.เรื่องเล่า พลัง ในวัตถุมงคล หลวงปู่หมุน หลวงปู่สรวง คุณยายชีนวล แสงทอง หลวงปู่นวยถ้ำวัวแดง

ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย kwich, 20 พฤษภาคม 2019.

  1. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    คุณยายชีนวล แสงทอง (ต่อ)

    "มาเพื่อ...ชดใช้หนี้"

    พูดถึงกำลังสำคัญ ในการพัฒนาวัด ต้องกล่าวถึง พระอาจารย์รูปหนึ่ง ซึ่งมาสู่ วัดภูฆ้องคำ ยุคแรก

    ท่านคือพระอาจารย์อ๊อด(อริศร ปญฺโญ)ที่อยู่ๆ ก็มาปรากฏตัว ที่วัดภูฆ้องคำ โดยไม่มีผู้ใดรู้ล่วงหน้า

    ท่านบอกแปลกๆว่า ตั้งใจมาหา #คุณยายชีนวล...เพื่อใช้หนี้

    ท่านได้กรุณาเล่าว่า สมัยภูหินร่องกล้า ยังรบราฆ่าฟันกัน ระหว่างรัฐบาลกับคอมมิวนิสต์ ท่านและพระอีก ๒ รูป ธุดงค์ไปพำนักอยู่ที่ถ้ำแห่งหนึ่ง บนภูหินร่องกล้า

    เกิดการรบ อยู่บริเวณถ้ำนั้นพอดี ต้องหลบซ่อนอยู่ในถ้ำหลายวัน อดอาหารและน้ำอยู่ ๙ วัน ออกจากถ้ำไม่ได้ มีเสียงระเบิด เสียงปืนดังอยู่ตลอดเวลา ควันจากอาวุธ พวยพุ่งเข้าถ้ำ จนหายใจแทบไม่ออก นึกว่าคงไม่รอดกันแล้ว

    ในขณะที่ตาพร่ามัว ด้วยควันเข้าตา เห็นยายชีนวล ลอยเข้ามาตามกลุ่มควันนั้นแล้ว พูดว่า

    "ข้าน้อย ขอโอกาส...ถ้าหากจะออกจากถ้ำนี้โดยปลอดภัย ขอให้พระอาจารย์ภาวนาคาถานี้"

    ยายชีนวล...บอกคาถา แล้วก็หายไป

    หลังจากท่องคาถาแล้ว พวกท่านสามารถออกจากถ้ำ ผ่านดงปืนและระเบิด มาได้อย่างปลอดภัย

    ภายหลังทราบว่า ยายชีนวล มาอยู่ที่ภูฆ้องคำ กำลังบุกเบิกสถานที่ เห็นเป็นโอกาส จะมาใช้หนี้ชีวิต จึงมาช่วยเป็นกำลังก่อสร้างให้

    ยายชีนวล เป็นกำลังเงิน ด้วยว่าเงินจากญาติโยม จะตรงมาที่ยายชีนวล ท่านเป็นกำลังงาน ลงมือทำงานก่อสร้าง อย่างเดียว

    ยายชีนวล ไม่ถือเงินหรือเก็บเงิน เมื่อมีศรัทธามาถวาย ก็มอบเงินให้พระอาจารย์อ๊อด เป็นผู้เก็บรักษา ไม่ว่าจะ ๑๐ บาท ๒๐ บาทก็ตาม

    พระอาจารย์ ก็จะเก็บเงินรวบรวมไว้ จนครบค่าวัสดุ เช่นครบค่าปูนฯ ๑ กระสอบ ก็ให้ชาวบ้านขี่มอเตอร์ไซค์ ไปซื้อปูนฯมา

    การก่อสร้างที่สำคัญ ที่ท่านลงแรงไว้ คือบันไดขึ้นภูเขา ทำทีละขั้นไปเรื่อยๆ จนแล้วเสร็จ กำลังจะทำฐานพระประธานบนเขาต่อ ยายชีก็มานิมนต์ให้พระอาจารย์อ๊อดกลับไป

    “ฐานพระประธาน ยังไม่เสร็จ องค์พระประธาน ยังไม่สร้าง จะให้กลับทำไม”

    "บ้านเมือง กำลังจะวุ่นวายเดือดร้อน อาจารย์กลับไปเถอะ ไปหาที่บำเพ็ญภาวนา ตามป่าตามเขา ช่วยบ้านเมือง"

    "อาตมา เป็นพระผู้น้อย ไม่เก่งกล้าสามารถขนาดนั้น"

    "ไปเถอะ ไปภาวนา ช่วยกัน"

    พระอาจารย์อ๊อดเล่าว่า ยายชีนวล วนเวียนนิมนต์ให้ท่านไป หลายรอบหลายครั้ง จนในที่สุด ท่านจึงรับนิมนต์ เดินทางกลับนครพนม

    เรื่องนี้ น่าคิดไม่น้อย เมื่อวันที่ ๓๐ พ.ย.๕๑ ยายชีนวล ทำพิธีบังสุกุลประเทศ ทำให้ทุกคนทุกฝ่าย ไม่ว่าเหลืองหรือแดงหรือประชาชนทั่วไป ท่านว่าพิธีนี้ จะช่วยบรรเทาความวุ่นวายบ้านเมือง ได้ระดับหนึ่ง ผู้ที่ตายไปแล้ว ก็จะได้รับส่วนบุญส่วนกุศล ผู้ที่ยังไม่ตาย ก็จะปลอดภัยเป็นสุข

    มีที่น่าสนใจอย่างยิ่งอย่างหนึ่ง ส่วนตัวของยายชีนวล นั้น ท่านได้จดรายละเอียดของสัตว์ทุกชนิด ที่ตายอยู่ในวัดตลอดมา จนถึงวันพิธี ไม่ว่าจะเป็นงู ตะขาบ กิ้งก่า มด ปลวก จิ้งจก หรือ แม้แต่ไส้เดือน ท่านจดไว้หมด แล้วนำเข้าพิธีด้วย

    Cr : อำพล เจน
     
  2. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    61003028_1276401199176503_8506749691180875776_n.jpg

    #ปฐวีธาตุ

    เป็นที่ปรารถนา ของหลายๆคน เพื่อไว้สักการะบูชาติดตัว เป็นสิริมงคล คุ้มครองป้องกัน ภัยต่างๆนาๆ

    เกี่ยวกับปฐวีธาตุนี้ คุณยายชีนวล เคยพูดว่า ต่อไปภายภาคหน้า จะเกิดภัยต่างๆนาๆ ภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างรุนแรง ปฐวีธาตุนี้ ทำไว้ช่วยเหลือคน ในยามตกทุกข์ได้ยาก เดือดร้อน ไว้ป้องกันภัยต่างๆ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่จะเกิดขึ้น ในภายภาคหน้า

    ปฐวีธาตุนี้ คุณยายชีนวล ท่านได้ขึ้นไปเก็บหินบนยอดเขา ภูฆ้องคำ ด้านหลังองค์พระเจ้าใหญ่ ปางประทานพร ที่ท่านสร้างไว้บนยอดเขา ภูฆ้องคำ โดยขึ้นไปเก็บ ด้วยตัวท่านเอง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 มิถุนายน 2019
  3. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    6,408
    ค่าพลัง:
    +12,366
    ชอบมากครับ กำลังติดตามอ่านทุกกระทู้
     
  4. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    62215529_1093211900888976_8895383135559090176_n.jpg

    "ยายชีนวล กับ พญานาคถ้ำแกลบ"


    เมื่อพูดถึง งูเห่ากัดยายชีนวล ทำให้นึก เรื่องพญานาคถ้ำแกลบ อยู่ในเขต อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร

    เรื่องมีอยู่ว่า ยายชีนวล ท่านธุดงค์ผ่านไปแถวนั้น คะเนว่าอายุประมาณ ๑๖-๑๗ ปี คงเพิ่งออกจากภูมะโรง แล้วเดินทางมาเรื่อยๆ จนถึงที่นี่

    ทราบว่ามีถ้ำ ชื่อแกลบ คนเขากลัวกันมาก ท่านแสดงความประสงค์ จะขึ้นไปปฏิบัติธรรม ในถ้ำนั้น

    มูลเหตุ ที่ชาวบ้านกลัวคือ มักมีคนเห็นงูยักษ์ เลื้อยเข้าออกถ้ำแกลบบ่อยๆ จนไม่มีใครกล้าเข้าไปหาของป่า หรือ เฉียดกายเข้าไปบริเวณนั้น

    เมื่อยายชีนวล(ยังสาว)ตั้งใจจะเข้าไป ชาวบ้านก็พากันห้ามปราม แต่ไม่สำเร็จ ยายชี ยังคงยืนกราน จะไปเช่นเดิม

    ชาวบ้าน ก็ไม่มีใครกล้าไปส่ง แค่บอกทางให้ ต่อจากนั้น ยายชีก็เดินเท้าเข้าไปด้วยตนเอง

    หลังจากนั้น ยายชีก็หายสูญไปนานนับเดือน ไม่เคยลงมาหมู่บ้านบิณฑบาต ชาวบ้าน ก็วิตกวิจารณ์กันว่า น่ากลัวยายชีนวล จะไม่รอด คงเสียชีวิตไปแล้ว

    ในที่สุด ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่เป็นผู้กล้า รวมตัวกันขึ้นมาประมาณ ๑๐ คน ลองขึ้นภูเขา เข้าไปที่ถ้ำแกลบเพื่อดูว่ายายชี(สาว)เป็นตายร้ายดีประการใด

    เมื่อไปถึง ทุกคนต้องตกตลึงกับภาพที่เห็นแต่ไกล

    งูมีหงอนสีแดง ลำตัวสีขาว ขนาดใหญ่ รัดรอบตัวยายชีนวล จนมิด

    เห็นแค่ใบหน้า ที่หลับตาพริ้มสงบ


    ทุกคนเห็นเช่นนั้น ก็เผ่นแน่บกลับลงมาที่หมู่บ้าน ป่าวประกาศไปว่ายายชีตายแล้ว ถูกงูยักษ์กิน

    (เหตุการณ์นี้ น่าจะเชื่อได้ว่า เป็นต้นเค้าของข่าว ที่มีไปถึงบ้านเกิดของยายชีว่า ถูกงูเหลือมกิน)

    หลังจากนั้นไม่นาน ชาวบ้านก็ต้องตกตะลึงกันอีกครั้ง เมื่อเห็นยายชีนวล ลงจากเขา มาปรากฏตัวในหมู่บ้าน

    ยายชี...ได้บอกกับชาวบ้านว่า

    “ไม่ต้องกลัว ท่านพญานาคนั่นหรอก ท่านเป็นพญานาคมีศีล ขอเพียงให้ชาวบ้าน ที่เข้าไปหาของกินของอยากแถวถ้ำนั้น เอ่ยชื่อพญานาคคำขาว ทุกคนจะปลอดภัยไม่มีอันตราย"

    ทุกวันนี้ ชาวบ้านรุ่นเก่า ที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังจดจำเหตุการณ์นี้ได้ และเล่าสืบต่อกันมา จนวันนี้

    Cr : อำพล เจน

    #คุณยายชีนวล แสงทอง...วัดภูฆ้องคำ บ.ดงตาหวาน อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี

    (ท่านละสังขาร ๒๑ ก.ค.๒๕๕๔)
     
  5. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    ขอบคุณที่ติดตามครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 มิถุนายน 2019
  6. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    "ถนน...กาฝาก(ไม้กาฝาก)"
    62350924_1093214100888756_4660670244992319488_n.jpg

    ไม้กาฝาก #คุณยายชีนวล แสงทอง

    - ท่านให้พกติดตัวไว้ เป็น เมตตามหานิยม แก่ผู้คนที่ได้พบเห็นเรา

    - ฝังไว้ ที่เสาประตูรั้วหน้าบ้าน ซ้าย-ขวา(บริเวณที่ ไม่มีคนเดินข้ามไป-มา)เพื่อ...เรียกคน-เรียกทรัพย์
     
  7. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    4A4D77D2-797D-4058-BC48-AEDB10107B52.jpeg

    เชือกถักข้อมือ คุณยายชีนวล



    เป็นอีกวัตถุมงคลที่คุณยายท่านทำไว้ ให้ลูกศิษย์ลูกหาไว้คุ้มครองป้องกันภัย ผมเคยถามท่านว่าเชือกถักนี้ดียังไง ท่านตอบว่า


    เชือกถักข้อมือนี้ ท่านลงวิชาหินเบาไว้ ผมเลยถามท่านวิชาหินเบา คืออะไรท่านอธิบาย สั้นๆให้เข้าใจง่ายๆ ว่า ก้อนหินก้อนใหญ่ๆ ที่มีน้ำหนักมากๆ เมื่อตกตงมาจากที่สูง มากระแทกตัวเรา พูดง่ายๆ ก็คือต้องได้รับอันตราย แต่ถ้าหินก้อนที่ตกลงมานั้น มีน้ำหนักเบาเหมือนนุ่น ต่างจากน้ำหนักหินปกติ ก็จะไม่สามารถทำให้เราได้รับอันตราย เพราะวิชาหินเบานี้ จะทำให้ของที่มี น้ำหนักการพุ่งเร็วแรงมากระแทกตัวเรา ให้กลายเป็นวัตุที่มีน้ำหนักเบาเหมือนนุ่น เมื่อหินก้อนใหญ่ร่วงลงมากระแทกตัวเราแต่น้ำหนักของหิน เปลี่ยนจากน้ำหนักของหิน เป็นน้ำหนักของนุ่นก้อนใหญ่ มากระแทกตัวเรา เราก็จะไม่ได้รับอันตรายใดๆ เลย

    เปรียบได้ว่าหินก้อนนั้น เบาเหมือนนุ่น นั้นเอง

    วัตถุมงคลชนิดนี้ คุณยายท่านทำไว้ไม่มากนักการ เพราะการปลุกเสกนั้นทำยาก


    เชือกถักข้อมือนี้ ในสมัยที่คุณยายท่านยังอยู่

    วัดภูฆ้องคำ ท่านได้ทำให้ลูกศิษย์ที่เป็นทหารนำไปแจกเพื่อนทหารที่ประจำ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เกิดประสบการณ์มากมาย ทำให้แคล้วคลาด ปลอดภัย จากอันตรายทั้งปวง
     
  8. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    27875A31-5CA6-4C33-AB56-025C144E79F7.jpeg

    เรื่องเล่าจากในกลุ่มครับ

    "มีพี่ที่รู้จักท่านหนึ่ง มาหาแล้วสนทนากัน"
    พี่แกว่า"ของดูของยายชีหน่อย"เลยส่งล๊อกเก็ตให้ดู แกนิ่งอยู่สักพัก
    แล้ว ว่า"ของยายแปลกมาก"ตั้งแต่ที่เคยดูมา เย็นมือ ยายอธิฐานเป็นกลางครอบคลุมไว้หมด"แล้วแต่จะอธิฐานเอา มวลสารที่อุดก็ไม่ธรรมดา"เดินทางปฎิบัติมาเต็ม๑๐๐/(ทำให้พี่แกอยากได้ขึ้นมาทันใด"
     
  9. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    58249A9A-C77F-4633-B7AE-6FE171B5AE4C.jpeg เรื่องเล่าจาก แอดมินเหาคุณยายชีนวล แสงทองครับ

    ล็อกเก็ตรุ่นแรก คุณยายชีนวล แสงทอง

    ล็อกเก็ตรุ่นนี้ คือล็อกเก็ตรุ่นที่ทันคุณยายชีนวล ท่านอธิฐานจิตปลุกเสกเอง เป็นล็อกเก็ตที่คุณยาย เมตตาอนุญาติให้สร้างเป็นรูปท่านครั้งแรกในชีวิต เพราะคุณยายท่านไม่เคยสร้างวัตถุมงคลในรูปท่านมาก่อน และไม่ยอมให้ใครทำวัตถุมงคลรูปท่าน ที่ผ่านมา ล็อกเก็ตรุ่นนี้จึงเป็นรุ่นที่คุณยายยินดีให้ทำ และ ยังปลุกเสกให้อย่างตั้งใจยิ่ง

    ล็อกเก็ตรุ่นนี้ มีจำนวนสร้างทั้งหมด 200 องค์ จะมีการอุดผงมวลสาร 2 แบบ ใช้ผงมวลสารเดียวกัน

    สร้างแจกเนื่องในงานผ้าป่า ที่วัดภูฆ้องคำ ในสมัยนั้น

    แบบที่ 1 คืออุดผงมวลสาร เกษา ฝังตะกรุดเงิน จำนวน 100 องค์

    แบบที่ 2 คืออุดผงมวลสาร เกษา ไม่ได้ฝังตะกรุด แต่จะมีตะกรุดอยู่ซองไปด้วย จำนวน 100 องค์

    แบบที่ 1 สำหรับมอบให้เจ้าภาพประธานผ้าป่า

    แบบที่ 2 สำหรับแจกชาวบ้านญาติโยม ที่มาร่วมงาน

    หลังจากที่คุณยาย อธิฐานจิตปลุกเสกเสร็จ ล็อกเก็ตแบบที่ 2 ได้แจกหมดในวันงาน

    ยังคงเหลือแบบที่ 1 ที่เตรียมไว้มอบให้กับเจ้าภาพประธานผ้าป่า ซึ่แบบที่หนึ่งนี้คุณยายชีนวล ได้เมตตาอธิฐานจิตปลุกเสก ให้หลายวาระก่อนที่จะนำไปแจกจ่ายให้กันเจ้าภาพประธานผ้าป่า

    ในระหว่างที่คุณยายชีนวล อธิฐานจิตปลุกเสกวาระแรกคือวันงานผ้าป่า ขณะที่ท่านกำหนดจิตบริกรมคาถา อยู่นั้นจู่ๆ ได้เกิดลมหมุน (ภาษาอีสานเรียกว่า ลมหัวกุด ) บริเวณลานหินทางขึ้นมายังศาลา ที่ท่านกำลังนั่งบริกรรมปลุกเสกอยู่ ลมหมุนได้หมุนอยู่บริเวณลานหินอยู่ขณะหนึ่ง แล้วลมหมุนนั้น ก็ได้ตีเจ้ามาในศาลา แล้วหายเงียบหาย แต่ที่น่าแปลกคือในศาลาไม่มีฝุ่น และใบไม้เข้ามาในศาลาเลย มีเพียงกระลมทีเข้ามาในศาลา นับเป็นเรื่องที่แปลกและอัศจรรย์มาก ที่ไม่มีเศษฝุ่นเศษดิน เศษใบไม้เจ้ามาในศาลาเลย

    นำข้อมูลความรู้มาให้สมาชิกได้อ่านกันครับ และตัวอย่างของล็อกเก็ตรุ่นแรก ที่อุดทั้งสองแบบ
    ที่ทันท่านปลุกเสกเองมาให้ชมกันครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    5A74B63A-85C1-49F3-A73A-20A9CDA5BC16.jpeg เล่าสู่กันฟัง
    หลวงปู่บุญส่ง วัดสันติวนาราม จันทบุรี
    ในเฟสหลวงปู่ครับ

    นอกจากเหตุการณ์หลวงปู่บุญส่ง ถูกลอบยิงแล้ว กลางคืนจะมีช้างป่า มาหาหลวงปู่ที่วัดหลวงปู่จะนำผลไม้ให้ช้างป่ากินท่านมีเมตตตาสูงมากอ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี มากมีช้างป่า เวลาที่ผมไปวัดสันติวนารามเพื่อติดตามอุปฐากหลวงปู่บุญส่งออกปฏิบัติศาสนกิจเช้า ซึ่งงานพระกรรมฐานจะทำบุญเช้าตรู่ ต้องพาท่านออกจากวัดตอนดึกๆดื่นๆ ทำให้เราต้องออกจากบ้านไปวัดตอนดึกๆมั่งตอนเวลาเช้ามืดมั่ง
    .

    สิ่งหนึ่งที่ผมต้องคิดในใจเวลาเมื่อถึงเข้าทางวัดคือ กูจะเจอมั้ยว่ะ?? !เจอแล้วกูจะทำไงดี ??จอดรถวิ่ง !??วิ่งลงน้ำ วิ่งไปหลบในท่อ?? คิดทุกครั้งที่ต้องไป คิดจิปาถะ ตามภาษาปถุชนที่กลัวตาย....
    .
    มีครั้งหนึ่งที่คิดแบบนี้... หลวงปู่ก็พูดลอยๆขึ้นมา

    "กลัวช้างเรอะ หูยยยยยย กลัวทำไม มันไม่ทำไรร๊อก ช้างนี่จะทำร้ายคนจริงๆต่อเมื่อตกมัน และมีวิบากกรรมต่อกันมา ถ้าไม่มีกรรมต่อกันมา เค้าไม่ทำร้ายใคร ถ้าเจอก็จอดรถเฉยๆอย่าบีบแตรอย่าดับไฟ เดี๋ยวก็หลีกไปเอง เขารู้นะ"""

    แต่มีครั้งนึงตอนเช้ามืดขี่รถไปวัดเจอจังๆข้างทางตรงที่มีพุ่มไม้บังเป็นแนวยาว สงสัยกะลังเดินกลับไปที่พัก ได้ยินเสียง หันหลังกลับไปดู โอ้วแม่เจ้า ห่างจากรถเพียงไม่กี่ก้าว ทำท่าเหมือนจะเดินตามฉันด้วย รีบบิดสิรอไร

    ขอมูลจากคณะศิษย์
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  11. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    82E4E4B1-9AC5-4907-B0DA-BD644129252A.jpeg
    เอาใส่ไว้ใน...กระเป๋าสตางค์


    เงิน...จะไม่ขาดกระเป๋า...แต่...อย่าใช้หมด


    เหมือน...การไปต่อนก...ต้องมีนก...เอาไว้ต่อ


    แดง...เหลือง...ขาว...ใช้ได้...เหมือนกัน


    #หลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร...วัดสันติวนาราม อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี

    ......................................


    #เล่าสู่กันฟัง

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  12. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    8DAAA933-6178-4AB9-BBF8-0181462B0090.jpeg 217EDF05-FE20-42B1-9DF2-55A6ADAAB6F6.jpeg ขอเชิญร่วมบุญ...ซื้อที่ดินถวาย วัดสันติวนาราม #หลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร

    "การซื้อที่ดิน...ถวายวัด ถวายวา ได้ชื่อว่า ให้ทุกอย่าง คือ ให้อายุ ให้วรรณะ ให้สุขะ และ ให้พละ เพิ่นว่า แม้แต่หลับ แม้แต่ตื่น เฮากะได้อานิสงส์นี่นำ ฉะนั้น การถวายดิน...จึงมีอานิสงส์มาก "

    โอวาทธรรม : หลวงปู่ดำ สีลคุโณ
     
  13. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    63810827_10214264763639632_8312408395336384512_n.jpg

    #สร้างเพื่อโลก #ทำเพื่อโลก

    .
    เมื่อคืนวันจันทร์ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา พอดีได้ข่าวว่า#พ่อหลวงนวล วัดพุทธาราม อ.สวี จ.ชุมพร จะมาพักบ้านลูกศิษย์ที่สมุทรสาคร พ่อหลวงนวลท่านเป็นศิษย์ "หลวงปู่ศรี มหาวีโร" จังหวัดร้อยเอ็ด ท่านเป็นพระที่เก่งเรื่องกรรมฐานมากๆ
    .
    พอไปถึงบ้านลูกศิษย์ หลวงพ่อก็เดินทางมาถึงพอดีท่านเมตตาและเป็นกันเองกับลูกศิษย์ทุกคนมากๆ ท่านเมตตาพูดคุยสอบถามสารทุกข์สุขดิบกับลูกศิษย์ทุกคน
    .
    พ่อหลวงนวล : เคยมาที่นี่มั้ย???
    NooFirst : ไม่เคยครับ เพิ่งเคยเจอหลวงพ่อครั้งแรกเลยครับ
    พ่อหลวงนวล : อืม... ดีๆ
    .
    NooFirst : แต่ส่วนมาก ถ้ามีเวลาว่างพอก็จะตามไปช่วยงานลูกศิษย์ของหลวงปู่บุญส่งครับ
    พ่อหลวงนวล : องค์ที่สร้างโบสถ์ใหญ่
    .
    (เพื่อนอีกคนนึงก็หยิบมือถือเปิดรูปหลวงปู่บุญส่งให้พ่อหลวงนวลดู)
    .
    ท่านก็พิจารณามองรูปอยู่สักครู่
    แล้วท่านก็เอ่ยออกมาว่า
    .
    พ่อหลวงนวล : #สร้างเพื่อโลก #ทำเพื่อโลก
    .
    นี่ล่ะครับสิ่งที่ผมได้ยินเต็ม2หูจากปากของพ่อหลวงนวลเองเลย หลวงปู่บุญส่ง... ท่านสร้างอุโบสถวัดสันติวนาราม ท่านสร้างเพื่อโลก ทำเพื่อโลก สงเคราะห์โลก
    .
    ซึ่งแปลว่าตอนนี้พวกเรากำลังได้ทำบุญใหญ่ ช่วยท่านสร้างอุโบสถวัดสันติวนาราม ซึ่งต่อไปก็คือปูชนียสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลกเลยนะครับ... ขออนุโมทนาสาธุกับทุกท่านที่ร่วมกันสร้างบุญใหญ่กับหลวงปู่บุญส่งด้วยครับ
    .
    .
    #สาธุอนุโมทนาบุญ
    .
    CR.คุณยศ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  14. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    เรื่องเล่า ยายชีนวล แสงทอง (ต่อ)

    64211262_1097220633821436_3020795269739446272_n.jpg
    "คำสั่งเสีย...ก่อนมรณะ"


    #คุณยายชีนวล ขณะป่วยหนัก บางครั้งจำใครไม่ได้ แม้แต่ลูกหลานอยู่ปรนนิบัติทุกวัน บางครั้งแจ่มใส จำได้ทุกอย่าง

    ถือเป็นเรื่องปกติ ของคนแก่ที่กำลังป่วย ในขั้นสุดท้าย แต่องค์ภาวนาของยายชีมั่นคงดี ไม่คลาดเคลื่อน

    ยามสติแจ่มใส มักร้องขอให้ผู้ปรนนิบัติ พาไปอยู่วัด ไม่อยากอยู่บ้านหรือโรงพยาบาล รู้ว่าความตาย จะมาถึงแล้วในไม่ช้า ก็ออกปากสั่งเสียจนเรียบร้อย ไม่บกพร่อง

    ๑. เมื่อตาย จะตายวันไหนก็ช่าง ให้จุดไฟเผาวันนั้นเลย ไม่ต้องมีบำเพ็ญกุศลศพ เพราะว่าทำมามากพอแล้ว(คำสั่งข้อนี้ เป็นไปในเชิงขอร้อง ยายชีบอกว่าตัวท่านเอง ไม่สามารถจะจุดไฟเผาศพตัวเองได้ ขอให้คนที่ยังอยู่ จุดไฟเผาให้ด้วย)

    ๒. ไม่ต้องมีพิธีกรรมตามประเพณี คือบำเพ็ญกุศลศพ มันก็ง่าย โลงศพและเมรุไม่ต้องประดับตกแต่ง ให้เผากลางแจ้ง เพื่อให้ทุกคนเห็นถึงความไม่เที่ยงแห่งสังขาร ให้เห็นว่าซากสังขาร ไม่ใช่สิ่งสวยงามน่ายินดี ให้พากันเบื่อหน่าย ให้เกิดความสังเวชสังขาร ที่บางคนยังเห็นว่าสวยว่างามน่ายินดี ให้ศพของยายชี เป็นเครื่องมือช่วยให้คลายความยินดี ปลดพันธนาการแห่งกำหนัด จนเกิดความเบื่อหน่าย ในร่างกายตนเอง

    ๓. อนุญาตแค่ ๓ คนเท่านั้น ที่จะเป็นผู้จุดไฟเผาศพยายชี คือ คุณนก(หลานสาว), คุณแก๋(หลานชาย)และคุณกบ(หลานชาย)หากไม่ใช่ ๓ คนนี้ เป็นคนอื่นจุดไฟ...จะเผาศพยายชีไม่ไหม้

    ๔. ไม่ให้วางดอกไม้จันทน์ ให้วางไม้มุจลินทน์(ไม้จิก)ที่เชิงตะกอน

    Cr : อำพล เจน
     
  15. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    61955722_1093217254221774_3479072562305040384_n.jpg

    "เครื่องรางฯ(ยอดว่าน...ปั่นจิต)ที่หาดูยาก"

    (ภาพประกอบ...จากศิษย์คุณยาย ท่านหนึ่ง)

    #คุณยายชีนวล แสงทอง วัดภูฆ้องคำ อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี
     
  16. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    เรื่องเล่า คุณยายชีนวล แสงทอง (ต่อ)

    62231168_1093176070892559_3585621848991203328_n (1).jpg

    ลูกแป้ง...คือแป้งดินสอพองธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา ตรงที่ #คุณยายชีนวล ทำพิธีปลุกเสกตามขั้นตอน และ พิธีกรรมของท่าน

    ท่านจะปิดกุฏิ 7 วันทำพิธี โดยจะไม่ออกจากกุฏิ ไม่รับแขก ไม่ว่าญาติโยมคนนั้น จะเป็นใครก็ตาม ใน 7 วันนี้ จะไม่ฉันข้าวเลย จะฉันแต่น้ำเปล่าอย่างเดียว

    ก่อนจะปิดกุฏิ ท่านจะให้ลูกหลาน เตรียมน้ำดื่มให้หนึ่งกระติก นำเข้าไปตั้งไว้ในกุฏิท่าน เหมือนการเข้านิโรธกรรมทางภาคเหนือ แต่ยายชีนวลเรียกทรมานกรรม หรือ เข้ากรรม

    หลังจากออกจากทรมานกรรม หรือ เข้ากรรมแล้ว ท่านจะฉันแต่ผักกับเกลือ ข่าดองน้ำเกลือกับข้าวเปล่าเท่านั้น โดยจะไม่ฉันเนื้อสัตว์เลย

    ลูกแป้งนี้ ท่านบอกวิธีการใช้ว่า ใช้นิ้วแตะที่ลูกแป้ง พอผงติดนิดหน่อย เจิมที่หน้าผาก เป็นเมตตามหาเสน่ห์ สุดประมาณ

    แต่ท่านบอกว่า แค่เอาไปเลี่ยมติดตัว...ก็พอแล้ว

    (คนที่นำไปใช้ ท่านบอกให้รักษาศีลข้อ 3 ให้ดี)
     
  17. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    61979408_1093213337555499_5894382691482075136_n (1).jpg เรื่องเล่า ยายชีนวล แสงทอง (ต่อ)



    "ชานหมาก #คุณยายชีนวล"


    (ศิษย์ท่านที่ 1...เอื้อเฟื้อภาพ)

    เป็นของ...ที่ท่านหวงแหนมาก น้อยคนนัก ที่จะได้ไว้บูชา การทำชานหมากของท่าน ไม่ใช่ว่าท่านเคี้ยวอยู่ แล้วมีญาติโยมมาขอ ก็คายให้ง่ายๆ

    ท่านจะไม่ยอมคายให้ ถ้ามีคนขอ ท่านจะบอกว่า

    "สิเอา ไปเฮ็ดหยัง กะลาขี้คำหมาก"

    แต่ชานหมากชุดนี้ เป็นชานหมาก ที่ท่านตั้งใจทำโดยเฉพาะ ท่านบอกว่า ชานหมากนี้ ทำยากที่สุด

    โดยท่านจะคายเก็บไว้ ในจานขันครู หน้าโต๊ะหมู่บูชา บนหัวนอนท่าน ท่านจะคายเฉพาะหมาก ที่ท่านเคี้ยวในวันพระ ใส่จานไว้ กว่าจะได้จานหนึ่ง ก็นานพอสมควร

    วิธีอธิษฐานจิตชานหมาก ท่านจะเสกตากแดด 7 แดด เสกตากหมอก 7 หมอก จากนั้น นำเข้าไปอธิษฐานจิต ในกุฏิอีก 7 วัน

    ท่านจะปิดกุฏิ 7 วันทำพิธี โดยจะไม่ออกจากกุฏิ ไม่รับแขก ไม่ว่าญาติโยมคนนั้น จะเป็นใครก็ตาม ใน 7 วันนี้ จะไม่ฉันข้าวเลย จะฉันแต่น้ำเปล่าอย่างเดียว

    ก่อนจะปิดกุฏิ ท่านจะให้ลูกหลาน เตรียมน้ำดื่มให้หนึ่งกระติก นำเข้าไปตั้งไว้ในกุฏิท่าน เหมือนการเข้านิโรธกรรมทางภาคเหนือ แต่ยายชีนวลเรียกทรมานกรรม หรือ เข้ากรรม

    หลังจากออกจากทรมานกรรม หรือ เข้ากรรมแล้ว ท่านจะฉันแต่ผักกับเกลือ ข่าดองน้ำเกลือกับข้าวเปล่าเท่านั้น โดยจะไม่ฉันเนื้อสัตว์เลย
     
  18. Pattarakorn2010

    Pattarakorn2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2014
    โพสต์:
    402
    ค่าพลัง:
    +1,443
    ผมมีเกร็ดเล็กน้อยอีกอย่างนึงมาแบ่งปันให้ทราบครับ ในยุคปัจจุบันที่คนจะหนักไปทางวัตถุนิยม หนักไปทางทำมาหากิน โดยลืมเรื่องการสวดมนต์ภาวนาไปกันหมด ไปวัดหลักๆก็ไปเที่ยว ไปถ่ายรูป ไปเซลฟี่ ยิ่งระบบการศึกษาเราไปนำของต่างชาติมาใช้ซะเยอะ การทำธุรกิจก็มุ่งหวังเป็นที่1 มีการจ้องจะทำลายคู่ต่อสู้ทุกวิถีทาง พอทำนานเข้าจิตใจจะเริ่มเข้าสู้ด้านมืด สังเกตุได้จากในสมัยก่อน ใน1ชุมชนหรือหมู่บ้านต่างๆ จะค้าขายอะไรเขาก็จะไม่ค่อยทำซ้ำๆกับคนอื่น แต่ในสมัยนี้ทำซ้ำไม่พอ อาศัยอำนาจทุนที่เยอะกว่า ซื้อได้เยอะ ซื้อถูกกว่า ขายถูกกว่า ทำให้คนที่ถูกมองว่าอ่อนแอในโลกธุรกิจต้องพ่ายแพ หรือ เจ๊งไปเยอะ เป็นธุรกิจแบบ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก .....และคนสมัยใหม่ทำงาน โรงงานบ้าง ทำงานออฟฟิตบ้าง เรื่องที่ขาดไม่ได้เลย คือการจับกลุ่มนินทา พูดไม่จริงบ้าง นำเรื่องคนอื่นไปพูดต่อให้เขาได้รับความเสียหาย เหล่านี้แหละ ผมมองว่าเป็นกรรมส่วนนึง ที่ทำให้ไม่เจริญ ธุรกิจที่ทำก็มีปัญหา .....ขายไม่ได้ ขายขาดทุน โดนโกงบ้างสารพัด
    .......เหล่านี้มันก็มีส่วนทำให้ธุรกิจภาพรวมตกต่ำได้เหมือนกัน.......พอผมเริ่มศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทำให้ผมเบื่อหน่ายกับสังคมของธุรกิจมากๆ ผมจึงออกมาทำธุรกิจเล็กๆพออยู่พอกิน ไม่เบียดเบียนใคร เจอคนน้อยลง ไม่ต้องไปอยู่ในวังวนคนบาป และเข้าใจว่าหากเราไม่โลภ รักษาศีล ทำบุญ เราก็อยู่ได้แบบสบายใจ
     
  19. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588

    ประเทศอยู่ได้ รอดพ้นภัยพิบัติใหญ่
    ต้องอาศัยคนในชาติ ช่วยกันทำบุญ เสริมดวงชะตาประเทศ
    วิธีทำบุญที่ช่วยเสริมดวงชะตาเรา. ดวงชะตาของประเทศ. ทำอย่างไร
    ลองฟังดูครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 มิถุนายน 2019
  20. kwich

    kwich เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    536
    ค่าพลัง:
    +6,588
    45190B0E-103C-40C3-8C9A-68AC04369D03.jpeg # เล่าสู่กันฟัง วัตถุมงคลดีๆ




    หลวงพ่อเล็กท่านสร้างพระพิมพ์ที่เป็นเนื้อผงเกราะเพชรโดยใช้ผงยันต์เกราะเพชรผสมกับปูนเปลือกหอยพิมพ์ออกมาเป็นรูปห้าเหลี่ยมปลายแหลม ด้านหน้าเป็นพระพุทธนั่งสมาธิอยู่บนอาสนะฐานชุกชีแบบพระประธานในพระอุโบสถวัดบางนมโค ด้านหลังเรียบ

    ##พระชุดนี้หลวงพ่อเล็กได้แจกให้ผู้คนนำไปติดตัว ท่านสั่งว่าผงเกราะเพชรที่อยู่ในองค์พระสามารถแช่น้ำทำน้ำมนต์ อาบกินรักษาโรค กำจัดเสนียดจัญไรและยังรดไล่ปีศาจที่สิงในตัวคนได้ เวลาใช้ให้อาราธนาถึงหลวงพ่อปานวัดบางนมโคเป็นที่ตั้ง เพราะท่านเป็นเพียงผู้สร้าง "แต่เจ้าของผงเกราะเพชรกับผู้ปลุกเสกก็คือหลวงพ่อปานนั่นเอง" **

    ## ลองอ่านประวัติท่านดูครับว่าน่าบูชาแค่ไหน ##

    ************************************************

    **#หลวงพ่อฤาษีลิงดำเล่าถึงหลวงพ่อเล็กเกสโร ***

    หลวงพ่อเล็ก เกสโร อดีตเจ้าอาวาส วัดบางนมโค ปลุกเสกผ้ายันต์
    เรื่องมีอยู่ว่า ... ตอนท้ายชีวิตของ หลวงพ่อปาน (วัดบางนมโค จ.อยุธยา)
    หลวงพ่อปานทำรูปของท่าน แล้วมีรูป "ยันต์เกราะเพชร"
    ทำหลายพันผืน สำหรับแจกบรรดาพุทธบริษัทที่มีความต้องการ

    หลวงพ่อปานไม่ได้สั่งพิมพ์เอง
    เป็นนายประยงค์ ตั้งตรงจิตร เจ้าของห้างขายยาตราใบโพธิ์

    เมื่อนายประยงค์ ตั้งตรงจิตร เจ้าของห้างขายตราใบโพธิ์
    มาถวายหลวงพ่อปานจำนวนหลายพันผืน เมื่อเขาพิมพ์มาแล้ว
    หลวงพ่อปาน ก็สั่ง "หลวงพ่อเล็ก (เกสโร)" ให้เอาผ้ายันต์ไปเสก

    หลวงพ่อเล็กนำมาเสก ๓ เดือน
    ถือว่าครบไตรมาสพรรษาหนึ่งพอดี

    "หลวงพ่อเล็ก" นี่เราทราบกันอยู่ว่า ท่านได้ "สมาบัติ ๘" (รูปฌาน ๔ เเละ อรูปฌาน ๔)
    แต่ว่ายิ่งไปกว่านั้น สำหรับ วิปัสสนาญาณ นี่ ... จะได้อะไรฉันไม่ทราบ
    ฉันไม่หลอกสิ่งที่จะรู้กันได้
    ถ้าเราได้ถึงไหน ... เราก็รู้กันว่าคนอื่นเขาได้ถึงเพียงนั้น ที่เลยไปเราไม่รู้
    ตอนนั้นฉันก็ยังทรง "สมาบัติ ๘" เหมือนกัน
    แต่ว่าไม่ได้ฝึก "อภิญญา" ครบถ้วน
    เลยกลายเป็นพระไม่ใช่อภิญญา นี่ฟังให้ดีนะ

    สมาบัติ ๘ ก็อาศัย "กสิณ" กองใดกองหนึ่งเป็นพื้นฐาน
    ไม่จำเป็นต้องใช้กสิณทั้งหมด ๑๐ อย่าง ใช้กสิณกองใดกองหนึ่ง เป็นพื้นฐาน
    ยกเอารูปขึ้นมาตั้ง แล้วก็เพิกกสิณนั้นเสีย แล้วใช้ "อรูปฌาน" ขึ้นมาแทน
    ถ้าทำได้ทั้ง ๔ อย่างก็เรียกว่า ทรงอรูปฌาน ๔ ได้ เป็น ฌาน ๘ ไป
    นี่ฟังกันไว้เท่านี้นะ

    หลวงพ่อเล็กได้ "ฌาน ๘" (สมาบัติ ๘) เลยกว่านั้น ... ฉันไม่รู้
    เมื่อได้รับผ้ายันต์มาแล้ว ก็มานั่งเสก
    เสกด้วยอำนาจของสมาธิ เข้าฌานสมาบัติ ๓ เดือน
    เวลากลางคืน เสกกี่ชั่วโมงไม่ทราบ แต่ว่าไม่ใช่ว่าตลอดวันตลอดคืน
    อย่านึกว่าตลอดวันตลอดคืน ๓ เดือน ไม่ลุก ไม่กินข้าวไม่กินปลา
    นี่มันก็เกินคนไป ว่ากันตามแบบปกติ

    ฟังเรื่องของพระนะ พอครบ ๓ เดือน
    วันออกพรรษา หลวงพ่อเล็กเรียกฉันเข้าไป บอกให้แบกผ้ายันต์
    ฉันคนเดียวมันแบกไม่ไหว ก็เอาไอ้เพื่อนอีก ๓ คน
    มาช่วยกันแบกผ้ายันต์ มาถวาย "หลวงพ่อปาน"
    ยังไม่ทันจะถึงเลย ห่างอีกประมาณสัก ๑๐ วาได้กระมัง

    "หลวงพ่อปาน" เห็นเข้า ท่านโบกมือโบกไม้บอกว่า ...
    ไม่เอา ๆ ยังไม่เสร็จ ยังไม่เสร็จ ยังใช้ไม่ได้
    นี่ท่านร้องไป ก็เป็นอันว่า ... ไม่เอาเข้าไปให้ท่าน เอากลับ

    ตอนนี้ "หลวงพ่อเล็ก" กลับมา ก็นึกในใจว่า ...
    นี่เราทำขนาดนี้ ... ยังใช้ไม่ได้ ใครที่ไหนจะยิ่งไปกว่าเรานะ
    เราเข้าถึง "สมาบัติ ๘" นี่ท่านบ่นนะ
    เราเข้าถึง "สมาบัติ ๘" แล้วก็คลายสมาธิลงมาพิจารณา "วิปัสสนาญาณ"
    จนกระทั่งอารมณ์จิตเป็นแก้วทั้งหมด เป็นแก้วประกายพฤกษ์ทั้งหมด
    แล้วเราจึงเข้าสมาธิใหม่ จัดเป็น "โลกุตตรญาณ"
    แล้วเราก็อธิษฐานจิต นี่ยังใช้ไม่ได้ ก็ใครจะเสกยิ่งไปกว่านี้ ท่านบ่นให้ฟัง

    ท่านก็บอกว่า ... เอา ในเมื่อ ท่านใหญ่ (หมายถึง หลวงพ่อปาน)
    บอกว่าใช้ไม่ได้ ฉันก็จะทำให้ใหม่
    ตอนนี้ ท่านไปทำใหม่ ๗ วัน
    ท่านทำยังไงบ้างฉันไม่ทราบ เวลาท่านทำ ไม่ได้เข้าไปยุ่งกับจิตใจของท่าน
    พอครบ ๗ วัน ท่านมาเรียกพวกฉันไปให้ไปแบกมาให้หลวงพ่อปาน

    ตอนนี้เอง พอแบกมา
    "หลวงพ่อปาน" เห็นแต่ไกล ก็กวักมือกวักไม้บอก ...
    เออ ๆ เอามา ๆ ๆ อย่างนี้ซิมันถึงจะใช้ได้
    เก่งคนเดียวน่ะ ... มันใช้ไม่ได้
    มันต้องให้คนอื่น เขาเก่งกว่า
    เก่งคนเดียว ... ใช้ไม่ได้
    ทำอย่างนี้ ... ใช้ได้
    เมื่อเข้าไปถึง หลวงพ่อเล็ก ก็กราบ หลวงพ่อปาน
    ฉันก็กราบ เพื่อนฉันก็กราบ

    ฉัน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) ถาม "หลวงพ่อเล็ก" ว่า
    หลวงพ่อขอรับ ตอนก่อนหลวงพ่อเสกยังไง ... หลวงพ่อปานจึงว่า ใช้ไม่ได้
    "หลวงพ่อเล็ก" บอกว่า ตอนก่อนฉันเข้า "สมาบัติ ๘"
    แล้วใช้ "วิปัสสนาญาณ" เต็มที่
    คลายจิตออกมาถึง อุปจารสมาธิ อธิษฐาน ...
    แล้วก็เข้า "สมาบัติ ๘" ใหม่
    เท่านี้ ๓ เดือน ไม่ได้ขาดเลยทุกคืน คืนละ ๓ ชั่วโมง
    ท่านใหญ่ (หลวงพ่อปาน) บอกว่า ... ใช้ไม่ได้

    หลวงพ่อปาน ท่านก็ออกมาบอก ...
    ยังงี้ใช้ไม่ได้ดอกคุณเล็ก (หลวงพ่อเล็ก) คุณเล็กอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ
    คือว่า ถ้าเราทำอะไร ถ้าเก่งคนเดียว ... มันใช้ไม่ได้
    ไอ้เราเองน่ะมันไม่ดีพอ ต้องให้คนอื่นเขาดีบ้าง

    จึงได้ถาม "หลวงพ่อเล็ก" ใหม่ว่า ...
    หลวงพ่อขอรับ ตอน ๗ วันนี่ หลวงพ่อทำยังไงขอรับ


    ฉันก็ตั้งท่า "บวงสรวงชุมนุมเทวดา"
    อาราธนาบารมีพระทั้งหมด ตั้งแต่ ...
    พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระอริยสาวกทั้งหมด
    พรหมทั้งหมด เทวดาทั้งหมด ครูบาอาจารย์ทั้งหมด
    ฉันยกยอดเลย ยกยอด ในเมื่ออาราธนา ... เห็นท่านมากันครบถ้วน

    แล้วท่านมาทำกัน คืนหนึ่งประเดี๋ยวเดียว
    สัก ๑๐ นาที ท่านก็กลับ แล้วท่านก็บอกให้เลิก ฉันก็นอน
    ฉันทำมาแบบนี้ถึง ๖ วัน ถึงวันที่ ๗ ทุกท่านมา แต่ไม่มีใครทำ
    ท่านบอกว่า ... ไม่มีอะไรจะบรรจุแล้ว คุณจะให้ฉันทำอะไร
    ฉันก็เลยเลิก ถึงได้ให้พวกเธอแบกมาให้ท่านใหญ่
    นี่ท่านเรียก หลวงพ่อปาน ว่า ท่านใหญ่

    หลวงพ่อปานฟังแล้ว ก็หัวเราะก๊าก บอก ... จริงที่คุณเล็กพูดน่ะ
    จริงนะอาจารย์เล็ก ท่านเรียกอาจารย์เล็กบ้าง คุณบ้าง
    ที่อาจารย์เล็กพูดนั่นน่ะจริง

    พวกเธอจงจำไว้นะ
    การที่เราจะ เสกพระ เสกผ้ายันต์ ... อะไรต่ออะไรนี่น่ะ
    ถ้าเสกด้วยอำนาจกำลังของเราละ ... ไม่ช้ามันก็เสื่อม เราน่ะมันดีแค่ไหน
    การเสกว่าคาถาต่าง ๆ นี่
    ก็เป็นการอาราธนาบารมีของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
    หรือเทวดา หรือ พรหม ... มาช่วย
    แต่ว่าคาถาบางอย่าง ก็จะว่าแต่เฉพาะบางจุด

    การเสกพระเสกเจ้า หรือเสกผ้ายันต์ เสกอะไรต่ออะไรพวกนี้
    ถ้าเราเอาตัวของเราออกเสีย เราไม่เข้าไปยุ่ง
    แต่อาราธนาบารมี ...
    พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระอริยสาวกทั้งหมด
    พรหม หรือ เทวดาทั้งหมด ... ท่านมาช่วย
    ท่านทำประเดี๋ยวเดียว ๒-๓ นาที มันก็เสร็จ
    ดีกว่าเราทำ ๑,๐๐๐ ปี
    แล้วเราจะเอาอะไรบ้าง ก็อาราธนาบอกท่าน
    บอกว่า ขอให้ใช้ได้อย่างนั้นอย่างนี้

    แต่อย่าลืมนะ ถ้าใช้ในทางทุจริต หรือ กฎของกรรมบังคับ
    ไม่มีอะไรจะคุ้มครองใครได้ ถ้าหากว่าใครเลวอยู่แล้ว ก็คอยพยุงๆให้เลวน้อยลงไปนิดหนึ่งได้
    ถ้าใครดีขึ้นมาหน่อย ก็พยุงให้ดีมากได้
    นี่เป็นกฎของ อำนาจพุทธบารมี ธรรมบารมี สังฆบารมี และพรหม และเทวดาทั้งหลาย

    ท่านพูดแล้ว ท่านก็ชอบใจ
    บอกว่าคุณเล็กทำถูก ตอนก่อนฉันรู้ ไปตั้งท่าเข้าสมาบัติอยู่คืนละ ๒-๓ ชั่วโมง
    ฉันนั่งอยู่ที่กุฏินี่ ฉันก็รู้ แต่ที่ฉันไม่บอกไว้ก่อน เพราะจะให้คุณเล็กนี่นะรู้เอง
    การทำตัวเป็นคนเก่งเองน่ะ มันใช้ไม่ได้

    มันต้องให้พระท่านเก่งซี
    พระพุทธท่านเก่ง พระธรรมท่านเก่ง พระสงฆ์ท่านเก่ง พรหมท่านเก่ง เทวดาท่านเก่ง
    ของที่เราทำ เราจะไปตามคุ้มครองชาวบ้านชาวเมืองได้ยังไงทุกคน
    ถ้าหากพระก็ดี พรหมก็ดี เทวดาก็ดี ท่านช่วยคุ้มครอง
    ท่านก็มองเห็นได้ถนัด สงเคราะห์เขาได้โดยสะดวก
     

แชร์หน้านี้

Loading...