เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 24 มกราคม 2026 at 10:55.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,778
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,005
    ค่าพลัง:
    +26,839
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,778
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,005
    ค่าพลัง:
    +26,839
    วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ตั้งแต่ตี ๓ หลังจากที่ส่งข้อมูลวัตถุมงคลไปให้ "ไอ้ตัวเล็ก" (นางสาวพัชรีภรณ์ หยกอุบล) เพื่อนำลงในกระทู้สร้างห้องน้ำให้กับนักเรียนหญิงบ้านไกล ซึ่งพักกันอยู่ในหอพักของโรงเรียนทองผาภูมิวิทยาแล้ว

    กระผม/อาตมภาพนั่งรถยนต์ประจำตัว ซึ่งชื่อจริงเพราะมาก แต่เรียกสั้น ๆ ว่า "น้องแก้ว" ให้ "คุณแดง" (นายมงคล ม่วงน้อยเจริญ) ขับพาวิ่งขึ้นสู่ภาคเหนือ เพื่อที่จะไปร่วมงานออกนิโรธกรรมของ "ครูบาเหนือชัย โฆสิโต" ซึ่งหลายต่อหลายท่านรู้จักกันในนาม "นักบุญแห่งขุนเขา" บ้าง "พระขี่ม้าบิณฑบาต" บ้าง ซึ่งท่านเป็นเจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำป่าอาชาทอง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ที่คบหาสมาคมกันมาเกินกว่า ๓๐ ปีแล้ว

    ในยุคนั้นครูบาเหนือชัยท่านยัง "หนุ่มแน่นสามพันตึง" ได้มาทำการสร้างสำนักสงฆ์ต่าง ๆ บนแนวเขาเขตชายแดนไทยพม่า เพื่อป้องกันไม่ให้ศาสนาอื่นที่รุกหนักด้วยวิธีการ "ป่าล้อมเมือง" เข้าไปยึดเอาศาสนิกไปเสียหมด ต้องดูแลสำนักสงฆ์ต่าง ๆ อยู่ถึง ๑๓ สำนัก ประกอบกับวิธีการ "ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เล่นด้วยคาถา" จึงทำให้ท่านขอความช่วยเหลือมาว่า กระผม/อาตมภาพมีมีดหมอชาตรีของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุงหรือไม่ ? เพราะว่าท่านขี้เกียจที่จะรบราฆ่าฟันกับบรรดาไสยศาสตร์ต่าง ๆ

    กระผม/อาตมภาพจึงได้เดินทางนำเอามีดหมอเล่มพิเศษ ซึ่งเข้าพิธีชาตรีที่วัดท่าซุงตั้งแต่ครั้งแรกพร้อมกับอาวุธปืน ๕ กระบอก ซึ่งก็คือมีดที่มีนามว่า "แรมโบ้ ๓" ที่กระผม/อาตมภาพเอาเข้าพิธีแล้ว ก็ไปให้ช่างที่พยุหะคีรีทำฝักหุ้มเงินอย่างดี

    เมื่อนำไปถึง ให้ท่านเลือกเอาระหว่างมีดหมอพิเศษแรมโบ้ ๓ ซึ่งไม่มีหลักฐานอะไรสักนิดเดียว เนื่องเพราะว่าเหล็กแข็งถึง ๕๓ ร็อคเวลล์ ไม่สามารถที่กระผม/อาตมภาพจะตอกรอยจารใด ๆ ได้ กับมีดหมอชาตรี ซึ่งพวกกระผม/อาตมภาพและ "ท่านพระครูปลัดสมนึก" ซึ่งตอนนั้นก็คือ "พระสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ" ท่านเพิ่งจะเข้าพรรษาที่ ๒ พร้อมกับ"หลวงพี่ประทีป" (พระใบฎีกาประทีป อตฺถทสฺสี) ช่วยกันตอกข้อความ จารข้อความบนมีดหมอนั้น เพื่อที่จะได้เป็นหลักฐานชัดเจนว่าสร้างเมื่อไร ? สร้างในวันเวลาไหน ?

    แต่ปรากฏว่าครูบาเหนือชัยท่านรักมีดหมอแรมโบ้ ๓ มากกว่า เนื่องเพราะว่าถ้าสำหรับคนทั่วไปก็ประมาณว่า "ฟันทีเดียวหัวขาด" กระผม/อาตมภาพจึงได้มอบถวายให้กับท่านไป แล้วหลายต่อหลายครั้งก็ต้องนำข้าวสารอาหารแห้งขึ้นมา ให้ท่านนำไปส่งให้กับสำนักสาขาต่าง ๆ ซึ่งสามารถไปได้ด้วยการขี่ม้าเท่านั้น จนกระทั่งท่านเริ่มเข้านิโรธกรรมครั้งแรก ก็ได้นิมนต์ให้กระผม/อาตมภาพเป็นประธานในการนำท่านออกจากนิโรธกรรมทุกปีมาจนถึงปัจจุบัน
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,778
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,005
    ค่าพลัง:
    +26,839
    การเข้าออกนิโรธกรรมนั้น ผู้เข้าออกก็มักจะต้องหาพระเถระที่ตนเองมั่นใจว่าจะคุ้มครองรักษาตนได้ ในระหว่างที่เข้าสมาธิอยู่ และตอนที่ร่างกายอ่อนแอที่สุด ก็คือหลังจากออกจากสมาธิ ๗ วันหรือว่า ๙ วัน ในเมื่อท่านมั่นใจว่ากระผม/อาตมภาพสามารถที่จะช่วยดูแลตรงนี้ได้ จึงได้นิมนต์ให้มาเป็นประธานทุกครั้ง

    มีอยู่ครั้งเดียวที่ต้องทิ้งงานของท่าน เพราะว่าตรงกับเวลาอบรมพระอุปัชฌาย์ ซึ่งตนเองเป็นกรรมการสอบภาคปฏิบัติพอดี จึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ นอกนั้นแล้วกระผม/อาตมภาพก็มาได้ทุกครั้ง แม้กระทั่งในครั้งนี้ ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางถึง ๑๒ ชั่วโมงเต็ม ๆ

    โดยปกติแล้ว ถ้าหากว่าขึ้นเหนือ กระผม/อาตมภาพก็จะวิ่งเส้นนครสวรรค์ - กำแพงเพชร โ€“ ตาก - ลำปาง - ลำพูน - เชียงใหม่ แต่ด้วยเหตุที่ว่างานนี้ไม่ได้แวะเชียงใหม่ เมื่อถึงลำปางแล้ว จึงฉีกขวาออกไปเข้าพะเยาแล้วขึ้นเชียงรายเลย กระนั้นก็ยังใช้เวลาวิ่งจากวัดอุทยาน ตำบลบางขุนกอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ไปถึงที่พักก็คือ "เฮือนฮิมน้ำรีสอร์ท" ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ใช้เวลาเกือบ ๑๒ ชั่วโมงเต็ม ๆ

    โดยที่ในระหว่างทางนั้นก็ได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างด้วยกัน อย่างแรกก็คือค่าแก๊สเติมรถ ซึ่งถ้าหากว่าเป็นทองผาภูมิ ขึ้นถึง ๑๖ บาทกระผม/อาตมภาพก็โวยวายแล้ว แต่ว่าในสภาวะเศรษฐกิจและสภาวะสงครามทั่วโลกแบบนี้ แก๊สทางด้านนี้ขึ้นไปถึงลิตรละ ๑๘ บาทเศษ..! และได้ยินว่ามีบางแห่งขึ้นถึง ๒๑ บาทเลยทีเดียว นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงว่า ในเมื่อค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น แต่ว่าสินค้าพืชผลการเกษตรของพวกเรา ถ้ายังขายได้ในราคาเดิม ก็แปลว่าชาวบ้านต้องประสบกับการแบกต้นทุนกองใหญ่ทีเดียว..!

    อีกส่วนหนึ่งก็คือได้วิ่งเลียบมากับเส้นทาง ซึ่งได้ยินว่าเป็นทางรถไฟที่จะวิ่งไปถึงเชียงของ เพื่อที่จะเชื่อมกับประเทศลาวเข้าไปสู่ประเทศจีน ซึ่งเป็นอีกเส้นทางหนึ่งของโครงการ "๑ แถบ ๑ เส้นทาง" หรือภาษาอังกฤษว่า "One Belt One Road" ที่ประเทศจีนพยายามที่จะแผ่อิทธิพลลงมาในเขตบ้านเราเมืองเรา เพื่อที่จะได้จำหน่ายสินค้าให้กับพวกเรา หรือว่าจะได้ขนส่งผู้คน ตลอดจนกระทั่งบรรดางานฝีมือต่าง ๆ ที่คนจีนได้ผลิตในลักษณะ "ก็อปเกรด A" เข้ามาจำหน่ายให้กับบ้านเรานั่นเอง

    สมัยก่อนมีคำพูดที่ว่า "ถ้าใครสามารถเอารถไฟขึ้นสู่เชียงรายได้ จะเลือกบุคคลนั้นเป็นผู้แทนราษฎรไปทุกสมัย" แต่ว่าในยุคที่บรรดาเทคโนโลยี เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ยังไม่พร้อม สามารถที่จะกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แต่ว่าในยุคนี้สมัยนี้ ไม่ว่าการสร้างสะพานข้ามเหว การเจาะอุโมงค์ผ่านภูเขา ตลอดจนกระทั่งการปรับเส้นทางบนที่ราบสูงนั้น ไม่ใช่ภาระหนักหนาสาหัสอีกแล้ว

    ตัวอย่างก็คือประเทศจีน ซึ่งเจาะภูเขาทุกลูกที่ขวางหน้า ทำอุโมงค์ให้รถไฟสามารถขนส่งผู้คนและสินค้า โยงใยไปทั่วประเทศได้ จนกระทั่งมีเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงมากที่สุดในโลก ถึง ๖๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรแล้ว คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น ๑๐๐,๐๐๐ กิโลเมตรในเวลาอีกไม่นาน ดังนั้น..คำพูดที่ว่า "ถ้าใครสามารถนำรถไฟถึงเชียงรายได้ คนเชียงรายจะเลือกผู้นั้นเป็นผู้แทนของตนไปทุกยุคทุกสมัย" มาถึงสมัยนี้ก็ไม่น่าจะใช้ได้แล้ว
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,778
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,005
    ค่าพลัง:
    +26,839
    เมื่อมาถึงที่พัก ปรากฏว่า "โยมพี่เล็ก" (นางปรภาว์ บุญริ้ว) ได้มารอนำพวกเราเข้าสู่ที่พัก ซึ่งได้จับจองเอาไว้เหลือเฟือมาก เนื่องเพราะว่าเป็นห้องใหญ่ห้องโต แถมยังมีในส่วนของครัวอีกต่างหาก กระผม/อาตมภาพขอเจริญพรขอบคุณ "โยมพี่เล็ก"มา ณ ที่นี้ด้วย ซึ่งรบกวนท่านอยู่ทุกบ่อยในระยะหลังนี้ เนื่องเพราะว่า "แม่อี๊ด" ซึ่งรับใช้ใกล้ชิดหลวงพ่อครูบาเหนือชัยนั้น ไม่มีเวลามาดูแลงานแบบนี้ จึงให้ "โยมพี่เล็ก" มาดูแลงานด้านนี้แทน ทำให้ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น

    สำหรับวันนี้ถ้ามีเวลากระผม/อาตมภาพจะเพิ่มวัตถุมงคลเข้าไป ในกระทู้สร้างห้องน้ำสำหรับนักเรียนหอพักหญิง โรงเรียนทองผาภูมิวิทยา คาดว่าจะเป็น "เหรียญหล่อหลวงปู่อยู่" (พระครูรัตนาภิรมย์) วัดบ้านแพน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง

    ทันทีที่หลวงพ่อทั้ง ๓ องค์ได้เข้าไปขออุปสมบท หลวงปู่อยู่ซึ่งคล่องตัวในเรื่องของอภิญญาสมาบัติและทิพจักขุญาณเป็นอย่างยิ่ง ก็ใช้ไม้เท้าเคาะศีรษะทีละคน กล่าวว่า "หัวแข็งทั้งนั้น โดยเฉพาะไอ้นี่" คำว่าไอ้นี่ก็คือหลวงพ่อฤๅษีฯ ของเรานั่นเอง ท่านบอกว่าสองคนนั้นเขามาสาวกภูมิ สามารถที่จะบรรลุมรรคผลได้ในเวลาอันไม่นาน ส่วนหลวงพ่อฤๅษีฯ ของเรานั้น จะต้องใช้เวลาเกิน ๒๐ ปี เพราะว่าเดินสายพุทธภูมิไม่ยอมเลิก ถ้าหากว่าเลิกเมื่อไร ก็เข้าถึงมรรคถึงผลเมื่อนั้น ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามที่หลวงปู่ท่านได้เมตตาพยากรณ์เอาไว้

    เหรียญหล่อของท่านต้องบอกว่าปัจจุบันนี้ค่อนข้างที่จะหายาก แต่กระผม/อาตมภาพน่าจะมีอยู่ถึง ๒๐ เหรียญ เพราะว่ายุคนั้นสะสมสิ่งที่เป็นของครูบาอาจารย์ ตลอดจนกระทั่งเลาะไปตามวัดวาอารามต่าง ๆ ซึ่งมีครูบาอาจารย์ของครูบาอาจารย์ท่านอยู่ ไม่ว่าจะเป็น "วัดบางปลาหมอ" ของ "หลวงปู่สุ่น" พระอาจารย์ใหญ่ยุคนั้น หรือ "วัดบางนมโค" ของ "หลวงปู่ปาน" ก็ดี "วัดอัมพวัน" ของ "หลวงปู่โหน่ง" ก็ตาม หรือว่า "วัดน้ำเต้า" ของ "หลวงปู่สังข์" "วัดบ้านแพน" ของ "หลวงปู่อยู่" "วัดเจ้าเจ็ด" ของ "หลวงปู่ยิ้ม" เหล่านี้เป็นต้น ไปกราบสังขารของครูบาอาจารย์หรือว่ารูปหล่อของท่าน ขอพรให้การปฏิบัติธรรมของตนนั้นอย่าได้ออกนอกลู่นอกทาง ขอครูบาอาจารย์ทุกท่านเมตตาในการที่ช่วยประคับประคองรักษาจิตของตน ให้สามารถเดินอยู่ในมรรค ๔ ผล ๔ ตลอดจนเข้าถึงพระนิพพานอย่างที่ตั้งความปรารถนาเอาไว้

    โดยเฉพาะในส่วนของ"หลวงปู่จง วัดหน้าต่างนอก" จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น กระผม/อาตมภาพได้ไปขอในส่วนที่ตนเองไม่มีทางจะมีได้ นั่นก็คือความเมตตาที่มีต่อผู้อื่นอย่างเหลือล้น ซึ่งท่านเมตตาเขาจนลืมกระทั่งตัวเองจริง ๆ..! ถึงเวลาญาติโยมนิมนต์ให้ไปสงเคราะห์ ท่านก็เลาะตามเขาไปเรื่อย บางทีครึ่งค่อนปียังไม่ได้กลับวัดตัวเองเลย..!

    จนกระทั่ง "กำนันเถา" กำนันตำบลบางนมโค ได้พาลูกน้องนำเกวียนไปรับหลวงปู่กลับมา บางทีก็อยู่ถึงแถวลพบุรี สระบุรี เหล่านี้เป็นต้น แต่ว่าสิ่งที่ขอหลวงปู่มาจนป่านนี้ กระผม/อาตมภาพก็ไม่สามารถที่จะเมตตาได้อย่างที่หลวงปู่ท่านทำจริง ๆ เนื่องเพราะว่าบุคคลจำนวนมากนั้น ถ้าเราเมตตาเกินประมาณ ก็มักจะกลายเป็นคนพาล ก็คือเอาแต่เรื่องของตนเอง ไม่ได้สนใจว่าการรบกวนผู้คนนั้น โดยเฉพาะการรบกวนพระสงฆ์ จะก่อให้เกิดโทษแก่ตนเองอย่างไร ?

    ดังนั้น วัตถุมงคลของครูบาอาจารย์ที่นำมาลง ถ้าหากว่าของหลวงปู่อยู่ วัดบ้านแพน พระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง หมดลงแล้ว ก็จะนำ "เหรียญหลวงปู่สาย วัดท่าขนุน" ซึ่งเป็นเหรียญรุ่นสุดท้ายที่ท่านเสกเอาไว้ เพื่อที่จะสร้าง "พระพุทธเจติยคีรี" เป็นเหรียญที่มีประสบการณ์มากที่สุด อยู่ในระดับที่เรียกว่า "แมลงวันไม่ได้กินเลือด" เหมือนกัน จะนำมาลงต่อเนื่องกันไปทีเดียว

    ขอให้ท่านทั้งหลายรอเวลาก็แล้วกัน สิ่งทั้งหลายเหล่านี้นั้น ที่นำลงก็เป็นราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด และให้ท่านไปเสาะหาเองก็ไม่แน่ว่าจะได้ของแท้หรือเปล่า ? แต่สิ่งที่รับมาจากครูบาอาจารย์ด้วยตนเองก็ดี จากผู้มีจิตศรัทธาที่ยืนยันว่ารับมากับมือหลวงปู่แต่ละท่านก็ตาม สามารถที่จะทำให้ท่านเบาใจว่าจะต้องได้ของดีของแท้ เอาไว้ใช้ในการปกป้องตนเองและครอบครัว ตลอดจนคนที่เรารักอย่างแน่นอน

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันศุกร์ที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...