เมื่อขี้เกียจ..ภาวนา..

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 18 มีนาคม 2016.

แท็ก:
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,326
    กระทู้เรื่องเด่น:
    363
    ค่าพลัง:
    +59,751
    หากรู้สึกว่า ไม่อยากภาวนาเลย อยากนอน ขี้เกียจ
    ให้พิจารณาเพื่อเพิ่มวิริยะ ดังต่อไปนี้



    อรรถกถา มหาสติปัฏฐานสูตร
    ธรรมเป็นเหตุเกิดวิริยสัมโพชฌงค์



    ธรรม ๑๑ ประการ ย่อมเป็นไปเพื่อความเกิดแห่งวิริยสัมโพชฌงค์ คือ
    ๑. การพิจารณาเห็นภัยในอบาย
    ๒. การเห็นอานิสงส์ของความเพียร
    ๓. การพิจารณาวิถีทางดำเนิน
    ๔. ความเคารพยำเกรงในบิณฑบาต
    ๕. การพิจารณาความเป็นใหญ่แห่งการรับทรัพย์มรดก
    ๖. การพิจารณาความมีพระศาสดาเป็นใหญ่
    ๗. การพิจารณาความมีชาติเป็นใหญ่
    ๘. การพิจารณาความมีสพหมจารีเป็นใหญ่
    ๙. การงดเว้นบุคคลเกียจคร้าน
    ๑๐. การคบหาบุคคลผู้ปรารภความเพียร
    ๑๑. ความน้อมจิตไปในวิริยสัมโพชฌงค์นั้น.

    ๑. การพิจารณาเห็นภัยในอบาย

    บรรดาธรรม ๑๑ ประการนั้น เมื่อภิกษุผู้เจริญวิริยสัมโพชฌงค์
    แม้พิจารณาเห็นภัยในอบายอย่างนี้ว่า
    ใครๆ ไม่อาจยังวิริยสัมโพชฌงค์ให้เกิดได้
    ๐ในเวลาที่เสวยทุกข์ใหญ่จำเดิมแต่ถูกลงโทษด้วยเครื่องจองจำ ๕ ประการในนรกก็ดี
    ๐ในเวลาที่ถูกเขาจับด้วยเครื่องจับมี ข่าย แห และอวนเป็นต้นบ้าง
    ๐ในเวลาขับต้อนทิ่มแทงด้วยเครื่องประหารมีปะฏักเป็นต้น ให้ลากเกวียนบ้าง
    ๐ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานก็ดี
    ๐ในเวลาที่ทุรนทุรายด้วยความหิวกระหายตั้งหลายพันปีบ้าง พุทธันดรหนึ่งบ้าง ในเปรตวิสัยก็ดี
    ๐ในเวลาที่ต้องเสวยทุกข์อันเกิดแต่ลมและแดดเป็นต้น ด้วยเรือนร่างที่สูงประมาณ ๖๐ ศอก ๘๐ ศอก เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ในจำพวกกาลกัญชิกอสูรก็ดี
    ดูก่อนนะภิกษุ เวลานี้เท่านั้น เป็นเวลาทำความเพียรของเธอ
    ดังนี้ วิริยสัมโพชฌงค์ย่อมเกิดขึ้นได้.

    ๒. การเห็นอานิสงส์

    เมื่อเห็นอานิสงส์อย่างนี้ว่า คนเกียจคร้านไม่อาจได้โลกุตตรธรรม ๙
    คนที่ปรารภความเพียรเท่านั้นจึงสามารถ
    นี้เป็นอานิสงส์ของความเพียร ดังนี้วิริยสัมโพชฌงค์ก็ย่อมเกิดได้.

    ๓. การพิจารณาวิถีทางดำเนิน

    เมื่อพิจารณาวิถีทางดำเนินอย่างนี้ว่า ควรดำเนินทางที่พระพุทธเจ้า
    พระปัจเจกพุทธเจ้า พระมหาสาวกทุกพระองค์ดำเนินไปแล้ว
    ทางนั้น คนเกียจคร้านไม่อาจเดินไปได้ ดังนี้วิริยสัมโพชฌงค์ก็ย่อมเกิดได้.

    ๔. การเคารพยำเกรงต่อบิณฑบาต

    เมื่อพิจารณาความเคารพยำเกรงต่อบิณฑบาตอย่างนี้ว่า
    มนุษย์เหล่าใดบำรุงเธอด้วยปัจจัยมีบิณฑบาตเป็นต้น
    มนุษย์เหล่านั้นนี้ ก็ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่ทาส และคนงานของเธอเลย
    ทั้งมนุษย์เหล่านั้นก็มิใช่ถวายปัจจัยมีจีวรเป็นต้นอันประณีตแก่เธอ
    ด้วยคิดว่าจักอาศัยเธอเลี้ยงชีวิต โดยที่แท้ เขาหวังให้อุปการะที่ตนทำแล้วมีผลมาก จึงถวาย
    แม้พระศาสดาก็มิได้ทรงพิจารณาเห็นอย่างนี้ว่า
    ภิกษุนี้บริโภคปัจจัยเหล่านี้แล้ว จักมีร่างกายแข็งแรงมากอยู่เป็นสุข
    ดังนี้ แล้วทรงอนุญาตปัจจัยแก่เธอ โดยที่แท้ พระองค์ทรงพิจารณาเห็นว่า
    ภิกษุบริโภคปัจจัยเหล่านี้ บำเพ็ญสมณธรรม จักพ้นจากทุกข์ในวัฏฏะได้ดังนี้
    จึงทรงอนุญาตปัจจัยไว้ เดี๋ยวนี้ เธอเกียจคร้านอยู่ ไม่เคารพยำเกรงบิณฑบาตนั้น
    ขึ้นชื่อว่าการเคารพยำเกรงต่อบิณฑบาต ย่อมมีแก่ผู้ปรารภความเพียรเท่านั้น
    ดังนี้ วิริยสัมโพชฌงค์ก็เกิดได้
    เหมือนวิริยสัมโพชฌงค์เกิดแก่ท่านพระมหามิตตเถระฉะนั้น.

    เรื่องพระมหามิตตเถระ

    เล่ากันว่า พระเถระอาศัยอยู่ในถ้ำชื่อ กสกะ.
    และมหาอุบาสิกาผู้หนึ่งในบ้านเป็นที่โคจรของท่าน บำรุงพระเถระเหมือนบุตร.

    วันหนึ่ง นางจะไปป่า จึงสั่งลูกสาวว่า ลูก ข้าวสารเก่าอยู่โน้น
    น้ำนม เนยใส น้ำอ้อย อยู่โน้น เวลาที่พระเป็นเจ้ามิตตะ พี่ชายของเจ้ามาแล้ว
    จงปรุงอาหารถวายพร้อมด้วยน้ำนม เนยใส และน้ำอ้อย ด้วยนะลูก.

    ลูกสาวถามว่า ก็แม่จะรับประทานไหมจ๊ะ.
    มหาอุบาสิกาตอบว่า ก็เมื่อวานนี้ แม่รับประทานอาหารสำหรับค้างคืน (ปาริวาสกภัต)
    ที่ปรุงกับน้ำส้มแล้วนี้จ๊ะ.
    ลูกสาวถามว่า แม่จักรับประทานกลางวันไหมจ๊ะ.
    มหาอุบาสิกาสั่งว่า เจ้าจงใส่ผักดองแล้วเอาปลายข้าวสาร
    ต้มข้าวต้มมีรสเปรี้ยวเก็บไว้ให้เถอะลูก.

    พระเถระครองจีวรแล้วกำลังนำบาตรออก (จากถลก) ได้ยินเสียงนั้นแล้ว
    ก็สอนตนเองว่า ได้ยินว่า มหาอุบาสิการับประทานแต่อาหารสำหรับค้างคืนกับน้ำส้ม
    แม้กลางวันก็จักรับประทานข้าวต้มเปรี้ยวใส่ผักดอง
    นางบอกอาหารมีข้าวสารเก่าเป็นต้น เพื่อประโยชน์แก่เธอ
    ก็มหาอุบาสิกานั้นมิได้หวังที่นาที่สวน อาหาร และผ้า เพราะอาศัยเธอเลย
    แต่ปรารถนาสมบัติ ๓ ประการ (มนุษย์สมบัติ สวรรคสมบัติ นิพพานสมบัติ) จึงถวาย
    เธอจักสามารถให้สมบัติเหล่านั้นแก่มหาอุบาสิกานั้นได้หรือไม่เล่า ดังนี้
    ท่านคิดว่า บิณฑบาตนี้แล เธอยังมีราคะโทสะโมหะอยู่ ไม่อาจรับได้ดังนี้แล้ว
    ก็เก็บบาตรเข้าถลก ปลดดุมจีวร กลับไปถ้ำกสกะเลย เก็บบาตรไว้ใต้เตียง พาดจีวรไว้ที่ราวจีวร
    นั่งลงอธิษฐานความเพียรว่า เราไม่บรรลุพระอรหัต จักไม่ออกไปจากถ้ำดังนี้.
    ภิกษุผู้ไม่ประมาทอยู่มาช้านาน เจริญวิปัสสนา ก็บรรลุพระอรหัตก่อนเวลาอาหารเช้า
    เป็นพระมหาขีณาสพ (สิ้นอาสวะแล้ว) นั่งยิ้มอยู่ เหมือนดอกปทุมที่กำลังแย้มฉะนั้น.
    เทวดาผู้สิงอยู่ที่ต้นไม้ใกล้ประตูถ้ำเปล่งอุทานว่า
    นโม เต ปุริสาชญฺญ นโม เต ปุริสุตฺตม
    ยสฺส เต อาสวา ขีณา ทกฺขิเณยฺโยสิ มาริส
    ท่านบุรุษอาชาไนย ข้าพเจ้าขอนอบน้อมท่าน
    ท่านยอดบุรุษ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมท่าน ข้าพเจ้าขอ
    นอบน้อมท่านผู้มีอาสวะสิ้นแล้ว ท่านผู้นิรทุกข์ ท่าน
    เป็นผู้ควรทักษิณาทาน ดังนี้
    แล้วกล่าวว่า ท่านเจ้าข้า พวกหญิงแก่ถวายอาหารแก่พระอรหันต์ทั้งหลาย
    เช่นท่านผู้เข้าไปบิณฑบาต จักพ้นจากทุกข์ได้ ดังนี้.
    พระเถระลุกขึ้นเปิดประตูดูเวลา ทราบว่ายังเช้าอยู่ จึงถือบาตรและจีวรเข้าสู่หมู่บ้าน
    ฝ่ายเด็กหญิงจัดเตรียมอาหารเสร็จแล้ว นั่งคอยดูอยู่ตรงประตู
    ด้วยนึกว่า ประเดี๋ยวพี่ชายเราคงจักมา ประเดี๋ยวพี่ชายเราคงจักมา.
    เมื่อพระเถระมาถึงประตูเรือนแล้ว เด็กหญิงนั้นก็รับบาตรบรรจุเต็มด้วยอาหารเจือน้ำนม
    ที่ปรุงด้วยเนยใส และน้ำอ้อยแล้ว วางไว้บนมือ (ของพระเถระ).
    พระเถระทำอนุโมทนาว่า จงมีสุขเถิด แล้วก็หลีกไป.
    เด็กหญิงนั้นยืนจ้องดูท่านอยู่แล้ว. ความจริง ในคราวนั้น ผิวพรรณของพระเถระบริสุทธิ์ยิ่งนัก
    อินทรีย์ผ่องใส หน้าของท่านเปล่งปลั่งยิ่งนัก ประดุจผลตาลสุกหลุดออกจากขั้วฉะนั้น.
    มหาอุบาสิกากลับมาจากป่าถามว่า พี่ชายของเจ้ามาแล้วหรือลูก.
    เด็กหญิงนั้นก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้มารดาฟัง.
    มหาอุบาสิกาก็รู้ได้ว่า วันนี้ บรรพชิตกิจแห่งบุตรของเราถึงที่สุดแล้ว
    จึงกล่าวว่า ลูก พี่ชายของเจ้ายินดียิ่งนักในพระพุทธศาสนา ไม่กระสัน (อยากสึก) แล้วล่ะดังนี้.

    ๕. การพิจารณาความมีทรัพย์มรดกเป็นใหญ่

    เมื่อพิจารณาความมีทรัพย์มรดกเป็นใหญ่อย่างนี้ว่า
    ก็ทรัพย์มรดกของพระศาสดามีมากแล คือ อริยทรัพย์ ๗ ประการ
    ทรัพย์มรดกนั้น ผู้เกียจคร้านไม่อาจรับได้
    เหมือนอย่างว่า มารดาบิดาย่อมตัดบุตรผู้ประพฤติผิด
    ทำให้เป็นคนภายนอกว่า คนนี้ไม่ใช่ลูกของเรา
    เมื่อมารดาบิดาล่วงลับไป เขาก็ไม่ได้รับทรัพย์มรดกฉันใด
    แม้บุคคลผู้เกียจคร้านก็ฉันนั้น ย่อมไม่ได้มรดก คืออริยทรัพย์นี้
    ผู้ปรารภความเพียรเท่านั้น ย่อมได้รับดังนี้วิริยสัมโพชฌงค์ย่อมเกิดได้.

    ๖. การพิจารณาความมีพระศาสดาเป็นใหญ่

    เมื่อพิจารณาความมีพระศาสดาเป็นใหญ่อย่างนี้ว่า พระศาสดาของเธอเป็นใหญ่
    เพราะในเวลาที่พระศาสดาของเธอทรงถือปฏิสนธิ ในพระครรภ์ของพระมารดาก็ดี
    เวลาเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ก็ดี เวลาตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณก็ดี
    เวลาประกาศพระธรรมจักร แสดงยมกปาฏิหาริย์ เสด็จลงจากเทวโลก และทรงปลงอายุสังขารก็ดี
    เวลาเสด็จดับขันธปรินิพพานก็ดี หมื่นโลกธาตุก็หวั่นไหวแล้ว
    เธอบวชในพระศาสนาของศาสดามีอานุภพมากขนาดนี้แล้ว
    เป็นคนเกียจคร้าน ควรแล้วหรือ ? ดังนี้วิริยสัมโพชฌงค์ย่อมเกิดได้.

    ๗. การพิจารณาความมีชาติเป็นใหญ่

    เมื่อพิจารณาความมีชาติเป็นใหญ่ อย่างนี้ว่า
    แม้โดยชาติ บัดนี้ เธอไม่ใช่คนมีชาติต่ำแล้วละ
    เธอชื่อว่าเกิดแล้วในวงศ์ของพระเจ้าอุกกากราช
    ที่สืบทอดกันมาโดยมหาสมมตประเพณี ไม่เจือปนกับชนชาติอื่น

    เธอเป็นพระนัดดา (หลาน) ของพระเจ้าสุทโธทนมหาราช
    และพระนางเจ้ามหามายาเทวี เป็นพระอนุชา (น้อง) ของท่านพระราหุลพุทธชิโนรส
    ขึ้นชื่อว่าเธอ เป็นพุทธชินบุตรเห็นปานฉะนี้แล้วอยู่อย่างคนเกียจคร้าน ไม่สมควร
    ดังนี้วิริยสัมโพชฌงค์ย่อมเกิดได้.

    ๘. การพิจารณาความมีสพรหมจารีเป็นใหญ่
    เมื่อพิจารณาความมีสพรหมจารีเป็นใหญ่อย่างนี้ว่า
    ท่านพระสารีบุตร ท่านพระโมคคัลลานะ และพระสาวกผู้ใหญ่ ๘๐ รูป
    แทงตลอด (ตรัสรู้) โลกุตตรธรรมด้วยความเพียรกันทั้งนั้น
    เธอจะดำเนินตามทางของสพรหมจารีเหล่านั้น หรือไม่ดำเนินตามเล่า
    ดังนี้วิริยสัมโพชฌงค์ย่อมเกิดได้.

    สำหรับ

    ๙. การงดเว้นบุคคลผู้เกียจคร้าน
    ๑๐. การคบหาบุคคลผู้ปรารภความเพียร
    ๑๑. ความน้อมจิตไปในวิริยสัมโพชฌงค์นั้น

    เมื่อเว้นบุคคลผู้เกียจคร้าน ผู้สละความเพียรทางกายและทางใจ
    ซึ่งเป็นเหมือนงูเหลือมกินเต็มท้อง แล้วก็หยุดอยู่กับที่ก็ดี
    คบหาบุคคลผู้ปรารภความเพียร ผู้อุทิศตนมุ่งปฏิบัติธรรมก็ดี
    มีจิตโน้มน้อมโอนไป เพื่อให้ความเพียรเกิดขึ้นในอิริยาบถทั้งหลายมียืนนั่งเป็นต้นก็ดี
    วิริยสัมโพชฌงค์ย่อมเกิดได้.


    ภิกษุย่อมรู้ชัดว่า วิริยสัมโพชฌงค์นั้นที่เกิดแล้วด้วยอาการอย่างนี้
    ย่อมเจริญบริบูรณ์ด้วยอรหัตตมรรค.




    เครดิต https://www.facebook.com/บูชาธรรม-พ่อแม่ครูอาจารย์-547484925274505/?fref=nf
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 19 มีนาคม 2016
  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,326
    กระทู้เรื่องเด่น:
    363
    ค่าพลัง:
    +59,751
    [​IMG]

    อย่าปฏิบัติแบบไฟไหม้ฟาง (หมายถึงไหม้วูบเดียวแล้วก็ดับ  กล่าวคือ ขยันก็ทำ ขี้เกียจก็หยุด อย่างนี้ใช้ไม่ได้ ต้องทำ (ปฏิบัติธรรม) ให้สม่ำเสมอให้ได้ทั้งในยามขยันและขี้เกียจ)

    ...หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ...
     
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,326
    กระทู้เรื่องเด่น:
    363
    ค่าพลัง:
    +59,751
    [​IMG]
     
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,326
    กระทู้เรื่องเด่น:
    363
    ค่าพลัง:
    +59,751
    พิจารณาเห็นความตาย ที่มาเยือนได้ตลอดเวลา ทุกลมหายใจ
     
  5. ไม่มีเพศ

    ไม่มีเพศ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มีนาคม 2016
    โพสต์:
    134
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +66
    ขออนุญาติเก็บไว้อ่านแบบออฟไลน์นะครับผม
     
  6. Busaniisa

    Busaniisa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    103
    ค่าพลัง:
    +102
    ดูแล้วเราเป็นพวกขี้เกียจ เปรียบจรเข้ที่นอนสมาธิตลอดเวลา:'(
     
  7. น้ำเกลี้ยง

    น้ำเกลี้ยง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กุมภาพันธ์ 2014
    โพสต์:
    212
    ค่าพลัง:
    +505
    ดีงามครับ สาธุๆ
     
  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,326
    กระทู้เรื่องเด่น:
    363
    ค่าพลัง:
    +59,751
    [​IMG]


    ขยัน ก็ทำ

    ขี้เกียจ ก็ทำ

    อดทนทำไป เมื่อชีวิตผ่านไป ผ่านไป พอย้อนกลับมาดู อ้าวเราทำมานานมาเยอะเหมือนกัน ทำจนชิน ขาดไม่ได้ไปเอง
     
  9. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,326
    กระทู้เรื่องเด่น:
    363
    ค่าพลัง:
    +59,751
    [​IMG]
     
  10. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,326
    กระทู้เรื่องเด่น:
    363
    ค่าพลัง:
    +59,751
    [​IMG]
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  11. เจ้าพระญา

    เจ้าพระญา สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 มิถุนายน 2016
    โพสต์:
    13
    ค่าพลัง:
    +6
    ผมขี้เกียจบ่อยมาก รู้สึกหมดกำลังใจบ่อยๆ5555
     
  12. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,326
    กระทู้เรื่องเด่น:
    363
    ค่าพลัง:
    +59,751
    [​IMG]
     
  13. เด็กสร้างบ้าน

    เด็กสร้างบ้าน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,195
    ค่าพลัง:
    +538
    เหมือนเปิดของที่ปิดอยู่ครับ ขอบคุณมากครับ
     
  14. ABT

    ABT เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    232
    ค่าพลัง:
    +1,521
    อ่านธรรมหลวงปู่เมื่อไรกำลังใจเต็มเปี่ยมทุกที โมทนาสาธุ โมทนาสาธุ โมทนาสาธุ
    น้อมกราบหลวงปู่ด้วยเศียรเกล้า ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด สาธุ สาธุ สาธุ
     
  15. มังกรบูรพา

    มังกรบูรพา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,539
    ค่าพลัง:
    +9,285
    <img border="0" src="http://image.free.in.th/v/2013/iy/160501020600.jpg" alt="images by free.in.th"/></a>

    เหนื่อยบ้าง ท้อบ้างขี้เกียจบ้าง แต่อย่าหยุด ภาวนานะ

    หยุดเมื่อไหร่ก็ดิ่งลงเหว ไม่ใช่อยู่ที่เดิม

    เหนื่อยก็ภาวนาอย่างเหนื่อย

    ท้อก็ภาวนาอย่างท้อ

    ขี้เกียจก็ภาวนาอย่างขี้เกียจ

    เมื่อไม่หยุด เมื่อนั้นก็เข้าทาง

    ยังพอดำเนินไปตามทางได้

    เมื่อนั้นจะเห็นเองว่าที่ผ่านมานั้น

    เป็นแรง เป็นกำลัง ที่จะให้ก้าวเดิน

    ไปบนหนทางนี้ได้อย่างมั่นคง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 15 มิถุนายน 2016
  16. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,326
    กระทู้เรื่องเด่น:
    363
    ค่าพลัง:
    +59,751
    [​IMG]
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  17. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,326
    กระทู้เรื่องเด่น:
    363
    ค่าพลัง:
    +59,751
    [​IMG]
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  18. เสขะ บุคคล

    เสขะ บุคคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    1,146
    กระทู้เรื่องเด่น:
    16
    ค่าพลัง:
    +3,766
    [​IMG]

    อุบายวิธีทำความเพียร


    ครั้งหนึ่งที่ได้สนทนาปัญหาธรรมกับหลวงพ่อ
    ท่านเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า...เขามาถามปัญหาข้า
    ข้าก็ตอบไม่ได้อยู่ปัญหาหนึ่ง



    ผู้เขียนเรียนถามท่านว่า “ปัญหาอะไรครับ”
    ท่านเล่าว่า “เขาถามว่า ขี้เกียจ(ปฏิบัติ) จะทำอย่างไรดี”


    หลวงพ่อหัวเราะ ก่อนที่จะตอบต่อไปว่า
    “บ๊ะ ขี้เกียจก็หมดกัน ก็ไม่ต้องทำซิ”


    สักครู่ท่านจึงเมตตาสอนว่า
    “หมั่นทำเข้าไว้ ... ถ้าขี้เกียจให้นึกถึงข้า ข้าทำมา ๕๐ ปี
    อุปัชฌาย์ข้าเคยสอนไว้ว่า ถ้าวันไหนยังกินข้าวอยู่
    ก็ต้องทำ วันไหนเลิกกินข้าว...นั่นแหละถึงไม่ต้องทำ”



    จากหนังสือ ๑๐๑ปี หลวงพ่อดู่ พรหมปัญโญ
    ดาวน์โหลด
    v
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  19. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,326
    กระทู้เรื่องเด่น:
    363
    ค่าพลัง:
    +59,751
    รวยก็ตาย จนก็ตาย เหมือนกัน
    สุขก็ตาย ไม่สมหวังก็ตาย สมหวังก็ตาย

    ..ทำไม ไม่สวดมนต์ ภาวนา เอากำไรที่แท้จริงให้กับชีวิต..ก่อนร่างกายนี้มันจะตาย


    จะได้มี"กำลัง" ทำชีวิตให้ดีต่อไปในอนาคต
     
  20. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,326
    กระทู้เรื่องเด่น:
    363
    ค่าพลัง:
    +59,751
    ....เพราะ จิต ใจ มันติดโลก

    ก็เลยไม่ใส่ใจ ที่จะปฏิบัติ จะสวดมนต์


    ติดโลกยังไง...... พวกติดสุข ก็ หลง ระเริง ในความสุขทางเนื้อหนัง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส

    พวกติดทุกข์ ก็ ปล่อยให้ใจ ครุ่นคิดไม่พอใจ อาฆาต พยาบาท จมทุกข์




    ใหม่ๆ ต้องฝืน มีสติ สัมปชํญญะ รู้ทัน ว่ามันติดสุข ติดทุกข์ ก็รู้ตัวบ่อยๆ ที่จะฝืน
    เอาใจไปสวด ภาวนา ฯลฯ เหมือนท่อนซุงที่กระทบฝั่งสองข้าง ถ้าไม่ติดคาฝั่งแล้ว เดี๋ยวก็ไหลไปจนถึงทะเลใหญ่คือ ความพ้นทุกข์ จนได้
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...