เเต่ก่อนเราเคยอยากดี เมื่อดีเเล้วก็เอาให้หายอยาก อย่างมากก็เเค่สู้ให้ตาย ใครจะเหมือนข้า ข้าบนตัวตาย
    มีบางครั้งที่ได้รับข่าวสารว่าท่านล้มขณะกำลังลุกเดินออกจากห้องเพื่อมาโปรดญาติโยมในตอนเช้าคือประมาณ6นาฬิกา อย่างที่เคยปฎิบัติทุกวันโดยปกติที่ท่านสุขภาพเเข็งเเรงดีท่านจะเข้าจำวัดประมาณ4-5ทุ่ม เเต่กว่าจะจำวัดจริงๆประมาณเที่ยงคืน ตีหนึ่ง เเล้วมาตื่นนอนตอนประมาณตีสามมาช่วงหลังที่สุขภาพไม่เเข็งเเรงจึงตื่นประมาณตีสี่หรือตีห้าเสร็จกิจการทำวัตรเช้า เเละธุระส่วนตัวเเล้วจึงออกมาโปรดญาติโยมที่หน้ากุฏิ
    ประมาณปี2532 หลวงปู่ดู่พูดหลายครั้งนความหมายว่าใกล้ถึงเวลาที่ท่านจะละสังขารนี้ไปเเล้ว จนกระทั้งถึงวันที่16 มกราคม 2533 ในตอนบ่ายขณะที่ท่านกำลังเอนกายพักผ่อนอยู่นั้นมีนายทหารอากาศผู้หนึ่งมากราบนมัสการท่านเป็นการมาครั้งเเรก หลวงปู่ได้ลุกขึ้นนั่งต้อนรับด้วยหน้าตาที่สดใสราศีเปล่งปลั่งเป็นพิเศษ กระทั้งบรรดาลูกศิษย์ ณ ที่นั้นเห็นผิดสังเกต หลวงปู่เเสดงอาการยินดีเหมือนรอคอยบุคคลผู้นี้มานาน ต่อไปนี้ข้าจะได้หายเจ็บหายไข้เสียที ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าท่านกำลังจะโปรดลูกศิษย์คนสุดท้ายของท่าน หลวงปู่ดู่ท่านได้เเนะนำการปฎิบัติพร้อมทั้งให้เขานั่งปฎิบัติต่อหน้าท่านซึ่งเขาก็สามารถปฎิบัติได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ท่านย้ำในตอนท้ายว่า ข้าขอฝากให้เเก่ไปปฎิบัติต่อ ในคืนนั้นก็ได้มีคณะศิษย์มานมัสการท่าน ซึ่งการมาในครั้งนี้ ไม่มีใครคาดมาก่อนเช่นกันว่าเป็นการมาพบกับสังขารธรรมของท่านเป็นครั้งสุดท้ายเเล้วหลวงปู่ดู่ได้เล่าให้ศิษย์คณะนี้ฟังด้วยสีหน้าปกติว่า ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดในร่างกายที่ไม่เจ็บปวดเลย ถ้าเป็นคนอื่นคงเข้าห้องไอซียูไปนานเเล้ว พร้อมทั้งพูดหนักเเน่นว่าข้าจะไปเเล้วนะ ท้ายที่สุดท่านได้เมตตากล่าวย้ำให้ทุกคนตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ถึงอย่างไรก็ขออย่าได้ทิ้งการปฏิบัติ นี้เป็นดุจปัจฉิมโอวาทของหลวงปู่ พระ.... ผู้เป็นดุจพ่อ พระ... ผู้เป็นดุจครูอาจารย์ พระ... ผู้จุดประทีปในดวงใจ ของผู้เป็นศิษย์ทุกคนอันจะไม่สามรถลืมเลือนได้เลย ท่านได้ละสังขารไปด้วยความสงบด้วยโรคหัวใจในกุฏิท่านเมื่อเวลาประมาณ5นาฬิกา ของวันอังคารที่17มกราคม พ.ศ.2533 อายุได้85 ปี 8เดือน อายุพรรษา65 พรรษา บัดนี้สิ่งที่คงอยู่มิใช่สังขารธรรมของท่านหากเเต่เป็นหลวงปู่ดู่องค์เเท้ที่เป็นนามธรรมซึ่งจะคงอยู่ตลอดไป ธรรมทั้งหลายที่ท่านได้พร่ำสอนทุกวรรคตอนเเห่งธรรม ที่บรรดาศิษย์ได้น้อมปฎิบัตินั้นคือการที่ท่านได้เพาะเมล็ดพันธุ์เเห่งความดีงามบนดวงใจของศิษย์ทุกคน ซึ่งนับวันจะเติบโตผลิดอกออกผลเป็นสติเเละปัญญาบนลำต้นที่เเข็งเเรงคือ สมาธิ เเละบนพื้นดินที่มั่นคงเเน่นหนาคือศีล สมดังเจตนารมณ์ที่ท่านได้ทุ่มเททั้งชีวิตด้วยเมตตาธรรมอันยิ่ง อันจักหาได้ยากทั้งในอดีตปัจุบันเละอนาคต ตราบใดก็ตามที่เเก่ยังไม่เห็นความดีในตัว ก็ไม่นับว่าเเก่รู้จักข้า เเต่ถ้าเมื่อใดที่เริ่มเห็น ความดีในตัวเองเเล้ว เมื่อนั้น ข้าว่าเเก่รู้จักข้าดีขึ้นเเล้ว
    เกร็ดความรู้เพิ่มเติม
    ทำไมหลวงปู่ดู่ท่านถึงสั่งให้เผาท่านในลักษณะท่ายืน เพราะท่านบอกว่าจะต้องเดินจาริกโปรดคนอยู่
    พิธีสวดอภิธรรมท่าน มี ปีกว่า อาจารย์ศุภรัตน์ แสงจันทร์เป็นเจ้าภาพ ๑ วัน
    หมอที่ดูแลอาการป่วยหลวงปู่ดู่ คือ หมอพิเชฐ และเป็นกรรมการวัด ตอนหลังได้ลาออกจากการเป็นกรรมการวัดพร้อมอาจารย์ ศุภรัตน์ แสงจันทร์
    ทางมูลนิธิ ที่อาจารย์ท่านร่วมอยู่ได้ดำเนินเรื่องของ ไฟพระราชทานให้หลวงปู่จนสำเร็จ โดยพระราชทานผู้แทนพระองค์พระเทพฯ

    อาจารย์ศุภรัตน์ แสงจันทร์
    (อาจารย์ศุภกฤษชัยวงค์)
    FB_IMG_1579139171117.jpg FB_IMG_1579139168360.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...