ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตาความเสี่ยงภัยพิบัติครั้งใหญ่หลังเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องถล่มพื้นที่ทางตะวันออกของกรุงเตหะราน

    อิหร่านระดมกำลังเฝ้าระวังสูงสุดหลังเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่อง 9 ครั้งในพื้นที่ปาร์ดิส หวั่นเป็นสัญญาณเตือนภัยมหันตภัยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ถล่มเมืองหลวง

    มีรายงานว่าศูนย์เฝ้าระวังแผ่นดินไหวแห่งชาติอิหร่านตรวจพบแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่องในระดับตื้นบริเวณเขตปาร์ดิส ทางตะวันออกของกรุงเตหะราน สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาระบุว่าพฤติกรรมการขยับตัวของเปลือกโลกในลักษณะนี้อาจเป็นสัญญาณของ "Foreshocks" ก่อนเกิดเหตุการณ์รุนแรงในอนาคต

    สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลภายใต้การนำของผู้นำสูงสุด โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) สั่งการให้หน่วยงานกู้ภัยและป้องกันภัยพลเรือนยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินระดับสูงสุดในพื้นที่เสี่ยงภัยรอบเมืองหลวง เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานในหลายจุดยังมีความเปราะบางต่อแรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่

    นักวิชาการเตือนว่าแนวรอยเลื่อนที่พาดผ่านกรุงเตหะรานมีความสะสมพลังงานมาอย่างยาวนาน โดยเหตุการณ์แผ่นดินไหวชุดล่าสุดนี้ถือเป็นความผิดปกติที่ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดตลอด 48 ชั่วโมงข้างหน้า ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยและการเตรียมพื้นที่อพยพสำหรับประชาชนในจุดเสี่ยง

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาดเล็กต่อเนื่องจำนวน 9 ครั้งในเขตปาร์ดิส ทางตะวันออกของกรุงเตหะราน
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: การประเมินความเสียหายเชิงโครงสร้างของอาคารสูงในพื้นที่ใกล้เคียงและระดับพลังงานสะสมในรอยเลื่อนหลัก
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การคาดการณ์วันและเวลาที่แน่นอนของการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ (The Big One)

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานจากสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวและสื่อหลักในพื้นที่ยืนยันสถิติการสั่นสะเทือนตรงกัน

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Al Jazeera, IRNA

    https://www.facebook.com/share/18jKFGA3SR/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซานตงอ่วม! น้ำเสียดำสนิทท่วมไร่ข้าวสาลีนับพันหมู่ ชาวบ้านไม่กล้าเปิดหน้าต่าง
    ทางการอ้างเป็น “น้ำหมักชีวภาพ” แต่ชาวเน็ตไม่เชื่อ — ปนเปื้อนมากว่า 2 ปี ชาวนา “โกรธแต่ไม่กล้าพูด”
    พื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ในเมืองเหอเจ๋อ มณฑลซานตง ถูกน้ำเสียอุตสาหกรรมสีดำสนิทท่วมขัง ข้าวสาลีเสียหายหนัก หลายแปลงถึงขั้นเก็บเกี่ยวไม่ได้ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เผยว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมานานกว่า 2 ปีแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าออกมาพูด
    พื้นที่เกิดเหตุ: ตำบลต่งกวนถุน อำเภอจวี้เหย่
    ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา บล็อกเกอร์หลายรายเดินทางไปยังตำบลต่งกวนถุน อำเภอจวี้เหย่ เมืองเหอเจ๋อ มณฑลซานตง เพื่อบันทึกภาพพื้นที่เกษตรที่ถูกน้ำเสียสีดำท่วมขัง จนกลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์จีน
    จากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ พื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ถูกของเหลวสีดำปกคลุมจนมีสภาพคล้าย “บ่อน้ำมัน” ต้นข้าวสาลีจำนวนมากแห้งตาย พื้นที่โดยรอบส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงและฉุนจมูก คูน้ำใกล้เคียงเต็มไปด้วยน้ำดำที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวันและยุง ชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียงถึงขั้นไม่กล้าเปิดหน้าต่างบ้าน
    มีอุปกรณ์ “พ่นน้ำดำ” ลงไร่นาอย่างต่อเนื่อง
    ภาพในคลิปยังแสดงให้เห็นว่าในพื้นที่เกษตรมีอุปกรณ์ลักษณะคล้ายระบบสปริงเกลอร์ กำลังพ่นของเหลวสีดำลงสู่ผืนนาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่แพร่กระจายบนโลกออนไลน์ระบุว่า พื้นที่เกษตรที่ได้รับผลกระทบอาจมีมากถึง “หลักพันหมู่” (1 หมู่จีน ≈ 666 ตารางเมตร)
    ชาวบ้าน “โกรธแต่ไม่กล้าพูด” มากว่า 2 ปี
    จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ บล็อกเกอร์พบว่าสถานการณ์น้ำดำท่วมไร่นาเกิดขึ้นต่อเนื่องมานานกว่า 2 ปีแล้ว นอกจากผลผลิตข้าวสาลีจะลดลงอย่างหนักหรือเสียหายจนเก็บเกี่ยวไม่ได้ ชาวบ้านยังไม่กล้าดื่มน้ำบาดาลในพื้นที่อีกด้วย แต่ไม่มีใครกล้าออกมาเรียกร้องอย่างเปิดเผย
    ทางการแก้ต่าง อ้างเป็น “น้ำหมักชีวภาพ”
    วันที่ 12 พฤษภาคม ภายใต้แรงกดดันจากกระแสสังคม ทางการท้องถิ่นออกมาชี้แจงโดยอ้างว่า พื้นที่ที่ปรากฏในคลิปคือ “เขตนำของเหลวจากบ่อหมักชีวภาพกลับไปใช้กับพื้นที่เพาะปลูก” บริเวณใกล้หมู่บ้านเริ่นเตี้ยน ตำบลต่งกวนถุน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บริษัทจัดการของเสียจากปศุสัตว์เช่าใช้ดำเนินธุรกิจแปรรูปของเสียอินทรีย์ให้กลายเป็นทรัพยากร
    ชาวเน็ตจีนไม่เชื่อ ตั้งข้อสงสัยเป็นการ “ปกปิดความจริง”
    อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงของทางการมักถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความน่าเชื่อถือ ชาวเน็ตจำนวนมากตั้งคำถามว่า หากเป็นเพียง “น้ำหมักชีวภาพ” ตามที่ทางการกล่าวอ้างจริง เหตุใดข้าวสาลีจึงแห้งตาย ชาวบ้านไม่กล้าดื่มน้ำบาดาล และต้องปิดหน้าต่างบ้านหนีกลิ่น พร้อมสงสัยว่าคำอธิบายอย่างเป็นทางการอาจเป็นการกลบเกลื่อนความจริงที่มืดมนกว่านั้น
    ภายใต้แนวทาง “พัฒนาอุตสาหกรรม” ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่แลกมาด้วยการทำลายสิ่งแวดล้อม หลายพื้นที่ในจีนแผ่นดินใหญ่กำลังเผชิญกับปัญหามลพิษรุนแรงในลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยภาระทั้งหมดตกอยู่กับชาวบ้านในท้องถิ่นที่ไม่มีปากเสียง
    แหล่งข่าว: 新唐人 (Xin Tang Ren / NTDTV), @AllenLeo89064 บน X, 纵览新闻
    https://www.facebook.com/share/1Ke9w6M6Ad/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "หนึ่งในเหตุผลที่ผมสนับสนุนนาโตก็เพราะมันทำให้เรามีสิทธิ์ตั้งฐานทัพในยุโรป

    ดังนั้นเมื่อพันธมิตรนาโตอย่างสเปนปฏิเสธไม่ให้เราใช้ฐานทัพเหล่านั้น ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้นาโตเป็นประโยชน์ต่ออเมริกา แล้วพันธมิตรนี้จะมีประโยชน์อะไร?" - มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ

    เขากล่าวกับ NBC หลังจากการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ว่าจีนระบุว่าไม่สนับสนุนการเสริมกำลังทางทหารในช่องแคบฮอร์มุซ หรือการเก็บค่าธรรมเนียมใดๆสำหรับการผ่านแดน โดยอธิบายว่าเป็นจุดที่เห็นพ้องกับวอชิงตัน

    รูบิโอเสริมว่าคำถามสำคัญคือ "เราจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้" โดยระบุว่าทรัมป์ไม่ได้เรียกร้องให้ปักกิ่งดำเนินการใดๆ แต่ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อชี้แจงจุดยืนของสหรัฐฯพร้อมทั้งย้ำว่า "อิหร่านไม่ควรมีอาวุธนิวเคลียร์" - NBC

    14/05/2026

    https://www.facebook.com/share/p/18ST35eekj/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ผบ.ทร.”ลั่นยึด เส้น 2516
    ไม่ว่าจะ ยกเลิก MOU2544 หรือไม่
    เราจะรักษาเส้นนั้น
    เส้นเขตแดนที่ไทยยึด ไม่ได้ใช้จินตนาการ
    แต่มองเป็นเรื่องดี มาใช้UNCLOS
    เพราะไทย ยึดมั่นกติกาสากลมาตั้งแต่ต้น
    สส.พรรคประชาชน โผล่ดู ทร.ซ้อมรบ
    หนุน ซื้อฟริเกต ลำ2 ด่วน
    ชี้เป็น ขวัญกำลังใจ
    เหมือนเป็นโชคร้าย

    .
    พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. ให้สัมภาษณ์ถึงการที่รัฐบาล
    ยกเลิก MOU 2544 ว่า ทหารเรือ เรายังคงรักษาเส้นแนวที่เราประกาศไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2516 ซึ่งการประกาศเส้นแนวดังกล่าว เราใช้หลักการของกฎหมายทางทะเล เราจึงไม่กังวล เนื่องจากเราใช้หลักการตรงนั้นอยู่แล้ว

    ทั้งนี้ เมื่อกัมพูชาจะมาใช้กฎหมายทะเล ก็คงเป็นไปตามหลักการที่เราประกาศไว้อยู่แล้ว และยืนยันว่า เราจะรักษาเส้นที่เราประกาศไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2516

    เมื่อถามว่า กำลังมองว่าการเจรจาในส่วนของ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 UNCLOS ถือเป็นเรื่องดีใช่หรือไม่ พลเรือเอก ไพโรจน์ กล่าวว่า กฎหมายที่เป็นหลักสากล ถ้าทุกประเทศยึดมั่นในหลักสากล ส่วนตัวคิดว่าประโยชน์จะเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ซึ่งเรายึดหลักนี้มาตั้งแต่แรก และเราไม่ได้ประกาศโดยใช้จินตนาการ แต่เราประกาศโดยใช้หลักการอยู่แล้ว ดังนั้นยืนยันว่า เราจึงไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้

    ด้าน นายเอกราช อุดมอำนวย ว่าที่ประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ส.ส.พรรคประชาชน เดินทางมาชมการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2569 ณ สนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

    นายเอกราช กล่าวว่า สถานการณ์หลังการยกเลิก MoU 44 มีความไม่แน่นอนสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความตึงเครียดทางทะเล ดังนั้นรัฐบาลควรให้ความสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในด้านกำลังรบทางเรือมากขึ้น

    ในฐานะที่กองทัพเรือมีภารกิจในการปกป้องผลประโยชน์ทางทะเล ซึ่งในสมุดปกขาวของกองทัพเรือ ไปมีแผนในการจัดหายุทโธปกรณ์และเรือรบเอาไว้เพื่อรองรับการปลดระวางเรือที่จะหมดอายุใช้งาน ในภาพรวมเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนการทำหน้าที่รั้วทางทะเล

    แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไม่อนุมัติงบประมาณในการจัดหาฟริเกตลำที่2ในกรอบงบประมาณปี 2570

    โดยผม จะนำข้อมูลที่ได้เข้ารับชมในวันนี้ไปตั้งกระทู้ในสภาฯเพื่อสอบรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ในฐานะที่ท่านเป็นทหารบกอาจจะไม่เห็นข้อมูลของทหารเรือ ก็จะได้นำไปบอกท่าน

    “เป็นเรื่องของขวัญกำลังใจด้วยเพราะกองทัพเรือต้องเจอกับ ภาวะทางการเมืองก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับเครื่องยนต์ดำน้ำ แล้วก็มาเจอเรื่องเรือฟริเกตอีก เหมือนเป็นโชคร้าย

    และถ้ารัฐบาลจะหั่นงบผูกพันเรือฟริเกตลำที่ 2ออกไป ก็มีคำถามว่าจะกระทบต่อการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลและบูรณภาพแห่งดินแดนหรือไม่ และการไปยกเลิก MoU 44 แล้วไม่ให้กองทัพเรือมีเครื่องไม้เครื่องมือ มีเขี้ยวเล็บ จะไม่กระทบต่อขวัญกำลังใจในการทำงานได้อย่างไร“

    #เรือฟริเกต

    https://www.facebook.com/share/18UsWEsEFN/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【ยุค “ปิดประตู” การอพยพมาถึงแล้ว — เมื่อโลกเลี้ยวขวา คนจีนจะหนีไปไหน?】

    จาก “โหมดสวรรค์” สู่ “โหมดนรก” ภายในไม่กี่ปี ประตูประเทศพัฒนาแล้วกำลังปิดลงทีละบาน และเบื้องหลังไม่ใช่แค่วัฒนธรรม แต่คือผลประโยชน์
    ในรอบปีที่ผ่านมา อาจเรียกได้ว่าเป็น “ยุคที่การหนีออกนอกประเทศพังทลาย” หรือ “ยุคปิดประตูการอพยพ” ประเทศพัฒนาแล้วแทบทุกประเทศต่างยกระดับเงื่อนไขการรับผู้อพยพมากบ้างน้อยบ้าง

    สหรัฐฯ เพิ่งยกระดับเกณฑ์วีซ่า H-1B ส่วนการขอลี้ภัยทางการเมืองด้วยการ “เดินสาย” (走线) เข้าสหรัฐฯ ปัจจุบันแทบเป็นไปไม่ได้แล้ว คนจีนจำนวนไม่น้อยที่เดินสายเข้าสหรัฐฯ ยังเสี่ยงถูก ICE ส่งตัวกลับ

    ส่วนแคนาดา ดินแดนในฝันของผู้อพยพชาวจีน ปัจจุบันแทบจะอพยพเข้าไม่ได้แล้วเช่นกัน โควตาผู้อพยพถูกหั่นจากเดิม 500,000 คน เหลือ 250,000 คน
    โควตา 250,000 ไม่ได้เผื่อคนที่ยังไม่เคยมา

    อย่าเพิ่งคิดว่าโควตา 250,000 ยังพอไหว เพราะตัวเลขนี้แท้จริงแล้วใช้เพื่อ “ระบาย” คนที่ถือวีซ่าทำงานและวีซ่านักเรียนอยู่ในแคนาดาแล้ว ไม่ใช่เผื่อไว้ให้คนที่ไม่เคยเหยียบแผ่นดินแคนาดามาก่อน หากตอนนี้ยังอยู่บนแผ่นดินจีนและไม่เคยไปแคนาดาเลย การคิดจะอพยพไปแคนาดาถือเป็น “ระดับความยากขั้นนรก”

    ฟางเหลียนเล่าว่า เคยเห็นคนท้องถิ่นในฟอรัมล้อกันว่า ต่อให้นายกฯ คาร์นีย์หรือทรูโดมาเอง ก็อพยพไม่ได้ เพราะอายุมากเกินไป
    ญี่ปุ่น: ยกเพดานทุนวีซ่าบริหารจัดการพุ่ง 6 เท่า

    ญี่ปุ่นก็ยกระดับความยากอย่างหนัก วีซ่าบริหารจัดการกิจการ (経営管理) ปรับเกณฑ์เงินทุนจาก 5 ล้านเยน เป็น 30 ล้านเยน คนจีนจำนวนมากที่ถือวีซ่าประเภทนี้กำลังเผชิญความเสี่ยงถูกเพิกถอน

    นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าวีซ่าผู้ติดตามอาจกำหนดให้ต้องมีภาษาญี่ปุ่นระดับ N2 และญี่ปุ่นกำลังเข้มงวดเงื่อนไขการแปลงสัญชาติด้วย
    อังกฤษ ออสเตรเลีย และ “โกลเดนวีซ่า” ยุโรป

    อังกฤษปรับเกณฑ์เงินเดือนขั้นต่ำของวีซ่าแรงงานทักษะ ตั้งแต่ปี 2024 จาก 25,000 ปอนด์ ขึ้นเป็น 38,000 ปอนด์ และต่อมาเป็น 41,700 ปอนด์

    ออสเตรเลียปรับเพดานเงินเดือนขั้นต่ำของวีซ่าทำงาน 482 ขึ้นหลายครั้ง ส่วนวีซ่าจบใหม่ 485 ถูกหั่นระยะเวลาจาก 4 ปี เหลือ 2 ปี

    โครงการโกลเดนวีซ่าของโปรตุเกส สเปน ไอร์แลนด์ กรีซ ไม่ถูกปิดก็ถูกยกเพดานสูงขึ้นมาก แม้แต่สิงคโปร์และดูไบก็ยกระดับเงื่อนไขเช่นกัน
    เบื้องหลังข้อที่ 1: เสียงสะท้อนของการ “เลี้ยวขวา” ทั่วโลกปี 2024

    ในระยะสั้น การพลิกกลับของกระแสอพยพคือเสียงสะท้อนของการเลี้ยวขวาทางการเมืองทั่วโลกปี 2024 ซึ่งเป็นปีเลือกตั้งใหญ่ มีกว่า 70 ประเทศจัดการเลือกตั้ง ครอบคลุมประชากรเกือบครึ่งโลก หลังการเลือกตั้งครั้งนั้น กระแสเลี้ยวขวาที่นำโดยสหรัฐฯ ก็มาถึงอย่างเป็นทางการ และรัฐบาลฝ่ายขวาแทบทุกแห่งมีแนวโน้มต่อต้านผู้อพยพชัดเจน

    ฟางเหลียนมองว่า ทัศนคติสุดโต่งนี้คือ “บูมเมอแรง” ของการเมืองอัตลักษณ์ (identity politics) ของฝ่ายซ้ายที่สะสมมานานนับสิบปี เมื่อการเน้นพหุวัฒนธรรม ความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ และประเด็น LGBT ถูกผลักไปจนสุด ก็เกิดแรงต้านจากกลุ่มคนผิวขาวชนชั้นกลางล่างและชาวคริสต์ดั้งเดิมที่รู้สึกว่าตนกลายเป็น “พลเมืองชั้นสอง” ในประเทศของตัวเอง อารมณ์นี้คือสิ่งที่เรียกว่า “วัฒนธรรมต้าน Woke” (反觉醒文化) โดยมีอีลอน มัสก์ เป็นตัวแทนนักธุรกิจของกระแสนี้
    เบื้องหลังข้อที่ 2: ทำไม “ผู้อพยพ” จึงโดนก่อน?

    แม้ขบวนการต้าน Woke จะต่อต้านหลายเรื่อง — LGBT มุสลิม ความถูกต้องทางการเมือง — แต่หลายเรื่องแก้ยากและการแตะต้องอาจทำร้ายตัวนักการเมืองเอง เพราะกลุ่ม LGBT หรือชนกลุ่มน้อยทางศาสนา/เชื้อชาติ ล้วนเป็น “พลเมือง” ที่มีสิทธิ์ลงคะแนน

    แต่ผู้อพยพต่างออกไป — ในแทบทุกประเทศ ผู้อพยพแทบไม่มีสิทธิทางการเมือง การ “เชือดผู้อพยพ” เพื่อเอาใจฐานเสียงจึงเป็นวิธีที่นักการเมืองเสียต้นทุนน้อยที่สุด และเห็นผลเร็วที่สุด เพียง 3-4 เดือนก็เห็นผล เช่น เมื่อแคนาดายกระดับความยาก ประชากรรวมลดลงทันที ราคาบ้านก็ลดลง ส่วนญี่ปุ่น เมื่อยกเกณฑ์วีซ่าบริหารจัดการ ยอดผู้สมัครดิ่งจากกว่า 1,700 คนต่อเดือน เหลือ 70 คน
    เบื้องหลังข้อที่ 3: รากที่แท้จริงคือ “การถดถอยของโลกาภิวัตน์”

    ฟางเหลียนมองว่าวัฒนธรรมต้าน Woke เป็นเพียงปัจจัยผิวเผิน รากลึกอยู่ที่โครงสร้างโลกาภิวัตน์ที่เปลี่ยนไป กระแสความคิดฝ่ายซ้ายในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาแท้จริงเป็นผลผลิตของโลกาภิวัตน์ — เมื่อการค้าโลกเติบโต 1% จำนวนผู้อพยพจะเพิ่มราว 1.5% โดยอ้างอิงงานวิจัยที่สคริปต์ระบุว่าเป็นของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย และผู้อพยพยังทำหน้าที่เป็น “สะพาน” เพิ่มการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

    แต่เมื่อจีนเข้าสู่การยกระดับอุตสาหกรรมแบบ “ทุ่มตลาดราคาถูก” และรุกเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ก็ถูกบีบ — สิ่งที่เศรษฐศาสตร์เรียกว่า “China Shock” แรงงานที่ถูกบีบส่วนใหญ่คือคนผิวขาวรายได้ปานกลาง-ล่าง ซึ่งเป็นฐานหลักของแนวคิดต้าน Woke ขณะที่คนปกขาวในซิลิคอนแวลลีย์แทบไม่ได้รับผลกระทบ จึงยังเป็นฝ่ายซ้ายที่หนักแน่นที่สุด ความแตกแยกซ้าย-ขวาเบื้องหลังจึงเป็นความแตกแยกทางผลประโยชน์
    ทางออกอยู่ที่ไหน? และ “ระบบแรงงานรับเชิญ”

    ฟางเหลียนประเมินว่า ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ความยากในการอพยพจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และยากจะพลิกกลับในระยะสั้น พร้อมยกตัวอย่างการเลือกตั้งท้องถิ่นอังกฤษที่พรรค Reform ขวาจัดได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นมาก กรณีพรรค AfD ในเยอรมนี และการขึ้นสู่อำนาจของทาคาอิจิ ซานาเอะในญี่ปุ่น

    ทางออกที่ฟางเหลียนชี้ว่าประเทศขวาจัดอาจเลือกใช้คือ “ระบบแรงงานรับเชิญ” (客工制度) เช่นระบบ “กาฟาลา” (Kafala) ในรัฐอ่าวอาหรับ ที่อนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามา “ทำงาน” ได้ แต่ไม่เกี่ยวกับการ “อพยพ” เลย

    ฟางเหลียนบรรยายว่าระบบนี้ใกล้เคียงทาสยุคใหม่ — แรงงานต่างชาติแทบไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน เปลี่ยนงานก็เสียวีซ่าทันที และยกกรณี “ใบเหลือง” ของสิงคโปร์ที่เป็นวีซ่าทำงานเฉพาะอุตสาหกรรมบริการทางเพศเป็นตัวอย่างสุดขั้ว
    บทสรุป: คนแต่ละกลุ่มจะเจอชะตากรรมต่างกัน

    ฟางเหลียนสรุปว่า อนาคตอันใกล้ รูปแบบใหม่ของการอพยพอาจกลายเป็น “ไปทำงานในประเทศพัฒนาแล้วได้ แต่อพยพไม่ได้”

    สำหรับแรงงานพื้นฐาน ผลกระทบอาจไม่มาก เพราะโครงสร้างประชากรของประเทศเหล่านี้ทำให้ความต้องการแรงงานไม่ลดลง และไม่ต้องรีบ ทำตามจังหวะตัวเองได้

    แต่สำหรับชนชั้นกลางที่อพยพเพื่อจัดสรรสินทรัพย์ แก้ปัญหาการศึกษาบุตร และยกระดับชนชั้น ผลกระทบจะมหาศาล เพราะเป้าหมายเหล่านี้ตั้งอยู่บนเงื่อนไขว่าต้อง “ได้สถานะ” ไม่ใช่แค่ไปทำงาน

    ข้อแนะนำสุดท้ายของฟางเหลียนคือ ชนชั้นกลางที่ตั้งเป้าจะอพยพ “การเป็นพวกรอดูสถานการณ์ไม่มีอนาคต” และอีก 3-5 ปี ปัญหาอาจไม่ใช่ยากหรือง่าย แต่เป็น “มีทางหรือไม่มีทาง”
    ที่มา: สคริปต์รายการ 多伦多方脸 (Toronto Big Face) ตอน “全球右转,移民关门时代到来” เผยแพร่ 13 พ.ค. 2026 / ช่อง YouTube @torontobigface

    อ่านฉบับเต็ม : https://www.facebook.com/share/p/18MAgrYyVu/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/1FsxyKt7BJ/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มาลี โฆษก กัมพูชา โพสกลางดึกอีกแล้ว

    ซัดสื่อไทย กล่าวหา ทหาร เขมร ลั่น M79 ที่ชายแดน กัมพูชา ไร้หลักฐาน ไม่เป็นความจริง

    ที่มาข่าว อยู่ในคอมเม้นท์ เพจ Duck News
    FB_IMG_1778802803281.jpg
    #cambodia #ducknews #เขมร #กัมพูชา

    https://www.facebook.com/share/p/1RoStw3xJJ/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซาอุดีอาระเบียเสนอจัดทำสนธิสัญญาไม่รุกรานกัน (non-aggression pact) กับอิหร่าน

    Financial Times เปิดเผยซาอุดีอาระเบียได้หารือเกี่ยวกับแนวคิด "สนธิสัญญาไม่รุกรานกัน" (Non-aggression pact) ระหว่างรัฐในตะวันออกกลางและอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพูดคุยกับพันธมิตรถึงวิธีจัดการความตึงเครียดในภูมิภาค หลังสิ้นสุดสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ริยาดกำลังพิจารณาใช้ "กระบวนการเฮลซิงกิ" (Helsinki Process) ในปี 1970 ที่เคยช่วยลดความตึงเครียดในยุโรปช่วงสงครามเย็นมาเป็นต้นแบบ เนื่องจากคาดการณ์ว่าหลังจบสงคราม อิหร่านจะอ่อนแอลงแต่ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อประเทศเพื่อนบ้าน

    รัฐอ่าวอาหรับมองเห็นว่าบทบาททางการทหารของสหรัฐในภูมิภาคจะลดลง แต่พวกเขายังต้องเผชิญหน้ากับระบอบอิหร่านที่แม้จะบาดเจ็บจากสงคราม แต่จะมีความก้าวร้าว (hawkish) มากยิ่งขึ้น หลายประเทศในยุโรปและสถาบันของสหภาพยุโรป (EU) ให้การสนับสนุนแนวคิดนี้ของซาอุฯ โดยมองว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในอนาคต และเป็นการให้หลักประกันแก่อิหร่านว่าจะไม่ถูกโจมตีเช่นกัน

    นักการทูตอาหรับระบุว่าความสำเร็จขึ้นอยู่กับว่าใครจะเข้าร่วมบ้าง ในบรรยากาศปัจจุบันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้อิหร่านและอิสราเอลอยู่ร่วมกัน แต่หากไม่มีอิสราเอล สนธิสัญญาก็อาจส่งผลเสีย เพราะอิสราเอลถูกมองว่าเป็นต้นตอความขัดแย้งหนึ่งของภูมิภาค

    มีความเห็นต่างระหว่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดย UAE มีท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่านมากที่สุดและต้องการกระชับความสัมพันธ์กับอิสราเอลหลังจบสงคราม ในขณะที่ซาอุฯ หันไปสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับปากีสถาน ตุรกี และอียิปต์แทน ปากีสถานเสนอให้กาตาร์และตุรกีเข้าร่วมสนธิสัญญาป้องกันประเทศร่วมกับซาอุฯ-ปากีสถาน เพื่อสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจและความมั่นคงที่ลดการพึ่งพามหาอำนาจนอกภูมิภาค

    สงครามที่เกิดขึ้นได้สร้างความเร่งด่วนให้ประเทศอาหรับและมุสลิมต้องทบทวนความร่วมมือด้านความมั่นคงใหม่ โดยพยายามสร้างกลไกที่ดึงอิหร่านเข้ามาอยู่ภายใต้ข้อตกลงเพื่อรับประกันความสงบสุขในระยะยาวหลังสิ้นสุดการสู้รบกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

    https://www.facebook.com/share/p/1b6G34wqn7/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพบกที่เปลี่ยนไป จากที่เคยฉับไวในการให้ข่าวที่ถูกต้องกับประชาชน ทุกวันนี้กลับช้ามาก บางครั้งบางเรื่องแทบจะไม่มีข่าวออกมาจากกองทัพให้เห็นเลย เหมือนอยากปิดข่าวไปกลายๆ

    ก่อนหน้านี้ รมต.กลาโหม พร่ำบอกในหน้าสื่อว่าอยากให้คนไทยเชื่อสื่อของรัฐบาลและกองทัพให้มาก จริงจังถึงขั้นกับจัดตั้งคณะทำงานนั่นนี้ขึ้นมา ผมว่าอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่

    ข่าวการยิงระเบิดแถวห้วยตามาเรียไม่ใช่ครั้งแรกนะครับที่ข่าวช้ามาก ผมสังเกตมาสักพักใหญ่แล้วนะครับ

    คือตั้งแต่หยุดยิงรอบสองมาทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด เวลาเกิดเหตุที่ชายแดนกองทัพไม่ทำงานเชิงรุกเหมือนก่อนแล้ว เช่น ทหารเขมรเข้ามาขัดขวางการทำถนน ทหารเขมรยิง ทหารเขมรมาก่อกวน ทหารเขมรมาห้ามทหารไทยวางลวดหนาม ทั้งๆที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์แต่กองทัพกลับเงียบ คือปล่อยมันผ่านๆไป

    หลายข่าวเงียบเลยนะครับแบบไม่พูดไม่จา ไม่แถลงค์ ถึงขั้นสุดจริงๆอะไรที่ข่าวมันไม่สามารถเงียบได้ ก็ถึงจะออกให้ข่าว แต่ก็ช้าฉิบหาย

    ประชาชนทุกวันนี้เห็นข่าวเขมรเงียบๆ แต่เขาก็ตามข่าวตลอดนะครับ ผมคนหนึ่งแหละที่ตามตลอด

    ที่ตามดูไม่ใช่อะไร เพราะกลัวสันดานเลวทรามนักการเมืองกับข้าราชการชั่วๆบางคนจะรวมหัวกันมาหลอกประชาชนอีก

    ทุกวันนี้ประชาชนเปรียบเหมือนคนหิวข่าว(ไม่ใช่หิวข้าวนะ) ประชาชนอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ภาครัฐกลับไม่เอาข่าวมาให้

    ปล่อยให้กำลังพลในพื้นที่ฝากข่าวออกมาตามญาติมิตร เพื่อนฝูงพี่น้อง หรือ อินฟลูคนสนิทของทหารในพื้นที่ แล้วคนเหล่านี้ก็เอามาโพสต์แชร์ต่อๆกัน

    ซึ่งผมมองว่าคนเหล่านี้ไม่ได้ผิดอะไรนะครับ เขาแค่อยากประกาศบอกว่าเขมรมันทำอะไรกับทหารของเรา มันทำอะไรกับประเทศของเรา แต่บางครั้งกลับถูกตราหน้าว่าปั่นข่าวปล่อยข่าว

    หันกลับไปที่ภาครัฐ ตัวท่านอดุลย์และผู้ใหญ่ทั้งหลาย ไหนบอกนักหนา เวลามีข่าวอะไรอยากให้คนไทยฟังสื่อของกองทัพและรัฐมากกว่าที่จะไปฟังพวกอินฟลู หรือข่าวที่ชาวบ้านแชร์กัน เพราะข่าวมันมันอาจจะไม่ตรง อยากให้ฟังข่าวภาครัฐเพราะน่าเชื่อถือกว่า

    แต่พอเอาเข้าจริง ข่าวจากกองทัพก็ช้าเสียเหลือเกิน บางทีเหมือนกับกองทัพแทบไม่อยากให้มีข่าวบางข่าวออกมาเสียด้วยซ้ำ ถ้ามองในทางร้ายหน่อยคืออยากปกปิด

    พอรัฐไม่เปิดเผยหรือทำงานช้า ที่ประชาชนทำได้ก็แชร์ข่าวที่ได้รับมาจากแหล่งต่างๆโพสต์กันไปมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ จริงไม่จริงไม่รู้ ก็กูได้ข้อมูลมาแบบนี้ ก็แชร์กันไป ถ้าข้อมูลถูกต้องก็ดีไป ถ้าข้อมูลผิดมันก็สร้างความสับสนตื่นตระหนกให้กับประชาชนคนอื่น

    พอคราวนี้ท่านอดุลย์หรือกองทัพก็จะไปชี้ตราหน้าว่าไอ้ประชาชนพวกนี้เอาข่าวปลอมมาปล่อยอีกแล้ว ทำไมไม่ฟังรัฐ

    ทั้งๆที่ไม่ดูเลยว่า หน้าที่พวกท่านคือเสนอข่าวที่ถูกต้องและรวดเร็วให้คนได้เข้าใจ แต่กลับเชื่องช้าไม่ทันการ

    แล้วจะพูดทำไมว่าอยากให้คนไทยฟังข่าวจากภาครัฐ ข่าวก็ไม่ออก ออกก็ช้า ฟังดูการกระทำโคตรจะย้อนแย้งกับสิ่งที่เป็น

    สำหรับคนที่บอกว่าข่าวที่กองทัพออกมาชี้แจงไม่ช้านั่นนี่ หรือบอกว่าเขาต้องตรวจสอบข่าว เอาแค่เรื่องตามาเรีย ยิงกัน 6 โมงกว่าจน 4 ทุ่มกว่าถึงออกมาแถลงอย่างเป็นทางการ ถามใจท่านดูเองเถิดมาตรฐานการทำงานเผยแพร่ข่าวของกองทัพช้าลงไปไหมถ้าเทียบกับก่อนหน้านี้

    การทำงานเชิงรุกของกองทัพที่ผมเคยเห็นช่วงก่อน
    รบรอบแรก
    หลังรบรอบแรก
    จนกระทั่งรบรอบสอง
    ตอนนี้หายไปไหนแล้วครับ กองทัพที่เคยออกมาอัพเดทข่าวรวดเร็วฉับไวหายไปไหนครับ?

    บอกให้ประชาชนเชื่อข่าวของภาครัฐและกองทัพ แต่ไม่เคยออกมาให้ข่าวทันสักทีช่วงหลัง

    ผมเข้าใจว่าส่วนหนึ่งที่กองทัพบกและรัฐบาลพยายามลดการออกข่าวในลักษณะที่เกิดขึ้น เพื่อพยายามสร้างบรรยากาศที่ดีในการพูดคุยในอนาคต

    แต่ถามคำเดียว เขมรมันทำส้นตีนแบบนี้ยังจะพยายามสร้างบรรยากาศ บิ้วอารมย์อยู่เหรอครับ ก็รู้ว่าสิ่งที่มันทำ มันยั่วยุ ไม่จริงใจ แต่ก็ไม่อยากให้เป็นข่าวกลัวคนไทยเดือดดาล แล้วไปกระทบบรรยากาศเจรจา?

    สุดท้ายก็เหมือนพลักประชาชนให้เชื่อทฤษฏีสมคบคิดที่ว่ารัฐบาลอยากญาติดีกับเขมรแล้วตอนนี้ เพื่อเตรียมการไปสู่การแบ่งปันผลประโยชน์ต่อไป เพราะนักการเมืองหรือนายทหารใหญ่ๆบางคนกำลังหิวผลประโยชน์อยู่

    นี่ยังไม่รวมกับท่าทีของกองทัพ ที่เวลาทหารไทยถูกเขมรยิงใส่หรือยิงขู่ก็มีคำสั่งห้ามให้กำลังพลยิงตอบโต้

    คนยิ่งคิดว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหงอแดกแล้ว อยากกลับไปคืนดีกับเขมรเพราะตอนนี้ได้ยินเสียงฮุนเซนเคาะกะลาเคาะชามข้าว ป๊อกๆๆ ตอนนี้ทนหิวเศษกระดูกที่ฮุนเซนเตรียมใส่ชามข้าวไว้ให้ไม่ไหวเลยต้องพยายามช่วยเขมรทุกทาง

    สิ่งที่ผมพูดไม่ใช่ผู้ใหญ่จะไม่รู้นะว่าประชาชนคิดยังไง คนด่าแม่งกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมยังปล่อยให้มันเกิดแบบนี้ และมันยิ่งตอกย้ำให้คนไทยคิดแง่ลบกับกองทัพและรัฐบาล

    พอเวลาโดนประชาชนด่ามากๆ คนออกมาสาปส่งแสดงอาการไม่เชื่อมั่นในกองทัพ

    พวกผู้หลักผู้ใหญ่โดยเฉพาะ ท่านอดุลย์ รมต.กลาโหมก็ร้องโอดโอยว่าประชาชนทำไมไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลและกองทัพ

    ก่อนจะโอดโอยท่านหันไปพิจารณาการกระทำของกองทัพและรัฐบาลดีๆว่าสิ่งที่ประชาชนด่ามันเกิดจากตัวพวกท่านเอง(ผู้บังคับบัญชาระดับสูง) ที่ทำหรือเปล่า

    ปล.วันก่อนมีพี่ที่สนิทกันที่เป็นทหารบอกผมว่า มีนายทหารท่านหนึ่งมาอ่านโพสต์ในเพจผมแล้วไม่สบายใจ ก็คิดว่าผมไม่ชอบกองทัพ คิดว่าผมต่อว่าด่าแต่ทหาร

    อยากบอกไว้ตรงนี้เลยนะครับ ถ้าผมเป็นศัตรูกับกองทัพ ทหารจะต้องปวดหัวกับผมอีกมากกว่านี้หลายเท่านัก
    พวกท่านจะไม่ได้อยู่สุขแบบนี้หรอกครับ ผมจะแฉเรื่องต่างๆและขย่มด่าท่านทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน 3 เวลาหลังอาหาร และผมจะดึงคนที่ไม่ชอบกองทัพมาอยู่ในเพจหรือกลุ่มผมมากๆ แล้วรุมด่าทหารแบบเสียๆหายๆ เอาแบบไม่ต้องมีที่ยืนกันเลย

    จริงๆถ้าผมประกาศตัวเป็นศัตรูกับกองทัพผมสามารถดึงคนที่ไม่ชอบกองทัพมาอยู่กับผมได้มากมาย

    แต่ผมไม่เคยคิดว่าผมเป็นศัตรูกับทหารและกองทัพ ผมคิดเสมอว่า ช่วยทหาร=ช่วยชาติ

    สิ่งที่ผมออกมาเปิด มันคือสิ่งที่กองทัพและทหารในพื้นที่ละเลยกันมานานแสนนาน ถึงปากทหารบางคนจะไปโม้โอ้อวดกับใครต่อใครว่าท่านรู้ดีรู้จริง ที่ไม่ทำตอนนี้เพราะไม่อยากให้เป็นข่าว ให้เรื่องเงียบๆแล้วเราก็ยึดแบบเงียบๆไปเลย

    แล้วไงครับสิ่งที่ผ่านมาในอดีต พอไม่เป็นข่าว คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบแม่งก็ไม่ทำห่าอะไรอยู่ดี ปล่อยให้เรื่องเงียบ ผลเป็นไงหลายสิบปีที่ผ่านมา เห็นผลงานของตัวเองหรือยังครับ ว่าเราเสียดินแดนมากแค่ไหน?

    คือถ้าไม่มีคลิปหลานลุงป่านนี้เขมรมันจะเข้ามานั่งขี้บนหัวเตียงในบ้านของนายทหารไทยหลายคนละ

    ผมเปิดข้อมูลเสร็จหากท่านแก้ไขผมก็ชื่นชม ยกย่อง และเป็นกำลังใจ เท่านั้นแหละ

    อะไรที่ผมเข้าใจผิดแล้วเผยแพร่ไป มีคนมาพูดคุยอธิบายให้ผมเข้าใจ ผมพร้อมที่จะนำความจริงที่ถูกต้องมาเปิดเผย

    ผมเป็นคนคุยยาก หากมาแบบไม่จริงใจต่อกัน แต่ถ้าจริงใจกันแล้วคุยกันง่ายมาก

    ผมรักทหารและรักกองทัพ แต่สิ่งที่ผมรักมากกว่าคือประเทศชาติบ้านเมือง

    ผมรักชาติบ้านเมืองแบบที่ไม่ต้องปฏิญาณตนใดๆ สำหรับผมไม่มีผลประโยชน์อื่นใดจะอยู่เหนือคำว่าประเทศชาติ

    สำหรับเรื่องสถานการณ์ไทยเขมร ผมก็ไม่สามารถปล่อยให้กองทัพหรือกำลังพลคนไหนทำเรื่องที่หละหลวม ละเลยหรือไม่เข้าท่า จนสุดท้ายมันส่งผลร้ายต่อประเทศชาติบ้านเมืองได้ ผมมีหน้าที่ต้องพูดออกมา

    ผมเจอเรื่องอะไรที่มันไม่ ok ผมจะไม่ปล่อยไว้ครับ ต่อให้ท่านจะเป็นเพื่อนพี่น้องของผม ผมก็ต้องพูดครับ

    ผมจะวิภาควิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาและไม่มีอคติและไม่มีนัยยะทางการเมือง เพื่อให้เป็นภาพสะท้อนของการทำงานของกองทัพและรัฐบาล ถ้าท่านไม่สามารถรับฟังเรื่องที่ผมพูดอย่างตรงไปตรงมาได้ มันคือปัญหาของท่านเอง

    สิ่งที่เป็นจุดยืนของผมที่ชัดเจนมาโดยตลอด หวังว่าจะเข้าใจนะครับสำหรับผมชาติเหนือสิ่งอื่นใด

    สุดท้ายนะ สำหรับผมความหวังคือกองทัพของผมต้องสง่างามและเข้มแข็ง เด็ดขาด

    หลายครั้งหลายคราผมที่รู้สึกผิดหวังกับกองทัพครับ หรือผมหวังกับกองทัพมากเกินไปหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ผมก็ยังเชื่อมั่นในกำลังพลของกองทัพที่ยังคงทำหน้าที่ดูแลชายแดนอยู่ครับ และขอเป็นกำลังใจให้กำลังพลในพื้นที่ทุกนาย

    https://www.facebook.com/1000377623...ERcnyrVzvsaggmpBR4QhcPsL5QLl/?mibextid=NOb6eG
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "The Beijing Accord" — เมื่อ 'สี' ยอมถอยแต่ไม่ยอมหัก! ดีลลับทรัมป์-สี จิ้นผิง... ปักกิ่งรับปากคุมพฤติกรรมอิหร่านแลกสิทธิส่งน้ำมันข้ามด่านปิดล้อม และสัญญาณเตือนจากเรือจีนหลายสิบลำที่ฮอร์มุซ!

    หลังจากการประชุมระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง ข้อมูลภายในและคำแถลงการณ์ต่างๆได้ปรากฏออกมามากพอที่จะทำให้เราพอจะเข้าใจถึงผลที่อาจเกิดขึ้นจากการเจรจาครั้งนี้ต่ออิหร่านได้ และตามรายงานของสื่อตะวันตก จีนได้ยอมอ่อนข้อในหลายประเด็นสำคัญ

    ผู้นำทั้งสองตกลงกันในเรื่องอะไรบ้าง?

    ▪️ช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดอย่างเต็มที่เพื่อรับประกันการไหลเวียนของพลังงานทั่วโลก ทั้งสองฝ่ายคัดค้านการ "เสริมกำลังทางทหาร" และการเรียกเก็บภาษีศุลกากรสำหรับเรือพาณิชย์

    ▪️อิหร่านต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

    ▪️ตามรายงานของสหรัฐฯจีนตกลงที่จะใช้ประโยชน์จากอิทธิพลทางเศรษฐกิจที่มีต่ออิหร่านเพื่อรักษาเสถียรภาพการขนส่งทางเรือ

    ▪️รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ ประกาศว่าเขาได้รับคำรับรองระดับสูงจากปักกิ่งว่าจีนจะไม่จัดหาอาวุธ (โดยเฉพาะระบบป้องกันภัยทางอากาศ) ให้แก่อิหร่าน

    ▪️ทางการจีนปฏิเสธอย่างเด็ดขาดที่จะหยุดซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่าน

    ▪️ไม่สามารถทำให้จีนหยุดแบ่งปันภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลสำรวจทางธรณีวิทยากับอิหร่านได้

    ❗จีนไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการประนีประนอมใดๆเกี่ยวกับอิหร่าน (ยกเว้นประเด็นนิวเคลียร์และการขนส่ง) อย่างไรก็ตาม ถ้อยคำของเจ้าหน้าที่นั้นคลุมเครือมากจนไม่สามารถตัดความเป็นไปได้นี้ออกไปได้

    ➡️ข้อเท็จจริงที่ว่ามีการบรรลุข้อตกลงบางอย่างระหว่างสี จิ้นผิงและทรัมป์ได้รับการยืนยันทางอ้อมจากการที่เรือจีน (มีรายงานว่ามากถึงหลายสิบลำ) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซและผ่านการปิดล้อมของอเมริกาเมื่อวานนี้ เป็นไปได้ว่าจีนจะสามารถฟื้นฟูการจัดหาน้ำมันจากอิหร่านได้โดยการประนีประนอมในประเด็นอื่นๆ

    ❗️อย่างไรก็ตามการหลีกเลี่ยงของจีนทำให้พวกเขามีช่องว่างในการดำเนินการอย่างมาก ในขณะที่วาทกรรมที่โอ้อวดของอเมริกาอาจเป็นเพียงการแสดงออกเพื่อโอ้อวดเท่านั้น ดังนั้นจึงยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลอย่างแน่ชัดโดยปราศจากรายละเอียดในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากจีน

    14/05/2026

    #ZFrontier #TrumpXiSummit2026 #BeijingAccord #StraitOfHormuz #ChinaIranOil #PeteHegseth #Geopolitics2026 #USChinaRelations #IranNuclear #ZFrontierElite

    https://www.facebook.com/share/p/1AGGbhMtA8/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚠️ OpenAI สลิ้งแตก! ฟ้อง Apple ดีลพันล้านล่ม โดน Claude–Gemini แย่งงานใน iOS 27

    สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้นิคกี้มีเรื่องร้อนๆ จากซิลิคอนวัลเลย์มาเล่าให้ฟัง เป็นข่าวที่ Mark Gurman จาก Bloomberg รายงานออกมาแบบสะเทือนวงการ เพราะคู่หูที่เคยถูกมองว่าจะร่วมมือกันเปลี่ยนโลก AI อย่าง Apple กับ OpenAI ตอนนี้ความสัมพันธ์เริ่มร้าวลึกถึงขั้นที่ฝั่ง OpenAI กำลังเตรียมขยับเข้าโหมดกฎหมายอย่างจริงจังแล้ว

    ตามรายงาน ดีลที่จับมือกันมา 2 ปีนี้ไม่ได้ให้ผลลัพธ์อย่างที่ OpenAI คาดหวังเลยแม้แต่น้อย ฝั่ง OpenAI ถึงขั้นไปจ้างสำนักงานกฎหมายภายนอกมาช่วยพิจารณาทางเลือกต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

    หนึ่งในตัวเลือกที่ทีมกฎหมายกำลังชั่งน้ำหนักอยู่คือการส่งหนังสือแจ้ง “ผิดสัญญา” (breach of contract notice) ไปยัง Apple โดยที่ยังไม่ถึงขั้นยื่นฟ้องเต็มรูปแบบในทันที พูดง่ายๆ คือเปิดประตูไว้ทั้งสองทาง ทั้งทางเจรจาและทางศาล

    แหล่งข่าวบอกว่า OpenAI เพิ่งดึงสำนักงานกฎหมายภายนอกเข้ามาช่วยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งสะท้อนว่าเรื่องนี้กำลังขยับเข้าโหมดเร่งด่วน

    ที่น่าสนใจคือฝั่ง OpenAI มีคำพูดที่แรงมากจากผู้บริหารคนหนึ่ง บอกว่า “เราทำทุกอย่างจากมุมของ product แล้ว แต่ Apple ไม่ทำ และที่แย่กว่านั้นคือ Apple ไม่ได้พยายามอย่างจริงใจด้วยซ้ำ” ฟังแล้วต้องบอกว่าเป็นถ้อยคำที่เผ็ดร้อนพอสมควรสำหรับพาร์ตเนอร์ระดับนี้ ทั้งโฆษกของ OpenAI และ Apple ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น

    ย้อนกลับไปดูดีลที่เริ่มต้นด้วยความหวังสูง
    ในเดือนมิถุนายน 2024 Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI นั่งอยู่บนเวทีของ Apple ตอนที่ดีลถูกประกาศออกมา โดย Craig Federighi หัวหน้าฝ่ายซอฟต์แวร์ของ Apple พูดถึง OpenAI ในฐานะ “ผู้บุกเบิกและผู้นำตลาด” ในวงการ AI

    ข้อตกลงนี้เปิดให้ผู้ใช้ iPhone เข้าถึง ChatGPT ผ่าน Siri และใช้เทคโนโลยี AI ในการสร้างข้อความและวิเคราะห์สิ่งของรอบตัวผ่านฟีเจอร์ Visual Intelligence ของ iPhone ต่อมาความร่วมมือถูกขยายเพิ่ม โดย Apple เพิ่ม ChatGPT เป็นตัวเลือกในการสร้างภาพในแอป Image Playground และวิเคราะห์เนื้อหาบนหน้าจอ

    ส่วนหนึ่งของข้อตกลงคือผู้ใช้ iPhone สามารถสมัครสมาชิก ChatGPT ได้โดยตรงจากเมนูตั้งค่าของ iOS โดย Apple ได้รับส่วนแบ่งจากรายได้สมาชิกที่เกิดผ่านแพลตฟอร์มของตัวเอง โครงสร้างนี้เป็นรูปแบบเดียวกับที่ Apple ใช้กับแอปสมัครสมาชิกอื่นๆ ในระบบ App Store

    ผู้บริหาร OpenAI เคยเชื่อว่าดีลนี้จะกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญในเส้นทางที่บริษัทกำลังเดินหน้าสู่การ IPO

    นิคกี้ขอเล่าให้ฟังว่า OpenAI เริ่มต้นด้วยความคาดหวังว่าดีลนี้จะสร้างรายได้ระดับหลาย “พันล้านดอลลาร์ต่อปี” จากค่าสมาชิก แต่ความจริงที่เกิดขึ้นกลับห่างไกลจากตัวเลขนั้นมาก และความพยายามที่จะเจรจาเงื่อนไขใหม่ก็หยุดชะงัก

    ทำไม OpenAI ถึงรู้สึกว่าโดน Apple ทำให้ผิดหวัง

    ประเด็นสำคัญที่ทำให้ฝั่ง OpenAI ไม่พอใจคือการใช้งานเทคโนโลยี OpenAI ในระบบปฏิบัติการของ Apple ยังคง “จำกัด” มาก แถมฟีเจอร์ต่างๆ ยังหายากด้วย จากผลการศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้ที่ OpenAI ทำเอง พบว่าลูกค้า Apple มีแนวโน้มจะเปิดแอป ChatGPT แบบ standalone โดยตรงมากกว่าการเข้าถึงเทคโนโลยี OpenAI ผ่าน Siri หรือบริการอื่นๆ ของ Apple

    วิธีที่ Apple ออกแบบการเชื่อมต่อทำให้ผู้ใช้ต้องเอ่ยคำว่า “ChatGPT” โดยเฉพาะเจาะจง ตอนที่พูดหรือพิมพ์คำสั่งกับ Siri ถึงจะได้ผลลัพธ์จาก OpenAI ออกมา และคำตอบที่ได้ก็ยัง “ถูกบีบ” มากกว่าการใช้ผ่านแอป standalone ของ OpenAI โดยตรงด้วย คือผลลัพธ์จะแสดงในหน้าต่างเล็กๆ พร้อมข้อมูลที่จำกัด

    นิคกี้คิดว่าจุดนี้คือหัวใจของปัญหาเลยนะ เพราะถ้าผู้ใช้ต้องลำบากเรียกหา ChatGPT ทุกครั้ง และยังได้ข้อมูลแบบครึ่งๆ กลางๆ ผู้ใช้ก็ไม่มีเหตุผลที่จะเสียเงินสมัครสมาชิกผ่านช่องทางนี้

    มากกว่านั้น ผู้บริหาร OpenAI ยังเชื่อว่า Apple ไม่ได้โปรโมตการเชื่อมต่อนี้อย่างเพียงพอในระบบนิเวศของ iPhone, iPad และ Mac และที่หนักไปกว่านั้น OpenAI ยังเชื่อด้วยว่าการ implement ของ Apple ทำให้ “แบรนด์” ของ OpenAI เสียหายกับลูกค้าด้วย

    ผู้บริหารคนหนึ่งบอกว่า “ตอนที่เราได้ยินเรื่องโอกาสนี้ มันฟังดูยอดเยี่ยมมาก คือการได้ลูกค้าจำนวนมหาศาลและมี distribution ในระบบนิเวศมือถือที่ใหญ่ขนาดนี้ แต่ตอนนั้น Apple ไม่ยอมบอกว่าผลิตภัณฑ์จริงๆ จะเป็นอย่างไร พวกเขาบอกแค่ว่า OpenAI ต้องกระโดดด้วยศรัทธาและเชื่อมั่นในเรา” และผู้บริหารคนนั้นก็ทิ้งท้ายว่าสุดท้ายดีลนี้เป็นความล้มเหลวสำหรับสตาร์ทอัพ

    ฝั่ง Apple ก็มีความกังวลของตัวเอง

    เรื่องไม่ได้เป็นข้างเดียวนะคะ Apple เองก็มีข้อกังวลเกี่ยวกับ OpenAI หลายเรื่อง โดยเฉพาะคำถามว่า OpenAI ทำเพียงพอแล้วหรือยังในการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และความพยายามล่าสุดของ OpenAI ในการสร้างอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซึ่งมีอดีตผู้บริหาร Apple มาดูแลโครงการนี้ ก็ทำให้ Apple ไม่พอใจอย่างมาก

    ย้อนกลับไป OpenAI ได้ซื้อสตาร์ทอัพอุปกรณ์ยุคใหม่ที่ก่อตั้งโดย Jony Ive อดีตหัวหน้าฝ่ายดีไซน์ของ Apple เมื่อปีที่แล้ว และธุรกิจนี้ก็มีอดีตผู้บริหาร Apple อีกสองคนคือ Tang Tan และ Evans Hankey เป็นผู้ดำเนินงาน โดยเป้าหมายคือการสร้างทางเลือกที่ทดแทน iPhone และอุปกรณ์อื่นๆ ของ Apple ซึ่งเอาตรงๆ ก็คือกำลังเตรียมตัวมา compete กับ Apple โดยตรงนั่นเอง

    ที่ผู้บริหาร Apple เดือดดาลมานานกว่าหนึ่งปีคือวิธีที่ OpenAI ดึงตัววิศวกรจากทีมฮาร์ดแวร์ของ Apple ออกไป โดย OpenAI เสนอแพ็กเกจที่เป็นหุ้นมูลค่า “หลายล้านดอลลาร์มากกว่า” ที่ Apple เสนอให้ ใครที่ทำงานในอุตสาหกรรมก็คงพอเข้าใจว่าการดึงตัวด้วยแพ็กเกจหุ้นระดับนี้ คือการ “ดูดเลือด” ทีมงานหลักของอีกฝ่ายในระยะยาว

    ทำไมการฟ้องจะยังไม่เกิดขึ้นทันที

    จุดที่น่าสังเกตคือการขยับด้านกฎหมายของ OpenAI น่าจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าการพิจารณาคดีกับ Elon Musk จะจบลงก่อน ซึ่งฟังดูสมเหตุสมผลเพราะ OpenAI คงไม่อยากเปิดศึกสองด้านพร้อมกัน และที่สำคัญคือยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย OpenAI เองก็ยังหวังว่าจะแก้ไขปัญหากับ Apple นอกศาลให้ได้

    เปรียบเทียบกับโมเดลรายได้จาก Google ที่เป็นทองคำ

    ในการเจรจาช่วงแรกๆ ตอนปี 2024 Apple เคยอธิบายข้อตกลงนี้ว่าเป็นโอกาสที่ “เทียบเท่า” กับดีล search ที่ Apple มีกับ Google ในเบราว์เซอร์ Safari ซึ่งดีลกับ Google นั้นสร้างรายได้ระดับ “หลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี” ให้ทั้งสองฝ่าย พูดง่ายๆ คือ Apple แขวนป้ายราคาดีลนี้ไว้สูงมาก แต่ผลลัพธ์จริงห่างไกลคนละโลกกับดีล Google

    นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของความผิดหวังของ OpenAI ที่ดูเหมือนจะถูก “ขายฝัน” ตอนต้น แต่พอลงสนามจริงกลับไม่ได้รับการสนับสนุนจาก Apple อย่างที่ตกลงกันไว้แต่แรก

    เรื่องที่จะทำให้ OpenAI เจ็บใจกว่าเดิม คือการมาของคู่แข่ง

    ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ OpenAI กำลังจะสูญเสีย “บทบาทพิเศษ” ที่เคยมีในซอฟต์แวร์ของ Apple ไปด้วย เพราะ Apple กำลังจะเปิดแพลตฟอร์มของตัวเองให้ผู้ให้บริการรายอื่นเข้ามาได้ในช่วงปลายปีนี้ Bloomberg รายงานว่า Apple กำลังทดสอบการเชื่อมต่อกับทั้ง Claude ของ Anthropic และ Gemini ของ Google โดยจะมี Siri เวอร์ชันใหม่ที่ถูกออกแบบใหม่หมด พร้อมขีดความสามารถนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ iOS 27 จะถูกเปิดตัวที่งาน Worldwide Developers Conference ของ Apple ในวันที่ 8 มิถุนายนนี้

    หมายความว่าผู้ใช้จะสามารถติดตั้ง AI chatbot หลายตัวจาก App Store และนำมาใช้ตอบคำถามใน Siri หรือจัดการเรื่องการสร้างภาพและข้อความก็ได้

    นิคกี้ขอใส่ context ตรงนี้นิดนึงนะ ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา Claude และ Gemini ได้กลายมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ ของ ChatGPT โดยเฉพาะ Anthropic ที่ Bloomberg รายงานในสัปดาห์นี้ว่ากำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเจรจาระดมทุนรอบใหม่ที่ valuation มากกว่า 900,000 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าเส้นทางการเติบโตของ Anthropic ก้าวกระโดดเร็วมาก

    ที่น่าสนใจคือ ผู้บริหาร OpenAI บอกว่าการที่ Apple โอบรับ AI provider รายอื่น “ไม่ใช่” สิ่งที่ทำให้บริษัทเดินหน้ากฎหมาย เพราะตั้งแต่ต้นความเป็นพาร์ตเนอร์นี้ก็ไม่ได้ตั้งใจให้เป็น “exclusive” อยู่แล้ว ระบบเชื่อมต่อใหม่ใน iOS 27 ที่เรียกว่า Extensions อาจจะโปรโมต ChatGPT ได้ดีขึ้นด้วยซ้ำ ถึงแม้จะมีคู่แข่งเพิ่มก็ตาม เพราะในอินเทอร์เฟซการค้นหาระบบใหม่ ผู้ใช้จะได้เห็น AI model picker ที่รวมทั้ง Siri และทางเลือกจากภายนอกอย่าง OpenAI

    ⚠️ ความซับซ้อนอีกชั้นหนึ่ง: ดีล Apple–Google ที่แยกออกมาต่างหาก

    เรื่องนี้ยังมีอีกเลเยอร์ที่สำคัญค่ะ การเชื่อมต่อ ChatGPT ที่เราคุยกันอยู่นี้ “แยก” ออกจากความพยายามอีกชิ้นหนึ่งของ Apple ที่จะปรับปรุง AI model พื้นฐานของตัวเองด้วยเทคโนโลยีจากทีม Gemini ของ Google โดย Apple ปิดดีลนี้ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยพิจารณาดีลที่ใหญ่กว่ากับ OpenAI ด้วยซ้ำ

    ตามรายงาน OpenAI ไม่สนใจที่จะร่วมงานกับ Apple ในการพัฒนา model ใหม่ๆ เพราะรู้สึก “ถูกเผา” จากความสัมพันธ์รอบแรก ผู้บริหารคนเดิมบอกว่า “Apple มีอำนาจตลาดเยอะมากจนสามารถกำหนดเงื่อนไขได้ เราเคยกระโดดด้วยศรัทธาไปกับคุณแล้ว และมันไม่ได้ผลดี” สรุปคือเข็ดเลย ไม่เอาอีกแล้ว

    ที่นิคกี้คิดว่าจะเจ็บใจ OpenAI สุดๆ คือตัวเลขที่ Apple จ่ายให้ Google ปัจจุบัน Apple จ่ายค่าใช้เทคโนโลยี AI ให้ Google ราว 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ตามรายงานของ Bloomberg ปีที่แล้ว และ Tim Cook ซีอีโอ Apple เคยพูดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า Apple จับมือกับ Google เพราะเชื่อว่า “เทคโนโลยี AI ของ Google จะเป็นรากฐานที่มีศักยภาพมากที่สุด” สำหรับความพยายามด้าน AI ของตัวเอง

    ลองคิดดูสิคะ คำพูดของ Tim Cook ที่ยกย่อง Google ขึ้นเป็น “the most capable foundation” ก็เท่ากับเป็นการตบหน้า OpenAI กลายๆ ในสายตาของสาธารณชนด้วย

    บาดแผลของ Apple เองในเรื่อง AI

    ในส่วนของ Apple ก็มีบาดแผลของตัวเองนะ ความล้มเหลวในการส่งมอบเทคโนโลยี AI ตรงเวลากลายเป็นรอยด่างของบริษัท เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Apple เพิ่งจ่ายเงิน 250 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดี class action ที่กล่าวหาว่า Apple โฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับฟีเจอร์ Siri ใหม่ๆ เทคโนโลยีบางส่วนที่ Apple ใช้ทำการตลาดกับผู้บริโภคในปี 2024 ก็ยัง “ยังไม่ได้ออกสู่ตลาด” จนถึงตอนนี้

    ย้อนกลับไปในปี 2024 Apple มีความกังวลแยกเฉพาะเกี่ยวกับมาตรฐานความเป็นส่วนตัวของ ChatGPT แต่บริษัทรู้สึกว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีนี้ เพราะรู้ดีว่าฟีเจอร์ generative AI ภายในของตัวเองยังห่างไกลจากความพร้อม นี่คือบริบทสำคัญที่ทำให้เราเห็นภาพว่า Apple “จำใจ” เซ็นดีลในตอนแรก

    นิคกี้ขอสรุปให้ฟังว่าเรื่องนี้น่าสนใจตรงไหน

    ดีล Apple–OpenAI ในปี 2024 เคยถูกมองว่าเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะเปลี่ยนภูมิทัศน์ AI ทั้งระบบ แต่ผ่านมา 2 ปี ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าทั้งสองฝ่ายไม่พอใจกัน ฝั่ง OpenAI ผิดหวังที่รายได้ไม่ได้พุ่งระดับพันล้านดอลลาร์อย่างที่คาดไว้ ฝั่ง Apple ก็โกรธที่ OpenAI ดูดวิศวกรไปทำธุรกิจฮาร์ดแวร์มาแข่งกับตัวเอง

    สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าจับตามองสำหรับนักลงทุนคือสามชั้น

    ชั้นแรกคือเรื่อง valuation ของ Anthropic ที่กำลังเจรจาที่ระดับ 900,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวสะท้อนชัดเจนว่าตลาดให้คุณค่ากับผู้เล่น AI ระดับนี้สูงเพียงใด และอำนาจการต่อรองของพวกเขาเทียบกับยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ก็เปลี่ยนไปแล้ว

    ชั้นที่สองคือบทเรียนเรื่องการ “พึ่งพา distribution” ของผู้เล่นรายใดรายหนึ่งมากเกินไป OpenAI เคยเชื่อว่า Apple จะเป็นช่องทาง distribution ที่ให้ลูกค้าจำนวนมหาศาล แต่กลับพบว่าเมื่อ Apple ออกแบบ UX ที่บีบประสบการณ์การใช้งาน ลูกค้าก็ไม่ไหลเข้าตามคาด

    ชั้นที่สามคือการที่ Apple กำลังจะเปิดแพลตฟอร์มให้ Claude และ Gemini เข้ามาแข่งใน Siri เวอร์ชันใหม่ที่ WWDC วันที่ 8 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะเปลี่ยนสมรภูมิ AI บนมือถือไปอีกขั้น

    และก่อนจะจบ นิคกี้ขอย้ำคำเดิมที่เคยพูดไว้นานแล้วนะคะ ว่า “ถ้าฟองสบู่ AI จะแตก มันจะมาจาก OpenAI เนี่ยแหละ”

    ที่นิคกี้พูดแบบนี้ไม่ใช่เพราะอคติ แต่เพราะเห็นสัญญาณมาเรื่อยๆ ทั้งเรื่องรายได้จริงที่ห่างไกลความคาดหวังระดับพันล้านดอลลาร์ที่เคยฝันไว้กับ Apple การพึ่งพา distribution ของคนอื่นที่ควบคุมไม่ได้ การกระโดดเข้าทำธุรกิจฮาร์ดแวร์เพื่อหารายได้ใหม่ทั้งที่ยังไม่มีของจริงในมือ บวกกับการที่ Claude และ Gemini ตามมาติดๆ จน Apple เลือกใช้ Gemini เป็นรากฐาน foundation model และดึง Claude เข้า Siri ในเวลาเดียวกัน

    ภาพรวมตอนนี้ OpenAI เหมือนกำลัง “สลิ้งแตก” รอบด้าน เจอทั้งคู่แข่งแซง พาร์ตเนอร์ทิ้ง รายได้ไม่เข้าตามคาด แต่ valuation ยังสูงลิ่ว ติดตามต่อกันได้เลยค่ะ โดยเฉพาะวันที่ 8 มิถุนายนที่กำลังจะถึงนี้ น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ของอุตสาหกรรม AI mobile ทั้งระบบเลยค่ะ

    https://www.facebook.com/share/1CHK21WBpT/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คลิปเสียง ai ที่บอกว่าจะเปิดด่านให้ ต้องรอเรื่องเงียบก่อน และจะเปิดทีเดียวไม่ได้ ต้องดูว่าจะเปิดได้ตรงไหนบ้าง จะเปิดให้นถพวกนี้เข้าด่านหรือ (อย่าเชื่อผมมาก เพราะคลิปที่บอกเป็นคลิปเสียง ai ข่าวนี้น่าจะปลอม)
    ---
    เขมรส่งรถบรรทุกกำลังพล10กว่าคันขึ้นเขาพระวิหารกำลังผ่านห้วยตามาเรีย จับตาดูให้ดีครับ

    FB_IMG_1778807979734.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1DWt5FpTC9/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชา ไล่ ข้าราชการออก ยัดคดี เอี่ยวลอบนำเข้า ทุเรียนไทย

    FB_IMG_1778809687052.jpg

    https://www.facebook.com/share/1FhnMUgpBa/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สื่อกัมพูชาระบุศุภจีลอกนโยบายกัมพูชา

    FB_IMG_1778810196491.jpg

    หลังจากที่ประเทศไทยประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรงจากการปิดพรมแดนกับกัมพูชาและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล ได้เปิดตัวแคมเปญ “ไทยช่วยไทย” เพื่อช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าขนาดเล็กให้ขายสินค้า ลดค่าครองชีพ และฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจ แคมเปญนี้ยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อปลุกกระแสชาตินิยม ซึ่งเป็นการดำเนินนโยบายของรัฐบาลไทยในการเอาใจประชาชน และเป็นการลอกเลียนแบบแคมเปญ “เขมรใช้เขมร”

    ประเทศไทยมองว่าแคมเปญ “เขมรใช้เขมร” มีผลกระทบ เพราะเมื่อนำมาใช้แล้ว ยอดขายของพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาเพิ่มขึ้น ทำให้สินค้าไทยสามารถเข้าสู่ตลาดกัมพูชาได้ ในขณะที่ชาวกัมพูชาคว่ำบาตรสินค้าไทย ส่วนแคมเปญ “เขมรใช้เขมร” ของกัมพูชามีเป้าหมายเพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าท้องถิ่น ทำให้พ่อค้าแม่ค้าไทยหลายหมื่นรายสูญเสียเงินทุนและโทษรัฐบาลของตน

    https://kbn.news/archives/381203

    * ซึ่งก็ตอบได้เลยว่า โคตรมั่ว ไทยช่วยไทย เราใช้กันมานานแล้ว ตั้งแต่เราเกิดวิกฤต ครั้งแรกๆที่ได้ยิน ไม่เกินสิบสองขวบเพราะฉะนั้นมีมามากกว่าสามสิบปีแล้ว

    https://www.facebook.com/share/1BF8zwgmjG/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สื่อกัมพูชาพาดหัว อินฟลูชาวไทยที่ใช้ชีวิตปกติในกัมพูชา 11 ปี
    .
    FB_IMG_1778810370634.jpg
    .
    ฉันเคยกลัวว่าฉันจะถูกกีดกันและเลือกปฏิบัติจากคนกัมพูชาเพราะฉันเป็นคนไทย แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง! หญิงชาวไทยคนหนึ่งได้แบ่งปันความรู้สึกและประสบการณ์จริงที่เธอได้รับจากการใช้ชีวิตในกัมพูชาเป็นเวลา 11 ปี โดยบอกให้คนไทยและทุกคนทั่วโลกได้รู้และเลิกเข้าใจผิดเกี่ยวกับกัมพูชา

    หญิงชาวไทยคนนี้กล่าวว่า ก่อนมากัมพูชา เธอคิดว่าการใช้ชีวิตที่นี่ลำบาก ไม่มีสถานที่สวยงามหรือน่าสนใจมากนัก แต่เมื่อได้มาใช้ชีวิตในกัมพูชาจริงๆ เธอจึงรู้ว่าที่นี่มีโอกาสในการทำงานที่ดี ได้พบปะผู้คนที่ดี และมีสถานที่สวยงามมากมายให้ไปเที่ยว

    เธอยังเล่าประสบการณ์เพิ่มเติมว่า ในอดีต เธอไม่กล้าบอกใครว่าเธอเป็นคนไทย เพราะกลัวว่าจะถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ได้รับการต้อนรับ และถูกด่าทอ แต่หลังจากที่เธอเปิดใจและบอกพวกเขาว่าเธอเป็นคนไทย ทุกอย่างก็ไม่ได้แย่อย่างที่เธอคิดไว้

    แม้ว่าบางคนจะไม่ยอมรับเธอในฐานะคนไทย แต่เธอก็เข้าใจว่าผลกระทบเชิงลบนี้เป็นเพียงจุดเล็กน้อยเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ อีกมากมายที่เปิดใจต้อนรับเธอ นาชาขอบคุณชาวกัมพูชาอย่างจริงใจ โดยกล่าวว่า “ขอบคุณที่ทำให้เด็กไทยคนนี้รู้สึกอบอุ่นในกัมพูชา”

    ในทุกชาติย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ตราบใดที่พวกเขาไม่ก่อปัญหาใดๆ พวกเขาก็จะได้รับการต้อนรับจากชาวกัมพูชาเสมอ

    https://kbn.news/archives/381215

    https://www.facebook.com/share/p/1GWBd29mAj/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    May 15, 2026 อ่อนค่าเร็ว! เงินบาท อ่อนค่าลงเร็ว หลังมีรายงานเรือพาณิชย์ลำหนึ่งถูกยึดใกล้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่มความกังวลสงครามอิหร่าน

    กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า เงินบาท อ่อนค่าเร็วหลังมีรายงานว่าเรือพาณิชย์ลำหนึ่งถูกยึดบริเวณใกล้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการควบคุมที่อิหร่านยังควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ดอลลาร์แข็งค่า Yields สูงขึ้น

    หลังการประชุมของโดนัลด์ ทรัมป์ และ สีจิ้นผิง ที่สหรัฐฯ จะเร่งอนุมัติการลงทุนบางส่วนของจีน ลดภาษีนำเข้าสำหรับบางสินค้า และจะขายชิปให้จีน ส่วนยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือน เมษายน โต 0.5%MOM เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3

    โดยกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.35-32.60 บาท/ดอลลาร์

    ด้านนักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทวันนี้เปิดเช้านี้อ่อนค่าลง ที่ระดับ 32.44 บาทต่อดอลลาร์ จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.33 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.65 บาทต่อดอลลาร์

    โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท(USDTHB) พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลงเข้าใกล้โซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ กดดันโดยการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่ได้แรงหนุนจากการปรับเพิ่มความคาดหวังของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาส 50% ที่ FED อาจขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้ ท่ามกลางรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงออกมาสดใส ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่สูง

    นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการอ่อนค่าลงของเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) ท่ามกลางความวุ่นวายของสถานการณ์การเมืองอังกฤษ ที่สร้างแรงกดดันต่อทั้งเงินปอนด์อังกฤษและบอนด์ระยะยาวของอังกฤษในช่วงนี้ อีกทั้งผู้เล่นในตลาดยังคงประเมินว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยราว 2-3 ครั้ง ในปีนี้ ทั้งนี้ เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการปรับตัวลงของราคาทองคำ (XAUUSD) สู่โซน 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ รวมถึงบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม

    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3

    #เงินบาท #ดอลลาร์ #ลงทุน #การเงิน #สงครามตะวันออกกลาง #ราคาทอง #เศรษฐกิจ #น้ำมัน #BTimes

    https://m.facebook.com/story.php?st...Ptn1b5STDl&id=100044413569959&mibextid=ZbWKwL
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน คงรำพึง “what ๆ so me อะไรๆก็กู”

    ปธน.ทรัมป์โพสต์ผ่านโซเชียลโบ้ยใส่ไบเดนว่า ที่ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง กล่าวว่าสหรัฐฯ เป็น “ประเทศที่กำลังเสื่อมถอย” นั่นหมายถึงอเมริกายุคไบเดน เพราะอเมริกาในยุคของเขาได้กลายเป็น “ชาติที่ร้อนแรงที่สุดในโลกแล้ว”

    “เมื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงสหรัฐอเมริกาอย่างสุภาพว่าอาจเป็นประเทศที่กำลังเสื่อมถอยนั้น เขาหมายถึงความเสียหายมหาศาลที่เราประสบตลอดสี่ปีภายใต้ “โจ ไบเดน ผู้หลับใหล” และรัฐบาลไบเดน ซึ่งในประเด็นนั้น เขาพูดถูกต้อง 100%

    ประเทศของเราได้รับความเสียหายอย่างหนักจากนโยบายเปิดพรมแดน ภาษีที่สูง การส่งเสริมเรื่องคนข้ามเพศสำหรับทุกคน ผู้ชายลงแข่งขันกีฬาในประเภทผู้หญิง นโยบาย DEI ข้อตกลงการค้าที่เลวร้าย อาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น และอีกมากมาย!

    ประธานาธิบดีสีไม่ได้หมายถึงการฟื้นตัวอย่างน่าทึ่งของสหรัฐอเมริกาที่โลกได้เห็นในช่วง 16 เดือนอันยอดเยี่ยมของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นและกองทุน 401K ที่ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล ชัยชนะทางทหาร ความสัมพันธ์ที่รุ่งเรืองกับเวเนซุเอลา การทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่าน (ยังไม่จบ!) กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เศรษฐกิจกลับมาเป็นมหาอำนาจอีกครั้ง มีเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าสหรัฐรวมเป็นสถิติ 18 ล้านล้านดอลลาร์ ตลาดแรงงานดีที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ มีจำนวนผู้มีงานทำมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ยุตินโยบาย DEI ที่ทำลายประเทศ และความสำเร็จอีกมากมายจนไม่อาจกล่าวได้ครบทั้งหมด

    แท้จริงแล้ว ประธานาธิบดีสีได้แสดงความยินดีกับผมต่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่มากมายในช่วงเวลาสั้น ๆ

    เมื่อสองปีก่อน เราเป็นประเทศที่กำลังถดถอยจริง ๆ ในเรื่องนั้น ผมเห็นด้วยกับประธานาธิบดีสีอย่างเต็มที่! แต่ตอนนี้ สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ร้อนแรงที่สุดในโลก และหวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรากับจีนจะแข็งแกร่งและดียิ่งกว่าที่เคยเป็นมา!”

    https://www.facebook.com/share/p/1X6VDvr6LH/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,190
    ค่าพลัง:
    +97,153
    *** ทรัมป์เดือดก่อนพบ “สี จิ้นผิง” รอบใหม่
    สวนกลับคำเหน็บสหรัฐฯ เป็นชาติขาลง ***

    New York Times รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐออกมาโต้ตอบก่อนเข้าร่วมการหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเป็นวันที่สองในกรุงปักกิ่ง โดยทรัมป์ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า หากสีเคยกล่าวถึงสหรัฐว่าเป็น “ประเทศที่กำลังถดถอย” ก็เป็นการอ้างถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลของโจ ไบเดน ซึ่งทรัมป์ยืนยันว่าเป็นความเห็นที่ “ถูกต้อง 100%” อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์ตอบโต้ต่อคำกล่าวใดของผู้นำจีนโดยตรง

    การประชุมครั้งนี้นับเป็นการเยือนจีนของประธานาธิบดีสหรัฐครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี และถูกมองว่าอาจกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศว่าจะสามารถรักษาบรรยากาศผ่อนคลายความตึงเครียดต่อไปได้หรือไม่

    ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี สีและทรัมป์ต่างกล่าวชื่นชมกันอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยทรัมป์ใช้โอกาสในงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการเชิญสีเยือนทำเนียบขาวในเดือนกันยายน แต่ในการหารือแบบปิด สีได้เตือนว่าประเด็นไต้หวัน ซึ่งจีนอ้างสิทธิ์เหนือดินแดน อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและสถานการณ์ที่ “อันตรายอย่างยิ่ง” หากจัดการอย่างไม่เหมาะสม ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัวของจีน

    ผู้นำทั้งสองยังหารือในประเด็นการค้า ตะวันออกกลาง สงครามยูเครน และสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี แม้ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่ทำเนียบขาวระบุว่าการพบหารือเป็นไปด้วยดี พร้อมเน้นย้ำว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดเสรีต่อการเดินเรือ และย้ำว่าอิหร่านต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

    ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ว่า สีตกลงจะสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้งจำนวน 200 ลำ แม้บริษัทโบอิ้งยังไม่ได้แสดงความเห็นอย่างเป็นทางการ โดยยอดขายของโบอิ้งในจีนลดลงตลอดทศวรรษที่ผ่านมา จากทั้งปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศและความกังวลด้านความปลอดภัยหลังเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกสองครั้ง

    ทรัมป์และสีพบกันครั้งล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคมที่เกาหลีใต้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงชะลอสงครามการค้า หลังจีนเคยขู่จำกัดการส่งออกแร่หายากเพื่อตอบโต้ภาษีนำเข้าสินค้าจีนของสหรัฐ โดยในเวลานั้นสีตัดสินใจเลื่อนมาตรการดังกล่าวออกไปหนึ่งปี และยังไม่แน่ชัดว่าจีนจะขยายเวลามาตรการผ่อนปรนนี้ในการประชุมครั้งปัจจุบันหรือไม่

    กำหนดการในวันศุกร์ ผู้นำทั้งสองมีกำหนดพบกันหลังรับประทานอาหารเช้า ต่อด้วยการจิบน้ำชาและการหารือมื้อกลางวันแบบทำงาน ก่อนที่ทรัมป์จะเดินทางกลับสหรัฐในช่วงบ่ายวันเดียวกัน.

    https://www.facebook.com/share/p/1B9CBXWr8a/
     

แชร์หน้านี้

Loading...