ทำไม 'กษัตริย์จากประเทศเลโซโท' ถึงเสด็จมาถวายพระราชสักการะพระบรมศพถึงยังประเทศไทย?

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย 2499, 7 พฤศจิกายน 2016.

  1. 2499

    2499 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กันยายน 2005
    โพสต์:
    441
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +6,018
    [​IMG][​IMG]
    ภาพจากเพจ กระทรวงการต่างประเทศ



    เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 แห่งเลโซโท เสด็จฯ ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพและทรงพระอักษรแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และอาคารสำนักราชเลขาธิการ ในพระบรมมหาราชวัง


    อ่านถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่า ประเทศเลโซโทอยู่ตรงไหนของโลกนะ (อยู่ใกล้ประเทศแอฟริกาใต้) แล้วกษัตริย์พระองค์นี้ทำไมถึงเสด็จมาไทยเลย ทั้งๆถ้าจะเสด็จไปถวายอาลัยยังสถานทูตไทยในแอฟริกาใต้อาจจะง่ายกว่าหรือจะส่งสาสน์แสดงความเสียใจมาก็ได้ แต่พระองค์ทรงเสด็จมาถึงไทยเลย ทั้งๆที่ก็ไม่ใช่ใกล้ๆ


    เรามีคำตอบมาฝากค่ะ จากเพจบ้านสวนบุญยังรักในหลวง
    https://www.facebook.com/permalink....451643440&id=1067094603301894&hc_location=ufi


    ทำไมกษัตริย์ เลโซโท ถึงมาถวายความเคารพพระบรมศพในหลวง ร.๙ ถึงประเทศไทย ? ? ?


    เมื่อวาน ที่เห็นข่าวกษัตริย์เลโซโท เสด็จมาถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่๙ จึงเกิดข้อสงสัยว่าทำไมพระองค์ถึงมาได้ ไทยกับเลโซโทมีความสัมพันธ์กันอย่างไร


    หาข้อมูลจนพบว่า ไม่เพียงแต่ที่กษัตริย์เลโซโท เคยเข้าร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ครั้งนั้น พระองค์ได้เสด็จไปยังศูนย์พัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่ เป็นการส่วนพระองค์ พระองค์สนประทัยในการทำเกษตรผสมผสาน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงร.๙ มาก ถึงกับขอพระบรมราชานุญาตนำแนวทางเกษตรผสมผสานและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในประเทศเลโซโท เนื่องจากประเทศเลโซโท เป็นประเทศเล็กๆ ขนาดใหญ่กว่าจังหวัดอุบลราชธานีของไทยนิดหน่อย อยู่บนที่ราบสูง พรมแดนถูกห้อมล้อมด้วยประเทศแอฟริกาใต้ ไม่มีทางออกสู่ทะเล ภูมิประเทศค่อนข้างแห้งแล้ง ผลิตอาหารไม่เพียงพอต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ขาดดุลย์การค้ามาก

    [​IMG]
    และแล้วภายหลังจากปี 2549 ในหลวง ร.๙ ส่งเจ้าหน้าที่จากไทยไปให้ความรู้ มอบทุนในการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเกษตรตัวอย่างในประเทศโลโซโทขึ้น จนเวลาผ่านไป เกษตรกรเลโซโทสามารถผลิตอาหารได้ เป็นที่สนใจของประชาชนชาวเลโซโทมากและกำลังดำเนินรอยตาม นับว่าประสบความสำเร็จมาก


    และในปี 2554 พระเทพฯ เสด็จเยือนเลโซโท เพื่อติดตามคว้ามก้าวหน้า และพบว่าการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง การทำเกษตรผสมผสานมาใช้ในเลโซโท ประสบความสำเร็จแล้ว จึงได้ส่งมอบอาคารการดำเนินการให้เจ้าหน้าที่เลโซโทดำเนินการต่อ นับเป็นพระราชหฤทัยที่ในหลวงร.๙ ทรงมีต่อประชาชน ไม่เฉพาะประเทศไทย แต่ยังเผื่อแผ่ไปยังประชาชนโลก
    [​IMG]


    เราหาข้อมูลต่อจนพบว่า ในไทยนั้นมีกงสุลของเลโซโทอยู่แถวจรัญสนิทวงศ์ เข้าไปในเว็บไซต์ก็เจอข่าวน่าสนใจข่าวหนึ่งเกี่ยวกับ หนังสือท่องเที่ยว THE PRIDE OF THAIS AND AFRICANS เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ออกมาตอนปี 2557

    [​IMG]

    ที่มาของหนังสือเล่มนี้ “เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2557 อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของพระองค์ผ่านโครงการหลวงต่างๆ อาทิ ทรงโปรดเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเกษตรแบบผสมผสานให้กับประเทศเลโซโท เมื่อครั้ง ฉลองการขึ้นครองราชย์ครบ 60 ปี สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 แห่งราชอาณาจักรเลโซโท ได้เสด็จร่วมงานด้วย หลังจากนั้นได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปยังภาคเหนือ เพื่อเยี่ยมชมโครงการหลวงที่จังหวัดเชียงใหม่ เพราะเห็นว่าประเทศไทย และประเทศเลโซโทเป็นประเทศเกษตรกรรมเช่นเดียวกัน และทรงได้ขอพระราชทานนำทฤษฎีการเกษตรแบบผสมผสานไปใช้ที่เลโซโท เพราะเลโซโทสามารถผลิตอาหารได้เพียง 1 ใน 3 ของความต้องการทั้งหมด ที่เหลือต้องนำเข้าจากประเทศอื่นๆ และถ้าเกษตรแบบผสมผสานสามารถใช้ได้จริง เลโซโทจะสามารถผลิตอาหารเองได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในหลวงทรงอนุญาต และให้ความสนับสนุนในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านบุคลากร วิชาการ เงินทุน อุปกรณ์ รวมถึงการส่งวิทยากรไปฝึกอบรมให้กับนักวิชาการ และเกษตรกรที่เลโซโท


    โดยพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 ได้พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ จำนวน 40 ไร่ ให้ทดลองทฤษฎีการเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งตอนนี้การทดลองได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และกำลังขยายไปยังส่วนต่างๆ ของเลโซโท และในพื้นที่ดังกล่าว ยังมีห้องจัดแสดงพระอัจฉริยภาพของในหลวงที่สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ทั้งปี นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของการทำปุ๋ยหมักที่ทรงส่งวิทยากรไทยไปสอนวิธีทำปุ๋ยหมักแทนการใช้ปุ๋ยเคมี สามารถช่วยเกษตรกรชาวเลโซโทประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกมาก และมีผลผลิต ที่ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น รวมถึงโครงการพระดาบสที่สวาซิแลนด์ในส่วนของการเพาะเห็ด ซึ่งเป็นโครงการสนองพระราชดำริของพระราชชนนี Indlovukazi แห่งราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ เพื่อพัฒนาการเพาะเห็ดให้เป็นแหล่งอาหารและแหล่งรายได้สำหรับเกษตรกร โดยเฉพาะกลุ่มสตรี อีกด้วยโดยหนังสือเล่มนี้ จะจัดทำพิเศษขึ้นใหม่อีก 3 ชุด เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 แห่งราชอาณาจักรเลโซโท และสมเด็จพระราชาธิบดีสวาติที่ 3 แห่งราชอาณาจักรสวาซิแลนด์ในลำดับต่อไป”


    พระบารมีของรัชกาลที่เก้าของพวกเราช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน

    เพิ่มเติมคลิปค่ะ



    <iframe src="https://www.youtube.com/embed/JJ611EOAmqE" allowfullscreen="" width="853" height="480" frameborder="0"></iframe>



    ขอบคุณที่มา https://www.dek-d.com/board/view/3700444/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 122601248.jpg
      122601248.jpg
      ขนาดไฟล์:
      137.7 KB
      เปิดดู:
      2,364
    • 122601249.jpg
      122601249.jpg
      ขนาดไฟล์:
      380.2 KB
      เปิดดู:
      1,680
    • 122601263.jpg
      122601263.jpg
      ขนาดไฟล์:
      46.5 KB
      เปิดดู:
      1,669
    • 557000014859201.JPEG
      557000014859201.JPEG
      ขนาดไฟล์:
      73.3 KB
      เปิดดู:
      1,695

แชร์หน้านี้

Loading...