ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนเอาหุ่นยนต์มาวิ่ง มาต่อยมวยทำไม? เรื่องนี้มีอะไรมากกว่าแค่โชว์ของ?
    .
    ช่วงปีสองปีมานี้ เราเห็นข่าวหุ่นยนต์จีนทำสถิติใหม่อยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะกิจกรรมที่ปกติเป็นเรื่องของมนุษย์ ตั้งแต่วิ่ง เตะฟุตบอล ไปจนถึงต่อยมวย
    .
    ล่าสุดในการแข่งขัน World Humanoid Robot Games ที่ปักกิ่ง หุ่นยนต์จากทีม Tianzhuo วิ่ง 100 เมตรได้ 9.39 วินาที ถ้าเทียบเฉพาะตัวเลขก็เร็วกว่า 9.58 วินาทีของนักวิ่งระดับโลก Usain Bolt แล้ว
    .
    แม้จะนับเป็นการทำลายสถิติโลกกรีฑาไม่ได้ เพราะเป็นคนละการแข่งขันและคนละเงื่อนไข
    .
    แต่ผมว่ามีประเด็นที่น่าสนใจกว่า และคิดว่าคงมีคนสงสัยเหมือนกันว่า
    .
    “จีนจะเอาหุ่นยนต์มาวิ่งแข่ง ต่อยมวย หรือเตะฟุตบอลไปทำไม?”
    .
    เพราะโรงงานไม่ได้ต้องการหุ่นยนต์ที่วิ่ง 100 เมตรต่ำกว่า 10 วินาที และคลังสินค้าก็คงไม่ได้เลือกซื้อหุ่นยนต์เพราะมันต่อยมวยเก่ง
    .
    คำตอบหนึ่งก็คือ “มันเป็นการโชว์ของ” ของจีน ให้โลกและโดยเฉพาะอเมริกา ได้เห็นศักยภาพจีน
    .

    เป็นการแสดงให้ทั้งคนในประเทศและโลกเห็นว่า เทคโนโลยีของตัวเองไปถึงไหนแล้ว โดยเฉพาะในช่วงที่การแข่งขันด้าน AI และหุ่นยนต์ระหว่างจีนกับอเมริกาเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
    .
    ย้อนไปเมื่อ 2017 จีนประกาศแผนพัฒนา AI ระดับชาติ โดยตั้งเป้าหมายเป็นช่วงๆ ปี 2020 ต้องยกระดับ AI และการประยุกต์ใช้งานขึ้นมาอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก
    .
    ในทางปฏิบัติก็คือการพยายามลดช่องว่างทางเทคโนโลยีกับผู้นำตะวันตก ปี 2025 ต้องขึ้นเป็นผู้นำใน AI บางด้าน และปี 2030 ต้องการเป็นหนึ่งในศูนย์กลางนวัตกรรม AI ของโลก
    .
    ดังนั้น การเอาหุ่นยนต์มาวิ่ง ทำสถิติ หรือต่อยมวย มีเรื่องของภาพลักษณ์และการโชว์ศักยภาพทางเทคโนโลยีอยู่แน่นอน
    .
    แต่ก็ไม่ใช่แค่ PR เท่านั้นหรอก
    .
    สนามแข่งพวกนี้เป็นสนามทดสอบชั้นดี การวิ่งเร็วบังคับให้แก้โจทย์พร้อมกันทั้งการทรงตัว มอเตอร์ ข้อต่อ เซนเซอร์ และการรับแรงกระแทก ส่วนการต่อยมวยยิ่งยากขึ้น เพราะต้องอ่านและตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้
    .
    ข้อดีคือ คนดูเข้าใจง่าย เราอาจไม่รู้ว่ามอเตอร์หรือระบบข้อต่อรุ่นใหม่พัฒนาขึ้นแค่ไหน แต่ถ้าปีที่แล้ววิ่ง 100 เมตร 21.50 วินาที ปีนี้เหลือ 9.39 วินาที ทุกคนเห็นความต่าง
    .
    ขณะเดียวกัน จีนก็เร่งสร้างคนรองรับอุตสาหกรรมนี้ มีทั้งหลักสูตร AI, robotics, embodied intelligence ไปจนถึงสาขาวัสดุใหม่ ผนวกกับซัพพลายเชน และพื้นที่ทดลอง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันที่หุ่นยนต์จะเข้าไปอยู่ในโรงงาน โลจิสติกส์ งานบริการ งานที่มีความเสี่ยงสูง หรือแม้แต่การใช้งานด้านความมั่นคงและยุทโธปกรณ์มากขึ้น
    .
    เพราะ humanoid robot ไม่ได้มีแค่ AI มันยังมีเรื่องมอเตอร์ ข้อต่อ ระบบส่งกำลัง แบตเตอรี่ เซนเซอร์ และวัสดุ ยิ่งต้องการให้เคลื่อนไหวใกล้มนุษย์ หรือดีกว่ามนุษย์ในบางเรื่อง โจทย์ทางวิศวกรรมก็ยิ่งตามมา
    .

    ผมเลยมองว่าการแข่งวิ่งหรือต่อยมวยของหุ่นยนต์จีน มันก็เป็นการโชว์ของนั่นแหละ แต่เป็นโชว์ที่ใช้ทดสอบเทคโนโลยีและเร่งอุตสาหกรรมไปพร้อมกัน
    .
    เพราะสุดท้าย โจทย์ยากอาจไม่ใช่การทำให้หุ่นยนต์วิ่ง 100 เมตรได้เร็วแค่ไหน แต่อยู่ที่ทำอย่างไรให้มันออกจากสนามไปทำงานจริงได้ ไม่พังง่าย ต้นทุนคุ้มค่า ตอบโจทย์ตลาดกับภาคอุตสาหกรรมได้จริง
    .
    และถ้ามองในระยะยาว เรื่องนี้อาจไม่ใช่การแข่งขันว่าใครสร้างหุ่นยนต์ที่วิ่งเร็วที่สุด แต่เป็นการแข่งขันว่าใครสามารถเปลี่ยนความก้าวหน้าบนสนาม ให้กลายเป็นความสามารถทางอุตสาหกรรมได้ก่อนกัน
    .
    “ตรงนั้นต่างหากคือบททดสอบที่ต้องจับตาต่อ”

    #อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #ชีวิตในจีน

    https://www.facebook.com/share/p/1BhQGJskbX/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์เอาจริง! ดันค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B ทะลุ $100,000 สกัดจ้างแรงงานต่างชาติทักษะสูง
    รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าผลักดันมาตรการครั้งใหญ่เกี่ยวกับวีซ่าแรงงานทักษะสูง H-1B โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2026 กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) ได้เผยแพร่ ร่างกฎระเบียบฉบับใหม่ ซึ่งมีเป้าหมายทำให้ค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่า H-1B ใหม่ในอัตรามากกว่า 100,000 ดอลลาร์ กลายเป็นกฎถาวร แม้มาตรการดังกล่าวจะเคยถูกศาลสกัดไว้ก่อนหน้านี้

    ตามร่างกฎที่เผยแพร่ใน Federal Register รัฐบาลเสนอให้กำหนดค่าธรรมเนียมไว้ที่ 103,265 ดอลลาร์ต่อคำร้อง หรือคิดเป็นเงินไทยราว 3 ล้านกว่าบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงอย่างไม่เคยมีมาก่อนสำหรับโครงการ H-1B

    วีซ่า H-1B เป็นวีซ่าที่บริษัทในสหรัฐฯ ใช้จ้างแรงงานต่างชาติที่มีทักษะเฉพาะทาง โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยี วิศวกรรม วิทยาศาสตร์ และอาชีพที่ต้องใช้ความรู้ระดับสูง บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จึงเป็นกลุ่มที่พึ่งพาวีซ่าประเภทนี้อย่างมาก

    แนวทางของรัฐบาลทรัมป์มีเป้าหมายทำให้ การจ้างแรงงานต่างชาติผ่าน H-1B มีต้นทุนสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งอาจทำให้นายจ้างต้องพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้นก่อนเลือกแรงงานจากต่างประเทศ และสอดคล้องกับนโยบายของทรัมป์ที่ต้องการให้บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญกับการจ้างแรงงานอเมริกันมากขึ้น

    Source: Newsmax⁠


    https://www.facebook.com/share/p/14qxBcy4agK/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แล้วไง???
    อเมริกาลุยแล้ว มาตรการ Economic D-Day "ยกพลขึ้นบก ยกบาตรคว่ำหัว" ซึ่งทรัมป์โวนักโวหนาว่าจะลงทัณฑ์ประเทศคู่ค้าที่ยังคบค้ากับอิหร่าน แต่ว่า ... มิได้แตะจีนแต่อย่างใด และที่จริงก็ไม่ได้แตะชาติไหนเลย
    แค่ขู่ๆ เองจ้า

    คือมันก็งงๆ ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะการลงมือนั้นจะน่าสะพรึงก็ต่อเมื่อท่านจะทำกับคนที่ไม่เคยโดนท่านฟาด
    แต่อิหร่านเก็บสะสมบาตรมาน่าจะ 3,468 ใบมาแล้ว คือถ้าเป็นพอยท์ไปแลกบัตรกำนัลได้ อิหร่านก็คงเอาไปช้อปสนุกหนำใจแล้ว
    ว่าง่ายๆ คือ พี่แทงผมจนพรุนแล้ว ผมยังจะกลัวมีดพี่อีกเหรอ

    มิให้เสียเชิง ก็ต้องมีอะไรนิดหน่อย กระทรวงการคลังมีคว่ำบาตรเพิ่ม 60 รายนาม ก็มีทั้งคน ทั้งบริษัท ทั้งเรือ ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกิจกรรมของอิหร่าน
    ซึ่ง ... มันก็มีคว่ำเพิ่มแบบนี้ทุก 3 เดือน 6 เดือนเป็นกิจวัตรสม่ำเสมออยู่แล้ว
    ไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย

    ประเด็นก็คือ ล่าสุดที่สก็อตต์ เบสเซนท์ รัฐมนตรีคลังแห่งอเมริกาอภิมหาบาตรใหญ่ออกมาประกาศคำโตนั้น มันลอยๆ
    มันไม่ได้มี "บทลงโทษ" เป็นชิ้นอันต่อประเทศคู่ค้าหากยังกระทำการอี๋อ๋อกับอิหร่าน
    ไม่ได้มีรายละเอียดใดเลย ...
    ซ้ำยังไม่มีการเอ่ยอ้างถึงจีน หรือใดๆ ทั้งนั้น

    ตลาดจับตาที่ "แบงก์พาณิชย์จีน" ครับท่าน จะมีไม่มีโดน
    สรุปไม่โดน
    ก็เหมือนอเมริกาไม่ได้ทำอะไร น้องจากเชิญชาวโลกมาที่รัชดาลัยเพื่อร้องแรกแหกกระเชอ โชว์มารยาริษยาในท่วงท่ากรีดกรายบนเวที
    ประมาณว่าฉันทำแล้วนะ ทำการแสดงแห่งการทำร้ายอิหร่าน
    อิหร่านเจ็บมาก เจ็บหนัก เจ็บจนทนไม่ไหว
    แล้วก็ให้สื่อมวลชนช่วยตีข่าวเงินเรียลของอิหร่านอ่อนค่าสุดในประวัติศาสตร์ด้วย (ตอนนี้อิหร่านยังเอาเงินไปแลกกับใครอยู่?)

    นั่นแหละ ...
    สงคราม รบกัน ทำอิหร่านเจ็บ
    ตอนนี้ไม่รบแบบนั้นแล้ว เพราะมิสไซล์หม.. เอ่อ ไม่หมดจ้ะ แค่ไม่รบเฉยๆ และเปลี่ยนวิธี มาคว่ำบาตรแทน ซึ่งอิหร่านจะเจ็บกว่าโดนมิสไซล์อีก
    สรุป อเมริกาชนะ
    รูดม่าน ปิดฉาก จบการแสดง

    อิหร่านก็ยังคงงงๆ
    พี่เพิ่มบาตรมาให้ผมอีกหลายใบ ผมไม่มีที่เก็บแล้ว
    ขณะที่พี่มิสไซล์เกลี้ยงคลัง
    แต่คลังผมเต็มไปด้วยบาตรของพี่
    จะไม่มีที่ให้เก็บแล้ว

    และบาตรพี่ทำผมเจ็บมากเลย ปวดแสบปวดร้อน

    ทรัมป์กำลังเล่นอะไร
    "บาตรมหาสนุก เดอะฮอร์มุซซูเปอร์โชว์"
    ?

    https://www.reuters.com/business/en...d-over-75-trillion-cubic-feet-gas-2026-08-23/
    https://www.aljazeera.com/news/2026/8/24/trump-administration-announces-global-economic-war-on-iran
    https://edition.cnn.com/2026/08/24/world/live-news/iran-war-trump

    https://www.facebook.com/share/p/1BtwFCcFCZ/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อ้าว ยังไง! รัฐบาลอเมริกาบอก "ยังไม่ได้ซื้อพันบัตรสักใบเดียว"!!?!?? อ้าว งี้ก็แปลว่าก่อนหน้านี้แสร้ง "ปั่น" เรอะ⚠️
    เท้าความอย่างรวบรัด เพิ่งไม่กี่วันก่อน อเมริกาสำแดงนโยบาย ""ขอกู้เอง และปล่อยกู้ให้ตัวเอง" กล่าวคือ กระทรวงการคลัง buyback "ซื้อคืน" พันธบัตร (ที่ตัวเองออกเอง)

    เพิ่งเขียนยาวๆ ไปเอง ไม่ขยายความซ้ำแล้วล่ะครับท่าน
    สรุปแค่ว่า จำเป็นต้อง "แอ็กชั่น" เพื่อสร้าง demand ไปกระตุ้นตลาดพันธบัตร โดยเฉพาะระยะยาว อายุ 30 ปี ที่กำลังพะงาบๆ

    และต้องย้ำว่า มันคือการปรับกฎระเบียบ สำหรับการดำเนินการในอนาคต
    (ย้ำว่าปรับกฎเฉยๆ ยังไม่ได้ลงไม้ลงมือทำอะไร)
    กระทรวงการคลังขยาย "วงเงิน" ต่อหนึ่ง operation ในการซื้อคืนพันธบัตร
    จากเดิม ใน operation หนึ่ง ทำได้สูงสุด 2 พันล้านดอลลาร์ ก็จะขยายเป็น 2 เท่า คือสูงสุดได้ 4 พันล้านดอลลาร์

    ทีนี้ข่าวก็อึกทึกครึกโครมเลยล่ะ ประมาณว่าจะ "ซื้อคืน" แหลก เพื่อปลุกสู้
    นั่นก็ทำให้ราคาขึ้นมาหน่อย หรือ yield ก็ผ่อนลงมาหน่อย
    (*bond : พันธบัตร/หุ้นกู้ ยิ่งราคาตก คือยิ่ง yield สูง แปลว่า bond นั้นยิ่งไม่ดี)
    (หมายเหตุ ก่อนนั้น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุ 30 ปี ทำสถิติ yield สูงสุดตั้งแต่ปี 2007 ก็คือ bond เลวร้ายสุดในรอบ 2 ทศวรรษนั่นเอง)

    วานนี้ก็มีข่าวตู้มต้ามออกมาอีก
    แว่วว่ากระทรวงการคลังจะใช้เงินจาก Treasury General Account ซึ่งก็คือบัญชีของกระทรวงการคลังที่ฝากไว้กับแบงก์ชาติ ซึ่งยอดเงินในบัญชีมันสูงถึงเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์
    (ไม่ได้แปลว่าใช้ทั้งหมด แต่มันมีอยู่เท่านี้ให้ใช้)
    ก็ฮือฮาล่ะครับท่าน
    คนก็คิดว่าจะจัดแล้ว จะเอาแล้ว
    (ตลาดก็ขานรับ กดให้ yield ลงมาหน่อย)

    ทางวาณิชธนกิจ Morgan Stanley ก็ประเมินว่าเงินสดส่วนที่เหลือใช้ ที่จะชักเอามาสำหรับมาตรการนี้ได้ น่าจะ 8 หมื่นล้านดอลลาร์ ถึง 2 แสนล้านดอลลาร์
    ... ก็ไม่น้อยนะ

    คือบทบาทของความเป็นกระทรวงการคลังมันก็ต้องมี
    หลังๆ ชักจะไปกันใหญ่เลย มันเหมือนโน้มนำให้เกิดการกะเก็ง ทั้งยังดูจะเป็นการเล่นกับ "กระแส" เกินควร
    ว่าแล้ว ทางกระทรวงจึงต้องออกมาสยบความตื่นเต้นหน่อย

    We haven’t bought a single bond yet
    ก็ยังไม่ได้ซื้อสักแอะเลย
    สก็อตต์ เบสเซนท์ เจ้ากระทรวงกล่าว

    และก็จะทำตามโปรแกรมเดิมไปก่อน
    เดี๋ยวของไตรมาสหน้า ที่จะมีโปรแกรมใหม่ (รอบ พ.ย) ถึงจะว่ากันอีกที
    แบบนี้ ก็หมายความว่า ที่กระทรวงการคลังกำลังจะมีมาตรการ buyback วันที่ 9 ก.ย. - 4 พ.ย. (ซื้อคืนตัวอายุ 30 ปี และ 10 ปีด้วย) ก็น่าจะยึด "เพดาน" เดิมไปก่อน (2 พันล้านดอลลาร์ต่อหนึ่ง operation) ยังไม่ขยายเป็น 4 พันล้านดอลลาร์
    ฉะนั้น มูลค่ารวมทั้งสิ้น สูงสุด 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ (มิใช่ 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์)

    รอบ พ.ย. ที่จะมีโปรแกรมออกอีกที ถึงจะขยายเพดาน

    อ้าว อ้าว อ้าว
    แบบนี้ก็แปลว่า ... อืมม์
    ก็ตามนั้น

    ทั้งนี้
    "แอ็กชั่น" สามารถแปลว่าลงมือทำ และก็สามารถแปลได้ว่า ... ก็อย่างที่ตอนผู้กำกับสั่งหน้ากล้องน่ะแหละ ตะโกนให้นักแสดง แอ็กชั่นนน!

    หลังสก็อตต์ เบสเซนท์ออกมาชี้แจงอะไรแบบนี้ yield ก็เลยเริ่มดีดกลับมาหน่อย

    เรื่องนี้ก็จึงสรุปได้ว่า ___

    (ตลาดมันก็เล่นกันแบบนี้แหละ เป็นธรรมดา
    อยู่ที่ความเข้าใจในความเป็นไปของมัน
    ทั้งนี้ สก็อตต์ เบสเซนท์คร่ำหวอดในวงการเฮดจ์ฟันด์มานานนม ถือว่าเป็นยอดฝีมือเลยล่ะ)

    https://www.bloomberg.com/news/arti...to-fund-buybacks-cnbc-says?srnd=homepage-asia
    https://www.cnbc.com/2026/08/24/bessent-1-trillion-treasury-general-account-bond-buybacks.html

    https://www.facebook.com/share/p/19FdoEXut2/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คนไทยว่างงานพร้อมหนี้ครัวเรือนเพิ่มพ่วงหนี้คนไทยจะไหลเป็นหนี้เสียพุ่งควบตาม สภาพัฒน์ชี้ตกงานเพิ่มกว่า 4 แสนคน เตะฝุ่นพุ่งเกือบ 10% หนี้ครัวเรือนไทยขึ้นแตะกว่า 16.4 ล้านล้านบาท แก้หนี้เสร็จกลับมาจ่ายหนี้ปกติมีแค่ 15% BTimes

    https://www.facebook.com/share/1FrdzEvnPg/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชาโต้ไทยปมปัดข้อกล่าวหารุกล้ำ โวหลักฐานชัด สายตานานาชาติเป็นพยาน
    .
    .
    MGR Online - เนธ เพียกตรา รัฐมนตรีกระทรวงสารสนเทศกัมพูชาได้โต้แย้งการปฏิเสธของฝ่ายไทยต่อข้อกล่าวหาของกัมพูชาเรื่องการรุกล้ำดินแดน โดยระบุว่าการปฏิเสธของกรุงเทพฯ นั้น ไม่สามารถลบล้างหลักฐานทางกายภาพที่กำลังถูกสังเกตและบันทึกโดยผู้สังเกตการณ์อาเซียน นักการทูตต่างชาติ และสหประชาชาติได้
    .
    คำกล่าวของเนธ เพียกตรา เกิดขึ้นหลังจากพล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ปฏิเสธข้อกล่าวหาของกัมพูชาที่ว่ากองกำลังไทยกำลังรุกล้ำดินแดนของกัมพูชาผ่านการก่อสร้างถนน บังเกอร์ และกิจกรรมอื่นๆ พร้อมกับระบุว่าไทยไม่มีนโยบายรุกรานหรือยึดครองประเทศเพื่อนบ้าน และยืนยันว่ากิจกรรมของไทยมีจุดประสงค์เพื่อปกป้องทหารและพลเรือน และรักษาอธิปไตยในพื้นที่ที่ไทยถือว่าอยู่ภายใต้การควบคุมของตน
    .
    เนธ เพียกตรา ระบุว่าจุดยืนของกัมพูชาคือการกำหนดเขตแดนผ่านกลไกทางกฎหมายและทางเทคนิคที่ตกลงกันไว้ มากกว่าการควบคุมทางทหารหรือการสร้างสถานการณ์ให้จำยอมในพื้นที่พิพาท และย้ำว่ากัมพูชาไม่ใช่ฝ่ายเดียวที่บันทึกสภาพการณ์บนพื้นที่พิพาทอีกต่อไป
    .
    “หลักฐานบนพื้นที่ไม่สามารถปิดบังได้” เนธ เพียกตรา ระบุ โดยอ้างถึงตู้คอนเทนเนอร์ รั้วลวดหนาม และการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอื่นๆ ในพื้นที่ที่กัมพูชายืนยันว่าอยู่ภายใต้อธิปไตยของตน
    .
    รัฐมนตรีผู้นี้ยังกล่าวอ้างว่า สิ่งสำคัญคือ “สายตาของบุคคลที่สาม” ที่กำลังเห็นสภาพการณ์เหล่านั้น ที่ลดข้อพิพาทจากการเป็นเพียงเรื่องเล่าแข่งขันกันระหว่างกัมพูชาและไทย
    .
    เนธ เพียกตรา ระบุว่าคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนในกัมพูชา (AOT-KH) ที่นำโดยฟิลิปปินส์ ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 3 แห่ง ประกอบด้วยบึงตะกวน หมู่บ้านโจกเจย และหมู่บ้านเปรยจัน ในจ.บันเตียเมียนเจย เมื่อเร็วๆ นี้
    .
    เนธ เพียกตรา ระบุว่าทั้ง 3 พื้นที่ ผู้สังเกตการณ์ได้ตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ 116 ตู้ ใน 24 จุด และมีประชาชน 13,259 คน ยังไม่สามารถกลับบ้านได้
    .
    เขายังกล่าวอ้างว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่การรายงานจากทางการกัมพูชาอีกต่อไปแล้ว
    .
    “มีบุคคลที่ 3 คอยเฝ้าดู มีผู้สังเกตการณ์ตรวจสอบความถูกต้อง ผู้แทนทางการทูตได้ไปดูสถานที่จริง” เนธ เพียกตรา ระบุ
    .
    เขายังอ้างความเห็นของทอม แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ที่ได้ไปเยี่ยมชุมชนพลัดถิ่นและพื้นที่ชายแดนระหว่างภารกิจในเดือนกรกฎาคม ที่ในเวลาต่อมาได้รายงานว่ามีชาวกัมพูชาประมาณ 650,000 คน ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นในช่วงที่เกิดความขัดแย้งสูงสุด และมากกว่า 20,000 คนยังคงไม่สามารถเดินทางกลับได้
    .
    เนธ เพียกตรา อ้างว่าทั้งการตรวจสอบของอาเซียน การเยือนทางการทูต และการสังเกตการณ์ของแอนดรูว์ส ทำให้เกิดบันทึกของบุคคลที่สามที่มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมและทางกายภาพบริเวณชายแดน
    .
    แต่เขาย้ำว่าการสังเกตการณ์เหล่านี้ไม่ถือเป็นการกำหนดอธิปไตยโดยอาเซียนหรือสหประชาชาติ เนื่องจากบทบาทของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนคือการสังเกตและตรวจสอบเงื่อนไขการหยุดยิง และภารกิจของแอนดรูว์สเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน การกำหนดเขตแดนยังคงเป็นเรื่องทางกฎหมายและทางเทคนิคแยกต่างหาก
    .
    “ตู้คอนเทนเนอร์ไม่ใช่เครื่องหมายชายแดน ลวดหนามไม่ใช่สนธิสัญญา สนามเพลาะไม่ใช่แผนที่เขตแดน การปักธงไม่ใช่โฉนดที่ดิน” เนธ เพียกตรา กล่าว
    .
    เขายืนยันจุดยืนของกัมพูชาว่าเขตแดนกัมพูชา-ไทย ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลควรได้รับการแก้ไขบนพื้นฐานของสนธิสัญญาและอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ระเบียบการทางเขตแดน แผนที่และการกำหนดเขตแดนของคณะกรรมการเขตแดนฝรั่งเศส-สยาม MOU44 และ TOR2003 รวมทั้งหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
    .
    “กัมพูชาไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเขตแดนใดๆ ที่เป็นผลจากการใช้กำลังหรือจากความพยายามฝ่ายเดียวในการสร้างข้อเท็จจริงในพื้นที่” เนธ เพียกตรา กล่าวเน้นย้ำ
    .
    เนธ เพียกตรา ยังอ้างคำกล่าวของพล.อ.อ.ประภาส ที่ระบุว่าไม่มีประเทศใดสามารถกำหนดอธิปไตยได้เพียงแค่การประกาศต่อสาธารณะ ไทยจะยังคงปกป้องสิ่งที่ตกถือว่าเป็นดินแดนของตน และจะไม่หยุดมาตรการรักษาความปลอดภัยเพียงเพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องฝ่ายเดียวของกัมพูชา
    .
    เนธ เพียกตรา กล่าวว่าคำกล่าวดังกล่าวนั้นทำให้สองฝ่ายมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยฝ่ายไทยกล่าวว่าตนกำลังปกป้องอธิปไตยและกองกำลังของตน ในขณะที่กัมพูชากล่าวว่ากองกำลังของไทยกำลังใช้ข้ออ้างนั้นเข้าควบคุมดินแดนกัมพูชา
    .
    เขาระบุว่าการสังเกตการณ์อย่างอิสระจึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเชื่อมโยงประเด็นดินแดนเข้ากับข้อที่ 4 ของข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ที่ระบุว่าพลเรือนที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับบ้านได้ในฝั่งของตนโดยปราศจากอุปสรรค และด้วยความปลอดภัยและศักดิ์ศรี
    .
    เพียกตราระบุว่ายังมีชาวกัมพูชาหลายพันคนที่ยังไม่สามารถกลับบ้านได้เพราะถูกปิดกั้นด้วยตู้คอนเทนเนอร์และสิ่งกีดขวางอื่นๆ ซึ่งเป็นหลักฐานทางกายภาพที่แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์หลังสงครามยังไม่ได้รับการแก้ไข
    .
    เขาเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) และกฎหมายระหว่างประเทศทำหน้าที่เป็นแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหา มากกว่าการดำเนินการฝ่ายเดียวหรือสร้างสถานการณ์ให้จำยอมในพื้นที่ และยังย้ำว่าการสำรวจและการปักปันเขตแดนควรดำเนินการผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน ขณะเดียวกันพลเรือนกัมพูชาต้องได้รับอนุญาตให้กลับบ้านอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี ตามข้อผูกพันภายใต้คำแถลงร่วมวันที่ 27 ธันวาคม
    .
    “การหยุดยิงไม่ใช่การอนุญาตให้สร้างข้อเท็จจริงใหม่ในพื้นที่ สันติภาพไม่ใช่แค่การไม่มีเสียงปืน สันติภาพยังต้องหมายความว่าพลเรือนสามารถกลับบ้านได้” เนธ เพียกตรา กล่าว
    .
    เขาสรุปว่าพัฒนาการตามแนวชายแดนไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีกหากไม่ได้รับการตรวจสอบจากนานาชาติ เนื่องจากอาเซียน ผู้แทนทางการทูต สหประชาชาติ และประชาคมระหว่างประเทศในวงกว้างยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง การปฏิเสธเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว เนื่องจากผู้สังเกตการณ์ภายนอกสามารถไปเยี่ยมชมสถานที่เหล่านั้นได้ด้วยตนเอง
    .
    “กองกำลังอาจสร้างข้อเท็จจริงในพื้นที่ขึ้นชั่วคราว แต่ไม่สามารถเปลี่ยนการยึดครองให้เป็นอธิปไตยที่ชอบด้วยกฎหมายได้ ตู้คอนเทนเนอร์อาจปิดกั้นถนนกลับบ้าน แต่ไม่สามารถปิดกั้นความจริง รั้วลวดหนามอาจขัดขวางพลเรือนได้ แต่ไม่สามารถปิดกั้นสายตาของโลกได้” เนธ เพียกตรา กล่าว.

    https://www.facebook.com/share/p/17ZqE8FxbL/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ท่าอากาศยานนานาชาติเตโชพร้อมที่จะมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของกัมพูชา รวมถึงส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ ในฐานะจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย น่าดึงดูดใจ และให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นมิตร จากเสียงอวดอ้างของ Huot Hak รัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวของเขมร

    ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก โดยเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา มีเสียงเตือนจากผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว ที่เผยแพร่ในสำนักข่าวออนไลน์ชื่อดัง The Diplomat ที่บอกว่าภาคการท่องเที่ยวของกัมพูชากำลังอยู่ในภาวะฉุกเฉินและจำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปทางโครงสร้างเป็นการด่วน หลังนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงฮวบฮาบอย่างน่ากังวลในปี 2025 และต้นปี 2026

    รายงานข่าวของขแมร์ไทม์ส ระบุว่า Huot Hak แสดงความคิดเห็นล่าสุดเมื่อวันศุกร์(21ส.ค.) ระหว่างเดินทางเยี่ยมชมท่าอากาศยานนานาชาติเตโช พร้อมด้วย โดมินิค วิลเลียมส์ เอกอัครราชทูตอังกฤษและตัวแทนของสถานทูตดังกล่าว คณะผู้แทนทูตเหล่านี้เข้ารับชมงานบริการผู้โดยสารและพบปะกับเจ้าหน้าที่สนามบิน รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจเอกชนภายในสนามบิน

    คณะผู้แทนทูตได้ร่วมกันสังกตการณ์ขั้นตอนต้อนรับผู้โดยสาร, สิ่งอำนวยความสะดวกด้านตรวจคนเข้าเมือง, การใช้งานระบบ Smart Gate ที่ทันสมัย และบริการอื่นๆ สำหรับผู้โดยสารทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ นอกจากนี้แล้วขแมร์ไทม์ยังอ้างด้วยว่า Huot Hak และเอกอัครราชทูตอังกฤษได้ชื่นชมความทันสมัยของสนามบิน สิ่งอำนวยความสะดวกระดับโลก นอกจากนี้พวกเขายังเน้นย้ำถึงความพร้อมของหน่วยงานท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ในการต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลก

    "สนามบินนานาชาติเตโชเป็นโครงสร้างพื้นฐานชิ้นสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมอย่างมากมายมหาศาล ในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงด้านการเดินทางระหว่างประเทศ โปรโมทศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายของกัมพูชา ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคการท่องเที่ยวของประเทศ และฉายภาพลักษณ์ของกัมพูชาในฐานะจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย น่าดึงดูดใจและให้ความรู้สึกเป็นมิตร ขึ้นชื่อเรื่องการต้อนรับที่อบอุ่น" Huot Hak กล่าว

    ขแมร์ไทม์ส ระบุว่าสนามบินแห่งใหม่นี้ถูกคาดหวังว่าจะช่วยสนับสนุนขยายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกัมพูชา ด้วยการอำนวยความสะดวกให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางเข้ามามากขึ้น และส่งเสริมการเชื่อมต่อระหว่างประเทศแห่งนี้กับจุดหมายปลายทางหลักๆทั่วโลก

    สนามบินนานาชาติเตโช เปิดบริการอย่างเป็นทางเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในภาคการบินพลเรือนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของกัมพูชา

    สื่อมวลชนแห่งนี้ระบุว่าสนามบินนานาชาติเตโช ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารและขยายการเชื่อมต่อทางอากาศกับโลกภายนอก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

    (ที่มา:ขแมร์ไทม์ส/mgronline)

    https://www.facebook.com/share/p/1G8X9bVhWL/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่ง #ยูเครน เตือนว่า การจัด #การเลือกตั้ง ในขณะที่สงครามกับ #รัสเซีย ยังคงดำเนินอยู่จะ "ทำลาย" ยูเครน และทำให้ประชาชนเกิดความแตกแยก

    คำกล่าวของ เซเลนสกี ซึ่งเผยแพร่ต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ (23 ส.ค.) เป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวออกมาตอบโต้เรื่องนี้ นับตั้งแต่ที่ มิคาอิโล เฟโดรอฟ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง เรียกร้องให้มีการจัดเลือกตั้งในภาวะสงคราม ระหว่างการปราศรัยที่สร้างความตกตะลึงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

    การปลด เฟโดรอฟ อย่างกะทันหันเมื่อเดือนที่แล้วจุดชนวนการประท้วงอย่างกว้างขวาง ทว่าผู้สนับสนุนที่อยากเห็นเขากลับคืนสู่ตำแหน่งก็ไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องเรื่องการเลือกตั้งของเขา ซึ่งเป็นการเรียกร้องครั้งแรกจากบุคคลสำคัญทางการเมืองของยูเครน นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มเปิดศึกรุกรานเต็มรูปแบบในปี 2022

    "ผมเชื่อว่า หากเราต้องการทำลายประเทศ เราก็สามารถดำเนินการเลือกตั้งในระหว่างสงครามแบบนี้ได้" เซเลนสกี กล่าว

    กฎหมายยูเครนห้ามการเลือกตั้งในภาวะสงคราม และนักวิเคราะห์ยังกล่าวอีกว่า ข้อกังวลด้านความมั่นคงและชาวยูเครนหลายล้านคนที่ยังอยู่ต่างประเทศ อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย หรือกำลังสู้รบอยู่แนวหน้า หมายความว่าเป็นเรื่องยากเกินไปที่จะจัดการเลือกตั้ง

    เซเลนสกี กล่าวว่า การเลือกตั้งจะทำให้ยูเครนแตกแยก

    คะแนนนิยมของ เซเลนสกี ทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 60% แต่ผู้สำรวจความคิดเห็นกล่าวว่า แม้ชาวยูเครนต้องการคนหน้าใหม่เข้าสู่การเมือง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังไม่มีความกระตือรือร้นที่จะไปลงคะแนนเสียงในตอนนี้

    ผลสำรวจเมื่อวันที่ 5 ส.ค. โดยสถาบันสังคมวิทยานานาชาติเคียฟพบว่า 57% ของชาวยูเครนต้องการให้มีการเลือกตั้ง หลังจากสงครามยุติลงแล้วเท่านั้น

    เซเลนสกี กล่าวซ้ำถึงความคิดเห็นก่อนหน้านี้ของเขาในเรื่องนี้ว่า การเลือกตั้งในยามศึกสงครามอาจเป็นไปได้ หากพันธมิตรของยูเครนสามารถรับประกันความปลอดภัย แต่ก็ไม่มีใครเสนอแผนดังกล่าว

    “การเลือกตั้งในตอนนี้เป็นเหมือนคลื่นสึนามิสำหรับรัฐ ซึ่งจะทำให้ยูเครนแตกแยก” เขากล่าว

    “นั่นเป็นเหตุผลที่กลยุทธ์ของผมคือการนำพาประเทศไปสู่การยุติสงคราม และรักษาความเป็นรัฐอิสระและอธิปไตย”

    เฟโดรอฟ ซึ่งเป็นพันธมิตรของ เซเลนสกี มาอย่างยาวนาน และถูกมองว่าเป็นผู้ท้าชิงทางการเมืองอันดับต้นๆ ไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า เขาจะลงสมัครรับเลือกตั้งในอนาคตหรือไม่

    ที่มา: รอยเตอร์
    https://www.facebook.com/share/p/1ChjD4iLX5/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เปิดภาพลาดตระเวนชายแดนตราด พบ "ทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธ" ในพื้นที่ “เนิน 595–602” ไทยเร่งจับตาฐานที่มั่น-คูเลต

    25 สิงหาคม 2569 ชายแดนไทย–กัมพูชาในพื้นที่ # ตราด ถูกจับตาอีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่ภาพ #กำลังทหารกัมพูชาหลายนายพร้อมอาวุธ เดินลาดตระเวนบริเวณ #เนิน595 และ #เนิน602 ซึ่งอยู่ทางเหนือของ #ฐานบ้านชำราก ประมาณ 6 กิโลเมตร โดยข้อมูลดังกล่าวมาจากเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยหน่วยงานความมั่นคง
    .
    จากภาพที่ได้รับ มีการระบุว่ากำลังพลกัมพูชาแต่งกายทางทหารและมีอาวุธประจำกาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่รายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงที่ผ่านมาอาจพบการจัดตั้งฐานที่มั่นและการ #ขุดคูเลต (แนวคูสนามเพลาะ/คูป้องกัน) ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง
    .
    “เนิน 595–602” จุดสูงที่เข้าถึงยาก พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นพื้นที่สูงชันและแนวสันปันน้ำ ทำให้การเข้าถึงและการเคลื่อนกำลังทำได้ยาก ขณะที่ ฐานห้วยมะกรูด ซึ่งเป็นฐานฝ่ายไทยที่อยู่ใกล้ที่สุด อยู่ห่างจากพื้นที่ประมาณ 2 กิโลเมตร
    .
    เจ้าหน้าที่ทหารแนวหน้ามองว่า ภูมิประเทศเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะหากเกิดเหตุเผชิญหน้าหรือมีการเคลื่อนกำลังในพื้นที่สูง การเข้าถึงพื้นที่และการสนับสนุนกำลัง ทำได้ยากกว่าพื้นที่ราบ จึงต้องเพิ่มการเฝ้าตรวจและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
    .
    ตราดยังถูกจับตาด้านความมั่นคงหลายมิติ ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงที่พื้นที่ชายแดนตราดยังมี #มาตรการเฝ้าระวังเข้มข้น โดยก่อนหน้านี้มีรายงานการตรวจพบ อาวุธสงครามลักลอบขนทางทะเล ในพื้นที่ จ.ตราด เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม โดยตำรวจน้ำยึดปืนเอเค-47 (AK-47) 2 กระบอก พร้อมกระสุนกว่า 24,000 นัด และจับผู้ต้องหาได้ 1 ราย ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่าไปรับอาวุธมาจากชาวกัมพูชา ขณะนี้คดีอยู่ในกระบวนการสอบสวน
    .
    อีกด้านหนึ่ง กองบัญชาการกองทัพไทยและคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนเคยลงพื้นที่ชายแดนตราดเพื่อตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา สะท้อนว่าพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นจุดที่ต้องติดตามทั้งด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
    .
    จุดที่ต้องจับตาต่อจากนี้ สิ่งที่ฝ่ายไทยต้องประเมินไม่ใช่เพียงจำนวนกำลังพลที่พบในภาพ แต่รวมถึง ตำแหน่งที่แท้จริงของกำลังดังกล่าว แนวการลาดตระเวน การก่อสร้างฐานที่มั่น การขุดคู และความสัมพันธ์กับแนวเขตแดนที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ
    .
    ขณะเดียวกัน ภูมิประเทศบริเวณเนินสูงทำให้การตรวจสอบด้วยกำลังภาคพื้นดินทำได้ยาก การใช้ระบบเฝ้าตรวจและข่าวกรองจึงมีความสำคัญมากขึ้น
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/1DgDuKyKAa/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไทยรับมอบ “Javelin” เข้าประจำการ เสริมเขี้ยวเล็บสกัดรถถังชายแดน หลังสหรัฐฯ อนุมัติดีล 300 ลูก–50 ชุดยิง

    25 สิงหาคม 2569 #กองทัพบกไทย เพิ่มขีดความสามารถด้าน #อาวุธต่อต้านยานเกราะ หลังมีรายงานว่า เอฟจีเอ็ม-148 เจฟลิน (#FGM148Javelin) จาก #สหรัฐฯ ถูกส่งมอบให้กองทัพบกไทยและเข้าประจำการแล้ว ถือเป็นความคืบหน้าของโครงการที่เริ่มต้นจากการอนุมัติขายของสหรัฐฯ เมื่อปี 2564 ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 83.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,700 ล้านบาท
    .
    เอกสารของ สำนักงานความร่วมมือด้านความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ (DSCA: Defense Security Cooperation Agency) ระบุว่า แพ็กเกจที่สหรัฐฯ อนุมัติให้ไทยประกอบด้วย ขีปนาวุธ Javelin FGM-148 จำนวน 300 ลูก และชุดยิง Javelin Command Launch Unit หรือ CLU จำนวน 50 ชุด รวมถึงอุปกรณ์สนับสนุน เครื่องฝึกจำลอง การฝึกอบรม และบริการด้านเทคนิค (dsca.mil)
    .
    การมี Javelin เพิ่มเข้ามาช่วยเติมช่องว่างใน #ภารกิจต่อต้านรถถัง ของกองทัพบก ซึ่งเดิมมีทั้งอาวุธต่อต้านรถถังแบบประจำการและระบบนำวิถีรุ่นอื่นอยู่แล้ว โดยสหรัฐฯ ระบุว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อ ปรับปรุงขีดความสามารถต่อต้านรถถังระยะใกล้และเสริมความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ (dsca.mil)
    .
    #Javelin จุดเด่นอยู่ที่ “ยิงแล้วเคลื่อนที่” เป็นระบบ #อาวุธต่อต้านรถถังแบบประทับบ่ายิง (Man-portable Anti-Tank Guided Weapon) ที่ #มีระบบนำวิถีด้วยอินฟราเรด โดยจุดเด่นสำคัญคือแนวคิด “ยิงแล้วลืม” (Fire-and-Forget) เมื่อ #ระบบล็อกเป้าหมายและยิงออกไป ผู้ยิงไม่จำเป็นต้องควบคุมจรวดตลอดเส้นทางเหมือนระบบบางประเภท ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายออกจากตำแหน่งยิงได้อย่างรวดเร็ว
    .
    ในทางทหาร นี่ช่วยลดช่วงเวลาที่พลยิงต้องเปิดเผยตำแหน่งตัวเองต่อฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องรับมือยานเกราะและการยิงตอบโต้
    .
    ระบบ Javelin ยังสามารถโจมตีเป้าหมายในรูปแบบวิถีโค้งจากด้านบน หรือ โจมตีส่วนบนของรถถัง (Top Attack) ซึ่งเป็นบริเวณที่ยานเกราะจำนวนมากมีการป้องกันน้อยกว่าส่วนด้านหน้า
    .
    Javelin ถูกจับตาในสถานการณ์ไทย–กัมพูชา การส่งมอบ #รถถังที-59ดี (T-59D) จาก #จีน ให้#กัมพูชา โดยมีข้อมูลว่าล็อตแรกจำนวน 39 คัน จากคำสั่งซื้อทั้งหมด 93 คัน ถูกส่งมอบแล้ว
    T-59D เป็นรถถังที่พัฒนาจากตระกูล Type 59 ซึ่งมีพื้นฐานทางเทคโนโลยีมาจากรถถังตระกูล ที-54/ที-55 (T-54/T-55) แต่ผ่านการปรับปรุงระบบหลายด้าน โดยข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่ารุ่น T-59D มีปืนใหญ่ 105 มม. รวมถึงระบบตรวจการณ์และภาพความร้อนที่ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม (thailand.go.th)
    .
    การเพิ่มขีดความสามารถต่อต้านรถถังของไทย ถูกนำมาเชื่อมโยงกับการประเมินภัยคุกคามด้านยานเกราะในภูมิภาค แต่ควรแยกให้ออกระหว่าง “การเตรียมความพร้อมของกองทัพ” กับ “การยืนยันว่ารถถังฝ่ายกัมพูชาถูกนำมาประจำแนวชายแดนแล้ว” เพราะข้อมูลส่วนหลังยังมีข้อจำกัดและฝ่ายไทยเคยออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว (nationthailand.com)
    .
    T-59D แม้มีพื้นฐานจากรถถังรุ่นเก่า แต่การปรับปรุงระบบควบคุมการยิง กล้องตรวจการณ์ และอุปกรณ์ตรวจจับความร้อน ทำให้ยังสามารถใช้งานในภารกิจสนับสนุนกำลังภาคพื้นได้
    .
    ข้อมูลจากเจนส์ (Janes) ระบุว่า T-59D ที่ส่งมอบให้กัมพูชามีการปรับปรุงจากแพลตฟอร์มเดิม รวมถึงเปลี่ยนมาใช้ปืน 105 มม. และเพิ่มระบบตรวจการณ์กลางคืนและภาพความร้อน
    ดังนั้น การมีอาวุธต่อต้านรถถังแบบพกพาที่ทันสมัยจึงเป็นอีกชั้นหนึ่งของการป้องกัน ไม่ได้หมายความว่าจะใช้แทนรถถัง เครื่องบิน หรือปืนใหญ่ทั้งหมด
    .
    “300 ลูก–50 ชุดยิง” คือกำลังรบที่ต้องใช้ให้เป็น
    ตัวเลขที่สหรัฐฯ อนุมัติไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดถูกส่งมอบพร้อมกันในครั้งเดียว และเอกสาร DSCA ในปี 2564 เป็นการ อนุมัติการขายที่อาจเกิดขึ้น (possible Foreign Military Sale) ไม่ใช่หลักฐานว่าการส่งมอบครบทั้ง 300 ลูกเกิดขึ้นในวันเดียวกัน
    .
    ไทยเดินหน้าอาวุธสหรัฐฯ หลายระบบ Javelin ยังเป็นเพียงหนึ่งส่วนของความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์ไทย–สหรัฐฯ โดยกองทัพไทยมีระบบอาวุธจากสหรัฐฯ ใช้งานมานาน และมีการฝึกร่วมระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง
    .
    ในมุมยุทธศาสตร์ Javelin จึงมีคุณค่าในฐานะ อาวุธต่อต้านยานเกราะแบบเคลื่อนที่เร็ว ที่สามารถกระจายกำลังไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพารถถังหรือปืนใหญ่เพียงอย่างเดียว
    .
    ขณะเดียวกัน ข่าวเรื่องการจัดหาระบบอื่น เช่น ฮิมาร์ส (HIMARS), ปืนใหญ่อัตตาจรหรือปืนใหญ่ลากจูง และรถเกราะ สไตรเกอร์ (Stryker) ต้องแยกตรวจสอบเป็นรายโครงการ เพราะการพูดถึงความสนใจหรือแผนจัดหาไม่ได้เท่ากับการอนุมัติซื้อหรือส่งมอบแล้ว
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/p/1813hj5ifR/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปชน. จับตาเงินกู้ 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน แฉ โครงการไม่ตรงปก หวั่นเป็นช่องผันเงิน สู่ทุจริตคอร์รัปชัน

    ปชน. แฉ โครงการเปลี่ยนพลังงาน ไม่ตรงปก หวั่นผันเงิน 2 แสนล้าน สู่ทุจริตคอร์รัปชัน https://www.khaosod.co.th/politics/news_10373298
    https://www.facebook.com/share/1ASsSzGzNM/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! แคนาดาประกาศ

    ขึ้นภาษีตอบโต้

    กลับใส่สหรัฐสูงถึง 50%

    สงครามการค้าเดือด ! แคนาดาเอาคืน Trump ประกาศภาษีตอบโต้สูงสุด 50% สินค้าสหรัฐฯ $20,000 ล้าน

    แคนาดาประกาศมาตรการ Retaliatory Tariffs ตอบโต้สหรัฐฯ แบบ “Dollar-for-Dollar, Rate-for-Rate” หลังภาษีรอบใหม่ของประธานาธิบดี Donald Trump มีผลบังคับใช้ โดยมาตรการของแคนาดาจะเริ่ม 8 กันยายน

    นี่ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งทางการค้าครั้งสำคัญระหว่างสองประเทศพันธมิตรที่มี Supply Chain เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง

    แคนาดาจะเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ ราว 700 รายการ คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าประมาณ $20 Billion ต่อปี
    แบ่งอัตราภาษีเป็น 15%, 25% และสูงสุด 50%
    ️ 50% — เหล็ก อะลูมิเนียม เฟอร์นิเจอร์ และเสื้อผ้า
    25% — ชีส เครื่องใช้ไฟฟ้า และอาหารทะเลบางประเภท
    15% — อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือ
    ยังครอบคลุมอาหารแปรรูป น้ำหอม พลาสติก ไม้ เยื่อกระดาษ กระดาษ และพรม
    มาตรการตอบโต้เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษี 50% กับสินค้านำเข้าจากแคนาดาราว $20 Billion
    ภาษีรอบใหม่ของ Trump กระทบราว 5% ของการส่งออกแคนาดาไปสหรัฐฯ ขณะที่มาตรการตอบโต้ของแคนาดาครอบคลุมเกือบ 4.5% ของสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ
    รัฐบาลแคนาดายังเตรียมมาตรการช่วยเหลือมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สำหรับ ธุรกิจ แรงงาน และเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบ

    https://www.facebook.com/share/19ZhkwcGSP/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปักกิ่งส่งเสียงเตือนไปยังสหรัฐฯในวันอังคาร(25ส.ค.) ว่าจะตอบโต้แก้แค้น ถ้าวอชิงตันขยายวงยุทธการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจโดดเดี่ยวอิหร่าน เล่นงานบริษัททั้งหลายของจีน คำขู่ที่โหมกระพือความเป็นไปได้ของการเปิดแนวรบใหม่ในความตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก

    คำเตือนของจีนมีขึ้นหลังจาก สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์(24ส.ค.) แถลงมาตรการที่มีเป้าหมายโดดเดี่ยวอิหร่านเพิ่มเติม และขู่ประเทศต่างๆที่ยังคงทำทำธุรกิจค้าขายกับเตหะราน ว่าจะถูกกีดกันออกจากระบบการเงินที่ใช้สกุลเงินดอลลาร์เป็นหลัก

    หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สรายงานว่าปักกิ่งได้ส่งเสียงเตือนต่อการขยายมาตรการคว่ำบาตรรองต่อธุรกิจจีนอย่างมีนัยสำคัญ โดยทางโฆษกกระทรวงการต่างประเทศรายหนึ่ง บอกว่าปักกิ่งจะใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นในการปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง

    โฆษกรายนี้เน้นย้ำว่าจีนคัดค้านมาตรการคว่ำบาตรแต่เพียงฝ่ายเดียว ที่กำหนดขึ้นโดยปราศจากอาณัติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ลดความตึงเครียดและกลับสู่การเจรจาคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ตามรายงานของไฟแนนเชียลไทม์ส

    แพ็คเกจใหม่ของวอชิงตัน เป็นการคว่ำบาตรบุคคล บริษัทและเรือ รวมแล้ว 60 ราย/แห่ง/ลำ ในนั้นรวมถึงองค์กรต่างๆที่อยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง อย่างไรก็ตามมันไม่ได้เล่นงานธนาคารรายใหญ่ของจีนหลายแห่งที่ต้องสงสัยว่าอำนวยความสะดวกแก่การค้าน้ำมันอิหร่าน

    เมื่อถูกถามเกี่ยวกับสถาบันการเงินของจีนเมื่อวันจันทร์(24ส.ค.) เบสเซนต์ กล่าวว่าไม่มีใครอยู่ไกลเกินเอื้อมมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ แต่เขาไม่ได้เจาะจงว่าประเทศไหนหรือสถาบันใดที่อาจถูกลงโทษเพิ่มเติม หรือเมื่อไหร่มาตรการคว่ำบาตรจะมีผลบังคับใช้

    แนวโน้มของมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานบริษัทต่างๆของจีน เป็นประเด็นที่อ่อนไหวอย่างยิ่ง สืบเนื่องจากจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบอิหร่านรายใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

    จีน ซื้อน้ำมันส่งออกของอิหร่าน คิดเป็นสัดส่วนถึงราวๆ 90% ส่วนใหญ่เป็นการซื้อผ่านโรงกลั่นเอกชนขนาดเล็กที่เรียกว่า Teapot Refinery ขณะที่บรรดาโรงกลั่นขนาดใหญ่ที่มีรัฐเป็นเจ้าของ โดยทั่วไปแล้วหลีกเลี่ยงน้ำมันดิบของอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตร ปล่อยให้โรงกลั่นเอกชนเดินหน้าซื้อน้ำมันดิบอิหร่านต่อไป

    อย่างไรก็ตามการส่งออกน้ำมันของอิหร่านไปยังจีนได้ลดลงอย่างมาก นับตั้งแต่สหรัฐฯกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม

    มาตรการคว่ำบาตรอย่างกว้างๆอาจก่อความซับซ้อนในความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่ง ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้าที่มีการคาดหมายกันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหัฐฯ จะพบปะกับ สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในวอชิงตัน

    คาดหมายว่าผู้นำทั้ง 2 จะพูดคุยกันเกี่ยวกับข้อตกลงพักรบทางการค้าอันเปราะบางเมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้แล้วปักกิ่งยังได้จัดทำกรอบกฎหมายที่ครอบคลุม ซึ่งช่วยให้สามารถตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรและข้อจำกัดจากต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อบริษัทจีนได้

    เดิมพันครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสหรัฐฯ เนื่องจากจีนเป็นผู้ครองตลาดการจัดหาแร่ธาตุสำคัญหลายชนิดที่ผู้ผลิตและอุตสาหกรรมไฮเทคของสหรัฐฯจำเป็นต้องใช้ การจำกัดการส่งออกก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของปักกิ่งในการใช้ห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญๆเป็นเครื่องมืองัดข้อในประเด็นพิพาททางการค้า

    หวัง ตง นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง บอกกับไฟแนนเชียลไทม์ส ยังไม่ชัดเจนว่าคำขู่คว่ำบาตรรองของวอชิงตัน มีเจตนาหลักๆคือเพื่อกดดันหรือจะแปรเปลี่ยนสู่มาตรการอย่างครอบคลุมเล่นงานจีน แต่เขาเชื่อว่าปักกิ่งจะปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ถ้าธุรกิจและองค์กรต่างๆของจีนถูกเล่นงาน

    อย่างไรก็ตามขณะเดียวกัน จีนกำลังพยายามป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งเกี่ยวกับอิหร่านส่งผลกระทบต่อการจัดหาพลังงานในตะวันออกกลางมากไปกว่าที่เป็นอยู่

    แม้น้ำมันดิบอิหร่านมีความสำคัญกับจีน แต่ปักกิ่งก็พึ่งพิงน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียและอิรักเป็นอย่างมากเช่นกัน ทำให้ความปั่นป่วนที่ลากยาวใดๆในด้านการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จะก่อความกังวลทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

    จูเฟิง นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยหนานจิง บอกกับไฟแนนเชียลไทม์ส ว่าปักกิ่งไม่ต้องการเข้าไปพัวพันโดยตรงกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่เริ่มมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจอันเนื่องจากความปั่นป่วนในอ่าวเปอร์เซีย และสารของจีนที่ส่งถึงเตหะรานคือ ควรเดินหน้าเจรจาต่อไป

    (ที่มา:ไฟแนนเชียลไทม์ส/มิดเดิลอีสต์อาย)

    https://www.facebook.com/1000647601...DFy3KQuRUTXPYVgw7VyignTNkHil/?mibextid=NOb6eG
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์เดือด! “ออนแทรีโอ” เปิดเกมแข็ง ขู่ตัดไฟ–แร่สำคัญ สหรัฐฯ เจอแคนาดาสวนกลับ หลังภาษีรถยนต์พุ่ง 50%

    26 สิงหาคม 2569 #สงครามการค้า ระหว่าง สหรัฐฯ–แคนาดา เดือดขึ้นอีกระดับ หลัง ดั๊ก ฟอร์ด (Doug Ford) #นายกรัฐมนตรีรัฐออนแทรีโอ ประกาศว่า #แคนาดา พร้อมตัดกระแสไฟฟ้า น้ำมัน และแร่สำคัญ เป็นเครื่องมือตอบโต้ หากประธานาธิบดี #โดนัลด์ทรัมป์ (Donald Trump) เดินหน้ากดดันทางการค้าต่อไป “ทุกอย่างอยู่บนโต๊ะ” และแคนาดาพร้อมรับมือสงครามเศรษฐกิจ แม้ต้องแลกด้วยต้นทุนทางเศรษฐกิจของตัวเองก็ตาม
    .
    ชนวนสำคัญเกิดขึ้นหลังทรัมป์ประกาศจะเพิ่มภาษี รถยนต์ รถบรรทุก ชิ้นส่วนรถยนต์ และเหล็กจากแคนาดาเป็น 50% ตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 ทำให้รัฐบาลแคนาดาเตรียมตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีแบบ “ดอลลาร์ต่อดอลลาร์” ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์สองประเทศซึ่งพึ่งพาห่วงโซ่การผลิตข้ามพรมแดนอย่างหนัก กำลังเผชิญความเสี่ยงด้านต้นทุนและการจ้างงาน
    .
    หลังฟอร์ดออกมาแข็งกร้าว ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social กล่าวหาฟอร์ดว่าเป็นเพียงการ “โอ้อวด” และเรียกร้องให้ผู้นำแคนาดา “ทำตาม” พร้อมขู่ว่าหากไม่ยอม ผลกระทบที่แคนาดาจะได้รับอาจรุนแรงกว่าเดิม
    .
    ฟอร์ดตอบโต้ทันที โดยกล่าวหาทรัมป์ว่าเป็นผู้นำที่กำลังทำลายความสัมพันธ์กับพันธมิตรและยืนยันว่าแคนาดาพร้อมต่อสู้ ขณะที่การปะทะทางวาจาระหว่างสองฝ่ายรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นประเด็นการเมืองโดยตรง ไม่ใช่เพียงการเจรจาทางการค้า
    .
    สถานการณ์ยิ่งร้อนแรงเมื่อทรัมป์โพสต์อีกครั้งว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาเปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทรีโอ (Lake Ontario) เป็น “Lake America” พร้อมระบุว่าไม่คาดว่าจะทำธุรกิจกับออนแทรีโอมากเหมือนเดิม สะท้อนระดับความตึงเครียดทางการเมืองที่ขยายออกจากเรื่องภาษีไปสู่การปะทะเชิงสัญลักษณ์ด้วย
    .
    “ไฟฟ้า” ไพ่ใบใหญ่ของออนแทรีโอ มีความเชื่อมโยงด้านไฟฟ้ากับหลายรัฐของสหรัฐฯ โดยเฉพาะ นิวยอร์ก มิชิแกน และมินนิโซตา ทำให้คำขู่ลดหรือระงับการส่งออกไฟฟ้าสามารถสร้างแรงกดดันต่อสหรัฐฯ ได้
    .
    ฟอร์ดเคยใช้มาตรการขึ้นค่าธรรมเนียมส่งออกไฟฟ้า 25% ไปยัง 3 รัฐดังกล่าวในปี 2568 ก่อนระงับมาตรการหลังรัฐบาลทรัมป์ขู่เพิ่มภาษีสินค้าแคนาดา การหยิบประเด็นนี้กลับมาอีกครั้งจึงถือเป็นการส่งสัญญาณว่าออนแทรีโอมี “ไพ่ตอบโต้” ที่พร้อมนำมาใช้หากสงครามการค้าขยายตัว
    .
    ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในปี 2568 #ออนแทรีโอส่งออกไฟฟ้าไปสหรัฐฯ ราว 21,051 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ขณะที่ #นิวยอร์กเป็นหนึ่งในผู้รับซื้อรายใหญ่ และในช่วงคลื่นความร้อนเดือนกรกฎาคม 2569 ไฟฟ้าจากแคนาดามีสัดส่วนประมาณ 9% ของความต้องการไฟฟ้าของรัฐนิวยอร์กในวันที่ 3 กรกฎาคม
    .
    ไม่ใช่แค่ไฟฟ้า “นิกเกิล–ยูเรเนียม–โพแทช” ก็ถูกหยิบขึ้นมา
    ฟอร์ดยังระบุถึงทรัพยากรยุทธศาสตร์อย่าง นิกเกิล ยูเรเนียม และโพแทช รวมถึงน้ำมัน ว่าอาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกับสหรัฐฯ หากความขัดแย้งรุนแรงขึ้น
    .
    ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะแร่เหล่านี้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ พลังงาน อุตสาหกรรมขั้นสูง และการผลิตปุ๋ย การจำกัดการส่งออกจึงอาจกระทบต้นทุนของภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมสหรัฐฯ โดยตรง
    .
    ด้านรัฐบาลกลางแคนาดาเดินหน้ามาตรการตอบโต้ โดยนายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ (Mark Carney) ยืนยันว่าจะตอบโต้ภาษีสหรัฐฯ แบบ “ดอลลาร์ต่อดอลลาร์” และเตรียมมาตรการช่วยเหลือแรงงานกับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ
    .
    ขณะที่การเจรจารอบล่าสุดระหว่างสองประเทศล้มเหลว และทรัมป์ยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้วยมาตรการภาษีรถยนต์และเหล็ก ทำให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของสองประเทศที่เคยพึ่งพากันสูงกำลังเข้าสู่จุดเปราะบาง
    .
    ทรัมป์เดือด “ออนแทรีโอ” เปิดเกมแข็ง ขู่ตัดไฟ–แร่สำคัญ สหรัฐฯ เจอแคนาดาสวนกลับ หลังภาษีรถยนต์พุ่ง 50%งงานและวัตถุดิบที่อีกฝ่ายขาดไม่ได้ ซึ่งอาจเป็นไพ่ใบสำคัญที่สุดของแคนาดาในการรับมือแรงกดดันจากวอชิงตัน
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/18ukuFuHMs/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “สม รังสี” ระดมเขมรต่างแดน 1.9 แสนชื่อ เปิดเกมฟ้อง ICC กล่าวหา “ฮุน เซน –ไทย"

    26 สิงหาคม 2569 นาย สม รังสี (Sam Rainsy) แกนนำฝ่ายค้านกัมพูชาที่ #ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส ประกาศรวบรวมรายชื่อชาวกัมพูชาในต่างแดนกว่า 190,000 รายชื่อ เพื่อยื่นข้อมูลต่อ #ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ที่กรุงเฮก กล่าวหากลุ่มอำนาจของ #ฮุนเซน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ #อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และ #อาชญากรรมออนไลน์ ระบุว่าจะดำเนินการกล่าวหา #ฮุมาเนต และกองทัพไทยในประเด็น #อาชญากรรมสงคราม จากเหตุความขัดแย้งชายแดน
    .
    นายสม รังสีอ้างว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ตัวแทนชาวกัมพูชาอิสระเตรียมนำรายชื่อและคำร้องส่งต่อสำนักงาน ICC โดยมีเป้าหมายต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ ปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน และผลักดันการฟื้นฟูระบบยุติธรรมกัมพูชา
    .
    ประเด็นที่ถูกกล่าวหายังรวมถึงกรณี #ฮุนโต (Hun To) หลานชายฮุน เซน ซึ่งสม รังสีอ้างว่ามีความเชื่อมโยงกับ #ธุรกิจธนาคาร และ #เครือข่ายฟอกเงิน ของขบวนการ #สแกมออนไลน์
    .
    “ส่งคำร้อง” ไม่เท่ากับ “ICC รับคดี” จุดสำคัญ การรวบรวมรายชื่อหรือส่งข้อมูลให้สำนักงานอัยการ ICC ไม่ได้หมายความว่า ศาลรับคดีหรือเปิดการสอบสวนแล้ว ผู้ร้องต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบว่าเหตุการณ์อยู่ในเขตอำนาจของศาลและเข้าข่ายความผิดตามธรรมนูญกรุงโรมหรือไม่
    .
    โดยเฉพาะข้อกล่าวหาเรื่องอาชญากรรมออนไลน์ หากจะเข้าสู่เขตอำนาจ ICC ต้องมีข้อเท็จจริงและหลักฐานเชื่อมโยงกับความผิดประเภทที่ศาลมีอำนาจพิจารณา เช่น อาชญากรรมต่อมนุษยชาติหรืออาชญากรรมสงคราม ไม่ใช่เพียงข้อกล่าวหาเรื่องการหลอกลวงหรือฟอกเงินทั่วไป
    .
    ไทยไม่เป็นรัฐภาคี แต่ประเด็นเขตอำนาจยังซับซ้อน
    กัมพูชาเป็นภาคี ธรรมนูญกรุงโรม ขณะที่ไทยไม่ได้ให้สัตยาบันเป็นรัฐภาคี ICC ดังนั้น การกล่าวหากองทัพไทย จึงต้องพิจารณาเรื่องเขตอำนาจศาลอย่างละเอียด ไม่สามารถสรุปเพียงว่า “ไทยไม่เป็นสมาชิกจึงฟ้องไม่ได้” หรือ “ยื่นแล้ว ICC ต้องรับคดี”
    .
    ก่อนหน้านี้ สม รังสี ก็เคยเรียกร้องให้กัมพูชาดำเนินคดีระหว่างประเทศกับไทยเกี่ยวกับความเสียหายจากความขัดแย้งชายแดนมาแล้ว ขณะที่ประเด็นการใช้กระบวนการ ICC เป็นพื้นที่ตอบโต้ทางกฎหมายระหว่างไทย–กัมพูชาถูกหยิบยกโดยหลายฝ่ายเช่นกัน
    .
    ความขัดแย้งระหว่างสม รังสีกับกลุ่มอำนาจฮุน เซน ยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา นายสม รังสี ใช้ประเด็นสงครามชายแดนและการสูญเสียของทหารกัมพูชาโจมตีรัฐบาลและเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลมากขึ้น
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/p/14thrZXdCYy/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ป.ป.ช.ลุยถึงต้นตอ สอบโกงสอบท้องถิ่น 6,012 ราย คุ้ยกระดาษคำตอบ 8 แสนใบ โยงขบวนการข้ามปี เอี่ยวถึง 2 อดีตอธิบดี

    26 สิงหาคม 2569 #คดีทุจริตสอบท้องถิ่น ขยายวงกว้าง หลัง #สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เร่งไต่สวนผู้ถูกกล่าวหารวม 6,012 ราย พร้อมเปิดแนวทางตรวจสอบครั้งใหญ่ ทั้ง #เส้นทางการเงิน #เครือข่ายนายหน้า #หลักฐานดิจิทัล และ #กระดาษคำตอบ จำนวนราว 8 แสนใบ
    .
    ความคืบหน้าล่าสุดยังพบหลักฐานเชื่อมโยงการทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 ย้อนกลับไปถึงการสอบในปี 2564 โดย ป.ป.ช. มีมติรับเรื่องดังกล่าวไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษเพิ่มเติม หลังพบพฤติการณ์และเครือข่ายที่มีลักษณะเชื่อมโยงกัน ขณะนี้มีผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 10 คนในคดีปี 2564 และพบระดับสูงสุดที่อยู่ในขอบเขตการไต่สวนเป็น #อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2 คน อย่างไรก็ตาม การไต่สวนยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และยังต้องถือว่าบุคคลทั้งหมดเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีการชี้มูลความผิดตามกระบวนการกฎหมาย
    .
    สอบ 2 ปมใหญ่ ทั้ง “ล็อกสเปก” และ #ขบวนการเรียกรับเงิน
    นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมว่า คดีสอบท้องถิ่นปี 2568 ถูกตั้งประเด็นไต่สวนหลัก 2 ส่วน
    .
    ส่วนแรก คือข้อกล่าวหาเรื่องการ #กำหนดเงื่อนไข หรือ TOR #เอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ รายใดรายหนึ่ง จนอาจกระทบการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการจัดสอบ
    .
    ส่วนที่สอง คือ #การตรวจสอบขบวนการ แอบอ้าง #เรียกรับผลประโยชน์ หรือเรียกเงิน เพื่อแลกกับการช่วยเหลือผู้เข้าสอบให้ได้คะแนนถึงเกณฑ์บรรจุ
    .
    ป.ป.ช. ระบุว่า จากการสอบพยานและวิเคราะห์พยานวัตถุที่ตรวจยึดได้ ทำให้พบข้อมูลรายชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลเครือข่ายที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการไต่สวนผู้ถูกกล่าวหารวม 6,012 ราย ซึ่งถือเป็นคดีที่มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากและมีความซับซ้อนสูง
    .
    แบ่งผู้เกี่ยวข้อง 4 กลุ่ม คัดแยกใครเป็นเหยื่อ ใครร่วมขบวนการ
    การไต่สวนครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6,012 รายจะมีพฤติการณ์เดียวกัน ป.ป.ช.กำลังแยกบทบาทของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด โดยแบ่งกลุ่มตรวจสอบหลัก ๆ ออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

    #กลุ่มระดับนโยบาย ว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องหรือไม่
    #กลุ่มผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่รัฐ
    #กลุ่มคณะกรรมการ หรือ #ผู้เกี่ยวข้องกับการออกแบบระบบ การจัดสอบ และการประเมินผล
    #กลุ่มคนกลาง #นายหน้า #ผู้เรียกรับเงิน รวมถึงผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการกระทำผิด
    .
    เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ถูกแบ่งลงพื้นที่ในภูมิภาคเพื่อสอบปากคำและรวบรวมข้อเท็จจริง โดยโจทย์สำคัญคือการแยกให้ชัดว่า ใครเป็นผู้เสียหาย ใครถูกหลอก และใครมีส่วนร่วมในการกระทำผิดโดยรู้เห็น
    .
    เพราะจำนวนผู้เกี่ยวข้องมีมากกว่าหกพันคน การตรวจสอบจึงต้องพิจารณาพยานหลักฐานเป็นรายกรณี ไม่ใช่สรุปจากการปรากฏชื่อเพียงอย่างเดียว
    .
    คุ้ยกระดาษคำตอบ 8 แสนใบ ไล่หาว่า “แก้กี่ใบ แก้อย่างไร”
    หนึ่งในภารกิจใหญ่ที่สุดของ ป.ป.ช. คือการตรวจพิสูจน์กระดาษคำตอบจำนวนประมาณ 800,000 ใบ เพื่อตรวจสอบว่ามีการแก้ไขคำตอบหรือคะแนนเกิดขึ้นจริงในจำนวนเท่าใด และรูปแบบการแก้ไขสอดคล้องกับหลักฐานที่ตรวจยึดได้หรือไม่
    .
    การตรวจสอบต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและกระบวนการตรวจซ้ำ หรือ “ดับเบิลเช็ก” เพื่อลดความผิดพลาด เพราะหลักฐานแต่ละชิ้นอาจมีผลโดยตรงต่อการชี้ว่าใครเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด และใครควรได้รับการคุ้มครองในฐานะผู้เสียหาย
    .
    ป.ป.ช. ยืนยันว่าการตรวจหลักฐานจำนวนมหาศาลเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คดีต้องใช้เวลา แต่ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เร่งทำงานเพื่อให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมภายในกรอบเวลาที่กำหนด
    .
    หลักฐานดิจิทัล พาโยงย้อนปี 2564 พบเครือข่ายเดียวกัน
    จุดเปลี่ยนสำคัญของคดีเกิดจากการวิเคราะห์ข้อมูลในคอมพิวเตอร์และพยานวัตถุที่ตรวจยึดได้
    .
    ป.ป.ช. พบข้อมูลรายชื่อและเครือข่ายที่มีความเชื่อมโยงกับการสรรหาข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นในปี 2564 โดยเฉพาะการสอบที่เกี่ยวข้องกับเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด และเมืองพัทยาในตำแหน่งสายงานผู้บริหาร
    .
    จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบพฤติการณ์การแก้ไขคะแนนที่มีลักษณะใกล้เคียงกับคดีปี 2568 และมีข้อมูลบ่งชี้ถึงการทำงานของเครือข่ายเดียวกันในลักษณะต่อเนื่องหลายปี
    .
    ด้วยเหตุนี้ ป.ป.ช.จึงมีมติรับคดีการสอบปี 2564 ไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษเพิ่มเติม เพื่อขยายผลตรวจสอบว่าขบวนการดังกล่าวดำเนินการเพียง 2 ปีที่พบหลักฐานชัดเจนในขณะนี้ หรือมีการเชื่อมโยงไปถึงการสอบครั้งอื่นอีกหรือไม่
    .
    พบอดีตอธิบดี 2 คนอยู่ในขอบเขตไต่สวน แต่ยังไม่ใช่การชี้มูลผิด
    อีกประเด็นที่สังคมจับตาคือ ระดับของบุคคลที่ถูกตรวจสอบ โดย ป.ป.ช. ระบุว่า ในคดีที่ขยายผลไปถึงปี 2564 มีผู้ถูกตั้งไต่สวนอย่างน้อย 10 คน และระดับสูงสุดในขณะนี้อยู่ที่ ระดับอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2 คน
    .
    การตั้งคณะกรรมการไต่สวนหรือการอยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ ยังไม่ใช่การแจ้งข้อกล่าวหาและไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าบุคคลใดมีความผิด โดย ป.ป.ช. ยืนยันว่าขณะนี้ยังต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้เห็นภาพรวมทั้งหมดก่อน
    .
    สำหรับกรณีของนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล มีรายงานก่อนหน้านี้ว่ากองปราบปรามได้ดำเนินการตามกระบวนการคดีอาญาและแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นคนละขั้นตอนกับการไต่สวนของ ป.ป.ช. ขณะที่การพิจารณาความรับผิดของบุคคลอื่นยังต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรมต่อไป
    .
    สาวเส้นเงินผ่านธนาคาร-ปปง. แต่ยังไม่ยืนยันตัวเลข 9 พันล้าน
    ป.ป.ช. ได้ประสานสถาบันการเงินและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและสร้างภาพรวมของเครือข่ายทางการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้อง
    .
    อย่างไรก็ตาม นายเกียรติศักดิ์ย้ำว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.ยังไม่ได้รับผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการทั้งหมด จึงยังไม่สามารถยืนยันกระแสข่าวเรื่องเส้นทางการเงินมูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท ได้
    .
    อีกทั้งการพบธุรกรรมทางการเงินเพียงอย่างเดียว ก็ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าบุคคลใดมีความผิด ต้องนำมาประกอบกับพยานหลักฐานอื่น ทั้งพฤติการณ์ การติดต่อสื่อสาร เอกสาร หลักฐานดิจิทัล และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในเครือข่าย
    .
    ยังไม่พบหลักฐานถึงฝ่ายการเมือง ย้ำ “หลักฐานถึงใคร ไปถึงคนนั้น”
    ต่อคำถามว่าคดีจะขยายผลไปถึงฝ่ายการเมืองหรือไม่ ป.ป.ช.ระบุว่า หลักฐานในขณะนี้ยังไม่ถึงข้อสรุปที่เชื่อมโยงไปถึงฝ่ายการเมือง แต่ยืนยันว่าจะไม่ตัดตอนการสอบสวน
    .
    หลักการสำคัญคือ พยานหลักฐานไปถึงบุคคลใด ก็ต้องตรวจสอบและดำเนินการตามพยานหลักฐานนั้น โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นข้าราชการระดับใดหรือบุคคลกลุ่มใด
    .
    ป.ป.ช. ย้ำด้วยว่า การไม่มีหลักฐานเส้นทางการเงินเชื่อมโยงโดยตรง ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะพ้นจากความรับผิดโดยอัตโนมัติ เพราะยังต้องพิจารณาพฤติการณ์และหลักฐานประเภทอื่นประกอบกันด้วย
    .
    ขีดเส้น 6 เดือน คาด 3-5 เดือนต้องเริ่มเห็นผล
    คดีนี้อยู่ภายใต้การกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด โดย ป.ป.ช.วางกรอบการดำเนินงานไว้ ไม่เกิน 6 เดือน และมีการประชุมติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
    .
    เบื้องต้นตั้งเป้าว่าในช่วง 3-5 เดือน จะต้องเริ่มเห็นผลการรวบรวมพยานหลักฐานเป็นรูปเป็นร่าง และเมื่อเห็นภาพรวมชัดเจนแล้ว จึงจะทยอยพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาต่อบุคคลที่พยานหลักฐานชี้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง
    .
    ป.ป.ช.จะรายงานความคืบหน้าต่อสาธารณะเป็นระยะ เนื่องจากเป็นคดีที่กระทบผู้คนจำนวนมาก และมีความเสี่ยงต่อการเกิดข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือข่าวลือในวงกว้าง
    .
    บททดสอบใหญ่ ไม่ใช่แค่จับ “คนแก้คะแนน” แต่ต้องไปถึงคนออกแบบขบวนการ
    คดีโกงสอบท้องถิ่นครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการตรวจสอบว่า “กระดาษคำตอบใบไหนถูกแก้” หรือ “ใครได้คะแนนผิดปกติ” เท่านั้น
    .
    หัวใจสำคัญของการไต่สวนคือการคลี่ให้เห็นทั้งระบบ ตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนด TOR การออกแบบระบบสอบ การเข้าถึงข้อสอบหรือคำตอบ การแก้ไขผลสอบ เครือข่ายนายหน้า การเรียกรับเงิน ไปจนถึงผู้มีอำนาจหรือผู้ที่อาจอยู่เบื้องหลัง
    .
    ขณะเดียวกัน การพบข้อมูลเชื่อมโยงย้อนหลังจากปี 2568 ไปถึงปี 2564 ยังทำให้คำถามใหญ่ยิ่งขึ้นว่า ขบวนการนี้เริ่มต้นเมื่อใด และมีการทำงานต่อเนื่องผ่านการสอบอื่นหรือไม่ คำตอบของคดีจึงไม่ได้อยู่แค่การลงโทษคนจำนวนหลายพันคน แต่คือการพิสูจน์ว่า ระบบราชการไทยจะสามารถตามหาผู้ที่อยู่ “ต้นทางของการทุจริต” ได้จริงหรือไม่
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/197zq7jsEV/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีน เบรก "ฉางเอ๋อ 7" ภารกิจล่าหาน้ำแข็งขั้วใต้ดวงจันทร์เลื่อนไป 2570 แต่ CE-7 MATCH ของไทยยังพร้อมบิน

    25 สิงหาคม 2569 ภารกิจ #สำรวจดวงจันทร์ ที่ทั่วโลกจับตาต้องหยุดกะทันหัน เมื่อ #จีน ประกาศว่า ภารกิจ “#ฉางเอ๋อ7” (Chang’e 7) ไม่สามารถปล่อยจรวดในกรอบเวลาที่วางไว้สำหรับปี 2569 ได้ ส่งผลให้ภารกิจ #สำรวจขั้วใต้ดวงจันทร์ ที่มี "อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย CE-7 MATCH ร่วมเดินทาง" ต้องเลื่อนออกไปสู่ปี 2570
    .
    Xinhua รายงานว่า การตัดสินใจครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังการประเมินแบบรอบด้าน โดยหน่วยงานอวกาศจีนระบุว่า ภารกิจยัง “ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขสำหรับการปล่อย” ในกรอบเวลาที่กำหนดของปีนี้ พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจตั้งอยู่บนหลักความรอบคอบ ความน่าเชื่อถือ และความสำเร็จของภารกิจเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ทางการจีนยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคอย่างชัดเจนว่าเงื่อนไขใดเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้องเลื่อนภารกิจออกไป
    .
    จากเลื่อนเพราะสภาพอากาศ สู่การเลื่อนข้ามปี
    ก่อนหน้านี้ จรวด ลองมาร์ช 5 Y14 (Long March-5 Y14) พร้อมยานฉางเอ๋อ 7 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังฐานปล่อยที่ศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง มณฑลไห่หนาน เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม เพื่อเตรียมปล่อยในช่วงวันที่ 24 สิงหาคม 2569 โดยทุกฝ่ายอยู่ระหว่างขั้นตอนตรวจสอบระบบและเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้าย
    .
    สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ของไทย เคยแจ้งเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมว่า กำหนดปล่อยถูกเลื่อนออกไปก่อนราว 1 เดือน เนื่องจากผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นนาร์รา (Narra) แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อการประเมินภารกิจในเวลาต่อมานำไปสู่ข้อสรุปว่า ไม่สามารถดำเนินการปล่อยได้ภายในกรอบเวลาที่เหมาะสมของปี 2569 อีกต่อไป
    .
    การเลื่อนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยับวันปล่อยจากไม่กี่วันเป็นไม่กี่สัปดาห์ แต่กลายเป็นการ เลื่อนภารกิจไปสู่ปี 2570 ซึ่ง NARIT ยืนยันแล้วว่า CE-7 MATCH ของไทยยังคงพร้อมสำหรับภารกิจครั้งใหม่
    .
    เป้าหมายอยู่ที่ขั้วใต้ พื้นที่มืดที่สุดแห่งหนึ่งของระบบสุริยะ ความท้าทายของฉางเอ๋อ 7 อยู่ที่เป้าหมายหลัก คือการสำรวจ ขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยเฉพาะบริเวณหลุมอุกกาบาตที่มีพื้นที่อยู่ในเงามืดถาวร (Permanently Shadowed Regions)
    .
    พื้นที่เหล่านี้แทบไม่ได้รับแสงอาทิตย์โดยตรง ทำให้ #อุณหภูมิต่ำอย่างรุนแรง และมีความเป็นไปได้ที่จะเก็บรักษา น้ำแข็ง จากน้ำหรือสารระเหยที่สะสมมาตลอดช่วงเวลาทางธรณีวิทยา
    .
    น้ำแข็งบนดวงจันทร์จึงไม่ได้เป็นเพียงวัตถุสำหรับการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นทรัพยากรยุทธศาสตร์ของการสำรวจอวกาศในอนาคต เพราะน้ำสามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิต ผลิตออกซิเจน และแยกเป็นองค์ประกอบสำหรับใช้เป็นทรัพยากรในการสำรวจอวกาศระยะยาว
    .
    ภารกิจฉางเอ๋อ 7 จึงถูกออกแบบให้ใช้การสำรวจหลายรูปแบบ ทั้ง ยานโคจร ยานลงจอด รถสำรวจ และยานสำรวจแบบกระโดดหรือ Hopper เพื่อเข้าถึงพื้นที่ที่ยานสำรวจทั่วไปเดินทางได้ยาก โดยเฉพาะการสำรวจหลุมอุกกาบาตที่อยู่ในเงามืดถาวร
    .
    ภารกิจ “Hopper” ความท้าทายที่ต้องเข้าไปในความมืดแล้วกลับออกมา หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของฉางเอ๋อ 7 คือยานสำรวจแบบ Hopper หรือยานที่สามารถเคลื่อนที่ด้วยการกระโดดข้ามภูมิประเทศ
    .
    แนวคิดคือให้ยานลงจอดและระบบหลักทำงานในบริเวณที่มีโอกาสได้รับแสงอาทิตย์ ขณะที่ Hopper จะเคลื่อนเข้าไปสำรวจพื้นที่ลาดชันหรือพื้นที่มืดลึกที่รถสำรวจทั่วไปเข้าถึงได้ยาก ก่อนกลับมายังบริเวณที่สามารถรับพลังงานได้
    .
    ภารกิจลักษณะนี้ต้องเผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งภูมิประเทศที่ขรุขระ สภาพแสงที่แตกต่างอย่างสุดขั้ว การนำทางที่ต้องแม่นยำ และการบริหารพลังงานในพื้นที่ที่แทบไม่มีแสงอาทิตย์
    .
    จีนระบุว่าฉางเอ๋อ 7 มีเป้าหมายทดสอบเทคโนโลยีสำคัญหลายด้าน รวมถึงการลงจอดแบบแม่นยำ การเคลื่อนที่ และการสำรวจพื้นที่ในเงามืดถาวร ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการสำรวจขั้วใต้ของดวงจันทร์ในระยะยาว
    .
    หัวใจสำคัญของการเลื่อนภารกิจคือ Launch Window หรือกรอบเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปล่อยจรวด
    .
    สำหรับฉางเอ๋อ 7 ความซับซ้อนยิ่งสูงขึ้น เพราะเป้าหมายคือการสำรวจบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ภารกิจจึงต้องวางแผนทั้งเส้นทางการเดินทาง การเข้าสู่วงโคจร การสำรวจจากวงโคจร และจังหวะของแสงอาทิตย์ในพื้นที่ลงจอด
    .
    เมื่อสภาพอากาศและเงื่อนไขการปล่อยทำให้พลาดกรอบเวลาที่เหมาะสม และจากนั้นการประเมินทางเทคนิคสรุปว่าภารกิจไม่สามารถดำเนินการภายในกรอบของปีนี้ได้ จึงไม่มีทางเลือกง่าย ๆ อย่างการเพียง “เลื่อนวันปล่อยออกไปอีกไม่กี่วัน”
    .
    ทางการจีนจึงประกาศชัดเจนว่า ฉางเอ๋อ 7 ไม่สามารถปล่อยได้ในช่วงเวลาที่วางแผนไว้ของปี 2569 ขณะที่กำหนดวันปล่อยใหม่อย่างเป็นทางการยังไม่ถูกประกาศ
    .
    รายงานสื่อต่างประเทศระบุสอดคล้องกันว่า ทางการจีนเลือกไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงเทคนิคเพิ่มเติม โดยให้เหตุผลว่าการตัดสินใจอยู่บนหลักการดำเนินภารกิจอย่างรอบคอบและมุ่งความสำเร็จสูงสุด
    .
    CE-7 MATCH ของไทยยังปลอดภัย ไม่มีผลกระทบจากการเลื่อน
    สำหรับประเทศไทย ข่าวสำคัญคือ CE-7 MATCH อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย ซึ่งพัฒนาโดย #NARIT ร่วมกับ #มหาวิทยาลัยมหิดล ยังคงมีสถานะพร้อมสำหรับภารกิจ
    .
    อุปกรณ์ดังกล่าวติดตั้งอยู่บนยานโคจรรอบดวงจันทร์ และมีหน้าที่ #ตรวจวัดอนุภาคพลังงานสูง ศึกษาสภาพแวดล้อมของรังสีในห้วงอวกาศบริเวณดวงจันทร์ รวมถึงความสัมพันธ์ของสภาพแวดล้อมอวกาศระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์
    .
    NARIT ระบุว่า การเลื่อนภารกิจไปปี 2570 ไม่ได้กระทบความตั้งใจของไทยในการดำเนินภารกิจให้สำเร็จ โดย CE-7 MATCH จะได้รับการดูแลและตรวจสอบตามขั้นตอน ก่อนเตรียมติดตั้งและเดินทางไปกับภารกิจอีกครั้งเมื่อมีตารางปล่อยใหม่อย่างเป็นทางการ
    .
    ภารกิจเลื่อน แต่เดิมพันการสำรวจดวงจันทร์ยังเดินหน้า การเลื่อนฉางเอ๋อ 7 เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การแข่งขันและความร่วมมือด้านการสำรวจขั้วใต้ของดวงจันทร์กำลังเข้มข้น
    .
    ขั้วใต้ดวงจันทร์กลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ของมหาอำนาจอวกาศ เพราะหากพิสูจน์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำแข็งได้จริง พื้นที่แห่งนี้อาจเป็นฐานสำคัญสำหรับการสร้างระบบสนับสนุนมนุษย์บนดวงจันทร์ในอนาคต
    .
    สำหรับจีน ฉางเอ๋อ 7 คือก้าวสำคัญของโครงการสำรวจดวงจันทร์ระยะต่อไป และเชื่อมโยงกับแผนการสำรวจและสร้างความสามารถในการปฏิบัติภารกิจระยะยาวบนดวงจันทร์
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/r/1DzwDnmMgJ/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สงครามฉุดคะแนน “ทรัมป์” ร่วงต่ำสุด 33% คนอเมริกัน 83% กลัวศึกอิหร่านยืดเยื้อ–น้ำมันแพงซ้ำเศรษฐกิจ

    26 สิงหาคม 2569 #คะแนนนิยม ของประธานาธิบดี #โดนัลด์ทรัมป์ ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ของทั้ง 2 สมัยในการดำรงตำแหน่ง หลังผลสำรวจ Reuters/Ipsos ล่าสุดพบว่า ผู้สนับสนุนผลงานโดยรวมเหลือเพียง 33% ขณะที่ #สงครามกับอิหร่าน กำลังกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อรัฐบาลสหรัฐฯ
    .
    ผลสำรวจที่ปิดการเก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พบว่า ชาวอเมริกันสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเพียง 31% ลดลงจาก 37% ในเดือนมีนาคม และ 34% เมื่อต้นเดือนสิงหาคม โดยแม้แต่ฐานเสียงพรรครีพับลิกันก็เริ่มสนับสนุนสงครามลดลง เหลือ 69% จาก 77% ในเดือนมีนาคม
    .
    ความกังวลใหญ่ไม่ได้อยู่แค่ในสนามรบ เพราะ 83% เชื่อว่าสงครามจะยืดเยื้อออกไปอีกนาน เพิ่มจาก 80% ในการสำรวจเมื่อต้นเดือน ขณะที่ราคาน้ำมันและค่าครองชีพเริ่มกลายเป็นปัญหาทางการเมืองโดยตรง หลังความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันในภูมิภาค และราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ สูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับก่อนสงคราม
    .
    สถานการณ์จึงกลายเป็นโจทย์หนักของทรัมป์ เพราะการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมาเคยชูทั้งการควบคุมเงินเฟ้อและหลีกเลี่ยงสงครามยืดเยื้อในต่างแดน แต่เมื่อสงครามกับอิหร่านเข้าสู่เดือนที่ 6 คะแนนนิยมกลับทรุดลง พร้อมแรงกดดันต่อพรรครีพับลิกัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
    .
    สงครามที่ทรัมป์ต้องการใช้กดดันอิหร่าน กำลังย้อนกลับมากดดันทำเนียบขาวเอง เพราะยิ่งศึกยืด ราคาน้ำมันยิ่งสูง และคะแนนนิยมก็ยิ่งต่ำ
    .
    .
    #Thaitribune.
    https://www.facebook.com/share/p/14oAinknnWP/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ศาสตราจารย์ John Mearsheimer: ทำไมอังกฤษจึงใช้ยูเครนโจมตีรัสเซีย
    ทำไมรัฐบาลอังกฤษชุดใหม่ ซึ่งฟังดูแทบไม่ต่างจากรัฐบาลชุดเก่า จึงแสดงท่าทีต่อต้านรัสเซียอย่างเปิดเผยและรุนแรงเช่นนี้?

    ผมคงไม่แปลกใจแม้แต่น้อย หากในสถานการณ์นั้น ซึ่งโชคดีที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง รัสเซียจะหันไปใช้อาวุธนิวเคลียร์

    ดังนั้น เราต้องระมัดระวังอย่างมากที่จะไม่ผลักดันประเทศต่าง ๆ จนไปถึง “ขอบหน้าผา” เมื่อประเทศเหล่านั้นมีขีดความสามารถในการตอบโต้ และอิหร่านก็มีขีดความสามารถในการตอบโต้เช่นเดียวกับรัสเซีย

    และอีกอย่างหนึ่ง เรื่องเดียวกันนี้ก็เป็นจริงในกรณีของยูเครนกับรัสเซีย

    “ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราพยายามเอาชนะรัสเซีย พยายามสร้างความพ่ายแพ้อย่างหนักให้กับรัสเซียในยูเครน พยายามทำลายเศรษฐกิจของรัสเซีย และพยายามผลักรัสเซียออกจากรายชื่อมหาอำนาจของโลก นั่นคือเป้าหมายของเรา

    เป้าหมายคือการสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อรัสเซีย

    คำถามที่เราควรถามตัวเองก็คือ หากเราประสบความสำเร็จ รัสเซียจะตอบโต้อย่างไร?

    และผมคิดว่านั่นจะนำไปสู่สถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างมาก และผมคงไม่แปลกใจแม้แต่น้อย หากในสถานการณ์นั้น ซึ่งโชคดีที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง รัสเซียจะหันไปใช้อาวุธนิวเคลียร์

    ดังนั้น เราจึงต้องระมัดระวังอย่างมากที่จะไม่ผลักดันประเทศต่าง ๆ จนไปถึงขอบหน้าผา เมื่อประเทศเหล่านั้นมีศักยภาพในการตอบโต้ และอิหร่านก็มีศักยภาพในการตอบโต้เช่นเดียวกับรัสเซีย

    เพราะฉะนั้น เราควรระมัดระวังอย่างยิ่ง

    แต่แน่นอนว่า นั่นไม่ใช่วิธีที่เราดำเนินการ เพราะเรา... ใช่แล้ว... เราเป็นมหาอำนาจเดี่ยว (unipole) เราสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ ทุกคนจะต้องทำตามจังหวะที่เรากำหนด และอื่น ๆ

    แต่คุณก็เห็นแล้วว่าความคิดแบบนั้นนำพาเรามาสู่ปัญหามากมายเพียงใด”

    จากนั้นเขาตั้งคำถามว่า:

    “แล้วทำไม หรือเพราะอะไร รัฐบาลอังกฤษชุดใหม่ ซึ่งฟังดูเหมือนรัฐบาลชุดเก่า จึงแสดงท่าทีต่อต้านรัสเซียอย่างเปิดเผยและรุนแรงเช่นนี้?”

    ศาสตราจารย์ John Mearsheimer กล่าว:

    “อังกฤษมีประวัติศาสตร์อันยาวนานเกี่ยวกับ ความหวาดระแวงและการต่อต้านรัสเซีย (Russophobia) ซึ่งย้อนกลับไปอย่างน้อยถึงศตวรรษที่ 19 และเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอินเดีย รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าอังกฤษมองรัสเซียเป็นภัยคุกคามต่อการควบคุมอินเดีย ซึ่งแน่นอนว่าอินเดียถือเป็น อัญมณีแห่งจักรวรรดิอังกฤษ

    จากนั้น เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 และมีการเกิดขึ้นของสหภาพโซเวียตและลัทธิคอมมิวนิสต์ สิ่งที่เราเห็นก็คือ อังกฤษซึ่งเป็นระบอบประชาธิปไตยเสรีนิยมที่มีระบบทุนนิยมเป็นพื้นฐาน มองตัวเองตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ของศตวรรษที่ 20 ว่าเป็น ศัตรูตัวฉกาจของรัสเซีย หรือในเวลานั้นก็คือสหภาพโซเวียต

    ผมจำได้ว่าตอนที่ผมศึกษาวิจัยเกี่ยวกับทศวรรษ 1930 ฝรั่งเศสเข้าใจว่านาซีเยอรมนีเป็นภัยคุกคามร้ายแรง และฝรั่งเศสต้องการหาทางสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับสหภาพโซเวียต

    ฝรั่งเศสสนใจที่จะสร้างพันธมิตรระหว่าง สหภาพโซเวียต ฝรั่งเศส และอังกฤษ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ Triple Entente ก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

    แต่จริง ๆ แล้ว อังกฤษเป็นฝ่ายที่ทำให้เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้

    อังกฤษบอกฝรั่งเศสว่าเป็นเวลานานที่พวกเขาไม่สนใจที่จะสร้างพันธมิตรในลักษณะดังกล่าว และแนวคิดของอังกฤษจำนวนมากในเวลานั้นได้รับแรงผลักดันจากอุดมการณ์ รวมถึงความเกลียดชังต่อลัทธิคอมมิวนิสต์แบบโซเวียต

    นั่นคือแนวคิดของอังกฤษก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง

    จากนั้น แน่นอนว่า สงครามโลกครั้งที่สองก็ปะทุขึ้น และอังกฤษกับสหภาพโซเวียตอยู่ฝ่ายเดียวกัน แต่เมื่อสงครามสิ้นสุดลง เราก็เข้าสู่ สงครามเย็น

    และตลอดช่วงสงครามเย็น อังกฤษกับสหภาพโซเวียตก็เป็น ศัตรูตัวฉกาจต่อกัน

    ดังนั้น หากคุณย้อนกลับไปดูศตวรรษที่ 19 จากนั้นพิจารณาช่วงทศวรรษ 1920 และ 1930 แล้วต่อด้วยสงครามเย็น คุณจะเห็นว่าอังกฤษมีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการ เกลียดหรือหวาดกลัวรัสเซีย

    และผลที่ตามมาก็คือ ทัศนคติเช่นนั้นถูกส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน”

    แล้วนายกรัฐมนตรีอังกฤษคนปัจจุบันได้อะไรจากเรื่องนี้ นอกจากความโกรธแค้นของเครมลิน?
    “แล้วนายกรัฐมนตรีอังกฤษคนปัจจุบันจะได้อะไรจากเรื่องนี้ นอกเหนือจากการทำให้เครมลินโกรธแค้น?

    และเครมลินจะแสดงความโกรธแค้นนั้นออกมาอย่างไร?

    ผมหมายความว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของคำพูด

    นี่คือการ จัดส่งขีปนาวุธพิสัยไกลและโดรนที่ผลิตในอังกฤษอย่างเปิดเผย — ผมจะใช้คำเดียวกันนี้ — ส่งไปยังยูเครน จากนั้น MI6 เป็นผู้กำหนดเป้าหมาย และขีปนาวุธเหล่านั้นถูกยิงโดยผู้ปฏิบัติการและทหารยูเครน ก่อนจะตกลงในดินแดนรัสเซีย”

    ทำไม Burnham จึงไม่เปลี่ยนทิศทาง?
    “ผมพนันได้เลยว่า Andy Burnham นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เข้าใจดีว่า ถึงเวลาแล้วที่อังกฤษจะต้องเปลี่ยนความสัมพันธ์กับรัสเซีย และเริ่มคิดเกี่ยวกับสงครามยูเครนในแนวทางที่แตกต่างออกไป

    แต่ในเวลานี้เขายังทำเช่นนั้นไม่ได้ และเหตุผลที่เขาทำไม่ได้ก็คือ ความหวาดระแวงและการต่อต้านรัสเซียที่ฝังรากลึกในประชาชนชาวอังกฤษ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนชั้นปกครอง

    สำหรับผมแล้ว เรื่องนี้น่าทึ่งมาก ว่าชนชั้นนำของอังกฤษ โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นนำด้านนโยบายต่างประเทศ มีความยึดมั่นในแนวคิดนี้มากเพียงใด และสื่อกระแสหลักมองชาวรัสเซียอย่างไร

    ระดับความเป็นปฏิปักษ์นั้นฝังรากลึกมากจริง ๆ

    และสำหรับคนอย่าง Burnham ซึ่งมีเรื่องมากมายอยู่ในมือและต้องรับมือกับปัญหาหลายด้าน สิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการก็คือ การเปิดศึกทางการเมืองในประเด็นยูเครน หรือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับรัสเซีย

    ดังนั้น เขาจึงเพียงแค่ เดินไปตามกระแส

    กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขากำลังดำเนินนโยบายต่อเนื่องจากแนวทางของ Keir Starmer

    แม้ว่าผมเชื่อว่าโดยส่วนตัวแล้ว เขาเข้าใจว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนทิศทาง”
    https://x.com/ivan_8848/status/2092319269908627705
    https://www.facebook.com/share/p/1FGNdy1hqB/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,033
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผอ CIA บินด่วนไปรัสเซีย เพื่อร้องขอไม่ให้ปูตินโจมตีนาโต้
    ตามรายงานของ The Wall Street Journal (WSJ) John Ratcliffe ผู้อำนวยการ CIA เดินทางเยือนกรุงมอสโกอย่างไม่คาดคิด เพื่อพยายามโน้มน้าวประธานาธิบดี Vladimir Putin ไม่ให้ประกาศระดมพลเพื่อต่อสู้กับยูเครน

    ขณะเดียวกัน หน่วยข่าวกรองของ NATO ก็ตรวจพบสัญญาณที่บ่งชี้ว่า รัสเซียอาจมีแผน “ทดสอบความมุ่งมั่นของ NATO” ด้วยการดำเนินการรุกล้ำเข้าไปในดินแดนยุโรปในวงจำกัด

    ตามรายงานหลายแหล่ง การเยือนกรุงมอสโกแบบไม่เปิดเผยของจอห์น รัทคลิฟฟ์ (John Ratcliffe) ผู้อำนวยการซีไอเอ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 ดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับความพยายามในการยับยั้งหรือเตือนไม่ให้รัสเซียดำเนินการยกระดับความรุนแรงหรือก่อกวนที่มุ่งเป้าไปยังนาโต/ยุโรปรัทคลิฟฟ์ (ซึ่งสาบานตนเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการซีไอเอในเดือนมกราคม 2025 ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์) ได้บินไปมอสโกด้วยเครื่องบินขนส่งทางทหารซี-17 ของสหรัฐฯ (ผ่านลัตเวีย) เพื่อเข้าร่วมการประชุม การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ประกาศต่อสาธารณะโดยรัฐบาลสหรัฐฯ หรือรัสเซีย เครมลินปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่องแผนการเจรจากับทูตสหรัฐฯ และอ้างว่าไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องบินลำดังกล่าว สหรัฐฯ รายงานว่าได้ขอให้อุเครนระงับการโจมตีในดินแดนรัสเซียระหว่างการเยือนครั้งนี้ นับเป็นการเยือนในระดับสูงสุดของหัวหน้าซีไอเอ นับตั้งแต่วิลเลียม เบิร์นส์ พบกับปูตินในเดือนพฤศจิกายน 2021 (เพื่อเตือนไม่ให้รุกรานยูเครน)บริบทสำคัญจากรายงาน:ข่าวกรองของสหรัฐฯ ระบุว่ารัสเซียกำลังเตรียมการเบื้องต้นสำหรับการระดมกำลังทหารที่เป็นไปได้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสงครามในยูเครน และมีแผนที่จะทดสอบความมุ่งมั่นของนาโต
    การประเมินชี้ถึงการกระทำที่อาจเกิดขึ้นของรัสเซีย เช่น การบุกรุกทางบกขนาดเล็ก การโจมตีทางไซเบอร์ ปฏิบัติการแบบผสมผสาน หรือการยั่วยุในยุโรปตะวันออก (เช่น ที่เกี่ยวข้องกับโปแลนด์หรือภูมิภาคบอลติก) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากมุมมองก่อนหน้านี้ที่ว่าปูตินจะหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวโดยตรงต่อนาโตในขณะที่สงครามยูเครนยังดำเนินอยู่
    นักวิเคราะห์และผู้สังเกตการณ์ตีความการเยือนครั้งนี้อย่างกว้างขวางว่าเป็นการเตือนไม่ให้ยกระดับความรุนแรงที่มุ่งเป้าไปยังยุโรป/นาโต โดยเปรียบเทียบกับการเยือนของเบิร์นส์ในปี 2021 บางคนระบุว่าเกิดขึ้นท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของปฏิบัติการก่อวินาศกรรมที่สงสัยว่าเป็นของรัสเซีย กิจกรรมโดรน และปฏิบัติการในพื้นที่สีเทาในยุโรป

    รายละเอียดที่แน่นอนว่าใครที่รัทคลิฟฟ์พบและพูดคุยอะไรยังไม่ได้รับการยืนยัน (ไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากสหรัฐฯ หรือรัสเซียเกี่ยวกับเนื้อหา) หัวข้ออื่น ๆ ที่อาจเป็นไปได้ซึ่งถูกหยิบยกในรายงาน ได้แก่ ความพยายามสันติภาพยูเครนที่ชะงักงัน ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน หรือเรื่องผู้ถูกกักขัง แต่รายงานส่วนใหญ่เชื่อมโยงช่วงเวลาและบริบทข่าวกรองเข้ากับการยับยั้งความเสี่ยงที่กว้างขึ้นต่อยุโรป/นาโต มากกว่าการยืนยันว่าจะมีการ “รุกรานยุโรป” อย่างเต็มรูปแบบสรุปสั้น ๆ การเดินทางครั้งนี้ถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นความพยายามในระดับสูงในการสื่อสารเส้นสีแดงและยับยั้งการเคลื่อนไหวของรัสเซียที่อาจขยายความขัดแย้งไปยังยุโรป ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของรัทคลิฟฟ์และการเตือนจากข่าวกรองสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ ผลลัพธ์หรือรายละเอียดเพิ่มเติมยังไม่ได้รับการยืนยันต่อสาธารณะตามรายงานที่มีอยู่

    https://x.com/Megatron_ron/status/2092334182043095533, Grok

    https://www.facebook.com/share/p/18xzLiG2QQ/
     

แชร์หน้านี้

Loading...