ให้บูชาวัตถุมงคลพ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย techapunyo, 20 มีนาคม 2020.

  1. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    ธนาคารกรุงเทพ
    เลขบัญชี 5430085364
    ชื่อบัญชี วิชัย ราชพลี
    ID line : 0896513592



    พญางั่งนั่งแพะลอยเคราะห์องค์ครู(บุรุษผู้ปลดเปลื้องกฏแห่งสรรพสิ่ง)
    ให้บูชา 2500 บาท รวมส่งครับ
    2020-03-20_144352.jpg
    2020-03-20_144459.jpg




    วิชาหนึ่งที่พ่ออาจารย์ท่านได้รับสืบทอดมาแต่องค์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ และก็ยังไม่เคยสร้างเลยแม้แต่ครั้งเดียว ท่านเรียกตามความเข้าใจของท่านว่าวิชาลอยเคราห์

    ตะกรุดนี้สร้างยากมากเพราะเป็นวิชาชั้นสูงที่ท่านต้องลงจารเสกเก็บไว้เมื่อถึงกาลถึงวาระจริงๆเท่านั้น เป็นของที่มีอานุภาพมาก ท่านว่าความหมายมันก็ตรงตัว คือลอยอยู่เหนือเคราะห์กรรม คล้ายๆกับการตกตะกอนของน้ำ เคราะห์กรรมอยู่ส่วนหนึ่ง น้ำอยู่ส่วนหนึ่ง ลอยแยกจากกัน เคราะห์กรรมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรา ดุจดั่งว่าเวทย์วิชานี้คือกำแพงที่ขวางกั้นน้ำกับตะกอนเช่นนั้น ที่ว่าสร้างยากนั้นก็เพราะเป็นวิชาที่เกี่ยวกับกฏแห่งกรรม ท่านว่าไม่มีใครอยากจะทำให้กันหรอก ตอนเรียนมาท่านก็ย้ำหนักหนาว่าต้องเลือกคนให้ ไว้ทำยามบ้านเมืองคับขัน ประชาชนเดือดร้อนข้าวยากหมากแพง

    พ่ออาจารย์ท่านก็สร้างเก็บไว้ ลงจารไว้ตามวาระโอกาสที่นานๆจะมีฤกษ์เสียครั้งหนึ่ง โดยลงจารในฤกษ์ที่กำหนดทำสะสมมาเรื่อยๆ แต่ตอนลงนั้น ท่านไม่ได้ลงเฉพาะวิชาลอยเคราะห์ ท่านเพิ่มในส่วนของไสยเวทย์เข้าไปด้วย ท่านว่ากลืนกันทั้งพุทธทั้งไสย วิชาที่เพิ่มเข้าไปนี้แต่เดิมเป็นวิชาของพราหมณ์ในยุคทมิฬโบราณ วิชานี้แม้บ้านเมืองที่ล่มจมก็กู้ขึ้นมาได้ ช่วยเร่งผลิดอกออกผลให้เจริญรุ่งเรือง ลบล้างคำสาปคำสาบานอันติดเนื้อต้องตัวมาแต่อดีตชาติ

    คำสาปคำสาบานอันเราได้ล่วงเกินผู้หนึ่งผู้ใด ในชีวิตหนึ่งๆของสัตว์โลกที่วนเวียนอยู่ในสงสารวัฏนี้ ท่านว่าเราไม่รู้ตัวหรอกว่าเราสั่งสมสิ่งเหล่านี้มามากมายเพียงไหน จะรุ่งโรจน์มันก็รุ่งไม่ได้เพราะติดทั้งกรรมทั้งคำสาปแช่งต่างๆมากมายที่ประเดประดังกันเข้ามา

    ตะกรุดลอยเคราะห์นี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าจะทำให้เพียงครั้งเดียว ครั้งเดียวเท่านั้น ท่านว่าเราสร้างเพื่อหวังประโยชน์ใหญ่ ไม่ได้สนใจว่าจะเคราะห์หรือจะกรรม เพียงแต่จะสืบสานพระเวทย์โบราณกับของที่ครูบาอาจารย์ท่านมอบฝากไว้ให้มาเพียงนั้น วิชาสองส่วนนี้ถ้าแยกกันก็แล้วไป ถ้ารวมกันนั้นจะเป็นสุดยอดวิชาในสายบุญฤทธิ์ที่หาสิ่งใดมาเทียบเคียงเสมอเหมือนมิได้ คนใช้ต้องติดเนื้อติดตัวไว้เสมอเพื่อให้บรรเทาเคราะห์กรรมตนเอง ซ้ำยังลบล้างคำสาปคำสาบานความอาฆาตมาตรร้ายอันติดเนื้อต้องตัวมานับแต่อดีตกาล อย่าว่าแต่ปัญหาส่วนตัวเลย วิชานี้แม้บ้านเมืองก็ยังกู้ได้ ให้ผลใหญ่ถึงปานนั้น เอาไปเพื่อหวังประโยชน์ใหญ่ นั่นคือปลดทุกข์ของสัตว์ สัตว์ทั้งหลายนั้นจมเคราะห์จมทุกข์ แต่ก็ยังไม่หมดหวัง เพื่อจะออกจากทุกข์นั้น หาใช่เพื่อต้องการเสวยสุข แต่เพื่อต้องการโอกาสและสิ่งที่ดีกว่า จะได้ทำบุญเพาะบ่มอบรมจิตตนเอง เดินไปในสายบารมีเราจึงทำตะกรุดลอยเคราะห์นี้เสียครั้งหนึ่ง

    วิชานี้ ไม่ได้ส่งผลแต่เพียงการลอยบาปลอยเคราห์กรรม ลบล้างคำสาปคำสาบานอาฆาตมาตรร้ายต่างๆเท่านั้น แต่ยังกันและแก้ได้สารพัดด้วย เป็นทั้งมหากันในตัวเอง ไม่ให้มีสิ่งอุบาทว์จัญไรใดมาย่ำยีบีฑา เพื่อที่จะทำให้ชีวิตตกต่ำ กันทั้งคุณไสยอวิชชา กันไว้ดุจเกราะเพชรปกป้องตนเองเช่นนั้น ท่านว่ากันไว้นี่แหละดี คนเราถ้าเจออุปสรรคไม่มีอะไรมากันเอาไว้มันเจริญยาก ซ้ำยังแก้ แก้ที่ว่านี้คือแก้ไขพฤติการณ์ของเจ้าของให้มีความเห็นถูก แก้ในโรคร้ายสิ่งเลวร้ายต่างๆที่ตกต้องชะตาของผู้บูชาอยู่ แก้สิ่งที่จองจำชีวิตเราไว้เดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ ท่านว่ารู้เองเห็นเอง สิ่งพวกนี้หายหมด ใครที่ทำอะไรไม่เจริญ หาเช้ากินค่ำ หรืออยากประสบความสำเร็จ ด้วยเกรงว่าจะติดเวรกรรมคำสาปสรรค์ใดๆ ท่านว่าเลิกคิดไปได้เลย เราทำไว้ให้ดีแล้วแค่ครั้งเดียว ครั้งเดียวจริงๆเท่านั้น ให้เจ้าของและผู้ที่คู่ควรเขามาเอาไปใช้บูชา

    เมื่อพ่ออาจารย์ท่านลงตะกรุดลอยเคราะห์เสร็จท่านก็เสกเก็บไว้ ท่านว่าเสกจนเต็มวิชา ต่อมาท่านได้รับนิมิตรจากครูบาอาจารย์ให้ทำเครื่องรางที่จะช่วยลูกศิษย์อันมีวาระกรรมต้องกัน เกิดในยุคเดียวกันกับท่าน ท่านได้รับนิมิตรให้ทำพญางั่ง(อีหง่างโบราณ)ขึ้นมา ท่านว่าวิชานี้แต่เดิมหาคนทำยาก ของเก่าๆบางคนเอาไปใช้เพื่อทำเสน่ห์ทำให้เป็นของต่ำต้องอาถรรพ์ไปก็มาก ท่านจึงจะบูรณาการทำไว้เสียใหม่

    โดยพ่ออาจารย์ท่านได้ทำเป็นพญางั่งนั่งแพะ ท่านว่าวิชาพญางั่งนี้ เป็นปางอวตารขององค์พระศิวะเจ้า(ครูพระสยม)ในพระชาติหนึ่ง เพราะเป็นปางอวตารที่จะลงมาเฉพาะเหตุการณ์จริงๆ ถึงแม้พระภาคเต็มก็ไม่สามารถแก้ไขในส่วนของปัญหาได้ ท่านลงมาเพื่อปลดเปลื้องกฏเกณฑ์ต่างๆในสังคมที่กำหนดขึ้นมาทำให้ธรรมชาตินั้นวิปริต จนพระผู้เป็นเจ้าไม่สามารถดำรงค์พระองค์อยู่ได้ต้องลงมาช่วยเมื่อถึงกาลถึงวาระนั้น โดยพญางั่งที่ทำนี้ท่านว่าต้องทำด้วยไศวะศาสตร์ เข้าให้ถึงองค์พระศิวะจะทำโดยวิธีอื่นไม่ได้ มิเช่นนั้นจะเป็นเพียงเครื่องรางธรรมดา ไม่ใช่รูปแบบของมหาบุรุษที่ลงมาเพื่อปลดเปลื้องชะตาชีวิตของสรรพสิ่ง เมื่อทำแล้วท่านว่าผู้ใดรู้ตัวว่าโดนกดดัน ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสังคม คือหาความยุติธรรมไม่ได้ในชีวิต โดนกดดัน โดนกดขี่ข่มเหง นี่แหละตรงเรื่องเอาไปใช้เลย เพราะว่าท่านคือผู้ปลดปล่อยสรรพชีวิตออกจากการโดนดูถูกเหยียดหยาม โดนผู้อื่นรังแกอย่างแท้จริง

    ครั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านได้ทำโดยลงวิชาอีหง่างโบราณไว้ด้วย ท่านว่าใช้ได้ครอบจักรวาลทั้งยังเป็นเสน่ห์สุดๆ เป็นสัญลักษณ์ของพ่อ เป็นรูปแบบของการกำเนิด ลูกคนใดที่ขาดที่ไม่มี ขอกับพ่อ อะไรก็เกิดขึ้นได้เพราะพ่อชูองค์กำเนิด พ่อมีทุกสิ่ง ให้ได้ทุกอย่าง เรื่องหญิงสาวคู่ครองนั้นยิ่งกว่าจอมเจ้าชู้ใดๆ แต่หลักใหญ่ที่ท่านทำเพื่อแก้กฏเกณฑ์เวรกรรมต่างๆในชีวิตผู้บูชา

    โดยท่านทำเป็นพญางั่งนั่งเอกเขนกอยูบนหลังแพะ ซึ่งแพะนั้นท่านว่าสำคัญนัก เพราะมันเป็นตัวรับเคราะห์กรรมแทนเจ้าของ แพะของท่าน ท่านว่ามันกินบาปเคราะห์เป็นอาหาร ซ้ำยังเป็นแพะตัวผู้ตัวจ่าฝูงที่เป็นเอกด้านเสน่ห์มหานิยม ตัวผู้จ่าฝูงตัวเดียวได้ตัวเมียทั้งฝูง พญางั่งนั้่งแพะนี้ท่านทำเพื่อให้คนใช้นำไปบูชาเพื่อหวังให้ออกจากทุกข์จริงๆ

    จะเห็นได้ว่าท่านอัญเชิญตะกรุดลอยเคราะห์ที่ทำได้ยากมากมาฝังไว้ด้านหลังทุกองค์ ท่านว่าเอาเข้าจริงๆ ไม่มีอะไรที่จะเข้ากันและเสริมส่งกันได้ ดีไปกว่านี้อีกแล้ว พญางั่งนั่งแพะนี้เป็นยอดวิชาเสน่ห์แบบหาตัวจับยาก อยู่ไหนเราก็เหมือนยอดบุรุษได้เขาทั้งหมด คำว่าได้คำเดียว ได้แล้วไม่มีเสีย ได้แล้วเราก็เป็นต่อเขา มันเสริมส่งกันไปหมดจะเอาไปทำงานไปทำอะไรมันก็ดีทุกอย่าง ท่านว่าแล้วแต่ใจจะใช้เลย

    * วิธีเลี้ยง
    ให้นำพญางั่งใส่ถ้วยไว้ แล้วตอกไข่ใส่ไป อธิษฐานให้พ่อนั้นเสพย์นั้นกิน หลังจากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้ซักสองชั่วโมงแล้วนำมาล้างน้ำทำความสะอาด จะทำอาทิตย์ละครั้งหรือเดือนละครั้งก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่ายิ่งทำท่านยิ่งมีฤทธิ์มาก ยิ่งทำยิ่งขัลง เวลาจะบนอะไรก็ให้บนด้วยไข่นี่แหละ จะของานหรือหมายตาใครก็บอกท่าน ยิ่งใช้ยิ่งแรง

    พ่ออาจารย์ท่านว่าสิ่งนี้เป็นของกายสิทธิ์ไม่ต้องใช้คาถาใดๆ ทำใจนิ่งบอกล่าวสื่อสารกับท่านด้วยภาษาใจ ขอให้ใช้ ยิ่งใช้ยิ่งแรง จะนำไปทำพวงกุญแจก็ได้หรือพกไว้ในกระเป๋ากางเกงก็ได้ หรือพกในที่ลับก็ได้ เป็นของกลางๆ ไม่จำเป็นต้องห้อยคอ แต่ถ้าพกในที่ลับมันจะกินเสนียดและช่วยล้างความอุบาทว์จัญไรต่างๆที่ติดตัวเรามาแต่เดิมได้ไวเป็นพิเศษ

    ท่านสั่งให้บอกเค้ากันสั้นๆ แม้เคราะห์อันเกิดกับมหานคร เกิดแต่สรรพชีวิตหมู่มาก วิชานี้ยังแก้ไขได้ จากตกต่ำแล้วทำให้เจริญได้ นับประสาอะไรกับตัวบุคคล ท่านว่าอย่าอธิบายมากไปกว่านี้ลำพังวิชางั่งนั่งแพะ ท่านว่าตอนท่านเชิญญาณครูบาอาจารย์ต่างๆมาช่วยกันเสกก็ได้รับการยืนยันมากแล้วว่านี่มันพระเจ้าชู้นี่น่า ไม่มีขุนแผนหรือเครื่องรางใดๆจะมีคุณทางเสน่ห์มากไปกว่านี้

    * บูชาได้ทั้งหญิงและชาย พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าถ้าไม่ปรารถนาจะให้เป็นเสน่ห์ก็บอกกล่าวกับท่าน ว่าขอเพียงมาเกื้อกูลให้ชีวิตลูกดีขึ้นเท่านั้นพอ เพราะดวงจิตท่านไวเราพูดเราบอกอะไรไปท่านรู้หมด
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 พฤษภาคม 2020
  2. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    ลูกอมด้ายสาวพรหมจรรย์ตำรับหลวงปู่ยิ้ม (ลูกรัก)
    ปิดรายการนี้ครับ
    90067393_227814378623343_8740860906717577216_n.jpg
    90317647_582646385930644_1055477192105918464_n.jpg

    ตำนานแห่งเครื่องรางที่เลอเลิศด้วยสรรพคุณ จนทำให้มีสนนราคานับแสนบาทเเละได้ชื่อว่าหาของเเท้ดูยังยากของหลวงปู่เฒ่ายิ้ม เเห่งวัดหนองบัว คงไม่มีสิ่งใดเกินกว่าลูกอมด้ายสาวพรหมจรรย์หรือที่พ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าลูกรักนี้

    พ่ออาจารย์ท่านได้มีนิมิตรถึงหลวงปู่ยิ้มผู้เป็นหนึ่งในสายบรมครูของท่านได้ปรารภให้ฟังว่า วิชานี้ไม่มีใครสร้าง ที่สร้างก็มั่วกันเสียมากเเต่งเรื่องอวดอ้างไปต่างต่างนานา ทำเเล้วก็ทำไม่เหมือนของเดิมที่เราทำไว้ ขาดใจขาดสิ่งสำคัญทำมาเป็นกะพี้ คุณก็เรียนเอาไว้เเล้ว ช่วยสร้างให้ที อย่าให้มันกลายเป็นของที่ถูกลืมไปเสียเลย

    พ่ออาจารย์ท่านได้รับปากหลวงปู่ยิ้มไว้ ท่านจึงมีดำริสร้างลูกอมด้ายสาวพรหมจรรย์ตำรับหลวงปู่ยิ้มหรือลูกรักนี้ขึ้น

    ต้องบอกกันก่อนว่า วิชานี้เป็นวิชาของหลวงปู่เฒ่ายิ้มเเห่งวัดหนองบัว ที่ปัจจุบันของเเท้ๆหายากมากใครมีก็หวงเเหน ลูกหนึ่งมีสนนราคานับเเสนบาท แค่ไอ้ลูกกลมๆนี่เเหละมันมีอะไรดีถึงปานนั้น พ่ออาจารย์ท่านจึงมีดำริสร้าง เเต่จะทำไม่ให้ทับรอยครูของหลวงปู่ยิ้ม อนาคตผ่านไปซัก 100 ปี จะเล่นหาก็จะสามารถเเยกออกจากกันได้

    วิชานี้พ่ออาจารย์ท่านได้ใช้พระยันต์เเละวิชาของหลวงปู่ยิ้มตำรับเดิมเมื่อกว่า 100 ปี แบบที่หลวงปู่ยิ้มท่านทำไว้มาลงอักขระ จะต่างกันเพียงเเค่ของหลวงปู่ยิ้มนั้นลงในกระดาษสา ส่วนของพ่ออาจารย์นั้นท่านลงในเเผ่นตะกั่วบางๆชนิดบางเฉียบ เป็นอักขระบังคับลงเต็มสูตรทั้งหน้าเเละหลัง ซึ่งงานพุทธพาณิชย์นั้นจะขาดสิ่งนี้ที่เรียกว่าหัวใจของลูกอมด้ายสาวพรหมจรรย์ไป ไม่รู้ใครคิดทำเเต่ทำเสีย นอกครูไปเลยเพราะทำเพียงเเต่คิดว่าจะให้ได้ในปริมาณมากๆ ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านบอกว่าทำเช่นนั้นไม่ได้กว่าจะได้เเต่ละลูกฤกษ์ลงฤกษ์บังคับฤกษ์เสกต่างต่างนานนั้นทำไม่ง่ายๆเลย

    เมื่อได้เเผ่นตะกั่วเเล้วท่านจะนำมาพับทบไปทบมาจนมีขนาดเล็กที่สุดไม่ได้ม้วนเเบบตะกรุด ระหว่างพับนั้นท่านก็จะเสกไปด้วย เมื่อเสกเเล้วก็ค่อยๆทำเก็บไว้เช่นนั้น

    หลังจากนั้น ท่านให้นำด้ายสายสิญจน์ที่ซื้อจากสาวพรหมจรรย์ห้ามต่อราคา ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านก็ซื้อด้ายนี้จากร้านประจำของท่าน ท่านว่าพรหมจรรย์เเน่ เพราะเเม่ค้าที่ขายนั้นเป็นลูกสาวคนรู้จักของท่านเอง ยังเป็นเด็กเล็กๆหน้าตาสวยงามน่ารักอยู่เลย เมื่อได้มาเเล้วพ่ออาจารย์ต้องนำสายสิญจน์กลุ่มนั้นมาชำระเเช่ในน้ำค้างบริสุทธิ์เสียรอบหนึ่งก่อน(ถือเคล็ดพรหมจรรย์เเละความบริสุทธิ์) จากนั้นก็เสกเดินมนต์เสน่ห์ไปจนกว่าด้ายจะเเห้งดีซึ่งใช้เวลายาวนานมาก ไม่ใช่ทำให้เเห้งเพราะตากเเดด

    เมื่อได้ด้ายสาวพรหมจรรย์ที่เสกจนสำเร็จเเล้ว ท่านจึงจ้างเด็กสาวพรหมจรรย์คนนั้นให้มาสาวด้ายบนเเกนกลางเเผ่นอักขระยันต์ที่ท่านลงไว้ ท่านว่าตัวเด็กเองนั้นความรู้สึกนึกคิดยังเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์อยู่ จนได้เครื่องรางเป็นลูกกลมๆตามตำราวิชาสายหลวงปู่ยิ้ม เสมอที่หลวงปู่ยิ้มท่านทำไว้เเละตั้งใจให้พ่ออาจารย์ท่านต่อตำรา

    จากนั้นจึงนำน้ำรักดำ มาลงอาคม ก่อนที่จะเเช่ทีละลูก เเละนำมาตากลมไว้ให้เเห้งสนิท พ่ออาจารย์ว่าพอเราทำตามขั้นตอนทำตามเคล็ดวิธี มันสำเร็จเสียก่อนที่เราจะเสกอีก เพราะท่านยืนมองลูกอมที่รอเเห้งเเล้วหัวเราะอยู่เช่นนั้นเสมอๆ

    เราเคยถามว่าขำอะไรขนาดนั้น ท่านก็ชี้ให้ไปดูใกล้ๆ ปรากฏว่าเห็นมดตัวใหญ่ๆตอมลูกอมจนมิด จากลูกรักสีดำกลายเป็นสีเเดงเพราะตัวมดทั้งลูกก็มี บางลูกมดก็ช่วยกันยกนับสิบๆตัวไม่รู้ว่ามันจะขนกันไปไหนเช่นนั้น เราจะไปไล่มดให้ พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่ต้อง ปกติมดตัวเล็กๆช่วยกันยกของหนักๆของกินมันยังยกขึ้น นี่มดตัวใหญ่มากๆย้ำว่ามากๆนับสิบๆหลายสิบตัวรุมกันยกลูกรัก มันยกกันไม่ขึ้น ทั้งหัวทั้งตัวเปรอะน้ำรักดำๆกันไปทั้งหมด พ่ออาจารย์ท่านก็ยืนขำอยู่เช่นนั้น ท่านว่ามันไม่มีวันจะยกขึ้นหรอก เเม้เเต่สัตว์เดรัจฉานมันยังรู้ยังสัมผัสได้ถึงพลังเเห่งเสน่ห์ ขนาดอยากมีไว้ครอบครองเป็นของมัน นับประสาอะไรกับคน

    เมื่อเเห้งสนิทดีเเล้วพ่ออาจารย์ท่านได้ทำข้อตกลงกับบรมครูหลวงปู่เฒ่ายิ้ม โดยเชิญท่านมาช่วยเสก เเต่มีข้อเเม้ว่า ตัวพ่ออาจารย์นั้นท่านยอมทำให้เเล้วใช้กายเนื้อท่านเป็นสื่อทำให้ ตามสัญญาที่รับปากกันไว้ ตัวพระคุณเจ้าเองก็ต้องลงให้เต็มที่ อดีตทำไว้เช่นไร ไอ้ลูกละเป็นเเสนนั้นมันทำอย่างไร ต้องเสกให้ได้เช่นนั้น หลังจากตกลงรับคำเเล้วท่านจึงเชิญหลวปู่ยิ้มครอบญาณบารมีท่านไว้ที่ลูกอมทุกลูกจนท่านใช้ตาในมองว่ามีงรังษีมีรัศมีกระจ่างชัดจึงมั่นใจว่าเต็มเเล้ว ใครหาลูกละเป็นเเสนไม่ได้มาเอาที่นี้ลูกนี้ไปใช้ พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าได้ชื่อว่าเท่ากันเหมือนกันทุกอย่าง เพราะเสกโดยหลวงปู่ยิ้มเช่นกัน

    ลูกอมด้ายสาวพรหมจรรย์ตำรับหลวงปู่ยิ้ม หรือที่เรียกว่าลูกรักนี้ดีอย่างไรทำไมคนเค้าหากันเเทบพลิกเเผ่นดิน ท่านว่าชื่อก็คือเคล็ด ชื่อเเบบไหนพุทธคุณก็แบบนั้นเลย

    ลูกอมนี้ในสมัยก่อนหลวงปู่เฒ่ายิ้มเเห่งวัดหนองบัว ท่านได้ทำไว้ให้กับศิษย์ของท่านบางคนเท่านั้น ย้ำว่าบางคน ให้เอาลูกอมนี้เหน็บชายพก ชายผ้า ชายกางเกงไว้ ใครที่ไม่มีเมียรับรองว่าได้เมียสมใจสมกับชื่อลูกอมด้ายสาวพรหมจรรย์เเละที่สำคัญคือได้เเต่สาวพรหมจรรย์สมดั่งชื่อ จนเกิดเป็นตำนานที่ว่า เหน็บลูกอมด้ายสาวพรหมจรรย์ของหลวงปู่ยิ้ม ยาจกก็มีเมียได้ ใครได้เหน็บได้ครอบครองลูกอมนี้กล่าวกันว่าบุคคลผู้นั้นจะมีเสน่ห์เมตตาเหมือนดั่งพ่อขุนเเผน อดีตพ่อเมืองกาญจนบุรีสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่เลย วิชาตำรับหลวงปู่ยิ้มนี้พ่ออาจารย์บอกว่าไม่ไกลกัน พกไว้ดีๆ จะเป็นคนมีเสน่ห์มาก ให้ใช้กันอย่างระวัง หลวงปู่ยิ้มนี้เเน่ขนาดที่ว่าเเม้เเต่กรมหลวงชุมพรยังเป็นศิษย์ท่าน นิมนต์ท่านมาที่วังให้อยู่ถ่ายทอดวิชาให้เสมอๆ เเละตัวพระองค์นั้นยังคาดตะกรุดสามกษัตริย์ที่หลวงปู่ยิ้มทำให้ติดพระวรกายตลอดเวลา

    พ่ออาจารย์กล่าวว่าสมัยหลวงปู่ยิ้มท่าน ทำให้กับคนที่เดือดร้อนหาลูกหาเมียไม่ได้ไม่เป็นที่ชอบไม่เป็นที่นิยม เเต่มาคราวนี้เราคิดเพียงว่าทำให้เพื่อสืบทอดสายวิชาไว้เท่านั้น ใครจะบูชาก็ได้เราไม่ว่าถือว่าเป้นวาสนาของเค้าที่ได้ครอบครอง ขอให้เป็นคนดีเเล้วกัน

    - ย้ำอีกรอบว่าวิธีใช้ให้พกไว้ในกางเกงหรือจะทำเป็นพวงกุญเเจก็ได้ห้อยคอก็ได้ ควรเลี่ยมเสียก่อนกันด้ายจะคลายตัว ท่านว่าผู้ใดได้ใช้ ได้ครอบครองมีเสน่ห์นักหนาเสมอด้วยพ่อขุนเเผนทีเดียว ทำไว้เพื่อสืบวิชาเพียง 20 ลู

    คาถาบูชา
    โอมจิตตัง มหาจิตตัง โอมจิตต้อง ท้องน้อยติดกัน หัวใจมึงอยู่มิได้ ร้องไห้มาหากู โอมกะชิกกะชิก จุด จิต สวาหะ

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 มีนาคม 2020
  3. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    พระเจ้าไร้หัวใจเสกเงินตรารัตนโกศ,มหาภูติล่าสมบัติทันใจ (ได้ก่อนเจ็บ)
    ให้บูชา 3100 บาท รวมส่งครับ

    90049637_156958965455036_2048916244500840448_n.jpg
    89957816_224655605259279_8905527886966947840_n.jpg

    ในคณะเทพจีนทั้งหลายนั้น มีอยู่คณะหนึ่งที่มีความใกล้ชิดกับมนุษย์มากและพ่ออาจารย์ท่านเองก็เรียกเทพคณะนี้ว่า"ครูฝึก"หรือ"พี่เลี้ยง" ด้วยท่านว่าคณะเทพชุดนี้เป็นเกลอกับท่าน เวลาถึงจุดที่ท่านต้องพึ่งคนอื่นจริงๆก็มักจะได้คณะเทพชุดนี้ช่วยเหลือ แม้ใครเดือดร้อนจนถึงที่สุดท่านได้ส่งชื่อเขาไปให้เทพคณะนี้ เอาเป็นว่ามีแต่รวยขึ้นทุกคน ด้วยฐานะพิเศษที่ท่านเรียกว่าครูฝึกนั้นแน่นอนว่าคณะเทพชุดนี้ย่อมต้องมีปฏิสัมพันธ์ในเชิงลึกกับมนุษย์อยู่แล้วทั้งการดำเนินชีวิต,วิถีและแนวทาง ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงซุ่มทำเครื่องมงคลสำคัญขึ้นมารุ่นหนึ่งเพื่อเป็นตัวแทนของคณะเทพชุดนี้ ท่านว่าทำไว้ให้คนเขาใช้จะได้มี ได้รับ ได้ในสิ่งที่ควรได้ก่อนที่จะเจ็บเนื้อเจ็บตัว เอาเป็นว่าฉันทำเอาไว้ให้แก้เคล็ด ให้เธอได้ก่อนเจ็บนั่นแหละ จะมีประโยชน์อะไรหากต้องพยายามถึงขึ้นเจ็บป่วยแล้วถึงจะประสบผลสำเร็จ บางคนขออะไรไว้นี่ต้องรอจนแก่ถึงเริ่มจะเห็นเงาความหวัง บางครั้งได้ บางครั้งสำเร็จ แต่สิ่งที่ได้มานั้นเราก็ไม่ได้มีอายุจะอยู่ต่อให้ชื่นชมมันเลยแม้แต่น้อย เรียกว่าหามาทั้งชีวิต พอได้ก็ขาดเวลาใช้ ขาดความสุข เพราะหมดเวลาแล้วต้องเสวยทุกข์ก่อน เช่นนี้พ่ออาจารย์ท่านจึงว่า"ฉันนึกถึงคณะเทพชุดนี้ เพราะเขาเคยบ่นกับฉันไว้ให้ฉันเร่งทำขึ้นมาเสียทีเถอะ เขาจะมาทำให้ เขาจะได้ออกไปช่วยเหลือผู้ที่ศรัทธาเขา" ซึ่งเทพจีนคณะนี้ก็คือเทพไฉ่ซิ่งเอี๊ยะนั่นเอง

    ในทำเนียบของเทพเจ้าสำคัญนั้น หากเอ่ยชื่อเทพเจ้าแห่งโชคลาภหรือไฉ่ซิ้งเอี้ยะแล้ว หลายคนย่อมรู้ดีว่าท่านเป็นเทพเจ้าที่ให้คุณทางด้านโชคลาภ ทรัพย์สมบัติ เป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งสำหรับผู้บูชาแล้วใครจะคิดสิ่งใดท่านก็จะให้สิ่งนั้นสมดังปรารถนาทั้งทรัพย์สินเงินทองจะไหลมาเทมาและจะรักษาทรัพย์ที่มีอยู่แล้วเอาไว้ได้อย่างมั่นคง ซึ่งนั่นเป็นหน้าที่คร่าวๆเท่านั้น และคนไทยก็ยิ่งสะเพร่ากันถึงขนาดเหมารวมว่าท่านเป็นองค์เดียวกับท้าวเวสสุวรรณ มีท้าวเวสสุวรรณแล้วก็บูชาใช้แทนกันได้ ซึ่งแท้จริงแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นคนละองค์กันและไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย ต่างกันทั้งรูป นาม และหน้าที่ ด้วยท้าวเวสนั้นไม่ได้มีอานุภาพเสกเงินเสกทองประทานให้มนุษย์ได้ด้วยตนเองเหมือนไฉ่ซิ่งเอี้ยะหากแต่ท้าวเวสท่านเป็นผู้เฝ้าขุมทรัพย์ในแผ่นดิน ไม่ได้มีหน้าที่เสกทรัพย์ แจกทรัพย์ออกประทานให้กับมนุษย์เหมือนคณะเทพไฉ่ซิ่งเอี๊ยะนี้ ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าเทพทุกองค์ที่เกี่ยวข้องเป็นเทพแห่งโชคลาภของทุกศาสนานั้นล้วนแต่มีที่มาแห่งทรัพย์ไม่ได้เสกทรัพย์ได้เองและให้ทรัพย์แก่ผู้บูชาได้ตามใจเช่นคณะเทพทั้งห้านี้ ดังนั้นเทพทั้งหลายก่อนที่จะให้ทรัพย์ให้โชคใครก็มักจะต้องพิจารณาปัจจัยโดยรวมอย่างละเอียด

    ด้วยคณะเทพเจ้าแห่งโชคลาภหรือจะเรียกว่าไฉ่ซิ้งเอี๊ยทั้งห้าก็ได้ เป็นเทพที่ทำงานกันเป็นหมู่คณะ ประกอบด้วย
    - เจ้ากงหมิงหรือเทพไฉเสิน องค์เทพผู้เป็นหัวหน้าของเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งห้า
    - เหยาเส้าซือหรือขุนนางสวรรค์ลี่ซื่อเซียน องค์เทพแห่งการค้าขาย
    - เฉินจิ่วกงหรือเทวทูตเจาไฉสื่อเจ่อ องค์เทพแห่งการเรียกทรัพย์สิน
    - เซียงเซิงหรือเทพเจาเป่าเทียน องค์เทพแห่งการเรียกหาของวิเศษ
    - เฉาเป่าหรือเทพน่าเจินเทียน องค์เทพแห่งการรวบรวมสิ่งเลิศล้ำเลอค่า

    ซึ่งคณะเทพทั้งห้านี้แต่ละคนก็มีคุณสมบัติและหน้าที่แตกต่างกันไป ทั้งยังมีขอบเขต มีทิศทางในความรับผิดชอบส่วนบุคคลของแต่ละคนด้วย กล่าวคือ
    - เทพไฉเสินดูแลทิศกลาง เป็นหัวหน้าห้าเทพผู้รวบรวมมโภคทรัพย์ มีอำนาจบารมีช่วยคุ้มครองให้ผู้บูชาแคล้วคลาดจากเรื่องร้าย เภทภัยบังเกิดไม่ได้ ไม่เข้าถึงตัว ให้ชีวิตบังเกิดความร่มเย็นเป็นสุข ส่งเสริมให้การงานกิจการค้าก้าวหน้า
    - เทพลี่ซื่อเซียนดูแลทิศเหนือ มีอำนาจบารมีช่วยสลายเคราะห์เหตุเภทภัยร้าย และโปรดประทานสติปัญญาอันสว่างไสวรุ่งเรืองในการพัฒนาการงานธุรกิจการค้าให้เจริญก้าวหน้า ประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่มุ่งหวังและสมปรารถนาในเร็ววัน
    - เทพเจาไฉสื่อเจ่อดูแลทิศใต้ มีอำนาจบารมีช่วยส่งเสริมหน้าที่การงานและกิจการค้าของมนุษย์ให้บังเกิดความรุ่งเรืองก้าวหน้า โชคลาภ,ความสุขหมุนเวียนคล่องตัว ประกอบอาชีพได้ลื่นไหล ให้ชีวิตมั่งคั่งบริบูรณ์ สุขภาพพลานามัยแข็งแรงและภายในครอบครัวแคล้วคลาดปลอดภัยสมบูรณ์พูนสุข
    - เทพเจาเป่าเทียนดูแลทิศตะวันออก มีอำนาจบารมีช่วยสลายพลังพิฆาตจากดาวอัปมงคล พร้อมทั้งส่งเสริมพื้นดวงชะตาผู้บูชาให้ราบรื่นสดใส ทั้งยังผลให้หน้าที่การงานและธุรกิจการค้ารุ่งเรืองก้าวหน้าไร้อุปสรรคปัญหา มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและทุกข์เข็ญเภทภัย
    - เทพน่าเจินเทียนดูแลทิศตะวันตก มีอานุภาพในการแก้ไขสลายเคราะห์ภัย มีอำนาจบารมีช่วยส่งเสริมผู้บูชาให้การงานก้าวหน้า ธุรกิจการค้ารุ่งเรือง มีทรัพย์สินเงินทองเพิ่มพูน มีตำแหน่งยศศักดิ์และบริวารเกื้อหนุน แคล้วคลาดจากเรื่องร้ายและเหตุวุ่นวายต่างๆ

    พ่ออาจารย์ท่านว่าคณะเทพไฉ่ซิ่งเอี๊ยะนี้แต่ละองค์ก็มีคุณวิเศษแตกต่างกันไป ซ้ำทุกองค์ยังมีหน้าที่ต่างๆกันในการอภิบาลช่วยเหลือมนุษย์โดยตรงตั้งแต่เกิดจนตาย เช่นนี้ท่านจึงเรียกเทพคณะนี้ว่าครูฝึกหรือพี่เลี้ยง โดยคณะเทพแห่งโชคลาภทั้งห้านั้นได้ให้พ่ออาจารย์ท่านสร้างเทพไฉเสินเป็นตัวแทนคณะเทพทั้งหมด โดยเทพไฉเสินนี้จะมีฐานะพิเศษนอกจากเป็นเทพทิศกลางแล้วยังเป้นหัวหน้าคณะและเป็นเทพนักรบอีกด้วย พ่ออาจารย์ท่านจึงปั้นรูปเทพนักรบหนวดเครารุงรังมีอถือกระบองสวมชุดนักรบนั่งเสือเป็นพาหนะ โดยท่านตั้งใจให้อีกมือหนึ่งนั่นถือไหวิเศษเป็นตัวแทนของเงินทองและเพชรนิลจินดาของมีค่าที่จะสร้างขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง ท่านว่าไหของเทพแห่งโชคลาภนี้เป็นการแสดงออกถึงความร่ำรวยและมีโชคลาภแบบไม่มีที่สิ้นสุด เพราะตัวท่านมีหน้าที่รักษาไหวิเศษที่ใช้ในการปรุงยาอายุวัฒนะจนได้รับฉายาว่าเทพเจ้าไหวิเศษ เช่นนั้นเมื่อทำตัวแทนคณะเทพแล้วพ่ออาจารย์จึงต้องใส่ไหวิเศษหรือสุดยอดเครื่องสร้างทรัพย์สมบัติลงไปด้วย

    ด้วยคณะเทพแห่งโชคลาภนั้นเป็นเทพชั้นสูงมีตำแหน่งเทียบเท่าแม่ทัพสวรรค์ นอกจากที่รู้กันว่าผู้ใดได้รับการอุปถัมภ์จากเทพทั้งห้านี้ นอกจากท่านจะอำนวยโชคลาภ ความมั่งคั่ง เจริญรุ่งเรือง เปี่ยมด้วยทรัพย์สินเงินทองเพิ่มพูนแล้ว ท่านยังสามารถเรียกลมเรียกฝน(อุปมาว่ามีอำนาจมากขนาดเปลี่ยนแปลงธรรมชาติ,เปลี่ยนชะตาฟ้าชะตาคนได้)ทั้งยังขจัดโรคภัยแก่คนที่ศรัทธาได้ จึงไม่แปลกที่ตำแหน่งคณะเทพไฉ่ซิงเอี๊ยะในหัวใจของมนุษย์แล้วจะเป็นเทพเจ้าที่สำคัญที่สุดเพราะท่านเป็นเทพที่ประทานโชคลาภหรือความร่ำรวยโดยตรง และยังเชื่อกันสืบมาว่าท่านไม่มีหัวใจหรือพูดง่ายๆคือไร้ใจนั่นเอง เมื่อไม่มีหัวใจจึงไม่เลือกที่รักมักที่ชังใครศรัทธาท่านโดยจริงใจท่านก็รักเขาด้วยความสุจริตเช่นนั้น ท่านจึงเที่ยวโปรยเงินโปรยทองให้คนที่มีท่านอยู่ในใจไปทั่วให้เขาสมความปรารถนาทั้งคอยมอบคำอวยพรให้แก่เขาให้ทำอะไรก็มีแต่คนเชื่อถือ ทั้งยังให้คุณด้านหนี้สินอย่างประหลาดเจ้าหนี้คนไหนบูชามักจะตามหนี้ง่าย ลูกหนี้จะไม่กล้าโกงหรือหนีหนี้ รวมทั้งให้คุณแก่เจ้าของกิจการ ให้ดูแลควบคุมบริวารตลอดจนลูกจ้างให้อยู่ในระเบียบวินัยมีความขยันในการทำงาน

    การมีฐานะมั่งคั่งร่ำรวยนั้นล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการด้วยกันทั้งสิ้น แต่จะร่ำรวยอย่างไรไม่ให้เจ็บช้ำใจอย่างสาหัสไปเสียก่อน การจะมีโชคได้นั้นนอกจากต้องทำงานอย่างเต็มที่แล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้นด้วยเช่นกันเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านจึงนำเหล็กไหลรัตนโกศโคตรเศรษฐี ซึ่งเป็นเหล็กไหลน้ำหนึ่งที่ท่านรักษาไว้ นำมาบดตำพอให้เห็นเนื้อองค์เหล็กผสมกับผงเรียกทรัพย์ทุกตระกูลที่ท่านลบถมไว้อุดหลังองค์เทพแห่งโชคลาภนี้โดยเฉพาะ ท่านว่าเหล็กไหลรัตนโกศนี้เป็นของดีที่สุด เป็นกายสิทธิ์ที่ให้คุณโดดๆทางด้านเรียกทรัพย์ รวมทรัพย์ในแผ่นดิน จะเรียกว่ากำลังแห่งขุมทรัพย์ก็ได้มีอานุภาพมากด้วยจะทำให้คนบูชามีฐานชะตาที่เป็นกำลังหนุนด้วยขุมทรัพย์และวาสนาที่ตักไม่พร่องใช้ไม่หมด ทั้งนี้ท่านยังได้ฝังตะกรุดคู่มหาสมบัติลงหัวใจยอดเศณษฐีเอาไว้ด้วย ท่านว่าคนบูชาไว้จะได้เป็นสิริมงคลให้เจริญขึ้นโดยสถานเดียวไม่มีตกต่ำ และสำคัญที่สุดนั้นก็คือมหาภูติล่าสมบัติทันใจ
    - มหาภูติล่าสมบัติทันใจ ด้วยมีอำนาจของเหล็กไหลรัตนโกศเป็นดั่งขุมกำลังมหาสมบัติในแผ่นดิน พ่ออาจารย์ท่านจึงทำเครื่องมงคลแก้เคล็ดคนที่ไร้โชค ไร้วาสนา ให้มีโชคได้แบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินและจะได้ดึงเอากำลังของกายสิทธิ์ธาตุมาใช้ได้อย่างถึงที่สุด ท่านจึงทำมหาภูติล่าสมบัติขึ้นโดยองค์เทพทั้งห้านั้นได้แนะเคล็ดว่าต้องทำในรูปพังพอนเท่านั้น เพราะแต่โบราณถือคติว่าทรัพย์สมบัติทั้งมวลบนพื้นพิภพล้วนแล้วอยู่แต่ในผืนดิน ความอุดมสมบูรณ์ต่างๆก็มาจากดินจากน้ำใต้ดินทั้งนั้น เช่นนั้นแก้วแหวนเงินทองของมีค่าล้วนแล้วเกิดมาจากพื้นปฐพีทั้งหมดทั้งสิ้น ดังนั้นผู้ที่มีหน้าที่เฝ้าทรัพย์เหล่านั้นก็คือเจ้าแห่งเมืองบาดาลโบราณกล่าวว่าคืองูหรือพญานาคนั่นเอง ซึ่งวิสัยงูนั้นย่อมดุร้ายและหวงทรัพย์สินเรียกว่าไม่แบ่งให้กระเด็นไปที่ใครซักเล็กน้อยเลยดังนั้นสัตว์ที่แก้เคล็ดกับงูได้ย่อมต้องเป็นพังพอน เพื่อให้พังพอนนั้นสยบอาถรรพ์ทรัพย์ในแผ่นดิน ให้พังพอนนั้นล่างู ล่าสมบัติ เร่งหาทรัพย์นั้นมาให้เรา เพื่อให้พังพอนนั้นทำการคายเอาทรัพย์สินแก้ว แหวน เงิน ทอง ออกมาให้แก่เราเช่นนั้นจะแก้เคล็ดและดึงเอากำลังเหล็กไหลรัตนโกศออกมาสงเคราะห์ผู้บูชาได้อย่างเต็มที่ ท่านว่าต้องปลุกภูติล่าสมบัติในรูปพังพอนเท่านั้น

    พ่ออาจารย์ท่านใช้ศาสตร์แก้อาถรรพ์เหล่านี้หนุนไปในเครื่องมงคลชุดพิเศษนี้โดยเฉพาะ ท่านว่าพี่เลี้ยงหรือครูฝึกชุดนี้แต่เดิมท่านก็เอาใจมนุษย์อยู่มากแล้ว ซ้ำท่านยังไร้ใจคือให้โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชังแบบเทพทั่วไป และด้วยว่าท่านมีกำลังมาก มีขุมพลังงานที่ยิ่งใหญ่อันสั่งสมขึ้นมาจากศรัทธาของมหาชนไม่ได้ขาดตกบกพร่องเลยยาวนานนับพันๆปี เป็นที่ศรัทธาและบูชาตั้งแต่ฮ่องเต้จนถึงสามัญชนทุกกาลสมัยตลอดมาเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจสร้างไว้ให้แก้เจ็บแก้จนกันได้ทุกคน ท่านว่าสำหรับคนที่ชีวิตยังไม่มีหนทาง ไร้แนวทาง รู้สึกว่าตัวเองต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว จะพึงใครก็ไม่ได้ หาหลักยึดก็ไม่เจอ ขาดทั้งวาสนาและกำลังใจ ท่านว่าคนเช่นนี้แหละเหมาะที่จะพึ่งพี่เลี้ยงหรือ"ครูฝึก"มากที่สุด

    พ่ออาจารย์ท่านจึงได้สร้างครูฝึกของมวลมนุษย์ หรือเครื่องมงคลที่รวมกำลังของคณะเทพทั้งห้านี้ไว้ ท่านว่าตราบใดที่มนุษย์ยังกราบไหว้เทพแห่งโชคลาภอยู่ ตราบใดที่มนุษย์ยังขวนขวายความเจริญรุ่งเรืองอยู่ ตราบนั้นขุมพลังของท่านก็จะรุ่งเรืองต่อไปอีกนับร้อยนับพันปีไม่มีเสื่อมไม่มีตกลง เครื่องมงคลชิ้นนี้ฉันทำตามคำสั่งของท่านโดยแท้และได้พลีเหล็กไหลมวลสารต่างๆที่สำคัญใส่ลงไปมากมายเพื่อให้เป็นของวิเศษที่มีพลังอย่างถึงที่สุด เอาว่าสำหรับครูฝึกนั้นท่านก็ลงมาทำให้อย่างเต็มที่ เต็มบารมีสมกับเป็นเทพที่มีชนนับถือมากที่สุดในโลกนั่นแหละ ต่อไปพระองค์นี้จะมีกำลังเรียกลมเรียกฝน(เปลี่ยนแปลงชีวิตคน)ได้ตามใจปรารถนา พ่ออาจารย์ท่านว่าทำเสร็จเสกเก็บมาก็นาน พวกท่านก็เร่งให้เอาออกอยู่เสมอๆ จนพ่ออาจารย์ท่านเห็นควรว่าเหมาะแล้ว เหลือไว้แค่องค์ที่ท่านใช้เองก็พอ องค์อื่นๆนั้นก็ให้ออกร่วมทำบุญไปเขา(เทพทั้งห้า)จะได้ไม่ต้องมาทวงถามเอากับเราอีกว่าจะเก็บไว้ถึงเมื่อไหร่

    เคล็ดการใช้
    *** พ่ออาจารย์ท่านว่าคาถาไม่ต้องใช้แล้ว มันเกินจุดนั้นไปแล้วเพราะนี่เป็นของกายสิทธิ์ให้อาราธนาใช้ได้เลย แม้ติดตัวไว้ไม่ได้อาราธนาเลยก็ยังใช้ได้ ท่านว่าในเมื่อองค์เทพท่านไร้ใจแต่ตัวเรามีหัวใจเช่นนั้นเวลาใช้จะบอกกล่าวความเดือดร้อนและสิ่งจำเป็น ตลอดจนขอพระเรื่องต่างๆก็ให้พูดกับท่านด้วยใจ ด้วยความรู้สึกที่แท้จริงของเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าขอเพียงเราสื่อสารกับท่านด้วยใจไม่ใช่พูดแบบขอไปที ใส่ความรู้สึกเข้าไปทั้งหมด เพียงแค่นั้นย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดหมื่นพันตัวคาถานั้นล้วนไม่จำเป็นเลย
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 พฤษภาคม 2020
  4. นิติทอง

    นิติทอง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    431
    ค่าพลัง:
    +579
    ขอจองรายการนี้ครับ ขอเลขบัญชีทางข้อความด้วยครับ
     
  5. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    รับทราบครับ แจ้งเลขบัญชีไปแล้วครับ
     
  6. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    มงคลจ้าวทรัพย์บ่วงบาศกลืนกิน(มหาวงจรแห่งการเปลี่ยนแปลง)
    ให้บูชา 900 บาท รวมส่งครับ
    1.jpg
    2.jpg

    พ่ออาจารย์ท่านว่าแต่โบราณนั้นมักจะมีคนตามหานาคบาศมาใช้กันอยู่ทุกยุคทุกสมัย แต่ก็ใช่ว่าจะหาได้ง่ายดาย แม้หาได้ก็ต้องรู้วิธีทำให้ขลังให้ศักดิ์สิทธิ์ ถึงกระนั้นที่หากันไม่ได้ก็เอาหินเอาศิลาอาถรรพ์หรือสิ่งที่มีดีในตัวเองมาแกะสลัก แม้ตัวท่านเองในอดีตก็ใช้วิธีหล่อหลอมเอาเพราะท่านให้เหตุผลว่าทำได้ง่ายและสะดวกกว่า เพราะหากจะทำบ่วงบาศกลืนกินนี้โดยผงอาถรรพ์ทั้งหลายตามที่ท่านรู้และได้เรียนมาแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าจริงๆนั้นทำได้ยากอย่างยิ่ง ยากเสียยิ่งกว่าการหล่อ การแกะสลัก หรือไปตามหาเอาของจริงมาใช้เสียอีก ด้วยหลายๆสิ่งที่นำมาบดโขลกผสมกันนั้นล้วนมีอาถรรพ์ในตัวตนของมัน และบางอย่างนั้นก็เป็นสมบัติเมืองบาดาลที่นาคราชเขาหวงพอๆกับชีวิตเขา

    นัยยะที่ซ่อนเร้นอยู่
    คนจะรู้แต่เพียงว่านาคบาศเป็นอาวุธเทพที่ดูแปลกตาและทรงกำลังมาก แต่จะไม่ค่อยรู้ถึงอาถรรพ์และความหมายโดยแท้จริง พ่ออาจารย์ท่านว่านาคบาศก์นั้นเป็นมากกว่าอาวุธ หากทำได้จริงแล้วจะมีค่าเลิศกว่าสมบัติสวรรค์หรือวิมานอากาศใดๆทั้งสิ้นด้วยเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นอนันต์มีรูปเปรียบเป็นวงแหวนจักรวาล ดังนั้นพลังของบ่วงบาศจึงหมายถึงพลังของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ด้วยรูปงูที่คาบหางกลืนกินร่างกายของตัวเองนั้นเป็นอาถรรพ์อย่างหนึ่งนั่นคือคติของการดับและการเกิดใหม่ได้ด้วยตนเองสิ่งนี้จะเรียกว่าการก่อเกิดก็ได้ เพราะกำหนดมหาวงจรแห่งการกำเนิดได้เองเช่นนี้นาคบาศจึงถือเป็นเทพอาวุธที่มีชีวิตอันอยู่นอกเหนือจากกฎสามัญปกติ เรียกง่ายๆคือเป็นชีวิตที่ไม่ได้มาจากการสร้างของพระเป็นเจ้าเพราะไม่ถูกควบคุมโดยวัฏจักร ไม่ได้อยู่ในกฏไตรลักษณ์ เป็นการเกิดโดยปราศจากผู้ให้กำเนิด ซ้ำคนแต่โบราณยังนับถือตรานาคบาศนี้ว่าเป็นเครื่องหมายแทนองค์สุริยเทพ แทนวงจรความเป็นนิรันดร...แทนโลกแห่งจิตวิญญาณ เป็นของวิเศษอันมีคุณช่วยส่งเสริมแก่นพลังชีวิตของผู้ใช้ให้ไม่มีวันหมดเหมาะแก่การสร้างสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นได้โดยการอิงอาศัยพื้นฐานจากปัจจัยเดิมของตัวเองโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวตนดุจนาคบาศนั้นที่สร้างชีวิตใหม่ขึ้นได้เองโดยการกลืนกินชีวิตเดิม ดังนั้นวงจรนี้จึงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างสมดุลย์ มีจังหวะที่เกิดขึ้นโดยสม่ำเสมอ ดุจงูที่ค่อยๆเขมือบร่างกายตัวเองช้าๆ ไม่ตะกละกินพรวดพราด ซ้ำยังเปรียบได้กับวงจรของกาลเวลาเพราะงูนั้นเคลื่อนที่ดุจการเดินของเข็มนาฬิกาถือเป็นเคล็ดที่แม้แต่คนจีนเองก็ยังชอบและนับถือมาก

    เพราะจังหวะที่สม่ำเสมอนี้จึงสื่อถึงสมดุลยภาพ สมดุลระหว่างข้างบนกับข้างล่างที่ดูราวกับเครื่องหมายอนันต์เช่นนั้นอาถรรพ์ของบ่วงบาศนี้ยังจะช่วยสร้างสมดุลยภาพระหว่างพลังสองสิ่ง(นั่นคือพลังชีวิตของเราที่จะเชื่อมต่อในกิจการที่เรากระทำอยู่ณ.ปัจจุบันเวลานั้นๆ) ด้วยการเคลื่อนตัวโดยการหมุนตัวดุจกงจักรจึงเป็นดั่งเทพอาวุธที่ใช้ทำลายผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย เป็นความตรงกันข้ามที่แฝงไปด้วยความสมดุลย์ พ่ออาจารย์ท่านยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นเมื่อไม่มีก็ต้องได้ ต้องมี โดยไม่สนกฏของพระเป็นเจ้าเช่นนั้น ดังนั้นผู้ที่มีอาถรรพ์แห่งบ่วงบาศนี้ครอบงำอยู่จึงมีปัจจัยให้รอดพ้นจากอำนาจแห่งกรรมอันหนักหนา หรือลิขิตชะตาที่ตายตัว และแม้แต่พลังแห่งวิถีดวงดาวที่กำหนดชะตาได้ ด้วยเป็นมหาวงจรที่ไม่เกื้อหนุนโดยกฏไตรลักษณ์ดังนั้นบ่วงบาศนี้พ่ออาจารย์ท่านจึงว่ามันมีพลังพิศดารมากนัก เพราะสิ่งนี้คือพลังแห่งการกลับคืนสู่นิรันดร์(ช่วยให้คนใช้เดินไปได้สุด,ไปสู่จุดสูงสุด) ทั้งเป็นการเริ่มต้นในความสิ้นสุด(แม้วิบัติถึงขั้นเสียหายก็มีโอกาสเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ) ทั้งยังเป็นเครื่องหมายของการเกิดใหม่มิรู้จบดั่งงูที่เกิดดับไปเรื่อยๆ(ไม่ว่าจะทำอะไร ทำกี่อย่างก็แจ้งเกิดขึ้นได้ทุกอย่าง) นี่จึงเป็นมากกว่านาคบาศก์และเป็นมายามิติที่เป็นเอกเทศ ไม่ได้จำกัดว่านี่เป็นพญานาคนะคนที่บูชาครุฑจะใช้ไม่ได้ เพราะนี่เป็นมหาสัญลักษณ์ที่เรียกว่าตราบใดที่ชีวิตยังมีพลังงานอยู่ย่อมใช้ได้เสมอกัน และสัญลักษณ์นั้นยังมีอำนาจมากพอที่จะปราบเทพเดรัจฉานอย่างครุฑลงได้

    อาถรรพ์พลิกชีวิตคน
    เพราะเหตุใดบ่วงบาศนี้ที่แม้แต่ครูบาอาจารย์และผู้เข้มขลังขมังเวทย์ในคาถาอาคมและพลังจิตทั้งหลายยังต้องเสาะหามาพกติดตัวกันนับแต่อดีตจนปัจจุบัน พ่ออาจารย์ท่านว่านั่นคือพลังแห่งการกลืนกิน กับพลังของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อยู่ในกฏของไตรลักษณ์นั่นแหละที่ผู้มีจิตอัศจรรย์แล้วทั้งหลายยังต้องการ ด้วยทุกสิ่งนั้นล้วนอยู่ในวัฏจักรแม้จะทรงวิชาหรือมีอำนาจจิตแรงกล้าสักปานใดก็หนีไม่พ้นข้อนี้ ดังนั้นครูบาอาจารย์จึงมักจะบอกกับศิษย์ที่เรียนวิชาสำเร็จแล้ว หรือแม้แต่สหธรรมิกที่หวังดีต่อกันยังแนะนำในช่วงที่สหายนั้นเจอวิกฤติหรือหาทางออกไม่ได้ให้เสาะหานาคบาศนี้มาใช้ติดตัว ด้วยนาคบาศนั้นจะยังผลพลิกชีวิตผู้บูชาได้นั่นเอง เพราะอาถรรพ์แห่งการกลืนกินและเปลี่ยนแปลงวงจรชีวิตนั้น ถือได้ว่าเป็นยอดอาถรรพ์ที่จะทำให้มนุษย์ใช้ชีวิตได้ง่ายมากขึ้น พ่ออาจารย์ท่านยกตัวอย่างบ่อนใหญ่ๆในประเทศจีน ประเทศเขมรว่าเขาจะหางูกินหาง คืองูสองตัวกินกันจริงๆซึ่งหายากมากแล้วฝังกลบไว้ในบ่อน เมื่อเราเข้าไปในบ่อนก็จะเป็นอาถรรพ์ให้โดนกลืนกินอยู่ตลอดเวลา คนที่เข้ามาเล่นจึงเปรียบเสมือนเป็นเหยื่อ เจ้าของบ่อนที่จะกินเขาได้อยู่ตลอดเวลาและกินอย่างสม่ำเสมอ ในทางกลับกันหากเรามีนาคบาศนี้ติดตัวและเข้าไปในบ่อนก็จะล้างอาถรรพณ์ได้ทั้งหมดเช่นกัน ดังนันผู้ที่มีนาคบาศจึงยืนอยู่เหนือกฏด้วยการเป็นผู้กลืนกินได้ตลอดเวลา ทำอะไรก็กินคนอื่นเขาหมดเมื่อเรามีนาคบาศนี้ติดตัว แม้อยากให้เป็นอาถรรพ์ก็ให้เอานาคบาศไปฝังไว้ที่ธรณีประตูให้คนที่เดินข้ามไปมานั้นต้องอาถรรพ์เมื่อเข้าสถานที่เราก็ได้ จะเอาไปฝังหรือกลบก็ได้ทั้งในบ้านหรือในห้องเราก็ตามเป็นการล้างอาถรรพ์ผู้ที่เดินเข้ามาสู่ที่ของเรา แม้เขามีของดีอะไรก็แน่ใจได้ว่าจะต้องโดนกินอย่างแน่นอน ในกรณีที่สถานที่นั้นก่อสร้างไปแล้วไม่สามารถฝังหรือทำอาถรรพ์ได้ตามวิธีนี้ก็ให้แขวนไว้ด้านบนเพื่อให้คนเดินลอดเช่นนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าก็ใช้ได้ดุจเดียวกันพกไว้กับตัวเราก็กินเขา เข้ามาในที่ของเรา เขาก็เสร็จเรา เอาว่ายังไงก็ได้กิน จะใช้ทำการค้า ทำธุรกิจหรือใช้ทางกามคุณก็ขึ้นอยู่กับแนวทางการขวนขวายของผู้บูชา

    เมื่อพ่ออาจารย์ท่านจะทำนาคบาศเนื้อผงนั้นท่านว่าถ้าจะทำเพียงเอารูปลักษณ์อย่างง่ายๆขอไปทีเช่นสมัยนี้นิยมทำกันย่อมทำได้ไม่ยากเลย แต่หากจะทำให้มีพลังงานยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงแล้วนั่นย่อมเป็นอีกเรื่องหนึ่งเพราะการหามวลสารต่างๆนั้น บางอย่างทั้งชีวิตของการเดินป่าหาของอาถรรพ์ก็ไม่สามารถหาได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าตัวท่านนั้นยังดีที่ได้ของตกทอดมากจากครูบาอาจารย์อยู่บ้างจึงสร้างขึ้นมาได้ไม่ยากนัก สิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ
    - สังขารพญานาค
    - ซากไข่พญานาค
    - ก้อนแป้งผัดหน้านางนาคกัลยา
    ท่านว่าของเหล่านี้ต้องมีให้ครบสูตรนำมาผสมกับน้ำมันนาคสังวาสจึงจะใช้ได้ นอกจากนี้พ่ออาจารย์ท่านยังได้เพิ่มอาถรรพ์แห่งคุณวิชาด้วยการลบถมผงนาคเกี้ยวทุกตระกูลที่มีอานุภาพมากเข้าไปด้วย,ซ้ำยังใช้มวลสารธาตุกายสิทธิ์,ดินแม่น้ำโขง,หินนาคราช,หินแม่น้ำโขง,เหล็กไหลพญานาค,แร่สะเก็ดดาว,ผงยันต์วะพันตัว,ผงวาสนา,ผงนาคบาศ,ผงนาคสวาท,ผงนาคเกี้ยวชู้,ผงกำลังนาคแสนตน,ผงอิทธิเจ,ผงนะปัดตลอด,ผงมหาเศรษฐี ,ผงมหาลาภ,ผงพระเจ้าเงินตรา,ผงวิชาเทพเจ้าแห่งการพนัน,ผงวิชาเสี่ยงดวง,ว่านมหาลาภ,ว่านนาคราช... พ่ออาจารย์ท่านว่าผงวิเศษแต่ละอย่างนั้นย่อมมีคุณใช้ได้นับพันนับหมื่นช่อง และเมื่อผสมผงนั้นครูเทพครูพรหมทั้งหลายท่านยังช่วยกันใช้อำนาจส่งต่อพลังงานการหมุนวนเป็นวงจรมหาวัฏฏะอย่างมีนัยยะพ่ออาจารย์ท่านว่าเหล่าครูท่านช่วยทำให้ด้วยความเมตตาเพื่อให้พลังนั้นหมุนวนถ่ายเทได้ไม่มีจุดสิ้นสุด

    เมื่อสำเร็จแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าการเสกนั้นต้องชุมนุมพญานาคทุกตระกูลให้มาคายยอดพิษของตนเอาไว้นับจำนวนแสนๆโกฏิและต้องชุมนุมเหล่ามหาเทพ มหาพรหมให้มาช่วยกันสร้างและสำเร็จนาคบาศนี้ให้ได้คูรสูงสุดอย่างแท้จริง ด้วยแต่โบราณเชื่อสืบกันมาว่าหากทำสำเร็จแล้วมีอาถรรพ์ต้องตำราแม้ผู้ใดได้ไว้ในครอบครองหรือมีไว้พกพา ก็จะช่วยให้มีกินมีใช้ไม่มีอดตลอดทั้งปีทั้งชาติ เป็นของวิเศษนำพาให้บังเกิดโชคบังเกิดลาภแก่ผู้ครอบครอง และยังใช้ป้องกันเขี้ยวงาได้ทั้งบ่วงนาคบาศยังจะช่วยปกป้องคุ้มครองภัยทั้งหลาย(ภัยพิบัติ) และยังเป็นสิ่งที่จะช่วยปราบมารทั้งหลายที่มาราวีชีวิตเราให้อ่อนกำลังลงด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าใครพกไว้ย่อมมีกินไม่รู้หมดสิ้นดั่งงูที่กินหางและเมื่อใดที่มันกินไปจนถึงหัว มันก็จะคลายลำตัวออกมาแล้วก็จะกลืนกินกันไปอยู่อย่างนั้นเป็นวงจรอนันต์ไม่รู้จบ

    ดั่งนาคบาศหรือศรของอินทรชิตที่ได้จากพระพรหมเมื่อยิงไปก็จะเป็นงูรัดศัตรูบีบคั้นไว้จนสิ้นใจ ดังนั้นบ่วงบาศนี้จึงได้ชื่อว่าบ่วงผูกมัดเพราะใช้จับอะไรก็ได้ไม่มีวันหลุด ต่อให้เป็นสิ่งสูงศักดิ์ล้ำค่าชนิดเห็นหัวไม่เห็นหางเช่นครุฑหรือกินนรีนาคบาศนี้ก็ยังจับได้(พ่ออาจารย์ท่านว่าจับได้ทุกอย่างไม่หลุดมือจิตดีๆก็อธิษฐานเอาเลยว่าจะจับอะไร จะใช้กับงาน ใช้กับตำแหน่ง ใช้กับหัวหน้า คู่ทำการค้า ใช้กับเพศตรงข้ามย่อมได้ทั้งสิ้น)เป็นบ่วงเชือกที่แข็งแรงที่สุด แม้พญาครุฑเจ้าแห่งนกก็ยังกลัวบ่วงนาคบาศนี้เช่นกัน พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าเอาตามครูบอกคือสามารถชนะทุกอย่างหรือชนะหมด จะใช้ทำน้ำมนต์เสริมดวง ป้องกันภูติผีและคุณไสย เป็นเมตตามหานิยมแคล้วคลาดปลอดภัย ค้าขายดีมีกินไม่มีอด ใช้ในการการเสี่ยงโชค มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม ท่านว่าถ้ามองในแง่เครื่องรางก็มีอาถรรพ์ครบทุกด้านตั้งแต่คุ้มครองป้องกัน ล้างอาถรรพ์ จับมัดวิญญาณร้าย มัดใจ ผูกจิต ไปจนกระทั่งโชคลาภมหานิยม แต่ที่นอกเหนือจากผู้ทรงฌาณหรือทรงวิทยาคมมักจะแสวงหากันแล้วแม้คหบดี พ่อค้า หรือผู้ปรารถนาความเจริญก้าวหน้าในกิจการก็ยังมักแสวงหาบ่วงบาศนี้เช่นกันเพราะรู้ว่ามันเป็นของกินบ่เซี่ยง กินไม่หมด อยากได้อะไรก็รวบก็รัดได้รุนแรง จึงมีความเชื่อกันด้วยเรื่องอิทธิพลของการผูกมัด มัดจิต มัดใจเพศตรงข้าม เพศเดียวกัน คนที่เราชอบ ไม่จำเพาะศัตรู แม้แต่ภูตผีปีศาจ ศัตรูเรา ลูกค้า คนที่มาเล่นการพนัน นาคบาศสามารถผูกมัดได้หมด

    ถ้าบูชาด้วยความเคารพจักชุ่มเย็นเปรียบเหมือนมีพญานาคมาอยู่ด้วย ทำอะไรก็ไม่มีเสียมีแต่ได้ตลอดทุกครา..ทั้งบ่วงบาศนี้ยังใช้เชื่อมต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ นาคบาศที่มีคุณอย่างแท้จริงนั้นได้มาครอบครองไม่ง่ายเลย ในอดีตจึงนับเป็นสิ่งล้ำค่าที่บุคคลผู้ใฝ่หาและแย่งชิงกันถึงขนาดฆ่าฟันกันเลยก็มี แม้หลวงปู่ศุขแห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่าอาจารย์ของเสด็จเตี่ยก็ยังบ่วงนาคบาศไว้ครอบครอง พ่ออาจารย์ท่านว่าสมัยนี้แล้วคงจะไม่ได้รบราฆ่าฟันกับใคร ดังนั้นจึงทำให้ไว้ป้องกันตัว ให้อธิษฐานคล้องบ่วงรวบรัดในสิ่งที่เราต้องการ ในสิ่งที่เราปรารถนาให้เอาไปใช้เกิดความชุ่มเย็น สงบสุข กินไม่หมด..แม้ใครกล้ามาต่อกรเราก็ต้องแพ้ทั้งหมด ผู้ถือบ่วงจะต้องชนะทุกสิ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าบ่วงบาศนี้ปกติจะมีอยู่หลายระดับและมีแต่พญานาคระดับนาคราชขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีบารมีใช้บ่วงนาคบาศได้ ท่านว่าหนนี้เราทำเป็นเนื้อผงให้เต็มสูตรไว้หนเดียวเพื่อหมายใจจะให้คนใช้เอาไว้ใช้กินเงิน กินทอง กินโชค กินลาภมาแก่ผู้ครอบครองเป็นคลังสมบัติ ใช้ให้ทรัพย์สินงอกเงย หากเอาใส่ไว้ในที่เก็บทรัพย์ก็จะป้องกันทรัพย์สินไหลออก และสำหรับผู้ที่ชอบเสี่ยงโชคก็ขอให้เขาชนะทุกอย่าง ..เอาแค่นี้ก็มีชีวิตดีขึ้นแล้ว

    พ่ออาจารย์ท่านว่าให้พกติดตัวโดยทำเป็นพวงกุญแจหรือจะนำขึ้นแขวนคอก็ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะพวกที่อยู่ในสถานที่ซึ่งมีอาถรรพ์ เรียกว่าชีวิตต้องอาถรรพ์ก็ดีหรือที่อยู่ที่ทำกินต้องอาถรรพ์ก็ดีทั้งบ้านติดทางสามแพร่ง บ้านที่อยู่ต่ำกว่าถนน บ้านที่อยู่ต่ำกว่าบ้านข้างๆ หรือใครที่โดนข้างบ้านกดขี่ หรือรู้สึกว่าเขาทำพิธี ทำสิ่งใดข่มหรือสะกดเรา ก็ให้เอาบ่วงบาศนี้แขวนไว้หน้าบ้าน หรือบางบ้านมีต้นไม้ใหญ่อยู่หน้าบ้านต้นไม้นั้นข่มบ้านเราหากแขวนนาคบาศไว้ที่หน้าบ้านแม้ต้นไม่นั้นมีภูติผีหรือรุกขเทวดารักษาอยู่เขาก็จะออกไปไม่นานต้นไม้นั้นก็จะตาย ดังนั้นบ่วงนี้จึงใช้แก้อาถรรพ์ได้ทุกประการตามแต่ใจจะปรารถนา ทั้งการพกนาคบาศติดตัวจะช่วยปราบสิ่งที่ไม่ดีต่างๆที่จะมาหาเราได้อีกด้วย

    *** บ่วงบาศนี้ฝังพลอยอธิษฐานสารพัดนึกทุกองค์(คละสี) ด้านหลังฝังตะกรุดนาคบาศที่พ่ออาจารย์ท่านลงวิชากำกับไว้ทุกดอก

    คาถาบูชา
    โอม เอหิ พญานาคะสุปัณณานัง สิทธิชะนาจิตตัง อุมะอะ โชคลาภจงบังเกิด (ใช้เสี่ยงโชค)
    โอม เอหิ พญานาคะสุปัณณานัง พุทโธภะคะวา พุทธังสิทธิชะนาจิตตัง ธัมมังสิทธิชะนาจิตตัง สังฆังสิทธิชะนาจิตตัง อิติปิโสภะคะวา พุทธมัดใจ โมเรียกมา บ่วงทัพพะนาคา เยติ โอมประสิทธิเม (ใช้ทางเมตตามหาเสน่ห์ เรียกคู่)
    โอม เอหิ พญานาคะสุปัณณานัง สิทธิชะนาจิตตัง อิติปิโสภะคะวา พุทธังปิด ธัมมังปิด สังฆังปิด มะอุอะ (กันผี กันภัย)

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 เมษายน 2020
  7. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    เหรียญหล่อจิ๋วแม่ย่าเทวดามหาปราบโลก(ชนะชัย ชนะวาสนา ชนะชะตากรรม ศักติมหากาลี)
    ให้บูชา 1000 บาท รวมส่งครับ
    90007682_252125702469953_5597811149539115008_n.jpg
    90434046_249384646060668_9155884043206656000_n.jpg

    กะซิบกันมาหลายคนว่าอยากได้เฉพาะพระแม่กาลี(แม่ย่า) แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าอันนี้องค์จะจิ๋วๆหน่อย เพราะเป็นแม่ย่ารุ่นแรกสุดตั้งแต่พ่ออาจารย์ท่านทำพระสยมพิมพ์ใบมะตูมนับเวลานานปีมาแล้ว ซึ่งแม่ย่าชุดนี้จะเสกเข้มมากๆถึงมากที่สุดและเป็นชุดพิเศษที่ท่านฝังตะกรุดเฉพาะไว้ เอาแค่เสกก็ยาวนานแล้วเต็มสูตร เต็มพิธี เต็มพลังจิตวิญญาณ แต่ขนาดนี่น่ารักกำลังใช้จริงๆ

    แม่ย่ากาลีผู้มีอานุภาพ สำหรับแม่ย่ากาลีนั้นเป็นครูสำคัญของสำนัก ที่พ่ออาจารย์ได้สร้างแบบเป็นทางการและเปิดบารมีไว้เป็นครั้งแรก พระแม่ย่านี้พ่ออาจารย์ท่านมักจะทำพิธีคู่กันกับครูพระสยม โดยเป็นครูทางอิตถีเทวะที่ทรงพลานุภาพแกล้วกล้าดุดันสูงสุดให้คุณได้มากที่สุด

    แม่ย่านั้นมีอานุภาพแรงกล้า ท่านจะคอยปราบปรามสิ่งชั่วร้าย ทุกข์โทษโทสาทั้งหลายเข้าไม่ถึงตัว ด้วยแม่ย่านั้นเป็นเทวีที่มีอานุภาพสูงสุดทรงไว้ด้วยพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ สามารถขจัดศัตรูตลอดจนทำลายอุปสรรคขัดขวางให้แก่ผู้บูชาได้ ใครโดนกลั่นแกล้งใส่ความ กระทำด้วยทุจริต ชีวิตโดนรังแกไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่อย่างใด ท่านแก้ไขได้หมด หรือแม้แต่คุณไสย ไสยศาสตร์มนตร์ดำชาติไหนภาษาใด พ่ออาจารย์ท่านว่านี่พ่ายแพ้อานุภาพของท่านไม่มีได้กิน ซ้ำยังปรับเสริมแก้ไขอุบาทว์ตัวทุกข์ตัวเคราะห์ตลอดจนสิ่งอัปมงคลทั้งหลายทั้งภายในภายนอกด้วย

    เพราะท่านมีคุณถึงปานนี้ถึงกับว่าผู้บูชานั้นจะไม่เจออุบัติเหตุร้ายแรงสิ่งใดเลยมาแพ้วพาลกับชีวิต จะไม่เจอเหตุที่ทำให้ตื่นตระหนก ไม่พบสาเหตุใดที่นำเราออกจากชีวิตอันสันติและผาสุกจากการครองเรือน นอกจากการกันแก้อาถรรพ์ร้ายล้างบางอวิชชา ให้โทษกับมารยาทุจริต ประทานพลังอำนาจให้กับผู้ทรงธรรมสุจริตแล้ว พระนางยังปรารถนาจะเติมเต็มความรู้สึกรักใคร่ชอบพอของเหล่าผู้ศรัทธาให้สุขสมหวัง

    พ่ออาจารย์ท่านมักจะกล่าวว่าพระนางนั้นให้ค่ากับคำว่าความรักและความรู้สึกมาก มากเกินจะทำความเข้าใจได้ทีเดียว ในทางกลับกัน หากผู้บูชาเข้าใจนัยยะที่แฝงอยู่ในรูปกายอันเสียสละและทรงพลังอำนาจของพระนาง สามารถรักพระนางได้ดุจแม่บังเกิดเกล้า ค่าของความรู้สึกนั้นมันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย สายสัมพันธ์แม่ลูกนั้นมีอานุภาพยิ่งใหญ่ ยิ่งเป็นสายสัมพันธ์ที่มีต่อมหาเทวีอันเป็นร่างจำแลงของฤทธานุภาพสูงสุดในมหาศักติด้วยแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าการได้เป็นลูกท่านและรับการอุ้มชูนั้นถือว่าคุ้มค่าโดยแท้ เพราะแม่ยอมปกป้องลูกเสมอ และแม่ยอมให้ลูกได้ทุกสิ่ง

    กาลี คำๆนี้หากกล่าวเฉยๆ ในความรู้สึกคนฟังนับว่าเลวร้ายนัก ด้วยมีความเข้าใจผิดสืบทอดกันมาเป็นเวลานาน ว่าการบูชาพระนางจะต้องสังเวยด้วยเลือดบ้าง ต้องใช้เลือดสาวพรหมจรรย์บ้าง ก็สุดแท้แต่จะเชื่อตามลัทธินิกายใด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้มีการสังเวยพระนางด้วยชีวิตมนุษย์มายาวนานนับร้อยนับพันปี ซ้ำยังมีความเข้าใจว่าพระนางนั้นเป็นเทพเจ้าแห่งอำนาจมืดและความชั่วร้ายต่างๆ เพราะว่ารูปลักษณะของพระนางนั้นดูอย่างไรก็แตกต่างจากมหาเทวีทั่วไปอย่างพระลักษมี พระสุรัสวดีเป็นอาทิ ด้วยว่ามีรูปลักษณะเช่นนั้น คนจึงยิ่งเข้าใจว่าพระนางเป็นเทพแห่งไสยศาสตร์มนต์ดำ ตันตระ ความมืดอำนาจมืดต่างๆ เสริมให้คนที่เป็นศิษย์คิดบูชานิยมกันอยู่ในซ่องโจรบ้าง พวกที่ประกอบกรรมทำชั่วต่างๆบ้างๆ พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าคนที่ทำผิดคิดอุบาทว์ ไปบูชาแม่ย่า สุดท้ายไม่มีตายดีกันซักคน ทั้งนี้เพราะเหตุผลสองประการ หนึ่งคือเพราะท่านไม่ใช่ สองคือเพราะท่านไม่ชอบ ไม่ใช่ในที่นี้หมายถึง ไม่ใช่ตัวตนในรูปแบบที่ความรู้สึกมนุษย์เข้าใจและพยายามจะให้ท่านเป็น ไม่ชอบคือ ท่านไม่ชอบคนใจบาปหยาบช้ากระทำการอกุศล ดังนั้นแม่ย่าจึงเป็นมหาเทวีที่จะเข้าถึงได้ด้วยความเพียร ความศรัทธา ตลอดจนคุณธรรมความดีเฉกเช่นเทวะพระองค์อื่น

    ด้วยว่าพระพิมพ์นี้เป็นการประดิษฐานรูปครูสำคัญไว้โดยเฉพาะแม่ย่ากาลีนั้น ที่พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจสร้างเพราะท่านอยากให้ทุกคนสุขสมหวังไม่ว่าจะในเรื่องใดก็ตาม ให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้กลับเป็นไปได้ อย่างเช่นเรื่องความรักของแม่ย่า* สำหรับแม่ย่านี้พ่ออาจารย์ได้แยกมาประกอบพิธีบูชาอัญเชิญปลุกเสกให้พระรูปมีภูติพระเจ้าของพระนางกาลีสถิตย์ทุกองค์ ท่านว่าแม่ย่านี้มีอาถรรพ์สูงมีความรักความเป็นห่วงลูกหลานอย่างจริงใจและรุนแรง ให้คุณมาก ให้ผู้บูชาอาราธนาบูชาด้วยความรักและจะเห็นเองว่าแม่รักลูกเป็นอย่างไร

    พ่ออาจารย์ท่านเสกไว้ครบ มีเทวานุภาพเด่นทางด้านข่มสะกด ปราบไพรี สะกดเภทภัย พ่ออาจารย์ท่านว่าแม่ย่านี้สำหรับศิษย์ที่ศรัทธาและยึดถือท่านเป็นที่พึ่งแล้ว ท่านมักจะประทานพรด้วยอำนาจอันไม่อาจยับยั้งเรียกว่าเป็นแม่ผู้ให้ชนิดไม่ลืมหูลืมตาก็ว่าได้ ด้วยหากผู้ใดบูชาจนพระนางพอพระทัยท่านก็มักจะประทานพรชนิดลืมตัวและให้ผลไวกว่าการบูชาเทพองค์ใดเพราะแม่ย่าเป็นลักษณะอำนาจของการปลดปล่อยผู้มีศรัทธาออกจากความเลวร้ายทั้งปวง เป็นอำนาจแห่งการปกป้องในฐานะแม่ที่แสดงออกมาอย่างเกรี้ยวกราดซึ่งอยู่เหนือเหตุผล กฏเกณฑ์วัฏจักรและอำนาจความสมดุลทั้งหลาย พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าท่านเชื่อว่ามนุษย์ทุกวันนี้หลายคนมีชีวิตที่เรียกว่าทุกข์จนเสียสมดุลไปแล้ว เจอเรื่องหนักๆ เจอสิ่งเร้า เจออุปสรรคใหญ่ๆที่สู้ชีวิตต่อไปไม่ไหว สำหรับยุคแปดในปัจจุบันซึ่งมีภัยพิบัติและภยันอันตรายต่างๆมากมายรวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในปัจจุบัน ท่านว่าต้องใช้แม่ย่านี่แหละ ขอให้ท่านผลักดันเราให้พ้นจากสภาวการณ์เลวร้ายต่างๆด้วยอำนาจเกรี้ยวกราดของผู้เป็นมารดาเท่านั้น




    โดยปกติเครื่องรางเกี่ยวกับพระแม่ย่านี้ พ่ออาจารย์ท่านจะไม่ได้ออกให้ใครบูชาเท่าไหร่ จะมีบ้างก็เฉพาะคนที่ถามกันเข้ามาหรือแจ้งความประสงค์ว่าอยากได้ไว้เคารพสักการะจริงๆท่านก็จะลงตะกรุดขอบารมีแม่ย่าให้สมัยก่อน ซึ่งตะกรุดแม่ย่ากาลีนี้เป็นตะกรุดที่ก่อประสบการณ์มาก ที่ว่ามากนั้นเพราะเล่ากันสามวันก็ไม่จบ โดยผู้ที่ได้รับไปก็นำไปบอกกล่าวกันต่อ มาขอให้ท่านทำเพิ่มบ้าง ให้ญาติพี่น้องบ้างกระจายกันไปทั่ว เค้าไม่ได้เข้าใจเลยว่าท่านทำให้เฉพาะกิจ แต่ด้วยความเมตตาพอใครขอมาก็สนองตอบทำให้เขาไป จนในที่สุดบางท่านถึงกับจองบูชากันมาเป็นร้อยดอก ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบพ่ออาจารย์ท่านจึงหยุดลงตะกรุดแม่ย่าเสียแต่นั้นมา แม้ใครถามท่านก็ไม่เคยทำอีก และไม่เคยตอบรับใดๆ ซึ่งก็น่าแปลกใจว่าแม้เพียงตะกรุดยังขลังถึงปานนี้

    ดังนั้นเมื่อท่านทำตะกรุดแม่ย่าให้ใครไปใช้ในยุคก่อน ท่านจะย้ำสั้นๆด้วยคำว่า"รัก"เสมอ แม่ย่าของท่านไม่ต้องเซ่นด้วยเลือด ไม่ต้องถวายอามิสสินจ้างใดๆ เพียงแต่ให้ความรู้สึกรักเท่านั้น เพราะในปางนี้สิ่งที่ท่านขาดจากพระสวามีก็คือความรัก เรียกว่าถวายใจ มีสายสัมพันธ์ มีความรักคให้ท่าน ท่านก็จะหยิบยื่นพลังชีวิตและความปรารถนาดีให้แก่เรา ง่ายๆเพียงเท่านี้ แม้ท่านจะไม่ได้บอกกล่าวอย่างละเอียดแต่ก็มีประสบการณ์เข้ามามากมายเกินคำว่าปาฏิหาริย์ มากจนกระทั่งบางครั้งคนเดียวขอบูชาร้อยดอกบ้าง สี่สิบดอกบ้างก็มี สำหรับผู้ศรัทธาในสายแม่ย่ากาลี จนพ่ออาจารย์ท่านต้องหยุดทำ

    หนนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่พ่ออาจารย์ท่านนำพระแม่กาลีรุ่นแรกที่ท่านเสกเก็บไว้อย่างยาวนานตั้งแต่พิธีสมัยพระจันทรโมเลศวร(พระสยมใบมะตูม) ซ้ำยังเป็นชุดพิเศษที่ท่านทำไว้ด้วยการฝังตะกรุดมนต์เฉพาะบทพิเศษของพระแม่ ซึ่งตะกรุดนี้ก็คือตะกรุดที่ท่านเลิกทำไปแล้ว เป็นตะกรุดที่ก่อประสบการณ์มาก เป็นตะกรุดในสายบารมีพระแม่ที่จะหาใครทำเสมอเหมือนได้เป็นไม่มีอย่างแน่นอน เป็นเป็นตะกรุดแห่งความรัก ความห่วงหาอาทร ความปราถนาดีและสายสัมพันธ์ระหว่างมารดาที่จะมีเกิดขึ้นแก่บุตร พ่ออาจารย์ท่านจึงเน้นย้ำก่อนออกให้บูชาว่า "ชุดนี้จะเป็นชุดประสบการณ์ เพราะคนที่เอาไปแขวนคอเขาจะพบเจอสัมผัสลี้ลับ ด้วยเจตน์จำนงค์ของพระผู้เป็นเจ้า เขาจะได้ดีเพียงไหนอันนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเขาแล้ว ว่าเขาจะรักและให้ค่าทางความรู้สึกและจิตวิญญาณกับคำว่าแม่ได้มากมายเท่าไหร่ เราบอกได้แค่ว่าให้รักท่านเหมือนแม่แท้ๆ เดี๋ยวจะสนิทกันเอง อะไรก็ล้วนจะดีไปหมด จะเจริญก้าวหน้าง่าย ชีวิตมีโชคอย่างง่ายๆ จะมีความรักง่ายๆ เปลี่ยนผันศัตรูเป็นมิตรได้ง่ายๆ... พ่ออาจารย์ท่านว่ายิ่งรักกันมากอะไรมันก็ง่ายถึงปานนั้น เพราะไม่มีหรอกซักเรื่องที่แม่จะไม่เดือดร้อนแทนลูก"

    แม่ย่ารุ่นนี้พ่ออาจารย์ท่านทำให้มีขนาดเล็กสวยงามห้อยกำลังดีเป็นศิลปะแบบชาวบ้าน สวยมีเสน่ห์คลาสสิคแบบงานโบราณที่ของใหม่ๆจะทำไม่ได้ ซึ่งองค์พระนั้นก็จะมีขนาดจิ๋วๆเพียงใหญ่กว่าพระนาคปรกใบมะขามไม่มาก ท่านว่าเล็กพริกขี้หนู เพราะมีบารมีเต็ม และเราเชิญท่านมาทำให้เองเสกกันจนอัดไม่เข้าแล้ว ท่านว่าใครเอาไปเพียงแค่ห้อยเฉยๆอำนาจบารมีแม่ย่าเขาก็จับตัว สัมผัสกายพร้อมที่จะปกปักรักษาแล้ว รุ่นนี้ท่านจึงเน้นตลอดว่าใช้งาย ถ้าเป็นคนมีหัวใจ รักแม่เป็นนี่ใช้ได้เลย

    คาถาบูชา
    โอม ชยะตีมหากาลี ชยะตีอาธยะกาลีมาตา ชยะรูปะประจัญทิกา มหากาลิกะเทวี ชยะตีรักตาสะนะ เราทะระมุขี รุทะรานี อริ โศนิตขะไประ ภะระนี ขัททะคะ ธรณี ศุจี ปาณนี ฯ


    เหรียญรุ่นนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเราเน้นเป็นพิเศษ ด้วยเป็นอำนาจแห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของแม่ย่าท่าน ดังนั้นคนใช้จึงแพ้ไม่เป็น ด้วยแรงครูหนุนนำคุ้มเกล้าคุ้มเกศไปแข่งอะไรใครเขาก็ชนะหมด ไอ้ความเชื่อที่ว่าตัวเราต่ำต้อยแข่งกะใครเขาก็ย่อยยับ เพราะแข่งเรือแข่งพายมันแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนาย่อมแข่งกันไม่ได้แบบนั้น ท่านว่าตัดทิ้งมันไปได้เลยเพราะวาสนาของแม่ย่านี้ ใครก็มาแข่งกับท่านไม่ได้ ชนะโลก ชนะอสูร ชนะเทวดา เมื่อท่านคุ้มเราท่านก็จะดลให้คนใช้มีแต่คำว่าชนะๆๆ ชนะโชค ชนะชัย ชนะไพรี ชนะวาสนา ชนะชะตากรรม และเมื่อเป็นลูกแม่ย่าแล้วก็ต้องชนะอย่างราบคาบเท่านั้น

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 เมษายน 2020
  8. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    พระเจ้าสัวทรงเรือจ้างอุดมลาภแหวกม่านรอดทุกข์ (เงินเต็มมือ)
    ให้บูชา 3100 บาท รวมส่งครับ
    90356844_239348127459627_4716271448497324032_n.jpg
    90466090_204882630786100_4367282673975033856_n.jpg

    พ่ออาจารย์ท่านได้ดำริสร้างพระเจ้าสัวในบารมีหลวงพ่อปานท่านไว้รุ่นหนึ่ง ท่านว่าสายบารมีของหลวงพ่อท่านนั้นดีด้านหากิน หนุนคนที่ประกอบอาชีพต่างๆได้ทุกอาชีพอย่างน่าอัศจรรย์ พ่ออาจารย์ท่านจึงมีดำริที่จะเอาชนวนมวลสารสำคัญต่างๆที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อปานซึ่งท่านได้รวบรวมไว้ยาวนานแล้ว นำมาสร้างพระบูชาครูให้คนที่ประกอบอาชีพทำมาหากินฝืดเคืองได้บูชา

    พระเจ้าสัวนี้เป็นองค์จำลองขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นสรรเพชุดาญาณ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นกำลังที่มีครบทั้วบริสุทธิคุณ พระปัญญาคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ทั้งยังเป็นคลังแห่งโภคทรัพย์ที่จักไหลมาจากจตุรทิศด้วยทรงเป็นประธานแห่งอริยทรัพย์ทั้งภายในและภายนอก พ่ออาจารย์นั้นแต่เดิมตั้งใจจะทำพระเจ้าสัวเพชรกลับ ท่านจึงเริ่มแกะแม่พิมพ์ตามความตั้งใจของท่าน แต่ท่านว่าแกะออกมาอย่างไรก็กลายเป็นมารวิชัยไปดื้อๆซะอย่างนั้นไม่ใช่เพรชกลับแต่อย่างใด ท่านจึงเริ่มแกะใหม่พอเสร็จออกมาก็เป็นมารวิชัยอีก ถึงขนาดในครั้งที่สามท่านวาดแม่พิมพ์ไว้คร่าวๆและแกะด้วยมือท่านเองก็ยังแกะออกมาเป็นมารวิชัย พ่ออาจารย์ท่านเห็นอัศจรรย์ถึงสามครั้งสามหน ท่านจึงประหลาดใจและสอบถามกับหลวงปู่ปานในขณะนั้นว่าทำไมทำออกมาได้อย่างนี้ไม่ตรงกับความตั้งใจของท่าน

    ซึ่งหลวงปู่ท่านก็เมตตาบอกให้แจ้งแก่ใจว่า " จะทำพระให้คนเขารวย ก็พระแบบนั้นพระกลับพระพลิกชีวิตคนก็มีถมไปแล้วไม่ใช่หรือ สมัยนี้จะเอาอะไรไปพลิกให้เขารวยได้อย่างไร... ก็สมัยนี้มารมันเยอะ ก่อนจะรวยก็ต้องผจญมารก่อน เช่นนั้นก็ต้องชนะมาร ข่มมารได้เรื่องรวยถึงไม่ใช่ปัญหา หากชนะไม่ได้ก็จะตายเพราะมารแล้วจะเอาอะไรไปรวยไปมั่งมี " อุปมาดังพระบรมศาสดาเมื่อท่านบำเพ็ญบารมีทั้งสี่อสงไขยกำไรแสนกัลป์นานแสนนานนับประมาณไม่ได้ทรงบรรลุอภิเษกสัมโพธิณาณเป็นพระบรมศาสดาผู้เลิศกว่ามนุษย์ เทวดา มาร พรหม ไม่มีใครเสมอเหมือน ก็ท่านผ่านอุปสรรคและชนะมารทั้งหมดทั้งสิ้นฉันใด การอัญเชิญพระพุทธบารมีของพระองค์ในลักษณะชนะมารก็ย่อมแหวกม่านพ้นจากปัญหาเหนือจากอุปสรรคทั้งปวงเช่นนั้น ย่อมมีพลานุภาพให้ปัญหา อุปสรรค หรือตัวมารของเราเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ให้เรามีชัย ให้เราชนะ ให้มารอันตรธานหายหมดไปฉันนั้น

    เมื่อเข้าใจเช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงใช้แม่พิมพ์เจ้าสัวมารวิชัยนี้โดยทำตามคำชี้แนะเพิ่มเติมของหลวงพ่อปานท่าน คือให้พ่ออาจารย์ท่านทำพระเจ้าสัวทรงเรือจ้างพิมพ์แหวกม่าน ด้วยว่าพระเจ้าทรงเรือจ้างหรือนั่งไปในพาหนะนี้ ท่านว่าดุจชีวิตคนที่ว่ายอยู่ในกระแสธารแห่งสังสารวัฏ มีทั้งคลื่นทั้งลมต้องใช้กำลังทั้งหมดฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากกว่าจะไปหาที่เกาะที่ยึดได้ซักสิ่งหนึ่งก็ดิ้นรนกันแทบตาย ท่านว่าระหว่างคนที่ใช้แต่กำลังว่ายไปกับคนที่ไม่ต้องออกแรงมาก นั่งเฉยๆแต่ก็ไปถึงไว อย่างไหนดีกว่ากันก็คิดดู ให้พิจารณากันเอาเองว่าชีวิตทุกวันนี้ตัวเองเป็นประเภทไหน เป็นคนนั่งเรือ หรือคนแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรที่ต้องใช้ทั้งกำลังและความคิดสติปัญญามากกว่าคนอื่นเขา เข้าทำนองว่าไปถึงก็ช้าซ้ำใช้กำลังไปทั้งตัวจนเหนื่อยเจียนตาย ซ้ำบางทีก็อาจไปไม่ถึง

    ซ้ำหลวงพ่อปานท่านยังเปรียบเป็นเช่นพ่อแม่ครูอาจารย์ เป็นครู เป็นเสมือนเรือจ้างที่จะดูแลให้ชีวิตของลูกก้าวหน้าโดยไม่ย่อท้อ พ่ออาจารย์ท่านว่าน้ำใจของหลวงพ่อท่านเต็มเปี่ยมดุจเรือจ้างแหวกวังวนทะเลทุกข์แม้จะเจอปัญหาหรืออุปสรรคใดท่านก็ไม่เคยหยุดความตั้งใจที่จะส่งศิษย์ให้ถึงฝั่ง ด้วยท่านเปรียบดั่งครู เป็นดั่งเรือจ้างที่ต้องส่งเราผ่านม่านหมอก แหวกทุกข์โศก ส่งขึ้นให้ถึงฝั่งถึงความสำเร็จเช่นนั้น นี่จึงเป็นพลังแฝงอันแท้จริงของพระพิมพ์เจ้าสัวรูปนี้

    พ่ออาจารย์ท่านได้ใช้ดินท้องพระคลังพระเจ้าพิมพิสารที่ท่านได้รวบรวมไว้ด้วยถือเป็นมงคลเสมือนเป็นกระแสแห่งกำลังของคลังจักรพรรดิ ท่านว่าดินนี่อยู่ที่ไหนก็เรียกสมบัติได้เต็มท้องพระคลัง ท่านนำดินสำคัญมาเข้ากับผงวิเศษทั้งห้าและผงจินดามณีปั้นเป็นแท่งชอล์ก ก่อนจะนำมาลบถมผงวิเศษอีกหลายประการตั้งแต่ เศรษฐีนวโกฏิ ยอดเศรษฐี สุริยันทอแสง โภคทรัพย์จินดามณี ธนทรัพย์เก้าฤกษ์ หงส์คาบทรัพย์ มอญแปลงหาทรัพย์ ครุฑตะปปเหยื่อ ปัจเจกโพธิ์ พระเจ้าขอลาภ บุญญานุภาพพระสีวลี ซึ่งผงต่างๆเหล่านี้พ่ออาจารย์ท่านเน้นถึงความสำคัญอย่างมากเมื่อทำก็ต้องทำในเศรษฐีโยค เทวีฤกษ์ ภูมิปาโลฤกษ์ เป็นต้น เพื่อให้เป็นผงสำเร็จไม่มีอัปมงคลใดแฝงอยู่

    ท่านว่าผงบางตัวนี่แรงมาก ผงหลายๆตัวนี่ถ้าไม่ใช่สร้างพระเพื่อตั้งใจเรียกเงินเข้ามือคนท่านจะไม่ทำเลย อย่างเช่น
    - ผงยอดเศรษฐี นี่จะเรียกว่าโคตรเศรษฐีก็ได้ผงนี้ใครได้ไว้ท่านว่าทำอะไรไม่มีสะดุดเลย ด้วยเทวดาท่านแปลงมารักษาทุกอณูผงหากตั้งใจทำมาหากินแม้คำว่าเศรษฐีหรือมหาเศรษฐีก็ยังถือว่าน้อยไปพ่ออาจารย์ท่านว่าต้องได้เป็นถึงยอดถึงโคตรเช่นนั้นพูดอีกทางนึงคือเป็นที่สุดนั่นเอง
    - ผงสุริยันทอแสง ท่านว่าผงนี้สำคัญอุปมาเหมือนดวงอาทิตย์ ตราบใดที่โลกยังต้องแสงอาทิตย์ หรือตราบใดที่แหงนหน้ามองฟ้ายังเห็นแสงอาทิตย์ ท่านว่าตราบนั้นคนที่มีผงนี้อยู่จะตกอับอาภัพโชคไม่ได้เลย เมื่อแสงตะวันยังอยู่ฉันใดเราจะรุ่งเรือง รุ่งโรจน์ เจริญก้าวหน้าเช่นนั้น เสมอ ดุจว่าพระอาทิตย์ยังอยู่ยันต์นี้ผงนี้ก็ยังขลังตลอดไป คนที่ถือผงไว้จะหาความตกต่ำย่ำแย่ลำบากไม่ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าปกติยันต์นี้เป็นของสูงซึ่งโบราณจารย์ใช้ผูกกับดวงเมืองที่เสาหลักเมือง หนนี้ท่านเมตตานำมาทำเป็นผงลงให้ด้วยถือคติว่าเมื่อโลกแตกตะวันดับนั้นแหละเมืองถึงจะหายไป พระเจ้าสัวนี้ก็เช่นกัน ตราบใดไม่สิ้นแสงตะวันคนใช้เขาก็ย่อมรุ่งโรจน์ไม่ขาดเงินเช่นนั้น
    - โภคทรัพย์จินดามณี ท่านว่าผงนี้ก็สำคัญเพราะเป็นผงที่ใช้เบิกฤกษ์เปิดทาง ด้วยชีวิตคนนั้นหากทางปิด ดวงไม่เปิด ต่อให้ใช้พระทางโชคลาภก็ไร้ผล ท่านว่าแม้ถือฉลากรางวัลที่หนึ่งอยู่ในมือก็ยังมีเหตุให้ขึ้นเงินไม่ได้ ผงนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเราทำให้เพื่อเปิดทางโภคทรัพย์แบบเต็มกำลังทั้งเก้าฤกษ์ ให้กำลังนั้นหนุนนำ นำพาวาสนาเงินทองเข้าหาชีวิต
    - ธนทรัพย์เก้าฤกษ์ ท่านว่าดีทุกวัน ดีทุกฤกษ์ จะเรียกว่าผงห้ามจนหรือจนไม่เป็นก็ได้ ผงนี้จะมีคุณเน้นไปทางหาทรัพย์ง่าย ได้ทรัพย์แต่ละครั้งเป็นกอบเป็นกำ ดั่งที่โบราณว่าไว้ว่าผงยันต์นี้อยู่กับใครจะเป็นเจ้าสัวมีทรัพย์มาก ด้วยทรัพย์นั้นใช้ทั้งชาตินี้ไปจนถึงชาติหน้าก็ยังไม่หมด
    - หงส์คาบทรัพย์ ท่านว่าผงนี้เร่งให้เจริญ เจริญไปพร้อมกับความสุขไม่มีทุกข์เจือปน ห้ามเจ็บ ห้ามจน สุขล้นไปกับเงินทอง
    - มอญแปลงหาทรัพย์ ผงนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นวิชาหาทรัพย์ เพิ่มทรัพย์ ใช้ให้เงินทองไหลมาเทมา ทำอะไรก็สะดวก มีแต่กำไรไม่ขาดทุน จับอะไรก็ได้กำไร
    - ครุฑตะปบเหยื่อ ท่านว่าหมายมั่นปั้นมือจะทำกิจใดแล้วไม่มีรอด ไม่พ้นมือ ดุจเรากำหนดได้ ทุกสิ่งอยู่ในกำมือเราเช่นนั้น
    - ปัจเจกโพธิ์ ท่านว่ามีเงินทองทั้งยามหลับยามตื่น ลาภไหลมาไม่ขาด ทุกความปรารถนาจะต้องสำเร็จสมหวัง มีลาภสักการะมาก แลจักร่ำรวยในที่สุด
    - พระเจ้าขอลาภ ตำราว่าแม้มีทุกข์เข็ญเมื่อเอ่ยปากก็ต้องผ่านพ้นไป แม้เกิดทุพภิกขภัยหากปรารถนาแล้วไซร้ก็ยังผ่านพ้นกลับคืนความเจริญได้ฉันใดก็ฉันนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเอาสั้นๆขออะไรกับองค์พระท่านก็ให้
    - บุญญานุภาพพระสีวลี ท่านว่าผงนี้อยู่ไหนที่นั่นร่มเย็น อิ่ม อุดมสมบูรณ์ ไม่อดไม่อยาก เจริญด้วยเงินทองโภคสมบัติ พร้อมทั้งศุภมงคลได้แก่อายุ วรรณะ สุขะ พละ แกร่งกล้าบริบูรณ์ ผงนี้พ่ออาจารย์ท่านอุปมาดุจบุญของพระสีวลี ท่านว่าต่อให้บ้านเมืองเข้าสู่ยุคเข็ญแต่ด้วยบุญญานุภาพฝนที่แล้งก็ยังตก น้ำคลองที่แห้งขอดยังกลับมาเต็ม ป่าไม้ที่ยืนต้นตายยังกลับมาเขียวชอุ่ม เปลี่ยนจากความแห้งแล้งอดอยากเป็นความอุดมสมบูรณ์ คนที่เจ็บที่จนจะฟื้นตัว

    พ่ออาจารย์ท่านนำผงสำคัญมาผสมกับไม้รอดคุก ด้วยท่านถือคติว่าหากติดอยู่ในคุกก็โดนจำกัดสิทธิเสรีภาพเป็นทุกข์อย่างที่สุด แต่หากรอดจากคุกแล้วนั่นก็คือชีวิตพ้นจากความจำกัด รอดแล้ว พ้นแล้ว รอดจากความทุกข์แล้ว โดยท่านได้นำไม้รอดคุกหรือทุกข์นี้มาเสกเพิ่มอาถรรพ์ก่อนพลีเป็นผงผสมผงวิเศษทั้งสิ้นดังกล่าวข้างต้น ท่านว่าเท่านี้ก็ถือว่าพ้นทุกข์และก็รอดทุกข์ได้ถ้วนทุกประการ

    ท่านทำเจ้าสัวเรือจ้างแหวกม่านนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าหลวงพ่อปานท่านดำริไว้ให้คนใช้เป็นเศรษฐี ดังนั้นพระนี้จึงเป็นทั้งพรและกำลังอันประเสริฐที่ต้องย้ำเน้นว่าเมื่ออาราธนาติดตัวแล้วต้องเป็นเจ้าสัวเป็นเศรษฐีทุกคน จะรวยน้อยรวยมากอันนี้ท่านว่าย่อมขึ้นอยู่กับวาสนา แต่ที่เป็นเจตนาเปลี่ยนแปลงไม่ได้และสำคัญเหรือสิ่งอื่นใดคือต้องรวยขึ้นทุกคน ด้วยแรงครูและคุณพระรัตนตรัย พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นพระที่ทำยากและมีอะไรที่ลึกเกินไปกว่าตาจะมองเห็น พ่ออาจารย์ท่านว่าพระทุกองค์นั้นจะต้องจำเพาะเจาจงอาราธนาบารมีพระอรหันต์ขีณาสพซึ่งก่อนบวชเคยเป็นเศรษฐีมีโคตรมีต้นตระกูลสูงมีชีวิตที่สุขสบายมารักษาทั้งแปดทิศ ได้แก่พระยสะกุลบุตร...เป็นต้น เพื่อจะให้กำเนิดพระเศรษฐีที่เป็นของใช้ของเศรษฐี ให้ใช้แล้วเกิดเป็นเศรษฐี พ่ออาจารย์ท่านว่าขอแค่พร้อมและตั้งใจทำงาน หมั่นทำทานรักษาศีล ทุกสิ่งจะดีขึ้นโดยฉับพลัน

    ด้วยเป็นเจ้าสัวพิมพ์แหวกม่านท่านว่าก็ต้องแหวกมันได้จริงๆ เพราะหากคนจะรวยแต่อุปสรรคเยอะได้มาเท่าไหร่มันก็หมด หลายคนบอกว่าพอบูชาเครื่องมงคลของท่านเงินเข้ามากจริงแต่ก็มีใช้ออกไปมากตามจังหวะชีวิตเช่นกัน ดังนั้นท่านเห็นว่าทำเท่าไหร่เขาก็ไม่รวยทำได้แต่เพียงทรงตัวไม่ทรุดตัวเช่นนั้น ทั้งนี้ด้วยมติบูรพาจารย์ในโลกทิพย์ให้ทำพระเจ้าสัวแหวกม่านเพื่อลบทั้งปัญหาแลปัดเป่าอุปสรรคขัดขวางนานัปการ ตรงนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าคนเราที่ชีวิตมีปัญหานี่ก็ย่อมหลีกไม่พ้นปัจจัยเหล่านี้ไม่ว่าจะความจน การเงิน หนี้สิน การงาน สังคม การเรียน ความรัก ครอบครัว เพื่อนฝูงและปัญหาเกี่ยวกับคน เมื่อแหวกม่านก็ต้องแหวกปัญหาทั้งหมดพร้อมทั้งส่งให้ชีวิตดีขึ้นเจริญรุ่งเรืองขึ้น ท่านว่าต่อจากนี้หันหน้าไปทิศใดทางไหนย่อมมองไม่เห็นปัญหาเลย ดั่งที่กล่าวไปแล้วนั่นเป็นคุณของพระพิมพ์แหวกม่านที่ควรมีและควรจะเป็น แต่พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าเพียงเท่านั้นยังไม่พอ เพราะสมัยนี้คนเราเขาไม่ได้มีปัญหาแค่เรื่องเพียงเท่านั้น ด้วยว่าสิ่งเหล่านั้นยังเป็นสิ่งที่มองออก คิดตก หรือเห็นได้รู้สึกได้ แต่สิ่งที่มองไม่เห็น คิดไม่ตก รู้สึกไม่ได้เล่า พ่ออาจารย์ท่านว่านั่นแหละคือปัญหาและอุปสรรคอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นคุณผีคุณไสย เคราะห์กรรม คำสาป อำนาจฝ่ายต่ำที่ฉุดให้เราจมลง เจ้ากรรมนายเวรที่ตามล้างตามผลาญให้ตายไปข้างหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อจะทำพระแหวกม่านพอเขาเอาไปอาราธนาแล้ว ไอ้ตัวปัญหาที่มองไม่เห็นเหล่านี้ก็ต้องแหวกต้องคลี่คลายด้วย ต้องค่อยๆเบาลง บางลง และหมดสิ้นไปตามลำดับนั่นแหละจึงจะใช้ได้

    ด้านหลังพ่ออาจารย์ท่านได้นำสิ่งมงคลสักการะของครูบาอาจารย์มาฝังกำกับอิทธิคุณไว้ ท่านว่าพระรุ่นนี้แรงครูสูงมาก ให้ใช้กันให้ดีๆ ด้วยแรงครูนั้จะพลิกและเปลี่ยนชีวิตได้เลย
    - ขวดน้ำมันแทนครู พ่ออาจารย์ท่านได้นำสิ่งแทนครูของหลวงพ่อปานที่ท่านเก็บเอาไว้ใส่ลงไปในขวด ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นของมีค่า ไม่สามารถประเมิณค่าได้ทั้งสิ้น ท่านได้จารตะกรุดโภคทรัพย์ตำรับหลวงพ่อปานใส่ไว้ด้วย ท่านว่าตะกรุดนี้ฉมังนักเราเชิญหลวงพ่อท่านมาเสกเต็มวิชาเสียคำรบหนึ่งก่อน ท่านยังอุทานว่า "ตะกรุดนี้ใครมีไว้เงินไม่ขาดมือ" ซึ่งปกติแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าสมัยก่อนหลวงพ่อท่านจะทำตะกรุดนี้ให้กับเฉพาะคนที่มีแววจะเป็นเจ้าสัวเป็นเศรษฐีไปชั่วลูกชั่วหลานเท่านั้น ท่านได้นำตะกรุดบรรจุลงไปในขวด พร้อมกับหัวเชื้อสีผึ้งของหลวงพ่อปานแท้ๆขนาดเมล็ดถั่วเหลือง ท่านว่าสีผึ้งนี้แม้เมล็ดถั่วเหลืองยังมีอานุภาพมากสามารถนำไปหุงขยายใส่สีผึ้งธรรมดาได้นับพันนับหมื่นตลับ ทั้งมีอานุภาพมากใช้ได้ไม่เว้นไม่ว่าจะเสน่ห์หรือโชคลาภ ท่านแม้เอาไปอธิษฐานสร้างโบสถ์ก็ยังสร้างเสร็จได้ อธิษฐานปลดหนี้ก็ได้ขอให้เป็นเรื่องเงินๆทองๆท่านว่าใช้ได้ทั้งสิ้น พ่ออาจารย์ท่านว่าสีผึ้งนี้เปรียบดั่งดาบสองคมท่านกลัวคนจะเอาไปป้ายกันจึงจำต้องบรรจุไว้ในขวดให้ใช้เฉพาะขอเงินขอโชคอย่างเดียว ท่านว่ามีเงินเดี๋ยวทุกอย่างมันก็เข้ามาเองห้ามเอาไปขอเรื่องเพศเด็ดขาด นอกจากนี้ท่านยังได้นำทรายเสกของหลวงพ่อปานที่ใสดุจพระธาตุมีอานุภาพดุจกำแพงแก้วเจ็ดชั้น ทั้งดับล้างภูติผีและอัปมงคลทั้งหลายใส่ลงไปด้วยพร้อมกับผงทำพระของหลวงพ่อปาน สุดท้ายท่านนำน้ำมันงาเก่าของหลวงพ่อปานที่แข็งเป็นก้อนแล้วนำมาหุงกับน้ำมันหัวไพรของท่านเป็นสุดยอดน้ำมันเมตตา น้ำมันชาตรีตำรับเก่าใส่ลงไปในขวดหล่อเลี้ยงอิทธิวัตถุธาตุเหล่านี้อีกรอบหนึ่งด้วย ท่านว่าขวดน้ำมันนี้สำคัญเป็นของแทนครู แค่หลับตานึกถึงหลวงพ่อปานท่าน ขอบารมีท่าน อยากได้อยากอธิษฐานอะไรก็ขอเอาย่อมสำเร็จทั้งสิ้น
    - แร่ทองบันดาล เป็นแร่ทองแดงบาดาลของหลวงพ่อปานที่ครูท่านมอบให้ไว้ พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่รู้จะเอาไปทำหรือไปหล่ออะไรดี จึงนำมาตัดเป็นชิ้นชนวนฝังไว้ในองค์พระ ท่านว่าทองแดงบาดาลที่หลวงพ่อปานท่านเสกไว้ย่อมเป็นของมีอานุภาพ ซ้ำยังพ้องกับนามมงคลว่าทองบันดาล ก็คือบันดาลโภคทรัพย์เงินทอง ด้วยถือคติว่าแม้ไม่มีทางได้ ไม่มีทางมี ไม่มีทางรวย ท่านว่าขนาดขึ้นชื่อว่าไม่มีหนทางก็ยังบันดาลเอาได้ เป็นมงคลดั่งอุปมาเช่นนั้น
    - ชิ้นแร่เงินล้าน เป็นชิ้นแร่เกาะล้านของหลวงพ่อปานที่สมัยก่อนท่านเสกไว้และใช้ผสมในเนื้อพระบางอย่างของท่าน พ่ออาจารย์ท่านว่าถือคติคำว่าล้านเหมือนกันจึงนำมาอธิษฐานด้วยคาถาเงินล้านขอบารมีหลวงพ่อปานอีกคำรบหนึ่งเลยเรียกว่าแร่เงินล้าน ท่านว่าแร่นี้ดุจมีกำลังเป็นทั้งหลักให้ยึดเกาะนำพาเงินล้านมาให้เรา ทั้งบันดาลเงินทองโชคลาภได้สารพัด ท่านว่าไม่ว่าใครจะมีเก็บกันเท่าไหร่ต่อไปต้องตั้งต้นกันที่หลักล้านขึ้นไปเท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็เป็นเศรษฐีไม่ได้
    - ตะกรุดคู่ยกตน ท่านว่ามีคุณยกตรให้เป็นใหญ่ ยิ่งใหญ่ ยิ่งโตกว่าอะไรทั้งหมด ซ้ำยังเป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เทวดาทุกชั้นฟ้าให้ความช่วยเหลือมนุษย์และอมนุษย์ถ้วนหน้าให้ความเอ็นดูเกื้อกูล เป็นผู้ปราศจากภัยพิบัติทั้งหลายทั้งปวง ท่านว่าไม่ว่าจะภัยใหญ่ทุกข์ใหญ่เอาว่าจะไม่เกิดกับเรา ไม่ว่าจะคิด จะทำ จะจับต้องอะไรจะสำเร็จเจริญงอกงามรุ่งเรืองสถาพร ไม่ว่าจะไปทิศไหนเขาก็ให้การต้อนรับ จะให้ความช่วยเหลือ จะให้การอุดหนุน จะยกให้เหนือกว่าผู้อื่น

    พ่ออาจารย์ท่านว่าพระรุ่นนี้ฉันตั้งใจเสกให้มีปาฏิหาริย์มาก ทุกขั้นตอนตั้งแต่ทำผงไปจนถึงกดองค์พระ เพื่อให้คนนำไปใช้เจอปาฏิหาริย์เสมอกัน ท่านว่าคนใช้พระที่องค์หนึ่งทำในฤกษ์กับอีกองค์ ไม่ตรงฤกษ์หรือฤกษ์ต่างกันเช่นนี้ผลที่ได้ก็ย่อมไม่เท่ากัน พ่ออาจารย์ท่านจึงเน้นเรื่องฤกษ์ยามมาก ท่านว่าขอแค่มีฤกษ์แม้บางครั้งตีสามตี่สี่ก็ต้องนั่งรอทำ ท่านว่าพระรุ่นนี้ฉันอธิษฐานฝากหลวงพ่อปานให้ท่านส่งคนใช้ให้ถึงฝั่ง ให้เขามีความสุขไม่เดือนร้อนทั้งกายและใจ มีพลังมากทั้งกำลังกายและกำลังสติปัญญา ประสบความสุขความเจริญครบถ้วน ท่านว่าทำให้ทุกอย่างแล้ว ต่อให้แย่แค่ไหนได้ไปก็ต้องดีขึ้น ต้องดีวันดีคืน ไม่มีคำว่าขาดแคลน


    คาถาบูชา
    อุอากะสะ นะชาลิติประสิทธิลาภา มหาลาโภ โชคะวันตัง เอหิจงมา ธะนะปาตัง มากะมายังอักขะโต ปาระติโย วันทิตตะวา นะมามิหัง (ท่านว่าหมั่นสวดบูชาแล้วเงินเต็มมือ ทรัพย์ไม่พร่อง)


     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 พฤษภาคม 2020
  9. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    พระผงโคตรเจ้าสัวมหาจักรพรรดิสิทธิลาภราชาโชค
    ให้บูชา 3100 บาท รวมส่งครับ
    90413727_304916647137530_2047115935944278016_n.jpg
    90879421_498930377441380_3806119134891081728_n.jpg

    พ่ออาจารย์ท่านได้นิมิตจากเสด็จพระใหญ่ ให้สร้างพระสำคัญไว้ ด้วยหวังอานิสงค์เฉพาะทางเพื่อสงเคราะห์สัตว์ที่เดือดร้อน ประสบทุกข์เข็ญ อดอยาก มีความเป็นอยู่ที่ยากแค้นผิดจากครรลองที่ควรจะเป็นแม้กุศลกรรมที่ได้กระทำไว้ก็หามีอำนาจที่จะหยุดรั้งบาปกรรมที่ตามติดได้ ด้วยว่าพระพุทธานุภาพแห่งพระผงโคตรเจ้าสัวนี้จะยังให้สัตว์ทั้งหลาย ที่มีความทุกข์ร้อนอันเกิดขึ้นแล้วในประการต่างๆได้บรรเทาลงและสงบระงับไปในที่สุด

    จากการณ์นั้น พ่ออาจารย์ท่านจึงได้พิจารณาเพื่อขอนิมิตจากครูบาอาจารย์เป็นคำรบที่สอง ด้วยว่าจะกระทำรูปพระเครื่องเป็นพิมพ์พระพุทธปฏิมาเช่นใด จึงจะมีอำนาจสงเคราะห์ช่วยเหลือสัตว์ให้เหมาะสมแก่กาลและยุคสมัย ซึ่งท่านก็ได้รับมติจากครูบาอาจารย์โดยทำเครื่องมงคลเป็นรูปสมเด็จพระอนันต์มุนีสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ในพิมพ์ซุ้มกระจังซึ่งคนในยุคปัจจุบันเรียกว่าพระพิมพ์เจ้าสัว แต่เป็นการนั่งประทับในปางมารวิชัย พร้อมด้วยพระมหาสาวกองค์สำคัญอีก 5 รูปด้วยกัน ประกอบด้วย
    - พระมหากัสสปะเถระ
    - พระอนุรุทธะ
    - พระมหากัจจายน์
    - พระสีวลี
    - พระอุปคุต


    เมื่อได้รูปนิมิตเช่นนั้นแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่ารูปเคารพนี้แค่คิดถึงก็รู้แล้วว่าจะเป็นสิ่งสักการะมหามงคลอันมีคุณานุคุณเฉพาะทางที่จะใช้รับมือกับทุกข์โศกเคราะห์ภัยได้ทุกรูปแบบ เช่นนี้ท่านจึงได้บอกกล่าวกับเสด็จพระใหญ่หรือพระสัพพัญญูองค์ปฐมอีกคำรบหนึ่งถึงรูปแบบองค์พระที่ท่านจะสร้างพร้อมกับได้รับคำแนะนำถึงเคล็ดลับต่างๆที่สมควรกระทำให้เหมาะกับเครื่องมงคลชุดนี้ด้วย

    พ่ออาจารย์ท่านได้นำไม้ขนุนที่ยืนต้นตายเองมาแกะเป็นแม่พิมพ์องค์พระ ท่านว่าพระนี้มีรายละเอียดเยอะ และท่านทำแบบโบราณจะให้สวยให้งามนักคงจะเป็นไปไม่ได้แต่ถ้าจะให้ขลังหวังพึ่งพิงได้อันนี้ท่านว่าแน่นอนเชื่อขนมกินได้ล้านเปอร์เซ็นต์ ท่านได้ใช้เวลานานนับเดือนในการแกะแม่พิมพ์ ลงอาถรรพ์ลงวิชาปลุกเสกแม่พิมพ์และทำการชุบด้วยน้ำพระมนต์พุทธาภิเษก เทวาภิเษกและมุรธาภิเษก

    เมื่อท่านสร้างแม่พิมพ์ขึ้นมาแล้ว ท่านก็ได้นำผงคตวิเศษต่างๆทุกชนิดที่ท่านมี โดยท่านเลือกเฉพาะที่มีอานุภาพชุ่มเย็น ไม่เอาที่ร้อนที่เป็นมหาอุตม์หยุดปืนเพราะมันจะขัดแย้งกันในตัวเองเอาเฉพาะทางเรียกโชคลาภ ดีทางเจริญรุ่งเรื่อง เป็นเศรษฐีมหาศาลมาเป็นมวลสารผสมด้วยผงวิเศษต่างๆของบูรพาจารย์ที่ท่านเคยรวบรวมไว้ และที่สำคัญที่สุดแตกต่างกับเครื่องมงคลทุกรุ่นเลยนั่นก็คือผงวิเศษอันท่านใช้เป็นมวลสารหลัก พ่ออาจารย์ท่านว่าจะทำพระที่มีอานุภาพเฉพาะทางเพื่อใช้ต้านเคราะห์กรรม บรรเทาทุกข์เวทนา ชำระและชะลอกฏแห่งกรรม วิชาธรรมดาย่อมไม่สามารถทำได้เพราะมันเหนือมันพ้นความสามารถของมนุษย์แม้จะเป็นบูรพาจารย์ในอดีตก็ตาม จำจะต้องใช้วิชาของพระอริยะเจ้าตลอดจนของเทพยดาเบื้องบน ถึงแม้จะมีบางวิชาที่สำเร็จด้วยอานุภาพเฉพาะทางของเสด็จพระใหญ่ก็ตาม แต่นั่นก็ยังไม่ให้ผลเต็มที่อย่างที่ควรจะเป็นเพราะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของการทำวิชาไม่ใช่ทำแบบเต็มรูป ท่านจึงได้ใช้ความวิริยะอุตสาหะอย่างยิ่งยวดเพื่อลบถมผงอาถรรพ์สำคัญขึ้นมา นั่นคือผงวิชาต้องห้ามที่สำเร็จด้วยวิชาในส่วนของเวทย์สวรรค์อันทำได้ยากทั้งหมดนั่นเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านใช้วิชาเวทย์สวรรค์นี้มาลบผงในภาคส่วนของอาถรรพ์วิชามหาลาภ ผลักดัน เกื้อหนุน เปลี่ยนชีวิตคนใช้ดุจตาเห็น อันเป็นวิชาเฉพาะทางเท่านั้นเพื่อหวังประโยชน์ใหญ่ให้สัตว์เคลื่อนเลื่อนหนีออกจากทุกข์ ถึงซึ่งสุขสมควรแต่อัตภาพที่ควรจะเป็นพร้อมทั้งเจริญรุ่งเรืองไม่หยุดยิ่งๆขึ้นไป

    พ่ออาจารย์ท่านว่าพระผงรุ่นนี้นั้นเป็นพระสำคัญมาก ข้างบนเขาไม่ให้เราบอกเลยว่าใช้ผงอะไรใช้ยางไม้อะไรเป็นตัวผสานมีอาถรรพ์ขั้นตอนวิธีการอย่างไร ท่านว่าบอกหรือพูดได้เพียงคร่าวๆเท่านั้น แต่ท่านบอกเพียงว่าเป็นจักรพรรดิของพระผงทั้งมวล รู้ไว้เท่านี้ก็แล้วกัน โดยท่านนำผงวิเศษทั้งหลายมาประกอบผสมด้วยขั้นตอนการะทำพระผงวิชาอาถรรพ์ก่อนจะกดแม่พิมพ์เป็นองค์พระ พ่ออาจารย์ท่านว่าอันพระผงโคตรเจ้าสัวนั้น ในองค์พระจะมีพระอยู่ 6 องค์ ซึ่งแต่ละองค์ก็มีอานุภาพต่างๆกันดังนี้
    - องค์สมเด็จพระสัพพัญญูตถาคตเจ้า พ่ออาจารย์ท่านว่าแกะให้นั่งอยู่ในปางมารวิชัย คือมีชัยชนะเหนือทุกสิ่ง เมื่อกดพิมพ์ท่านว่านี่สำคัญมาก ต้องเชิญพระเจ้าแสนโกฏิโดยขอบารมีเฉพาะทางขององค์สมเด็จพระพุทธทีปังกร กับประกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้าอาราธนาพุทธบารมีของทั้งสองพระองค์นี้ขึ้นมานำหน้าหนุนนำด้วยพุทธบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์เป็นการเฉพาะ ท่านว่าเพราะพุทธบารมีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งสองพระองค์นี้เป็นพุทธบารมีเฉพาะทางเป็นคุณวิเศษนอกเหนือจากบริบทที่จะปรากฏมีในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ ดีเด่นทางด้านมหาลาภอย่างยิ่งยวดด้วยว่าทั้งสองพระองค์สั่งสมบารมีมาแตกต่างกันไป
    - พระมหากัสสปะเถระ พ่ออาจารย์ท่านวา ครูพระมหากัสสปะนี้สำคัญนักมีบารมียิ่งใหญ่ ทำให้คนรวยก็ได้ เปลี่ยนชีวิตคนก็ได้ทันตาเห็น แต่คนหมางเมินเพราะไม่รู้จักคุณท่านกันเสียมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าดูอย่างพระอินทร์นั่นเป็นไรหมดอายุ ไม่มีบารมีรุ่งเรืองเป็นเหตุให้ถอยลดต่ำศักดิ์ไปด้วยว่าเมื่อครานั้นยังไม่ได้บรรลุเป็นพระอริยบุคคล ท่านต้องไปถามถึงวิธีที่จะช่วยให้ท่านมีบารมีรุ่งเรืองดำรงค์ฐานะประธานเทวสภาและเป็นเจ้าแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ต่อไปไม่ถูกเทพที่มีบารมียิ่งใหญ่ขึ้นมาดำรงค์ตำแหน่งแทน ตอนนั้นท่านไปถามพระมหาโมคคัลลานะก็ไม่ได้คำตอบ จนถึงต้องไปบีบนวดถวายพระมหากัจจายนะเถระเจ้า พระมหาเถระจึงได้เมตตาด้วยเห็นความอ่อนน้อมขององค์อินทร์ แนะนำให้ท่านไปใส่บาตรพระมหากัสสปะหลังออกจากนิโรธสมาบัติเท่านั้นถึงจะช่วยต่อวาสนาได้ ทำให้ท่านมีอายุ มีบารมีแก่กล้าขึ้นมาทันตาเห็นสามารถดำรงค์อยู่ในดาวดึงส์ได้ต่อไป พ่ออาจารย์ท่านว่าครูพระมหากัสสปะนี้มีบารมีใหญ่มาก แม้ใครตกทุกข์ได้ยากแสนสาหัสหาทางออกไม่ได้ เนื่องจากบุญหมดถึงคราวเจอเคราะห์กรรมเหมือนองค์อินทร์นั่นทีเดียว ก็ยังรอดพ้นกลับมารุ่งเรืองได้ดุจเดียวกัน ท่านว่าคนส่วนใหญ่ก็เหมือนกัน ส่วนใหญ่มักจะบุญหมดหรือเคราะห์กรรมมีอำนาจแรงกว่ากุศลกรรม ทำให้ชีวิตตกต่ำไม่เจริญ ก็ต้องอาราธนาบารมีครูพระมหากัสสปะนี้ถึงจะล่วงทุกข์ได้
    - พระอนุรุทธะเถระ พ่ออาจารย์ท่านว่าที่จริงแล้วองค์พระอนุรุทธะนั้นให้ผลทางด้านความสุข คือมีชีวิตสมบูรณ์พร้อม เต็มเปี่ยมไปด้วยสุขสมบัตินานัปการ นั่นเพราะท่านมีคุณสมบัติพิเศษสืบเนื่องสานต่อในภพชาติของท่าน ทำให้ท่านเป็นมหาบุรุษผู้ที่ไม่รู้จักคำว่าไม่ได้ ไม่มี พูดให้ถูกก็คือต้องการอะไรต้องมีทุกอย่าง ชีวิตนี้คำว่าไม่ได้คืออะไร คำว่าไม่มีคืออะไร ท่านไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าเจ้าคำว่าไม่ได้กับไม่มีนี้มีความหมายว่าอย่างไร เพราะท่านได้เสมอใจทุกสิ่งแม้สิ่งใดที่หาในมนุษย์โลกไม่ได้ เทวดาในกลุ่มนิมมานรดีก็ต้องตามเนรมิตถวายให้เสมอใจเสมอความต้องการของท่าน เมื่อท่านได้อุปสมบทแล้ว ท่านจึงกลายเป็นพระเถระที่แม้ในยุคหลังก็ยังเป็นที่นิยมบูชาในฐานะพระเถระผู้ไม่รู้จักคำว่าไม่มี พ่ออาจารย์ท่านว่าคนนั้นเมื่อยังมีความต้องการก็ย่อมต้องรู้สึกว่าสิ่งที่ปรารถนายังไม่ได้เสมอใจ ทำให้ตนนั้นไม่ได้ ไม่มีทั้งสิ้น ตรงนี้บารมีของพระอนุรุทธะท่านจะมาเสริมให้หนทางที่จับต้องไม่ได้นั้นเป็นจริงขึ้นมา แต่ว่าวันไหนหากเจาะจงอาราธนาบารมีของท่านเป็นการเฉพาะแล้วให้จำไว้ว่า วันนั้นอย่าพูดคำว่าไม่ได้กับคำว่าไม่มีออกจากปากเลย ท่านว่าให้ถือเคล็ดไว้เท่านี้ แล้วจะได้จะมีเสมอที่ใจต้องการ
    - พระมหากัจจายนะ พ่ออาจารย์ท่านว่าพระมหากัจจายนะนี้ก็เป็นครูใหญ่เช่นพระมหากัสสปะ เป็นผู้ที่มีปัญญามากสามารถพลิกแพลงสถานการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี ซ้ำยังมีลาภสักการะสูงมากเสมอด้วยพระสีวลีเถระเจ้า องค์คุณแห่งพระมหากัจจายนะผู้เอื้ออารีย์ต่อสรรพชีวิตนั้นเป็นมหาคุณานุคุณอย่างแท้จริง ครูบาอาจารย์แต่โบราณเชื่อว่าแม้ได้บูชาแล้วจะมีอานุภาพทางเสน่ห์เมตตามหานิยมอย่างเอกอุ ซ้ำยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยโชคลาภโภคทรัพย์ต่างๆ ที่สำคัญทำให้สติปัญญาดี มีความคิดอ่านการตัดสินใจที่มั่นคงถูกต้อง ท่านว่าหากวันไหนปรารถนาจะอาราธนาบารมีพระคุณเจ้าท่านสงเคราะห์ชีวิตเราให้เหมาะแก่สถานการณ์แล้ว ให้ตั้งจิตอธิษฐานได้เลย แต่จำไว้ว่าจงใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นพิเศษ ทำด้วยความจริงใจ ใช้ความอ่อนโยนเข้าหาและขอความเมตตาท่านเพียงเท่านัั้น
    - พระสีวลี เอกองค์มหาลาภ ที่สุดของพระมหาสาวก พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่ต้องพูดอะไรกันมากเอาว่าท่านขอเมตตาพระสีวลีไว้ ว่าให้ผู้บูชานั้นมีลาภลอย หมายถึงเจอเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง เจอโชคดี เจอโชคลาภแบบฟลุ้คๆตลอดในการดำรงค์ธาตุ์ขันธ์ใช้ชีวิตนี้ อย่าให้รู้จักคำว่ายากคำว่าลำบากได้เลย
    - พระอุปคุต พ่ออาจารย์ท่านว่าพระอุปคุตนั้นดีทางมหาปราบสยบมารและพลังอำนาจฝ่ายลบต่างๆในร่างกาย ซ้ำยังอำนวยลาภผลแก่ผู้สักการะอย่างมหาศาลเช่นพระสีวลีอีกด้วย ท่านว่าแต่ละคนนั้นล้วนมีเวรรกรรม มีเจ้ากรรมนายเวร การทำงานการที่จะเดินไปข้างหน้านั้นย่อมมีอุปสรรคดุจพระเจ้าผจญมารโดยแท้ ตรงนี้ด้วยบารมีของพระอุปคุตนั้นจะนำพาให้ชีวิตราบเรียบไปพบเจอกับปัญหาอุปสรรคร้ายแรงใดที่จะทำให้ชีวิตเราสะดุุดได้

    พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อกดพิมพ์องค์พระแล้ว ที่ด้านหน้านั้น เสด็จพระใหญ่ได้สั่งให้นำบุษราคัมของหลวงปู่ดู่มาฝังไว้ด้วย ท่านจึงได้ฝังบุษราคัมเอาไว้ตรงกลางในจุดศูนย์กลางองค์พระ บุษราคัมที่ฝังชุดนี้เป็นของสำคัญมากเพราะท่านเคยนำไปให้หลวงปู่ดู่แห่งวัดสะแกอธิษฐานจิตให้ถึงไตรมาส และองค์หลวงปู่ดู่นี้ยังกล่าวถึงอานุภาพของบุษราคัมชุดนี้ว่า ทำให้ดีแล้ว เป็นสมบัติจักรพรรดิทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านว่าก็เปรียบกับดวงแก้วจักรพรรดิ์เป็นเครื่องมงคลสุดที่จะอธิษฐานตามความปรารถนาสารพัดนึกของผู้บูชา ซ้ำบุษราคุมยังเป็นตัวแทนของความรักความร่ำรวยอีกด้วย เหมือนเสด็จพระใหญ่ท่านต้องการจะสื่อว่าองค์พระนี้เป็นตัวแทนของความรักความห่วงใยดุจเดียวกันจึงได้เจาะจงให้ใช้บุษราคัมหลวงปู่ดู่ในกาลนี้ ซ้ำหลวงปู่ดู่เองก็เคยพูดไว้ว่าบุษราคัมชุดนี้มีอานุภาพเช่นสมบัติจักรพรรดิ์ พ่ออาจารย์ว่าก็ถือว่าฝังเอาเคล็ดไว้ต่อไปจะได้ชื่อว่ามีสมบัติจักรพรรดิติดตัวกัน ดึงดูดลาภสักการะบริวารน้อยใหญ่เข้ามาสู่ตนโดยง่าย ซ้ำอานุภาพของบุษราคัมที่หลวงปู่ดู่เสกนั้นย่อมมีมากกว่าบุษราคัมธรรมดาอย่างแท้จริง มีความเชื่อว่าบุษราคัมนั้นช่วยทางด้านกำลังใจและการตัดสินใจและช่วยให้มองโลกในแง่ดี เป็นสัญลักษณ์ของพระอาทิตย์ ตามความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณ ช่วยในเรื่อง การไหลเวียนของโลหิตบรรเทาอาการอักเสบของโรคทางเดินปัสสาวะ ปอด หวัด ช่วยเสริมพลังความคิดสร้างสรรค์

    ด้านหลังองค์พระนั้นพ่ออาจารย์ท่านได้ฝังสิ่งสำคัญต่างๆไว้ดังนี้
    - แม่นางกวัก หญิงสาวผู้ได้รับพรจากพระสีวลีจนกลายเป็นตำนานที่บูรพาจารย์สร้างรูปนางเอาไว้สักการะสืบมา ด้วยหวังในทุกสิ่งที่ปรารถนาและอธิษฐาน นางจะกวักจะเรียกให้ได้สมใจปรารถนา พ่ออาจารย์ท่านสร้างแม่นางกวักนี้โดยได้บอกกล่าวปู่เจ้าเขาเขียวขออนุญาติสร้างลูกสาวของท่าน และยังปลุกเสกจนเกิดรูปนามให้มีชีวิตอย่างแท้จริง ท่านว่าเวลาเราขอเราอธิษฐานอะไรกับแม่นางกวัก ให้ท่านรู้และต้องสนองตอบเราได้ จะหวังสิ่งใดปรารถนาสารพัดในปฐพีนี้ ทั้งลาภผล เงินทอง โภคทรัพย์ คู่ครอง โอกาสของชีวิตให้อธิษฐานขอความเมตตากับท่านเลย ให้กวักเงินกวักทอง กวักโชคลาภ กิจการงาน กวักเอามาแต่สิ่งที่ดี กวักคู่แท้ให้เข้ามาในชีวิต พ่ออาจารย์ท่านว่าอธิษฐานได้ทุกเรื่อง ซ้ำท่านยังอัญเชิญบารมีพระสีวลีลงมาครอบคลุมอีกคำรบหนึ่ง ให้นางกวักนี้มีฤทธานุภาพครอบคลุมทุกด้านตามที่เราจะร้องขอ
    - แร่เจ้าน้ำเงิน ราชาแห่งเงิน เจ้าแห่งโชคลาภวาสนา ที่ว่ากันว่าหาพบเจอได้ยากและจำเป็นต้องมีเวลาหล่อพระกริ่งนั่นเอง ซึ่งสมัยนี้พระกริ่งนั้นไม่มีเจ้าน้ำเงินไปเสียแล้ว พ่ออาจารย์ว่ามันมีอานุภาพมากและก็ดีโดยชื่อของมันเอง ตัวแร่เจ้าน้ำเงินนี้มีอานุภาพสูงท่านว่าเอาว่าใครได้ครอบครองไม่เห็นจะจนลงซักที ใครจะทำอะไรกลั่นแกล้งอย่างไรก็ไม่เป็นผล คนที่ถือครองเจ้าน้ำเงินนี้มีแต่โชคลาภวาสนา สมกับคำว่าเจ้าน้ำเงิน เป็นนายของเงิน เป็นเจ้าแห่งโชคลาภอย่างแท้จริง แร่เจ้าน้ำเงินนี้จะอยู่กับผู้ที่มีบารมีช่วยผลักดันหนุนนำชีวิตเขาขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยอาถรรพ์ธาตุกายสิทธิ์ พ่ออาจารย์จึงได้เมตตานำมาฝังไว้ในพระโคตรเจ้าสัวนี้
    - น้ำมันปลิงดูดทรัพย์ ท่านว่าเป็นวิชาการสร้างน้ำมันวิชาอาถรรพ์ที่ต้องประกอบด้วยว่านยาและยันต์ครบถ้วน อันน้ำมันปลิงดูดทรัพย์นี้ท่านว่าทุกคนรู้อยู่ว่าปลิงมันชอบดูด เรียกว่าไม่ใช่ดูดธรรมดาแต่เป็นสูบเลือดสูบเนื้อเลยดีกว่า อันน้ำมันปลิงดูดทรัพย์นี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามีอานุภาพมากทางดูดลาภสักการะนานา สิ่งต่างๆเฉพาะแต่ที่ดีๆเข้ามาหาตัวเราอันนี้คือแม้พกไว้ปกติก็มีพลังงานดึงดูดมหาศาลอยู่แล้ว แม้ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ต้องเข้ามาอยู่ใกล้ๆเราเป็นของเรา ท่านตั้งใจฝังให้ไว้เพราะว่าคนหลายคนได้สร้างบุญสั่งสมกุศลไว้แต่ต้องมารับทุกข์เวทนาเสวยวิบากกรรมเสียแต่เริ่มไม่มีโอกาสเชิดชูหน้าตาตัวเองท่านว่าน้ำมันนี้มันดูดหมด ดูดแม้แต่โอกาสที่ดีให้เข้าถึงตัวมีโอกาสผ่อนปรนความทุกข์สร้างบารมีต่อไป และยังดูดทุกสิ่งเข้ามา ท่านว่าน้ำมันนี้สำคัญนัก ถ้าใช้เป็นแล้วล่ะก็ดูดได้ทุกสิ่งเลย ไม่เว้นแม่แต่มนุษย์ที่มีชีวิต ที่จริงใช้ทางเสน่ห์ก็ได้ แรงอย่างยิ่งยวด แม้จะไปทำงานเจรจาหรือสร้างสัมพันธ์กับผู้ใดก็ให้อาราธนาน้ำมันนี้นึกว่าเขากำลังโดนปลิงเกาะและดูดเลือดเนื้ออยู่เช่นนั้น ท่านว่าเห็นผลทุกราย
    - ผงเศรษฐีทั้งเก้า พ่ออาจารย์ท่านใช้ผงที่สืบทอดมาของหลวงพ่อปานซึ่งปกติท่านจะใช้บรรจุในพระพิมพ์ทรงสัตว์นั้นทำให้พระพิมพ์ทรงสัตว์ของหลวงพ่อปานมีอานุภาพมาก หัวใจสำคัญขององค์พระก็อยู่ที่ผงนี้ ท่านนำมาขออนุญาติและขอบารมีครูมหาเศรษฐีทั้งเก้าท่านแห่งพุทธกาล ซึ่งได้เคยกระทำมหาบริจาค กระทำทานอย่างมหาศาลมโหฬารใหญ่โตและเป็นพระอริยบุคคล ด้วยกุศลเจตนาการบริจาคอันยิ่งใหญ่ของมหาเศรษฐีทั้งเก้านี้เป็นการเสียสละอันกระทำได้ยากนักหนา จะทำเหตุอัศจรรย์ให้เกิดขึ้นได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าจะให้ใครทำผงทางโชคลาภก็ไม่เสมอทั้งเก้าท่านนี้ลงมาทำด้วยตัวเอง ท่านจึงขอบารมีครูมหาเศรษฐีผู้อริยบุคคลทั้งเก้านี้ให้ประสิทธิผงเป็นกรณีพิเศษให้ผู้ครอบครองผงนี้ได้ร่ำรวยเสมือนมหาเศรษฐีพุทธกาลเช่นนั้น
    - ตะกรุดสิทธิลาภราชาโชค พ่ออาจารย์ท่านได้ลงหัวใจยันต์สิทธิลาภ อันเป็นวิชาเอกที่มีประสบการณ์กันมากของท่านลงในแผ่นตะกั่วขอมโบราณพันปี ท่านว่าเท่านี้ยังไม่พอท่านยังเสริมมนต์ขอพรเทวดา มนต์แก้วสารพัดนึก มนต์มหาสำเร็จ มนต์พระเจ้าเปิดปากเอาไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดสิทธิลาภราชาโชคนี้ทำให้เป็นชุดพิเศษเพื่อฝังพระโคตรเจ้าสัวโดยเฉพาะ ท่านว่าพกไว้เฉยๆว่าดีแล้ว แต่เมื่อใดก็ตามที่เปิดปากขอพรสิ่งใด เอาว่าสิ่งนั้นต้องสำเร็จต้องได้สมกับมนต์ที่ลงไว้นั่นเอง

    พ่ออาจารย์ท่านได้สร้างพระผงโคตรเจ้าสัวมหาจักรพรรดิสิทธิลาภราชาโชคไว้ทั้งหมด 8 องค์ ท่านว่าถือว่าเป็นจำนวนเลขมงคล เรียกว่าเป็นสัญลักษณ์ของเครื่องหมายอินฟินิตี้คือมีกินมีใช้ไม่หมด ดังนั้นที่ด้านหลังองค์พระบริเวณฝาขวดน้ำมันปลิงดูดทรัพย์ท่านจะจารเลข 8 เอาไว้ด้วย ท่านว่าพระนี้เป็นของสำคัญ เป็นของมีเจ้าของตามตราบัญญัติทุกองค์ ท่านว่าเป็นของสำคัญที่ใช้เสริมร่างกายให้มีกำลังพระจักรพรรดิเป็นอาถรรพ์แฝงเร้นดังนั้นครูบาอาจารย์ท่านจึงเลือกผู้ครอบครองและมีวาสนาต้องกันไว้ตั้งแต่เริ่ม

    คาถาบูชา(นะโม 3 จบ)
    มาขะโย มาวะโยมัยหัง มาจะโกจิ อุปัททะโว ธัญญะธารานิ เม ปะวัสสันตุ ธะนัญชัยยัสสะ ยะถา ฆะเร สุวัณณานิ หิรัญญาจะ สัพพะโภคาจะ ระตะนานิ ปะวัสสันตุ เม เอวัง ฆะเร สุมะนะ ชะฏิลัสสะ จะ อะนาถะปิณฑิกะ เมณฑะกัสสะ โชติกะ สุมังคลัสสะ มัณฑาตุ เวสสันตะรัสสะ ปะวัสสันติ ยะถา ฆะเร เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ สัพพะสิทธิ ภะวันตุ เม
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 พฤษภาคม 2020
  10. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    พยนต์หมามหานิลดำเมตตาเข้าไส้(เสน่ห์หน้าหมา)
    ให้บูชา 800 บาท รวมส่งครับ
    90331184_2535144050062263_8431113023585779712_n.jpg
    90615544_148009793188318_2862138172802859008_n.jpg

    ยุคก่อนสมัยหลวงพ่ออ่ำวัดหนองกระบอก เจ้าตำนานแพะมหาเสน่ห์ก็เคยใช้เขาควายเผือกฟ้าผ่าแกะหมาพยนต์ให้ลูกศิษย์ใช้ ว่ากันว่าเฮี้ยนและหายากกว่าแพะแท้ๆมากมายนัก แม้พ่ออาจารย์ท่านก็เคยเอาดินมาปั้นเสกหมาพยนต์ให้คนใช้ จนถึงท่านก็ยังปั้นไว้ใช้เองตามศาสตร์วิชาการสร้างหมาพยนต์หรือหมานิลดำโดยหมานิลดำของท่านนั้นท่านจะรักมันมากและมักบอกเป็นนัยน์ๆเสมอๆว่าเห็นแบบนี้มันเก่งนะมันมาช่วยเราหลายครั้งแล้ว ซึ่งท่านว่าศาสตร์เหล่านี้เขาให้คุณมากเพราะหมานั้นซื่อสัตย์กับมนุษย์เป็นที่สุด

    ด้วยคุณสมบัติต่างๆอันหาได้ยากนานาประการของพยนต์หมานิลดำ ได้แก่
    - ยอมรับเราเป็นเจ้านาย
    - เชื่อฟังคำสั่ง
    - คอยติดตามเราไม่ห่างดุจเงาตามตัว
    - คอยเตือนภัยบอกเหตุร้ายให้รู้ตัว
    - เข้าใจความคิดและการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ตลอดจนบุคลิกของเรา
    - ปกป้องเมื่อมีภัย
    - พยายามเข้าหาเราด้วยตัวเองและเขาจะมีความสุขเมื่อได้อยู่กับเรา
    สิ่งต่างๆเหล่านี้พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้จะทำวัวธนู ควายธนู หรือพยนต์สัตว์เทพใดๆเขาก็ไม่ได้ให้ค่าความซื่อสัตย์จงรักภักดีหรือใส่ใจเรา ทั้งจะพยายามเข้าหาเราด้วยตัวเองตลอด เรียกได้ว่าผู้เป็นนายต้องอยู่ในสายตาตลอดเช่นพยนต์หมานิลนี้ เพราะเขาต้องการสื่อสารกับเราและต้องการพึ่งพาเรา เล่นกับเรา เป็นภาวะที่เอื้อเฟื้อความอารีย์ซึ่งกันและกันเช่นนั้นเองเขาจึงซื่อสัตย์และจงรักภักดีกับเรามากด้วยเห็นว่าเราเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของเขา และผู้ที่บูชาพยนต์หมามหานิลดำนั้นจะรู้ได้เองว่าเขาชอบผลประโยชน์ที่เท่าเทียม อันนี้พูดกันง่ายๆคือขออะไรเพียงมีตัวล่อ มีเรื่องบน มีของกินเข้ามาล่อมาเสนอเอาว่าสำเร็จไวแน่นอนชนิดทำงานได้ทันตาเห็น เป็นข้อแลกเปลี่ยนง่ายๆยิ่งเราให้เขาก็ยิ่งคืนให้เช่นนี้ ทั้งความรักความรู้สึกก็จะยิ่งผูกพันธ์กันมากขึ้นไปเรื่อยๆ

    ด้วยความเก่ง ความซื่อสัตย์จงรักภักดีและคุณสมบัติเฉพาะตัวงของพยนต์หมามหานิลดำที่เขาเห็นเราเป็นเพื่อนและใส่ใจความรู้สึกนึกคิดเราตลอดเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจจะทำพยนต์หมาให้ใช้อย่างเป็นทางการไว้ซักรุ่น ซึ่งท่านว่าเราจะทำให้เพียงครั้งเดียวเพราะวิชาเหล่านี้ถ้าทำให้สุดๆจริงๆแล้วล้วนมีอาถรรพ์อยู่มาก โดยท่านตั้งใจปั้นหุ่นเทียนให้มีลักษณะคล้ายหมาจิ้งจอกด้วยเหตุผลว่าหมาท่านต้องเก่ง เป็นหมานักล่า จะมาหงอยๆซึมๆนั้นใช้ไม่ได้ ท่านทำให้เป็นจิ้งจอกเพราะต้องการไหวพริบ ความเจ้าเล่ห์ ความฉลาด ปราดเปรียว มีสัญชาติญาณดิบ มีความเป็นนักล่า เพื่อจะให้ให้คนนำไปบูชาสามารถใช้ด้เหมาะแก่ยุคสมัยไม่ใช่เอาไว้เป้นเพื่อนเฝ้าบ้านเท่านั้น แต่ยังต้องล่าเหยื่อ หาทรัพย์ ทั้งยังคิดเป็นคอยช่วยเหลือเจ้านายเวลาตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายต่างๆ

    ทั้งหมาพยนต์นี้ยังเป็นวิชาทางด้านเมตตาชั้นยอดอันโดดเด่นไม่มีใรเหมือนชนิดหนึ่งด้วย เพราะลักษณะของลูกหมาตัวเล็กๆนั้น ย่อมดูน่ารัก น่าใคร่ น่าเอ็นดู ใครเห็นก็เมตตา ใครเห็นก็อยากเข้าหา อยากเข้ามาเล่นด้วย เรียกว่าเราพกหมาพยนต์ไว้ใครเห็นใครก็ชอบ อยากเล่น อยากหยอก ซึ่งคุณสมบัตินี้พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าคนมีไหวพริบดีเขาจะรู้ว่าใช้ได้หลายทางเช่นเอาไปใช้กับเจ้านายเขาก็รักเขาก็วางใจ ที่เคยไม่พอใจนึกโกรธเราเคืองเราพอเห็นหน้ามันก็วูบไปหมดลืมไปสิ้น ถ้าเอาไปใช้กับเพื่อนเขาก็รักคอยเกื้อกูลเราเช่นนั้น และวิชาหมานิลดำนั้น ท่านว่าพกเขาไว้เถิดจะมีกินมีใช้ตลอดแม้ไม่ต้องขออะไร เพราะหมามันไม่มีวันอดตาย คนโบราณเขาเชื่อเขาถือกันยิ่งนักว่าหมาไม่เคยอดตายดังนั้นวิชานี้จึงดีทางความอุดสมบูรณ์ ความบริบูรณ์อย่างลงตัวเรียกว่าขาดอะไรก็เติมเต็มสิ่งนั้น จะใช้ให้เขาเฝ้าเจ้าของ,เฝ้าทรัพย์ หรือจะใช้ให้ล่าให้หาล้วนใช้ได้ทั้งสิ้น พอได้ไปให้ตั้งชื่อให้เขาด้วย หรือว่าจะเรียกเจ้ามหานิลก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าใครคิดร้ายหรือเล่นไม่ซื่อกับเรา ถ้าใครทำอันตรายปองร้ายหมายชีวิตเราอันนี้เขาจะไปปรากฏกายให้มันเห็นโดยมาเป็นรูปกายสีดำตาแดงตัวใหญ่เรียกว่าไปเตือน และอาจจะไปลงโทษมันผู้นั้นตามระดับความเหมาะควรแก่โทษที่เขาปองร้ายเช่นนี้ และหากผู้บูชาเห็นเขาเองก็ให้รู้ตัวไว้ถ้าเขามาแบบน่ารักๆเป็นลูกหมาตัวเล็กๆนั่นก็คือเขามาเล่นด้วย แต่ถ้าวันไหนเขามาให้เห็นเป็นสุนัขดำตัวใหญ่โตตาแดงเมื่อไหร่ให้รู้ไว้ว่าเรากำลังมีเคราะห์ภัยหรือดวงเรากำลังจะตกกำลังจะเจอเรื่องไม่ดี ให้รีบเอ่ยนามเรียกชื่อเขา บอกให้เขาช่วยเสียแต่เนิ่นๆแล้วคราเคราะห์ตลอดจนเหตุเภทภัยทั้งหลายก็จะระงับไปเอง ***ตรงนี้ให้จำไว้ให้ดีเพราะเขาจะใส่ใจเรามากและถือว่าเขามาเตือนเราแล้ว ถ้าเราไม่เอ่ยปากเคราะห์ภัยนั้นก็จะมาถึงตัว

    เพราะวิชานี้น่าอัศจรรย์ถึงเพียงนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเพราะมันใช้กินเคราะห์ภัย เตือนบอกเหตุร้าย ทั้งเฝ้าระวังคอยป้องกันเราไปเสียทุกอย่าง พออะไรมาที่ดูไม่ดีๆนี่เขาจะรีบเตือนเรา เอาว่าถ้าเราอนุญาติหรือเอ่ยปากเขาจะเขมือบสิ่งเหล้านั้นทันทีเช่นนี้ เราจึงบอกได้คำเดียวว่ามันเก่งมากและมันก็เคยช่วยเรามาเยอะแล้ว

    เมื่อท่านใช้ธาตุกายสิทธิ์สูตรเล่นแร่แปรธาตุของท่านหล่อหลอมพยนต์มหานิลดำขึ้นมาท่านยังได้ทำวิชาฝังตะกรุดสำคัญไว้ด้วย นั่นคือตะกรุดวิชาเสน่ห์หน้าหมาหรือหมาเข้าไส้นั่นเอง อันวิชานี้ก็มีตำนานพื้นเมืองสืบทอดกันมาว่า
    " เมื่อโบราณการนานมา มีเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งทางภาคเหนือ มีพระธิดาที่มีรูปโฉมงดงามมาก เป็นที่หมายปองของเจ้าเมืองน้อยใหญ่ต่างปรารถนาจะได้นางมาเป็นมเหสี แต่พระธิดานางนั้นก็ยังไม่ตกลงปลงใจกับกษัตริย์เมืองใดเลย จนเรื่องความงามนี้ไปเข้าหูกษัตริย์นักรบเมืองใหญ่ผู้มีฝีมือการรบเก่งกล้า มีวิชาอาคมดี และที่สำคัญมีพระฤาษีที่ทรงฤทธิ์แก่กล้าเป็นที่ปรึกษา แต่ด้วยเป็นกษัตริย์นักรบที่ภาพลักษณ์โหดเหี้ยมกระหายเลือดและรูปโฉมไม่งดงาม เมื่อส่งพ่อสื่อส่งของไปบรรณาการและสู่ขอ เจ้าหญิงจึงปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใย กษัตริย์นักรบหนุ่มรู้เช่นนั้นก็โมโหโกรธายกทัพเข้าตีเมืองหวังหักชิงเอาด้วยกำลัง พระบิดาองค์หญิงก็ออกรบต้านไว้เต็มกำลังก็มิอาจสู้ได้ ทหารประชาชนต่างบาดเจ็บล้มตายกันเป็นเบือ เจ้าหญิงเห็นดังนั้นก็สลดพระทัยตัดสินใจกลั้นใจตายในห้องบรรทมหวังให้เรื่งทุกอย่างยุติไปพร้อมกับความตายของนาง กษัตริย์นักรบหนุ่มหลังตีพิชิตเมืองได้พอทราบข่าวก็เสียใจและเจ็บแค้นใจที่พระธิดาเลือกความตายแทนที่จะเลือกตนจึงปรึกษาพระฤาษีผู้อาจารย์ อาจารย์ท่านนั้นจึงใช้พระเวทย์นำดวงจิตของพระธิดาใส่ในร่างของสิงโตหวังจะหาทางแก้ไขให้นางฟื้นด้วยวิชา แต่เมื่อดวงจิตของพระธิดาไปอยู่ในร่างสิงโตก็เกิดดุร้ายไล่กัดทหารล้มตายลงเป็นอันมาก พระฤาษีท่านนั้นจึงย้ายดวงจิตเจ้าหญิงไปไว้ที่หมาตัวเมียตัวหนึ่ง แต่ด้วยสัญชาติหมา เมื่อติดสัด ก็วิ่งร่านไปหาเพศผู้เพื่อเสพสังวาส ด้วยอาถรรพ์ร้ายแรงใดไม่ทราบได้ไม่ใช่แต่หมาด้วยกัน แม้แต่ ม้า วัว ควาย ยันคน ต่างมาหลงเสน่ห์นางหมาพากันมาร่วมเสพสังวาสกับนางกันทั้งเมืองจนเป็นเรื่องวิปริตอาเพศอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โบราณจารย์ท่านจึงได้ผูกวิชาเสน่ห์หน้าหมาหรือหมาเข้าไส้ขึ้นมาเช่นนั้น"

    ด้วยเป็นวิชาที่ไม่ค่อยปรากฏผู้สร้างมากนักเพราะจะหาผู้รู้จริงทำได้จริงยากยิ่ง อีกทั้งวิชานี้มีเคล็ดการสร้างและวิธีการปลุกเสกพิสดารสร้างได้ยากมากๆ ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจว่าจะทำไว้ซักหนแต่ท่านจะไม่พูดไปถึงทางเสน่ห์ราคะแบบต้นสายวิชา ท่านว่าท่านพูดมากไม่ได้เอาแค่เมตตานี่แหละคนเราเมตตากันมันก็รักกันเอง(ท่านพูดเป็นนัยน์ๆไว้เท่านี้) พ่ออาจารย์ท่านจารตะกรุดปลุกวิชาเสกจนเกิดนิมิตรตรงตามตำราจึงเห็นแจ้งว่าสำเร็จ แล้วจึงนำตะกรุดนี้ฝังลงไปในหมาพยนต์มหานิลดำตอนหล่อหลอม ด้วยตะกรุดเสน่ห์หน้าหมานี้เวลาใครเอาไปใช้ท่านว่าจะเป็นเสน่ห์เมตตาในลักษณะของหมาหยอกไก่นั่นคือหยอกกันคุยกันแบบทีเล่นทีจริง ไปไหนก็มีคนรัก คนนิยมชมชอบ อยากเข้ามาหาไปจีบสาวเขาก็ไม่กลัวต่างก็ยอมเปิดใจให้กับเรา ดังนั้นวิชานี้จึงมีดีทางตี้ซี้หรือจะเรียดว่าตีสนิทก็ได้เพราะขึ้นชื่อว่าคนแล้วหากลองสนิทใจกันเมื่อไหร่ ที่เหลือก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้วเช่นนั้นวิชานี้จึงเป็นวิชาเสน่ห์ชั้นสูงตำรับสายขาว เป็นเสน่ห์มหานิยมดึงดูดผู้คนให้อยากเข้ามาพบปะเจรจาด้วย เจ้านายก็รักเมตตา คนรักก็รักเมตตาอยากอยู่กับเราเพราะเขาอยู่กับเราแล้วเขามีความสุข คนทั่วไปหรือเพศตรงข้ามก็อยากเข้ามาหาเรา ใครที่โกรธเคืองหรือไม่ลงลอยกัน ก็จะมีน้ำใจอ่อนลงอยากเข้ามาหาเรา ***พ่ออาจารย์ท่านว่าแต่โบราณวิชานี้จึงไม่ทำกันบ่อย เพราะมันจะเป็นเหมือนวิชากล่อมจิต กล่อมประสาทเขา ใช้ในการกล่อมจิตใจคนที่เราอยากเข้าหาให้เผยความในใจออกมาและดลจิตดลใจให้รักและซื่อสัตย์กับเราดั่งหมารักนายของมันเช่นนั้น ท่านว่าทำให้หนนี้แล้วจะไม่ทำอีกเลย ใครมีวาสนาก้มาเอาไปเพราะเราทำให้เพียงแค่นี้

    ทั้งความเชื่อแต่โบราณนั้นยังเชื่อว่าสุนัขจะเป็นผู้นำพาเจ้านายไปหาขุมสมบัติ เมื่อได้เลี้ยงสุนัขดีก็จะมีวาสนาดี หรือทางอียิปต์เขาก็เชื่อว่าเทพหน้าสุนัขนั้นเป็นผู้นำพาในโลกวิญญาณทั้งสุนัขดำยังเป็นสัญลักษณ์ของการตายแล้วเกิดใหม่ พ่ออาจารย์ท่านว่าเพราะคตินี้ท่านจึงทำพยนต์มหานิลดำขึ้นด้วยถือเป็นสิริมงคลไว้อย่างหนึ่ง ด้วยใครที่เขามีชีวิตทุกข์ยากจะได้เปลี่ยนชีวิตตัวเองเสมือนตายแล้วเกิดใหม่ จะได้เจอเพื่อนเจอผู้นำทางไปหาวาสนาและโชคลาภที่ประเสริฐยิ่งๆขึ้นไปตามอาถรรพ์ของพยนต์มหานิลดำเช่นนี้


    คาถาบูชา
    โอม วาวาคุปุเน คุวิสสุสัง มะ มะ สวาโหมติด

    ใช้ทางเสน่ห์ว่า โอม พระญาหน้าหมา คันกูไปนอนที่ขอนไม้จนก้านพอโป่งใบ ตกไปตางใดก็หื้อรักกูกูจักเนรมิตรเป๋นผม นางก็ลู่กันชิงกันเกล้ากูจักเนรมิตรเป๋นเข้า นางก็ลู่กันชิงกันกินกูจักเนรมิตรเป๋นดิน นางก็ลู่กันชิงกันย่ำสองพร่ำรักกู แท้เนอนางเนอเออนางรัก โอม สาวหุมติด

    *** ผู้บูชาเวลาจะกินข้าวทุกมื้อ ให้ใช้ช้อนเขี่ยข้าวกับอาหารมาไว้ที่มุมจานกองเล็กๆกองหนึ่งและตั้งจิตเรียกมหานิลดำให้เขากินกับเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าจะได้ไม่ต้องเปลืองหรือเสียเวลาไหว้ให้อาหารเขา และเรายังจะได้ผูกสัมพันธ์กับเขาให้ใช้ชีวิตอยู่กับเราไปตลอดเค้าก็จะติดและซื่อสัตย์กับเรามากยิ่งๆขึ้นไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 เมษายน 2020
  11. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    มงคลคณะเทพพระสยามเทวาธิราชทรงเมืองปกาศิต(รุ่นฟ้าผ่า)
    ให้บูชา 3300 บาท รวมส่งครับ
    89945115_645254316260564_5526731897511608320_n.jpg
    90513752_1045830752457378_5043013937398808576_n.jpg

    "พระสยามเทวาธิราชนับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โดยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์มีพระราชดำริว่า ประเทศไทยมีเหตุการณ์ที่เกือบจะต้องเสียอิสรภาพมาหลายครั้ง แต่บังเอิญมีเหตุให้รอดพ้นภยันตรายมาได้เสมอ ชะรอยคงจะมีเทพยดาที่ศักดิ์สิทธิ์คอยอภิบาลรักษาอยู่ สมควรที่จะทำรูปเทพยดาองค์นั้นขึ้นสักการบูชา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้าประดิษฐวรการปั้นรูปสมมติขึ้น แล้วหล่อด้วยทองคำแท่ง มีลักษณะแบบเทวรูป มีความสูง ๘ นิ้ว ทรงเครื่องอย่างเทพารักษ์ ทรงมงกุฎ ประทับยืน พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นในท่าจีบเสมอพระอุระ ประทับในเรือนแก้วทำด้วยไม้จันทน์ มีลักษณะแบบวิมานเก๋งจีน และถวายพระนามว่า พระสยามเทวาธิราช โปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานไว้ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง"......

    เกี่ยวกับพระสยามนั้นก็เป็นที่น่าแปลกใจว่าเป็นเทพซึ่งมีชื่อใกล้เคียงกับท้าวสุยามเทวราชจอมภพแห่งสวรรย์ชั้นยามาจริงๆพ่ออาจารย์ท่านได้พูดถึงพระสยามเทวาธิราชนี้ไว้คร่าวๆ ว่าเป็นชื่อเรียกเทวดา แต่เป็นชื่อที่เรียกรวมแบบหมู่คณะ มิได้เจาะจงเฉพาะผู้ใด เอาว่าถ้าเราเรียกพระสยามเทวาธิราชนี่จะมากันหมด มากันเป็นหมู่ใหญ่เชียวล่ะ มีทั้งเทพ จอมเทพ และพรหมชั้นต่างๆรวมกันอยู่มากมาย

    พระสยามเทวานี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าโดยรวมส่วนใหญ่จะเป็นดวงพระวิญญาณอดีตบูรพกษัตริยาธิราชเจ้าตั้งแต่ยุคบุกเบิกอาณาจักรย้อนไปถึงอารยธรรมโบราณนั่นทีเดียว ทั้งพระมหากษัตริย์เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินที่เค้ารักบ้านรักเมือง ห่วงบ้านห่วงเมือง คุ้มเกรงบ้านเมืองและประชาชนที่นับถือบูชา นอกจากนั้นคำว่าพระสยามเทวานี้ พ่ออาจารย์ท่านยังบอกว่าเป็นชื่อที่สำคัญมากนะ ส่วนใหญ่คนจะใกล้เกลือกินด่าง รู้จักชื่อท่าน แต่ไม่เคยไหว้หรือบนบอกท่านกันเสียเท่าไหร่ จริงๆแล้วท่านเป็นเทพที่มีคุณใหญ่หลวง มีอานุภาพมาก มีความรักและปรารถนาดีอย่างยิ่งกับลูกหลานเชื้อชาติไทย พ่ออาจารย์ท่านว่าพระสยามเทวาธิราชนี้คือกลุ่มคณะเทพพรหมที่มีอำนาจใหญ่สูงสุด เรืองอำนาจที่สุดของพระราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นเทพที่มาจากอำนาจ ความเชื่อ หรือลัทธิใด เมื่อมาอยู่ในประเทศไทยแล้วก็ล้วนแต่อยู่ในอำนาจของกลุ่มพระสยามนี้ทั้งสิ้น

    พ่ออาจารย์ท่านมีดำริจะสร้างพระสยามเทวาธิราชตามแบบอย่างเทวรูปที่สร้างไว้ในสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่สี่ แต่ด้วยเหตุผลบางประการเกี่ยวเนื่องกับญาณวิถีและสิ่งเร้นลับต่างๆ พ่ออาจารย์ท่านว่า คณะเทพพรหมพระสยามนั้นได้บอกให้เราปั้นหุ่นเป็นแบบมือประทานพรกวักทรัพย์ จะได้ประทานพรเรื่องทรัพย์สมบัติ เรียกหา กวักให้มา ให้เข้ามา ให้บังเกิด ให้มั่งมีในวิถีชะตาของผู้กระทำสักการะเทวะบูชา ดังน้นพ่ออาจารย์ท่านจึงกระทำตามครูสั่งเช่นนั้น ก่อนจะใช้ธาตุกายสิทธิ์เหล็กไหลต่างๆผสมด้วยแผ่นจารวิชายันต์เรียกทรัพย์และปรอทกายสิทธิ์ทั้งหลายทั้งปรอทดิน ปรอทป่า ปรอทดำ ปรอทหลวงปู่ละมัย หลอมหล่อออกมาเป็นรูปเทพยดาเจ้าทรงพระขรรค์เพชร พ่ออาจารย์ว่าโดยนัยน์แล้วหมายถึงการกระทำสำแดงพระราชอำนาจอันเป็นอาญาสิทธิ์เหนือสรรพีวิตทั้งปวงในพระราชอาณาจักรของพระสยามเทวาธิราช

    เมื่อท่านหล่อองค์พระสยามนั้น พ่ออาจารย์ท่านก็นำมาเสกเก็บไว้ ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่าพระสยามนี้เป็นของสูง มีปรากฏการณ์ธรรมชาติตั้งแต่เมื่อครั้งหล่อหลอมแล้ว ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านพูดเกี่ยวกับพิธีตอนหล่อพระสยามว่า ได้ปรากฏมีสายอสุนีบาตฟาดลงมาใส่เบ้าตอนหลอมชนวนมวลสาร ดังนั้นพระสยามรุ่นนี้จึงได้ประจุอานุภาพของสายฟ้าไว้ เป็นอานุภาพที่รุนแรงของเทพเจ้า ที่จะใช้ทำลายหมู่มารไพรี ทั้งอุปัทวมงคล โภยภัย อันตราย โรคร้ายต่างๆ เครื่องขัดขวางหนทางอุปสรรคชีวิตทุกประการ เป็นอาถรรพ์ที่เกิดขึ้นด้วยกาล ด้วยวาระที่พิเศษจริงๆ เมื่อท่านหล่อหลอมแล้วพ่ออาจารย์ท่านก็นำมาเสกเก็บไว้เนืองๆ เพราะท่านให้เหตุผลว่าคณะพระสยามนี้เป็นเทพคณะใหญ่ครอบคลุมสวรรค์ชั้นฟ้า มีตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกาไล่ขึ้นไปจนถึงมหาพรหม ดังนั้นเมื่อจะสร้างพระสยาม เทพทั้งหลายหรือคณะเทพพระสยามนี้ท่านจะลงมากันหมด ด้วยท่านถือว่าชื่อพระสยามนี้เป็นชื่อเป็นตำแหน่งของพวกท่าน ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านต้องค่อยๆทำและเชิญไปเรื่อยๆให้รูปเปรียบพระสยามนี้มีอำนาจศักดิ์สิทธิ์สูงสุด โดยพ่ออาจารย์ท่านได้นำเหล็กกจารมาลงจารเรียกสูตรกลึงวิชานะเรียกเงินมาใส่ไว้ที่ด้านหลังองค์พระทุกองค์ ท่านว่าครูเขาสั่ง เขาว่ากวักเข้ามาแล้วก็ต้องเรียกเข้ามาด้วยจะได้ประเคนมาให้ถึงที่ ขอให้มีมานะขยันทำมาหากินอีกนิด มีความเห็นที่ถูกทางประพฤติตนในกรอบคุณธรรม ครูพระสยามท่านว่า "กูจะไม่ทิ้งมึง"

    หลังจากอธิษฐานจิตพระสยามจนมีผู้นำไปใช้พบกับกฤษดาภินิหารในองค์ท่านอย่างแท้จริง ได้รวยได้สำเร็จรับโชคลาภใหญ่ไปแล้วนั้น พ่ออาจารย์ท่านก็เก็บพระสยามมาตลอด ด้วยท่านบอกว่าพระสยามชุดนี้นั้นโชคลาภหนักมาก และท่านปรารถนาจริงๆว่าอยากทำให้สำเร็จ อยากจะรอเวลาที่สำคัญที่จะเกิดเทพองค์สำคัญเพื่อให้บารมีพระสยามสมบูรณ์ที่สุด

    ทั้งๆที่พระสยามซึ่งพ่ออาจารย์ท่านสร้างออกมานั้น ได้ชื่อว่าเก่ง เฮี้ยนอย่างที่สุด ถึงแม้จะมีประสบการณ์ตั้งแต่หล่อหลอมออกมา แต่ในชั้นหลังนั้นพ่ออาจารย์ท่านก็ระงับไว้ด้วยให้เหตุผลว่ายังไม่ถึงเวลา ครูยังลงไม่ครบ ให้รออีกนิดแล้วบารมีของพระสยามหรือเทพในคณะของพระสยามจะรุ่งเรืองขึ้นอีกมาก ท่านพูดเป็นปริศนาธรรมไว้เช่นนี้ให้ขบคิดตั้งแต่สร้างและเสก อะไรคือรอเวลา รอทำไมแล้วรอแล้วจะอย่างไร ทำไมบารมีของเทพในคณะพระสยามถึงจะเพิ่มขึ้น.......ซึ่งก็มาประจักษ์แจ้งแก่ใจเมื่อไม่นานมานี้ พ่ออาจารย์ท่านว่า สมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐได้เสด็จกลับที่ของท่านแล้ว และที่สำคัญก็ได้เข้าร่วมกับคณะเทพพระสยามแล้วเช่นกัน จากที่พ่ออาจารย์ท่านพูดดังนี้ หากคิดตามเชื่อว่าทุกคนต้องรู้อยู่แก่ใจว่าสมเด็จพระบรมกษัตริย์พระองค์นั้นคือใคร แล้วทำไมพ่ออาจารย์ท่านต้องรอมาหลายปีเพื่อจะสำเร็จกายสิทธิ์ธาตุพระสยามเทวาธิราช ให้มีคุณวิเศษสูงสุด เชื่อว่าทุกคนคงชัดและกระจ่างแก่ใจแล้วในการรอเวลาของพ่ออาจารย์ท่าน

    พ่ออาจารย์ท่านว่าทุกสิ่งนั้นล้วนเป็นไปตามกฏและกำหนดการณ์ไม่มีความบังเอิญใดๆทั้งสิ้น เมื่อองค์ประกอบครบจึงจะลงตัว อันคณะเทพพระสยามนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่ามีทั้งเทพและพรหม เป็นคณะของอดีตบูรพกษัตริย์ตลอดจนดวงจิตของขุนศึกทุกท่านตลอดจนบุคคลสำคัญต่างๆตั้งแต่ยุคปฐมก่อกำเนิดอาณาจักรย้อนกลับไปไกลกว่ายุคสุโขทัยที่ยังรักบ้านรักเมืองรักลูกหลานเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ที่ยังรักยังห่วงแผ่นดินท่านสายเลือดของพวกท่าน ซึ่งพ่ออาจารย์ก็ได้ค่อยๆทำและเชิญไปจนครบจนสำเร็จเพื่อให้พระสยามนี้มีอานุภาพสูงสุด ท่านกล่าวว่าในรูปพระสยามของเราเพียงองค์เดียวนั้น หากใครตาดีจิตดีก็จะมองออกว่าประกอบไปด้วยเทพพรหมมากมายมาอารักขา เป็นคณะเทพพระสยามนั่นเอง ไม่ใช่รูปของเทพทั่วไปเพียงองค์สององค์ไม่ พ่ออาจารย์ท่านว่าของเช่นนี้สำคัญนะ เพราะว่าไหว้ทีก็ไปถึงกันทั่ว ขอพรองค์เดียวเหมือนขอพรคณะเทพนับร้อยพัน

    เมื่อควรแก่เวลา พ่ออารย์ท่านก็นำพระสยามเทวาธิราช หรือที่ท่านชอบเรียกของท่านว่าพระสยามเรียกเงินมาตามคุณวิชาที่ท่านลงเหล็กจารประสิทธิ์ไว้ก็ตามนำมาอุดผงอิทธิเจผสมผงในตระกูลเศรษฐีทั้งหลายนับร้อยสาย ทั้งที่ท่านทำขึ้นเองและของครูบาอาจารย์ท่านตั้งแต่สายในดงหรือสายปาฏิหาริย์ต่างๆ ท่านว่าผงและยาทั้งหลายที่เรานำมาเข้ากันอุดพระสยามนี้ เราพิจารณาอย่างดีแล้วว่ามีคุณภาพมาก แม้เพียงเศษผงหรือละอองผงก็ยังมีคุณทางเมตตามหานิยม ดีทางโชคลาภเรียกเงินทองอย่างถึงที่สุด ท่านว่าอยากจะทำให้เก่งด้านเดียวไปเลย เพราะองค์เทพพระสยามทั้งคณะนี้ก็อธิษฐานบอกกล่าวท่านได้ร้อยแปดพันประการอยู่แล้ว

    นอกจากนี้พ่ออาจารย์ท่านยังได้ฝังพยนต์คุณวิเศษตรีพักตร์หรือพยนต์ตรีเศียรไว้ที่ด้านหลังองค์พระสยามด้วย สำหรับหุ่นพยนต์นี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นพยนต์ที่เป็นดั่งอำนาจและตัวแทนของเทพยดาทั้งสาม คือพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระหลักเมือง ด้วยว่าเป็นพยนต์จึงสามรถบนบอกและใช้งานได้ ประกอบกับมีฤทธิ์มาก อันเป็นฤทธิ์ที่มีต้นกำเนิดมาจากเทพทั้งสามที่พ่ออาจารย์ท่านอัญเชิญมาแผ่ญาณบารมีและประสิทธิพยนต์นี้เป็นการเฉพาะจนฟ้าร้องฟ้าลั่นมาแล้ว ด้วยพยนต์จิตเทพจึงเป็นอานุภาพที่ไม่มีวันหมดหรือเหือดแห้งดั่งพยนต์อาคมทั่วไป ท่านว่ายิ่งคนใช้อาราธนาอยู่ใต้ฟ้าเมืองไทยหรือมีสายเลือดชาติเชื้อไทยด้วยแล้วยิ่งแรงเป็นทวีคูณ
    พ่ออาจารย์ท่านว่าพยนต์ทั้งสามนี้เป็นพยนต์ที่มีอานุภาพมาก และเทพทั้งสามที่เป็นจิตตั้งต้นของพยนต์ก็เป็นเทพที่คอยช่วยงานองค์พระสยามเทวาธิราชด้วยเช่นกัน ซึ่งเทพทั้งสามก็มีหน้าที่ดังนี้
    - พระเสื้อเมือง มีหน้าที่คุ้มครองป้องกันทั้งทางบกและทางน้ำ คุมกำลังไพร่พลแสนยากร รักษาบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขปราศจากอริราชศัตรูมารุกรานไหว้หลักเมือง เสริมหลักชัยให้กับชีวิต
    - พระทรงเมือง มีหน้าที่รักษาการปกครองและกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ดูแลทุกข์สุขของประชาชนให้ร่มเย็นเป็นสุขสวัสดี
    - พระหลักเมือง มีหน้าที่ทางการพิพากษา เป็นอำนาจของตุลาการ ปกปักรักษาศาลสถิตย์ยุติธรรมต่างๆ มีหน้าที่รับร้องทุกข์ให้ประชาชนที่โดนกลั่นแกล้ง ช่วยเหลือเรื่องไม่เป็นธรรม การรังแก และความอยุติธรรมทั้งหลาย ให้ประชาชนพ้นทุกข์
    พยนต์เทพที่รวมอำนาจของพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระหลักเมืองนั้นก็คือพยนต์ที่จะคุ้มครองเราเป็นหลักชัยให้แก่ชีวิตเรา ดูแลทุกข์สุขเราความเป็นอยู่แก้ไขเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจเรา ให้ความเป็นธรรมปกป้องเราเพื่อชีวิตที่ดีงาม ร่มเย็นและเจริญสุข พ่ออาจารย์ท่านจึงเรียกว่าพยนต์คุณวิเศษ ซึ่งการสร้างพยนต์เทพตรีพักตร์นี้พ่ออาจารย์ท่านบอกว่า เสกจนฟ้าร้องฟ้าผ่า จนครูท่านเข้านิมิตว่าพอ ว่าหยุดได้แล้ว นั่นแหละเราถึงพอ เพราะว่าเทพทั้งสามนั้นท่านตั้งใจช่วยคนกันจริงๆ และเมื่อเทพท่านเมตตาผูกพยนต์ให้ก็ย่อมดีกว่ามนุษย์ผูกเองเป็นร้อยพันหมื่นเท่า ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงเชิญเทพพยนต์ตรีพักตร์ประดิษฐานฝังไว้กับพระสยามเทวาธิราช ท่านว่าองค์นี้ใครได้ไปก็ครบเลย องค์เดียว แบบนี้ที่คนโบราณท่านเรียกครอบฟ้าคลุมเมือง
    สำหรับพยนต์คุณวิเศษตรีพักตร์นั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเราแกะเองเป็นหุ่นรูปคนสามหน้า จะหาความสวยงามประณีตวิจิตรใดๆนั้นย่อมไม่มี เพราะเราแกะให้เป็นหุ่นพยนต์ที่คอยรับใช้ผู้บูชาด้วยความซื่อสัตย์ไม่ใช่แกะให้เป็นเทวดาที่เราต้องตามไปรับใช้ท่าน ถึงจะมีจิตเทพเป็นต้นกำเนิดพลังแต่เขาก็เป็นหุ่นพยนต์ที่เทพผูกขึ้น ยิ่งมีแรงถึงสามแรงช่วยกันสร้างท่านว่ายิ่งหายห่วง จะขอจะบนอะไรก็บอกเขาดีๆ ใช้ดอกไม้เครื่องหอมสุคนธ์รสทั้งหลาย งดเว้นอาหารดิบหรือสิ่งมึนเมา เพราะจิตเขาเป็นเทพเขาไม่รับสิ่งเหล่านั้น หากขอสิ่งใดสำเร็จก็ให้บูชาแต่เพียงนั้น

    นอกจากนี้พ่ออาจารย์ท่านยังได้ฝังตะกรุดไกรลาสอธิบดีไว้อีกคำรบหนึ่งด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าหุบเขาไกรลาสของครูพระสยมนี้ แม้ไม่ได้เป็นแกนจักรวาลหรือหลักโลกแบบเขาพระสุเมรุของพระอินทร์ แต่ก็เป็นศูนย์รวมแห่งกำลังอำนาจที่ใช้ค้ำสมดุลย์แห่งกาลเวลาเกี่ยวเนื่องกับความเป็นไปของสรรพชีวิตไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ ยักษ์ เทวดาทั้งหลาย เป็นมิติเอกเทศที่ยากแก่การเข้าถึงและค้นพบ เป็นโลกของครูพระสยม อันตะกรุดไกรลาสอธิบดีนั้นเป็นตะกรุดที่ใช้ทางค้ำชะตาชีวิต ปรับสมดุลย์แห่งกาลเวลาในชีวิตตน พ่ออาจารย์ท่านว่าเราพูดอะไรมากไม่ได้มันผิดกฏ แต่คนที่คิดว่าตัวเองยังไม่ถึงเวลา ยังไม่ได้ ยังไม่มี ต้องรอนั่นรอนี่ทั้งที่ตนก็สร้างบุญเปรียบกับน้ำที่เติมลงแก้วก็เรียกว่าล้นแก้วไปแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านชี้ได้แค่เพียงว่ามันเป็นสมดุลย์เรื่องกาลเวลาที่ไม่เสมอในระนาบเดียวกันซึ่งพวกเธอไม่มีทางเข้าใจ อันชะตาชีวิตสัตว์ทั้งหลายนับแสนล้านภพชาติ มันผ่านอะไรมามากเวรกรรมก็ตอบรับคืนสนองกันอยู่เนืองๆ ทำให้สมดุลย์แห่งกาลเวลานั้นคลาดเคลื่อนไป อันตะกรุดนี้ฉันเชิญครูพระสยมมาลงให้ทำวิชาเฉพาะของท่าน ฉันพูดได้แค่ทำไว้ปรับสมดุลย์เรื่องกาลเวลาในชีวิตตน ถ้ามีบุญหมั่นสร้างบุญ เอาว่าเจอดีและต้องได้ดี

    พ่ออาจารย์ท่านสร้างพระสยามเทวาธิราชนี้ขึ้นโดยนำมาอุดผงฝังพยนต์คุณวิเศษและตะกรุดแล้วมีให้บูชาทั้งหมด 8 องค์ และท่านหมั่นเพียรเสกเก็บค่อยๆทำไปจนมั่นใจว่าเปล่งอานุภาพครบเต็มพระบารมี ท่านจึงให้นำมาออกร่วมทำบุญบูชา จากที่มีคนถามหามาเรื่อยๆ และญาติตลอดจนเพื่อนๆของเศรษฐีผู้โชคดีคนนั้นที่รู้ข่าวก็ปิดข่าวและติดต่อมาอยู่เนืองๆ ถามหาและรอเวลากันว่าเมื่อไหร่พ่ออาจารย์จะนำพระสยามออกมาให้ร่วมทำบุญ เพราะพวกเขาอยากได้กันจริงๆและกลัวใจว่าจะไม่ทันจึงต้องปิดต้องบังและถามกันมาเรื่อยๆ ประกอบกับที่บางคนเจอแรงครูท่านไปตาม ทั้งพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระหลักเมือง จึงทำให้พระสยามนั้นเป็นเครื่องมงคลลับๆที่มีคนรอจองมากมายนับ ด้วยองค์พระมีน้อย ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านก็บอกว่าท่านไม่ได้จำกัดไว้ว่าจะต้องให้ใครหรือเป็นของผู้ใด ท่านว่าให้รอพร้อมๆกัน ใครมีบุญรับได้ก็เป็นของคนนั้น ถ้าเราใช่ เป็นของๆเราจริงๆเราก็จะได้ครอบครอง

    คาถาบูชา
    สยามะเทวาธิราชา เทวาติเทวามหิทธิกา เตปิตุมเหอนุรักขันตุ อาโรคะเยเนะสุเขนะจะ เอเตนะสัจจะวัชเชนะสุวัตถิโหตุสัพพะทา
    สยามะเทวานุภาเวนะ สยามะเทวะเตชะสา ทุกขะโรคะภะยาเวรา โสกาสัตตุจุปัททะวา อะเนกาอันตะรายาปิ วินัสสันตุอะเสสะโต ชะยะสิทธิธะนังลาภัง โสตถิภาคะยังสุขังพะลัง สิริอายุจะวัณโณจะ โภคังวุฑฒีจะยะสะวา สะตะวัสสาจะอายุจะ ชีวะสิทธีภะวันตุเม
    (พระสยามเทวาธิราชเป็นจอมเทวดา ยิ่งใหญ่กว่าเทวดาทั้งหลายทรงมีมหิทธิฤทธิ์แกล้วกล้ายิ่ง ขอพระองค์จงอภิบาลรักษาข้าพเจ้าให้ปราศจากโรคาพาธ อุปาทวะอันตราย ความพินาศทั้งหลาย ขอให้ข้าพเจ้ามีความร่มเย็นเป็นสุขด้วยประการทั้งปวง ด้วยอำนาจสัจจะวาจาที่อ้างถึงพระสยามเทวาธิราชนี้ ขอจงประทานความสุขสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ข้าพเจ้าด้วยประการทั้งปวง
    ด้วยอานุภาพพระสยามเทวาธิราชและเดชพระสยามเทวาธิราช ขอจงขจัดทุกข์ โรคภัย ความโศก ศัตรู อุปัทวะ และอันตรายมิใช่น้อย ให้พินาศไปโดยไม่เหลือ ขอชัยชนะความสำเร็จแห่งกิจการ ทรัพย์ ลาภ ความสวัสดี ความมีโชค ความสุข กำลัง ศรี อายุ วรรณะ โภคสมบัติ ความเจริญ และยศ ตลอดจนการมีอายุยืนหนึ่งร้อยปีขึ้นไป ความสำเร็จแห่งกิจการงานในความเป็นอยู่จงบังเกิดแก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญ)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 พฤษภาคม 2020
  12. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    พ่องั่งลอยเคราะห์คลายปมปลดพันธนาการ รุ่น เทพกะซิบ(ปะคำเทพวิชามหาสูบ)
    ปิดรายการนี้ครับ
    90356682_583699385556924_2727642148101947392_n.jpg
    90519062_2618375745153923_4145972969241313280_n.jpg

    พ่ออาจารย์ท่านได้รับนิมิตรให้ทำพญางั่ง(อีหง่างโบราณ)ขึ้นมา ท่านว่าวิชานี้แต่เดิมหาคนทำยาก ของเก่าๆบางคนเอาไปใช้เพื่อทำเสน่ห์ทำให้เป็นของต่ำต้องอาถรรพ์ไปก็มาก ท่านจึงจะบูรณาการทำไว้เสียใหม่

    ท่านว่าวิชาพญางั่งนี้ เป็นปางอวตารขององค์พระศิวะเจ้า(ครูพระสยม)ในพระชาติหนึ่ง เพราะเป็นปางอวตารที่จะลงมาเฉพาะเหตุการณ์จริงๆ ถึงแม้พระภาคเต็มก็ไม่สามารถแก้ไขในส่วนของปัญหาได้ ท่านลงมาเพื่อปลดเปลื้องกฏเกณฑ์ต่างๆในสังคมที่กำหนดขึ้นมาทำให้ธรรมชาตินั้นวิปริต จนพระผู้เป็นเจ้าไม่สามารถดำรงค์พระองค์อยู่ได้ต้องลงมาช่วยเมื่อถึงกาลถึงวาระนั้น โดยพญางั่งที่ทำนี้ท่านว่าต้องทำด้วยไศวะศาสตร์ เข้าให้ถึงองค์พระศิวะจะทำโดยวิธีอื่นไม่ได้ มิเช่นนั้นจะเป็นเพียงเครื่องรางธรรมดา ไม่ใช่รูปแบบของมหาบุรุษที่ลงมาเพื่อปลดเปลื้องชะตาชีวิต คลายปม แก้พันธนาการของสรรพสิ่ง เมื่อทำแล้วท่านว่าผู้ใดรู้ตัวว่าโดนกดดัน ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสังคม คือหาความยุติธรรมไม่ได้ในชีวิต โดนกดดัน โดนกดขี่ข่มเหง นี่แหละตรงเรื่องเอาไปใช้เลย เพราะว่าท่านคือผู้ปลดปล่อยสรรพชีวิตออกจากการโดนดูถูกเหยียดหยาม โดนผู้อื่นรังแกอย่างแท้จริง

    ครั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านได้ทำโดยลงวิชาอีหง่างโบราณไว้ด้วย ท่านว่าใช้ได้ครอบจักรวาลทั้งยังเป็นเสน่ห์สุดๆ เป็นสัญลักษณ์ของพ่อ เป็นรูปแบบของการกำเนิด ลูกคนใดที่ขาดที่ไม่มี ขอกับพ่อ อะไรก็เกิดขึ้นได้เพราะพ่อยกมือกวักเข้าหาตน พ่ออาจารย์ท่านเป่ากำกับด้วยนะเข้าหา เสมือนพ่อมีทุกสิ่ง ให้ได้ทุกอย่าง ถ้าลูกปรารถนาพ่อย่อมเรียกเข้ามาหามาประเคนให้ได้ทั้งสิ้น เรื่องหญิงสาวคู่ครองนั้นยิ่งกว่าจอมเจ้าชู้ใดๆ แต่หลักใหญ่ที่ท่านทำเพื่อแก้กฏเกณฑ์เวรกรรมต่างๆในชีวิตผู้บูชา

    งั่งชุดนี้เป็นชุดพิเศษ เพราะพ่ออาจารย์ท่านหล่อด้วยแร่เงินยวงเข้ากับธาตุกายสิทธิ์และชนวนตะกรุดลอยเคราะห์ วิชาลอยเคราะห์เป็นวิชาชั้นสูงที่ท่านต้องลงจารเสกเก็บไว้เมื่อถึงกาลถึงวาระจริงๆเท่านั้น เป็นของที่มีอานุภาพมาก ท่านว่าความหมายมันก็ตรงตัว คือลอยอยู่เหนือเคราะห์กรรม คล้ายๆกับการตกตะกอนของน้ำ เคราะห์กรรมอยู่ส่วนหนึ่ง น้ำอยู่ส่วนหนึ่ง ลอยแยกจากกัน เคราะห์กรรมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรา ดุจดั่งว่าเวทย์วิชานี้คือกำแพงที่ขวางกั้นน้ำกับตะกอนเช่นนั้น ที่ว่าสร้างยากนั้นก็เพราะเป็นวิชาที่เกี่ยวกับกฏแห่งกรรม ท่านว่าไม่มีใครอยากจะทำให้กันหรอก ตอนเรียนมาท่านก็ย้ำหนักหนาว่าต้องเลือกคนให้ ไว้ทำยามบ้านเมืองคับขัน ประชาชนเดือดร้อนข้าวยากหมากแพง

    ที่สำคัญเลยพ่องั่งคลายปมนั้น ท่านอธิษฐานจิตจนสำเร็จมีตัวมีตนและกำกับวิชาเทพกะซิบไว้ด้วย เพื่อให้คนที่บูชาเวลาเรียกใช้งานหรือบูชาจะสัมผัสพ่องั่งได้ด้วยจิต เช่นการบอกเหตุล่วงหน้า พกติดตัวช่วยเตือนภัย คุ้มครองป้องกันอันตราย ช่วยเรียกโชคลาภเงินทอง บอกกล่าวค้าขายร่ำรวย บอกโชคลาภเลขหวยนิมิตได้ด้วย หรือจะเสี่ยงโชคก็ช่วยได้เสริมดวงการพนันให้ชนะได้ ซ้ำเป็นเครื่องรางมหาเสน่ห์ ตามหาความรัก ตามของหาย หรือจะบนบอกขอเรื่องการงานก็ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสมาธิของผู้ที่บูชา ท่านว่าเรียกพ่องั่งเทพกะซิบกระซิบมาใช้งานไม่ยากอย่างที่คิดขอเพียงเชื่อมั่นในครูบาอาจารย์ และงั่งรุ่นนี้ *....ท่านว่ายิ่งพูดคุยกับเขาบ่อยๆ พูดเองเออเองถามเองตอบเองเหมือนเลี้ยงกุมารทองยิ่งดียิ่งนัก ตอนทำแรกๆอาจจะไม่รู้สึกแต่พอได้พูดคุยกับเขาแล้วท่านว่ามันจะมีตัวรู้คอยตอบคำถามเราเอง ยิ่งทำบ่อยๆเสมือนได้พูดคุยโต้ตอบกัน จิตสัมผัสเราจะเฉียบคมขึ้น ไปเสี่ยงดวงบนบอกขออะไรกับพ่องั่งก็จะเร็วขึ้น

    ด้านหลังท่านฝังปะคำเทพวิชามหาสูบเอาไว้ เป็นประคำที่ท่านตั้งใจทำเพื่อบรรจุพ่องั่งโดยเฉพาะโดยใช้ผงสิริชมพูนุชอันเป็นสุดยอดวิชาเสน่ห์เมตตาค้าขายมาผสมกับผงเทพวิชามหาสูบผสานกับผงวิชาการทำประคำพระเจ้าคุ้มเรือน

    เกี่ยวกับเทพวิชามหาสูบก็จะพูดถึงรายละเอียดคร่าวๆดังนี้
    เทพวิชามหาสูบวิชานี้มักจะใช้ในการดูด ถ่ายเทพลัง สูบพลังจากสิ่งต่างๆเข้าสู่ตัวตนของผู้ใช้ ทั้งยังสลายพลังอาถรรพ์หรืออวิชชาให้สูญสิ้นไปอีกด้วย ท่านว่าฟังเหมือนง่ายแต่ติดที่ว่ามันใช้ได้ไม่มีข้อจำกัดนี่สิ เรียกว่าใช้ทั้งสูบทั้งสลาย แต่ที่อันตรายก็เพราะความคิดพิเรนทร์เพราะบางคนก็คิดจะใช้สูบมนต์จากครูบาอาจารย์ตนเอง ท่านว่าพิเรนทร์ถึงขนาดที่ว่าพระเกจิบางรูปที่รู้และสำเร็จวิชานี้เคยคิดแม้แต่จะสูบวิชาของพระพุทธเจ้าก็มีมาแล้วแต่ก็ทำไม่สำเร็จ พ่ออาจารย์ท่านจึงว่าวิชานี้ด้วยจิตใจคนนั้นไม่มั่นคงจึงไม่ถ่ายทอดให้กับใคร ให้ใช้แต่เพียงคุณของวิชาที่ลงในไว้เท่านี้ก็พอ จำเพาะเท่านี้ท่านว่าก็เป็นคุณมหันต์ไม่มีข้อจำกัดใดๆแล้ว

    เกี่ยวกับผงมหาสูบวิชานี้ที่น่ากลัวแท้ที่จริงแล้วอยู่ที่เรื่องมหาสูบตามชื่อวิชานอกจากใช้สูบมนต์ สูบวิชาได้ทุกสิ่งแล้ว สิ่งที่สูบมานั้นก็ไม่ได้สูญเปล่า ไม่ได้ทำไว้เพื่อให้เราเอาไปรังแกใคร สูบมาแล้วก็ไม่ได้หายไปไหน ท่านว่าพลังงานที่ให้คุณต่างๆอันสูบมานี้ก็จะมาเสริมส่งเรา เป็นบารมีของเรา

    แต่เดิมนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าคนที่สำเร็จวิชานี้ ที่เอาดีทางอาคมไปลองดีสูบวิชาคนก็มี แต่คนที่เรียนมาเหมือนกันแล้วเขาฉลาดเล่นทางอาคมเอาวิชานี้ไปสูบเงินสูบทองจากปุถุชน สูบบารมีจากคนจากสถานที่ต่างๆจนกลายเป็นเศรษฐีสืบวงศ์ตระกูลมาได้หลายชั่วโคตรก็มี ท่านจึงว่าวิชาเหมือนกันต่างกันที่คนใช้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร ถ้าใช้เป็น หมายถึงใช้แล้วคิดเป็นก็จะได้ดีเกินคนโดยไม่ยาก

    ตรงนี้ท่านว่าให้ใช้ความคิดมากๆ อย่าสักได้แต่ว่าคาด ยกมือไหว้ขอๆเอาให้พ้นๆไป ท่านว่าคิดซักเล็กน้อย วิชานี้เอาจริงๆยิ่งใช้ยิ่งดี พ่ออาจารย์ท่านว่ายิ่งใช้เป็นมันยิ่งสนุกนะเวลาเราพกอาราธนาตะกรุดนี่ไปตามสถานที่ต่างๆ ตามวัดวาอารามทั้งหลายเราก็นั่งภาวนาอธิษฐานสูบบารมีเข้าไปเพิ่มให้กับตัวเอง คนที่วาสนาต่ำ ดวงตก ดวงแตก ดวงกาลกิณี ติดวิบัติ ติดพระเคราะห์ใดๆก็ตามให้ไปทำเถิด สูบบารมี สูบอำนาจตบะต่างๆของพระอริยะเจ้าที่ท่านเหลือทิ้งไว้ตามสถานที่ของท่าน พ่ออาจารย์ท่านว่าพ้นกรรมกันได้ง่ายๆเลยถ้าใช้เป็น ไปอธิษฐานสูบเอาได้ไม่ต้องกลัวหมด คนที่ฉลาดหน่อยเวลาเขาไปธนาคารไปสถาบันการเงินการคลังก็จะอธิษฐานสูบสัญญาความจำได้หมายรู้ต่างๆเพื่อเปิดวาสนาทางการเงินเข้าไป ให้ดวงเราชีวิตเราผูกพันธ์กับเงิน กับโชคลาภตลอดเวลา ท่านว่ามันอยู่ที่วิธีคิดแล้วเอาไปใช้ ยิ่งคิดมากๆก็ยิ่งใช้ได้หลายทาง ยิ่งใช้เป็นก็ยิ่งสนุก อยากมีวาสนาด้านไหนก็เอาไปสูบเอาตรงนั้น สถานที่นั้นๆ ท่านว่านี่คือคนที่คิดแล้วใช้ให้เป็น ไม่ใช่พกแล้วสูบไปเรื่อย เช่นนี้ชีวิตก็คงที่ ฤทธิ์ บารมีอะไรทั้งหลายมันกินไม่ได้ แต่ถ้าเล่นเป็นตะกรุดนี้นับว่ามีค่าควรเมืองจริงๆ

    พ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากสูบวิชา สูบเงิน สูบทอง สูบมหาโชค มหาชัย มหาลาภที่ว่าบันดาลโชค เปิดวาสนา ทำให้ทรัพย์งอกเงย แข่งขันสิ่งใดก็แพ้ไม่เป็นแล้วแล้ว ไม่เพียงพลังงานเหล่านี้จะเกื้อหนุนสูบเข้ามาหาตัวเราตลอดเวลา ท่านว่าเรื่องเหล่านี้เด็กๆไปเลย มนต์วิชามหาสูบนี้แท้จริงแล้วเขาใช้กันได้มากกว่านั้น

    นอกจากการสูบทั่วไปแล้ว ท่านว่าของที่ทำได้ยากเช่นสูบเอาฤทธิ์ เอาตบะ บารมี สูบจนตนเองกลายเป็นร่างกายสิทธิ์ก็ยังทำได้ ตบะบารมีและฤทธิ์เดชเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการบำเพ็ญเพียรอย่างอุกฤติของบุคคลทั้งหลาย เมื่อเราสูบมาสิ่งต่างๆเหล่านี้ก็จะกลายมาเป็นของเรา เสริมส่งตัวเรา นี่คือที่สุดของวิชามหาสูบที่แท้จริง เรียกว่าตัวเราเป็นศูนย์ ไม่มีอะไรซักอย่าง แต่สูบจนมีได้ทุกอย่างในโลก สูบจนตัวเองเป็นกายสิทธิ์เสมอด้วยเทพยดาเช่นนั้น

    ดังที่กล่าวไปพ่ออาจารย์ท่านว่ามันให้คุณมากสำหรับคนที่ใช้เป็นและมันก็น่ากลัวมากสำหรับคนทำผิดคิดชั่ว ครั้นจะปล่อยให้เสื่อมสูญไปก็น่าใจหาย เช่นนี้วิชานี้หลายๆคนจึงไม่ถ่ายทอดและไม่ทำ ครูบาอาจารย์บางคนเขาก็กลัวศิษย์คิดล้างครู พ่ออาจารย์ท่านพิจารณาเห็นว่าหากเราไม่ถ่ายทอด เราก็เพียงนำวิชามาทำไว้ ให้คนอาราธนาเขาได้ใช้คุณวิชา เช่นนี้เค้าก็จะเชิดชูคุณครูบาอาจารย์แต่หนหลัง ไม่ผิดครู ล้างครู เพราะเขาใช้ได้ด้วยมีตะกรุดที่เราเสกด้วยคุณวิชาจนสำเร็จรู้เพียงคาถาเพื่อใช้ส่วนหนึ่งแต่หาได้รู้วิชาจริงๆไม่ เช่นนี้ท่านว่าก็จะได้ใช้กันได้แล้วก็ไม่ต้องกลัวอะไร

    ท่านว่าให้ถือเสียว่าเป็นของคู่ตัว ใครรับไปก็ให้นอบน้อมในคุณเทพ เทวดาและครูบาอาจารย์ ด้วยสิ่งนี้เป็นเทพวิชาที่ลึกลับมาก ต่างจากพุทธคาถาหรือธรรมคาถาใดๆ อันเทพวิชานั้นย่อมใช้ได้และให้คุณไว เห็นผลสัมฤทธิ์ชัดเจนต่างจากอำนาจคุณพระทั้งจุดประสงค์โดยตรงของวิชานี้ก็ชัดเจนยิ่งว่าขัดกับทุกๆหลักการ ดังนั้นคนใช้อาราธนา * สิ่งที่ต้องมีก็คือความเชื่อ ยิ่งเชื่อมากก็ยิ่งใช้ได้เร็วมาก ยิ่งศรัทธามากก็ยิ่งสูบได้มาก การที่เราจะสูบอะไรจะได้มากหรือน้อย ท่านว่าต่อจากนี้ไป มันขึ้นอยู่เพียงแค่ว่าเขามีความเชื่อหรือศรัทธามากแค่ไหนเท่านั้นเอง

    พ่ออาจารย์ท่านได้นำผงวิชามหาสูบมาทำปะคำสำคัญเพื่อฝังพ่องั่งแก้ปมโดยเฉพาะ ท่านว่าลำพังงั่งก็ยอดขลังแล้ว ถ้ารวมกับวิชามหาสูบและเทพกะซิบนั้นจะยิ่งเฮี้ยนและให้คุณมากจนประมาณความสำเร็จใดๆไม่ได้เลย เข้าทำนองว่าเก่งมาก มีฤทธิ์มาก สงเคราะห์ได้มาก ท่านว่าเอาไปกันนะ ให้เอาไปใช้ อย่าเอาไปเก็บ พ่องั่งนี้ยิ่งใช้ยิ่งขลัง ยิ่งสัมผัสเนื้อตัวเราบ่อยเท่าไหร่เขาก็ยิ่งช่วยเราได้มากเท่านั้น

    * วิธีเลี้ยง
    - ให้นำพญางั่งใส่ถ้วยไว้ แล้วตอกไข่ใส่ไป อธิษฐานให้พ่อนั้นเสพย์นั้นกินให้อิ่ม หลังจากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้ซักสองชั่วโมงแล้วนำมาล้างน้ำทำความสะอาด จะทำอาทิตย์ละครั้งหรือเดือนละครั้งก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่ายิ่งทำท่านยิ่งมีฤทธิ์มาก ยิ่งทำยิ่งขลัง เวลาจะบนอะไรก็ให้บนด้วยไข่นี่แหละ จะของานหรือหมายตาใครก็บอกท่าน ยิ่งใช้ยิ่งแรง
    - พ่ออาจารย์ท่านว่าสิ่งนี้เป็นของกายสิทธิ์ไม่ต้องใช้คาถาใดๆ ทำใจนิ่งบอกล่าวสื่อสารกับท่านด้วยภาษาใจ ขอให้ใช้ ยิ่งใช้ยิ่งแรง จะนำไปทำพวงกุญแจก็ได้หรือพกไว้ในกระเป๋ากางเกงก็ได้ หรือพกในที่ลับก็ได้ เป็นของกลางๆ ไม่จำเป็นต้องห้อยคอ แต่ถ้าพกในที่ลับมันจะกินเสนียดและช่วยล้างความอุบาทว์จัญไรต่างๆที่ติดตัวเรามาแต่ชาติกำเนิดเดิมได้ไวเป็นพิเศษ
    - ท่านสั่งให้บอกเค้ากันสั้นๆ แม้เคราะห์อันเกิดกับมหานคร เกิดแต่สรรพชีวิตหมู่มาก วิชานี้ยังแก้ไขได้ จากตกต่ำแล้วทำให้เจริญได้ นับประสาอะไรกับตัวบุคคล ท่านว่าอย่าอธิบายมากไปกว่านี้ลำพังวิชางั่งนั่งแพะ ท่านว่าตอนท่านเชิญญาณครูบาอาจารย์ต่างๆมาช่วยกันเสกก็ได้รับการยืนยันมากแล้วว่านี่มันพระเจ้าชู้นี่น่า ไม่มีขุนแผนหรือเครื่องรางใดๆจะมีคุณทางเสน่ห์มากไปกว่านี้

    บูชาได้ทั้งหญิงและชาย พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าถ้าไม่ปรารถนาจะให้เป็นเสน่ห์ก็บอกกล่าวกับท่าน ว่าขอเพียงมาเกื้อกูลให้ชีวิตลูกดีขึ้นเท่านั้นพอ เพราะดวงจิตท่านไวเราพูดเราบอกอะไรไปท่านรู้หมด

    * วิชางั่งเป็นวิชาที่แปลก ผู้เลี้ยงจะรู้กันดีว่ายิ่งใช้ยิ่งแรง ยิ่งเลี้ยงดูมากๆหลายตนก็ยิ่งสำเร็จมาก จะเห็นได้จากผู้ศรัทธาบางคนเวลาสงัดและอยู่ในชีวิตส่วนตัวจะเอาสายคาดเอวห้อยพ่องั่งทีสามสี่สิบตนมาแขวนไว้รอบเอวเลยก็มี จากคนต่ำชั้นไร้ชื่อไม่ถึงสิบปีเปลี่ยนเป็นเศรษฐีพันล้านมีชื่อเสียงโด่งดังในหลายประเทศก็มีมาให้เห็นแล้วเพราะอานุภาพของพ่องั่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าอยู่ที่ความศรัทธา พ่องั่งนี้ยิ่งศรัทธาเขาก็ยิ่งแรง ท่านว่าเคล็ดบางอย่างมันบอกกันได้เท่านี้จริงๆ ที่บอกนี่ก็ยิ่งกว่าชี้โพรงให้กระรอกแล้ว จะใช้อย่างไรแต่เอาว่าเชื่อเถอะวิชานี้สร้างมาให้ใช้เข้ากับศรัทธา เขาแรงจริงๆ ...เพราะงั่งเปลี่ยนชะตาคนได้ จากจัณฑาลวรรณะที่ถูกสาปให้ได้กับเจ้าหญิงกลายเป็นมหาราชายิ่งใหญ่กว่าพระราชาทั้งหลายก็ปรากฏมาแล้ว ท่านว่าเครื่องรางนี้แปลก ยิ่งโดนกดขี่ กดดัน โดนรังแกก็จะยิ่งได้ดีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว พ่ออาจารย์ท่านว่ายุคนี้ที่เอางั่งคลายผมออกมาให้บูชานั้น เพราะทุกการงานและสายอาชีพแทบจะโดนกดขี่ ถูกกระทำ รังแกทั้งสิ้น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 มีนาคม 2020
  13. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    พญาลูติกาขย้ำเหยื่อยันต์แปดทิศชุดพิเศษ(อุดผงยาดักมนุษย์สมบัติ)
    ให้บูชา 900 บาท รวมส่งครับ
    90545993_501039844118689_4518462679525883904_n.jpg
    90357233_563619317844342_8308515333900075008_n.jpg

    วิชาพญาลูติกาหรือแมงมุมล่อเหยื่อ ดักเหยื่อ ขยำเหยื่อนี้ก็เรียก เป็นวิชาพิเศษของพ่ออาจารย์ท่าน ที่เน้นใช้งานจริง เร็วจริง ให้ผลจริง เกี่ยวกับการใช้งานให้เครื่องมงคลช่วยล่อ ช่วยดัก บุญวาสนาและสิ่งดีงามรวมไปถึงทรัพย์โภคสมบัติและโชคลาภทั้งหลาย

    โอกาสสำคัญในวาระสุดพิเศษนี้ที่หลายคนถามหาแต่พลาดพระเจ้าประทานธรรมไปนั้น พ่ออาจารย์ท่านให้นำแมงมุมชุดพิเศษ ชุดเล็กที่ท่านทำเข้ากับยาดักมนุษย์สมบัติไว้ เป็นแมงมุมชุดแรกที่ท่านเทขึ้นอุดผงยาและลงวิชาพิเศษเพื่อแก้ทาง แก้ปัญหา แก้วิชา ของคนทำมาหากินไม่ขึ้นเพื่อให้คนที่ชอบสายดูด สายดัก หรือหวังประสบความสำเร็จในมนุษย์สมบัติทั้งปวงได้อาราธนา

    แมงมุมชุดพิเศษนี้เราเรียกว่าชุดยันต์แปดทิศ ที่พ่ออาจารย์ท่านสร้างตามลักษณะใยและการดักของยันต์แมงมุมให้มีอานุภาพดักแปดทิศ ติดแปดเรื่อง ได้แก่
    - ชื่อเสียง ตำแหน่ง อำนาจ ความเจริญรุ่งเรือง
    - ความสุขสมหวังทางชีวิตคู่
    - ความสำเร็จของบุตรธิดา บริวารปรองดอง
    - ความช่วยเหลือเกื้อกูลย์เวลาตกที่นั่งลำบาก
    - ความเจริญในกิจอาชีพ
    - ความรู้การบ่มเพาะตนเอง
    - ความปรกติสุขของครอบครัว สุขภาพแข็งแรง
    - ความมั่นคงในชีวิต

    ท่านว่าชุดนี้ท่านแก้เคล็ดคนใช้ด้วยการเอาแมงมุมมาลงจารอักขระเรียกสูตรนะมีในทิศก่อนจะอุดผงยาดักมนุษย์สมบัติ ท่านว่าเมื่อเสกแล้วพลังงานทั้งหมดย่อมเชื่อมต่อกันเป็นแรงดึงดูดจากนะมีในทิศกลายเป็นมั่งมีในทิศทั้งแปด ตัวนี้ท่านว่าดีมาก อยู่ทิศไหนก็มั่งมี อยู่ทิศไหนก็ได้ ก็ดักติด ได้ดักเหยื่อ ล่อเหยื่อ ขย้ำเหยื่อไม่คลาดแคล้ว

    นอกจากนั้นพ่ออาจารย์ท่านยังได้ลงตะกรุดวิเศษสองดอกกำกับแมงมุมชุดพิเศษไว้ ดอกหนึ่งคือดักวาสนา ดอกที่สองคือดักเงิน ท่านว่าเอาเอาตรงๆมีเงินมันก็ดุจมีทุกสิ่ง ดักเงิน ดักโชคลาภให้อยู่กับตัวเราและเพิ่มวาสนาไปเรื่อยๆต่อยอดให้มากขึ้นเท่านี้ แมงมุมชุดนี้ท่านจึงว่าเป็นที่สุดจริงๆทั้งด้วยวิชาแมงมุมรวมไปถึงกลคาถามั่งมีในทิศทั้งแปด ทั้งยังผงยาดักมนุษย์สมบัติและตะกรุด ท่านว่า"สมบูรณ์ด้วยมายา เป็นพยนต์ที่มีฤทธิ์มาก" ถึงขนาดที่พ่ออาจารย์ท่านอุทานว่า"แมงมุมชุดนี้ให้คุณมากเกินกว่าจะประมาณการณ์ใดๆได้"

    ทำไมหลายๆคนถึงขนาดกล่าวขานว่าเป็นไอเท็มที่โกงสุดๆ ...ก่อนอื่นก็จะขอนำวิชาแมงมุมของพ่ออาจารย์ท่านมาลงไว้อีกคำรบหนึ่ง ให้พิจารณกัน***......เมื่อกล่าวถึงวิชาสายธรรมเวทย์ ที่เป็นบทวิชาสำคัญอันเกี่ยวเนื่องกับความสุขอย่างหยาบทั้งหลายที่จำเป็นต่อการดำรงค์ชีวิตไม่ใช่สิ่งปราณีตสูงสุดคือบรมสุขหรือพระนิพพาน ด้วยวิชาสำคัญนั้นทำไมถึงเปลี่ยนชีวิตคนได้ง่ายๆ วิชาอะไรที่ทำให้ฐานะเปลี่ยนแปลง ไม่เหนื่อยและไม่ต้องลงแรงมาก เครื่องมงคลอะไรที่เป็นทั้งเหยื่อล่อแล้วก็ใช้ล่อเหยื่อในเวลาเดียวกัน ใช้เพื่อการกินเหยื่อแบบกว้างๆตามแต่จะอธิษฐาน เปรียบเปรยทำนองว่าลงแรงทำอะไรต้องได้ผล แม้อยู่กับที่ยังต้องอิ่ม ต้องได้กิน ไม่ถูกคนอื่นแย่งกิน เป็นวิชาเกี่ยวกับการกางอาณาเขตในทิศทั้งแปดเพื่อทำการสร้างพื้นที่พิเศษ เอาไว้ทำการดักจับหรือที่เราเรียกว่าสร้างเหยื่อล่อไว้ล่อเหยื่อก็เรียก

    พญาลูติกาล่อเหยื่อที่ท่านหล่อขึ้นมาจากยันต์วิชาเฉพาะทางอันเป็นวิชาบังคับในการทำแมงมุมนี้ วิชาแมงมุมนั้นสำคัญอย่างไร “แมงมุมเป็นสัตว์สะอาด อาหารของมันเป็นอาหารที่หมดอายุแล้ว แมงมุมไม่ใช่นักล่าที่แสวงหาชีวิตของผู้อื่นกินเป็นอาหาร เหมือนสัตว์อื่น เพราะแมงมุมจะชักใยดักเหยื่อไว้ ในที่ๆเหยื่อจะมองเห็นได้ ไม่ใช่ว่าซ่อนหรือดักไว้ในที่ลับตา” แมงมุมจะคอยเฝ้าเหยื่อที่อยู่ปลายใยของตัวเอง จะไม่เห็นแมงมุมวิ่งไปรอบหรือไล่เหยื่อให้มาติดใยที่ปลายใยของตนเอง แต่เหยื่อจะเข้ามาติดใยเองเพราะหมดบุญหรือถีงที่ตาย ซี่งเมื่อเข้ามาติดในใยแมงมุมแล้วนั่นคืออาหารที่แมงมุมจะกินเพื่อต่อชีวิต แมงมุมจะกินของเหลวในตัว ซากที่เหลือจะทิ้่งลงมาด้านล่างเพื่อเป็นอาหารของมดและแมลงเล็กๆด้านล่าง ไม่เสียเปล่าประโยชน์.....พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้สำคัญ มีความหมายลึกซึ้งทุกด้าน นั่นคืออยู่เฉยๆก็มีเข้ามาป้อนถึงปาก ลงแรงครั้งเดียวก็มีเข้ามาเรื่อยๆ มีมาให้กินถึงที่ แม้จะรู้ว่าเป็นกับดักติดแล้วต้องตายก็ยังมีเหยื่อเข้ามาพร้อมที่จะติดตลอดเวลา

    พ่ออาจารย์ท่านปลุกเสกพญาลูติกานี้จนมีชีวิตเคลื่อนไหวได้ในนิมิต เป็นการสำเร็จวิชาแมงมุมชักใยขั้นสูงสุดก่อนนำมาอุดยาดักนี้ ท่านว่าใยแมงมุมนี้ดักจับได้ในธาตุทั้งสี่ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีก็ตาม เป็นแรงดึงดูดที่แผ่อำนาจออกไปทุกสารทิศ ดุจจุดที่เรายืนอยู่คือมิติของแมงมุม คืออาณาเขตของเรา เปรียบตัวเราเป็นแมงมุมท่านเปรียบเหยื่อกับลาภสักการะ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนกระทำกิจใด ลาภสักการะย่องไหลหลั่งมาไม่ขาดสายทีเดียว ท่านว่าเมื่อแมงมุมชักใยล่อเหยื่อให้เข้ามาติดกับ แม้จะอยู่ในที่เปิดเผยเห็นได้ชัดเจน ก็ยังมีเหยื่อเข้าติดใยด้วยอำนาจดึงดูดและชักชวนเข้าหาสอดผสมกัน ดุจเราคนใช้ แม้พิจารณาเห็นว่าจะไปทำด้วยเล่ห์และวิธีใดเพื่อประโยชน์ในกิจของชีวิตแต่ละคน ท่านว่าให้เปรียบตัวเราเป็นแมงมุมกินเหยื่อ จะเอาไปใช้ด้านใดทั้งการเจรจา จีบสาว การทำงาน ธุรกิจ การพูดคุยที่มีผลประโยชน์ ทุกคู่สนทนา ทุกคนที่เราเข้าหา เขาทุกคนคือเหยื่อที่ติดใยรอเรากินทั้งหมด ท่านว่าวิชานี้สำคัญเพราะมันได้กินแน่นอน เขาหนีไม่รอดเลย

    ท่านได้อุดแมงมุมด้วยผงยาดักมนุษย์สมบัติ ท่านว่าผงนี้มีคุณอย่างประเสริฐ ถ้าใครหวังเอาดีทางโลก ปรารถนาชีวิตแบบคฤหัสถ์ที่สุขสบายก็ให้ใช้บูชาเถิด บรรพชิตอย่าได้แตะต้องเลย ด้วยผงยาดักนี้จะนำมาซึ่งลาภ ยศ สุข สรรเสริญ อันเป็นเหตุเพิ่มพูนความสำเร็จทุกสิ่ง ปัจจัยความสมบูรณ์แห่งความเป็นมนุษย์มี 8 ประการ คือมนุษย์สมบัติทั้งแปด เรียกว่าสมบัติแห่งความเป็นมนุษย์ที่ทำบุญมาดีแล้ว
    1. รูปร่างหน้าตาสวยงาม ครบบริบูรณ์
    2. มีทรัพย์สมบัติมาก บริบูรณ์ ไม่ขาดแคลน ขัดสน
    3. มียศถาบรรดาศักดิ์ เกิดในตระกูลสูง
    4. มีเกียรติยศชื่อเสียง เป็นเคารพยกย่อง
    5. มีเพื่อนที่ดี มีบริวารมาก
    6. ฉลาด มีสติปัญญาดี แก้ปัญหาเก่ง
    7. มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์
    8. มีอายุยืนยาว
    มนุษย์สมบัติทั้งแปดประการนั้น แม้ผู้ใดทำมาดีแล้ว มีมาแล้ว ก็จะช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายทั้งนี้เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างบารมีต่อไป พ่ออาจารย์ท่านว่าคุณสมบัติทั้งหมดนั้นให้ผลต่อเนื่องกันใครมีครบก็ถือว่าเกิดมามีบุญ เป็นผู้ใหญ่ ทำการณ์ใหญ่ สมบูรณ์ด้วยยศ วาสนา บรรดาศักดิ์ มีอำนาจมาก ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็เจริญรุ่งเรือง ล้มไม่ได้ พ่ายไม่เป็น แต่หากใครบกพร่องขาดสิ่งใดไปแล้ว บางคนแม้พากเพียรทั้งชีวิตก็ไม่อาจจะมีขึ้นมาได้ซักข้อหนึ่ง ท่านจึงทำผงยาดักมนุษย์สมบัติขึ้นเพื่อเติมเต็มกระบวนการพื้นฐานทุกสิ่งตามที่มนุษย์ขาด ตามที่ควรจะมี ควรจะเป็น

    ผงยาดักมนุษย์สมบัตินี้ นอกจากจะเติมเต็มความบริบูรณ์ทางคุณสมบัติความเป็นมนุษย์แล้ว ยังใช้ได้อีกมากมายหลายทางโดยเฉพาะทางเมตตามหาเสน่ห์ด้วย ถึงขนาดที่พ่ออาจารย์ท่านออกปากว่าถ้าไม่ทำของเปลี่ยนลิขิตฟ้า ผงนี้ควรจะเอาไปกดขุนแผนซักรุ่นเสียจริงๆ ด้วยผงนี้ท่านว่าผู้ใดได้ครองก็นับว่าเป็นเสน่ห์ พกพาไว้ก็มีสง่าราศี จะเจรจาสิ่งใดก็ดี ซื้อง่ายขายคล่อง ยิ่งเฉพาะเพศตรงข้ามหรือแม้แต่เพศเดียวกันล้วนรักใคร่เมตตา ที่ว่าเป็นผงยาดัก นั่นคือผงยาที่มีฤทธิ์รุนแรงทางใจ ทางมายาศาสตร์ ถึงขั้นว่าอยากได้ใครเอาผงนี้แช่กับน้ำมันเพียงเท่านั้น ใช้ป้ายได้ทั้งสิ้น ป้ายไว้ตรงไหน ไม่เลือกว่าจะที่ใด ใครที่เราปรารถนา ใครได้จับ ได้สัมผัส ล้วนมีใจโอนอ่อนผ่อนตามอารมณ์ของเราผู้ต้องประสงค์ คนสมัยเก่ามักจะใช้กันเช่นนี้ ทั้งป้าย ทั้งดีด มีอิทธิคุณยิ่งนัก พ่ออาจารย์ท่านว่าดักได้ทุกสิ่งด้วยมติแห่งครูบาอาจารย์ ท่านเกรงวิชาจสูญไปครั้นจะทำให้ใช้ก็กลัวเป็นบาปกรรม จะเอาไปเล่นทางเสน่ห์ก็กลัวจะเสียของกันไป จึงเอามากดเป็นองค์พระให้หมดสิ้น ผู้ใดได้ครอบครองพระเนื้อผงยาดักมนุษย์สมบัตินี้ ท่านให้ตั้งจิตปรารถนาให้ดี ชีวิตขาดตกบกพร่องอะไร เรียกง่ายๆคือไม่มีอะไร ก็อธิษฐานดักเอา ท่านว่าดักได้ทุกสิ่ง ขาดทรัพย์ก็หมายทรัพย์ ขาดคู่วาสนาก็หมายคู่เรียงเคียงหมอน ขาดมิตรภาพ ขาดบริวาร ขาดวาสนา ขาดบารมี ขาดสุขภาพที่ดี สิ่งใดๆในโลกนี้ล้วนแต่ไม่เกินก็ขาด หากสิ่งใดขาดท่านว่าตั้งจิตปรารถนาบอกเสด็จพระใหญ่ ขออานุภาพยาดักนั้นให้คุณเปลี่ยนแปลงชีวิตเราทางไหนก็ว่าไป ด้วยคุณพระ คุณยา คุณครูบาอาจารย์ดลให้เป็นไปด้วยพุทธานุภาพ ทุกสิ่งย่อมสมแก่ใจ...

    นอกจากจะดักและปรับเปลี่ยนพื้นฐานชีวิตให้อยู่ในความสมควรตามกรอบสูงสุดของมนุษย์สมบัติอันควรจะมีแล้ว ยังแผ่อำนาจออกไปในมหาทิศทั้งสี่กับอีกสี่ทิศย่อยด้วยวิชาแมงมุมชักใยเมื่อส่งเสริมเข้ากับอานุภาพของยาดักแล้ว ท่านว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องห้าม นั่นคือข้างบนเขาห้ามไม่ให้เราพูด บอกคร่าวๆได้แค่เป็นวิชาดักซ้อนกับดัก นั่นคือดักได้ทุกสิ่งไม่หลุดรอด ขอเพียงคนใช้ตั้งความปรารถนาดีๆ ท่านว่าขึ้นอยู่กับใจตัวเองนั่นแหละว่าปรารถนาสิ่งใด

    คาถาบูชา
    นะกะรีกะรานังบังเกิด โอมจิตรามณีมหามันตรานัง ปัญจะทานังยะสัง ทาสาทาสีโกมัง ปัสสันติสิเน่หัง มาตาปุตตังวะโอรสัง สัพเพชนา พหูชนา สัพเพปุริสา พหูปุริสา สัพเพอิตถี พหูอิตถี สุวันนะระชะตัง มะหาสุวันนะระชะตัง อังคะตะเศรษฐี มหาอังคะตะเศรษฐี มิคะตะเศรษฐี มะหามิคะตะเศรษฐี ปุริเศษะวา อิตถีวา พราหมมะณีวา มะอะอุ มานิมามา สาวังคุณณังภวันตุเม สาวังคุณณังภวันตุมา

    ท่านว่าวิชาแมงมุมนี้คนที่ใช้ก็กลายเป็นยอดของคน เจริญรุ่งเรืองอยู่ในจุดสูงสุดของอาชีพเขาทั้งสิ้น ก็มีเอาไว้ให้เฉพาะผู้ที่มีปัญญาและวาสนาร่วมกัน เพราะวิชาเช่นนี้ท่านว่าทำไม่ได้บ่อย ทุกอย่างล้วนมีแต่ข้อห้ามเพราะครูท่านไม่อยากให้ทำมาก จึงตั้งใจทำหนนี้ครั้งเดียว ท่านจะอธิษฐานผูกจิตให้ดุจเราคนใช้เป็นแมงมุมที่คอยชักใยล่อเหยื่อ ท่านว่าสุดแต่ใจจะใช้งานคิดว่าอะไรคือเหยื่อก็คือสิ่งนั้นที่จะติดใยหลีกหนีไม่ได้

    * พญาลูติกาชุดนี้เป็นชุดพิเศษ ที่พ่ออาจารย์ท่านลงวิชาไว้พิเศษจริงๆเพื่อให้คนอาราธนาได้มีโชค วาสนาดีเพราะเขาให้คุณแรงกว่า หนักกว่า ท่านว่าทำไว้หนเดียวบูชากันให้ดีชีวิตก็เปลี่ยนได้ง่ายๆ

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 เมษายน 2020
  14. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    ตะกรุดสังวาลย์พระธรรมแต่งร่าง+น้ำมันจ้าวชีวิตโคตรเศรษฐีอมฤตโชค (ลืมตาอ้าปาก,เปิดทางรวย)
    ปิดรายการนี้ครับ
    90427340_500237833963880_3934292044314312704_n.jpg
    90441801_498150557738523_3282231312026435584_n.jpg

    น้ำมันจ้าวชีวิตโคตรเศรษฐีอมฤตโชคนั้นจัดเป็นน้ำมันของเก่าที่มีอายุมากกว่า100ปี #พ่ออาจารย์ท่านว่าสมัยก่อนคนที่มารับต้องนำทองมาขอทีละ5บาทครูท่านจึงให้ใช้ เพราะถือเป็นน้ำมันชั้นสูงสุดในบรรดาน้ำมันสายวาสนาโชคลาภทั้งหมดและยังประกอบพิธีสร้างทำได้ยากยิ่ง ท่านเรียกสั้นๆว่าน้ำมันโคตรเศรษฐี(เป็นน้ำมันที่สืบทอดมาในตระกูลของพระอริยเจ้าท่านหนึ่ง...ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าเราจะไม่ขอออกนามท่าน) น้ำมันนี้ต้องหาวันดีไปทำพิธีกรรมเพื่อเอาน้ำมัน..ในตำราว่า..ถ้าผู้ไม่มีอาคมแก่กล้าอย่าได้บังอาจทำเพราะอาจต้องอาถรรพ์ถึงตายได้(พ่ออาจารย์ท่านว่าฉันพูดไม่อายเลยนะว่าตัวเองก็ยังไม่คิดจะทำเพราะมวลสารที่ใช้ทำแต่ละอย่างล้วนเสี่ยงตายทั้งนั้นแค่คิดจะทำก็เหมือนเอาชีวิตไปทิ้งแล้ว)เมื่อได้มาครบแล้ว..ก็ให้เสกมวลสารก่อนรอบหนึ่งเสก7โบสถ์, 7เสาร์ ,7อังคาร, 7จันทร์ดับ ,7วันเพ็ญ..วิชาเหล่านี้ปัจจุบันจึงหาได้น้อยนักเพราะทำได้ยากยิ่งและสูญหายไปมาก ท่านว่าของแต่ละอย่างที่ว่าหายากทำยากคือเขากำหนดสถานที่หาที่เอาไว้ทั้งสิ้นไม่ใช่ว่าจะไปเก็บที่ไหนก็ได้กว่าจะรวบรวมได้ครบจึงยากขึ้นไปอีก จะบอกแต่คร่าวๆได้แก่ ยอไม่ตกดิน,ไม้ไก่กุ๊ก,ว่านสาลิกาลิ้นทอง,ว่านสาลิกาชนิดหัว,ว่านกาหลง,ว่านดอกทองมหาอุดม,ว่านมหาลาภ,ว่านจักรพรรดิ์,ว่านกวักพระพรหม,ว่านกวักมรกต,ว่านพระฉิมพลี,ว่านนางคุ้ม,ว่านแม่โพสพ,ว่านเศรษฐร้อยล้าน,ว่านมหาโชค,ว่านอุดมโชค,ว่านเศรษฐีก้านทอง,ว่านรวยไม่เลิก,ว่านบังลังค์เศรษฐี,ว่านเสน่ห์จันต่างๆ,ดอกรักซ้อน,ดอกรัก,ดอกมะรุม,ลูกยอ,รากยอ,ต้นยอไม่ตก,ดอกพิกุล,ดอกจัน,ดอกเข็มขาว,ดอกบานไม่รู้โรย,ดอกบัวทั้ง4 ,ต้นไทรต้นตาลตายคาต้น,กาฝากรัก,กาฝากยอยอ,กาฝากมะยม,ย่านสะบ้าข้ามคลอง,ลูกสวาทล่องวารี,รากไม้เล่นวารี นำมาหุงเข้ากับผงวิเศษต่างๆเช่น ผงกำเนิด,ผงนอโม,ผงอาการสามสิบสอง,ผงยันต์โสฬสมงคล,ผงยันต์ปฐมอักขระ,ผงยันต์ปถมังสูตร,ผงยันต์นพเคราะห์ทั้ง 9 ดวง,ผงยันต์หัวใจวันทั้ง 7,ผงดวงตราพระอิศวร,ผงดวงตราพระนารายณ์,ผงดวงตราพระพรหม,ผงดวงตราพระพาย,ผงดวงตราพระอินทร์,ผงดวงตราพระลักษมี,ผงยันต์ธาตุ 4,ผงยันต์เทพชุมนุม,ผงยันต์ทางเสน่ห์,ผงเทพนิมิตร,ผงเทพรัญจวน,ผงมหาลาภ,ผงพุทธนิมิต,ผงหัวใจขุนแผน,ผงเทพจินดามณี,ผงประกาศิตพระร่วง,ผงชาตรี,ผงรักซ่อนชู้,ผงเทพบันดาลทรัพย์,ผงเทพเศรษฐี,ผงนางกวัก,ผงพระฉิมพลี,ผงมณฑาสวรรค์,ผงลบคืนจันทร์เพ็ญ ...ท่านว่าผงลบต่างๆเองก็ต้องลงอักขระเลขยันต์ในวันเวลาตามวิชาทั้งทำการปลุกเสก-ร่ายโองการตลอดพิธีลบผงเพื่อให้เกิดฤทธานุภาพสูงที่สุด เมื่อจะหุงก็ต้องแต่งเครื่องพลีกรรมขึ้นบูชาเทวดาทั้งสิบหกชั้นฟ้ารวมถึงบูชาเทวดานพเคราะห์บวงสรวงครูบาอาจารย์ ผู้ที่กวนก็ต้องเลือกวันและเวลาเกิดอีกสามคนเวียนวนกวนกันตามยามต่างๆ,ทั้งยังต้องใช้คนที่เกิดอีกฤกษ์ยามหนึ่งเป็นคนคอยเติมฝืนสุมไฟใส่เชื้อ,คนเทน้ำมัน,คนใส่มวลสารว่านยานี่ก็อีกอย่างล้วนแต่ต้องใช้ฤกษ์และเวลาเกิดตามกำหนดทั้งสิ้นซ้ำยังต้องเป็นคนที่ดำรงค์พรหมจรรย์มาตลอดชีวิต(พ่ออาจารย์ท่านจึงว่ายากนักที่จะทำได้อีก)ไม้ที่ใช้กวนก็ต้องใช้ไม้ชัยพฤกษ์,ไม้พลับพลา ไม้ที่ทำเชื้อเพลิงก็ต้องใช้ไม้เทพทาโร,ไม้ราชพฤกษ์,ไม้ยอ,ไม้รัก,ไม้ขนุน,ไม้มะยม แม้การหุงน้ำมันก็ต้องใช้ก้อนเส้าแบบโบราณโดยใช้ไม้กางหยาง,ใช้กะทะทองสำริดรอบกระทะพันด้วยหญ้าคาปักเฉลวเพชรสามด้าน,วางก้อนเส้าสามก้อนลงยันต์ทุกจุดทั้งไม้กางหยาง,ก้อนเส้าในกะทะ,ก้นกะทะ,หูกะทะ,ขอบกะทะ,แม่ไฟ,ไม้ฟืนต้องลงอักขระกำกับทุกอย่าง การหุงใช้วิธีเดียวกับการกวนเกษียณสมุทรมีการตั้งโลกธาตุ,มีพิธีการปลุกว่าน,การชุมนุมยา,เซ่นไหว้ว่านยา ,เซ่นไหว้เหล่าเพชรพญาธรแลคนธรรพ์ที่รักษาหัวว่านต่างๆ ต้องบูชาไฟตามสูตรแต่โบราณ ทั้งต้องนำใบยาใบว่านมาลงอักขระเลขยันต์ให้ครบสูตรก่อนจะเคี่ยว ขณะหุงก็จะปลุกเสกเดินธาตุ,เรียกธาตุ,ชุมนุมธาตุและร่ายโองการมหาโชคต่างๆ ต้องขับเคลื่อนและดึงพลังจากธรรมชาติมาลงในกระทะน้ำมันโดยห้ามน้ำมันพุ่งลงในกองไฟเป็นอันขาดทั้งไม้ฟืนที่ใส่ก็ห้ามดึงออกจนได้น้ำมันว่านมหาลาภชั้นเลิศที่ไม่ข้น,ไม่หนืด,ไม่เหม็นหืนเป็นน้ำมันชั้นสูงแล้วจึงเริ่มปลุกเสกในฤกษ์อมฤตโชคทั้ง 7 วันได้แก่ อาทิตย์ 8,จันทร์ 3,อังคาร 9,พุธ 2,พฤหัส 4,ศุกร์ 1,เสาร์ 5 และใช้ฤกษ์พิเศษปลุกวันจันทร์เพ็ญอีก 4 วัน,ใช้ฤกษ์จันทรคราส 3,สุริยะคราส 3,ใช้ฤกษ์ชัยโชค 1,มหาสิทธิโชค 1,สิทธิโชค 1 ท่านว่ากระทำให้ครบตามกำลังเทวดาเท่ากับกำลังเทวดาซึ่งกว่าจะปลุกเสกให้ครบและเกิดอาถรรพ์ทั้งลมพัด,ฟ้าผ่า,ฝนตกแดดออกแลเหตุผิดธรรมชาติที่ปรากกฏชัดตรงตามข้อกำหนดนั้น ท่านว่ากว่าจะหุงได้ยากกว่าไปหามวลสารเสียอีกเพราะมีสูตรทำขลังให้ตายตัวเช่นนั้นแต่โบราณท่านจึงหวงและปกปิดนักแม้จะใช้ยังต้องแลกด้วยทองคำ เพราะว่ากว่าจะทำได้นั้นไม่ง่ายเลยบางครู,บางยุค,บางสมัยเกิดมาแล้วตายไปก็ไม่มีวาสนาจะได้ทำ

    เช่นนั้นน้ำมันจ้าวชีวิตโคตรเศรษฐีอมฤตโชคจึงเป็นน้ำมันที่เน้นพุทธคุณทางเมตตามหาลาภ เรียกเงินเรียกทอง เป็นน้ำมันที่สร้างจากแรงครู,แรงวิชา,ว่านยาล้วนๆไม่มีพรายไม่มีมนต์ดำใดๆทั้งสิ้น ผู้ใดได้บูชาย่อมเกิดเสน่หา-เมตตา,เกิดโชคลาภเงินทองแก่ผู้ครอบครอง,มีคนนิยมชมชอบ,ทั้งจักบังราศีไม่ให้อับ,ไม่มีคนคิดร้าย,แม้แต่เทพเทวายังเมตตาแก่ตัวเรา เพียงใช้เจิม-ใช้ทาตามตัววันละนิดตามร่างกายหรือผสมน้ำอาบก็ได้ผลดีแลเหมาะสำหรับบุคคลที่ใช้ของทางโชคลาภไม่ขึ้น ใช้ของทางโชคลาภมาหลายอย่างแต่ไม่เป็นผล ท่านว่านี่เป็นมหาโชคชั้นสูงเพียงใช้พกพาก็เห็นผลแค่ครอบครองไว้ก็เป็นที่รักแก่มนุษย์ เทพ เทวดา และสัตว์ทั้งหลาย ครูแต่เดิมท่านว่าผู้ใดใครมีนับได้ว่าประเสริฐกว่าคนทั้งหลายยิ่งนัก จะแก้อาถรรพ์คนที่ดวงขาดโชค,ขาดวาสนา หรือแม้แต่ต้องอาถรรพ์ต่างๆทั้งเล่นผี,เล่นพรายมากเกินไปจนใช้ของโชคลาภไม่ได้ผล,หรือพวกของเข้าตัวท่านว่าสามารถใช้น้ำมันทาตัวหรือผสมน้ำอาบได้เพื่อขับสิ่งไม่ดีออกจากร่างกายช่วยเสริมราศีเราให้ดีที่สุด คนที่ใช้ประจำท่านว่าจะเป็นเสน่ห์ในตัวแม้จะต้องการสิ่งใด ย่อมได้สมหวังตามปราถนาถ้าจะใช้เพื่อการใดเป็นเฉพาะสามารถอธิษฐานบอกครูเทพที่รักษาน้ำมันเอาได้แลเพราะน้ำมันนี้ผู้ใดได้ไว้ครูย่อมเข้ารักษาให้ปลอดภัยทั้งเจริญในโชคลาภมากด้วยเงินทอง เจริญด้วยพรสวัสดิมงคลทุกประการ

    ในยุคสมัยนี้พ่ออาจารย์ท่านมักจะพูดลอยๆออกปากเสมอว่า สงสารพวกคนที่หากินยากจะทำอะไรธุรกิจก็ฝืดเคืองกันไปเสียหมด เรียกว่าข้าวยากหมากเเพงลืมตาอ้าปากกันยาก สิ่งที่เราพอจะทำได้นอกจากให้กำลังใจก็คือใช้วิชาทำมงคลวัตถุนี่เเหละดั่งที่เคยกล่าวไปเเต่ต้นว่าท่านไม่ประสงค์ให้ลูกศิษย์อดอยากยากจนหรือต่ำกว่าใครเขา ท่านจึงมักทำวิชาเกี่ยวกับเรื่องเงินทองโชคลาภเสมอ เพื่อให้ถูกจริตกับยุคสมัยซึ่งจะเลวร้ายลงไปอีกมากหลังกึ่งพุทธกาล ท่านว่าใครที่เขาเล่นเสน่ห์ซักวันหนึ่งเขาก็จะมาตามเก็บของที่ช่วยเรื่องเงินทองโชคลาภเเบบเน้นๆเอง เพราะในยุคนี้มันต่างออกไปจากอดีต เงินหมื่นเงินเเสนนั้นไม่ได้มีค่าซื้อบ้านได้เป็นหลังๆ ไหนจะภัยธรรมชาติ ภัยจากสัตว์ร่วมโลก ภัยจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายที่จะทวีเเละหนักขึ้น พ่ออาจารย์ท่านอยากให้เตรียมพร้อมกันไว้ดีกว่ามาตามเเก้ที่หลัง ถ้าจะเล่นวัตถุมงคลท่านว่าอย่าลืมด้านโชคลาภโภคทรัพย์เด็ดขาด *เช่นนั้นท่านจึงตั้งใจเปิดน้ำมันสำคัญซึ่งหายสาบสูญไปนานตามกาลเวลานี้แบ่งให้เอาไปใช้กันเพราะวิชานี้นับว่าเป็นวิชาเอกที่หาคนทำคนสืบทอดได้ยาก ผู้ใดได้บูชาเเล้วให้เจริญรุ่งเรืองไปจนตัวตาย ชีวิตจะมีเเต่ความเจริญในลาภสักการะมิรู้ขาด มีได้สมประสงค์ทุกสิ่งที่พึงจะปรารถนา ถือว่าเป็นยอดวิชาที่สร้างขึ้นเพื่ออนุเคราะห์คนที่จะขอรับไปบูชาจริงๆ ซ้ำพ่ออาจารย์ท่านได้นำน้ำมันนี้มาบอกกล่าวเชิญมหาเศรษฐีทั้ง 9 ในสมัยพุทธกาล ขอบารมีท่านทั้งหลายมาทำมาลงสงเคราะห์เฉพาะอีก เพื่อจะได้มั่นใจว่าน้ำมันนี้คนรับไปบูชาจะได้ร่ำรวยกันจริงๆ เพราะบารมีของมหาเศรษฐีทั้ง 9 ซึ่งเป็นอริยบุคคลนี้ เเต่ละท่านร่ำรวยระดับอภิมหาเศรษฐีกันเลยทีเดียว บุคคลเหล่านี้ถึงจะใช้จ่ายเเม้สมบัติพร่องไปเเต่เพียงน้อยพระภูมิเเละเทวดาทั้งหลายก็ต้องหามาเติมให้เต็มคลังมิรู้จักขาดตกบกพร่อง เรียกได้ว่าเกิดมาเพื่อเสวยสุขทางโลกเลยจริงๆก็ว่าได้ท่านไม่ได้กล่าวอะไรมาก เพียงเเต่บอกว่า เอาไปใช้ รู้จักการให้ทานอย่าได้ขาดนะ จะได้ลืมตาอ้าปากได้ มีได้เหมือนคนอื่นเขาไม่น้อยกว่าใครเขา น้ำมันของครูสอน,ครูฝึกของเรา ครูเราไม่ได้ทำคนเดียวหรอกนะ ก่อนใช้อย่างน้อยก็นึกถึงมหาเศรษฐีพุทธกาลทั้ง 9 ท่านนั่นแหละ จำท่านเอาไว้ให้ติดปากนึกถึงท่านเมื่อใช้น้ำมัน เพราะน้ำมันนี้พวกท่านมาช่วยกันลงช่วยกันสงเคราะห์ นึกถึงท่านก่อนใช้กุศลก็จะได้เกิดมีบุญหล่นทับหัวทับตัวกันทุกคน ดีอย่างไรเราพูดไปก็เท่านั้น น้ำมันชุดนี้เราบอกได้แค่ให้บูชาเอาไว้ใช้สืบรุ่นลูกรุ่นหลานนะ รักษากันดีๆ

    ซ้ำในขวดน้ำมันสำคัญนั้นท่านยังได้ทำวิชาเฉพาะลงตะกรุดสังวาลย์พระธรรมแต่งร่างเอาไว้ด้วย เพื่อให้ใช้เสริม,หนุนเข้ากับน้ำมัน เพราะตะกรุดนี้ถือเคล็ดพระธรรมแต่งร่างถือเคล็ดมหาบังเกิดคือเคล็ดลับการเกิดของสรรพสัตว์ทั้งปวงทั้งหลาย ทำอะไรก็ให้บังเกิดแต่ผลดี,บังเกิดโชค,บังเกิดลาภ,บังเกิดเงิน,บังเกิดทอง,บังเกิดทรัพย์ เป็นสูตรวิชาทำมาหากินของคนโบราณท่านว่าใช้เพื่อแต่งร่างเราให้เป็นคนใหม่ ใช้อานุภาพพระสัทธรรมเจ้าอันประเสริฐดั่งน้ำอมฤตรสแต่งร่างแต่งชีวิตที่เสื่อมโทรมเพราะถูกกาลเวลากัดกร่อน แต่งจิตใจที่สึกหรอไปตามห้วงวิบาก พ่ออาจารย์ท่านว่าโดยปกตินั้น มวลสรรพสัตว์ทั้งหลายย่อมหลงไหลวนเวียน ดำเนินชีวิตไปด้วยปัจจัยสามสิ่ง นั่นคือ กิเลส,กรรม,วิบาก เช่นนั้นตะกรุดสังวาลย์นี้ท่านจึงสร้างแบบเฉพาะกาล คือสร้างขึ้นมาเพื่อชะลอหยุดยั้งกฏของมหาวัฏฏะที่เกิดขึ้นกับผู้ใดผู้หนึ่งอันเกี่ยวเนื่องมาจาก กิเลส กรรม วิบากเหล่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าครูพระเวทย์แลพระธรรม(อาตมัน)ท่านมีดำริว่าถึงเวลาแล้วที่จะทำลายความทุกข์และคราบน้ำตาของหมู่สัตว์ทั้งผอง ชนทั้งหลายที่มีศรัทธาต่อธรรม ต่อจิตวิญญาณสูงสุด คนเหล่านั้นจะต้องถึงซึ่งบรมสุขท่านจึงกรุณาให้พ่ออาจารย์ทำตะกรุดสังวาลย์ที่จะสะกดทับกิเลส กรรม วิบาก อันเหนี่ยวรั้งฉุดดึงให้ชีวิตคนตกต่ำ ตกอยู่กับความมืดไม่พบแสงสว่างหาทางออกอย่างไรไม่ได้การสะกดทับคือสะกดวัฏฏะทั้งสามของมโนวิญญาณอันเคยทำกรรมหรือมีสัญญากรรมตลอดจนวนเวียนชดใช้ผลกรรมซึ่งเกี่ยวเนื่องด้วยกิเลส กรรม วิบากทั้งหลาย วัฏฏะทั้งสามนี้ไม่ได้หายไปไหนแต่ด้วยเมตตาของอาตมันท่านจะทับจะสะกดไว้ให้โอกาสเราได้ประกอบกุศลสร้างคุณงามความดี พบเจอกับความสุขอันปราศจากทุกข์ใดมาเบียดบัง ท่านว่าครูมีคำสั่งไว้ว่า"ศิษย์นั้นก็ไม่ต่างจากลูกในไส้อย่างใด เพราะเราห่วงเขาเหมือนพ่อห่วงลูก หากเขาคิดถึงเราถ้าไม่ช่วยเขาแล้วเราจะช่วยใคร" ท่านว่าทำตะกรุดสำคัญเพื่อเข้ากับน้ำมันครั้งนี้ไม่ใช่แค่จะตัดกรรมหรือริดรอนกรรมด้วยอานุภาพแห่งคุณวิชาของบูรพาจารย์ แต่จะเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่มีอำนาจเหนือวัฏฏะทั้งสามอันไม่เคยปรากฏมีมาก่อน พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์อาตมันท่านทำให้จนเป็นดาบสองคม มีคุณอนันต์จนกลัวว่าคนได้ไปจะลำพองใจนำไปใช้ในทางที่ผิด ท่านว่าให้จำไว้เสมอคนที่บูชาไปจงอย่าเกียจคร้าน อย่าลำพองใจ อย่าเดินไปตามกระแสของโลก ให้เร่งขวนขวายประโยชน์เบื้องหน้าหมั่นสร้างตบะสั่งสมบารมีประกอบคุณธรรมความดีให้ถึงพร้อมจึงจะไม่เสียเจตนาของเรา พ่ออาจารย์ท่านมีดำริในภายหลังก่อนออกให้บูชาว่าตะกรุดแลน้ำมันชุดนี้ผิว่ากาลเบื้องหน้าหากหาผู้มาบูชาหรือรับไปไม่ได้ ท่านตายเมื่อไหร่ก็ให้ทำลายลงไปพร้อมกันกับตัวท่านเสีย เพราะกลัวใจคนไม่ดีจะนำไปใช้ จนกระทั่งองค์อาตมันท่านแจ้งเหตุว่าถึงเวลาแล้ว คนที่เขารอคอยและมีวาสนาจะครอบครองก็มีครบแล้ว ให้ท่านวางใจได้เพราะทุกคนที่เอาไปใช้ย่อมเป็นคนดีท่านจะคัดสรรค์คนของท่านให้เอง

    ด้วยสังวาลย์พระธรรมแต่งร่างนี้เป็นของสูงแต่เดิมตะกรุดสายสังวาลย์ต่างๆก็เป็นการทำวิชาเครื่องคาดสำหรับพระมหากษัตริย์และแม่ทัพนายกองอันประกอบด้วยสรรพคุณที่ทรงพลานุภาพอย่างถึงที่สุดอยู่แล้ว ท่านไม่อยากจะให้วิชาเหล่านี้สูญหายไปประกอบกับถึงเวลาอันดีที่จะสร้างเเละเสกเอาไว้ให้กับผู้ที่ต้องการรับสุดยอดของดีไว้บูชาจึงได้จัดทำตะกรุดนี้ขึ้น ในเรื่องของฤกษ์ยามที่จะต้องคัดฤกษ์มงคลสูงสุดลงให้เเก่ผู้บูชาซึ่งพ่ออาจารย์ก็เลือกฤกษ์เพียงสองฤกษ์เท่านั้นที่จะใช้ลงตะกรุดนี้ประกอบไปด้วย ราชาฤกษ์ เเละเพชฌฆาตฤกษ์ โดยทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็เนื่องมาจากท่านตั้งใจจะทำให้ดีที่สุดนั่นเองสำหรับตะกรุดสังวาลย์ชุดนี้มีความยากในการลงไล่อักขระตามกลบทนั้นถือว่ายากอยู่แล้วเพราะเป็นมหายันต์ชั้นสูงและเป็นยันต์ชุดเทพวิชาคือไม่มีปรากฏมาแต่ก่อนในโลกนอกจากบรมครูองค์อาตมัน(จิตแห่งพระเวทย์และพระธรรม)ท่านจะนิมิตบอกให้ใช้เฉพาะตัวของท่านเองเท่านั้นเป็นตะกรุดชุดที่นานๆจะทำออกมาที นานทีปีหนจึงจะมีให้เห็นเอาเป็นว่าสังวาลย์พระธรรมแต่งร่างนั้นจะต่างจากตะกรุดทั่วๆไปตั้งแต่ความสูงส่งขององค์ต้นวิชา นั่นจึงถือว่าเป็นตะกรุดตระกูลสูงเช่นนั้น ซ้ำในชุดหนึ่งนั้นมีสี่ดอก ในแต่ละดอกย่อมมีสถานที่การลงแตกต่างกันออกไปเมื่อทำเสร็จแล้วท่านจะต้องนำมาคาดติดตัวไว้ตลอดเวลาในการประกอบพิธีต่างๆ ทั้งในพิธีอุปราคา จันทรคราส-สุริยคราส และเเม้เเต่พิธีบนดอยต่างๆของท่าน ซึ่งท่านจะสอบพลังของตะกรุดที่คาดนี้อยู่เนืองๆ จนแน่เเท้แก่ใจว่าเป็นยอดแล้วถึงถอดออกมาเป็นชุดๆ ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามีพลานุภาพมากยากที่จะประเมิณค่าได้ ทั้งหาผู้สืบทอดและทำได้ยากเนื่องจากเป็นวิชาขององค์อาตมันมีพลานุภาพปรากฎในทุกด้านในทุกทิศทางแม้ตะกรุดนี้อยู่ที่ใดก็จะแผ่รัศมีออกไปในทิศทั้งสิบ เปรียบดังเกราะแก้วกำแพงเหล็กที่ป้องกันภัยและเสนียดจัญไรจากทุกสารทิศไม่ให้มากล้ำกรายผู้บูชาได้ ทั้งยังมีอานุภาพสุดแต่ใจนึก พ่ออาจารย์ท่านอธิษฐานจิตให้ตะกรุดสังวาลย์นี้สอดคล้องรับกันกับอารมณ์ปรารถนาในใจตัวคนถือคนใช้ ท่านหมายถึงว่าแม้ผู้บูชาใครจะปรารถนาอะไรก็แล้วแต่สิ่งที่ปรารถนาไว้ก็ไม่สามารถหลุดรอดพ้นหนีออกไปได้เลย สังวาลย์ทั้งสี่นี้จะดลบันดาลให้ทุกสิ่งไม่สามารถหลุดรอดออกไปได้ตามคำอธิษฐาน แม้ว่าจะปรารถนาลาภยศชื่อเสียงเงินทองความเจริญก้าวหน้า สิ่งต่างๆเหล่านี้เมื่อได้มาแล้วจะต้องอยู่กับเราไปตลอดไม่รู้จักคำว่าตกต่ำลงเลย เปรียบดั่งต้องพันธนาการจับสิ่งใดไว้ได้ก็ไม่รู้หลุดรู้เคลื่อนเลยฉันใดก็ฉันนั้น ท่านการเสกตะกรุดนี้ต้องทำให้ได้ถึงขั้นใช้ตะกรุดได้ดั่งใจ วิชานี้ท่านว่าทำยาก กว่าจะจารและสำเร็จตะกรุดดอกนึงนั้น บทพระคาถามีหลายคาบหลายบทมาก ต้องเสกแยกทีละดอกๆ สำเร็จทีละดอก ท่านว่าตะกรุดที่จะใช้ได้ดั่งใจปรารถนานี้คือเอาไปแล้วต้องใช้ได้ดั่งใจนะ เพราะวิชานี้มีแรงครูสูงมีธาตุรู้ของครูบาอาจารย์อยู่กับองค์ตะกรุด ท่านว่าครูท่านบอกเอาไว้ อยากได้อะไรปรารถนาสารพัดในปฐพี ให้จ้องที่ตะกรุดแล้วนึกเอา มันมีเท่านี้จริงๆ นึกเอานั่นแหละแล้วจะได้เอาทุกสิ่ง ไม่ว่าลาภสักการะเงินทองความเจริญรุ่งเรืองสิ่งใด ท่านว่ามีไม่รู้หมดตราบใดที่ยังนึกคิดได้ ให้นึกแต่สิ่งที่ดีๆจะได้ไม่ผิดเจตนาของครูบาอาจารย์

    ชุดตะกรุดสังวาลย์ในน้ำมันนี้ท่านว่าแม้เราไม่นำพาติดตัวพกอาราธนา***เพียงแต่อาราธนาน้ำมันจุนเจิมหน้าผากเท่านั้นก็มีผลเสมอคาดด้วยสังวาลย์นี้ไปกับเราทุกที่เช่นเดียวกันมีอานุภาพครอบฟ้าคลุมดินตามแต่จะอธิษฐานท่านว่าวิชานี้เเล้วเเต่จะเอาไปใช้เลย เป็นไปได้ทุกเรื่อง สำเร็จได้ทุกเรื่อง แต่วิชานี้มีความพิเศษไม่เหมือนใครอยู่อย่างหนึ่ง หากผู้คาดผู้บูชา ทำคุณงามความดีทำบุญทำกุศล ตะกรุดจะยิ่งทวีพลังเเละอานุภาพเพิ่มมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ท่านว่าเป็นวิชาที่แปลกพลังไม่ตกไม่เสื่อมมีแต่จะรอวันเพิ่มขึ้น มากขึ้น ขยายขึ้น สูงขึ้นทุกวัน ผู้ที่บูชาจะหนุนนำชักพาให้เจอแสงสว่างพบกับสิ่งดีงาม ประหนึ่งเราได้อานิสงค์มีธรรมคุ้มกาย

    พ่ออาจารย์ท่านว่าน้ำมันชุดนี้กลิ่นว่านยาจะหอมมากๆทั้งใสเหมือนตาตั๊กแตน ท่านว่าให้ดูเอาเถิด สีน้ำมันนั้นมันกลืนๆกันอยู่ จะเหลืองก็ไม่เหลือง จะเขียวก็ไม่เขียว จะฟ้าก็ไม่ฟ้า***แต่ให้จำเอาไว้ให้ดีว่าเมื่อได้ไปนั้น เราเห็นน้ำมันเป็นสีอย่างไรในตาเรา วันไหนถ้าสีน้ำมันเปลี่ยนไป ท่านว่านั่นแหละจะรวยใหญ่ ครูท่านแสดงนิมิตบอกแล้วล่วงหน้าให้รู้เนื้อรู้ตัว เฉพาะตัวน้ำมันนั้นท่านเคยนำมาออกมาให้คนที่เดือดร้อนเรื่องธุรกิจการหากินบูชาไปหลอดหนึ่ง ปรากฏว่าเขาระงับความต้องการและกิเลสของตนไม่ได้สุดท้ายจนท้ายที่สุดหลอดน้ำมันก็อันตรธานหายไป ท่านว่าพอมี,พอได้ก็หลงอยู่ในกามในกิเลส ไม่ได้รู้เลยว่าถือของสูงขนาดไหนอยู่และใครเขาเป็นคนช่วยฉุดขึ้นมา ที่จะสำนึกประกอบคุณงามความดีทำบุญทำกุศลเอาพระธรรมใส่ตนมาปฏิบัติเช่นนั้นยังไม่มี ท่านจึงเก็บน้ำมันชุดนี้ไว้ไม่ยอมนำออกมาให้ใครได้บูชาอีกเลยจนวาระนี้


    ***วิธีทำหวย
    ให้ทำกลางคืนในดึกสงัด ท่านว่าทำเงียบๆคนเดียวอย่าไปบอกใคร เมื่อจะทำให้จุดธูปสิบหกดอก จุดเทียนสองเล่ม เตรียมดอกไม้หรือพวงมาลัยคล้องขวดน้ำมันไว้ตั้งจิตบูชาครูบาอาจารย์ทั้งชั้นฟ้า ทั้งครูเทพ ครูพรหม ครูฤาษี มหาเศรษฐีพุทธกาลทั้งเก้า และองค์อาตมันเป็นที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ขอลาภกับครูท่าน ถ้าเรามีวาสนาก็ให้ท่านโปรดให้เราเห็น โดยนำกระดาษมาแผ่นหนึ่งเขียนเลข 0-9 ล้อมกันไว้เป็นวงกลม อธิษฐานบอกครูบาอาจารย์นำน้ำมันนั้นแตะลงตรงกลางวงกลมหนึ่งที ภาวนาคาถาว่า"สัพเพชะนา พะหูชะนา เมตตาสุขัง จะมหาลาภัง ปิยังมะมะ" แล้วก็แตะน้ำมันบริเวณหนังตาซ้ายขวาแล้วจึงเข้านอน พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้ามีวาสนาแรงจะถูกหวยหลับไปตัวเลขจะมาเป็นสีแดงๆในนิมิตฝันของเรานั่นเลย แต่ถ้าไม่ได้ฝันเห็น พอตื่นมาท่านให้จ้องแผ่นกระดาษตัวเลขนั้นโดยหลับตาและลืมตาครั้งหนึ่งเห็นเลขใดเป็นเลขแรกก็เอาตัวนั้น ท่านว่าจะสองตัวหรือสามตัวก็ทำตามนี้โดยการหลับตาและลืมตาสองถึงสามครั้ง(ให้ทำได้เฉพาะคืนก่อนวันหวยออกเท่านั้น) ได้เลขอะไรก็ตามอย่าได้บอกกับใครเด็ดขาด รู้คนเดียวและซื้อคนเดียวเท่านั้น


    คาถาบูชา
    โอมพุทธังบังเกิด ธัมมังบังเกิด สังฆังบังเกิด พระเจ้าประเสริฐบังเกิดเป็น ออ อา ออ แอ ออเมตตา อาเอ็นดู ให้พระธรรมอุปถัมภ์ ให้พระธรรมค้ำชู ยกกูหนีไกลวัฏฏะทุกข์แต่ใดไม่มาแผ้วมาพาน อนิจจาพุทโธ พุททังมาโส ธัมมังมาโส สังฆังมาโส มาแล มาแล มาเชย มาชม มา ออ แอ ฤ ฤา ธัมมังมาโส เมตตามาโสมาสิมา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 พฤษภาคม 2020
  15. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    มงคลมหาภูติพญากาสรสุรกานต์ (นัยน์ตาแห่งยมราช)
    ให้บูชา 4000 บาท รวมส่งครับ
    1.jpg
    2.jpg

    " อันพญากาสรเผือกนี้ มีรัศมีแรงกล้าปานว่าพระอัคนี "

    โอมปู่เจ้าสมิงไพร ปู่เจ้ากำแหงให้กูมาทำควาย เชิญพระอิศวรมาเป็นตาซ้าย เชิญพระอาทิตย์มาเป็นตาขวา เชิญพระนารายณ์มาเป็นเขา เชิญพระอินทร์เจ้าเข้ามาเป็นหาง เชิญพระพุทธคีเนตร์ พระพุทธคีนายมาเป็นสีข้างทั้งสอง เชิญพระจัตตุโลกบาลทั้งสี่มาเป็นสี่เท้า เชิญฝูงผีทั้งหลายเข้ามาเป็นไส้พุง นะมะสะตีติ


    วิชาธนุรเวทและศาสตร์ต่างๆของวิชาธนูและการผูกพยนต์ทั้งรูปคนแลรูปสัตว์ทั้งหลายนั้น นับได้ว่าควายธนูคือสุดยอดเครื่องรางพิฆาตที่มีฤทธิ์สยบได้ทุกสิ่งอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเดรัจฉานวิชา คุณคนคุณไสย สัตว์พยนต์ต่างๆ ตลอดไปจนถึงกุมภัณฑ์ อสุรกาย ภูติผี เทวดาเกเร แม้กระทั่งผีปอป และเสือสมิงก็ตาม ซึ่งการทำควายธนูให้เปี่ยมล้นด้วยอาถรรพ์โดยแท้จริงนั้นทำได้ยากอย่างยิ่งเนื่องจากคนสร้างต้องมีตบะฌานชำนาญในมหาธาตุอย่างแท้จริง

    สืบเนื่องจากพ่ออาจารย์ท่านได้ร่ำเรียนวิชาการทำควายธนูไว้หลายประเภท ทั้งควายธนูทอง ขี้ผึ้ง ไม้ไผ่ ดิน หลายสายวิชาท่านจึงมีดำริสร้างควายธนูขึ้นมาเสียครั้งหนึ่งให้เป็นยอดของดีที่ให้คุณอนันต์ไม่หันกลับมาทำร้ายเจ้าของ โดยท่านนั้นตั้งใจเลือกหามวลสารที่ไม่มีและให้มีไม่ได้นั่นคือส่วนผสมของภูติผีและสิ่งที่เกี่ยวกับศพหรือวิญญาณทั้งหลายแต่อย่างใด

    พ่ออาจารย์ท่านได้ทำการลบผงธาตุและยันต์บังคับต่างๆตามตำรับวิชาการสร้างควายธนูไล่มาตั้งแต่อุณาโลมสูรย์จันทรอุโองการ ์ ยันต์พุฒซ้อน นะธาตุสี่ และนะปถมังต่างๆ...ครบถ้วนยันต์บังคับทั้งหมด ท่านว่าควายธนูของท่านนั้นท่านตั้งใจไว้แต่เริ่มว่าจะไม่ใช้ภูติผีหรือเดรัจฉานวิชาเข้ามาเกี่ยวข้อง การทำควายธนูนั้นก็เหมือนการทำสุดยอดอาวุธที่มีชีวิต มีอานุภาพสูงสุด ท่านว่าถ้าจะพูดให้มองเห็นภาพอย่างง่ายว่าสุดยอดอาวุธนั้นเป็นสุดยอดอย่างไรก็ให้คิดเสียว่าเป็นระเบิดปรมาณูนั่นเอง แต่สุดยอดอาวุธนี้ต้องมีสถานะเป็นทาสบริวารคอยรับใช้เรา ซ้ำต้องซื่อสัตย์จงรักภักดีกับเราชนิดที่ไม่มีวันย้อนกลับมาทำร้ายกันได้ด้วย

    ดังนั้นในการทำวิชาสร้างควายธนู นอกจากผงบังคับพระยันต์ตามสูตรวิชาต่างๆแล้ว ท่านยังงัดมนต์ก้นหีบอย่าง โองการพญายมในคัมภีร์โบราณ ออกมาลบถมเป็นผงด้วย ท่านว่าวิชานี้เป็นวิชาที่แทบจะไม่มีคนใช้หรือกล่าวถึงนักจนเกือบจะสูญหายไป หากถามว่าแรงอย่างไร ท่านว่ามนต์พระกาฬสะท้อนกลับแรงอย่างไร โองการพญายมนี้ต้องคูณสิบคูณร้อยเข้าไป ดังนั้นบูรพาจารย์ทั้งหลายจึงหวงแหนไว้ไม่กล้านำมาทำวิชา ท่านว่าเป็นมติครูบาอาจารย์เบื้องบนไม่ให้พูดถึงวิชานี้ ท่านบอกได้แค่ว่าทั้งสะท้อนกลับและที่สำคัญสูงสุดคือมีฤทธิ์แผดเผาอวิชชาตลอดจนอุปาทวคือสิ่งชั่วร้ายอัปรีย์ไม่เป็นมงคล อาการมุ่งร้ายของสรรพชีวิตต่างๆ ตลอดจนเงื่อนงำเค้าลางแห่งลางร้ายทั้งมวล แลพิฆนะจัญไรทั้งหลายได้แก่สิ่งขัดข้อง ขัดขวางอันเลวทรามเป็นเสนียดไม่เป็นมงคลให้หมดสิ้นไปอย่างไม่มีสิ่งใดเทียมเทียบได้ซึ่งวิชาสำคัญนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าจะหาจากไหนก็ไม่ได้ไม่เหมือนเช่นนี้แล้ว ท่านว่าให้สังเกตุชีวิตตนเองเอา ว่าชีวิตมีอาการข้างต้นนี้หรือเปล่าทั้งสิ่งขัดข้องปัญหาอุปสรรคต่างๆตลอดจนลางร้ายมีคนมุ่งร้ายหรือมีสิ่งอัปมงคลใดๆเกิดขึ้นหรือไม่ ท่านว่าสังเกตุและตอบตัวเองดู พ่ออาจารย์ท่านว่าเพื่อให้ผงนี้มีอานุภาพเหนือผงพรายอสุรกายภูติผีใดๆท่านจึงนำคตวิเศษทั้งหลายบรรดามีอันท่านเก็บไว้พลีทำผงนั้น ออกมาฝนเข้าว่านยาและผงวิเศษทั้งห้าประการ ตลอดจนผงจักรพรรดิ มหาปราบ มหากัน มหาถอน มหาระงับ ท่านว่านำมาผสมกันปั้นเป็นแท่งก่อนจะลงโองการพญายมลบถมเอาผงนี้ ซึ่งตรงนี้พ่ออาจารย์ท่านให้เหตุผลว่าอันว่าคตนั้นเปรียบได้เสมือนกายสังขารของทนสิทธิ์ เป็นกายสังขารของเทพเจ้าที่มีฤทธานุภาพตรงนี้ท่านจึงนำมาใช้แทนผงพรายผงผีต่างๆที่จะทำให้เกิดอันตรายกับคนใช้บูชา ท่านว่าสิ่งนี้นอกจากจะปลอดภัยเป็นของค้ำคูณตนแล้วยังมีฤทธิ์มากกว่าอย่างเทียบไม่ได้ เมื่อจะลบถมนั้นท่านยังได้บอกกล่าวแก่ยมราชและเชิญญาณบารมีของยมราชนั้นมาแฝงอยู่ทุกอณูผงด้วย หากชีวิตใครที่ไม่เคยได้รับความยุติธรรม การเห็นอกเห็นใจ เหมือนถูกชะตากลั่นแกล้งให้เอาไปใช้ดู อันผงคุณวิชานี้แล้วจะรู้ว่าพญายมนั้นท่านไม่เคยทิ้งคนดี นอกจากนั้นท่านยังเพิ่มเติมในส่วนของมนต์พระกาฬไปด้วย ท่านว่าพระกาฬนั้นก็เป็นบริวารของยมราช เมื่อจะสร้างควายธนูแล้วท่านจึงปรารถนาจะให้เป็นที่สุดของวิชาและอานุภาพกันไปเลยเพื่อให้เป็นเจ้าแห่งควายธนูชนทั้งปวง ในส่วนผงลบอาถรรพ์มนต์พระกาฬ ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านได้นั่งลบถมผงด้วยวิชามนต์พระกาฬนั้น หลังจากนำผงที่ได้มาปลุกเสกเเละประกอบอิทธิวิธีเข้าว่านยาต่างๆ ท่านว่าผงนี้มีอานุภาพล้นเหลือ เพราะว่าหากพระกาฬมา เเปลว่าคนผู้นั้นย่อมไม่รอดเเล้ว ไม่มีใครล่วงพ้นอำนาจของพระกาฬไปได้ คนเเต่โบราณจึงนิยมพูดกันติดปากว่า "เธอรู้จักพระกาฬหรือหาไม่" พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าผงที่สร้างนี้ก็เช่นกัน เป็นการรวมอิทธิคุณ 2 ส่วนเข้าสู่จุดเดียวกัน นั่นคือศาสตร์วิชามนต์พระกาฬ ที่สะท้อนย้อนกลับสิ่งไม่ดี ดำรงค์ไว้ซึ่งคุณธรรมสุจริต หากใครคิดไม่ดีหรือกระทำไม่ดีกับเรา เขาผู้นั้นจะมีอันเป็นไป ให้พินาศฉิบหายย่อยยับเป็นร้อยเท่าพันทวี หลังจากนั้นท่านได้นำผงวิชาพระกาฬนี้ มาผสมสูตรตามอิทธิวิธีเเละนำมาบูชาไฟอัญเชิญดวงจิตเชิญญาณพระกาฬแห่งยมโลกขึ้นมา ให้สถิตย์อยู่ที่ทุกอณูผงนี้ด้วยการนิรมาณกายของพระองค์ท่าน พ่ออาจารย์กล่าวว่าจุดนี้เลยสำคัญ เพราะวิชามนต์พระกาฬทั้งหลายนั้นเป็นวิชาใช้ฆ่าคน เเต่ปราศจากญาณเเละบารมีเเห่งพระกาฬโดยเเท้จริงสิงสถิตย์อยู่เป็นการตั้งชื่อไปเองเสียเท่านั้น ทำครั้งนี้เราจึงทำผงให้สำเร็จ ทั้งในคติมายาศาสตร์เเละเทวะวิทยา ท่านจึงว่าผงนี้สำเร็จเเล้วมีอาถรรพ์เเรงกล้าตามสายวิชา

    พ่ออาจารย์ท่านนำผงโองการพญายม ตลอดจนผงมนต์พระกาฬนี้มาผสมเข้ากับผงวิชาทำควายธนูของท่าน ซ้ำยังได้ใส่มวลสารสำคัญหลายประการลงไป โดยเฉพาะว่านยาของเก่าซึ่งนำมาบดตากแห้งไว้ที่ท่านกู้มาแต่แดนศักดิ์สิทธิ์ภูเขาควาย และผสมเข้ากับผงชมพูนุชด้วยท่านว่าควายธนูของท่านนั้นแม้คนเอาไปพกไปบูชานอกจากจะมีฤทธานุภาพรุนแรงแล้วยังจะต้องดึงดูดสิ่งดีๆเป็นเมตตามหานิยมแก่ตนเองอย่างที่สุดด้วย ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงได้นำผงชมพูนุชนี้มาชักยันต์วิเศษที่ใช้ในวิชาสวรรค์หลงทางของท่านเพื่อให้เป็นที่สุดแห่งเสน่ห์เมตตามหานิยมก่อนจะผสมลงไป ท่านนำผงและว่านยาวิเศษทั้งปวงมาเข้ากับน้ำมันสังคโลกหรือน้ำมันชาตรี ของหลวงพ่อปานซึ่งท่านได้มาเเต่หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งน้ำมันนี้เป็นวิชาการที่ทำยากที่สุดตามสายของหลวงพ่อ มีสรรพคุณรักษาได้ทุกโรครวมถึงโรคเวรโรคกรรมเเละยังบรรเทาเป็นลูกเบาเป็นมหาชาตรี พ่ออาจารย์ได้นำมานวดผสมลงในผงด้วย ท่านว่าผงมวลสารต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นของสำคัญนักในการให้กำเนิดพญากาสรสุรกานต์ด้วยฐานมหาภูติธาตุ 4 ตามตำราจตุธาตุวัฏฐานหรือธาตุกรรมฐาน

    พญากาสรสุรกานต์นี้ พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจสร้างอย่างยิ่งเพื่อให้เป็นที่สุดของวิชาควายธนู โดยท่านได้ฝังธาตุกายสิทธิ์ ตลอดจนตะกรุดที่ลงวิชาปลุกเสกมาอย่างดีแล้วรวมถึงเครื่องมงคลต่างๆ ดังนี้
    - นัยน์ตายมราช นัยเนตรของท่านพญายมราช ที่เพ่งแล้วภูตผีทั้งหลายจะมอดไหม้ไปเป็นจุลมหาวิจุลในพริบตา เมื่อพญายมราชพิโรธแล้ว สักว่ามองดูด้วย นัยนาวุธ กุมภัณฑ์ทั้งหลายนับหมื่นพันตนก็จะลุกเป็นไฟพินาศ ดุจหญ้าและใบไม้บนกระเบื้องร้อนฉะนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่านัยน์ตามยมราชนั้นเป็นสุดยอดอาวุธทำลายล้างที่ทรงกำลังสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวซึ่งเกิดจากการบำเพ็ญตบะและบารมีอย่างแท้จริงแตกต่างจากอาวุธวิเศษอื่นใดทั้งหมด ดังนั้นท่านจึงฝังไว้หนึ่งเพื่อให้พญากาสรสุรกานต์นั้นมีฤทธานุภาพร้อนแรงสูงสุดสามารถแผดเผาสรรพสิ่งอันเป็นอุปาทวอันตรายทั้งหลายได้ กับอีกนัยน์หนึ่งท่านว่าต้องการให้ญานบารมีแห่งพระยมนั้นเบิกเนตรทำให้ชีวิตคนใช้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือให้ตาของเรามีพลังมีตบะดุจนัยน์ตาของพระยามฉันใดก็ฉันนั้น ต่อไปนี้เพียงแค่มองเค้าก็กลัวก็เกรงเราแล้วจะทำอะไรก็สะดวกและง่ายไปเสียทั้งหมด ท่านว่านัยน์ตานี้สำคัญนักเพราะยมราชมาบอกให้ท่านสร้างไว้เอง ภายหลังเมื่อทำควายธนูนี้ท่านเห็นว่าท่านใช้ผงโองการพญายมด้วยท่านจึงนำมาฝังไว้ให้คู่กัน ท่านว่าดวงเนตรแห่งพระยมนี้ นอกจากจะสูงสุดด้วยฤทธิ์แล้ว ยังเป็นเนตรสอดส่อง เนตรแห่งความรักความยุติธรรมที่จะใช้มองสัตว์ทั้งหลาย พ่ออาจารย์ท่านว่านี่คือที่สุดแล้วของวิชาสายพญายม ใครจะได้ดีได้ชั่วอยู่ในอำนาจแห่งดวงเนตรนี้ทั้งสิ้น ท่านได้ทำการบอกกล่าวพญายมราชผู้เป็นนายเหนือหัวแห่งยมโลก เป็นนายแห่งสรรพชีวิตหลังความตาย ให้เมตตาช่วยเหลือและคุ้มเกรงผู้บูชา ท่านว่าบูชาไว้เถิด เราเชื่อใจพระยมท่านแล้วจะรู้ว่าได้ดีอย่างคาดไม่ถึงนั้นเป็นอย่างไร

    - เบ็ดล่อเหยื่อ ท่านว่าใช้ทั้งล่อและเร่งให้เหยื่อเข้ามาหาเรา พ่ออาจารย์ท่านว่านี่สำคัญนักเป็นเคล็ดว่าแม้เขาจะเข้ามาแล้วตายก็ยังเต็มใจวิ่งหาวิ่งใส่ เป็นที่สุดของเวทย์วิชาซึ่งแต่โบราณนั้นเบ็ดล่อเหยื่อนี้หาคนทำได้ยากยิ่งนัก แม้แต่ขรัวอีโต้แห่งลพบุรีที่เป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อปานก็ยังสำเร็จวิชานี้ ท่านว่าวิชานี้สำคัญนักด้วยว่าสามารถทำเบ็ดไปล่อเหยื่อตกเงินตกทองในอากาศก็ยังทำได้ พ่ออาจารย์ท่านได้ใช้ธาตุกายสิทธิ์หล่อหลอมเป็นเบ็ดล่อเหยื่อก่อนจะปลุกเสกตามตำรับขรัวอีโต้ ท่านว่าอยากจะล่อจะเร่งอะไรต่อไปเขาได้มาหาเราถึงปาก ทำอะไรก็ง่ายดายไปหมด ไม่ต้องลงแรง วิชานี้ท่านว่าใช้ให้เป็นใช้ให้ดี ทุกอย่างติดเบ็ดเราหมด อยากได้อะไรวันนี้จะให้เบ็ดเกี่ยวอะไร ท่านว่าตั้งจินตภาพเอาไว้เลย จะเกี่ยวเงินทองทรัพย์สิน การเสี่ยงโชค เกี่ยวใจคน ท่านว่าตั้งจินตภาพไว้ให้เบ็ดนั้นเกี่ยวไม่ว่าจะเป็นหน้าคนหรือทรัพย์สินตลอดการเสี่ยงโชคทั้งหลายก็ตามให้นึกถึงสิ่งนั้นๆเช่นลูกค้าหรือล้อตเตอรี่ที่ซื้อไว้เกี่ยวได้ทั้งสิ้นเพราะนั่นคือโชคของเรา ทำให้คล่องให้ชำนาญแล้วชีวิตจะง่ายยิ่งกว่าเสือติดปีก ท่านทำวิชาเบ็ดล่อเหยื่อนี้มาฝังควายธนูเพราะว่าควายธนูของท่านสำคัญนัก เบ็ดนี้ล่อเหยื่อมาฉันใด ควายธนูนี้ก็พร้อมที่จะพุ่งชนฉันนั้น เพราะเช่นนี้อันว่า"กับคนที่ใช้นั้นที่จะไม่เกิดปาฏิหาริย์เป็นไม่มี"

    - ตะกรุดมงคลมหารูดสามกษัตริย์ พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจทำเพื่อฝังไว้ในควายธนูนี้โดยเฉพาะเพื่อให้เป็นอิทธิคุณแฝด หากจะสู้รูดไว้ด้านหน้า จะเด่นเรื่องคงกระพัน มหาอุด , ถ้าจะหนีไว้ด้านหลัง จะเด่นเรื่องกำบัง แคล้วคลาด , หากเข้าหาเจ้านาย ท้าวพระยา เจ้าปกครอง ผู้บังคับบัญชา หรือติดต่อธุรกิจการเจรจาไว้ด้านขวา เด่นมหานิยม โชคลาภ มหาอำนาจยำเกรง , เข้าหาเพศตรงข้ามเอาไว้ซ้าย เด่นด้านเสน่ห์ เมตตามหานิยม ใครเห็นใครรัก ท่านว่าเมื่อเราเอาพญากาสรสุรกานต์นี้มาคาดเอวก็จะได้คุณของตะกรุดมหารูดนี้ไปในตัวพร้อมสรรพสุดแล้วแต่จะใช้ ท่านว่าการทำวิชามหารูดฝังในเครื่องมงคลนั้นที่จริงเป็นสิ่งทำได้ยากด้วยว่ามีอิทธิวิธีที่แยบยลรวมถึงการปลุกเสกการวางอารมณ์ตั้งธาตุหนุนธาตุทั้งหลายตามเคล็ดวิธีแต่ละด้านต่างจากตะกรุดทั่วไปต้องใช้ฌานและกสินที่เป็นวสี ท่านว่าถ้าไม่ดีจริงเราไม่ยุ่งยากนั่งทำและท่านตั้งใจอย่างมากจริงๆที่จะทำให้ใช้กันอย่างดีที่สุด จึงอาจเรียกว่าพญากาสรสุรกานต์นี้เป็นเครื่องมงคลชนิดเดียวที่พ่ออาจารย์ท่านแฝงวิชาตะกรุดมหารูดเอาไว้

    - ตะกรุดบารมีพระสยมเนื้อตะกั่วขอมโบราณพันปี พ่ออาจารย์ท่านว่าที่สุดของสิ่งมีชีวิตทั้งปวงที่จะมีฤทธิ์มีเดชเป็นที่เกรงขามในตนเองปรากฏแก่ตาโลกได้นั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้องมีตบะมีบารมีสั่งสมอยู่ในตน พ่ออาจารย์ท่านปรารถนาตั้งใจจะทำที่สุดแห่งควายธนู เช่นนั้นท่านจึงจารตะกรุดเปิดบารมีดึงอำนาจแห่งพระสยมมหาเทพลงมาเป็นฐานบารมีเพื่อจะก่อกำเนิดพลังอำนาจให้กับพญากาสรสุรกานต์นี้โดยใช้ตะกั่วขอมพันปีที่ซึมซับการอธิษฐานจิตและพลังงานได้สูงสุด ท่านว่าเช่นนี้กระบือเผือกตนนี้ก็จะมีฤทธิ์มีอำนาจที่ไม่มีวันเหือดแห้ง ทั้งยังเป็นที่เกรงขามแก่ไตรภูมิ ท่านว่าสุดแล้วแต่จะเลี้ยงและบูชากันเลย

    - ตะกรุดฝนแสนห่าตำรับสำเร็จลุน พ่ออาจารย์ท่านจารฝังไว้ด้านหน้า ท่านว่าเหมือนกระบือติดอาวุธให้เก่งยิ่งขึ้นไปอีก อันพญากาสรสุรกานต์นี้ท่านว่าเขาเหมือนแก้วสารพัดนึก ด้วยว่าท่านทำและอธิษฐานจิตมาให้มีทุกอย่างพร้อมแล้ว ขึ้นอยู่กับคนใช้ว่าต้องการใช้ด้านหน้าไหน ตะกรุดฝนแสนห่านี้จะเป็นตัวขับพลังงานออกมาให้ตามคำอธิษฐาน อยากใช้ทางมหานิยมก็จะเป็นพลังงานด้านนั้นดังฝนเสน่หาตกอาบครอบคลุมกายเราเช่นนี้ อยากใช้ทางไหนพลังงานก็จะไหลออกมาครอบคลุมรอบกายเรานั้นดุจแสนห่าฝนสุดแล้วแต่จะปรารถนาดึงดูดสิ่งดีๆเข้ามา ในทางกลับกันฝนแสนห่านี้ก็เหมือนเกราะแก้วตาข่ายเพชรที่ขึงเอาไว้เป็นอาณาเขตรอบตัวเราทั้งสิบทิศไม่เว้นแม้นภากาศหรือเบื้องต่ำพื้นธรณีให้ไม่มีสิ่งใดสามารถเล็ดรอดเข้ามาทำภยันตรายแก่เราได้ ท่านว่าควายนี้สำคัญนักเมื่อติดตะกรุดฝนแสนห่านี้เขายิ่งเก่งมากขึ้นไปอีกเรียกว่าได้ประโยชน์ทั้งตัวเค้าเองรวมไปถึงคนบูชาทีเดียว ท่านว่าอย่าว่าแต่ศึกมนุษย์เลย แม้แต่ศึกเทวดาก็หาที่จะปราชัยมิได้

    - กายสิทธิ์ภูเขาควาย พ่ออาจารย์ท่านได้นำธาตุกายสิทธิ์ที่เจอในภูเขาควายสองชนิดฝังไว้ในพญากาสรสุรกานต์ด้วย ท่านว่าเป็นอุปเท่ห์อันวิเศษเพื่อจะให้เทวดาทั้งหลายที่เชิญมาก่อเกิดเป็นอวัยวะต่างๆของควายธนู ลงมาพิทักษ์รักษาตามส่วนต่างๆของร่างกาย โดยอาศัยธาตุกายสิทธิ์นี้เป็นที่สิงสถิตย์แห่งเทวานุภาพ ซ้ำกายสิทธิ์ภูเขาควายทั้งสองนั้นอันหนึ่งร้อนอันหนึ่งเย็นเป็นสมดุลย์แห่งหยินหยางช่วยปรับธาตุขับไล่โรคภัยสิ่งไม่ดีทั้งหลายในร่างกาย ตลอดจนสิ่งทั้งหลายภายนอกในรัศมีของเค้าก่อนที่จะเข้ามาถึงตัวเรา พ่ออาจารย์ท่านว่ามีแต่ดีกับดี นี่ดูดโรคดูดภัยนะซ้ำยังใช้ได้ทุกสิ่งตามแต่จะอธิษฐานเพราะเป็นกายสิทธิ์ภูเขาควายอันมีเทพผู้ทรงมเหศักดิ์รักษา

    พญากาสรสุรกานต์นี้พ่ออาจารย์ท่านได้ทำการปลุกเสกมาอย่างยาวนาน ด้วยว่าต้องการให้เป็นทาสบริวารที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีกับผู้เป็นนายอย่างถึงที่สุด ท่านว่าเค้าต่างจากเราเพราะเขามีชีวิตของเขา ไม่เหมือนพระเหมือนเทพ แต่เป็นเทพเดรัจฉานที่มีชีวิตเป็นของตนเองไม่ผูกติดกับใคร ซ้ำยังมีหน้าที่ หน้าที่เพียงหนึ่งเดียวที่ต้องถวายความจงรักภักดีแก่ผู้เป็นนาย คอยหาทางช่วยเหลือเกื้อกูลกันแบบไม่ต้องไปทำอะไรที่ไหนอีก

    หากจะพกเป็นเครื่องรางก็ใช้เคล็ดวิชามหารูดได้เลย พ่ออาจารย์ท่านว่าหากจะใส่พานบูชาก็ให้ถวายถั่วงา หญ้า และน้ำเปล่า แม้จะบนบานอะไรก็ใช้เพียงเท่านี้ ท่านว่าที่แห่งนั้นย่อมได้รับการคุ้มครองจากเขา จะทำอะไรก็มีแต่รุดหน้าไม่ถอยหลังหาที่ว่าจะตกต่ำเป็นไม่มี แม้นมีใครคิดร้ายมุ่งร้าย จ้องจะทำร้ายให้เกิดอันตรายนานัปการแก่เรา เค้าย่อมพุ่งชนไม่หยุดยั้ง พ่ออาจารย์ท่านว่าสุดแล้วแต่จะบอกกล่าวกันจะขออะไรให้ช่วยอะไรก็บอกด้วยเพราะว่าสมัยนี้สังคมนั้นอยู่ยาก มีภัยอันตรายปรากฏแก่ทุกชีวิตอยู่เนืองๆ อย่าเห็นว่าเขาเป็นควาย แต่ให้รู้ไว้ว่าเค้าเป็นเทพเดรัจฉานอันมีกายมนุษย์เป็นพญากาสร เหมือนพญาครุฑพญานาคที่เป็นเทพเดรัจฉานอย่างใดก็อย่างนั้น แตกต่างกันที่ว่าพญากาสรสุรกานต์นี้กำเนิดมาเพื่อช่วยงานถวายชีวิตแก่ผู้เป็นนายอย่างแท้จริงโดยไม่ติดกฏแห่งกรรมเวรใดๆ ด้วยนี่คือหน้าที่ของเค้า แม้ผู้เป็นนายจะมีเวรกรรมสิ่งใดย่อมไม่เกี่ยวกับเค้าเรียกว่าอยู่เหนือกฏเวรกรรมของเราจะคอยปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือเราได้ทุกเรื่องนั่นเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าเครื่องรางเช่นนี้ทำได้ยาก เพราะต้องขอเสด็จพระใหญ่ซ้ำยังต้องบอกกล่าวแก่ยมราช เป็นเครื่องรางที่มีตราบัญญัติมีเจ้าของถือครองทุกตน ท่านว่าปลุกเสกจนได้กลิ่นสาปควายตลอดจนได้เสียงกีบเท้าควายมาเดินอยู่รอบๆ และตัวพญากาสรเหล่านั้นก็กะเด็นตกพานกันทุกรอบ ถึงขนาดที่พ่ออาจารย์ท่านออกปากว่า " จะหาเครื่องรางที่แก่อิทธิคุณเช่นนี้ได้ยากนัก อันพญากาสรเผือกนี้ มีรัศมีแรงกล้าปานว่าพระอัคนี "


    คาถาบูชา (แบบสั้นใช้ภาวนาได้ตลอด โอมนะยอ มหานะยอ)
    โอม ปู่เจ้าสมิงพราย ปู่เจ้ากำแหงให้กูมาทำควายธนู กูจักเชิญพระอิศวรมาเป็นตาซ้าย กูจักเชิญพระอาทิตย์มาเป็นตาขวา กูจักเชิญพระนารายณ์มาเป็นเขา กูจักเชิญพระอินทร์เจ้าเข้ามาเป็นหาง กูจักเชิญพระพุทธคีเนตร์พระพุทธคีนายมาเป็นสีข้างทั้งสอง กูจักเชิญพระจตุโลกบาลทั้งสี่มาเป็นตีนสี่เท้า กูจักเชิญผีทั้งหลายมาเป็นตับไตไส้พุง โอมพญาควายกูนี้ตัวใหญ่หลวงนัก เขาเป็นทองสิงคี เป็นใหญ่กว่าควายธนูทั้งหลาย กูจะเอาชนะผีตายโหง ตายห่า ตายท้องกลม ตายไม่ดี ตลอดจนผีป่า เสือ หมี ผีกะ ปอบ เปรต แลยักษียักษาทั้งหลาย จะให้มึงตายก็ตาย พ่อควายกูเอ๋ย จงตื่น จงลุก จงวิ่งสวาหะ นะมะพะทะ นะมะพะทะ สวาหะ สวาหะ นะมะสะตีตินัง โยโสภะคะวายัง มะอะอุ (อธิษฐานได้ทุกสิ่ง)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 เมษายน 2020
  16. chu2563

    chu2563 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    15
    ค่าพลัง:
    +7
    เหรียญหล่อจิ๋วแม่ย่าเทวดามหาปราบโลก จองครับ
     
  17. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    ลูกสะกดทุกข์ฝังตะกรุดเม(มหาสะท้อน)
    ปิดรายการนี้ครับ
    90057136_643093686263346_7101113367439343616_n.jpg
    90443888_673300423443763_2910121856671416320_n.jpg

    เป็นที่จับตารอกันมายาวนาน สำหรับตะกรุดมหาสะท้อนแต่ละสูตรซึ่งนานทีปีหนจะมีออกมาให้ร่วมทำบุญบูชากันซักครั้ง เพราะพ่ออาจารย์ท่านไม่ทำพร่ำเพรื่อนั่นเอง

    ในการสร้างวิชามหาสะท้อนครั้งนี้ ท่านเมตตาทำมาในรูปแบบลูกสะกด พ่ออาจารย์ท่านว่าลูกสะกดนี้เป็นของสำคัญสายเสด็จพระใหญ่ เพราะต้องหามวลสารลบผงทำผงไว้ให้เป้นผงสำเร็จในระดับแรกก่อน ท่านเรียกผงนี้ว่าผงสะกดทุกข์ เมื่อลงผงสะกดทุกข์เสร็จแล้วจึงจะนำมาปั้นเป็นลูกสะกดโดยสอดตะกรุดเมหรือมหาสะท้อนไม้ภายใน

    อันลูกสะกดทุกข์นี้ ท่านว่าใช้ได้สารพัดครอบฟ้าคลุมดิน อะไรที่เกี่ยวกับทุกข์มันสะกดไว้ได้ทั้งสิ้น เป็นการทำวิชาเพื่อข่มใส่ ให้หยุด ให้รั้ง ให้ชะลอไว้ ให้ทุกข์และความตึงเครียด ความศร้าหมองทั้งหลายชะลอตัว ท่านว่าผงนี้ทำยาก ทำได้ไม่มาก เพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าสะกดทุกข์ สะกดความทุกข์เข็ญทั้งหลาย ผงนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าลองพกไปดูเถิด นอกจากสะกดทุกข์แล้วยังจะทำให้จิตใจสดชื่น ทำให้ใจสูง มีกำลังใจมากอย่างน่าประหลาด

    ดังนั้นจึงจำเป็นต้องนำมาปั้นทำเป็นลูกสะกดทุกข์สอดตะกรุดเมไว้ภายใน พ่ออาจารย์ท่านว่าโดยปกติแล้วตะกรุดมหาสะท้อนธรรมดาก็แรงพอใจอยู่แล้ว แต่ลูกสะกดทุกข์ที่มีมหาสะท้อนนี้ยิ่งกว่านั้นเพราะใช้กันและแก้ได้แม้กระทั่งตัวทุกข์ของสรรพสัตว์

    โดยปกติสำหรับตะกรุดมหาสะท้อนนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าจะเน้นทางปกป้องคุ้มกันตลอดจนคุ้มครองและให้ผลสะท้อนกลับเท่านั้น ซึ่งต่างจากลูกสะกดทุกข์ฝังตะกรุดเมนี้เพราะตำรับนี้จะมีครบรสในลูกเดียว ท่านว่าได้ไม่ต้องห้อยกันหลายอย่างบูชากันหลายดอก เพราะท่านทำให้ยิ่งกว่ามหาสะท้อนเสียอีก

    ตะกรุดเมนี้เราทำไว้ให้ใช้กัน สะท้อนโรคเวรโรคกรรมได้ทั้งสิ้น ไม่มีข้อแม้ใดเลยเพราะเป็นกันสะท้อนที่สำเร็จด้วยคุณแห่งวิปัสสนาขององค์พระทั้งแสนโกฏิ การสำเร็จตะกรุดมหาสะท้อนด้วยคุณแห่งวิปัสสนาขององค์พระแสนโกฏิอันมีสมเด็จองค์ปฐมเป็นอาทินั้น นอกจากยากและใช้เวลานานแล้ว แต่ผลที่ได้ท่านว่าก็คุ้มกับเวลาที่เสียไปหลายปี เพราะท่านว่าจะอธิบายให้เข้าใจกันแบบง่ายๆ ให้ดูองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้เวลามีคนคิดร้ายหรือกระทำการณ์ใดๆหมายรังแกพระบรมศาสดา ท่านว่าสิ่งนั้นย่อมสะท้อนย้อนกลับไป ไม่ต้องรอชาติหน้าฉันใด ผลกรรมนั้นเห็นคาตากันในชาตินี้ ตะกรุดมหาสะท้อนที่สำเร็จด้วยบารมีองค์พระทั้งแสนโกฏิในนิพพานก็มีคุณเช่นนั้น ท่านว่าบอกได้เท่านี้นะ

    เนื่องจากเป็นของสำคัญและทำได้น้อย พ่ออาจารย์ท่านว่าพูดมากไม่ได้ คนเอาไปเค้าก็รู้เองเห็นเอง ชื่อเขาก็บอกตรงๆอยู่แล้วว่าลูกสะกดทุกข์ ดังนั้นคนมีความทุกข์ก็ต้องใช้ และคงเป็นครั้งเดียวที่เราจะทำตะกรุดมหาสะท้อนในรูปแบบลูกสะกดทุกข์เช่นนี้

    เพราะว่าของแบบนี้เขามีเจ้าของทุกคน อย่าปรามาส อย่าดูถูก นี่แหละเล็กดีแต่รสโต มีอานุภาพเกินตะกรุดเมปกติไปมากมาย ด้วยเสด็จพระใหญ่ท่านเมตตาทำให้เอง ลำพังผงสะกดทุกข์นี้ก็ไม่ธรรมดาแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าเราขอเสด็จท่านไว้ ให้คนเอาไปใช้ต่อเติมความสุข ต่อชะตาวาสนาตน ลูกสะกดนี้อย่าเอาไปใช้รังแกใคร อย่าเอาไปสะกดหรือกลั่นแกล้งใคร ท่านว่านอกจากสะกดทุกข์แล้วมันยังสะกดได้ทุกสิ่งด้วยเช่นภยันตรายต่างๆ แต่ตรงนี้เราจะไม่พูด เพราะพูดเยอะไปคนจะเอาไปเล่นไปทำโทษแก่ชีวิตสัตว์ทั้งหลายเช่นนี้ย่อมไม่จำเป็นต้องใช้


    คาถาบูชา
    อิติปิโสภะคะวา สัมมาที่ไหน สัมไปที่นั่น นะอยู่หัว โมอยู่ท้าย ศัตรูคิดร้าย มรณะสันติ โอม มะกระดอนศรทอง เมสัมมุกขา สัพพาหะระติ เตสัมมุกขา ขอให้สะท้อนย้อนกลับไป ด้วยเดชเดชะแห่งมะอะอุนี้เทอญ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 มีนาคม 2020
  18. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    มงคลเสน่ห์เจ้าชู้ยักษ์มหาคนธรรพ์ชิงดวง(ร่างเดียวกัน)
    ปิดรายการนี้ครับ
    89939180_549644405686473_5715039073542864896_n.jpg
    90349058_231839151302133_600014387314425856_n.jpg

    จากตำนานสีผึ้งพยองคำของครูบาติสหวุ่นนะ ซึ่งกล่าวได้ว่าหายากและมีอาถรรพ์สูงเสียยิ่งกว่าของหลวงปู่ทาบ จนกลายเป็นสีผึ้งในตำนานที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญพระเวทย์หรือแม้แต่ครูบาอาจารย์ทั้งหลายล้วนแต่ปรารถนาที่จะได้มาครอบครอง

    จำเนียรกาลแต่เดิมนั้น พ่ออาจารย์ท่านพูดถึงสีผึ้งพยองคำของครูบาติสหวุ่นนะแห่งวัดไม้ฮุงว่าเป็นโอสถทิพย์ ซึ่งมีวิธีการทำแปลกประหลาดและพิศดารมาก นับแต่ต้องรวบรวมขี้ผึ้งอาถรรพ์ตลอดจนว่านยาสำคัญหลายชนิด ซึ่งตัวยาและมวลสารต่างๆนั้นพ่ออาจารย์ท่านบอกว่าอย่าเสียเวลาไปคิดถึงเลย ปัจจุบันมันทำไม่ได้แล้ว ยากเสียยิ่งกว่าหาของทิพย์ที่เทวดาให้เสียอีก ซ้ำไหนยังจะต้องนำมาเข้ากับว่านยาอาถรรพ์ที่ปลูกไว้เอง กว่าจะสำเร็จเป็นยอดสีผึ้งอันดับหนึ่งของแผ่นดินนั้น ทำไม่ง่ายเลยทีเดียว

    ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพ่ออาจารย์ถึงหวงแหนสีผึ้งพยองคำเป็นที่สุด ท่านเมตตาเล่าว่าสีผึ้งตำรับนี้ต้องหุงกันถึงสามหน ท่านว่าหุงแต่ละหนก็ยิ่งยากและยิ่งหุงก็ยิ่งพิศดารมากขึ้นไปอีก หนแรกต้องหุงต่อหน้าพระประธานในพระอุโบสถเพื่อประจุวิชาจนสำเร็จเสียครั้งหนึ่งก่อน

    หนที่สองต้องนำไปหุงตรงทางสามแพร่งที่มีคนเดินสัญจรกันผ่านไปมา อาศัยอาถรรพ์ที่ว่าทางสามแพร่งนั้นแต่เดิมเมื่อครั้งโบราณจะเป็นที่ชุมนุมคน คนจะไปมาหาสู่หยุดพูดคุยกันดุจว่าเป็นจุดนัดพบกัน ครูบาเฒ่าต้องนำไปหุงตรงทางสามแพร่งนี้หุงไปบรรจุอาถรรพ์และวิชาไป จนกว่าจะมีคนกล้าที่จะถามทักว่าครูบาท่านมาทำอะไร แล้วก็จะได้รับคำตอบไปว่า ฉันมาทำยาวิเศษมาทำโอสถทิพย์ ทิพย์โอสถอันล้ำเลิศในโลกแดนดินที่จะบันดาลให้ถึงสิ้นซึ่งความร่ำรวยและเป็นมหาเสน่ห์อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง พูดได้ว่าถ้าไม่มีคนถามก็หุงไปเถอะ หุงเรื่อยไปไม่ทักก็หยุดไม่ได้อย่างไรอย่างนั้น แล้วจะมีซักกี่คนกันที่จะกล้าเข้าไปทักเวลาพระทำพิธีเธอก็คิดเอาเถอะ

    เมื่อสำเร็จสองวาระแล้ว วาระที่สามนั้นท่านจะต้องสืบหาเพื่อรอเวลาสำเร็จโอสถทิพย์หรือสีผึ้งพยองคำนี้ นั่นคือต้องรอจนกว่าจะมีผู้หญิงที่ตายท้องกลม และในท้องต้องเป็นลูกคนแรก หญิงนั้นต้องไม่เคยมีบุตรมาก่อนแลบุตรนั้นก็ต้องเป็นผู้ชาย ฝังไว้ป่าช้าไหนท่านก็ต้องไปบวงสรวงขุดศพเขาขึ้นมา ให้ลูกศิษย์เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาใหม่ จากนั้นจึงให้ลูกศิษย์ที่หน้าตาดีที่สุดและต้องเป็นชายหนุ่มพรหมจรรย์เท่านั้นโอบกอดศพไว้จากด้านหลัง แล้วนำขันสัมฤทธิ์ที่ใส่สีผึ้งพยองคำนี้วางไว้บนมือศพนั้น ซึ่งมีมือของลูกศิษย์ท่านรองอยู่ด้านล่างอีกที เมื่อได้เช่นนี้แล้วหลวงปู่ก็จะใช้อาคมบริกรรมคาถา โดยให้ศิษย์ท่านจับมือศพอีกข้างหนึ่งกวนสีผึ้งไป เมื่อถึงจุดสำคัญท่านจะให้สัญญาณให้ลูกศิษย์ปล่อยมือทั้งสองข้างจากศพนั้น ปล่อยให้เขา(ผีสาวตายท้องกลม)กวนสีผึ้งเอง ปล่อยให้เขากวนเองโดยไม่มีใครบังคับโดยใช้อาคมของท่าน จนกระทั่งผีสาวนั้นกวนไปก็จะค่อยๆยกมือขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อจะนำยอดโอสถวิเศษอันเลิศล้ำตำราหรือสีผึ้งพยองคำนี้เทใส่ปากของตน ด้วยคุณวิเศษของสีผึ้งพยองคำหากผีนั้นทำสำเร็จแม้ได้ดื่มกินทิพย์โอสถจะทำให้ภูติผีนั้นมีฤทธิ์มากถึงขั้นกลายเป็นนางพญาผีดิบอมตะยากแก่การกำราบ เมื่อผีสาวเตรียมซดโอสถทิพย์ ยกขันสัมฤทธิ์พยองคำเข้าไปจนใกล้ปาก ครูบาเจ้าต้องแย่งเอาขันสีผึ้งจากมือภูติผีนั้น แล้วจึงทำการสะกดเขาให้กลับไปนอนอยู่สภาพเดิมในหลุม เมื่อทำได้เช่นนี้จึงได้ชื่อว่าเสร็จพิธีการทำสีผึ้งพยองคำอันเลิศล้ำตำรา

    พ่ออาจารย์ท่านว่าอย่าว่าแต่มวลารมหาวิเศษตลอดจนว่านยาบังคับเฉพาะทางเลยหาเพียงเท่านั้นก็นับว่ายากแล้ว แต่นี่วิธีทำยังยากเข้าไปใหญ่ เมื่อสำเร็จแล้วโอสถทิพย์หรือสีผึ้งพยองคำนี้ก็ล้วนเป็นที่ปรารถนาของมหาชน คนอันจะต้องการของทิพย์ของเทวดามาติดกาย ด้วยว่าอิทธิฤทธิ์ตลอดจนอานุภาพของพยองคำนี้จะเสมอด้วยคำของครูบาเจ้า ที่ว่าจะบันดาลให้ถึงสิ้นซึ่งความร่ำรวยและเป็นมหาเสน่ห์อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง จนมีการกำหนดราคาบูชากันขึ้นเมื่อ 80 ปีที่แล้วว่า สีผึ้งพยองคำนี้จะให้บูชาในราคาตลับละ 100 บาท ซึ่งตอนนั้นทองคำยังบาทละไม่ถึงร้อย เรียกว่าเป็นของค่าควรเมืองที่โด่งดังในตำนานฝ่ายเหนือ ผู้ได้เป็นเจ้าของก็หวงแหนไว้เพื่อให้ตกถึงมือลูกหลานไม่คิดจะบอกหรือแบ่งปันให้ใครไม่แม้เพียงกล่าวถึงพยองคำโอสถสวรรค์นี้ เพราะถือคติว่าใครจะยอมแบ่งปันความร่ำรวยดวงชะตาตลอดจนอานุภาพที่เป็นมหาเสน่ห์อย่างเหลือล้ำให้กับคนอื่นที่ไม่ใช่วงศ์สกุลเดียวกับตน นับว่ามีราคาที่สูงมากถึงขนาดที่ว่าคนอยากได้กันมากทำทุกทางเพื่อให้ได้ครอบครองพยองคำ จนท่านตั้งกฏไว้ว่าใครนำเงินมาทำบุญกับท่าน 10 บาท เมื่อ 80 ปีที่แล้ว ท่านจะนำเข็มเย็บผ้าตรงด้านรูเข็มจิ้มไปในสีผึ้งพยองคำ งัดออกมาได้เท่าไหร่ก็ให้นำไปได้แค่นั้น แน่นอนว่าขนาดย่อมไม่ต่างจากตัวมดเลย แต่คนก็ยังนิยมไปเอามาจนหมดเกลี้ยง


    พ่ออาจารย์ท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาจากพ่อหนานศิษย์ในอาคมของครูบาเจ้าผู้เป็นต้นตำรับการทำพยองคำ ซึ่งพ่อหนานท่านนี้เป็นผู้มีชาติตระกูลสูงสืบสายเลือดเจ้าฝ่ายเหนือ ซ้ำยังมีทรัพย์สมบัติมาก ไม่เพียงแต่ได้วิชาเอกจากครูบาติสหวุ่นนะ แต่ยังร่วมทำบุญเป็นเงินหลายร้อยบาทในสมัยนั้นเพื่อครอบครองทิพย์โอสถหรือที่เรียกกันว่าสีผึ้งพยองคำนี้ไว้ด้วย โดยท่านได้มอบมาให้พ่ออาจารย์ส่วนหนึ่ง

    เมื่อมีคนรู้ว่าพยองคำอยู่กับท่านทำให้มีคนสนใจอยากบูชากันมาก ท่านจึงตัดความรำคาญเพราะไม่รู้จะแจกเขาอย่างไรดี ท่านว่าคนสมัยนี้ให้ไปก็เลอะมือเผลอๆจะไม่รู้ค่าเอาไปทิ้งขว้าง เสียดายเจตนาและความพยายามของครูบาอาจารย์ ท่านจึงนำพยองคำมาปั้นเป็นเม็ดๆขนาดเม็ดถั่วเขียว แล้วทำการบรรจุพยองคำลงไปในขวดแก้วขวดละสามเมล็ด หลังจากนั้นจึงบรรจุของมงคลวิเศษอื่นๆไปรวมเป็นห้าสิ่งห้าชั้น ได้แก่
    - ชั้นล่างสุดลำดับแรก โอสถทิพย์สีผึ้งพยองคำ พ่ออาจารย์ท่านบรรจุลงไปขนาดเมล็ดถั่วเขียวสามเมล็ด ท่านว่าทำเช่นนี้ไม่ต่างจากให้เปล่าแต่อย่างใด เพราะแปดสิบปีก่อนเงินสิบบาท ยังได้บูชาเพียงแค่ปลายรูเข็มเท่านั้น

    - ชั้นที่สอง ท่านบรรจุสีผึ้งตบะพยัคฆ์ของครูท่านลงไป ท่านว่าสีผึ้งนี้มีอานุภาพมากไม่ต่างจากพยองคำเลย เพราะวิธีการทำนั้นต้องใช้น้ำมันเสือนำมาเคี่ยวกับหน้าผากเสือแล้วจึงใส่ว่านยาอาถรรพ์ลงไปอีกมาก ท่านว่าเป็นมหาตบะ มหาอำนาจ มหาสะกด ทำให้เค้ากลัวเรา ยอมเรา ครั้นคร้าม หวั่นเกรง ให้เกียรติเรา ดุจเราเป็นเจ้านาย เป็นเจ้าชีวิตที่มีอำนาจเหนือกว่าสัตว์ทั้งหลาย ท่านว่าเสือสะกดได้ทั้งป่าฉันใด สีผึ้งตบะพยัคฆ์ของครูท่านนั้นก็ไม่ต่างกัน
    - ชั้นที่สาม ท่านใส่สีผึ้งน้ำตานางมัทรีลงไป ซึ่งสีผึ้งนี้ท่านทำเองโดยการนำน้ำตาเทียนมหาชาติกัณฑ์มัทรี มาเคี่ยวกับว่านไก่แดง น้ำตาปลาพะยูน กัวเผาะ(น้ำมันช้างตกมัน) น้ำตาเด็กร้องไห้ตามแม่ ไม้ไก่กุก ไม้วัวลืมคอก กาฝากรัก กาฝากมะยม ผงเสน่ห์ทั้งห้า ผงนางฟ้าทั้งแปด และว่านยาเสน่ห์สูตรเฉพาะอีก 108 ชนิดเคี่ยวด้วยพระเวทย์เสน่ห์ตำรับขอมโบราณล้วนๆ ท่านเรียกสีผึ้งของท่านว่าน้ำตานางมัทรี ท่านว่าแค่นี้ก็แรงแล้ว ถึงขนาดว่าไม่ได้เห็นหน้าแล้วน้ำตาไหลทีเดียว

    - ชั้นที่สี่ ท่านใส่ผงยาแฝดเก่าของครูท่าน ท่านว่าผงเสน่ห์ยาแฝดนี้มีอิทธิคุณแรงกล้านัก เอาไปใช้ทำเดรัจฉานวิชา ทั้งคนทำคนใช้ก็รังจะลงแต่นรกเสียอย่างเดียว ท่านจึงนำมาบรรจุไว้ ท่านว่าไม่ต้องใช้หรอก เอาแค่พกติดตัวก็เป็นเสน่ห์ดึดงดูดเพศที่เราปรารถนาอย่างถึงที่สุดแล้วเพราะท่านเสกวิชาสำทับไว้

    - ชั้นที่ห้า ท่านบรรจุด้วยผงวิเศษ ที่ท่านเรียกว่าผงเทวดาเล่นแป้ง ผงนี้สำคัญนักท่านว่าต้องเข้าป่าบุกถ้ำได้จึงจะเอาออกมาได้ ผงเทวดาเล่นแป้งนี้เทวดาเขาทำรอเราอยู่ในถ้ำ ไม่ง่ายเลยที่จะนำออกมาท่านว่าเป็นของสูงยิ่งนักจึงบรรจุไว้ด้านบนสุด ทั้งราชเสน่ห์ ราชนิยม มนุษย์ชื่นชม เทวดานิยม พระพรหมเมตตา มีครบทุกทางพกไว้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต จะเข้าหาใคร จะเอ่ยปากเจรจากับผู้ใดเขาก็โอนอ่อนให้ดั่งใจทั้งนั้น

    เมื่อท่านบรรจุของอาถรรพ์ทั้งหมดลงในขวดแล้ว จึงนำไปบรรจุใส่ไว้ในด้านหลังเครื่องรางที่ท่านสร้าง ซึ่งท่านเรียกว่าร่างเดียวกันหรือมหาคนธรรพ์ชิงดวง พ่ออาจารย์ท่านสร้างมหาคนธรรพ์ชิงดวงนี้โดยผูกวิชาอิ้นคู่ไว้ด้วย เรียกว่าท่านทำอย่างลงตัวที่สุด ท่านว่าที่ทำเครื่องรางมหาคนธรรพ์ชิงดวงนี้ เพราะเทพคนธรรพ์ทั้งหลายเค้าอยู่ใกล้กับมนุษย์มาก มีตั้งแต่ระดับสูง ระดับกลาง ระดับต่ำ ที่อาศัยอยู่ในท้องมหาสมุทรก็มี ที่อาศัยอยู่ตามกลิ่นเครื่องหอมก็มี ที่อาศัยอยู่บนบริเวณต่างๆของพืชพรรณก็มี ทิพย์สภาวะของเทพคนธรรพ์นี้เรียกว่ามีอยู่ทุกที่ ทั้งบนบก ใต้ดิน ในน้ำ และในอากาศและประชากรเค้าก็มีมากและอยู่ใกล้กับเรามากจนแทบจะหายใจรดกัน เพียงแค่เราไม่รู้ตัว

    เทพคนธรรพ์นั้น เป็นเทพกลุ่มพิเศษที่มีความอ่อนไหวในกามคุณตลอดจนกามารมณ์อย่างถึงที่สุด ท่านว่าขุนแผนก็ขุนแผนเถอะ มาเจอมหาคนธรรพ์เข้าไปคนละเรื่องกันเลย เพราะชีวิตเขานั้นใช้ไปกับการเสพย์สม เสพสุข สนุกสนาน ร่าเริงบันเทิงใจไปกับสิ่งสวยงามด้วยทิพย์สภาวะ พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อจะทำก็ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะไม่ใช่เพียงแต่ทำให้มีคุณครบรสทางด้านโลกีย์วิสัยทุกทางที่มนุษย์ปรารถนา แต่ยังจะทำให้มีอานิสงค์ใหญ่ มีคุณใหญ่เกื้อกูลผู้ใช้อย่างแท้จริงด้วย ดังนั้นจึงใช้บารมีของเทพคนธรรพ์ธรรมดาไม่ได้ ภูมิต่ำก็ไม่ได้ ในนภากาศก็ไม่ได้ จำจะต้องใช้มหาคนธรรพ์ทั้งห้าจึงจะเห็นควรว่าเหมาะสม

    พ่ออาจารย์ท่านว่ามหาคนธรรพ์ทั้งห้านี้ก็คือเทพบดีที่อยู่ในสวรรค์ มีอาญาสิทธิ์ยิ่งใหญ่ปกครองคนธรรพ์ทุกภพภูมิ ซึ่งมหาคนธรรพ์ทั้งห้านี้จะอยู่ในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา มีท้าวธตรฐจอมเทพแห่งจตุโลกบาลเป็นหัวหน้า ในคณะมหาคนธรรพ์ทั้งห้า จะประกอบไปด้วย
    - ท้าวธตรฐราช จอมเทพจตุโลกบาลฝ่ายตะวันออกผู้มีอาญาสิทธิ์ปกครองเทพเจ้าในจาตุมหาราชิกาสวรรค์ฝ่ายตะวันออกเหนือจอมเขายุคุนธรไปจนเถิงกำแพงจักรวาล
    - ท้าวสุมะธัมมา จอมเทพคนธรรพ์ในปกครองของท้าวธตรฐ มีอำนาจดูแลคนธรรพ์ทั้งหมดในตรีโลกฝ่ายตะวันออก
    - ท้าวพิมพะสุรกะ จอมเทพคนธรรพ์ในปกครองท้าวธตรฐ มีอำนาจดูแลคนธรรพ์ทั้งหมดในตรีโลกฝ่ายใต้
    - ท้าวทีระมุขะ จอมเทพคนธรรพ์ในปกครองท้าวธตรฐ มีอำนาจดูแลคนธรรพ์ทั้งหมดในตรีโลกฝ่ายตะวันตก
    - ท้าวปัญจสิขร จอมเทพคนธรรพ์ในปกครองท้าวธตรฐ มีอำนาจดูแลคนธรรพ์ทั้งหมดในตรีโลกฝ่ายเหนือ

    พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาเทพคนธรรพ์นี้ยิ่งกว่าเสน่ห์จำพวกเพชรพญาธรใดๆ เพราะเป็นระดับเทพบดีของเหล่าคนธรรพ์หรือมหาคนธรรพ์ทั้งห้าอันมีอานุภาพบงการทัพเหล่าคนธรรพ์ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเทพคนธรรพ์ทั้งหลายในโลกมนุษย์นั้นจะมีโทสะบ้างให้คุณมนุษย์ก็มาก ให้โทษมนุษย์ก็มาก ทำให้รวยให้เจริญรุ่งเรืองมีหน้ามีตาก็ได้ ทำให้ฉิบหายก็ได้ ท่านว่ามีอำนาจสิงสู่ดุจเทพเจ้าฝ่ายมารของท้าวมาลัย ท่านว่าทุกวันนี้คนสับสนและจำกันผิดไปหมด มักจะไปจำว่ามารหรือเทพในปรนิมมิตวสวัตตีสวรรค์เป็นเทพคนธรรพ์ไป เพราะปัจจุบันเทพคนธรรพ์ฝ่ายต่ำแย่งบทมารไปแล้วอย่างสิ้นเชิง พ่ออาจารย์ท่านว่าเพื่อจะไม่ให้เขาทำอันตรายแก่เรา ตลอดจนให้เขาช่วยเหลือเราทุกด้านตามที่เราปรารถนาอย่างถึงที่สุด ท่านจึงทำพระผงมหาคนธรรพ์ชิงดวงขึ้น เพื่อไม่ให้ประชากรคนธรรพ์ฝ่ายต่ำที่มีล้นโลกทำอันตรายผู้ถือครองได้ ซ้ำยังต้องตามช่วยเหลือเราด้วยอำนาจแห่งมหาคนธรรพ์ทั้งห้าอันได้แก่จอมเทพจตุโลกบาล

    พ่ออาจารย์ท่านว่ามหาคนธรรพ์ชิงดวงนี้ท่านใช้ผงวิเศษทำนั่นคือผงชมพูนุช ท่านว่าผงนี้ดีทางเสน่ห์เมตตาเหลือเกิน เพียงแค่ละอองผงปลิวไปต้องบ้านไหนก็ทำให้เค้าหลงเราทั้งบ้าน ท่านจึงนำผงชมพูนุชที่ท่านสร้างไว้ มานวดกับน้ำมันวิเศษและว่านยาชนิดต่างๆที่มีอานุภาพมาก จากนั้นจึงลบผงวิชาชิงดวงใส่ลงไปด้วย ท่านว่าคนใช้มหาคนธรรพ์นี้เวลาจะต้องแข่งขันกับใคร ล้วนแพ้เขาไม่เป็นเลย ในปัจจุบันนั้นท่านว่าทุกสิ่งมันเป็นการแข่งขันกันหมด ทั้งสังคม การงาน เพื่อนฝูง ความรัก หากอยากได้อะไรล้วนแต่ต้องแข่งขันกับเขาทั้งสิ้น ผงชิงดวงนี้ท่านว่าเอาว่าอยู่ใกล้ใคร ก็จะกดดวงเขาไว้ไม่ให้เหนือเรานั่นแหละ ชิงชัยชนะ ชิงความสำเร็จ ชิงทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรเป็นของเรากลับมา

    พ่ออาจารย์ท่านว่านี่สำคัญนักคนใช้จะต้องมีคุณธรรมกำกับจิตใจด้วย ใจต้องสูงเป็นยอดคน ไม่นำไปอธิษฐานใช้ทำบาปกรรมที่ไหน ท่านว่าอยากมีลาภ อยากทำงานให้สำเร็จ ให้ไร้พ่ายไร่คู่แข่ง ให้รวย ให้เจริญมั่นคง ให้ความรักหวานชื่น จะให้จีบติดให้เค้ารักเราแต่ผู้เดียวท่านว่านี่ทุกอย่างเลยอยู่ในผงชิงดวงหมดแล้ว ท่านจึงตั้งใจมากที่จะขอเสด็จพระใหญ่ลบผงชิงดวงนี้อาราธนาอาถรรพ์พุทธคุณในสมเด็จท่านช่วยกันสำเร็จผงชิงดวงขึ้นมา

    พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านแกะพิมพ์มหาคนธรรพ์แบบอิ้นคู่ ซึ่งท่านเรียกว่าร่างเดียวกันเพราะมันเป็นสัญลักษณ์ของการให้กำเนิดเป็นกฤติยาคมแฝด ไม่ว่าอวิชชาคุณไสยที่เขาจะตั้งใจปล่อยมาหรือลมเพลมพัดก็ดี ตลอดจนคุณผีคุณคนที่กระทำหรือตั้งใจจะเข้าสิงเราก็ดี อะไรไม่ดีท่านว่ามันสะท้อนกลับไปหมด ไม่ก็ไหลลงไปฝากพระแม่ธรณีไว้หมด แม้พกไว้ก็จะปรับธาตุขับถ่ายสิ่งไม่ดีอันสะสมหรือตกตะกอนไว้ในร่างกาย ไม่ว่าจะโรคร้ายหรือจิตวิญญาณแปลกปลอมที่ไม่ควรจะมีอันมายึดเกาะเราทำร้ายเรา ท่านว่าขับออกหมด อยู่ไม่ได้ มหาคนธรรพ์นี้ท่านว่าไม่ใช่ของต่ำของผี แต่สำเร็จด้วยอานุภาพแห่งเทพยดาชั้นสูง พกไว้จะมีแต่สง่าราศีหาราคีอันใดมิได้

    พระผงมหาคนธรรพ์ชิงดวงนี้ ด้านหน้าท่านฝังตะกรุดไว้สองดอก และด้านหลังก็ฝังไว้สองดอกเช่นกัน ตลอดจนฝังเครื่องรางอาถรรพ์ไว้อีกชนิดหนึ่งด้วย ได้แก่
    - สมิงเฒ่าคาบนาง พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่คิดจะทำข้างบนก็ส่งเสือมายืนอยู่ตรงหน้าท่านเเล้ว รอจะแฝงญาณเข้ามาเลย ท่านว่าสาบเสือมาแต่ไกล พักเดียวยืนอยู่ตรงหน้าท่านเหมือนแมวตัวใหญ่แค่จะใหญ่กว่าแมวสิบเท่าแค่นั้น สมิงเฒ่าคาบนางนี้ ท่านสร้างด้วยเนื้อธาตุกายสิทธิ์ เป็นรูปหน้าเสือคาบนาง ท่านว่าสมิงเฒ่าคือเจ้าแห่งเสือสมิงทั้งหมด เป็นผู้ปกครองเจ้าแห่งป่าแห่งพงไพรอย่างแท้จริง ท่านว่ามีฤทธิ์มาก จะอย่างไรไม่รู้แต่ที่รู้คือมีจิตบนบอกอธิษฐานได้ดั่งใจเพราะแรงด้วยตบะแห่งสมิงเฒ่า สมิงเฒ่านี้เปรียบดุจสมิงจ่าฝูงได้ตัวเมียทั้งป่า ได้ทรัพย์สินความอุดมสมบูรณ์ทั้งป่า ท่านว่าไม่พูดอะไรมากบอกได้คร่าวๆเท่านี้ ที่เหลือนั้นท่านว่าอยากได้อะไรก็ให้ตั้งนิมิตเอาเอง นึกถึงเสืออ้าปากคาบและกลืนกินสิ่งที่เราต้องการ สมิงเฒ่าอิ่มเราก็อิ่ม ฉันใดก็ฉันนั้น

    - ตะกรุดลูกอมเนื้อเงินสองดอกด้านหน้า ดอกหนึ่งท่านกำกับหัวใจมหาคนธรรพ์ทั้งห้าที่ท่านเชิญมาไว้ ให้ประสิทธิ์ประสาทสิทธิ์วิชชา ตลอดจนอำนวยลาภผลและคอยช่วยเหลือในทุกเรื่องที่เราต้องการ อีกดอกหนึ่งท่านลงด้วยหัวใจบ่วงตัณหา ท่านว่าตัณหาทั้งสามนั้นผสมเป็นรูปนามก่อเกิดกามคุณ ความสุขทุกสิ่ง ใครที่ยังขาดยังไม่มีสิ่งใดก็จะได้บริบูรณ์ครบไม่ขาดไม่พร่อง

    - ตะกรุดสองดอกด้านหลัง พ่ออาจารย์ท่านลงหัวใจสวรรค์หลงทางด้วยมนต์สวรรค์หลงทางของท่านหนึ่งดอก ท่านว่าตัวนี้ก็หลงหัวปักหัวปำ ใช้ให้เป็นเพราะมันได้ทุกทาง จะให้คนรักหลง เพื่อนหลง คนในครอบครัวหลง ลูกน้องหลง เจ้านายหลง เพื่อร่วมงานหลง ท่านว่าออกตามจริตเลย ถ้าเราคนดีอยู่ที่ไหนของมันก็ดีให้ทำจิตดีๆ อีกดอกหนึ่งท่านลงวิชามารกลับใจไว้ ท่านว่าทิพย์กายทั้งหลายที่เคยรังแกหรือให้ร้ายเรา ที่ไม่เคยช่วยเหลือเรา ไม่เคยเหลียวมองเราเขาจะเปลี่ยนกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือคอยช่วยเหลือดูแลเราตลอด จะไม่ได้รับโทษหรือการรังแกจากเทพฝ่ายมารตลอดจนคนธรรพ์และวิทยาธรเลย ซ้ำศัตรูที่เกลียดกันทะเลาะกันก็จะกลับมาดีกัน ลดอคติต่อกันในที่สุด ท่านว่าเป็นวิชาที่มีคุณใหญ่หลวงอีกอย่างหนึ่ง

    พ่ออาจารย์ท่านสร้างมหาคนธรรพ์ชิงดวงไว้เพียงเก้าองค์ ท่านว่าคนที่มีวาสนากับพยองคำมีอยู่เท่านี้ เกินนั้นไปย่อมไม่มี ท่านเคยนำมาออกให้คนที่เดือดร้อนเรื่องครอบครัวบูชาไปองค์หนึ่ง ปรากฏว่าเขาระงับความต้องการและกิเลสของตนไม่ได้สุดท้ายองค์พระก็อันตรธานหายไป ท่านจึงเก็บไว้ไม่ออกมาให้ใครบูชาอีกเลยพร้อมกับเรียกพระผงรุ่นนี้ว่าเจ้าชู้ยักษ์ จนวาระนี้ท่านปรารภว่าคนที่ดีที่เค้าเดือดร้อนอยากมีชีวิตสมบูรณ์ก็ยังมีอยู่ กาลเบื้องหน้าสิ่งที่ไม่คาดหมายจะเกิดขึ้น ท่านจึงถือคำของบูรพาจารย์ครูบาติสหวุ่นนะ นำมหาคนธรรพ์ที่มีส่วนผสมตลอดจนฝังพยองคำของท่านไว้มาให้ผู้มีวาสนาต้องกันบูชา จะได้บันดาลให้พบความร่ำรวยตลอดจนเสน่ห์เมตตาอย่างที่สุดให้เกิดกับชะตาชีวิตตามปกาศิตในครูบาเจ้าท่าน

    คาถาบูชา
    จิเจรุนิจิตตัง เจตะสิกกัง รูปัง นิพพานัง ตังนิพพุตัง ทะนะมะพะ ปฐวีธาตุทีฆังวา พะกะสะจะชีวังจุตะติ มะอะอุ เอหิจิตตัง จิตมนุษย์หญิงชายทั้งหลายทั่วทั้งแผ่นดิน เอหิมานิมามา มีจิตมารักกู ทุกผู้ทุกคน อุอะมะเกลื่อนกล่นกันมา อะมะอุรักกูอย่าขาด สัพพะรักกู มหารักกู ภวันตุเม
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 พฤษภาคม 2020
  19. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    มงคลโกญจนาทไอยราวัต(จอมสรวงอินทรามหาจักรพรรดิ)
    ปิดรายการนี้ครับ
    90426563_505995637022684_2430895912659189760_n.jpg
    90514791_686861105399109_139767409861984256_n.jpg
    ด้วยคติความนิยมที่เชื่อมั่นแต่โบราณกาลและให้ความสำคัญมาโดยตลอด ซึ่งหลายๆคนคงจะรู้จักและคุ้นชินกันอยู่แล้วกับนามพระอินทร์

    "พระผู้เป็นเจ้าพระองค์ใด...ในคราแรกเริ่มเดิมทีอุบัติขึ้นเป็นสิ่งแรกที่มีเจตภูต
    พระผู้เป็นเจ้าองค์ใดซึ่งพิทักษ์เทพเจ้าทั้งหลายด้วยอานุภาพแห่งพระองค์
    พระผู้เป็นเจ้าองค์ใดซึ่งโลกทั้งสองต้องตระหนักด้วยเดชานุภาพ และศักดานุภาพของพระองค์
    พระผู้เป็นเจ้าองค์นั้นแล มนุษย์ทั้งหลายเอ๋ย...คือ พระอินทร์

    ...พระผู้เป็นเจ้าองค์ใดบังคับโลกที่สั่นสะท้านให้นิ่งได้
    ทำความมั่งคงให้แก่ขุนเขาที่หวั่นไหว พระผู้เป็นเจ้าองค์ใดสร้างสวรรค์ขึ้น
    พระผู้เป็นเจ้าองค์นั้นแล มนุษย์ทั้งหลายเอ๋ย...คือ พระอินทร์"

    พ่ออาจารย์ท่านได้สร้างเครื่องมงคลเหรียญหล่อพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณขึ้นมาและใช้ฝังวัตถุมงคลของท่าน หากแต่เหรียญชุดนำฤกษ์อันมีความสำคัญยิ่งยวดท่านกลับเก็บรักษาไว้ เหรียญสำคัญนี้พิเศษอย่างไรทำไมจึงไม่ออกให้บูชาเมื่อนานมาแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะนอกจากการเชิญและเสกด้วยกำลังของพระอินทร์แล้ว ในเหรียญนำฤกษNนี้ท่านยังทำวิชาเชิญกำลังของช้างเอราวัณมาประสิทธิ์.. ปลุกเสก เล่นฤทธิ์ ตั้งอาการ อบรมบ่มเพาะจนปรากฏเสียงช้างร้องโกญจนาทก้องดังดุจมีชีวิตเป็นสัญญาณมงคลตลอดเวลา

    ความสำคัญของผู้ที่ได้บูชาช้างเอราวัณอันมีอานุภาพเต็มนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเขาเป็นสัตว์มงคลที่ทรงกำลังที่สุด มีหน้าที่ดูแลโลก ดูแลทุกข์สุขของมนุษย์ร่วมกับพระอินทร์ เป็นตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ยิ่งใหญ่ คอยดูดน้ำจากโลกขึ้นไปให้พระอินทร์บันดาลเป็นฝนตกลงมาจึงถือคติว่าเขาดูดความเจริญรุ่งเรืองและสวัสดิมงคลเข้าหา ให้พร้อมเสมอที่จะโปรยปรายดั่งละอองฝนตกต้องตัวเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าที่จริงแล้วช้างเอราวัณนั้นเป็นเอกทางโชคลาภและโภคสมบัติทุกชนิด

    ....หลายคนเฝ้าถามหามงคลสักการะพิเศษ ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าพระอินทร์ชุดนี้เราเน้นขับพลังงานของช้างเอราวัณให้เด่นเป็นที่สุด อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าช้างมงคลนี้ขออะไรได้อย่างนั้นในสายศิษย์ของเทพบุตรเอราวัณจะรู้กันดี ว่านอกจากจะมีฤทธิ์แรงกล้าแล้ว ยังขอได้ทุกอย่าง หากเดือดร้อนขาดที่พึ่งแม้รางวัลที่หนึ่งท่านก็ให้ด้วยความเมตตา หรือจะบนบานศาลกล่าวสิ่งใดก็สำเร็จทันตาเห็น แต่สิ่งที่ผู้บูชาต้องพึงสังวรณ์ไว้ก็คืออย่าปากพล่อย ขออะไรเล่นๆ ขอเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ขอส่งๆจนลืมหรือบนบานสำเร็จแล้วแก้ไม่ได้ เพราะนั่นจะเป็นปัจจัยนำความพินาศมาสู่ตนเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ระลึกไว้เสมอว่านี่คือจอมกษัตริย์ของเหล่าเทวดา มีอำนาจมากที่สุด ที่ผ่านมาท่านว่าเหรียญนี้มีค่าดุจแก้วสารพัดนึก ดุจของวิเศษเทวโลก แต่เมื่อมีคุณอนันต์ย่อมมีโทษมหันต์เช่นกัน ด้วยมนุษย์นั้นหลงลืมคุณของเทวดาท่านเคยให้บูชาออกไปก็เห็นได้ถึงสันดานนิสัยที่ได้ดีแล้วลืมตัว ท่านจึงเก็บเอาไว้เรื่อยมา จนเห็นว่าโลกตอนนี้เดือดร้อนและอยู่ยากขึ้น ด้วยการช่วยเหลือและแก้วิกฤติให้กับชนผู้ศรัทธาเป็นหน้าที่ของเทวราช เป็นความรับผิดชอบของพระอินทร์เจ้ากับช้างเอราวัณอยู่แล้ว ท่านจึงขอเมตตาจอมเทพออกโปรดมนุษย์

    พระอินทร์เป็นมหาเทพที่ยิ่งใหญ่เหนือชีวิตของมนุษย์และสรรพสัตว์ มีหน้าที่ปกป้องดูแลโลกให้พ้นจากสิ่งเลวร้ายต่างๆ เป็นผู้นำเหล่าเทพเจ้าไปกำจัดอสูรร้ายในหลายคราว เมื่อโลกหรือประชาเดือดร้อนขึ้นมาคราใด นั่นหมายถึงมีเหตุร้ายได้เกิดขึ้น เมื่อนั้นพระอินทร์ก็จะออกจากสวรรค์ แปลงกายเป็นสัตว์ที่มีร่างกายกำยำ แข็งแกร่ง เพื่อลงมาปราบยุคเข็ญ...หลายๆครั้งที่คนเดือดร้อนตามวาระการกระทำและผลกรรมของตัวเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าจึงจำเป็นที่ต้องใช้สัตว์และเทพเจ้าอันมีอานุภาพใหญ่ดูดดึงสวัสดิมงคล พิทักษ์รักษา ทั้งขับออกซึ่งอวมงคลทั้งหลาย ผู้ที่บูชาช้างเอราวัณในปกครองของพระอินทร์นี้ จะมีอำนาจมาก เป็นที่เกรงกลัวของเหล่าอวิชชา ภูติผี คุณไสยต่างๆบรรดามีทั้งสิบสองชาติ สิบสองภาษา ทั้งยังเป็นเหตุที่มาแห่งความเจริญก้าวหน้า ความสำเร็จ ท่านว่าความปรารถนาอันสูงส่งและอำนาจที่สุกงอมรอบุคคลผู้นั้นอยู่ ขอเพียงอาราธนาท่านด้วยใจชีวิตจะเจริญเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดดในหน้าที่การงาน โอกาสในกิจการที่แสวงหาและการกระทำทั้งหลายจะไม่สูญเปล่า พ่ออาจารย์ท่านว่าสมัยนี้หลายคนทำอะไรไปก็เสียแรงเปล่า แต่หนนี้ท่านว่าเอาเถอะ รับรองว่าไม่มีสูญแน่นอน "ทุกการกระทำจะได้รับผลตอบแทนที่ควรค่าแก่ความพยายาม ปู่พระอินทร์ท่านบอกเราแบบนี้"

    เหรียญนำฤกษ์นี้ พ่ออาจารย์ใช้ธาตุกายสิทธิ์หล่อเข้ากับตะกรุดมหาจักรพรรดิทุกสูตรของท่านล้วนๆ ด้วยวิชาลงตะกรุดจักรพรรดิ์นั้นมีหลายสูตรหลายพระยันต์ ท่านจึงรวบยอดมาจบที่องค์นี้ทั้งหมดเลยเน้นๆว่ายอดของจักรพรรดิ์ทุกสูตรห้อยองค์เดียวจบไม่ต้องตามหาอะไรใช้อีกในสายจักรพรรดิ์ท่านว่าเนื้อพระนั้นใช้แทนตะกรุดจักรพรรดิ์ได้เลยอุปเท่ห์เดียวกันทั้งหมด
    "อนึ่งถ้ากุลบุตรผู้ใดจะใคร่ปรารถนาลาภยศ ให้ลงมหายันต์นี้ใส่แผ่นหินก็ได้ แผ่นทองคำ แผ่นทองแดง แผ่นเงิน หรือแผ่นตะกั่วก็ได้ เอาแช่น้ำบูชาไว้ ยิ่งแช่ในขันสัมฤทธิ์ยิ่งดีนัก เอาน้ำนั้นกินบ้าง ใส่ศีรษะบ้าง ลูบหน้าบ้าง บำบัดโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายและทั้งอายุก็ยืนยาว บังเกิดลาภยศตามแต่จะพึงปรารถนา อธิษฐานเอาเถิดจะสำเร็จตามความปรารถนาทุกประการ

    ถ้าจะให้มีตบะเดชะให้เอาพระยันต์นี้ลงทำเป็นตะกรุดผูกเอวไว้ ให้รูดตะกรุดไว้ข้างหน้า ใครเห็นใครกลัว ใครเห็นใครรักแล ถ้าจะเล่นการพนันให้รูดตะกรุดนี้ไว้ข้างหน้า อธิษฐานว่าจะเอาเท่าไรพึงเอาเท่านั้นเถิด พึงตั้งมั่นอยู่ในความสัตย์ ได้ดังความปรารถนา ไม่แพ้แก่การพนันแล

    อนึ่งถ้าจะให้คนมาเกี่ยวข้าวในนาของเรา หรือจะทำการค้าขายให้ขายสินค้าได้คล่อง ๆ ให้เอามหายันต์นี้ลงใส่ผ้าขาว ทำเป็นธงปักไว้ ลมพัดไปทางไหน ผู้คนหลั่งไหลมาทางทิศนั้นแล หรือจะทำเป็นตะกรุดแช่น้ำมนต์ เอาน้ำมนต์ประพรมสินค้าก็ได้ ซื้อง่ายขายคล่อง แลถึงแม้ว่าผีเข้าอยู่ ให้เอาน้ำมนต์นี้ประพรม ผีก็หนีออกไปสิ้น

    ถ้าจะประจัญด้วยข้าศึก ให้ลงพระมหายันต์นี้ทำเป็นธงใส่ในผืนผ้าขาว แล้วอธิษฐานยกธงโบกขึ้นไปทางทิศไหน ข้าศึกแตกหนีไปทางนั้น ธงนี้เอาบูชาไว้กับบ้านเรือนใด กันเสนียดจัญไร กันฟ้าและกันไฟก็ได้แล

    ถ้าจะกันโจรผู้ร้ายมิให้ทำอันตรายแก่เราได้ ให้เอากรวดและทรายมา เอาน้ำมนต์ที่แช่ตะกรุดนั้นประพรมกรวดทรายเข้า แล้วเอากรวดทรายนั้นหว่านล้อมให้รอบบริเวณบ้านเรา อธิษฐานขอบารมีพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ จงมาช่วยคุ้มครองป้องกันอันตราย บรรดาคนที่คิดร้ายต่อเราเข้ามาเหยียบถูกกรวดถูกทรายที่เราหว่านโปรยไว้ จะต้องบังเกิดมีอันเป็นไปต่าง ๆ นานาแล อุปเท่ห์มหายันต์นี้มีมากมายเหลือจะคณานับ ใช้ได้ทุกประการ"
    ที่สำคัญคือหล่อนำฤกษ์เนื้อพิเศษนี้ท่านยังฝังตะกรุดพิเศษนั่นคือกำลังช้างตกมันไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าช้างตกมันคือช้างที่ดุมาก มีกำลังมากที่สุดในช่วงชีวิตของช้างเชือกนั้น ดุมาก ท่านถือคติว่ายิ่งดุมากยิ่งให้คุณมาก ยิ่งมีฤทธิ์มากยิ่งสำเร็จมาก ท่านจึงใช้ตะกรุดนี้ขับกำลังของช้างเอราวัณให้ช่วยเหลือชนผู้ศรัทธาได้มากที่สุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เช่นนี้ท่านจึงว่าเหรียญหล่อนี้จึงสำคัญนัก ..เพราะขออะไรก็ประสิทธิ์ดีทุกเรื่อง

    เหรียญชุดพิเศษนี้พ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าเนื้อธาตุจักรพรรดิ์ ไฉนนำฤกษ์ถึงพิเศษ เพราะด้วยชนวนปกติของรุ่นนี้ก็อลังการแล้วทั้งตะกั่วอวนตีนแห ยันต์นะปถมัง ยันต์ต่างๆ เมือรวมกับกายสิทธิ์ธาตุและตะกรุดมหาจักรทุกสูตรท่านจึงเรียกว่าธาตุจักพรรดิ์ *ทำไมต้องตะกรุดจักรพรรดิ์ สำคัญอย่างไรเมื่อใช้วิชามหาจักรพรรดิ์สร้างพระอินทร์(พ่ออาจารย์ท่านว่าฤทธิ์ของมหาจักรพรรดิ์แห่งเทวโลก หรือที่รู้กันดีในชื่อเทวราชอินทราจะยิ่งประสิทธิและสมบูรณ์ยิ่ง มากกว่าในขั้นกว่า มากกว่าการสร้างรูปท่านและเชิญเสกประสิทธิ์แบบธรรมดาอย่างเทียบไม่ติด เหมือนเชิญพระอินทร์เจ้าแวดล้อมด้วยสมบัติมหาจักรพรรดิ์ถ้วนทุกประการอาราธนาไปด้วยทีเดียว มีอำนาจใช้ธาตุจักรพรรดิ์หนุนชะตา เปลี่ยนวิถีชีวิตคนได้ด้วยอาญาสิทธิ์ของพระอินทร์)

    โดยบูราณาจารย์ท่านสรรเสริญคุณวิเศษของยันต์ที่สำคัญนี้ไว้ว่าสามารถคุ้มครองป้องกันภัยได้ เป็นโภคทรัพย์ เจริญรุ่งเรือง บรรเทาทุกข์โทษ ฯลฯ ซึ่งถ้าพิจารณาในเรื่องพระเจ้าจักรพรรดิ์ที่กล่าวว่าจะมีสมบัติ ๗ ประการ หรือรัตน ๗ ประการ คือ ๑. จักรแก้ว ๒.ช้างแก้ว ๓.ม้าแก้ว ๔.มณีแก้ว ๕.นางแก้ว ๖.ขุนคลังแก้ว และ ๗.ขุนพลแก้ว แล้วจะเห็นได้ว่าคุณวิเศษที่บุราณาจารย์ท่านพรรณาเอาไว้เรื่องยันต์กับสมบัติจักรพรรดิ์นั้นสอดคล้องกัน

    ใครที่ถามหาพระจิ๋วๆสวยๆองค์เล็ก ถามหาตะกรุดจักรพรรดิ์ ที่ผิดหวัง ที่บ่นหนัก อยากได้บารมีพระมหาจักรพรรดิ์ใช้รุ่นนี้เลย บอกได้คำเดียวว่ารุ่นนี้สวยคลาสสิคมาก ทั้งมีน้อยออกให้บูชาได้เพียงหนเดียว แถมพิเศษสุดๆนั่นคือพระอินทร์นี้ทรงช้างไอยราพรตหรือเอราวัณ ท่านว่าชุดนี้เราหล่อด้วยโลหะคนละแบบกับตอนทำฝังด้วยเป็นการเทนำฤกษ์ แม้ตอนปลุกเสกก็เชิญท่านลงเต็มกำลัง สำคัญที่สุดคือช้างไอยราพรตลงมาเต็มภาคเสียงตึงตัง....กระทำโกญจนาทประกาศสวัสดิมงคลยิ่งใหญ่ ด้วยเขาฮึกเหิมในพละกำลังตามเล่ห์กลอำนาจของตะกรุดที่ฝังอยู่ดลให้เป็นไป พ่ออาจารย์ท่านว่าเหรียญนี้จะแรงมาก และมีกำลังมาก แรงไม่ตก แรงตลอด ด้วยความฮึกเหิมของสัตว์เทพที่มีอำนาจมากแลมีหน้าที่พิเศษนี้

    แต่เดิมนั้นเคยมีการขอร้องส่วนตัวเข้ามาหลายครั้ง ให้พ่ออาจารย์ท่านสร้างองค์อมรินทร์หรือพระอินทร์ให้บูชา ในกรณีที่ผู้ประสงค์ขอบูชาอยากได้ไว้เป็นของดีประจำตัวของตน ถึงกระนั้นก็ได้รับการปฏิเสธจากท่านมาโดยตลอด โดยท่านให้เหตุผลว่ายังไม่ได้ขอไม่ได้คุยจะไปสร้างรูปท่านได้อย่างไร

    พ่ออาจารย์ท่านรู้ดีว่า การสร้างพระอินทร์นั้น ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ในคติความเชื่อทางฝ่ายพุทธ พระอินทร์คือประมุขแห่งเทวสภา ซึ่งเป็นศูนย์รวมของสวรรค์ในทุกๆ ชั้นและยังเป็นราชาเเห่งทวยเทพในพิภพดาวดึงษ์ ซึ่งมีความรื่นรมณ์สูงสุด

    พ่ออาจารย์ท่านได้รับเทวบัญชาต่อเนื่องให้สร้างรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ...ด้วยเหตุว่าสรรพสัตว์นั้นดำรงค์อยู่ในท่ามกลาง เบื้องบนนั้นมีจอมเขาพระสิเนุราชมีพระอินทร์ประทับเป็นประธานแห่งเทวสภาในฉกามาพจรภูมิ เบื้องล่างนั้นก็มีพระแม่ธรณีศรีวสุนธราสถิตย์ปกครองอยู่ ครูท่านจึงประสงค์จะให้สัตว์ที่ตกถึงทุกข์มีพลังศักสิทธิ์เกื้อหนุนดูแลไม่ว่าจะเหนือฟ้าหรือใต้พิภพก็ตาม พ่ออาจารย์ท่านจึงได้นำตะกั่วอวนตีนแหที่ท่านลงยันต์นำมาแช่น้ำมนต์เก็บไว้มาทำพิธีหลอมหล่อพร้อมทั้งจารแผ่นยันต์บังคับนะปถมัง 14 นะและพระยันต์ 108 ใส่ลงไปด้วย พร้อมกับอักขระหัวใจพระอินทร์

    - เหรียญหล่อพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ พระอินทร์นั้นเป็นประธานเทวสภาและเป็นตำแหน่งของราชาแห่งทวยเทพทั้งมวล ปกครองทั้งสวรรค์ คุมทัพเทพเจ้าทุกวิมานในอากาศ เป็นตัวแทนของจอมเทพในสวรรค์ทั้งหกชั้น ในส่วนของช้างเอราวัณเทพบุตรนั้นท่านเป็นเทพบุตรสายนาคาซึ่งมีบารมีมาก มีฤทธิ์มาก ด้วยว่าได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฟังธรรมอยู่เสมอ เมื่อพระอินทร์จอมเทพประสงค์จะเสด็จที่แห่งใด เอราวัณเทพบุตรก็จะนิรมิตรรูปกายของตนเป็นพญาช้างสามสิบสามเศียร เมื่อพระอินทร์เสด็จขึ้นประทับแล้ว เทพยดาที่เหลืออีก 32 องค์อันเป็นสหชาติและมีบุญบารมีเสมอกันกับพระอินทร์ก็จะเสด็จประทับขึ้นพร้อมกัน พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าเสกยากนักเป็นเหรียญที่มีเทวานุภาพมาก มันยากและมากกว่ารูปที่เห็น เพราะโดยพิธีแล้วท่านต้องเชิญเทพบดีทั้ง 33 ลงมาสถิตย์พร้อมกันที่ช้างเอราวัณนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระวรุณ พระประชาบดี สุริยเทพ จุลรถ มหารถ อเนกวัณณ และพระองค์อื่นๆโดยพร้อมกัน ไม่ใช่ว่านึกจะทำก็ทำเสียเฉยๆ จึงเป็นตราสัญลักษณ์พิเศษที่มีอำนาจมากเมื่อเสกอย่างถูกต้องแล้วท่านว่าเวลาไปที่แห่งหนไหนก็สั่นสะเทือนไปทุกภพภูมิ ด้วยอานุภาพของเทพยดาทั้ง 33 พระองค์อันเป็นจอมเทพบดีแห่งดาวดึงส์ และช้างเอราวัณนี้ เมื่อจะมีความสำคัญบอกกล่าวอย่างไร มีกิจธุระอย่างไรให้ระลึกถึงองค์พระอินทร์อันเป็นประธานเพียงองค์เดียวให้มั่นคงกระทำสัตย์อธิษฐานไป พ่ออาจารย์ท่านว่าความนั้นย่อมตกและทราบทั่วถึงกันทั้งดาวดึงส์นอกจากพระอินทร์แล้วจอมเทพอีกทั้ง 32 พระองค์ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเราด้วยไม่รวมเหล่าเทพบริพารทั้งดาวดึงส์สวรรค์ท่านว่าเพียงแต่อธิษฐานเอาก็พอ ไม่จำเป็นอย่าไปบนอะไรท่านมากเพราะท่านมีใจจะช่วยกันอยู่แล้ว พ่ออาจารย์ท่านบอกว่า ในพิภพดาวดึงส์นั้นเทพยดาโปรดที่จะสร้างบารมีร่วมกันกับมนุษย์ท่านจึงเชิญตัวนายมาเสียให้ครบในคราเดียวเพราะเมื่อนายมา บริษัทแวดล้อมทั้งหลายก็ย่อมจะมาด้วย และเขามีหน้าที่สำคัญเป็นสัญญาใจที่จะช่วยเหลือมนุษย์อยากเห็นมนุษย์ได้ดีและกลับขึ้นไปรวมอยู่กับเขาในท้ายที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่านี่เป็นโอกาสดีนะ ดีที่จะได้อยู่กับพระอินทร์ อยู่ในสายตาของท่าน ทำให้ท่านพอใจ อีกนัยน์หนึ่งตายไปไม่ต้องกลัวตกนรกเลย หากเธอยังเป็นคนดีรู้จักประกอบการกุศลอยู่บ้าง ก็พระอินทร์นั่นแหละจะเป็นพยานในการสร้างกุศลของเธอเตรียมวิมานในดาวดึงส์ไว้รอเธอ สำคัญถึงปานนั้น

    พ่ออาจารย์ท่านว่าเหรียญนี้ทำได้ไม่เยอะเพราะธาตุจักรพรรดิมีน้อย ให้สังเกตุเอาเองว่าเหรียญนั้นจะสวยงามแบบธาตุโบราณ เนื้อในองค์พระจะเป็นผลึกเป็นเกล็ดแก้วต่างจากเนื้อตะกั่วหรือเงินยวงทั้งหลาย ท่านว่าเป็นของพิเศษ เกิดในวาระพิเศษ และผสมด้วยธาตุพิเศษ ท่านอนุญาติให้นำออกมาให้บูชากันให้ใช้ได้ทั่วถึงโดยย้ำว่าพระหนึ่งองค์นั้นดุแลได้หนึ่งชีวิต *แต่หากต้องการอาราธนาบารมีช้างเอราวัณให้ดีกับตนเองตลอดชีวิต ดีทันตาเห็น และทรงอานุภาพสูงสุด ท่านว่าให้เอาหนึ่งองค์บูชาไว้กับตัว อีกองค์หนึ่งอาราธนาท่านมารักษาบ้านหรือพระพุทธรูปที่เรากราบไหว้บูชาโดยวางท่านไว้ที่พระพุทธรูปนั้นพร้อมทั้งเขียนวันเดือนปีเกิดเวลาตกฟาก ฝากใส่ทับไว้ใต้ฐานพระพุทธรูป

    * เหรียญหล่อนี้ให้บูชาเพียงหนเดียว มีขนาดกะทัดรัดสวยงามเหมาะแก่การห้อยคอ ท่านว่าให้ไว้เป้นขวัญและสิริมงคลชีวิต ให้ตกต้องสืบต่อไปในลูกหลานที่ศรัทธาสายปู่พระอินทร์จริงๆ เคยทำบารมีร่วมกับท่านก้มาเอาท่านไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 เมษายน 2020
  20. techapunyo

    techapunyo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    903
    ค่าพลัง:
    +1,740
    พระปิดตาเนื้อผงเปิดวาสนามหาอุดม(ได้แล้วได้อีก)
    ให้บูชา 1800 บาท รวมส่งครับ
    90527931_224803508708122_835492227084976128_n.jpg
    90013440_228768888316144_7728879527023083520_n.jpg
    นับแต่โบราณกาลสืบมานั้นหากปรารถนาจะสร้างเครื่องมงคลที่มีอิทธิคุณหนักไปทางชุ่มเย็น เห็นผลทาง เมตตามหานิยม เสน่ห์ ลาภผล แคล้วคลาดแล้ว ก็มักนิยมทำเป็นรูปพระภควัมปติหรือพระปิดตากันมาก โดยเฉพาะเจาะจงให้ใช้เนื้อผงมวลสารวิเศษต่างๆเป็นหลักมากกว่าจะใช้โลหะธาตุอื่นๆ กอปรกับความนิยมของพระเครื่องพระปิดตาเนื้อผงของหลวงปู่โต๊ะมีสูงมาก และมีหลายๆคนมักจะถามว่าพ่ออาจารย์ท่านได้สร้างพระปิดตาจัมโบ้แบบของหลวงปู่โต๊ะไว้บ้างหรือไม่ ซึ่งท่านก็รับแต่เพียงว่า เราทำไว้ แต่ยังไม่ได้เวลา

    จำเนียรกาลผ่านไป อาหารการกินชีวิตความเป็นอยู่และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเบื้องหน้านั้น ท่านเห็นว่าคนจะอยู่ได้ยากหากปราศจากวาสนาและลากสักการะนานาทั้งปวง พ่ออาจารย์ท่านจึงมีดำรินำพระปิดตาที่ท่านได้บรรจงสร้างสรรค์ไว้ดีแล้วออกมาให้ร่วมทำบุญกัน

    พระปิดตาเนื้อผงเปิดวาสนามหาอุดม(ได้แล้วได้อีก)นั้น อุบัติขึ้นจากความตั้งใจของครูบาอาจารย์ โดยครูสมเด็จท่านได้นิมิตสอนพ่ออาจารย์ถึงการทำผงวิเศษที่เรียกว่าผงเปิดวาสนามหาอุดม ซึ่งเป็นผงเปิดวาสนาบารมีเฉพาะทาง โดยพ่ออาจารย์นั้นท่านได้พูดถึงตัวผงเปิดวาสนามหาอุดมว่า คนเรานั้นเมื่อพูดถึงคำว่าวาสนาแล้วเราจะนึกไปถึงคนที่เขาโชคดี มีโชคอยู่เรื่อยๆไม่รู้หยุดรู้หมด คิดว่าคนเช่นนี้คือคนวาสนาดี ซึ่งแท้จริงแล้วเจ้าตัววาสนานี้มันเกิดจากผลแห่งบารมีที่ตนได้กระทำไว้เป็นเหตุให้เกิดขึ้น มิใช่อยู่ดีๆมันจะเกิดขึ้นได้เอง หากแต่เป็นผลสืบเนื่องมาจากการสร้างบารมี เป็นคนมีบารมีมากก็พลอยให้มีวาสนาดีไปด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่ามีแต่ตัวเราเองเท่านั้น ที่จะรู้ว่าตัวเองมีบารมีอยู่หรือไม่ แล้วชีวิตทุกวันนี้ในเมื่อมีบารมีอยู่ทำไมกลับไร้วาสนา ทั้งๆที่ทำบุญให้ทานปฏิบัติภาวนามิได้ขาด แต่ทำไมกลับผีซ้ำด้ามพลอยเจอแต่เรื่องแย่ๆไม่เว้นวัน

    ท่านว่าการทำผงเปิดวาสนามหาอุดมนี้ ก็คือผงเปิดโลก ผงที่ใช้เปิดบารมีช่วยให้คนมีวาสนาหลีกเร้นเคราะห์ภัยที่จะเกิดไม่ให้เข้าถึงตัวนั่นเอง ผงเปิดวาสนามหาอุดมนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าทำไมต้องมหาอุดม เพราะโบราณจารย์และครูสมเด็จท่านสอนว่ามหาอุดมนั้นก็คือที่สุด สูงสุด เป็นความบริบูรณ์พูลพร้อมในทุกสรรพสิ่งอย่างเลอเลิศ อย่างสูงสุดสมบูรณ์ไม่มีประมาณ ดังนั้นผงเปิดวาสนามหาอุดมนี้ก็คือที่สุดของผงที่ใช้เปิดบารมีให้คนเต็มคน ให้คนกลายเป็นคนที่บริบูรณ์ถึงพร้อมด้วยวาสนาและความโชคดีนานัปการ พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นผงที่ครูท่านเมตตาสงเคราะห์เพื่อให้ใช้ให้ปรากฏเฉพาะกาล ในเฉพาะยุคสมัยเท่านั้น ท่านว่าเป็นสิ่งที่กระทำได้ยากเพราะสุดท้ายก็ต้องให้เหล่าองค์พระอรหันต์ช่วยกันอธิษฐานบารมีอันเป็นบารมีเฉพาะทางเพื่อให้ผงนี้มีกฤติยาคมสูงสุดแตกต่างจากมงคลสักการะทั่วไป

    พ่ออาจารย์ท่านได้เมตตาเล่าถึงพระเครื่องของหลวงปู่โต๊ะไว้ว่า ในตอนนั้นหลวงปู่ท่านได้มวลสารผงพระเก่าของวัดระฆังและบางขุนพรหมไว้มาก ท่านจึงได้อาราธนาบารมีสมเด็จโต ใช้ผงเก่าที่ชำรุดแตกหักเหล่านั้นมาสร้างพระเครื่องของท่าน จนพระเครื่องของท่านกลายเป็นพระที่มีอภินิหาริย์มากดุจเดียวกัน ดังนั้นเมื่อพ่ออาจารย์ท่านมีดำริจะสร้างพระปิดตา ท่านว่าจำเป็นที่จะต้องใช้มวลสารเก่าของครูสมเด็จผสมด้วยผงวิเศษทั้งห้าประการเป็นผงตั้งต้น นอกจากนั้นแล้วเพื่อให้ได้อานุภาพสูงสุดตามแบบอย่างพระปิดตาที่ควรจะมีท่านจึงได้ลบถมผงวิเศษอีกสองชนิดเป็นการเฉพาะ ถึงอย่างละ 108 หน ประกอบด้วย
    - ผงยันต์มหาละลวยตัวเต็ม พ่ออาจารย์ว่าผงนี้เมื่อลบถมต่อเนื่องกันถึง 108 ครั้ง ซึ่งเป็นการลบผงที่กระทำได้ยาก ส่งผลให้ผงนี้มีอานุภาพมากเกินกว่าจะบรรยายได้ ท่านว่าพูดกันสามวันก็ไม่จบ โดยปกติแล้วผงนี้จะมีคุณมากท่านว่าแค่เศษผงหากได้พกพาอาราธนาแล้วจะช่วยยกสง่าราศีทำให้ผู้บูชาเป็นที่รักของคนทั้งหลายไม่ว่าจะชายหรือหญิง ใครไม่รู้จักก็อยากเข้ามาหาเข้ามาทำความรู้จักเรารักเราดุจพี่น้องร่วมสายโลหิต ซ้ำยังเป็นตบะเดชะดีนักช่วยให้คนเกรงใจเรามีอำนาจดังพระยาราชสีห์เวลาจะทำอะไรก็ไม่ขัดใจเป็นทั้งเมตตาและมหาอำนาจประสานกันอยู่ในที และยังกันกระทำกันภัยอันตรายด้วยประการทั้งปวง ท่านว่าอธิบายได้คร่าวๆเท่านี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าผงนี้มีอานุภาพมากถึงกับกล่าวได้วาหากใครได้พบ นับว่าเป็นบุญวาสนาของบุคคลผู้นั้น แม้จะมีชีวิตอาภัพมาจากไหนก็ตาม นับจากนี้ไปจะไม่รู้จักคำว่าอาภัพเลย

    - ผงยันต์สุกิตติมา พ่ออาจารย์ท่านได้ทำการลบถมถึง 108 หนเช่นเดียวกัน ท่านว่าบางที่ก็เข้าใจผิดว่าเป็นยันต์มหาละลวย เนื่องจากมีคุณด้านมหาเสน่ห์อย่างโดดเด่นนี่เอง พ่ออาจารย์ท่านว่าผงนี้ดีนักไม่ดีจริงไม่ใช้สืบกันมาตั้งแต่พระสังฆราชแพแน่นอน ท่านว่ามีคุณทางเมตตาอย่างเอก ถึงกับปรารถนาให้สตรีใดมาหาเราเขาก็จะมาหาเราดังปรารถนา แม้มีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งครอบครัวไม่ลงรอยกันก็จะคืนดีกันโดยไวนี่คือเมตตาอย่างเอกถึงขนาดที่ว่าทะเลาะกันอยู่ก็เปิดปากด่ากันไม่ลง นอกจากนั้นแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าผงนี้ยังมีดีทางหนุนดวงชะตาด้วยพลิกดวงกลับจากร้ายให้กลายดีแบบเชื่อขนมกินได้ ซ้ำเมื่ออาราธนาติดตัวไว้ ด้วยอำนาจของคุณวิชาพ่ออาจารย์ว่าผงนี้ยังจะช่วยขับไล่ปัดเป่าเสนียดจัญไรออกไปพ้นจากร่างกาย พ้นจากชีวิตทีเดียว

    เมื่อท่านได้นำผงมวลสารทั้งหมดมาผสมกันแล้ว ท่านยังได้ผสมผงเกษรว่านและดอกไม้มงคล ตลอดจนผงคตวิเศษและน้ำมันจากบูรพาจารย์ต่างๆนวดหมักไว้กับเนื้อพระ ก่อนจะกดพิมพ์องค์พระขึ้นมา ซึ่งพระปิดตาเนื้อผงเปิดวาสนามหาอุดม(ได้แล้วได้อีก)นั้น พ่ออาจารย์ท่านได้พิถีพิถันในการเสกมาก เพราะเป็นพระที่ใช้เกี่ยวกับเรื่องเปิดบารมี ต้านทานผลกรรมและกฏแห่งกรรมทั้งหลาย ท่านว่าทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มจึงมีรายละเอียดมาก ทั้งต้องอาราธนาเสด็จพระใหญ่ และพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ไม่มีประมาณในจักรวาลแสนโกฏิมาช่วยกันคุมพิธีไหนจะองค์อรหันต์และเทพพรหมมากมาย

    ซึ่งองค์พระปิดตานั้น พ่ออาจารย์ท่านได้ฝังอิทธิมงคลศักดิ์สิทธิ์หลายชนิดลงไปด้วย ได้แก่
    - พญาพยนต์เพชรฆาตต่อหัวเสือ พ่ออาจารย์ท่านได้นำรังต่ออาถรรพ์ที่ท่านพลีมาตามวิธีการของท่าน มากดเป็นพยนต์ต่อหัวเสือ เพื่อที่จะฝังในพระปิดตาโดยเฉพาะ ท่านว่าคุณปกตินั้นต่อจะเปิดทางโชคลาภวาสนาบารมีให้กับผู้บูชาอยู่แล้ว ทั้งต่อเงินต่อทอง ต่อโชคลาภวาสนาบารมีต่างๆ แต่พญาพยนต์เพชรฆาตต่อหัวเสือนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าท่านใช้วิชาผูกหุ่นพยนต์เป็นกฤติยาคมแฝดด้วย ดังนั้นตัวต่อนี้ยังคอยปกป้องรักษาดูแลเจ้าของดุจทาสผู้ซื่อสัตย์ แม้ใครมารังแกหรือทำร้ายเราท่านว่าเค้าจะได้ผลกลับคืนสนองไปในสิ่งที่ตัวเองกระทำ พ่ออาจารย์ท่านว่าดูอย่างตะกรุดมหาสะท้อนนั่นเป็นไร เพียงแค่อาถรรพ์แห่งคุณวิชาก็ให้ผลปานนั้นแล้ว แต่นี่คือหุ่นพยนต์ที่มีชีวิตจิตใจ ท่านว่าก็คิดเอาเองแล้วกันว่าเค้าจะตอบสนองขนาดไหน ซ้ำยังช่วยเราได้หลายเรื่อง วันไหนติดขัดอะไร ให้ตั้งนึกถึงเจ้าตัวต่อนี้ให้ดี บอกเค้าไปว่าต่อโชคให้พ่อหรือแม่ทีสิ ต่อวาสนาให้พ่อหรือแม่ทีสิ คือจะทำอะไรที่คิดว่ามันหมดมันไปต่อไม่ได้แล้ว ให้อธิษฐานกับเค้า เดี๋ยวทางจะมา ไม่หยุดไม่หมดและจะได้ต่อออกไปเรื่อยๆ ถึงขนาดที่พ่ออาจารย์ท่านพูดติดปากเกี่ยวกับตัวต่อนี้ว่าได้แล้วได้อีกทีเดียว ท่านว่าคนเราส่วนใหญ่มีหลายประเภท มีทั้งที่ไม่เคยได้รับเลยก็มี หรือที่ได้แต่พอได้แล้วจะตันก็มี ดังนั้นท่านจึงผูกพญาพยนต์เพชรฆาตต่อหัวเสือขึ้นมาเป็นการเฉพาะท่านว่าสิ่งนี้ใช้แก้ทางกัน ซ้ำท่านได้อธิษฐานบอกกล่าวท้าวทั้งสี่ตลอดจนเทพยดาอันจำแลงเป็นตัวต่อนี้ให้คอยช่วยเหลือต่อวาสนา ต่อลาภผล ต่อสิ่งที่ดีทุกประการให้เหมาะสมตามลักษณะการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลออกไปไม่รู้หมด ท่านว่าสิ่งใดดีกับเขาก็ให้ต่อสิ่งนั้นออกไปเรื่อยๆเขาจะได้มีกำลังใจในการใช้ชีวิต ให้ชีวิตเขาได้แล้วได้อีกไม่รู้หมดรู้พอนั่นเอง
    - ลูกอมหัวใจแม่นางฟ้า
    พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นวิชาลบผงมหาเมตตาขั้นสูงเป็นการทำลูกอมที่ให้ผลด้านเสน่ห์เมตตาอย่างเอก โดยท่านว่าจะเรียกลูกอมหัวใจแม่นางฟ้าหรือได้นางฟ้าก็ได้ ท่านว่าเรื่องนี้เราไม่มีอะไรจะพูดจริงๆ แต่เอาเป็นว่าให้เข้าใจตรงกันคือ แม้ใครไร้คู่ก็จะได้คู่ครองที่ดี เอาว่าผลมันออกมาตามเจตนาพื้นฐานของจิตใจคนใช้ หากมีคู่อยู่แล้วก็จะช่วยให้ได้อยู่ในสังคมที่ดี ได้เจอคู่เจรจาหรือเพื่อนร่วมงานที่ดี ท่านว่ามันเป็นพลังอาถรรพ์แปลกๆที่จะทำให้เราเจอแต่คนดีๆทำให้ชีวิตเรา ทำให้เราเจริญขึ้น เป็นวิชาอาถรรพ์วิชาหนึ่ง ท่านว่าจะใช้ทางเสน่ห์ชู้สาวก็ได้ หรือจะใช้ทางเมตตาเขาหาคนเพื่อจะเจราจาก็ได้
    - ตะกรุดเปิดขุมทรัพย์ เป็นวิชาที่ท่านลงตะกรุดฝังไว้ด้านหลังองค์พระหนึ่งคู่ ท่านว่าวิชานี้ทำยากมากเพราะอักขระเลขยันต์นั้นล้วนมีความสัมพันธ์กับดวงดาว เป็นวิชาที่จะเปลี่ยนชีวิตเปลี่ยนวิถีดวงชะตาของคนอย่างแท้จริง ท่านว่ามันจะดึงจะดูดสิ่งดีๆให้เข้ามา ถ้าใครหวังจะเอาดีทางโชคลาภก็จะได้ตามนั้น บังเกิดโชคลาภอยู่เนืองๆมีความเจริญในลาภสักการะ ท่านว่าทำยากกว่าจะสำเร็จเพราะต้องเสกถึงยี่สิบเอ็ดศุกร์ หกอาทิตย์ สิบห้าจันทร์ แปดอังคาร สิบเจ็ดพุธ สิบเก้าพฤหัสทีเดียว
    - ตะกรุดแฝดหัวใจมหาเวสสันดร
    พ้ออาจารย์ท่านว่าพระเวสสันดรคือพระผู้มีแต่ให้ มีสมบัติจักรพรรดิ์ใครขออะไรเป็นยกให้เขาหมด ท่านว่าท่านลงเอาไว้ให้เป็นตะกรุดที่ฝังด้านหน้าองค์พระ เพื่อให้ผู้ขอได้รับในทุกสิ่งๆตามแต่ที่ขอที่ปรารถนากัน แม้ว่าจะขอทรัพย์ขอสิ่งใดๆก็ตามทีจากองค์พระก็ให้ได้รับสิ่งนั้นสมความปรารถนาตั้งมั่นดุจดังว่าเราได้ขอกับพระเวสสันดดรมหาโพธิสัตว์เมื่อปางก่อนนั้นทีเดียว ท่านว่าขอได้ทุกสิ่งแม้แต่ลูกในอกท่านก็ยังให้
    - ทับทิมเสกหลวงปู่ดู่ พ่ออาจารย์ท่านฝังไว้ตรงพุงพระภควัมปติ ท่านว่าเป็นเคล็ดให้คนที่ร่างกายหรือชีวิตนี้ยังไม่มีสมบัติหรือทรัพย์สินใดๆติดตัว หรือมีแล้วก็ยังไม่พอไม่เสมอใจไม่เท่าเทียมใครเขา ท่านว่าตอนฝังนี้ท่านสวดคาถาเรียกลาภยัดไปด้วย ถือเคล็ดที่ว่ามีเพชรเต็มพุง มีคลังสมบัติมหาศาลอยู่กับตัวอยู่ในร่างกายใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมดเพราะมันเป็นของติดตัวติดกายเราเช่นนี้แก้อาถรรพ์ชีวิตที่ยังไม่มีไม่ได้ของทุกคนอยู่ในตัวเองด้วยอำนาจบารมีของหลวงปู่ดู่เป็นที่สุด

    พ่ออาจารย์ท่านเสกพระปิดตามานานหลายปี ทั่งเชิญครูส่งครูและประกอบพิธีต่อชะตาสืบชะตาท่านว่าเสกจนมั่นใจว่าเต็มแล้วไม่มีที่ให้ลงอะไรแล้ว ท่านจึงให้นำออกมาบูชา

    คาถาบูชา
    สุกิตติมา สุภาจาโร สุสีละวา สุปาคะโต ยัสสะสิมา วะเจธิโร เกสะโรวา อะสัมภิโต
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 เมษายน 2020

แชร์หน้านี้

Loading...