9 ปาฏิหาริย์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต )

ในห้อง 'สมเด็จโต พรหมรังสี' ตั้งกระทู้โดย picko, 26 เมษายน 2019.

  1. picko

    picko เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มกราคม 2014
    โพสต์:
    537
    กระทู้เรื่องเด่น:
    97
    ค่าพลัง:
    +1,981
    Untitled-1.jpg

    9 ปาฏิหาริย์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)


    สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) นามเดิมคือ โต หรือนามที่นิยมเรียก “สมเด็จโต” “หลวงปู่โต” หรือ “สมเด็จวัดระฆัง” เป็นพระภิกษุมหานิกาย เป็นพระมหาเถระรูปสำคัญที่ได้รับความนิยมนับถืออย่างมากในประเทศไทย ท่านเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารในสมัยรัชกาลที่ 4-5


    สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) นับเป็นพระเกจิเถราจารย์ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพนับถือทั่วไปมาตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชนและนอกจากจริยาวัตรด้านความสมถะอันโดดเด่นของท่านแล้ว ท่านยังทรงคุณทางด้านวิชชาคาถาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคล “พระสมเด็จ” ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา ได้ถูกจัดเข้าในพระเครื่องเบญจภาคี หรือสุดยอดของพระเครื่องวัตถุมงคล 1 ใน 5 ของประเทศไทย และมีราคาซื้อขายในปัจจุบันต่อองค์เป็นราคานับล้านบาท ด้วยปฏิปทาจริยาวัตรและคุณวิเศษอัศจรรย์ของท่าน ทำให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยเคารพนับถือว่าท่านเป็นอมตะเถราจารย์รูปหนึ่งของเมืองไทย และมีผู้นับถือจำนวนมากในปัจจุบัน

    165a875642cbf0c6bef26067afa98938.jpg

    ขออนุญาตนำบทความเกี่ยวกับสิ่งปฎิหารยืมหัศจรรย์ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับท่านมานำเสนอให้ผู้ที่เลื่อมใสในบารมีท่านทราบอีกครั้ง สิ่งมหัศจรรย์ที่ร่ำลือเกี่ยวกับสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ท่านฝ่าคลื่นลมทะเลไปงานสมโภชพระราชวังบนเขามไหศวรรย์ เมืองเพชรบุรี สมเด็จโตท่านไปด้วยเรือญวณ 4 แจว ในขณะที่ท้องทะเลเป็นบ้าเพราะคลื่นลมแรงมาก ชาวบ้านในอ่าวบ้านแหลมร้องห้ามว่า

    “ท่านเจ้าประคุณสมเด็จอย่าออกไปจะล่มตาย” ท่านตอบว่า “ไปจ้ะ ไปจ้ะ” แล้วท่านก็ออกมายืนหน้าเก๋งเรือเอาพัดใบตาลโบกแหวกลมหน้าเรือ ทั้งๆ ที่ในเวลานั้นคลื่นใหญ่กว่าเรือมากขนาดว่าบังเรือมิด แต่ทางหน้าเรือคลื่นไม่มีเลย หลายคนที่ไปด้วยและได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์เล่าว่าทั้งที่มีคลื่นลูกโต 2 ฟากเรือ แต่สมเด็จโตยืนนิ่งโบกพัดเอง คนเรือก็แจวปกติ (ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี และเรื่องลี้ลับแห่งอริยสงฆ์ www.se-ed.com)

    2.เรื่องการห้ามคลื่นลมของสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) อีกเรื่องคือ เมื่อครั้งที่ท่านมีกิจนิมนต์ไปทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางไปโดยเรือแจว ระหว่างมีคลื่นลมจัด ท่านล้วงย่ามหยิบเอาเทียนมาเล่มหนึ่ง แล้วจุดเทียนนั้นติดกับปากโอซึ่งเป็นภาชนะเครื่องสานสำหรับใส่ของคล้ายขัน) วางลอยน้ำไป คลื่นลมก็สงบทันที (ขอบคุณข้อมูลจาก เพจ นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว)

    3.มีเรื่องเล่าว่านอกเหนือจากการห้ามคลื่นลมได้แล้ว สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) ยังห้ามฝนได้ด้วย ครั้งที่มีการก่อพระเจดีย์ทรายที่ในวัดระฆังโฆสิตาราม วันนั้นมีเมฆฝนมืดครึ้ม คนทั้งหลายกลัวว่าฝนจะตก จึงไปกราบเรียนท่าน แล้วท่านก็กล่าวพร้อมโบกมือว่า “ตกที่อื่นๆ” ปรากฏว่าฝนไปตกบริเวณอื่นจริงๆ (ขอบคุณข้อมูลจากเพจ นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว
    )

    01.jpg

    สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) ได้สร้างพระสมเด็จขึ้นมาพิมพ์หนึ่ง โดยผีมือช่างหลวงช่วยแกะพิมพ์ให้ พอสร้างเสร็จปลุกเสกเสร็จ ท่านก็ได้ให้พระสมเด็จทรงพิมพ์นี้ ร.5 ติดตัวไว้ ร.5 ได้นำพระสมเด็จติดตัวไปประเทศเยอรมันด้วย กษัตริย์เยอรมันพบ ร.5 ก็แปลกใจ เห็นที่หน้าอกของ ร.5 มีแสงสว่างประกายออกมา จึงถามว่า ในตัวมีอะไร ร.5 นึกขึ้นมาได้ว่า มีพระสมเด็จองค์หนึ่งที่ท่านโตให้ติดตัวมา จึงถวายให้กับกษัตริย์เยอรมันไป เรียกสมเด็จทรงพิมพ์นี้ว่า ทรงพิมพ์ไกเซอร์ (ขอบคุณข้อมูลจาก www.luangputo.com)

    -1-e1542619631362.jpg

    5.จากหนังสืออนุสรณ์ งานพระราชทานเพลิงศพ อาจารย์ เทพ สาริกบุตร ท่าน มหาอำมาตย์ตรี พระยาทิพโกษา (สอน โลหะนันท์)ได้เรียบเรียงถึงอภินิหารของสามเณรโตไว้ว่า เมื่อสามเณรโตอายุได้ 15 ปี บวชเป็นเณรได้ 3 พรรษา อยากจะเรียนคัมภีร์พระปริยัติ พระครูผู้เป็นอุปัชฌาย์ จึงแนะนำให้ไปเรียนกับท่านพระครูจังหวัด วัดเมืองไชยนาทบุรี สามเณรโตมาบอกกับตาผลและแม่งุด ให้พาไปหาพระครูที่เมืองไชยนาทบุรี คนแจวเรือจึงแจวเรือมา ๒ คืนเมื่อถึงท่าเรือวัด เมืองไชยนาทบุรี ได้จอดเรือเข้าที่ท่าในเวลากลางดึก จากนั้นนอนพักในเรือ ครั้นรุ่งเช้ามีจระเข้ใหญ่ในน่านน้ำท่านั้น เสือกตัวมาตรงหัวเรือ ผู้คนบริเวณนั้นเห็นจระเข้ขึ้นจะคาบคนนอนหลับที่หัวเรือใหญ่ พากันตกใจกลัว ร้องบอกกันโวยวาย คนแจวได้ยินเสียงคนบนบ้านเรือนร้องเอะอะโวยวายก็ตกใจ ฝ่ายสามเณรโตลุกขึ้นนั่งภาวนาอยู่ในประทุนเรือ จระเข้ขึ้นมาแต่ก็อ้าปากไม่ออก จมไม่ลง และไม่ว่ายมาฟาดหาง แต่ดูอาการอ่อนแรงมาก คนแถวนั้นต่างงงงันกันเป็นแถว (ขอบคุณข้อมูลจาก www.appgeji.com)


    6.อานิสงส์ของการสวดมนต์ ดังปรากฏในงานของท่านเจ้าพระยาสรรเพชรภักดี จางวางมหาดเล็กในรัชกาลที่ 4 ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ได้เห็นอานิสงส์ของการสวดมนต์ด้วยตัวเอง ในสมัยที่ออกเดินธุดงค์ในป่าใกล้ชายแดนเขมรที่เรียกว่าเขตดงพญาไฟเป็นเวลา 15 ปี ในสมัยนั้นเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ และภูตผีวิญญาณ ตลอดจนชาวบ้านที่มีเวทมนต์คาถาเล่นคุณไสยกันอยู่อย่างมากมายดังเช่นนายผลที่ได้ทดลองทำคุณไสยใส่สมเด็จโตถึง 7 วัน เต็มๆ ทั้งปล่อยควายธนู หรือปล่อยหนังควาย ปล่อยตะขาบ ตลอดจนภูติพรายเข้ามาทำร้าย แต่ปรากฏสิ่งที่ปล่อยมา ก็ไม่สามารถเข้ามาทำร้ายสมเด็จโตได้เลย ซึ่งท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตกล่าวว่า เมื่ออาตมาจะนอน

    อาตมาก็จะสวดแต่คำว่า “พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ” จนจิตมีความสงบนิ่งแล้ว จึงได้แผ่ส่วนกุศลไปให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย จงอย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลยอย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย และอาตมาก็จำวัดนอนเป็นปกติ ซึ่งการสวดมนต์ด้วยความตั้งใจจนจิตเป็นสมาธิ เปรียบเสมือนจากภยันตรายทั้งปวง ดังที่สมเด็จท่านได้พิสูจน์ด้วยตัวเอง


    165a875642cbf0c6bef26067afa98938.jpg

    อัจฉริยะทางธรรม จาก ลีลาวาทะสมเด็จโตฯโดย ร้อยเอกประชุม สุขสำราญ ได้กล่าวถึงความเป็นอัจฉริยะของสมเด็จพระพุฒาจารย์โตว่า มีมาแต่เยาว์วัย เมื่อครั้งเป็นสามเณรโต ก่อนจะย้ายไปอยู่วัดระฆัง พระอาจารย์ที่วัดระฆังยังฝันไปว่า มีช้างเผือกเชือกหนึ่ง เข้ามากินหนังสือพระไตรปิฎกในตู้ของท่านหมด ซึ่งพระอาจารย์ตื่นขึ้น ก็เกิดความมั่นใจว่าฝันนั้นจะเป็นนิมิตว่าท่านจะได้ศิษย์ที่ฉลาดหลักแหลมคนหนึ่ง วันรุ่งขึ้น สามเณรโตก็ถูกนำตัวมาฝาก ท่านจึงรับไว้ด้วยความยินดี สามเณรโตเป็นช้างเผือกจริงขนาดไหนก็ลองฟัง สมเด็จพระสังฆราช (สุก) วัดมหาธาตุ ท่านพูดถึงสามเณรโตดูก็ได้ว่า ก่อนจะเรียนหนังสือ (สมัยนั้นเขาแปลหนังสือจากคัมภีร์ภาษามคธ เป็นภาษาไทย) ท่านก็ทูลสมเด็จพระสังฆราชว่า “วันนี้จะเรียนตั้งแต่บทนี้ ถึงบทนี้นะขอรับ” เสร็จแล้วเวลาเรียนก็เปิดหนังสือออกแปลจนตลอดตามที่กำหนดไว้ ท่านทำอย่างนี้ทุกครั้ง จนสมเด็จพระสังฆราชผู้เป็นอาจารย์ว่า “ขรัวโตเขามาแปลหนังสือให้ฉันฟัง เขาไม่ได้มาเรียนหนังสือกับฉันดอก”


    8.ครั้งหนึ่งมีการก่อพระเจดีย์ทรายที่ในวัดระฆัง ประจวบกับวันนั้นมีเมฆฝนตั้งมืดคลึ้ม คนทั้งหลายเกรงฝนตก จึงไปกราบเรียนปรารภกับเจ้าประคุณสมเด็จ ฯ ท่านได้กล่าวพร้อมกับโบกมือว่า “ตกที่อื่น ๆ” ว่าน่าประหลาดที่ในวันนั้นปรากูฎว่าฝนไปตกที่อื่นหาได้ตกที่ในตำบลศิริราชพยาบาลไม่ คราวหนึ่งเขานิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จฯ ไปในงานพิธีโกนจุกที่จังหวัดอ่างทอง ท่านได้เริ่มออกเดินทางก่อนถึงกำหนดเวลาเพียง 3 ชั่วโมง มีผู้สงสัยว่าท่านจะไปทันเวลากำหนดได้อย่างไร ถึงกับได้สอบถามไปยังเจ้าภาพในภายหลังต่อมา ก็ไดรับคำตอบว่าท่านไปทันเวลาตามฎีกาทุกประการ (ว่าวิชานี้ท่านได้เรียนต่อพระอาจารย์แสง ที่จังหวัดลพบุรี) (ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บอิทธิปาฎิหารย์พระเครื่อง
    )

    w0-709x1024.jpg

    ข้อมูลเพิ่มเติม: คาถาชินบัญชร เป็นพระคาถาสำคัญในพิธีกรรมตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ตกทอดมาจากลังกา ต่อมาได้ปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ขึ้นโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี โดยว่ากันว่า หากผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอจะทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย ทั้งขจัดภัยภยันตรายทั้งปวง แม้แต่ไสยศาสตร์มนต์ดำ ทั้งยังเป็นเมตตามหานิยมอีกด้วย

    -721x1024.jpg

    ขอบคุณที่มาข้อมูลจาก: เพจพระเครื่องเหนือเซียน,เว็บอิทธิปาฎิหารย์พระเครื่อง / หมายเหตุ: เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน



     

แชร์หน้านี้

Loading...