คติธรรมหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

ในห้อง 'หลวงปู่ดู่ และ หลวงตาม้า' ตั้งกระทู้โดย Pongpat86, 10 มกราคม 2011.

  1. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    ...หลวงพ่อเคยเล่าเรื่องการปลุกเสกพระให้ฟังว่า "เรื่องคงกระพันชาตรีนั้นทำง่าย แค่ขนลุกก็เหนียวแล้ว แคล้วคลาดยังดีกว่าเพราะไม่เจ็บตัว แต่ที่ดีที่สุดคือเมตตา เพราะแคล้วคลาดยังมีศัตรูแต่รอดพ้นได้ ส่วนเมตตานั้นมีแต่คนรักไม่มีศัตรู การเสกพระให้มีพุทธคุณทางเมตตาจึงทำได้ยากที่สุด"
     
  2. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    ...หลวงพ่อท่านพูดว่า "ข้าว่าคนเมาเหล้าน่ะเลวกว่าหมา แกว่าไหม?"

    "เลวกว่าอย่างไรเจ้าคะ" ดิฉันถามอย่างขึงขัง เพราะรู้สึกจะเป็นเรื่องใกล้ตัวเข้ามาทุกที

    ท่านก็ย้อนถามมาอีกว่า "ถ้าเราเอาขี้กับเอาเหล้าไปตั้งไว้ แกว่าหมามันจะกินอะไร"
     
  3. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    ...เรียนถามท่าน "หลวงพ่อเจ้าคะ ทำไมเวลาสวดมนต์จึงต้องขอศีลทุกวันคะ ?"

    หลวงพ่ออธิบายว่า "ก็เหมือนเชือกล่ะ เอ็งเคยเห็นเชือกไหม ห้าเส้นควั่นเป็นเกลียว ถ้าเส้นหนึ่งขาดเราก็ผูกใหม่ สองเส้นขาดเราก็ผูกสองเส้นใหม่ แล้วถ้าเอ็งไม่ผูกมันจะเป็นอย่างไรล่ะ ?"
     
  4. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    ...หลวงพ่อเคยบอกว่า "ถ้าเรามีญาณหยั่งรู้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดในชีวิตเราไม่มีเรื่องบังเอิญเลย"

    ...หลวงพ่อดู่ท่านว่า "ถึงแกมาวัด แต่ใจยังมีโกรธ โลภ หลง ไปตามโลกธรรม ๘ อย่างที่ว่านี้ แกยังมาไม่ถึงวัด แต่ถ้าแกอยู่บ้านหรือที่ไหน ๆ แต่ไม่โกรธ ไม่โลภ ไม่หลง ไม่มีโลกธรรม ๘ อย่างนี่มากวนใจ ข้าว่าแกมาถึงวัดแล้ว"
     
  5. สมพิศเปรม

    สมพิศเปรม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    181
    ค่าพลัง:
    +361
    อ่านจนจบไปทีละตอน ละตอน ถึงตอนสุดท้ายเห็นภาพหลวงปู่ละสังขาร แล้วรู้สึกซาบซึ้งในเมตตาที่มีมากสุดประมาณ
    อนุโมทนา สาธุ สาธุ ท่านเจ้าของกระทุ้ที่นำมาให้อ่าน
     
  6. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    ...ศีล สมาธิ ปัญญา ก็เหมือนรสแกงส้ม...

    ...ศีล เปรียบได้กับรสเปรี้ยว ความเปรี้ยวทำหน้าที่กัดกร่อนความสกปรกออก...

    ...ทำนองเดียวกัน ศีลจะช่วยขัดเกลาความหยาบออกจากทางกาย วาจา ใจ...

    ...สมาธิ เปรียบได้กับรสเค็ม เพราะความเค็มช่วยรักษาอาหารต่างๆไม่ให้เน่าเสีย...

    ...สมาธิก็เหมือนกัน สามารถรักษาจิตของเราให้ตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดีได้...

    ...ปัญญา เปรียบได้กับรสเผ็ด เพราะปัญญามีความคิดอ่าน...

    ...ตริตรอง...โลดแล่นไป เพื่อขจัดอวิชชาความหลง...
     
  7. poomdunn

    poomdunn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    270
    ค่าพลัง:
    +380
    กราบเท้าาหลวงปู่ดู่ ที่เคารพรักสุดหัวใจของลูกความเมตตาของหลวงปู่ดู่ม่มีประมานลูกจะปฏฺิบัตถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชาจนวันตาย ขออนุโมทนาบุญด้วยกับธรรมทานค่ะ
     
  8. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]

    สมมุติและวิมุตติ
    ในวันสิ้นปีเมื่อหลายปีก่อน ผู้เขียนได้มาค้างคืนอยู่ปฏิบัติที่วัดสะแก และได้มีโอกาสเรียนถามปัญหาการปฏิบัติกับหลวงปู่เรื่องนิมิตจริงนิมิตปลอมที่เกิดขึ้นภายในจากการภาวนา ท่านตอบให้สรุปใจความได้ว่า
    ต้องอาศัยสมมุติขึ้นก่อน จึงจะเป็นวิมุตติได้ เช่น การทำอสุภะหรือกสิณนั้น ต้องอาศัยสัญญาและสังขารน้อมนึกเป็นนิมิตขึ้น ในขั้นนี้ไม่ควรสงสัยว่านิมิตนั้นเป็นของจริงหรือของปลอม มาจากภายนอกหรือมาจากจิต เพราะเราจะอาศัยสมมุติตัวนี้ไปทำประโยชน์ต่อ คือยังจิตให้เป็นสมาธิแน่วแน่ขึ้น แต่ก็อย่าสำคัญมั่นหมายว่าตนรู้เห็นแล้ว หรือดีวิเศษแล้ว
    การน้อมจิตตั้งนิมิตเป็นองค์พระ เป็นสิ่งที่ดี ไม่ผิด เป็นศุภนิมิต คือนิมิตที่ดี เมื่อเห็นองค์พระ ให้ตั้งสติคุมเข้าไปตรง ๆ (ไม่ปรุงแต่ง หรืออยากโน้นนี้) ไม่ออกซ้าย ไม่ออกขวา ทำความเลื่อมใสเข้า เดินจิตให้แน่แน่ สติละเอียดเข้า ต่อไปก็จะสามารถแยกแยะหรือพิจารณานิมิตให้เป็นไตรลักษณ์จนเกิดปัญญา สามารถจะก้าวเข้าสู่วิมุตติได้


    <HR>
    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  9. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]

    อุปมาศีล สมาธิ ปัญญา


    ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับหลวงน้าสายหยุด ท่านได้เมตตาเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า หลวงปู่เคยเปรียบธรรมะของพระพุทธเจ้าเหมือนแกงส้ม แกงส้มนั้นมี ๓ รส คือ เปรี้ยว เค็ม และเผ็ด ซึ่งมีความหมายดังนี้
    รสเปรี้ยว หมายถึง ศีล ความเปรี้ยวจะกัดกร่อนความสกปรกออกได้ฉันใด ศีลก็จะขัดเกลาความหยาบออกจากกาย วาจาใจ ได้ฉันนั้น
    รสเค็ม หมายถึง สมาธิ ความเค็มสามารถรักษาอาหารต่าง ๆ ไม่ให้เน่าเสียได้ฉันใด สมาธิก็สามารถรักษาจิตของเราให้ตั้งมั่นอยู่ในคุณความดีได้ฉันนั้น
    รสเผ็ด หมายถึง ปัญญา ความเผ็ดร้อนโลดแล่นไป เปรียบได้ดั่งปัญญาที่สามารถก่อให้เกิดความแจ้งชัด ขจัดความไม่รู้ เปลี่ยนจากของคว่ำเป็นของหงาย จากมืดเป็นสว่าง ได้ฉันนั้น

    <HR>ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  10. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]

    หนึ่งในสี่

    ครั้งหนึ่งหลวงปู่ได้ปรารภธรรมกับผู้เขียนว่า...
    “ข้านั่งดูดยา มองดูซองยาแล้วก็ตั้งปัญหาถามตัวเองว่า เรานี่ปฏิบัติได้ ๑ ใน ๔ ของศาสนาแล้วหรือยัง? ถ้าซองยานี้แบ่งเป็น ๔ ส่วน เรานี่ยังไม่ได้ ๑ ใน ๔ มันจวนเจียนจะได้แล้วมันก็คลาย เหมือนเรามัดเชือกจนเกือบจะแน่นได้ที่แล้วเราปล่อย มันก็คลายออก เรานี่ยังไม่เชื่อจริง ถ้าเชื่อจริงก็ต้องได้ ๑ ใน ๔ แล้ว”
    ต่อมาภายหลังท่านได้ขยายความให้ผู้เขียนฟังว่า ที่ว่า ๑ ใน ๔ นั้น อุปมาดั่งการปฏิบัติธรรมเพื่อบรรลุมรรคผลในพุทธศาสนาซึ่งแบ่งเป็นขั้นโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี และอรหัตตผลอยางน้อยเราเกิดมาชาติหนึ่งชาตินี้ ไดพบพระพุทธศาสนาซึ่งเปรียบเสมือนสมบัติอันล้ำค่าแล้ว หากไม่ปฏิบัติธรรมให้ได้ ๑ ใน ๔ ของพุทธศาสนาเป็นอย่างน้อย คือเข้าถึงความเป็นพระโสดาบัน ปิดประตูอบายภูมิให้ได้ ก็เท่ากับว่าเราเป็นผู้ประมาทอยู่ เหมือนเรามีข้าวแล้วไม่กิน มีนาแล้วไม่ทำ ฉันใดก็ฉันนั้น
    <HR>ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  11. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]

    อานิสงส์การภาวนา

    หลวงปู่ท่านเคยพูดเสมอว่า
    “อุปัชฌาย์ข้า (หลวงปู่กลั่น) สอนว่า ภาวนาได้เห็นแสงสว่างเท่าปลายหัวไม้ขีด ชั่วประเดี๋ยวเดียว เท่าช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น ยังมีอานิสงส์มากกว่าตักบาตรจนขันลงหินทะลุ”
    พวกเรามักจะได้ยินท่านคอยให้กำลังใจอยู่บ่อย ๆ ว่า
    “หมั่นทำเข้าไว้ หมั่นทำเข้าไว้ ต่อไปจะได้เป็นที่พึ่งภายหน้า”
    เสมือนหนึ่งเป็นการเตือนให้เราเร่งความเพียรให้มาก การให้ทานรักษาศีลร้อยครั้งพันครั้งก็ไม่เท่ากับนั่งภาวนาหนเดียว นั่งภาวนาร้อยครั้งพันครั้ง กุศลที่ได้ก็ไม่เท่ากุศลจิตที่สงบเป็นสมาธิที่เกิดปัญญาเพียงครั้งเดียว
    <HR>ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  12. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]

    แสงสว่างเป็นกิเลส?
    มีคนเล่าให้หลวงปู่ฟังว่า มีผู้กล่าวว่าการทำสมาธิแล้วบังเกิดความสว่างหรือเห็นแสงสว่างนั้นไม่ดีเพราะเป็นกิเลส มืด ๆ จึงจะดี
    หลวงปู่ท่านเล่าว่า
    “ที่ว่าเป็นกิเลสก็ถูก แต่เบื้องแรกต้องอาศัยกิเลสไปละกิเลส (อาศัยกิเลสส่วนละเอียดไปละกิเลสส่วนหยาบ) แต่ไม่ได้ให้ติดในแสงสว่างหรือหลงแสงสว่าง แต่ให้ใช้แสงสว่างให้ถูก ให้เป็นประโยชน์ เหมือนอย่างกับเราเดินผ่านไปในที่มืด ต้องใช้แสงไฟ หรือจะข้ามแม่น้ำมหาสมุทรก็ต้องอาศัยเรือ อาศัยแพ แต่เมื่อถึงฝั่งแล้วก็ไม่ได้แบกเรือแบกแพขึ้นฝั่งไป”
    แสงสว่างอันเป็นผลจากการเจริญสมาธิก็เช่นกัน ผู้มีสติปัญญาสามารถใช้เพื่อให้เกิดปัญญา อันเป็นแสงสว่างภายในที่ไม่มีแสงใดเสมอเหมือน ดังธรรมที่ว่า
    “นัตถิ ปัญญา สมา อาภา แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี”
    <HR>ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  13. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]

    ปลูกต้นธรรม

    ครั้งหนึ่งหลวงปู่เคยเปรียบการปฏิบัติธรรมเหมือนการปลูกต้นไม้
    ท่านว่า... ปฏิบัตินี้มันยาก ต้องคอยบำรุงดูแลรักษาเหมือนกับเราปลูกต้นไม้
    ศีล... ... ... ... ... ... คือ ดิน
    สมาธิ... ... ... ... ... ... คือ ลำต้น
    ปัญญา... ... ... ... ... ... คือ ดอก ผล

    ออกดอกเมื่อใดก็มีกลิ่นหอมไปทั่ว การปฏิบัติธรรมก็เช่นกัน ผู้รักการปฏิบัติต้องคอยหมั่นรดน้ำพรวนดิน ระวังรักษาต้นธรรมให้ผลิดอกออกใบ มีผลน่ารับประทาน ต้องคอยระวังตัวหนอน คือ โลภ โกรธ หลง มิให้มากัดกินต้นธรรมได้อย่างนี้ จึงจะได้ชื่อว่าผู้รักธรรม รักการปฏิบัติจริง
    <HR>ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  14. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]

    วัดผลการปฏิบัติด้วยสิ่งใด

    มีผู้ปฏิบัติหลายคน ปฏิบัติไปนานเข้าชักเขว ตนปฏิบัติไปทำไม หรือปฏิบัติไปเพื่ออะไร ดังครั้งหนึ่ง เคยมีลูกศิษย์กราบเรียนถามหลวงปู่ว่า
    “ภาวนามาก็นานพอสมควรแล้ว รู้สึกว่ายังไม่ได้รู้ได้เห็นสิ่งต่าง ๆ มีนิมิตภายนอก แสงสีต่าง ๆ เป็นต้น ดังที่ผู้อื่นเขารู้เห็นกันเลย”
    หลวงปู่ท่านย้อนถาม สั้น ๆ ว่า
    “ปฏิบัติแล้ว โกรธ โลภ หลง ของแกลดน้อยลงหรือเปล่าล่ะ ถ้าลดลง ข้าก็ว่าแกใช้ได้”
    <HR>ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  15. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]

    เทวฑูต ๔

    ธรรมะที่หลวงปู่ยกมาสั่งสอนศิษย์เป็นประจำ มีอยู่เรื่องหนึ่ง คือ เทวทูต ๔ ที่เจ้าชายสิทธัตถะพบก่อนบรรพชา คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ
    ความหมายของคำว่า เทวทูต ๔ หลวงปู่ท่านหมายถึง ผู้มาเตือนเพื่อให้ระลึกถึงความไม่ประมาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรคิด แต่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม
    หลวงปู่ปรารภอยู่เสมอว่า แก่ เจ็บ ตาย เน้อ... หมั่นทำเข้าไว้ มีความหมายโดยนัยว่า เมื่อเราเกิดมาแล้ว เราก็ย่อมก้าวเข้าสู่ความชรา ความแก่เฒ่าอยู่ตลอดเวลา มีความเจ็บป่วยเป็นธรรมดา และเราจักต้องตายเหมือนกันทุกคน
    การเห็นสมณะหรือนักบวช จึงเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่จะชักจูงให้เราก้าวล่วงความทุกข์ได้ในที่สุด โดย “ผู้มาเตือน” ทั้ง ๔ นี่เอง


    <HR>
    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  16. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]

    อารมณ์อัพยากฤต

    เคยมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งได้กราบเรียนถามหลวงปู่ว่า อารมณ์อัพยากฤตไม่จำเป็นต้องมีได้เฉพาะพระอรหันต์ ใช่หรือไม่?
    ท่านตอบว่า “ใช่ แต่อารมณ์อัพยากฤตของพระอรหันต์ท่านทรงตลอดเวลา ไม่เหมือนปุถุชนที่มีเป็นครั้งเป็นครั้งเท่านั้น”
    ท่านอุปมาอารมณ์ให้ฟังว่า เปรียบเสมือนคนไปยืนที่ตรงทางสองแพร่ง ทางหนึ่งไปดี (กุศล) อีกทางหนึ่งไปในทางที่ไม่ดี (อกุศล) ท่านว่า อัพยากฤตมี ๓ ระดับ คือ
    - ระดับหยาบ คือ อารมณ์ปุถุชนที่เฉย ๆ ไม่คิดดี ไม่คิดชั่ว ซึ่งมีเป็นครั้งคราวเท่านั้น
    - ระดับกลาง มีในผู้ปฏิบัติสมาธิ มีสติ มีความสงบของจิต วางอารมณ์จากสิ่งที่ดีที่ชั่ว ดังที่เรียกว่า อุเบกขารมณ์
    - ระดับละเอียด คือ อารมณ์ของพระอรหันต์ ซึ่งไม่มีทั้งอารมณ์ที่คิดปรุงไปในทางดี หรือในทางไม่ดี วางอารมณ์อยู่ได้ตลอดเวลา เป็นวิหารธรรมของท่าน


    <HR>
    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  17. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๑๐
    ตรี โท เอก

    ครั้งหนึ่ง ผู้เขียนจะจัดทำบุญเพื่อเป็นกตัญญูกตเวทิตาธรรม น้อมถวายแด่หลวงปู่เกษม เขมโก เนื่องในโอกาสที่หลวงปู่ท่านมีอายุครบ ๗๔ พรรษา เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๒๘
    ผู้เขียนได้เรียนถามหลวงปู่ว่า
    “การทำบุญอย่างไร จึงจะดีที่สุด”
    หลวงปู่ท่านได้เมตตาตอบว่า
    “ของดีนั้นอยู่ที่เรา ของดีนั้นอยู่ที่จิต จิตมี ๓ ขั้น ตรี โท เอก ถ้าตรีก็ต่ำหน่อย โทก็ปานกลาง เอกนี่อย่างอุกฤษฏ์
    มันไม่มีอะไร... ก็ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ตัวอนัตตานี่แหละเป็นตัวเอก ไล่ไปไล่มา ให้มันเห็นสังขารร่างกายเรา ตายแน่ ๆ คนเราหนีตายไปไม่พ้น ตายน้อย ตายใหญ่ ตายใหญ่ก็ตายหมด ตายน้อยก็หลับ ไปตรงดูให้ดีเถอะ...”


    <HR>
    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  18. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๑๑
    ต้องสำเร็จ

    หลวงปู่เคยสอนว่า...
    “ความสำเร็จนั้น มิใช่อยู่ที่การสวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้ามาประทานให้ หากแต่ต้องลงมือทำด้วยตนเอง ถ้าตั้งใจทำตามแบบแล้ว ทุกอย่างต้องสำเร็จ ไม่ใช่จะสำเร็จ พระพุทธเจ้าท่านวางแบบเอาไว้แล้ว ครูบาอาจารย์ทุกองค์มีพระพุทธเจ้าเป็นที่สุด ก็ได้ทำตามแบบ เป็นตัวอย่างให้เราดู อัฐิท่านก็กลายเป็นพระธาตุกันหมด เมื่อได้ไตร่ตรองพิจารณาให้รอบคอบแล้ว ขอให้ลงมือทำทันที ข้ารับรองว่าต้องสำเร็จ ส่วนจะช้าหรือเร็วนั้น อยู่ที่ความเพียรของผู้ปฏิบัติ”
    ขอให้ตั้งปัญหาถามตัวเองว่า
    “สิ่งนั้น บัดนี้เราได้ลงมือทำแล้วหรือยัง?”

    <HR>


    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓

     
  19. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๑๒
    จะเอาโลกหรือเอาธรรม

    บ่อยครั้งที่มีผู้มาถามปัญหากับหลวงปู่ โดยมักจะนำเอาเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับหน้าที่การงาน สามี ภรรยา ลูกเต้า ญาติมิตร หรือคนอื่นมาปรารภให้หลวงปู่ฟังอยู่เสมอ
    ครั้งหนึ่งท่านได้ให้คติเตือนใจผู้เขียนว่า
    “โลกเท่าแผ่นดิน ธรรมเท่าปลายเข็ม”

    ซึ่งต่อมาท่านได้เมตตาขยายความให้ฟังว่า
    “เรื่องโลกมีแต่เรื่องยุ่งของคนอื่นทั้งนั้น ไม่มีที่สิ้นสุด เราไปแก้ไขเขาไม่ได้ ส่วนเรื่องธรรมนั้นมีที่สุด มาจบที่ตัวเราให้มาไล่ดูตัวเอง แก้ไขที่ตัวเราเอง ตนของตนเตือนตนด้วยตนเอง
    ถ้าคิดสิ่งที่เป็นธรรมแล้ว ต้องกลับเข้ามาหาตัวเอง ถ้าเป็นโลกแล้ว จะมีแต่ส่งอกไปข้างนอกตลอดเวลา เพราะธรรมแท้ ๆ ย่อมเกิดจากในตัวของเรานี้ทั้งนั้น”



    <HR>
    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓


     
  20. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๑๓
    แนะวิธีปฏิบัติ

    เคยมีสุภาพสตรีท่านหนึ่งมีปัญหาถามว่า นั่งปฏิบัติภาวนาแล้วจิตไม่รวม ไม่สงบ ควรจะทำอย่างไร ท่านแก้ให้ว่า
    “การปฏิบัติ ถ้าอยากให้เป็นเร็ว ๆ มันก็ไม่เป็น หรือไม่อยากให้เป็น มันก็ประมาทเสีย ไม่เป็นอีกเหมือนกัน อยากเป็นก็ไม่ว่า ไม่อยากเป็นก็ไม่ว่า ทำใจให้เป็นกลาง ๆ ตั้งใจให้แน่วแน่ในกัมมัฏฐานที่เรายึดมั่นอยู่นั้น แล้วภาวนาเรื่อยไป
    เหมือนกับเรากินข้าวไม่ต้องอยากให้มันอิ่ม ค่อย ๆ กินไปมันก็อิ่มเอง ภาวนาก็เช่นกัน ไม่ต้องไปคาดหวังให้มันสงบ หน้าที่ของเราคือภาวนาไป ก็จะถึงของดี ของวิเศษในตัวเราแล้วจะรู้ชัดขึ้นมาว่าอะไรเป็นอะไร ให้หมั่นทำเรื่อยไป”

    <HR>ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     

แชร์หน้านี้

Loading...