ทำบุญสร้างกุศลรับปีวัวไหว้พระบรมสารีริกธาตุครบองค์งาน"พุทธมหาอาณาจักรแห่งทิเบต"

ในห้อง 'ข่าวพุทธศาสนา' ตั้งกระทู้โดย คือ~ว่างเปล่า!, 27 พฤศจิกายน 2008.

  1. คือ~ว่างเปล่า!

    คือ~ว่างเปล่า! เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,647
    ค่าพลัง:
    +472
    'ทำบุญสร้างกุศลรับปีวัว'ไหว้พระบรมสารีริกธาตุครบองค์งาน"พุทธมหาอาณาจักรแห่งทิเบต"

    ทำบุญสร้างกุศลรับปีวัว ไหว้พระบรมสารีริกธาตุครบองค์ งาน"พุทธมหาอาณาจักรแห่งทิเบต"

    โดย เบญจมาภรณ์ บำราพรักษ์




    <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>[​IMG]
    พระราชวังโปตาลและธรรมจักรวัดโจคัง ทิเบต</TD></TR></TBODY></TABLE>
    สภาวการณ์ของบ้านเมืองที่วุ่นวายอยู่ในขณะนี้ ยากจะหาทางออกหรือข้อยุติแห่งปัญหา ผู้คนในประเทศแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่าย กลุ่มเล็กกลุ่มน้อย ต่างเหล่าต่างความคิด ไม่ยอมลดราวาศอกซึ่งกันและกัน

    จนทำให้เกิดไฟชนวนการปะทะกันรุนแรงถึงขั้นสูญเสียชีวิต ตัวอย่างเช่นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นภาพความอนาถใจที่คนไทยต่างประหัตประหารฆ่ากันเอง แต่มีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่พยายามเรียกร้องความสงบสันติสุขให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราด้วยการยุติความรุนแรง

    แต่จะว่าไปแล้วปัญหาก็ยังอยู่ ไม่หมดสิ้นไป ดังนั้น หนทางหนึ่งที่เป็นทางออกพอให้ผ่อนหนักเป็นเบาได้บ้าง และช่วยให้จิตใจของคนไทยมีที่พึ่งพิง มีความหวัง คลายทุกข์ คือ การกราบไหว้สิ่งศักดิสิทธิ์และทำบุญทำทานสร้างกุศล ซึ่งตั้งแต่ต้นปีมาแล้วจะสังเกตว่าประเทศไทยมีการจัดงานบุญใหญ่ๆ เกิดขึ้นหลายครั้ง ทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เพื่อช่วยให้ประชาชนคลายทุกข์ใจลงไปได้บ้าง

    มาครั้งนี้ปีหนูกำลังจะผ่านพ้นไปแล้ว รอต้อนรับปีวัวที่กำลังเดินทางมาในไม่ช้า

    ดังนั้น เพื่อเป็นการทำบุญสร้างกุศล ให้ประเทศชาติและประชาชนรอดพ้นจากความทุกข์และความเดือดเนื้อร้อนใจ "วรธนัท อัศกุลโกวิท" ผู้ซึ่งเคยจัดงานมหาพุทธบูชาพระบรมสารีริกธาตุโลก เชิญชวนประชาชนทั่วเมืองไทยไหว้สักการะพระบรมสารีริกธาตุเกือบหมื่นองค์ที่อิมแพค เมืองทองธานีมาแล้ว

    คราวนี้ได้เตรียมจัดงานบุญครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งชื่อว่างาน "พุทธมหาอาณาจักรแห่งทิเบต" เชิญชวนพุทธศาสนิกชนไปสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ 100,000 องค์ ซึ่งรวบรวมมาจากที่ต่างๆ ในประเทศทิเบต โดยงานดังกล่าวจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง 7 ธันวาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ที่ฮอลล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี เช่นเคย

    เพราะปีใหม่ที่จะมาถึงใครๆ ก็ว่าเป็นปี "วัวบ้า" ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง จะยุ่งเหยิงวุ่นวายโกลาหลกว่าปีหนูเป็นไหนๆ

    เอาแค่เบาะๆ จากคำทำนายของเหล่าโหราจารย์ที่ปรากฏออกมาจากสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ต่างระบุถึงเหตุร้ายและชะตากรรมที่คนในบ้านเมืองจะต้องประสบพบเจอ

    เช่น เรื่องของภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ วาตภัย อุทกภัย แผ่นดินไหว จะพบกับเหตุการณ์นองเลือดยิ่งกว่าปีนี้

    ซึ่งในทางพุทธศาสนานั้น มีความเชื่อสิ่งหนึ่งที่จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยช่วยปกปักรักษา คุ้มครองดวงชะตาของประเทศ รวมไปถึงพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=right border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>[​IMG]
    (ซ้าย) พระบรมสารีริกธาตุส่วนต่างๆ (ขวาบน) พระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับการสักการะจนดูเป็นพลอยและทองคำ (ขวาล่าง) พระพุทธรูปทิเบตโบราณ</TD></TR></TBODY></TABLE>


    ฉะนั้น งาน "พุทธมหาอาณาจักรแห่งทิเบต" ครั้งนี้จึงเป็นการอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศทิเบต ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายจากดินแดนหลังคาโลก มาประดิษฐานไว้ให้คนไทยมีโอกาสกราบไหว้เป็นสิริมงคลในชีวิต

    ที่สำคัญเชื่อกันว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้จะช่วยเป็นเกราะแก้วปกป้องคุ้มครองประเทศชาติให้ผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายไปได้

    สำหรับเจ้าภาพการจัดงานครั้งนี้ประกอบด้วยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ วัดยานนาวา และ อาจารย์วรธนัท ในฐานะผู้ที่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของการจัดงาน "พุทธมหาอาณาจักรแห่งทิเบต"

    อาจารย์วรธนัทกล่าวว่า ในปีนี้เนื่องด้วยสถานการณ์ของประเทศชาติ และปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในปี 2552 อย่างแน่นอน ทำให้ต้องมีการจัดงานขึ้นอีกครั้ง ภายใต้ชื่อ "พุทธมหาอาณาจักรแห่งทิเบต" ด้วยการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุครบองค์จำนวนกว่า 100,000 องค์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ จากทั่วทิเบตมาไว้ที่งานนี้แห่งเดียว เพื่อให้ประชาชนจากทุกสารทิศมากราบไหว้

    "การจัดงานปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เพราะถือว่าเป็นการทำบุญให้กับประเทศครั้งใหญ่เพื่อให้คลาดแคล้วจากภัยพิบัติต่างๆที่จะเกิดขึ้น และช่วยให้ประเทศไทยที่เป็นเมืองพุทธ กลับมามีสันติสุขอีกครั้ง และเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวไทยและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศมีโอกาสกราบไหว้และขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันถือเป็นสิ่งมหามงคลสูงสุดในชีวิต ทั้งกับตนเองและครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่เกิดปีในปีมะแม มะโรง จอ ฉลู ซึ่งถือเป็นปีชงของปีฉลู ในปี 2552 ที่จะถึงนี้"

    อาจารย์วรธนัทอธิบายถึงคำว่า "พระบรมสารีริกธาตุครบองค์" หมายถึงการนำเอาพระบรมสารีริกธาตุจากทุกๆ ส่วนของร่างกายพระพุทธเจ้ามาบรรจุรวมไว้ด้วยกัน ซึ่งนับเป็นการยากมากที่จะสามารถทำเช่นนี้ได้ เพราะพระบรมสารีริกธาตุนั้นมักจะประดิษฐานอยู่กันคนละแห่งละที่ การจะอัญเชิญมารวมกันไว้ในที่เดียวจึงเป็นการยาก พระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาครั้งนี้ส่วนมากจะมาจากกรุงลาซา

    "การที่เราสามารถนำมาได้เนื่องจากว่าเรามีจำนวนพระบรมสารีริกธาตุมากพอ และผ่านการสักการะบูชามานานหลายชั่วคนจนกระทั่งพระบรมสารีริกธาตุดูเสมือนหนึ่งว่าเป็นเพชรนิลจินดา และบางองค์จะเห็นเป็นทองอร่าม"

    การจัดงาน "พุทธมหาอาณาจักรแห่งทิเบต" ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "การเดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" เพื่อแสวงบุญในทิเบต ดินแดนหลังคาโลกที่มีความเข้มแข็งทางพุทธศาสนา
    <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#400040><TD>[​IMG]
    (ซ้าย) พระบรมสารีริกธาตุส่วนแขนและขา (ขวา) พระบรมสารีริกธาตุส่วนสมอง</TD></TR></TBODY></TABLE>


    ดังนั้น รูปแบบการจัดงานจึงเป็นการจัดแสดงพระบรมสารีริกธาตุองค์รวมกว่า 100,000 องค์ และรวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของทิเบตอย่างยิ่งใหญ่ บนพื้นที่ 5,000 ตร.ม. ที่บริเวณ ฮอลล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี ท่ามกลางบรรยากาศจำลองจากสถานที่สำคัญจากประเทศทิเบต ที่จะสะกดทุกย่างก้าวให้มีความสงบและสัมผัสได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์จากแผ่นดินหลังคาโลก อาทิ มณฑปมหาธรรมจักร, พระราชวังโปตาลา, อาณาจักรมันดาลา, กงล้อมนตรา, สัญลักษณ์มงคลทั้ง 8 ของทิเบต ฯลฯ

    การจัดแสดงภายในงานแบ่งออกเป็น 3 โซนใหญ่ๆ ได้แก่โซนที่ 1 "มหาธรรมจักร" ซึ่งจำลอง ธรรมจักร และ กวางหมอบ ที่วัดโจคัง ซึ่งเป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากของทิเบตมไว้ ณ ที่นี้ บริเวณนี้จะใช้เป็นที่ประดิษฐานมณฑปพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งนับว่าเป็น "ที่สุดของที่สุดพระบรมสารีริกธาตุองค์รวม" ซึ่งค้นพบในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช เป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของประเทศไทยที่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาได้กว่า 100,000 องค์

    ด้านหลังของมหาธรรมจักร จะจำลองภาพ "พระราชวังโปตาลา" ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสวยงามอย่างยิ่งของทิเบตมาไว้ พระราชวังแห่งนี้ถือเป็นพระราชวังฤดูร้อนของ ทะไล ลามะ ซึ่งภายในพระราชวังแห่งนี้มีสถูปของ ทะไล ลามะหลายองค์ เพราะชาวทิเบตถือว่าทะไล ลามะ ทุกองค์ก็คือร่างกายที่มีดวงวิญญาณดวงเดียวกัน อันเป็นดวงวิญญาณขององค์พระโพธิสัตว์องค์หนึ่งที่จะอวตารมาเกิดใหม่

    นอกจากนี้บริเวณรอบมหาธรรมจักร ยังมีได้อัญเชิญ พระพุทธรูปทิเบตโบราณ ที่หาชมได้ยาก อายุนับพันปี ประดิษฐานเรียงรายล้อมรอบมณฑปทั้งหมด 108 องค์ มาให้ประชาชนได้กราบไหว้เป็นสิริมงคลอีกด้วย

    โซนที่ 2 "อาณาจักรมันดาลา" คำว่า "มันดาลา" หมายถึงที่ประทับของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ต่างๆ ในขณะที่รู้แจ้ง ในโซนนี้จึงเป็นการจัดพื้นที่ลานพลังสำหรับประชาชนที่ต้องการความเงียบสงบเพื่อนั่งสมาธิ เพื่อให้เข้าใจความหมายหรือแก่นแท้ของคำว่า "มันดาลา" ซึ่งเป็นปริศนาธรรมซ่อนอยู่ ท่ามกลางสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด

    ภายในโซนนี้ยังประกอบไปด้วยโซนพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร รวมถึงองค์พระแม่ตาราขาว และตาราเขียว ซึ่งชาวทิเบตมีความเชื่อว่าทรงกำเนิดมาจากน้ำตาขององค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ขณะเห็นสรรพสัตว์อยู่ในความทุกข์และไม่สามารถทรงช่วยได้ทั้งหมด

    โซนที่ 3 เป็นโซนที่จัดแสดงพระบรมสารีริกธาตุกว่า 100,000 องค์ ล้อมรอบสถูปเจดีย์แบบทิเบต ภายในโซนนี้ยังตกแต่งด้วยภาพเขียนทางศาสนาศิลปะแบบ "ทังก้า" (Thangkas) ซึ่งเป็นจิตรกรรมการเขียนภาพบนผืนผ้าของชาวทิเบต ซึ่งมีความประณีต สวยงามมาก ส่วนใครที่อยากบูชา "ภาพ" ของพระธาตุครบองค์ ก็มีโปสเตอร์ให้ซื้อกลับไปบูชาในงานครั้งนี้

    งานครั้งนี้จัดขึ้นให้ประชาชนเข้ากราบไหว้สักการะและขอพร พระบรมสารีริกธาตุ แบบไม่มีการเสียค่าเข้าชมงาน จึงขอเชิญชวนประชาชน ผู้สนใจผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย เข้าร่วมงานที่บริเวณฮอลล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน และในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ จะมีพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุในวิถีแห่งทิเบตครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อนำขึ้นประดิษฐาน ณ มณฑปพิธีอย่างเป็นทางการ โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน สำหรับรายได้จากการร่วมทำบุญซื้อดอกไม้ ธูป เทียน และเงินบริจาค มอบให้กับวัดยานนาวา กทม. เพื่อสมทบทุนสร้างศาลาเฉลิมพระเกียรติ

    เพื่อเป็นการเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับเหตุการณ์ในปี 2552 ไม่ว่าจะดีหรือร้ายอย่างไร การทำบุญทำกุศลไว้ก็ไม่เสียหลาย และยังเป็นความสุขทางใจที่ก่อให้เกิดความสงบสุข ท่ามกลางความขัดแย้งวุ่นวายที่ดูเหมือนไม่มีวันยุติลงง่ายๆ



    การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ วิถีแห่งทิเบตครั้งแรกในไทย


    เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธี ซึ่งขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุครั้งนี้ ประกอบด้วยริ้วขบวนต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามแบบวิถีทางทิเบต ได้แก่ ขบวนวงดุริยางค์ ตามด้วยริ้วขบวน "เตรนเทรน" ซึ่งจะถือกระถางธูปทิเบต มีความหมายแทนการทำให้ขบวนสะอาดบริสุทธิ์ ต่อด้วยริ้วขบวน "ธงอัษฏมงคลทั้ง 8" สัญสักษณ์ที่เป็นมงคล 8 ประการของทิเบต ตามด้วยริ้วขบวน "โซนัม" ซึ่งหมายถึงผู้มีบุญบารมีในขบวน จากนั้นเป็นริ้วขบวน "กูเต็น" มีความหมายถึงสิ่งแทนกายพระพุทธเจ้า ภายในขบวนจะเป็นการอัญเชิญพระพุทธรูปโบราณทางทิเบต ริ้วขบวน "ซุงเต็น"หมายถึงสิ่งแทนวาจาพระพุทธเจ้า ในขบวนนี้จะประกอบด้วยผู้ที่อัญเชิญพระคัมภีร์ทางศาสนาของทิเบตทั้ง 9 และผู้ที่เป่าแตรยาวของแท้จากทิเบต ซึ่งหาชมได้ยาก ริ้วขบวน "ทุกเต็น" หมายถึงสิ่งแทนใจพระพุทธเจ้า ในริ้วขบวนนี้จะเป็นริ้วขบวนที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุองค์รวม และยังประกอบไปด้วยพระสถูปของทิเบตที่มีความสวยงามมาก สุดท้ายเป็นริ้วขบวน

    "เกียลเซ็น" ซึ่งจะเป็นริ้วขบวนที่ตัวแทนแต่งกายในชุดทิเบตถือธงธวัชชัย ธงมงคลและเป็นเอกลักษณ์ของทิเบต

    -----------
    [​IMG]
    http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01pra01271151&sectionid=0131&day=2008-11-27
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. dharma

    dharma เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    326
    ค่าพลัง:
    +984
    สาธุ...ขออนุโมทนาบุญ
    จะหาโอกาสไปให้ได้ครับ
     
  3. ลูกหลานเจ้าพ่อก

    ลูกหลานเจ้าพ่อก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    141
    ค่าพลัง:
    +170
    โมทนาบุญ ในงาน นี้
    ขอให้ประเทศไทยรอดพ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง
    สาธุ........สาุธุ........สาธุ
     
  4. เศษสตางค์

    เศษสตางค์ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    135
    ค่าพลัง:
    +49
    ขออภิวาทวันทาแด่องค์พระบรมสารีริกธาตุเหนือเศียรเกล้า และอนุโมทนา สาธุ
     
  5. anoldman

    anoldman เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    1,950
    ค่าพลัง:
    +4,532
    สาธุๆ

    ลูกหลานขอกราบปูชา พระบรมสารีนัง

    สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดจะเกิดปัญหา
    สติไม่มาปัญญาไม่มี สติไม่ดีจะมีปัญหา

    ขออนุโมทนาครับ
     
  6. บัวผลิหน่อ

    บัวผลิหน่อ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    5,264
    ค่าพลัง:
    +14,962
    อนุโมทนาบุญครับ
    อะหัง วันทามิ ธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะโส
     
  7. lasomchai

    lasomchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    383
    ค่าพลัง:
    +2,032
    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

    อะหัง วันทามิ ทูระโต
    อะหัง วันทามิ ธาตุโย
    อะหัง วันทามิ สัพพะโส

    อะหัง วันทามิ ธาตุโย
    อะหัง วันทามิ สัพพะโส

    อะหัง วันทามิ สารีริกธาตุโย
    อะหัง วันทามิ สัพพะโส
     
  8. rosaloy

    rosaloy ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มกราคม 2008
    โพสต์:
    32
    ค่าพลัง:
    +31
    ขออนุโมทนา กับผู้จัดงานและผู้ที่ได้เข้าร่วมงานนี้ด้วยครับ
     
  9. ปราณยาม

    ปราณยาม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กุมภาพันธ์ 2005
    โพสต์:
    371
    ค่าพลัง:
    +2,637
    ขออนุโมทนากับทั้งผู้จัดและผู้ร่วมงานทุกท่านเลยครับ ใครไปงานก็หลีกเลี่ยงทางดอนเมืองหน่อยนะครับ
     
  10. napapatch_datch

    napapatch_datch Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    247
    ค่าพลัง:
    +56
    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

    อะหัง วันทามิ ทูระโต
    อะหัง วันทามิ ธาตุโย
    อะหัง วันทามิ สัพพะโส

    อะหัง วันทามิ ธาตุโย
    อะหัง วันทามิ สัพพะโส

    อะหัง วันทามิ สารีริกธาตุโย
    อะหัง วันทามิ สัพพะโส
    <!-- / message -->
    อะหัง วันทามิ ธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะโส
    ขออภิวาทวันทาแด่องค์พระบรมสารีริกธาตุเหนือเศียรเกล้า และอนุโมทนา สาธุ

    ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนี้ ไปให้ทุกรูปทุกนามทั้ง ๒๐ ชั้นพรหมโลก ๖ ชั้นเทวะโลก มนุษย์โลก มารโลก ยมโลก อบายภูมิทั้ง ๔ มี นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน และในหมื่นโลกธาตุกับอีกแสนจักรวาลพิภพ ทั้งที่เป็นมนุษย์อมนุษย์ รูปวิญญาณ อรูปวิญญาณ และสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งที่เป็นมิตร และศัตรู ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า ขอให้ทุกรูปทุกนามจงเป็นสุขเป็นสุขเถิดอย่าได้มีเวรซึ่งกัน และกันเลย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกัน และกันเลย ขอให้ทุกรูปทุกนามจงโมทนาในส่วนกุศลนี้พึงได้รับประโยชน์ความสุขเช่นเดียวกัน ข้าพเจ้าจะพึงได้รับ ณ.กาลบัดนี้ด้วยเทอญ
    สาธุ สาธุ สาธุ
    ขออำนาจบุญบารมี ที่ข้าพเจ้าเคยสั่งสมมา ตั่งแต่ต้นชาติจนถึงปัจจุบันชาติ ช่วยดลบันดาลให้มีวาสนาได้ไปกราบสักการะ ด้วยเถิด สาธุ สาธุ สาธุ<!-- / sig -->
    <!-- / message -->
     

แชร์หน้านี้

Loading...