จิต คือ ผู้รู้

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ปราบเทวดา, 15 สิงหาคม 2019.

  1. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    891
    ค่าพลัง:
    +1,346
    พระราชวิสุทธิมุนี (พระอาจารย์เยื้อน ขนติพโล)
    เจ้าคณะ จังหวัดสุรินทร์ วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร



    จิต คือ ผู้รู้


    มีผู้ถามว่า การที่จิตวิ่งออกมาไปจับตัวที่ถูกรู้ อาการเช่นนี้ ปฏิบัติได้หรือไม่?

    ในการปฏิบัตินั้น หากจิตมีการเคลื่อนออกมา นั้นคือ จิตวิ่งออกมาจากฐานมาเสวยอารมณ์อันเนื่องมาจากเผลอ สติไม่ทันแบบนี้ละที่สายดูจิตอื่นพลาดไป เพราะไปตามอารมณ์แล้ว คิดว่านั้นคือการดูจิต

    แต่ที่ถูกต้องแล้วหลวงพ่อ ท่านมีปกติสอนเสมอๆว่า จิตที่จะข้ามภพข้ามชาติได้นั้น จะต้องเป็นจิตหนึ่ง
    กล่าวคือ มีตัวรู้อยู่เป็นหนึ่งในอารมณ์เดียว ไม่เป็นสอง

    ปกติของปุถุชน มักจิตส่งออกนอก โดยไม่เคยรู้เนื้อรู้ตัวเลย
    แต่ผู้ที่ปฏิบัติมาบ้าง มักเผลอสติ ส่งจิตออกนอกโดยไม่ตั้งใจ เนื่องมาจากความไม่รู้นั่นเอง
    แท้จริงแล้ว สิ่งที่ถูกรู้นั้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากการเผลอสติ ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ

    นักปฏิบัติโดยมากมักขาดสติ จึงนิยมไปตามสิ่งที่ถูกรู้ จนลืมตัวผู้รู้

    แต่ในทางการปฏิบัตินั้น หลวงพ่อเยื้อนท่านสอนลงรายละเอียดมากยิ่งกว่านั้น
    กล่าวคือ ทั้งตัวรู้ และถูกรู้ ก็ไม่หมายเอาทั้งคู่
    เพราะ ทั้งสองสิ่งนี้ ขนสัตว์โลก พาเวียนเกิดเวียนตายมาแล้ว นับภพนับชาติไม่ได้


    ธรรมข้อนี้ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล เคยสอนแบบพิสดารว่า...

    “ท่านเห็นกระจกไหม (หลวงพ่อ ตอบว่า เห็นครับ)
    ท่านเห็นตัวที่อยู่ในกระจกไหม (หลวงพ่อ ตอบว่า เห็นครับ)
    หลวงปู้ดูลย์ สรุปความเลยว่า ทั้งตัวที่เห็น และตัวที่ถูกเห็นในกระจกนี่ละตัวเกิด
    นิ พ พ า น อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง ร ะ ห ว่ า ง ตั ว รู้ กั บ ตั ว ถู ก รู้

    นั่นละ”


    ดังนั้น สิ่งที่ผู้สนใจปฏิบัติพึงมี คือ ควรพยายามทำจิตให้เป็นหนึ่ง(เอกัคคตารมณ์) ก่อนอันดับแรก เพื่อไม่หลงไหลไปตามสิ่งที่ถูกรู้ ปฏิบัติให้รู้จนมีสติเกิดขึ้นกับตัวรู้จนเด่นชัดด้วยอำนาจของสติ

    กล่าวสรุปคือ...

    “หากผู้รู้อยู่ไหน ก็ให้มีสติตามไปที่นั้น”
    เมื่อถึงตรงนี้แล้ว ผู้ปฏิบัติจะพบทางว่า การเรียนรู้จากตัวจิต คือการเรียนรู้จากผู้รู้นี่เอง
    เป็นการเรียนลงไปในสิ่งที่เป็นสัจจะ คือของจริงที่มีประจำโลก ไม่เคยหายไปไหน

    ทั้งพระพุทธเจ้า และหมู่สัตว์ก็มีของจริง คือ จิตดวงนี้เสมอเหมือนกันทุกนาม
    การเรียนจากของจริงเช่นว่านั้น ไม่ใช่เรียนจากสิ่งจิตปรุงหลอก หรือที่บางท่านเรียกว่า เงาของจิตนั่นเอง


    เมื่อถึงตรงนี้แล้ว ท่านผู้ปฏิบัติจะค้นพบสัจธรรมอันเป็นความจริงได้เองว่า
    ผู้รู้ก็คือ จิต นั่นเอง
    ผู้รู้อยู่ที่ใด นั่นก็เรียกได้ว่า จิตก็อยู่ที่นั้นละ


    หากเมื่อผุ้ปฏิบัติสามารถเข้าถึงจิตหนึ่งได้แล้ว
    ในขั้นนี้ จิตผู้รู้จะเริ่มทวนเข้าหาจิตเอง เนื่องจากอารมณ์ สังขาร สัญญา ภายนอกออกแล้ว
    จิตจะสามารถแตกขันธ์ ออกได้เองว่า สิ่งใดเป็นจิต สิ่งใดเป็นสิ่งที่จิตปรุงขึ้น
    แต่ขั้นนี้ เราอาจจะวางไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะจิตยังคงไม่มีกำลังในการพิจารณา และวางสิ่งเหล่านั้นลง
    แต่จิตจะเริ่มทวนกระแสเข้าไปรับรู้สิ่งต่างๆ โดยสักแต่ว่ารู้ เห็น แล้ววาง


    จิตนั้นจะเริ่มเป็นปัจจุบัน เพราะ จะวางสิ่งที่พะรุงพะรัง ไม่กลับหวนนึกถึงอดีต และไม่มีความกังวลกับอนาคต
    แต่จิตจะดิ่งไปสู่ปัจจุบัน เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น โดยไม่ยึดถือ จิต จะวางเอง เพราะเห็นสิ่งที่เป็นจริงแล้ว สิ่งใดที่เป็นเงาของจิต เป็นอารมณ์ เป็นสัญญา เป็นสังขาร ที่รกรุงรัง จิตจะไม่ให้ความสนใจอีก
    ดังนั้น ที่ว่าดูจิตๆ บางครั้งนักภาวนามักหลงเข้าไปไปดูอาการของจิต เช่น รู้ว่าโกรธ รู้ว่าฟุ้งซ่าน รู้ว่าดีใจ เสียใจ สิ่งเหล่านี้คือไปรู้สิ่งที่ถูกรู้ทั้งสิ้น ไม่ใช่จิต
    เหตุที่เราไปหลงดูเงาในกระจกแบบนี้ ก็เพราะขาดสตินั้นเอง

    หากจะกล่าวโดยธรรมดา ก็อาจจะกล่าวได้ว่า จิตเกิดสามารถเกิดนอกฐานที่ตั้งจิตก็ได้ จะไปตั้งที่ไหนก็ได้

    แต่เราไม่พึงปฏิบัติเช่นนั้น เพราะจิตเป็นนามธรรม จิตที่สามารถจรไปจรมา นั่นคือ จิตที่วุ่นวาย เร่ร่อน ไม่เป็นหลักเเหล่ง
    จิตแบบนี้เองที่ไม่มีกำลัง ไม่สามารถสงบเป็นสมาธิได้ เมื่อไม่มีสมาธิเป็นฐาน ปัญญาก็ไม่เคยเกิด

    เหตุที่ต้องสมมติฐานที่ตั้งของจิต ขึ้นมา ก็เพื่อให้ทราบตำแหน่งที่แน่นอนของจิตนั่นเอง

    แต่เหตุที่เราต้องสร้างฐานให้จิตอยู่ทีเดิม ก็เหมือนกับสร้างบ้านให้จิตอยู่ ก็เป็นเสมือนฐานที่ตั้งให้จิตมั่นคง
    เป็น การสร้างฐานกำลังของจิตที่เรียกว่าสมาธิ เมื่อเรามีบ้านอยู่หลักแหล่งแล้ว เราจึงเรียกให้ยาม คือ สติสัมปชัญญะ นั่นครับมาเฝ้ารักษาบ้านเราได้
    เมื่อจิตไม่เร่ร่อน จนมีความมั่นใจในความปลอดภัย เมื่อนั่น จิตจะตั้งใจเอง
    โดยไม่ต้องกำหนดใจให้เป็นสมาธิ นี่คือ สมาธิที่แท้จริง

    สมาธิที่ต้องเข้าๆออกๆ ไม่ใช่สัมมาสมาธิ...
    สัมมา สมาธิ เป็นสมาธิที่เกิดโดยธรรมชาติ ปราศจากความตั้งใจ
    แต่เป็นภาวะของจิตที่ตั้งมั่น มั่นคงด้วยสติ สติสัมปชัญญะ เป็นสมาธิโดยธรรมชาติ


    เหตุผล ง่ายๆของการระลึกฐานที่ตั้งของจิต ก็เพื่อ สมมติให้จิตมีที่อยู่ มีที่ตั้งแน่นอน และเป็นเครื่องหมายของการกำหนดสติของเราเท่านั้นเอง

    เมื่อถึงขั้นนี้แล้ว จิตที่ตั้งมั่นอยุ่ในฐานที่ตั้งมั่นของจิต จิตจะมีสติกำหนดจิตอยู่ในฐานที่ตั้งดังกล่าว หากผู้รับฟังสัมผัสทางหู
    หูก็จะรับหน้าที่รับเสียงไป แต่จิตอยู่ในฐานไม่ออกมารับ หากตาเห็นรูป ตาก็มีหน้าที่รับภาพไป แต่จิตไม่ส่งออกมารับ

    ผู้ปฏิบัติถึงขั้นนี้แล้ว จะค้นพบว่า จิตมันเหมือนมีชีวิต อีกชีวิตหนึ่งที่ไม่ข้องกับร่างกาย ร่ายกายทำไรๆทำไป แต่ใจก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่สนใจ

    เมื่อถึงตอนนี้ เราจะแยกออกได้แล้วว่า จิตนั้นมีหน้าที่รับรู้ ส่วนสังขารเค้าก็มีหน้าที่ปรุงแต่ง สัญญาก็มีหน้าที่จำได้หมายรู้ ทุกอย่างทำงานปกติ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับจิต ต่างแยกหน้าที่กันทำ อยู่ด้วยกันแต่ไม่กระทบกัน

    ทั้งหมดทั้งมวลนี้ หากจะกล่าวการเริ่มต้น ก็คงไม่พ้นการกินน้ำเย็น ตามแบบฉบับของหลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

    เพื่อให้นักปฏิบัติสามารถกำหนดฐานที่ตั้งของจิตให้ได้ แน่นหนามั่นคง จนกลายเป็นจิตหนึ่งนั่นเอง
    ส่วนที่เป็นรายละเอียดต่างๆ นั่น คือ ผลมาจากการที่ผู้รู้สอนเรานั่นเอง

    อัศจรรย์ของจิต ที่พระพุทธเจ้าท่านสั่งท้าทายว่า ท่านจงลองมาดูเถิด นับเป็นเวลากว่า 2556 แล้ว บัดนี้ ยังคงทรงพุทธานุภาพไม่เสื่อมสลายไปตามกาล

    ธรรมย่อมประจักษ์แจ้งแก่ผู้ลงมือปฏิบัติตตามมรรคผลเสมอ ไม่เสื่อมคลาย...


    ที่มา https://sites.google.com/site/dhammajak2500/aj-yun
     
  2. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    891
    ค่าพลัง:
    +1,346



    สาธุ แทบระเบิด
     
    • รักเลย รักเลย x 4
    • ถูกใจ ถูกใจ x 2
    • อนุโมทนา อนุโมทนา x 2
    • ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย x 1
    • ดูรายการ
  3. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    อย่าไป เชื่อ อาการแทบ ระเบิด

    ปล่อยมัน ระเบิดไปเลย อย่าไปกลัว
    จิตรวมแบบมิจฉา

    มันจะสว่างวาบ รวมลง หรือ ออกรู้
    ออกเหน ออกสลายกระดูก ปล่อยมัน
    ลวงของมันไป

    หากไปห้าม จะเอา อนิมิต เพื่อยก
    วิปัสสนา นี่มันก้ หลอกเอา

    เหมือน หลวงปู่มั่น เดินไปเจอแหม่ม
    เดินสวน เหนเปรโครงกระดูก พอสามี
    ฝรั่งมาถาม ยูเหนหอยของไอไหม

    ท่านส่ายหน้าไม่เหน เพราะ ท่าน
    เหนเปนโครงกระดูกหมด

    เท่านั้นแหละ เอะใจ เหนกระดูก
    นั่นไม่ใช่ สติ เพราะ ทำประโยชน์
    แก่โลกไม่ได้

    มันรวมเปนร้อย มรรคผล ไม่เกิด

    พอ เหรมันรวมอีก รวมอยู่นั่น ออกรู้
    ออกเหนอยู่นั่น มรรคผล ไม่เกิด

    ศิษย์บางคนโดนส่องโดนทัก ถึง
    กับลาสิดขา ตัดมรรคผล ท่านยิ่ง
    เหนชัด การเหนนั่นเหนนี้ คือ ธรรมลวง

    เหนตามจริงอย่างนี้ มันจะทำอะไร
    ไม่ได้อีก มี ก้เหมือน ไม่มี จึงรู้ว่าพ้น

    เมื้อรู้ว่าพ้น จึงทรายชัดว่าพ้นแล้ว

    รวมจริง มี สี่หนเท่านั้น ไม่ใช่ ล่อ
    108จบ เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ ดึก
    ตึ๊บ สงัด ฟ้าเหลือง
     
  4. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    ต้องมี อาการ บึ้ม ตัดกิเลส ท่าโน้น ท่านี้ไหม

    หาก ฟังพระ อ.เยื้อน จะทราบได้ว่า
    ต้องมี อาการตัดกิเลส อย่างนั้น
    อย่างนี้ไหม

    ท่านเหนแต่ มรรค มีในจิต กระแสมรรค
    มีในจิต ท่านรู้ชัดแค่นี้ ไม่ต้อง ปะผุ
    หาสิ่งใดมา บรรยาย ให้ เมาผล เมาธรรม
    แบบ สาวกธรรมจำลองสีเมือง
     
  5. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    คำสอน แนว...วิปัสสนาเพียว..
    ไปเลยแล้ว จิตมันจะพักใน ฌาณ
    ของมันเองอัตโนมัติ ...อนนี้ ก้ต้อง
    ยกออก อย่าพึงจำไว้ในใจ

    มีความเปนไปได้อย่างมากว่า
    เปนคำ สอนสาวกชั้นหลัง

    สิ่งที่จะเกิด หากจำไว้ คือ พอมัน
    สว่างแปล๊บ ....ก้จะเกิดการ เคลื่อน
    จิต รู้(ตะครุบ)อาการนั้น จิตเคลื่อน

    หาก รู้ไม่ทันว่า จิตตะครุบ แว๊บ
    สังเกตเลย จิตจะแส่ส่าย ตะกี้
    เกิดไร มีปัจจเวกขณะตาม วิสุก
    กะทิมรรค ที่ ธรรมโฆษจาน
    มันหลอกพุทธป่นปี้ หรือเปล่า

    วันไหน พรึ๊บๆๆๆๆ ต่อเนื่อง นานนน
    ยิ่ง ชะเง้อ ชะแง้ หาใหญ่ อึ๊ อะไร
    หาย เอะ เหลือกี่ %

    หนักเข้า เปนพระ โคทิกะ รวม
    แปดหนชะเง้อชะแง้ อุ๊ยอาการ
    ตัดกิเลสไม่มีวิ่งไปหยิบศาสตรา
    .........เดชะบุญ เกือบไป


    วิปัสสนา แห้งแล้ง ...
    สมถะ เก็บพลัง ชาร์จแบต ชุ่มชื่น ...

    โดน พราหมณ์ ลอบสังคยานา
    จำลองสีเมือง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 สิงหาคม 2019
  6. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    891
    ค่าพลัง:
    +1,346
    เราว่า เล่าปัง ไม่เข้าใจว่ะ
     
  7. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    แล้วแต่ ฮับ

    หากว่า มีคนจอนไป จอนมา

    ใน กรณีนี้ พ.อจ.ย ขตพล ท่านไม่มี
    ปัญหาเชิง มหา แบบ เคลียร์ แบบ
    เฮด เฮด เฮด แอนโชวเด้อ เฮดแอน
    โชเด้อ คือ เคลียรจริงๆ ไม่เหมือน
    พ.ชล ที่ยังออกแนววิสุกกะทิ หรือ
    แม้นแต่ พ.รบร ที่มีเน้น "รสชาติ"
    หลังรวมใหญ่ใส่ชิ้นสด

    พ.อจ.ย ขตพล ท่านกล่าวซื่อๆ อย่าง
    น่าสนใจ สองจุดใหญ่ๆ คือ ไม่มี การ
    ตัดเติด

    อีกจุดนึง คือ "กราบแล้วกราบเล่า"
    ที่ของท่าน เกิดระหว่างภาวนา ไม่ใช่
    ผั๊วะออกมา แล้วโน้นนั้นนี่ แล้วจึงกราบ
    แล้วกราบเล่า

    ซึ่ง สัธทา ความเลื่อมใส ในกรณีของ
    พ.อจ.ย.ขตพล ตรง สัทธรรม พุทธวจน
    150%

    ไม่เหมือน กลุ่มรู้หนังสือ อ่านออก
    เขียนได้ซึ่งจะมี ยาน16ต่องแต่ง
    แทรกว่าเปนคำควรศึกษาเล่าเรียน
    ทั้งๆที่ ศาสดาไม่ได้บัญญัติด้วย
    อำนาจ "ไม่ใช่เบื้องต้นพรหมจรรย์"

    ใครจอนไปจอนมา ก้ ฝากท่าน
    ประทานานาชวนหลีกภัยศาสนา
    ดู กร ฮับ
     
  8. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    891
    ค่าพลัง:
    +1,346
    เป็นเทศน์ กัณแรก หลวงพ่อเยื้อน ที่ฟัง แล้ว มันส์มาก ท่านเทศน์สุดยอด

    ถึงจิตถึงใจ เอาสะดวกการงาน จะจราจอนไปกราบสักครั้ง
     
  9. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    อสอง

    คำว่า ธรรมหนึ่ง ธรรมเอก ที่ สาวก
    ชั้นหลัง โดน วิสุกกะทิมัค ทำโฆษา
    จาน หลอกเอาป่นปี้

    ใครจอนไปจอนมา ฝากเรียนผ่าน
    ท่านประทานนานาชวนกรหลีกภัย
    อีกปลาเดนหนึ่ง.....

    อิง ปฏิสัมภิทา ที่ปรากฏ "ธรรมอัน
    เดียว เปนไฉน" แล้ว พระสารีบุตร
    ระบุไว้ว่า

    เปนเรื่อง "ปฏิปทาวิสุทธิ เพียงอย่าง
    เดียว" เปนตัววิตก วิจาร ปัจจัยแก่
    ปฐมฌาณ พุทธ

    ดังนั้น ธรรมเอก ธรรมอันเดียว ธรรม
    อย่างเดียว เอโกธิภาวะ ไม่ใช่ เอกัคคตา
    หรือ ผู้รู้เด่นดวง .....เพราะ ธรรมเอก
    มีปรากฏ ตั้งแต่ ปฐมฌาณ ....พระชล
    บอกว่า ต้อง ทุติย .....ถ้าเปน พระป่า
    ก้โน้รอัปปนา ออกแนว ฌาณ4
     
  10. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    891
    ค่าพลัง:
    +1,346
    เอาไว้ปกราบหลวงพ่อเมื่อไหร่
    จะลองถามหลวงพ่อ มาเขกกะบาล เล่าปังได้ไหมครับหลวงพ่อ
     
  11. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    โดยส่วนตัว ก้ ฟังแล้ว สนุกมาก
    โดยเฉพาะ ตรง สัทธา ความเลื่อม
    ใสปรากฏขณะแห่งมรรค .....ตรง
    นี้ พุทธภูมิ ไม่มี ส่วน จิตภาวนาเอง
    เอาออกไม่ได้ พุทธภูมิ จะมีตั้งแต่
    เกิด เวลาจะล่วงสิ่งผิด จะปรากฏ
    ทันที แล้วอนุโลม จุดตื่นตา จึงมี
    จุดเดียว นอกนั้น จืดชืด แต่ก้ฟัง
    ด้วยอาการเคารพใรธรรม อาจหาญ

    จนพ.ชล เทศนา ไม่เหมือนใคร

    จึงไป ปราวนา ให้ เอาออกให้ข่อยเด้

    ให้ฆ่าพุทธภูมิเสีย แต่ท่านก้กล่าวว่า
    ฆ่าไม่ได้ เจ้าตัวต้องไป ภาวนาเอา
    เอง จิตส่ายรู่ว่าส่าย อนุโลมรู้ว่า
    อนุโลม มรรคมีทางเดียว จะสาวก
    ปัจเจก ก้ ภาวนาแบบเดียว
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 สิงหาคม 2019
  12. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    891
    ค่าพลัง:
    +1,346
    คำล่อ ลวงพราง พุทธภูมิ ลวง มนุษย์ เหมือนพราหมณ์บังภูเขา
     
  13. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    ทุกวันนี้ ก้ ภาวนา ชน ลูกเดียว

    จิตรวมพัก อยู่นั่น บางที ตอบโต้
    อยู่นี่ ก้ วาบ วาบ

    ของลวง พูดได้ เต็มปาก

    สาวก จานลาย เท่านั้น ภาวนา
    รอรวม ระเบิด

    สัทธาในมรรค ง่อนแง้น ปวกเปียก
     
  14. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    891
    ค่าพลัง:
    +1,346
    ผู้รับเหมา เล่าปัง ฮาา
     
  15. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,780
    ค่าพลัง:
    +1,391
    ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวคับ แต่หลวงพี่พระเพื่อนสมัยเรียนที่มหิดลเป็นลูกศิษย์ท่าน ดูจากกิริยาอาการท่านก็มองเห็นว่าท่านมีความเคารพในตัวพระอาจารย์มาก ก่อนจากท่านให้พระเหรียญหลวงพ่อมาบูชา
     
  16. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    891
    ค่าพลัง:
    +1,346
    อยู่ใกล้ๆ หลวงพ่อเยื้อน ไหมครับ
    หากมีโอกาส เอากะบาลให้ท่านเขก ได้นะครับ
     
  17. ขาจอน

    ขาจอน Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 พฤศจิกายน 2015
    โพสต์:
    773
    ค่าพลัง:
    +337
    ท่านมาพักที่กทม.บ่อยๆ
    งานบุญบ้านลัดดาหรือไรนี่หละ
    กับที่วัดใหม่เสนา ลาดพร้าว
    ลองไปเช็คดูเอง
     
  18. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,780
    ค่าพลัง:
    +1,391
    ก็ดีครับ โดนท่านแขกบ้างจะได้ฉลาดขึ้นไอ้ตัวที่ทำให้โง่ติดหนึบจะได้หลุดออกไปบ้าง แต่ตอนนี้อยู่ไกลมากต้องรอเวลากลับไปเยี่ยมบ้านทางโน้น ถึงจะเข้าไปกราบท่านได้
     
  19. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,001
    -1-725x420.jpg
     
  20. เสขะ บุคคล

    เสขะ บุคคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    1,138
    กระทู้เรื่องเด่น:
    13
    ค่าพลัง:
    +3,753
    มีวันนึงได้ยินท่านคุยกับโยม (เนื้อความประมาณนี้ถ่ายทอดอาจไม่ตรงคำพูดเป๊ะๆ) ท่านว่า ให้ดูให้ถึงจิต ไม่ต้องไปไล่ละกิเลสตัวนู้นตัวนี้ ท่านว่า คนเราชอบเสียดายกิเลส จิตตั้งไว้ที่ไหนไม่มีกิเลสให้เอาจิตวางไว้ตรงนั้น ไม่ต้องเสียดายกิเลส ปฏิบัติแค่นี้ บ้านข้อยอยู่ติดกับวัดใหม่หลวงพ่อเยื้อนที่อ.เมืองสุรินทร์ บางทีนั่งฟังท่านเทศน์อยู่ที่บ้านท่านใส่ลำโพงเสียงดังก็ได้ยิน
     

แชร์หน้านี้

Loading...