เรื่องเด่น เรื่องเล่า "นักขุดกรุ"มือขลัง ขมังเวทย์ที่สุดในแผ่นดิน

ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย wanwi, 11 ตุลาคม 2016.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 67 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 67 คน )
  1. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,886
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127,962
    ถนนสายบุญวันนี้ เลี้ยวเข้าวัด จัดกวีร่วมอนุโมทนาง่ายๆ...

    ☆ เช้าถึงวัด...จัดครบเครื่อง
    ศาสน์รุ่งเรือง..เรื่องศรัทธา
    พุทธาธรรม....ล้ำเลอค่า
    ละบาปหนา....พารวย อวยชัย!
     
  2. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,886
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127,962
    ☆ "เรื่องเล่า~นักขุดแร่" ☆
    ===============

    "พ่อท่านแหวง อาภาคโร"วัดคึกคัก
    "เปลวเพลิงแห่งศรัทธา"-อันดามัน!
    ===============
    20261001_164036.jpg

    ☆☆ ตอนที่4(ต่อ) ☆☆
    ----------------------

    ● สึนามิ~นรกอันดามัน ●
    ~~~~~~~~~~~~~~~

    อีก 2 เดือนเศษ ก็จะครบ 22 ปีที่คลื่นมหาประลัยทำลายล้างริมฝั่งอันดามันวอดวายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย!

    ผมถือโอกาสรวบรวม บันทึกมหันตภัยยิ่งใหญ่เกินบรรยายหนนี้ ไว้เตือนความทรงจำเล็กน้อยว่า ไทยเราเคยได้รับการบันทึกชื่ออยู่ใน "ตำนานสุดโหด" ระดับโลก...

    เป็นตำนานที่ไม่น่าภาคภูมิใจ แต่ก็จำต้องยอมน้อมรับไว้

    "สึนามิ อันดามัน" ถูก "สถิติโลก" บันทึกเป็น "มหันตภัย-อันดับ 3" ของโลก ตั้งแต่อดีตจะกี่พันปีก็ช่าง จวบจนถึงปัจจุบัน

    โบราณนานหลายร้อย-พันปี อาจบังเกิดมหันตภัยยิ่งใหญ่กว่า แต่การนับศพนับความสูญเสียคงยากจดจารบันทึกไว้ละเอียด

    ปฏิทินโลกยุคหลัง 2500 บันทึกไว้ว่า มหาภัยสุดยิ่งใหญ่ นับศพโดยไม่ต้องรบราฆ่าฟันในสงคราม มีดังนี้-;

    อันดับที่ 1...ปี 2513 พายุไซโคลน ถล่มประเทศ "บังคลาเทศ" ไม่มีพระเจ้าองค์ใดช่วยไหว สูญเสียไปกว่า 300,000 คน ของจริงอาจมากกว่านั้นอีก เพราะการสำรวจต้องมีตกหล่นประสายุคล้าหลัง ประเทศโลกหลังเขา!!!

    อันดับที่ 2...ปี 2519 แผ่นดินไหวในประเทศจีน ค้นพบร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 255,000 คน!!!

    อันดับที่ 3...แอ่น แอ้น สึนามิ ปี 2547 มหาประลัยในครั้งนี้เอง จากแผ่นดินไหวบนเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย ก่อเกิด "คลื่นยักษ์" ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ โถมทำลายเมืองอาเจะ กับอื่นๆของอินโดนีเซียเกือบทั้งเมือง เสียชีวิตไปกว่า "หนึ่งแสนคน"!!!

    ผลพวงทรงพลัง ของ "คลื่นยักษ์"ยังอาละวาดไปหลายประเทศ รวมแล้ว 11 แผ่นดิน ทั้ง ศรีลังกา มาเลเซีย ฯลฯ

    รวมทั้ง "ไทย" ชายฝั่งอันดามัน พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล ระนอง โดยมี "พังงา" ครองแชมเปี้ยนที่อำเภอตะกั่วป่า สูญเสียคนมากที่สุดกว่า ห้าพันคน รวมยอดทั่วฝั่งอันดามัน 5,400

    แต่ผมคนในพื้นที่ รู้ดีแก่ใจว่า ความย่อยยับสูญเสียมีมากกว่านั้น เพราะมี "คนต่างด้าว" หลายชาติพันธุ์เข้ามาทำงานตามรีสอร์ท โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร ริมฝั่งอันดามัน ตั้งแต่ เขาหลัก บางสัก บางเนียง บ้านน้ำเค็ม บ้านคึกคัก มากมาย...

    ทุกรายนามเหล่านั้นล้วนเป็น หมู่บ้านชายทะเลที่กำลังเฟื่องฟูด้วย อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวริมฝั่งทะเลอันสวยสดงดงามดั่งสวรรค์ทะเลใต้ ต้องใช้คนงาน คนบริการจำนวนมากในแต่ละแห่ง และไม่มีคนงานชาวไทยสักกี่คนที่ยอมทำงานเหล่านี้

    คนชาติพันธุ์จาก "เมียนมา" ทะลักเข้ามาทางด้าน ระนอง ทางฝั่งอันดามันด้วยกัน มากที่สุด!!!!

    พวกผู้คนเหล่านั้น น้อยนักที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในสมัยก่อน ที่พักของพวกเขาก็เป็นห้องพักค่อนข้างแออัดและไม่แข็งแรง บางแห่งเป็นห้องแถวฝาไม้อัด หลังคาสังกะสีชั่วคราวอยู่เกือบติดหาด ติดทะเล ชนิดคลื่นลูกแรก ก็ไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปากรอดชีวิต...

    ไม่ต้องบรรยายถึงการกระหน่ำซ้ำของคลื่นหฤโหดลูกถัดมา!!

    คนชาติพันธุ์เป็นชาว "พม่า" อันดับ 1 คนลาวอันดับ 2 และอื่นๆอย่างละเล็กละน้อย ผู้สูญหายไปในคลื่นในทะเล หากไม่พบร่างบนบกก็ยากที่จะมีการบันทึกว่า ใครเป็นใคร? แม้การพิสูจน์อัตลักษณ์ทันสมัยก็ไม่มีทางบอกได้ เพราะไม่มีญาติพี่น้องมาเทียบเคียง หรือเดินทางมาชี้บอก

    จำนวนจริง แม้จะไม่ถึง "หมื่น" ก็น่าจะหย่อนอยู่ไม่กี่พัน!!!

    แม้กระทั่งร่างคนไทยอีกหลายคน ยังใช้เวลาหลายปีกว่าจะระบุได้ครบ บางคนก็หายไปในทะเล ไม่พบร่างอีกเลย!!!

    นี่คือที่สุดของ มหันตภัยโลก รวมความสูญเสียทุกประเทศ รวบรวมยอดไว้ว่า 220,000 คน...!

    สถิตินี้ พุ่งปรี้ดเป็น "อันดับ 3" ตลอดกาลของความพินาศยับเยินในมหันตภัยร้าย...

    ลม-ดิน-น้ำ แม่ธาตุทั้ง 3 เมื่ออาละวาดหนักหน่วง จึงสุดที่มนุษย์จะต้านไหว แม้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะยื่นมือช่วยได้บ้าง ก็ยังไม่เพียงพอ

    นี่ยังไม่นับ "ไฟ" ซึ่งผมไม่ขอลอกมาบันทึกไว้ เพราะแค่ 3 แม่ธาตุนี้ เห็นตัวเลขก็น้ำลายเหนียวคอ เป็นมหาวินาศภัยที่เกิดขึ้นหลังกึ่งพุทธกาล หลังปี 2500

    ก่อนหน้านั้นไม่ทราบ วินาศไปอีกเท่าไหร่???

    สึนามิ-นรกอันดามัน ที่มีความเกี่ยวข้องกับผม...ผู้บันทึกของจริง ถึงบารมี "พ่อท่านแหวง"ก็ต้องขอตัดตอน จบไว้ที่สถิติเลวร้ายสยดสยองขวัญเพียงนี้ รอพบกับบันทึกตอนใหม่ต่อไปครับ
    -------------------------
     
  3. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,886
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,127,962
    "หลวงปู่ปาน วัดบางเหี้ย"
    "เสือจิ๋ว"แห่งคลองด่าน!
    ===============
    ☆ เสือสั่งป่า....ราชาชาติ
    'จตุบาท'........ศาสตร์เจนจบ
    เคารพเชื้อ...เหนือทำนบ
    ทั่วทิศสยบ..สบเสือ"ปู่ปาน"

    ☆ หนึ่งเดียวนั้น.....มิผันแปร
    ☆ วันเก่าแก่........แผ่พลังผ่าน
    ☆ 'ปู่ปาน'เสือ.....เหลือตำนาน
    ☆ ประจันบาน..ทุกย่าน ลือชา!
    ~~~~~~~~~~~~~~~

    วันศุกร์สดใส ฝนฟ้าเริ่มสร่างซา ปลายฝนต้นหนาวไม่อาละวาดมาก เปิดกรุเปิดลังให้ชมของดีทีเด็ดอีกสักชิ้น...!

    ยอดพยัคฆ์ "หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย" แต่ผมชอบเรียกท่านว่า "หลวงปู่ปาน" มากกว่า ตามวัย และตำนานความเก่าแก่ตั้งแต่รัชสมัยพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงมีพระราชอักษรบันทึกความน่าทึ่งในวิชา "เขี้ยวเสือ" ของหลวงปู่เอาไว้

    ในเดือนนี้ก็คืบใกล้เข้า "วันปิยมหาราช-23 ตุลา" ถือซะว่า นำ "ยอดพยัคฆ์หลวงปู่" มาให้ดูเพลิดเพลิน รำลึกถึงความทรงจำอันเป็นอมตะถึงพระพุทธเจ้าหลวง องค์มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ชาวไทย กับหลวงปู่ผู้เข้มขลังในวิชายอดพยัคฆ์ไร้เทียมทาน!!!

    "เขี้ยวพยัคฆ์จิ๋ว" มีให้เห็นกันไม่มากนัก ส่วนใหญ่มักจะสูญหายไปด้วยความเล็กรักษายาก เชิญทัศนาด้วย "ภาพเล่าเรื่อง" ไม่เปลืองสายตา ไม่เสียดายเวลาในการอ่านแน่นอน...
    20261012_110227.jpg
    จิ๋วแต่แจ๋ว เสือหน้าแมว ปลายเขี้ยวน้อย นำมาสลักเสลาไม่ทิ้งไปให้สิ้นเปลืองและเสียของ เพียงน่าเสียดายเล็กน้อยที่เจ้าของเดิมจับล้างในสมัยก่อนเมื่อหลายสิบปี แต่กาลเวลาก็เพาะบ่มให้เนื้อเขี้ยวเริ่มกลับคืนสีสันสู่ธรรมชาติดั้งเดิม

    การล้างของคนโบราณอาจเป็นเพราะเขี้ยวจมอยู่ในสีผึ้งก็เป็นได้ จึงเผลอล้างขัดถูด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ

    ดีที่ว่าเป็น "เขี้ยวแท้" ไม่ใช่พลาสติกหรือเรซิ่น..."เนื้อ" จึงกลับคืนสภาพได้ หากเป็นวัตถุที่ว่า ต่อให้อีกร้อยปีก็ไม่คืน นอกจากแกล้งเอาไปทำให้สกปรกเปรอะเปื้อนดูยาก

    รอยจารอักขระยันต์บริเวณโคนขาหลัง ใกล้กับช่วงหลังยังอยู่ครบ!
    20261012_110237.jpg
    พลิกกลับอีกด้าน รอยเส้นเลือดแตกสวยงามเป็นธรรมชาติ มีจารที่ลำตัว 2 จุด ถ่ายทอดภาพไม่ชัดเพราะตัวเล็กมาก แต่ของจริงมองออกด้วยตาเปล่า
    20261012_110338.jpg
    บริเวณด้านหลัง เหนือลำตัว
    20261012_110431.jpg
    ด้านหน้าท่านั่งของพยัคฆ์หน้าแมวตามสูตร คราบเก่าในรูจมูกกับดวงตาหลงเหลือจากการล้าง คืนสภาพมาเยอะแล้ว
    20261012_110400.jpg 20261012_110541.jpg
    ชมบริเวณเหนือหัวกับใต้ฐาน
    รูเขี้ยวน้อยอยู่พร้อมรอยจาร
    สีสันเขี้ยวไล่อ่อน-แก่สวยงาม
    ไม่ใช่โทนสีเดียวกันทั้งตัวแบบ
    สีเขี้ยวเทียมใช้สารเคมีช่วยเร่ง
    20261012_110301.jpg
    จิ๋วขนาดไหน? นำเทียบกับเหรียญสลึงสมัยใหม่ที่เล็กสุด เห็นภาพจริงได้ชัด เล็กจิ๋วขนาดนี้ ยังแกะทุกองคาพยพครบครันตามตำรา กับลงเหล็กจาร ได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง

    สมแล้วที่เป็นยอดพยัคฆ์ในตำนานที่ไม่เคยถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำและความปรารถนาของผู้ครอบครอง แม้กาลเวลาจะผ่านยาวนานเกินกว่าหนึ่งศตวรรษ ความแจ่มชัดของเรื่องราวปาฏิหาริย์ มนต์ขลังพิศดาร "เสือ-หลวงปู่ปาน" คงจำหลักประทับอยู่ในดวงใจของผู้รักชอบ พิศมัยเครื่องรางประเภทนี้ มิเคยเสื่อมคลาย!!!
    20261012_110321.jpg
    วันศุกร์ย่อมสุขสดใสเสมอ น้อมนำบารมี "หลวงปูปาน" กับอิทธิคุณยอดพยัคฆ์ "จิ๋วแต่แจ๋ว" แผ่พลังคุ้มครอง ขับเสนียดจัญไร ไล่อาถรรพ์ชั่วร้ายทั้งปวง ให้มวลสมาชิกและนักอ่านมีความสุขสมหวัง ปลอดภัยทุกทิศทุกสถาน ทั่วถ้วนหน้า!!!
     

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...