ตายจากคนไปเกิดเป็นเทวดารักษาเขตที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจังหวัดภูเก็ต

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย attasade, 19 ตุลาคม 2014.

  1. attasade

    attasade เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    343
    ค่าพลัง:
    +2,552
    ตายจากคนไปเกิดเป็นเทวดารักษาเขตที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจังหวัดภูเก็ต สวรรค์เขตจาตุมหาราช


         อาตมาไปพักที่บ้านรับรองของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2517 ตอนกลางคืนนอนพักผ่อน ก็ปรากฎว่ามีแขกมาเยี่ยม ท่านผู้นี้เป็นผู้ชายหน้าตาดีมาก รูปร่างสวยสดงดงาม ร่างกายท้วม ๆ เนื้อเต็มผิวขาว แต่งตัวดี มีอารมณ์สดชื่น จึงถามว่า

         หลวงพ่อ : เป็นใคร
         ภูมเทวดา : เป็นภูมเทวดาอยู่ที่นี่

         หลวงพ่อ : เวลานี้เจ้าหน้าที่องค์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตของจังหวัดอยู่ที่ตรงนี้ ขอให้สงเคราะห์ด้วย ช่วยรักษาให้มีความสุข
         ภูมเทวดา : ทุกคนมีความเคารพดีมาก ไม่เป็นไรถ้าไม่มีเหตุเกินสุดวิสัย จะช่วยให้มีความสุข ท่านรับรองด้วยดี

         หลวงพ่อ : การที่จะมีบุญมาเป็นเทวดารักษาที่นี่ได้ ทำบุญอะไรไว้
         ภูมเทวดา : จะมาถามผมทำไม ถามผมแบบนี้ผมก็อายแย่น่ะซิ

         หลวงพ่อ : จะไปอายทำไมในเมื่อเราสร้างความดี เพราะการเป็นเทวดาชั้นเล็กก็ยังดีกว่ามนุษย์ชั้นใหญ่ ๆ เพราะเทวดามีทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นทิพย์ มีความสุขเพราะอาศัยทิพยสมบัติ
         ภูมเทวดา : ในเมื่อท่านเห็นว่าดี ผมก็จะบอก ก่อนที่ผมจะตายตอนนั้นไม่ได้ทำบุญอะไรใหญ่ แต่ว่ามีจิตใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มีการใส่บาตรบ้าง มีการฟังเทศน์บ้าง มีการให้ทานบ้างพอสมควร แต่ว่ากำลังใจในการทำบุญนี้ รู้สึกว่าเป็นเรื่องของประเพณีเป็นส่วนมาก แต่จิตใจนั้นก็เคารพในพระสงฆ์อยู่ เพราะพระสงฆ์ในสมัยนั้นมีจริยาวัตรดี อาศัยความดีที่ทำนี้ เวลาตายแล้วก็ไปเกิดเป็นภูมเทวดา ความจริงแล้วการใส่บาตรแก่พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา น่าจะเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก แต่ทว่ากำลังใจของท่านในการใส่บาตรนั้น ใส่ด้วยความเคารพก็จริงแต่ทำเป็นประเพณีเสียมากกว่า รักษาตามประเพณีที่พ่อแม่ ปู่ย่า ตายายแนะนำ เวลาตายไปก็เลยมาเกิดเป็น "ภูมเทวดา"

         หลวงพ่อ : ก็ยังดี

         พอตอนเช้าเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตนำอาหารมาถวาย เมื่อถวายแล้วก็ถามว่า

         เจ้าหน้าที่ : ที่นี่เป็นอย่างไรบ้างครับ
         หลวงพ่อ : ดีนี่ เทวดาเขาใจดีมาก พวกคุณเคารพท่านอยู่เสมอมิใช่หรือ เห็นท่านบอกว่าพวกคุณเคารพในท่านดี ท่านก็ใจดี

         เจ้าหน้าที่ : ได้ตั้งศาลให้ท่านอยู่ตรงโน้น และพวกเราทุกคนก็พากันเคารพบูชา ทุกคนก็บอกว่าเทวดาที่นี่รู้สึกว่าศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพของประชาชน
         หลวงพ่อ : เอาอย่างนี้แล้วกัน พวกคุณก็พากันมีความเคารพนับถือในท่าน กราบไหว้ท่านจัดว่าเป็น "เทวตานุสสติกรรมฐาน" การระลึกนึกถึงความดีของเทวดา นี่ถือว่ามีความสำคัญ ดังนั้นเวลาไปไหว้ท่านละก็ อย่าไปใช้ท่านอย่างเดียว บูชาความดีของท่านด้วย

         เจ้าหน้าที่ : บูชาความดีเทวดาทำอย่างไรครับ
         หลวงพ่อ : เทวดาทุกองค์ก่อนที่จะมาเกิดเป็นเทวดานี่ ต้องมีหิริและโอตตัปปะ หิริ แปลว่า อายความชั่ว โอตตัปปะ แปลว่า เกรงกลัวผลของความชั่วจะลงโทษ คนที่อายความชั่วและเกรงกลัวผลของความชั่ว จึงจะเกิดเป็นเทวดาได้ ดังนั้นเวลาที่ไปบูชากราบไหว้เทวดา ก็จงบูชาความดีของท่านด้วย โดยที่เราจะไม่ทำความชั่วทั้งในที่ลับและในที่แจ้ง เราจะอายความชั่วหมายถึงอายความประพฤติ การปฏิบัติที่เราทำ ไม่ใช่อายคน ถ้าสิ่งใดที่เป็นความชั่วเราจะไม่ทำ เราจะทำแต่ความดีอย่างเดียว เพียงเท่านี้เทวดาก็จะช่วยพวกคุณได้มาก

         เจ้าหน้าที่ : ถ้าหากว่าผมจะขอให้เทวดาท่านช่วยป้องกันอันตราย คือทรัพย์สินทั้งหลายของหลวงที่องค์การไฟฟ้ามีอยู่ อาจจะมีขโมยมาลักขโมย ท่านจะช่วยได้ไหมครับ
         หลวงพ่อ : เรื่องนี้อาจจะเกินวิสัยอยู่บ้างก็ได้ เพราะเรื่องกฎของกรรมหรือเรื่องคนทำความชั่วนี่ เทวดากันไม่ค่อยได้เหมือนกัน ท่านเลยแนะนำให้ทำดังนี้ ให้คุณป้องกันด้วยแล้วขอให้เทวดาท่านช่วยด้วย เวลาใครจะมาลักมาขโมย ก็ขอให้เทวดาท่านดลใจให้เกิดอาการสงสัยว่าของทั้งหลายอาจจะหายไป เท่านี้เทวดาก็จะช่วยได้ คือช่วยให้รู้สึกสงสัย จะไปเกณฑ์ให้เทวดายืนอยู่ยามตลอดกาลตลอดสมัยก็แย่เหมือนกัน

    *คัดลอกจากหนังสือ ตายไม่สูญ...แล้วไปไหน เรื่องที่ 109 หน้า 229 โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
     

แชร์หน้านี้

Loading...