ขอเชิญท่านที่มีความจงรักภักดีและเทิดทูนในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ในห้อง 'งานบุญอื่นๆ' ตั้งกระทู้โดย จงรักภักดี, 28 เมษายน 2009.

  1. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,495
    ค่าพลัง:
    +6,435
    [​IMG]

    ลวดลายประดับพระปรางค์ มีทับทิมโบราณด้วยนะพี่หมอกเต่หว่า แดงเหมือนเลือดไหมค่ะพี่
     
  2. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,495
    ค่าพลัง:
    +6,435
    ใน ค.ศ. 1577 คณะทูตไทยได้นำตราที่ชำรุดแล้วไปจีน บรรดาทูตและล่ามพักอยู่ในปักกิ่งเพื่อสอนภาษาไทยให้ขุนนางจีน บุคคลเหล่านี้ได้รับพระราชทานหมวก เสื้อคลุมและเข็มขัด ซึ่งเป็นเครื่องหมายว่าเป็นขุนนางในราชสำนักจีนหรือนักปราชญ์ สมเด็จพระมหาธรรมราชาทรงส่งคณะทูตไปสองชุดสุดท้าย ในรัชสมัยของพระองค์ใน ค.ศ.1578 และ ค.ศ. 1579

    เพื่อที่จะแก้ปัญหาเรื่องการแปลภาษาไทยให้ลุล่วง ขุนนางจีนกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดตั้งแผนกไทยในกรมต้อนรับคณะทูตต่างประเทศใน ค.ศ.1579 ซึ่งก็ได้รับพระบรมราชานุญาต
     
  3. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,495
    ค่าพลัง:
    +6,435
  4. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,495
    ค่าพลัง:
    +6,435
    ความสัมพันธ์ในระบบบรรณาการระหว่างจีนกับไทย

    หาอ่านได้แล้วจากเวปนี้
    [​IMG]
    คลังเอกสารสาธารณะ

    ขอบคุณผู้นำเอกสารนี้มาเผยแพร่ค่ะ ปีที่แล้วหาอ่านไม่ได้จนต้องไปหาตามห้องสมุดมหาวิทยาลัย ปัจจุบันนี้โลกความรู้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นมากๆเลยค่ะ

    ความสัมพันธ์ในระบบบรรณาการระหว่างจีนกับไทย | OpenBase.in.th
    <!-- /#logo-title --><!-- /#header-inner, /#header -->
     
  5. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,495
    ค่าพลัง:
    +6,435
  6. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,495
    ค่าพลัง:
    +6,435
    ใน ค.ศ. 1584 สมเด็จพระนเรศวรรัชทายาททรงประกาศอิสรภาพของไทยจากการเป็นประเทศราชของพม่า พระองค์ทรงครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระราชบิดาใน ค.ศ. 1590 และต่อมาใน ค.ศ.1593 ทรงทำสงครามยุทธหัตถีชนะพม่า

    ก่อนที่พระองค์จะทรงครองราชย์พระองค์ทรงใช้เวลาเกือบทั้งหมดตอบโต้การรุกรานของเขมรซึ่งเกิดขึ้นอย่างน้อย 6 ครั้งในระหว่าง ค.ศ. 1586-1602 และต่อต้านการรุกรานจากพม่าหลายครั้ง

    เมื่อพิจารณาพระราชภารกิจในการปกป้องเขตแดนของอาณาจักรไทยแล้ว แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าพระองค์ทรงสามารถส่งคณะทูตไทยซึ่งประกอบด้วยคนในคณะทูต 27 คนไปจีนในปี ค.ศ. 1592 เพื่อเสนอจะเข้าโจมตีโอบล้อม ฮิเดะโยชิ (Hideyoshi) จากด้านหลัง ตัน เชียน (Tan chien) เขียนถึงข้อเสนอของพระองค์ในอีก 50 ปีต่อมาว่า

    เสียว เอี้ยน(Hsiao Yen) อุปราชแห่งมณฑลกวางทั้งสอง(กวางตุ้งและกวางสี) นำความขึ้นกราบบังคมทูลถวายจักรพรรดิว่า (พระมหากษัตริย์) ไทยมีความโกรธเคืองผู้สำเร็จราชการ กัมปากุ (Kampaku) (ของญี่ปุ่น) อย่างมาก ความรู้สึกสำนึกในหน้าที่ที่เกิดขึ้นเพราะเห็นใจประเทศเพื่อนบ้านทำให้พระมหากษัตริย์ไทยทรงมีความปรารถนาจะช่วยเหลือจักรพรรดิ

    คัดลอกมาจากหนังสือความสัมพันธ์ฯ
     
  7. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,495
    ค่าพลัง:
    +6,435
    หนังสือประวัติศาสตร์ราชวงศ์หมิง (หมิง ฉือ) บันทึกเหตุการณ์เดียวกันนี้ว่า

    ในปี ค.ศ. 1592 ญี่ปุ่นรุกรานเกาหลี ไทยเสนอที่จะส่งกองทัพลอบเข้าโจมตีญี่ปุ่นทางด้านหลัง

    ในระยะแรก ฉือ สิง (Shih Hsing) เสนาบดีกลาโหมสนับสนุนข้อเสนอนี้อย่างกระตือรือร้นมาก แต่เสียว-เอี้ยน คัดค้านข้อเสนอนี้ด้วยเหตุว่า เขาเคลือบแคลงต่อจุดมุ่งหมายของไทยและมีความสงสัยในข้อเสนอของแผนการนี้อยู่มาก ในท้ายที่สุด หลังจากมีการประชุมปรึกษาหารือกันแล้วก็ลงมติไม่รับข้อเสนอของไทย

     
  8. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,495
    ค่าพลัง:
    +6,435
  9. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,495
    ค่าพลัง:
    +6,435
    กระนั้นก็ดี ข้อเสนอของสมเด็จพระนเรศวรก็ไม่ควรถูกพิจารณาว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้ หรือไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้จริง

    มีหลักฐานอีกมากมายที่เชื่อได้ว่า สมเด็จพระนเรศวรพระมหากษัตริย์ผู้มีชื่อเสียงขจรขจายในด้านความกล้าหาญ และ การตัดสินพระทัยเฉียบขาด ทรงมีความปรารถนาที่จะช่วยเหลือจักรพรรดิจีนอย่างแท้จริง และทรงมั่นพระทัยในประสิทธิภาพของกองทัพเรือของพระองค์

    ความปรารถนาอย่างจริงใจของพระองค์แสดงออกมาอย่างแจ้งชัดจากความขุ่นเคืองของคณะทูตไทยเมื่อข้อเสนอนั้นได้รับการปฎิเสธ สมเด็จพระนเรศวรทรงเสียพระทัยเช่นเดียวกัน และหลังจากที่จีนไม่ยอมรับข้อเสนอแล้ว พระองค์ก็มิได้ทรงส่งคณะทูตไทยไปจีนอีกเลย จนกระทั่งปี ค.ศ. 1604

    สำหรับเรื่องประสิทธิภาพของกองทัพเรือไทยนั้น เราจะต้องนำมาพิจารณาด้วยเช่นกันว่า กองทัพเรือญี่ปุ่นก็ใช่ว่าจะเข้มแข็งกว่ากองทัพเรือไทย ที่จริงจุดอ่อนที่สำคัญของญี่ปุ่นในการโจมตีเกาหลีอยู่ที่ว่า กองทัพเรือประสบความยากลำบากจนกระทั่งทำให้การเสริมกำลังทางทหารของญี่ปุ่นในเกาหลีเป็นไปอย่างล่าช้า และไร้ผล

    สมเด็จพระนเรศวรทรงมีทหารรับจ้างชาวญี่ปุ่นหลายร้อยคนในกองทัพของพระองค์ ฉะนั้นพระองค์จึงทรงทราบถึงความอ่อนแอด้านนี้ของญี่ปุ่นเป็นอย่างดี ยิ่งกว่านั้น เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างสองอาณาจักรดีขึ้นในสมัยต่อมา และโชกุนขอปืนใหญ่จากไทย ก็แสดงให้เห็นว่า กองทัพเรือของทั้งสองประเทศอย่างน้อยก็อยู่ในฐานะเท่าเทียมกัน ถ้าหากสมเด็จพระนเรศวรทรงนำกองทัพเรือของพระองค์โจมตีกองทัพเรือญี่ปุ่น การกระทำของพระองค์อาจทำให้การโจมตีเกาหลีของ ฮิเดะโยชิ ต้องประสบกับความยุ่งยากมากขึ้นก็ได้
     
  10. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,495
    ค่าพลัง:
    +6,435
    สำหรับเรื่องเงื่อนไขต่างๆที่มีอิทธพลต่อพระราชวินิจฉัยของสมเด็จพระนเรศวรดังกล่าวนั้น เหตุผลของ โอ ดับเบิ้ลยู วอลเตอร์ส ดูจะน่าเชื่อมากที่สุด

    เขาอธิบายว่า ฮิเดะโยชิมีความทะเยอทะยานที่จะพิชิตประเทศต่างๆในเอเซียทั้งหมด ทำให้สมเด็จพระนเรศวรทรงตระหนักถึงภัยรุกรานจากญี่ปุ่นในอนาคตอันใกล้ ข่าวแผนการของ ฮิเดะโยชิที่จะบุกเกาหลีแพร่มาสู่อยุธยาซึ่งอยู่ในเส้นทางการค้า เสริมความเชื่อของพระองค์ว่าอาจได้รับภัยจากการรุกรานของญี่ปุ่นมากขึ้น

    โอ ดับเบิ้ลยู วอลเตอร์ส อธิบายต่อไปว่า สัมพันธภาพอันดีระหว่างไทยกับจีนในทางการเมือง และในทางเศรษฐกิจนับศตวรรษๆนั้น ก็มีส่วนสนับสนุนให้สมเด็จพระนเรศวรทรงมีพระราชดำริที่จะช่วยเหลือจีน
     
  11. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,495
    ค่าพลัง:
    +6,435
    Hideyoshi Toyotomi (1582-1598)
    [​IMG]

    - One of Japan's three most important pre-modern "heroes",
    similar to Americans like Benjamin Franklin and George Washington

    [​IMG]

    The armor of Hideyoshi Toyotomi


    คนญี่ปุ่นยกย่องว่า ฮิเดโยชิ คือซามูไรผู้บุกเบิกประเทศญี่ปุ่นสู่ความทันสมัย
     
  12. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,495
    ค่าพลัง:
    +6,435
  13. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,495
    ค่าพลัง:
    +6,435
    [ame=http://www.youtube.com/watch?v=6x9ShBaQagk&feature=related]‪Invasion of korea 1590s‬&rlm; - YouTube[/ame]

    ศัตรูของพระองค์เข้มแข็งเพียงใด ยิ่งทำให้รับรู้ว่าพระองค์ทรงเข้มแข็งเพียงใด

    ฮิเดโยชิ ไม่ธรรมดาเลย ดูจากคลิปสารคดีที่เขาสร้างตอนฮิเดโยชิบุกเกาหลี ดูแล้วขนลุก กองทัพของฮิเดโยชิ น่าเกรงขามไม่ใช่น้อย ​
     
  14. จงรักภักดี

    จงรักภักดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    1,229
    ค่าพลัง:
    +2,464
    ความรู้ที่น่าจะรู้ครับ

    "เพดานหนี้นั้น สำคัญไฉน"
    มาตรการ QE3 จะช่วยได้ไหม?

    มีคนขอให้อธิบายเรื่องเพดานหนี้ของสหรัฐ (US Debt Ceiling) ในภาษาที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ ว่ามันคืออะไร และสำคัญแค่ไหน ถึงได้เป็นข่าวตื่นเต้นกันไปทั่วโลกไม่เว้นแต่ละวัน เชื่อว่าทุกคนมีเครดิตการ์ด และเครดิตการ์ดก็จะมีวงเงินให้เราใช้ เช่น ไม่เกิน 100,000 บาท นั่นล่ะคือเพดานที่เขากำหนดให้เราใช้เครดิตการ์ดไปซื้อสินค้าและบริการ รวมทั้งเบิกเงินสดล่วงหน้าได้ เพดานนี้หากมากเกินกำลังเรา พอเราไปใช้จนเต็มเพดานก็จะมีปัญหาว่า เวลาเขาเรียกเก็บ เราจะใช้หนี้ไม่ไหวตามที่เขากำหนด
    ประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีเพดานหนี้ที่รัฐจะก่อได้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่แค่ 100,000 บาท ตัวเลขที่ก่อหนี้ได้หรือวงเงินหนี้ คือ 14.3 ล้านล้านดอลลาร์ เขียนเป็นตัวเลขเต็มๆ ว่า 14,300,000,000,000 ดอลลาร์ หากใช้ 1 ดอลลาร์เท่ากับ 31 บาทไปคูณ จะได้เท่ากับ 443,300,000,000,000 บาท อ่านว่า 443.3 ล้านล้านบาท แปลอีกทีก็คือ สหรัฐก่อหนี้ได้ถึงประมาณ 50 เท่าของขนาดผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติประเทศไทย หรือ GDP เลยทีเดียว และตอนนี้ก็มีหนี้ประมาณนั้น ใช้จนเต็มวงเงินแล้ว เลขศูนย์เยอะแยะจนเครื่องคิดเลขเอาไม่อยู่
    หากคองเกรสหรือรัฐสภาสหรัฐไม่ยอมแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มเพดานก่อหนี้ของสหรัฐให้สูงขึ้นไปอีก สหรัฐก็ไม่มีปัญญาจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะทยอยกันเข้ามาได้ครบทุกอย่างตั้งแต่ 2 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป คล้ายๆ เราใช้วงเงินในบัตรเครดิตจนเต็ม มีอยู่กี่บัตรก็ใช้จนวงเงินเต็มแล้วทุกบัตร บิลค่าน้ำ ค่าไฟ กำลังถึงกำหนดจ่าย ค่าเล่าเรียนลูกก็จะต้องจ่ายในเดือนหน้า รายได้แต่ละเดือนก็เพียงพอแค่ค่าอาหาร ค่าเดินทางไปทำงาน/ไปเรียน ไหนจะค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถอีกล่ะ ดูภาพนี้ตรงขั้นบันไดจะชัดเจนขึ้น สหรัฐเพิ่มเพดานหนี้ขึ้นเรื่อยๆ และเพิ่มมานานแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ.1980 เพดานหนี้ที่ว่านี้ได้ถูกขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้
    17 ครั้ง ในยุคของประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน, 4 ครั้ง ในยุคของประธานาธิบดี บิล คลินตัน, 7 ครั้ง ในยุคของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช, 3 ครั้ง ในยุคของประธานาธิบดี บารัก โอบามา หากคองเกรสลงมติให้เพิ่มเพดานหนี้อีกครั้งในเร็วๆ นี้ โอบามาก็จะได้เพิ่มสถิติเป็น 4 ครั้ง เรียกได้ว่าต่างฝ่ายต่างก็เพิ่มเพดานหนี้กันทั้งนั้น ฯลฯ อย่างไรก็ตาม 2 พรรคการเมืองนี้ ในที่สุดก็จะตกลงกันได้เหมือนที่เคยเป็นมาทุกยุค เพราะหากไม่ยอมขยายเพดานหนี้ ผลกระทบต่อประเทศมันจะหนักหนาสาหัสเลยทีเดียว ฯลฯ
    มาตรการ QE3 จะช่วยได้ไหม?
    มาตรการนี้เป็นการฉีดสภาพคล่องเข้าระบบ แต่ตอนนี้ปัญหาของอเมริกาไม่ใช่ขาดสภาพคล่อง สภาพคล่องกลับล้นไปด้วยซ้ำ เพราะธนาคารต่างๆ ไม่ปล่อยกู้ ส่วนธุรกิจเองก็ไม่กล้าขยายการผลิต ดูได้จากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเตี้ยจนติดดิน สินเชื่อแทบไม่โตเลย QE3 จึงเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ไม่ควรทำ ควรไปกระตุ้นให้ปล่อยสินเชื่อมากกว่า
    เบอร์นันเก้เองนั้น ต้องการดึงเงินกลับเข้าด้วยซ้ำ หากมี QE3 จะเกิดการเก็งกำไรใน Commodity และตลาดหุ้นตลาด Bond พอถึงจุดหนึ่งการเก็งกำไรก็จะหยุดลง แล้วก็จะเป็นปัญหากับเบอร์นันเก้อีก บางคนมองว่าควรอัดฉีดเพิ่ม (QE3) หากดูท่าว่าเศรษฐกิจจะแย่ แต่มีคนคัดค้าน เพราะหากทำเช่นนั้นเงินเฟ้อจะเป็นปัญหาใหญ่ ด้าน จิม โรเจอร์ส ก็บอกว่า FED จะออกมาตรการแน่ๆ แต่ล่าสุดเบอร์นันเก้ ออกมาบอกอีกทีว่า ไม่เอาแล้ว QE3 แต่หากต้องทำจะทำด้วย 2 เงื่อนไขเท่านั้น
    1.เศรษฐกิจจะแย่กว่าที่คาดอย่างมีนัยสำคัญ และ 2.ต้องมีความเสี่ยงจากการจะเกิดเงินฝืดอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน ซึ่งพิจารณาเงื่อนไขสองอย่างนี้จะเห็นว่าไม่เกิดง่าย เพราะเบอร์นันเก้เองก็คาดว่าครึ่งปีหลังนี้เศรษฐกิจจะดีกว่าครึ่งแรก และปีหน้าก็จะดีขึ้นไปอยู่ที่กว่า 3% ส่วนอาหาร น้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ก็ราคาขึ้น เงินเฟ้อจึงไม่กลายเป็นเงินฝืดหรอก
    อย่างไรก็ตาม เบอร์นันเก้ก็บอกว่ายังไม่รู้ว่าทิศทางเศรษฐกิจของอเมริกาจะไปทางไหนกันแน่ QE3 จึงเป็นการเปิดประตูเอาไว้เผื่อเหลือ เผื่อขาด นอกจากนี้เขายังบอกว่า จะคงดอกเบี้ยต่ำไปอีกนานๆ ดังนั้น เงินท่วมระบบสภาพคล่องที่ล้นเพราะแบงก์ไม่ปล่อยกู้ แต่เอาไปเก็งกำไรในตลาดหุ้นกับสินค้าโภคภัณฑ์นั้น ก็จะยังคงอยู่ไปอีกพักใหญ่ เพราะต้นทุนคือดอกเบี้ย ที่ใช้ในการนำเงินไปเก็งกำไรจะต่ำไปอีกพักใหญ่ เพราะดูจากอาการทางเศรษฐกิจของสหรัฐก็เชื่อว่าจนถึงปลายปีนี้อเมริกาก็ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย
    ปัญหาทั้งยุโรปและสหรัฐในขณะนี้เกิดจากอะไร?
    สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกตอนนี้เป็นผลพวงมาจากปัญหา Sub Prime ซึ่งไม่เคยจบ แม้หลายคนจะเคยกลัวว่าจะเป็นเหมือน The Great Depression ที่จะกินเวลาตกต่ำไปทั้งโลกลากยาวไปเป็นสิบปี แต่พอรัฐบาลทุกประเทศช่วยกันอัดฉีดสภาพคล่องเต็มที่จนประคองไปได้ คนที่กลัวก็หลงดีใจคิดว่าผ่านพ้นวิกฤติ Sub Prime ไปแล้ว ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ แค่เพียงซื้อเวลาเท่านั้น
    หลายประเทศที่ขาดดุลการคลังก็เพราะอัดฉีดเงินหรือสภาพคล่องเข้าไปในระบบ และช่วยซื้อหนี้มีปัญหาจากภาคเอกชน คือย้ายหนี้จากภาคเอกชนมาให้เป็นหนี้รัฐ เป็นการเอาปัญหาของเอกชนมาให้รัฐ หลายประเทศที่ขาดดุลการคลังมากขนาดนี้ ก็เพราะใส่เงินมหาศาลเข้าไปอัดฉีดหล่อเลี้ยงระบบเอาไว้ โดยเงินที่ใส่ลงไปนั้น รัฐบาลต่างๆ ก็กู้จากเอกชนและคนทั่วไปนั่นเอง ด้านยุโรปเองก็จะไม่มีทางปล่อยให้ สเปนกับอิตาลีเป็นอะไรไป IMF และ ECB จะต้องช่วยเพื่อไม่ให้พังกันไปหมด และทั้ง 2 ประเทศนี้ก็กำลังหาทางลดค่าใช้จ่ายลงและเชื่อว่าจะทำได้สำเร็จ
    สมมติว่าเกิดมี QE3 ขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น?
    ตลาดหุ้นทั่วโลก ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ จะได้ผลดีในช่วงสั้นๆ เท่านั้น และผลตอบรับอาจไม่แรงเท่าช่วง QE2 และตลาดจะกังวลมากกว่า เพราะเม็ดเงินยิ่งมากขึ้นตอนถอยจะยิ่งตกหนัก ฯลฯ
    หากเพิ่มเพดานหนี้แล้วปัญหาในสหรัฐจะจบลงได้ไหม?
    อย่างแรกคือหายใจคล่องขึ้น เพราะมีเงินจ่ายหนี้ที่ครบกำหนดได้ ไม่ต้องขึ้นชื่อว่าผิดนัดชำระหนี้ แต่ในระยะกลางถึงระยะยาวนั้นปัญหาก็ยังคงอยู่ ถ้ารัฐสภาสหรัฐไม่ปรับปรุงลดรายจ่ายต่างๆ ลง และเพิ่มอัตราภาษีบางอย่างขึ้น มันก็แค่แก้ปัญหาระยะสั้น เหมือนจ่ายหนี้บัตรเครดิตด้วยการไปเปิดใช้บัตรใหม่ แล้วกดเบิกเงินสดล่วงหน้าจากบัตรใหม่เอาไปจ่ายชำระหนี้บัตรเก่า ผ่านไปอีกพักก็จะแย่อีก และจะแย่ยิ่งกว่าเดิมด้วยหากเศรษฐกิจสหรัฐโตไม่เร็วพอ ซึ่งก็คือไม่สามารถเพิ่มรายได้ได้ทันค่าใช้จ่าย หากจะฟันฉับตัดปัญหาให้จบไปเลย ก็ต้องให้ได้ดุลด้วยการลดค่าใช้จ่ายลง 40% (คิดจากที่ว่าเงิน 1 ดอลลาร์ที่สหรัฐใช้เกิดจากการกู้ 40%) ซึ่งทำอย่างนั้นก็จะกระทบเศรษฐกิจอย่างหนัก เพราะคนจะยิ่งไม่มีเงินไปใช้จ่าย ธุรกิจก็แย่ลง คนก็ตกงาน ธุรกิจก็จะยิ่งขายของได้น้อยลง ต้องปิดกิจการ เลิกจ้าง ฯลฯ โอ๊ย..งูกินหาง
    ผลกระทบต่อตลาดทุนไทย?
    ณ วันนี้เงินสหรัฐยังมีสภาพคล่องล้นเหลือ เพราะรัฐอัดฉีดเงินลงไปแล้ว แต่ธนาคารยังไม่ปล่อยกู้ เป็นแบบนี้แล้วเงินก็จะมาที่เอเชียที่ดูดีที่สุด เพราะเขาก็ต้องการให้เกิดผลตอบแทนจากเงินลงทุน การส่งออกของไทยมีการกระจายตัวดีขึ้น หากสหรัฐกับยุโรปแย่ เราก็ยังเลี้ยงตัวได้ เพราะเรามีการค้าขายกับพวกกันเองและในตลาดอื่นๆ
    ปัญหาภายในประเทศโดยรวมก็น้อย การทะเลาะเบาะแว้งทางการเมืองก็เป็นเรื่องปกติของคนไทยไปแล้ว ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น ลงทุนในหุ้นไทยจึงดีกว่าหากมองระยะยาว แต่การเก็งกำไรสั้นๆ จะทำได้ยาก เพราะระดับ P/E ปี 2008 ที่มีวิกฤติ Sub Prime นั้นมันถูก คืออยู่ที่ 6-7 เท่าเท่านั้น แต่ตอนนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 12-13 เท่า การหาจังหวะทำกำไรจึงยาก มีความเสี่ยงสูงกว่า ฯลฯ
    พวก Global Fund ของฝรั่งกำลังสนใจตลาดไทย?
    จากเดิมที่ไม่เคยเลยที่จะสนใจไทยโดยเฉพาะ เพราะจะไปมองภาพเอเชียรวมๆ หรือมุ่งที่จีนมากกว่า ตอนนี้เขาเริ่มมีความสนใจ เริ่มสอบถามไปยังนักวิเคราะห์ไทย ขอพบผู้จัดการกองทุนไทย ส่งคนมาขอข้อมูลหุ้นไทยมากขึ้น ขนาดที่ว่าหัวหน้าฝ่ายการลงทุนมาหาข้อมูลเอง ทั้งนี้เป็นเพราะ Asia มีแนวโน้มการบริโภคจับจ่ายใช้สอยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เขาเลยสนใจเอเชีย และไทยก็มีเศรษฐกิจที่มีศักยภาพการบริโภคได้ดีอยู่แล้ว ฝรั่งจึงสนใจและมองไทยยาวขึ้น น่าจะทยอยเข้ามามากขึ้นถ้าเราตั้ง ครม.ใหม่ได้โดยเป็นคนที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ และหากรัฐบาลใหม่ดำเนินนโยบายได้น่าเชื่อถือ ไม่ส่งผลแง่ลบต่อเศรษฐกิจ
    ที่ขำๆ อีกเรื่องคือ เริ่มมีตัวแทน ก.คลังสหรัฐมาขอพบผู้จัดการกองทุนกันบ้างแล้ว สงสัยจะมาหาทางขอกู้
    วรวรรณ ธาราภูมิ
    นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
    CEO บลจ.บัวหลวง จำกัด
    ทุกอย่าง "เรื่องสมมุติเจ๊ง" ให้ "เจ๊า" กันไปทั้งโลกก็ดี กลับมาตั้งต้นนับ ๑ กันใหม่ ผมชอบ...จะได้ตามน้ำ "โละหนี้" ๗๐-๘๐ ล้านไปด้วย (แฮ่ะๆ ล้อเล่นน่ะ.)!

    แหล่งที่มา แล้วก็ถึงวันที่ "อเมริกันตกยาก" | ไทยโพสต์
     
  15. จงรักภักดี

    จงรักภักดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    1,229
    ค่าพลัง:
    +2,464
    เมื่อวาน "สะดุ้ง" จนเรือนไหว "ทั้งวัน" เพราะทองน่ะซีครับ ราคางอกเร็วกว่าเพาะถั่วงอก วันเดียวขึ้นไป ๔-๕ รอบ....

    ...ทำไม "คนทั้งโลก" จึงแห่ซื้อทองกักตุน?...

    (!!!นี่อาจจะเป็นสาเหตุให้กระทู้นี้ต้องหลุดไปอยู่ที่หน้า 2 ก็เป็นได้ ? 555)

    คำตอบชัดๆ สั้นๆ คือ......

    ....ท่านรู้จัก Hedge Fund แล้วใช่มั้ย แปลตามตัวก็คือ กองทุนป้องกันความเสี่ยง เอาทั้งซื้อ-ทั้งขาย-ทั้งปล้น แต่ตามนิยามของผม Hedge Fund ก็คือพวกขายักตามบ่อนไฮไล เอากำไรจากส่วนต่างโดยไม่ต้องลงทุน....

    ...นี่แหละที่ผมมองว่า อาการ Stagflation เที่ยวนี้ จากสหรัฐ-ยุโรป แล้วมันจะลามทั่วโลก "เร็ว" กว่าที่คาด เพราะเจ้า Hedge Fund ที่เจ๊งบ้านเขา แล้วออกล่ากำไรแถวๆ บ้านเราที่ยังมีเนื้อ-มีหนัง ...

    นี่เป็นเพียงแค่น้ำจิ้มที่นำมามาเสิร์พเรียกน้ำย่อยท่านเท่านั้นครับ หากท่านสนใจในรายละเอียดก็ขอเชิญที่นี่ครับ

    แด่ 'รัฐบาลใหม่-นายกฯใหม่' ด้วยรัก | ไทยโพสต์

    คุณเปลว สีเงิน ท่านได้วิสัชนาไว้อย่างชัดเจนแล้วครับ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มาครับ
     
  16. จงรักภักดี

    จงรักภักดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    1,229
    ค่าพลัง:
    +2,464
    ขอนำบทความของคุณ ท่านขุนน้อย เรื่อง "ว่าด้วยเรื่องของหนี้" บางตอนมานำเสนอเพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมประกอบกันในเรื่องที่ คุณเปลว สีเงิน ได้นำเสนอไปแล้ว อย่างน้อยก็ได้เห็นความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ

    ... ใครมีทองเท่าหนวดกุ้ง...เลี่ยงไม่พ้นต้องนอนสะดุ้งจนเรือนไหวไปตามๆ กัน อันเนื่องมาจากราคาทองคำ ณ ขณะนี้ มีแต่พุ่งขึ้นๆ ระเบิดเถิดเทิง ชนิดหัวไม่ตกเอาเลยทีเดียว ราคาซื้อ-ขายในตลาดต่างประเทศปาเข้าไปถึง 1,644.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นถึง 22.8 ดอลลาร์ภายในวันเดียวเท่านั้น ส่วนตลาดในประเทศไทย ซื้อ-ขายกันในระดับ 23,350-24,000 บาทต่อหนึ่งบาท เรียกว่าแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น ราคาเพิ่มพรวดๆ พราดๆ ไปถึง 400-500 บาทกันเห็นๆ...
    ----------------------------------------------
    เหตุปัจจัยสำคัญที่สุดซึ่งทำให้ราคาทองพุ่งแรงแซงโค้ง และพุ่งในชนิดหัวไม่ตกอยู่ในทุกวันนี้ ว่ากันว่าย่อมหนีไม่พ้นไปจากความหวั่นไหว ความกังวล ของใครต่อใครในทั่วทั้งโลกนั่นแหละ ที่มีต่อความวูบไหว ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจในระดับโลกทั้งโลก โดยเฉพาะเมื่อประเทศที่ถือกันว่ามีขนาดเศรษฐกิจใหญ่โตที่สุดในโลก มีสัดส่วนทางเศรษฐกิจมากถึงเกือบ 25 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีโลกทั้งโลก ดันมาออกอาการ เดี้ยง กันเห็นๆ ถึงแม้จะประสบความสำเร็จในการขยายวงเงินสร้างหนี้ให้เพิ่มขึ้นไปอีกเป็นล้านล้านดอลลาร์ แต่ท้ายที่สุด...ย่อมหนีไม่พ้นไปจากสัจจัง เว อมตาวาจา อันว่าด้วยความไม่เป็นหนี้...เป็นลาภอันประเสริฐ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คือ ถึงจะมีความสามารถในการสร้างหนี้ให้เพิ่มขึ้นต่อไปอีก แต่มันไม่ได้ถือเป็นการ แก้ปัญหา” ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย
    -------------------------------------------------


    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก “นิรนาม”... “บางครั้งเงินเป็นตัวป้องกันความยุ่งยากได้ แต่ถ้ามากไป เงินจะกลายเป็นตัวสร้างความยุ่งยาก...”.


    ขอขอบคุณ ว่าด้วยเรื่องของหนี้ | ไทยโพสต์
     
  17. จงรักภักดี

    จงรักภักดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    1,229
    ค่าพลัง:
    +2,464
    บทขับเสภาบางตอนครับ

    บทที่กล่าวถึง พระเจ้าลูกเธอพระมหาธรรมราชา


    ตอนพระนเรศและพระเอกาทศรถตรัสให้แต่งกองทัพไปช่วยffice:eek:ffice" /><O:p></O:p>​


    <O:p></O:p>​

    พระสดับวาจาพระกลาโหมฝ่ายญาติโยมหมายมุ่งเพื่อกรุงศรี<O:p></O:p>
    ถ้าทัพไทยไปช้าอาจเสียทีข้าศึกมีมากพอจะต่อกร<O:p></O:p>
    พระราชโองการให้แต่งกองทัพ จงเร่งไปยับยั้งและสั่งสอน<O:p></O:p>
    มิต้องมีเมตตาเอื้ออาทรพระยาออนอันใช่มันไม่ดี<O:p></O:p>
    พระเจ้าลูกเธอพระมหาธรรมราชาทั้งช้างม้าจำพรากจากกรุงศรี<O:p></O:p>
    แลทัพพระยาธรรมาธิบดีไพร่พลมีหนึ่งหมื่นน่าชื่นใจ<O:p></O:p>
    ทัพพระยาสวรรคโลกจงโชคดี ไปคราวนี้พร้อมสรรพกองทัพใหญ่<O:p></O:p>
    พระยากำแพงพระยาสุโขทัย จงยกไปทางโพธิสัตว์เดินลัดไป<O:p></O:p>
    พระยาพันธาราอย่าลาลับ จัดกองทัพร่วมด้วยต้องช่วยไซร้<O:p></O:p>
    เมื่อได้ฤกษ์ไปกันในทันใด ทางไม่ไกลบ้านนาปราจีนบุรี<O:p></O:p>
    ออกพระราชกำหนดเป็นกฎหมาย ห้ามหนีหายร่วมรบพุ่งกับกรุงศรี<O:p></O:p>
    พระยาละแวกร่วมกันในทันที ยกไปตีสั่งสอนไอ้ออนอัน



    <O:p>
    ตอนสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯเสด็จไปกราบพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์<O:p></O:p>​




    <O:p></O:p>​

    สมเด็จพระเจ้าลูกเธอกลับคืนมาสองกษัตราประทับมิไกลใกล้<O:p></O:p>
    อยู่เมืองเพชรบุรีทรงดีใจ ด้วยสิ้นภัยสุขสันต์นิรันดร<O:p></O:p>
    ทรงปลาบปลื้มสมจิตดังคิดหมายลูกผู้ชายคนดีกรุงศรีศร<O:p></O:p>
    ยังคงรักเมตตาเอื้ออาทรพระอวยพรดีตลอดจงปลอดภัย<O:p></O:p>
    <O:p></O:p>
    </O:p>
     
  18. จงรักภักดี

    จงรักภักดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    1,229
    ค่าพลัง:
    +2,464
    เสด็จประพาสเพชรบุรี


    ตอนพระนเรศและพระเอกาทศรถเสด็จประพาสเมืองเพชรบุรีffice:eek:ffice" /><O:p></O:p>


    ( เดือน ๙ ปีเถาะ พ.ศ.๒๑๔๖ )<O:p></O:p>


    <O:p> </O:p>

    ฝ่ายกรุงศรีแสนสงบเตรียมรบศึก ทะเลลึกมหาสมุทรที่สุดใหญ่<O:p></O:p>
    สมุทรานุภาพทรงทราบใช่ คืออ่าวไทยการค้าทางนาวี<O:p></O:p>
    คิดปรับปรุงกำลังระวังเหตุ ป้องนิเวศน์หมายผดุงเพื่อกรุงศรี<O:p></O:p>
    เมืองชายฝั่งชื่อเด็ดเพชรบุรี หรือพริบพลีชื่อเสียงสุดเกรียงไกร<O:p></O:p>
    เสด็จโดยชลวิมานสำราญจิต ลมเปลี่ยนทิศหันเหทะเลใหญ่<O:p></O:p>
    ป่าโกงกางต้นจากดั่งรากไทร พระชื่นใจพ้นด้าวสู่อ่าวไทย<O:p></O:p>
    พระประทับพลับพลาใกล้วาริน บนพื้นดินงามงดเห็นสดใส<O:p></O:p>
    ทอดพระเนตรพลิบพลีเมืองศรีไทย เมืองท่าไกลถิ่นสำเภาทั้งเสาใบ<O:p></O:p>
    <O:p></O:p>

    ตอนพระนเรศและพระเอกาทศรถเสด็จประพาสไปถึงตำบลสามร้อยยอด<O:p></O:p>


    <O:p></O:p>

    ได้เห็นเรือพิฆาตดังชาติเชื้อ ที่หัวเรือน่าชื่นมีปืนใหญ่<O:p></O:p>
    ที่กราบเรือตั้งเคียงเห็นเรียงไป ทั้งปืนไฟติดดาบปืนคาบศิลา<O:p></O:p>
    นั่งสำเภาโต้ลมไปชมคลื่น ประจำปืนเชี่ยวชาญทหารกล้า<O:p></O:p>
    ลมพัดใส่ใบกางไม่ร้างรา คุมนาวาด้วยหางเสือทุกเมื่อไป<O:p></O:p>
    ถึงตำบลสามร้อยยอดจอดเรือเร้น น้ำกะเซ็นขึ้นเรือน่าเบื่อใช่<O:p></O:p>
    ลมก็พัดยั่วยวนมากวนใจ ทอดทันใดสมอกล้าสู่สาคร<O:p></O:p>
    พระประทับตำหนักทรงศักดิ์ศรีชายวารีพักพิงเชิงสิงขร<O:p></O:p>
    มีหาดทรายงามตาเอื้ออาทร พระทินกรสาดแสงสุดแรงมา<O:p></O:p>
    จึงเสด็จลงพระสุพรรณวิมาน แสนสำราญหว้าเหว่ทะเลกล้า<O:p></O:p>
    อันประดับดาดาษด้วยศาสตรา พร้อมเรือท้าวพระยาเอื้ออาทร<O:p></O:p>
    โดยเสด็จตามแห่ห้อมล้อมพระองค์ เห็นเป็นวงป้องกันเช่นคันศร<O:p></O:p>
    ในท้องมหาอรรณพจบสาคร อันงามงอนดุจเสือทัพเรือไทย<O:p></O:p>
    <O:p></O:p>
    <O:p></O:p>

    ตอนพระนเรศตรัสให้แต่งพระตำหนักโตนดหลวง<O:p></O:p>


    <O:p></O:p>

    เมื่อนั้นสองกษัตริย์ขัดติยา ประพาสกลางมหาสมุทรที่สุดนั่น<O:p></O:p>
    ทรงสำราญน้องพี่สิบสี่วัน ค่ำชมจันทร์ทะเลครามสีงามตา<O:p></O:p>
    มีพระราชโองการแต่งพระตำหนัก พระทรงศักดิ์เจนจบนักรบกล้า<O:p></O:p>
    ที่ตำบลโตนดอยู่ดีมีชีวา อยู่ริมมหาสมุทรสุดทันดร<O:p></O:p>
    จึงเสด็จลงพระสุพรรณนาวา พรั่งพร้อมเสนาบดีกรุงศรีศร<O:p></O:p>
    แห่ห้อมล้อมดาษดาด้วยพลากร แสนงามงอนวิมานมหานาวา<O:p></O:p>
    ตำบลโตนดหลวงเสด็จประทับ ชาวพร้อมสรรพเชี่ยวชาญทหารกล้า<O:p></O:p>
    ต่างตั้งค่ายรายรอบกษัตรา รอเวลาพระดำรัสจะจัดไป เสด็จไปประพาสกลางมหาสมุทร เป็นที่สุดหว้าเหว่ทะเลใหญ่<O:p></O:p>
    ท่องเที่ยวสิบสองวันร่วมกันไป ทรงพอพระหทัยว่าไกลดี<O:p></O:p>
    แล้วกางใบบังคับให้กลับมา พร้อมนาวาหมายมุ่งฝ่ายกรุงศรี<O:p></O:p>
    จึงเสด็จกลับสู่เมืองเพชรบุรี ถึงทันทีพลับพลาริมสาคร<O:p></O:p>
    <O:p></O:p>
    อันขบวนนาวาก็ลาลับ เสด็จกลับทันทีกรุงศรีศร<O:p></O:p>
    พระนเรศเมตตาเอื้ออาทร จึงจากจรเมืองเด็ดเพชรบุรี<O:p></O:p>
    <O:p></O:p>

    ณ ที่นี้ก็เกิดมีเรื่องเล่านอกพงศาวดาร (ที่เขาเรียกกันว่าเกร็ดพงศาวดารทำนองนั้นกระมังครับ) กล่าวว่า...

    ตอนที่ทะเลเพชรบุรี มีพระยาท่านหนึ่งเสียชีวิตลง

    พระนเรศให้ฝังศพพระยาท่านนั้น ที่หาดทรายแห่งหนึ่งแถว ๆ นั้น

    ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เมื่อไม่นานมานี้ ไปเข้าฝัน คนให้ไปขุดเอาศพ พระยาท่านนั้นมาทำพิธีทางศาสนา

    พระท่านเล่าให้ฟัง อันคนเล่าให้พระฟังนั้น เป็น ชาวบ้าน จึงไปตามความฝันพบสถานที่นั้นจริง ๆ

    แล้วขุดเอาร่างเจ้าพระยามาทำพิธีให้ ขุดลึกไปไม่มากนัก กี่เมตรไม่ทราบ อันนี้นอกพระราชพงศาวดาร

    อันคนเล่า ก็ยังอยู่ แต่ขอปกปิดตนเอง หลวงพ่อเล่าอย่างนั้น ....
     
  19. จงรักภักดี

    จงรักภักดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    1,229
    ค่าพลัง:
    +2,464
    คุยกับคุณ เปลว สีเงิน


    ...เมื่อวานคุยกะท่านเรื่องการขยับเขยื้อนของโลกภายใต้ภาวะ "เศรษฐกิจฝืด-เงินเฟ้อ" และบอกไปว่า ผลจากภาวะนั้นมันจะมาถึงบ้านเราด้วยแน่ คนมีตังค์เขาเอาเงินไปเปลี่ยนค่าด้วยการซื้อทองเก็บไว้ ก่อนที่เงินมันจะเฟ้อถึงขั้น ๑ แสนบาท ซื้อหนวดกุ้งได้หนวดเดียว!
    ภาวะนี้คนมีเงินเป็นทุกข์ครับ เรียกว่า "ทุกข์เศรษฐี" ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรจึงจะเป็น "เศรษฐทรัพย์ปริวรรต" คือการบริหารค่าเงินให้มันเป็นไปตามเหตุปัจจัยนั่นแหละ
    นี่...ขนาดแบงก์ชาติ เขายังเอาดอลลาร์ไปเปลี่ยนค่าเป็นทองคำมาถือตั้ง ๓๐ ตัน นอกจากทองแล้ว ยังเอาไปแลกเป็นเงินหยวนของจีนอีก ก็...วิถีบูรพาไงครับ ต่อจากนี้ "สู่ศตวรรษใหม่" พระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออก ทรัพย์สินเงินทองจะนองเนืองจากทิศานุทิศสู่ตะวันออก
    เมื่อตะวันออกสว่าง ทางตะวันตกก็มืด!
    ทั่วโลกตอนนี้ พวกไวต่อสถานการณ์พากันหนีจากที่มืดมาจับจองทางที่สว่าง ไทยเรารวมอยู่ในตะวันออก ก็ให้รัฐบาลและคนรวยเขาซื้อทองตุนกันไป ส่วนพวกมั่งมี พวกมีมั่ง-ไม่มีมั่งอย่างเรา จะซื้ออะไรเป็นเศรษฐทรัพย์ปริวรรตเพื่อ "รวยกะเขามั่ง" ยามตะวันฉายแสงล่ะ?
    "ที่ดิน" ครับ!
    ใครมีเงินเหลือก็ซื้อ "ที่ดิน" เก็บตากแดด-ตากฝนไว้เถอะ ใครอยากขโมย แซะแบกไปได้ก็ให้ขโมยไป อย่างเก่งก็แค่แซะหน้าดินไปขาย เหลือเป็น "บ่อปลา" ไว้ให้เราแค้นมันเล่น
    ซื้อที่มี "โฉนดกระดาษ" เน้อ อย่าซื้อที่เป็น "โฉนดนิ้ว" คือที่เขาชี้ที่ป่า-ที่เขาบอกขายไปเรื่อย ติดคุกแล้วอย่ามาโทษนะ เงินนั้นเฟ้อแน่ เสื่อมค่า-เสื่อมราคาแน่ แต่ที่ดินไม่มีเฟ้อ มีแต่คนเฟ้อ-ความต้องการเฟ้อ
    นั่นคือ ในขณะที่คนงอกมากขึ้น แต่ที่ดินไม่มีงอก .......ฉะนั้น ที่ดินประเทศไทยนับวันจะเป็น "สินทรัพย์มูลค่าเพิ่ม" ที่แพงกว่าทอง
    ................................ ที่ดิน-ในความหมายของผม ไม่ใช่ให้ไปบุกรุกหักล้างถางป่าจับจอง ผมหมายถึงว่า เป็นที่นา-ที่ไร่-ที่สวน อันมีอยู่แล้วมากมาย แต่ไม่ได้เอาไปทำมาหากินกัน โดยเฉพาะทางอีสาน ผมคุยกับคนขับแท็กซี่ทีไร ร้อยละร้อยบอกว่า...จน อยู่บ้านไม่รู้จะทำมาหากินอะไร แต่พอถามว่า "แล้วมีที่นามั้ย"
    ปรากฏว่าที่บอกไม่มี แต่ก็มี ๒๐ ไร่ เป็นอย่างต่ำ ที่บอกว่าพอมี ก็ ๕๐-๘๐ ไร่ นั่นแน่ะ!?
    พวกเราเกิดกับแผ่นดินมรดกปู่-ย่า-ตา-ยาย จึงมองไม่เห็นแผ่นดิน แต่คนต่างชาติ ซึ่งเขามีแค่คนละกว้างศอก-ยาวคืบก็ดีใจแล้ว ครั้นมาเมืองไทย เห็นเรือกสวนไร่นาถูกปล่อยทิ้ง เขาจึงมองเห็นค่าแผ่นดิน เริ่มอพยพ เริ่มเข้ามาจับจองแผ่นดินบ้านเราด้วยวิธีการต่างๆ
    ขอโทษ...ทุกอย่างบ้านเราที่พวกเราร้องว่าแพง...แพง แต่มันถูกยิ่งกว่าอุจจาระก้อนเดียวในบ้านเขา พกมาแค่ ๑,๐๐๐ เหรียญฯ ซื้อที่นาได้เป็นไร่แล้ว!
    เมื่อเศรษฐกิจตะวันตกล่มสลาย ผมก็เกรงว่าฝรั่งมังค่ามันจะมายึดครองที่ดินบ้านเรา เพื่อดำรงวิถีชีวิตใหม่ตามแนวทาง "เศรษฐกิจพอเพียง" กันไปหมด พวกเราจะนั่งตาปริบๆ มองฝรั่งเป็นเจ้าของนา ฝรั่งทำนา ฝรั่งเลี้ยงควาย ฝรั่งปลูกผัก-ปลูกหญ้า ไร่-นา-สวนผสม
    ฝรั่งนอนสูดโอโซนท่ามกลางสายลม-แสงแดด ครวญเพลง "กลิ่นโคลนสาบควาย" น่าอิจฉา ส่วนพวกเรา ทิ้งไร่-ทิ้งนา มาแย่งกันสูดควันท่อไอเสียหน้ามอมเหมือนถูกแมวเอาก้นฝนดินหม้อไถลหน้า ยัดเยียดแย่งกันอยู่-แย่งกันกิน ตามตัวเมือง
    สู้นกจากไซบีเรียไม่ได้ รู้ค่าจากถิ่นที่อยู่ และรู้จักปรับใช้ตามฤดูกาล ผมอยากจะบอกว่า อนาคตอันใกล้ บ้านใครมียุ้งฉาง บ้านไหนมีพืชพันธุ์ธัญญาหาร บ้านนั้นเท่ากับ...มีทอง!
    ผมอ่านคอมเมนต์ใน "เว็บไซต์-ไทยโพสต์" ผู้ใช้นามว่า Sam Vesteras โพสต์ข้อความไว้น่าสำเหนียก ขออนุญาตนำมา "ตบท้าย" วันนี้นะครับ
    เคยอ่านบทความสองชิ้น ชิ้นแรกเป็นพระราชดำรัสของใ?นหลวงองค์ปัจจุบัน ทรงตรัสไว้เมื่อปี 2540 หลังเกิดวิกฤติ ความโดยสรุปว่า...
    "ความจริงเคยพูดเสมอในที่ปร?ะชุมอย่างนี้ว่า การจะเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแ?บบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้นหมายความว่?า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง อันนี้ก็เคยบอกว่าความพอเพี?ยงนี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหาร?ของตัว จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้นมันเกินไป
    แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภ?อจะต้องมีความพอเพียงพอสมควร? บางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้ม?ากกว่าความต้องการ ก็ขายได้ แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไ?หร่ ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก? อย่างนี้ท่านนักเศรษฐกิจต่า?งๆ ก็มาบอกว่าล้าสมัย จริง อาจจะล้าสมัย คนอื่นเขาต้องมีการเศรษฐกิจ? ที่ต้องมีการแลกเปลี่ยน เรียกว่าเป็นเศรษฐกิจการค้า? ไม่ใช่เศรษฐกิจความพอเพียง เลยรู้สึกว่าไม่หรูหรา
    แต่เมืองไทยเป็นประเทศที่มี?บุญอยู่ว่า ผลิตให้พอเพียงได้"


    แหล่งที่มา ไม่ซื้อทองแล้วเราจะซื้ออะไร? | ไทยโพสต์
     
  20. จงรักภักดี

    จงรักภักดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    1,229
    ค่าพลัง:
    +2,464

แชร์หน้านี้

Loading...