เตรียมตัวให้พร้อม...มันกำลังมา! แจ้งข่าวสารการชำระโลก

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย jityim, 23 เมษายน 2018.

  1. TheKunKeng

    TheKunKeng เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2015
    โพสต์:
    303
    ค่าพลัง:
    +916
    o_O จิตจักรวาลมีจริงๆ ด้วยเหรอ?... ที่ อาจารย์ท่านนี้พูด มีเกี่ยวกับจิตจักรวาล(หรือ องค์พระบิดา) ฝากข่าวมาเตือนภัยพิบัติด้วยอะนะ เทปตอนนี้ผมเคยดูด้วยอะนะ เมื่อนานมาแล้ว...ตอนนั้นไม่คิดว่าจะได้ดูได้ฟังเรื่องพวกนี้เลยอะ นึกว่า พวกนักวิชาการ กับ อาจารย์ วิเคราะห์เกี่ยวกับการเมือง :confused:

     
  2. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +3,025
    ถ้าหากตัวของเราสัมผัสรับรู้ได้ว่ามีอยู่จริง เกิดขึ้นเป็นตัวตนจริง ๆ (ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง) จิตจักรวาลที่เป็นพลังงานแก่นแท้มีอยู่จริงค่ะ

    จิตจักรวาลเป็นตัวตนแก่นแท้ที่สูงส่ง ที่เป็นอีกภาคหนึ่งของมนุษย์ทุกคน ถ้านิยามกันง่าย ๆ "จิตจักรวาล ก็คือ กล่องพลังงานแห่งความคิด" อันเป็นคุณสมบัติพิเศษที่เกิดขึ้นจากการรวมต้วกันของอนุภาคคลื่นแสงความถี่สี่สูงเหนือความถี่ของรังสีแกรมม่าขึ้นไปอีกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอนุภาคเหล่านี้จะมีความสามารถในการคิดรู้ได้ทุกสรรพสิ่ง หรือเป็นรูปธรรมหนึ่งของจักรวาลที่มีพลังอำนาจในการคิดรู้ได้นั่นเอง

    โดยที่คุณสมบัติของแสงที่มนุษย์ยังไม่เคยค้นพบและล่วงรู้มาก่อน ซึ่งจัดว่าเป็นพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็กรูปหนึ่งเช่นกัน

    จิตจักรวาล หรือ จิตวิญญาณ เป็นการรวมตัวกันของคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็ก เป็นกลุ่มของอนุภาคคลื่นแสงที่เล็กละเอียดยิ่งกว่าโฟตอน ปรากฎอยู่ในมิติที่สาม ซึ่งกาลเวลาหยุดนิ่ง และสามารถเคลื่อนที่ไปในสนามพลังงานใด ๆ ก็ได้ เพราะไม่มีประจุไฟฟ้า แม้จะเป็นอนุภาคของคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กก็ตาม ซึ่งเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสง คือ อนุภาคของเตคีออน

    นักวิทยาศาตร์โลกได้กล่าวไว้ว่า อนุภาคของเตคีออน มีเงื่อนไขสำคัญข้อหนึ่ง อนุภาคดังกล่าว ต้องเคลื่อนที่ในมิติเหนือกาลเวลา มิติของจักรวาลล้วนเป็นปัจจุบันทั้งหมด ไม่มีอดีตที่เวลาเป็นลบ ไม่มีอนาคตที่เวลาเป็นบวก เวลาปัจจุบันเท่ากับหนึ่ง

    หากมนุษย์รู้แจ้งได้ว่า....

    จิตจักรวาล ล้วนเป็นผู้สร้างกฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาล อันเป็นสากล

    จิตจักรวาล ล้วนเป็นแก่นหนึ่งในแก่นแท้ของสรรพสิ่งที่ดำรงรูปธรรมอยู่ ในสนามพลังงานจักรวาล

    จิตจักรวาล คือรูปธรรมทางพลังงานเหนือมิติแห่งกาลเวลา ผู้รอบรู้จากการคิดรู้ในทุกสรรพสิ่ง


    เพียงแค่ความเข้าใจและรู้แจ้งในความหมายข้างต้น ย่อมรู้ได้เองว่า ไม่มีเรื่องราวใด ๆ เหตุการณ์ ใด หรือ สถานการณ์ใด ที่มันจะเกิดขึ้นตรงบริเวณไหนหลีบไหนภายในมหจักรวาล หรือเอกภพที่จิตจักรวาลทุกรูปธรรมจะไม่ล่วงรู้แน่นอน ต่อให้มันลึกเร้นอยู่ภายในสรรพสิ่งนั้น หรือหลบเร้นอยู่ตรงซอกมุมใด จิตจักรวาลต่าง ๆ ต่างรับรู้ได้ทั้งสิ้น และรู้ล่วงหน้าด้วยว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง แม้กระทั่งสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นบนดาวเคราะห์โลกดวงนี้ และที่มันกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งมนุษย์เองยังไม่ล่วงรู้ หรือที่มันเกิดขึ้นผ่านมาแล้วในอดีตในวัฎจักรชีวิตอันเป็นภพชาติอดีตของมนุษย์เองก็ตาม

    จะไม่มีจิตจักรวาลรอบรู้ในเรื่องนั้น ๆ ทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคตของมนุษย์ได้อย่างไร ในเมื่อรูปธรรมของจิตจักรวาลทั้งหลาย ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในแก่นแท้ของสรรพสิ่ง เกิ่ยวข้องกัน ทั้งยังเป็นผู้กระทำหรือผู้ช่วยเหลือให้เกิดกระบวนการนั้น ๆ ด้วยตนเองอีกต่างหากด้วย

    บรรดาจิตจักรวาล ผู้มีพลังอำนาจสูงส่ง เปี่ยมล้นด้วยคลื่นความถี่ด้านบวก ซึ่งเกิดจากการสั่นสะเทือนของนิวเคลียสภายในใจกลางรูปธรรมอันเปี่ยมด้วยพลังงานความรัก ทั้งดำรงอยู่บนสนามพลังงานในเอกภพและนอกเอกภพ ต่างก็มองผ่านอณูปรมาณูที่เป็นช่องว่างของรูปธรรมของตนมายังดาวเคราะห์โลกใบนี้ได้อย่างชัดเจนเสมอ แม้มันจะคิดเป็นระยะทางหลายล้านปีแสงของโลกมนุษย์ก็ตาม จึงไม่มีสายธารพลังงานความรักจากจิตจักรวาลรูปธรรมใด ๆ ที่จะไม่อาจทอดโยงมาสู่รูปธรรมมนุษย์ทุกคนได้ หากตราบใดที่โลกยังมีสนามแม่เหล็กเชื่อมโยงกับสนามพลังงานจักรวาลสากลไว้ได้อย่างลงตัว นะค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 พฤศจิกายน 2019
  3. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +3,025



    ตามที่จิตยิ้มได้เคยลงรายละเอียดเรื่องนี้ไว้ค่ะ และเป็นการรักษาโรคด้วยตนเองฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งตนเองได้เคยใช้ในการรักษาโรคความดันสูงมาให้กับตนเองก่อนเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว โดยที่ปฏิบัติไปเองโดยไม่รู้ว่าคืออะไร แต่รู้ว่าผลลัพธ์ที่ได้รู้ว่าสิ่งที่ตนได้ทำคือ การรักษาโรคความดันสูงให้กับตัวเอง ทุกเริ่มปฏิบัติสมาธิด้วยการหายใจ ก่อนที่จะมารู้จักกับทฤษฎี popatas ที่ได้เขียนลง facebook เห็นว่ามีประโยชน์ และเกี่ยวข้องกับศาตร์จักรวาล และเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพลังงานยุคใหม่ด้วย เผื่อผู้ที่สนใจต้องการจะรักษาโรคด้วยตนเองค่ะ

    จาก วีดีโอในรายการ "ล่า"

    จากคำกล่าว "มันคือ สิ่งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นนิรันด์"

    "มีแสงมาบอกว่า "ให้หายใจแบบนี้ หายใจแบบนี้ อาการป่วยจะหายไป"

    "คนปกติยังไม่รู้เลยว่าตนเองหายใจอย่างไร บางทีกลั้นลมหายใจอยู่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ"

    ซึ่งเรื่องนี้ผู้ที่หายใจสมาธิทั่วไปจะรู้ได้ค่ะว่า สมาธิกับลมหายใจดีอย่างไร แต่ทำไม? เมื่อปฏิบัติสมาธิแล้ว ยังต้องเจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรัง....

    เราหายใจไปทำไม?

    อากาศ...ในอากาศมันมีอ๊อกซิเจน มีความชื้นสัมผัส และมีสนามแม่เหล็ก ( Electromagnetic energy ) ในสนามแม่เหล็ก เป็นสนามแม่เหล็กเดียวกับร่างกายที่ใช้ในระดับเซลล์กับระบบประสาท ใช้กลไกในการสั่งเป็นการส่งสัญญาณแบบกระแสไฟฟ้า แต่ต้องผ่านด้วยมวลของเหลว ก็คือ เลือดต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างกาย ในเลือดต่าง ๆ จะมีสนามแม่เหล็กชนิดหนึ่งที่เป็นตัวกระจายคลื่นต่าง ๆ ไปยังเซลล์ต่าง ๆ เพื่อหล่อเลี้ยง เราไม่ได้บอกว่าเรากินอาหารแล้วอิ่ม แต่เราอาหารเหล่านั้นเป็นสารอาหาร และสารอาหารนั้นก็ปรับเปลี่ยนเป็นรูปพลังงาน

    แต่ลมหายใจทฤษฎี Popatas ไม่ใช่อย่างนั้น เป็นการเอาพลังงานแท้ ๆ ที่ใช่ของมันจริง ๆ ที่เซลล์ต้องการ....

    เซลล์ต้องการแม่เหล็กไฟฟ้า คือ พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นความถี่นี้มีอยู่ในอากาศ ด้วยการหายใจ...

    วิธีการหายใจไม่มีอะไรมากแค่...

    หายใจเข้าให้สุดแล้วกลั้น
    หายใจออกให้สุดแล้วกลั้น
    (คือหายใจเข้าและออก ลึกให้สุดจริง ๆ เหมือนจะขาดใจตาย และกลั้นเอาไว้สัก 3-5 วินาที)

    นั่นคือการนำเอาประจุไฟฟ้าเข้าไปในร่างกาย

    แต่ที่สำคัญเลยค่ะ.. ก็คือการกำหนดไมโครชิพ ซึ่งเป็นการกระตุ้นคลื่นเซลล์เพื่อใช้ในการรักษา ที่เป็นขุมพลังงานแหล่งต้นกำเนิดของจักรวาลนี้ เพื่อเป็นการถอดรหัสแบบใช้คลื่นเสียง ที่มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้มีไมโครชิพหมด แต่ไม่เคยใช้มัน หรือไม่เคยถูกใช้งานเลยค่ะ

    ทฤษฎี popatas มีไหมที่คน ๆ นั้นทำแล้วไม่หาย?

    ไม่มีไม่หาย ยกเว้นคน ๆ นั้นไม่ทำ หรือไม่ทำต่อ มีมากมายที่ไม่สำเร็จ เพราะเขาท้อและมีข้อจำกัด

    เห็นว่ามีประโยชน์และได้รับรู้ข้อมูลจากจักรวาลด้วยในยุคพลังงานใหม่นี้ที่จักรวาลต้องการยกระดับทั้งกาย และจิตใจ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อสร้างความสมดุลให้แก่โลกและจักรวาลนี้ค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤศจิกายน 2019
  4. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +3,025
    ในการปรับเปลี่ยนโครงข่ายสนามแม่เหล็กโลก ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้นั้น จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงมนุษย์มากมาย ขณะที่มนุษย์หลายรายยังไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า ตนเองกำลังถูกเปลี่ยนแปลง...

    เช่น การเพิ่มพลังอำนาจแม่เหล็กโลกจะทำให้สัดส่วนของอำนาจแม่เหล็กในยีนส์หรือดีเอ็นเอภายในเซลล์ร่างกายของมนุษย์ปรับเปลี่ยนตามไปด้วย

    การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนอำนาจแม่เหล็ก ตามอำนาจแม่เหล็กโลกระบบใหม่นี้ ตัวรับคลื่นสัญญาณ คือ เส้นใยเกลียวแม่เหล็ก 2 ขั้วทั้ง 12 แท่ง ที่เกิดจากเส้นใยดีเอ็นเอ จำนวน 4 เส้น ขดตัวอยู่ด่วยกัน 3 ทบ ซึ่งเร้นอยู่ในนิวคลิโอไทด์ ที่ตามนุษย์มองไม่เห็น

    เมื่อได้รับสัญญาณแล้วมันจะทวนสัญญาณเป็นรหัสบุรพกรรมแม่เหล็กออกมาสู่ภายนอกหรือยีนส์ดีเอ็นเอ ที่อยู่ภายนอกอีกทอดหนึ่ง

    อำนาจแม่เหล็กที่เพิ่มขึ้นนี้ ร่างกายจะแปลความหมายว่า ร่างกายมนุษย์ยุคพลังงานใหม่จะมีอายุการใช้งานยาวนานยิ่งขึ้น มนุษย์จะมีอายุยืนยาวกว่ายุคพลังงานเก่า เพื่อช่วยลดวัฏจักรแห่งการเกิดภพชาติของมนุษย์แต่ละคนให้สั้นลง นั่นคือในช่วงชีวิตแต่ละคนจะมีดวลาจำกัดกรรมของตนมากขึ้น แทนที่ต้องจบชีวิตลงสู่การเกิดใหม่แล้วรอจนถึงอายุ 20 ปี เพื่อพัฒนาจิตสำนึก และกลไกต่าง ๆ ของร่างกายพร้อมที่จะใช้งาน ซึ่งเป็นการเสียเวลามากโข

    โลกยุคพลังงานเก่า มีอุปสรรคมากในการทำกิจกรรมทางจิตวิญญาณ โดยมีอำนาจแม่เหล็กโลก เป็นกลไกในการปิดกลั้นความเข้าใจการมี 2 ภาค ของแต่ละคนเอาไว้ โดยมีบานประตูปิดกี้นมิติ หรือ ตาที่สาม เป็นกลไกหลัก

    แต่ในขณะที่อำนาจแม่เหล็กโลกเพิ่มขึ้น จะช่วยฟื้นฟูต่อมไร้ท่อทุกต่อมในร่างกายมนุษย์รวมถึงต่อมไพนีลด้วย บานประตูระหว่างมิติจะแง้มไว้ให้มนุษย์ที่ใฝ่หาการรู้แจ้งเข้าถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้น อุปสรรคเดิมจะหมดไป ถ้ามนุษย์ใส่ใจฝึกฝนตนเอง และสามารถสื่อเป็นภาษาที่สามกับจักรวาล และรูปธรรมชั้นสูงได้ทั่วสากล

    โลกต้องสร้างจิตสำนึกรวมหมู่ และทุกคนต้องมีพลังงานความรักหยิบยื่นให้แก่กัน ไม่แบ่งแยกสีผิว เชื้อชาติ และศาสนา และทุกคนล้วนเป็นหนึ่งเดียวกันในระบบโลกให้ได้

    นอกจากนั้น อำนาจแม่เหล็กโลกที่เพิ่มขึ้น จะช่วยค้ำจุนจิตสำนึกและยกระดับจิตสำนึกและสติปัญญาของมนุษย์ที่ยอมรับการปฏิบัติตนให้สอดคล้องรับการเปลี่ยนแปลงนี้สูงส่งยิ่งกว่าเก่า

    มนุษย์จะเข้าใจนัยปรัชญาทางศาสนา และปรัชญาเหนือวิทยาศาสตร์โลกในยุคพลังงานเก่าได้อย่างแจ่มแจ้งมากยิ่งขึ้น ความมีจิตใจคับแคบ การยึดติดกับรูปแบบความเห็นแก่ตัว รวมทั้งการกระทำไม่ถูกต้องต่อกันจะลดน้อยลง

    แต่ในทางกลับกัน มนุษย์ที่ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงนี้กลับมีอายุขัยที่สั้นลง บางรายก็จะเป็นอุปสรรคต่อการรู้แจ้งของมนุษย์คนอื่น ๆ มากยิ่งขึ้น

    การเปลี่ยนแปลงอำนาจแม่เหล็กที่เกิดขึ้น จึงมีผลโดยตรงต่อพลังงานชีวิตและจิตวิญญาณมนุษย์ทุกคน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤศจิกายน 2019
  5. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +3,025
    ดั่งคำพุทธทำนายที่กล่าวไว้ว่า...แสงสว่างได้ส่องมายังโลกอีกครา

    เมื่อคืนนี้ค่ะเป็นวันที่ 12 เดือน 12 เกิด Super MooN วันที่พระจันทร์ส่องสว่างสวยงามมาก


    ดาวน์โหลด (1).jpeg


    นึกถึงคำกล่าวของพระพุทธเจ้าที่ทรงตรัสไว้ว่า แสงสว่างของปัญญา เปรียบดั่งแสงจันทราในคืนเดือนเพ็ญ

    และเลข 12 ก็เป็นเลขอันสูงสุดของจักรวาล ซึ่งถ้าใช้เลขฐาน 12 แทนเลข ฐาน 10 แล้ว จะเป็นเลขแห่งโหราศาสตร์วิชาดูฟ้าดินได้อย่างแม่นยำ เพราะคือรหัสกุญแจที่ไขประตูมิติ

    ในเอกภพนี้จึงถือเอาเลขฐาน 12 เป็นศาสตร์สากลของจักรวาล อันได้มาจากค่าคงที่สูงสุด ก็คือ จำนวนเหลี่ยมมุมของรูปธรรมทางพลังงานแก่นแท้ หรือ อีกนัยหนึ่งคือรูปทรงเรขาคณิตของเหลี่ยมมุม ที่คือสัญญลักษณ์สื่อความหมายถึง ระดับสติปัญญาของรูปธรรมนั้น ที่ในความเป็นมนุษย์เรียกว่า "ปัญญาญาณ" ก็คือความสามารถในการใช้สติปัญญาของวิญญาณของมนุษย์นั่นเอง

    รูปทรงเรขาคณิต 12 เหลี่ยมมุม ซึ่งเป็นคุณสมบัติของจิตจักรวาลดวงใหญ่ ที่มีคุณสมบัติมหาสุญญตา หมายความว่า มีอนุภาคของคลื่นความถี่ที่เล็กละเอียดที่สุดในระดับที่แม้จะมีก็เหมือนไม่มี มีคลื่นความถี่การสั่นสะเทือนภายในรูปธรรมสูงสุด คือ การสั่นสะเทือนจนเหมือนไม่สั่นสะเทือน และมีอัตราการเหวี่ยงหมุนรอบตัวเองสูงที่สุด คือ หมุนก็เหมือนไม่หมุนแล้ว นั่นเอง

    ดังได้กล่าวมาแล้วว่า จำนวนเหลี่ยมมุมขึ้นกับค่าความถี่การสั่นสะเทือนของคลื่น และอัตราการเหวี่ยงหมุมรอบตัวเอง ถ้ามนุษย์คนใดมีปัญญาญาณสูงส่ง นั่นย่อมแสดงว่า มนุษย์ผู้นั้นต้องมีคุณสมบัติดังนี้คือ

    1. จิตมีพลังอำนาจ เพราะสามารถสั่นสะเทือนเป็นคลื่นความถี่สูงสุดด้านบวกได้

    2. เปิดใช้สมองซีกขวานำซ้ายได้

    3. มีประจุลบในจิตหยาบน้อย จึงมีที่ว่างภายในมาก โดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการสั่นสะเทือนของคลื่นจิตนั้น


    ผู้ใดที่สามารถเข้าถึงปัญญาญาณอันเกิดจากสมองซีกขวานำซีกซ้าย ที่เรียกว่า "ปัญญาญาณ" ร่วมกับจิตวิญญาณของตนได้ ผู้นั้นย่อมเข้าถึงสภาวะแห่งการมีภูมิธรรมได้โดยอัตโนมัติ เพราะปัญญาณถูกกำหนดไว้ให้ใช้ได้เฉพาะมนุษย์ผู้เข้าถึงภูมิธรรมแล้วเท่านั้น

    ในยุคพลังงานใหม่นี้....

    ถ้ามนุษย์ต้องการพลังอำนาจใหม่ให้ตนเอง มนุษย์ต้องพัฒนาตนเอง 3 ประการ ให้มันกล้าแกร่งและสมดุลกันทั้งหมดดังนี้

    1. สติปัญญา เพื่อสร้างอำนาจด้านความเฉลียวฉลาด
    2. ภูมิปัญญา เพื่อสร้างอำนาจด้านความรอบรู้
    3. ปัญญาญาณ เพื่อสร้างอำนาจด้านการหยั่งรู้

    ความเปลี่ยนแปลงที่มนุษย์ต้องเผชิญ ด้วยอำนาจคลื่นแม่เหล็กที่เพิ่มขึ้นนี้ อีกบางสิ่งหนึ่งที่ว่านี้คือ กรรมเก่าในอดีตชาติจะถูกกำจัด......

    หน้าที่สำคัญคือ มนุษย์ต้องหยุดสร้างพันธกรรมด้านลบกับมนุษย์อื่น ๆ เสียให้ได้ เพื่อไม่ให้เกิดกรรมใหม่ขึ้นมาอีก มนุษย์ต้องยอมเผชิญกรรมด้วยการฝ่าฟันมันไปให้ได้ มนุษย์ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำต่อผู้อื่นด้วยจิตสำนึกที่ผิดพลาดต่อตนเอง

    มนุษย์แต่ละคนจะต้องฝึกฝน การตัดสินใจ ของตนเองต่อเงื่อนไขอันไม่พึงประสงค์ใด ๆ ที่ต้องเผชิญ ให้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเสียให้ได้ เพื่อยุติกรรมนั้นไม่ให้เกิดเป็นวิบากกรรมของตนในภพชาติต่อ ๆ ไปอีก เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองเสียแต่ชาตินี้ แทนที่จะท้อแท้ต่อโชคชะตาจากการคิดแบบจิตมนุษย์ จงลบล้างมันในชาตินี้ เพื่อไม่ให้บังเกิดผลด้านลบอีกในอนาคตชาติ และจงทำให้พลังงานกรรมด้านบวกเพิ่มพูนต่อไปโดยไม่เสื่อมถอย

    การตัดสินใจถูกต้องในการกระทำต่อผู้ในชาตินี้เท่านั้น จะช่วยให้มนุษย์มีชีวิตที่เหมาะสมกว่าในชาติหน้า จงเลิกท้อแท้ในโชคชะตา หันหน้าเข้าเผชิญกับมันด้วยสติปัญญาที่มีอยู่
    โดยตัดอารมณ์ให้สิ้น โดยเฉพาะอารมณ์ใดที่จะนำไปสู่การกระทำไม่เหมาะสมกับบุคคลอื่น ๆ มนุษย์จะต้องมีความสามารถที่จะอยู่เหนืออำนาจของมัน ต้องเป็นผู้บงการมัน อย่าปล่อยให้มันบงการตัวเราในอันที่จะนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่ถูกต้องให้จงได้


    บทเรียนกรรมของมนุษย์ทุก ๆบท ล้วนเกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในภพชาติก่อน ๆ ทั้งสิ้น มันเป็นบทเรียนที่มนุษย์นั้นสอบตก เพราะตัดสินใจผิดพลาด จะได้แก้ไขใหม่เพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้องให้ได้ในชาติปัจจุบัน หายังแก้ไขไม่ได้ มนุษย์นั้นจะต้องเผชิญกับมันในภพชาติต่อ ๆ ไปอีกไม่รู้สิ้นสุด


    สิ่งที่ได้รับจากคืนนี้นอกจากจะได้รู้และเข้าใจแล้ว การพิจารณากับสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาทำให้เราได้รู้และเข้าใจอะไร ๆ อีกมากมายว่าไม่ถูกต้องเพราะเราคิดเช่นไร ถ้าถูกต้องเราต้องทำเช่นไร

    จึงเหมือนกับยุคนี้เป็นยุคทองแสงสว่างแห่งปัญญา และยุคแห่งการเกิดมาที่แสนมีโชค คือ สามารถที่จะกำหนดรู้ใด ๆ อันเนื่องมาจากยกระดับมิติที่สํงขึ้น เคยนึกถึงว่าถ้าเกิดไปในยุคที่มิติต่ำมาก ๆ ไร้ซึ่งสติปัญญา มีแต่ความมืดหนาปัญญาบอด อึดอัดคับแคบเจอแต่ตัวตนหนา ปัญญาหยาบ พบหาแสงสว่างปัญญายากจะทุกข์ยากสักเพียงใด ไปอยู่ที่ใด รอบ ๆ กายมีแต่ความทุกข์ การเกิดในแต่ยุคกรรมมีส่วนกำหนดในการเกิดด้วยค่ะ


    รักและเคารพอย่างหาที่สุดมิได้ ฟ้ามีตา...ความลับไม่มีในโลก
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 ธันวาคม 2019
  6. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +161
    จงใช้ปัญญาที่ตนมีให้เกิดประโยชน์ต่อคนทั้งหลาย

    ขออนุโมทนา...
     
  7. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +161
     
  8. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +161
    เรื่อง “ความต่างระหว่างความรัก กับเมตตา”

    (วิสัชนาธรรมโดย หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)

    ถาม : เมตตา กรุณา กับรัก นั้น เหมือนกันหรือต่างกัน ?

    ตอบ : ต่างกันมาก อย่างละ "อริยสัจ" ทีเดียว ความรักนั้นเป็น "สมุทัย" (เหตุให้เกิดทุกข์) เมตตานั้นเป็น "มรรค" (หนทางสู่ความดับทุกข์)

    ถาม : เช่น รักบุตรหลาน ญาติมิตร คิดให้เป็นสุขและให้พ้นทุกข์ หรือสงสาร จะว่าเป็นสมุทัยได้อย่างไร รู้สึกรสชาติของใจประกอบด้วยความเอ็นดูปราณี

    ตอบ : ความรักและความสงสารบุตรหลานญาติมิตร ประกอบด้วย "ฉันทราคะ" อาลัยห่วงใย กังวล พัวพัน ยึดถือ หนักใจไม่โปร่ง เมื่อคนรักเหล่านั้นวิบัติไป เช่น ตาย เป็นต้น ก็เกิดทุกข์โทมนัส เศร้าโศกเสียใจ อาลัยคิดถึง ถ้ารักมากก็โศกมาก สมด้วยพระพุทธสุภาษิตคาถาธรรมบท ปิยวรรคที่ ๑๖ ว่า
    เปมโต ชายเต โสโก
    (ความโศกย่อมเกิดแต่ความรัก)
    เปมโต ชายเต ภยํ
    (ภัยย่อมเกิดแต่ความรัก)
    เปมโต วิปฺปมุตฺตสฺส
    (ความโศกไม่มีแก่ผู้พ้นแล้ว)
    นตฺถิ โสโก กุโต ภยํ
    (จากความรัก ภัยจะมีมาแต่ที่ไหน)
    เพราะฉะนั้น จึงผิดกับ "เมตตา กรุณา"
    ส่วน "รัก" นั้นมีความชอบ และสงสารบุตรหลานญาติมิตร มีทั่วไปในสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง เป็นแต่พรหมวิหาร (พรมหมวิหาร ๔ ประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)
    ส่วน "เมตตา กรุณา" (โดยเฉพาะ) ที่เป็น "อัปปมัญญา" (แปลว่า ธรรมที่แผ่ออกไปในสัตว์และมนุษย์ทั้งหลาย อย่างมีจิตใจสม่ำเสมอทั่วกัน ไม่มีประมาณ ไม่จำกัดขอบเขต) นั้น ทั่วไปในสัตว์ ไม่มีประมาณ และไม่ประกอบด้วย ความห่วงใยอาลัย พัวพัน ยึดถือ มีความโปร่ง และเบาใจไม่หนัก มีจิตเย็นเป็นสุข และเป็นข้าศึกแก่พยาบาทโดยตรง และได้รับอานิสงส์ ๑๑ ประการด้วย ตามแบบที่ท่านแสดงไว้ใน เมตตานิสังสสูตร ว่า
    ๑. สขํ สุปติ : หลับก็เป็นสุข
    ๒. สุขํ ปฏิพุชฺฌติ : ตื่นก็เป็นสุข
    ๓. น ปาปกํ สุปินํ ปสฺสติ : ย่อมไม่ฝันเห็นลามก
    ๔. มนิสฺสานํ ปิโย โหติ : ย่อมเป็นที่ชอบใจของมนุษย์ทั้งหลาย
    ๕. อมนุสฺสานํ ปิโย โหติ : ย่อมเป็นที่ชอบใจของอมนุษย์ทั้งหลาย
    ๖. เทวตา รกฺขนฺติ : เทวดาทั้งหลายย่อมรักษา
    ๗. นาสฺส อคฺคิ วา วิสํ : ไฟหรือยาพิษหรือศัสตรา, วา สตฺถํ วา กมต : ย่อมไม่ต้องผู้เจริญเมตตานั้น
    ๘. ตุวฏํ จิตฺตํ สมาธิยติ : จิตของผู้เจริญเมตตาย่อมตั้งมั่นเป็นสมาธิเร็ว
    ๙. มุขวณฺโณ วิปฺปสีทติ : สีหน้าของผู้เจริญเมตตาย่อมผ่องใส
    ๑๐. อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ : ย่อมมีสติ ไม่หลงตาย
    ๑๑. อุตฺตริ อปฺปฏิวิชฺณนฺโต : เมื่อยังไม่สำเร็จพระอรหันต์อันยิ่ง, พฺรหฺมโลกุปฺโค โหติ : ย่อมไปเกิดในพรหมโลก
    ที่มา : ตัดตอนมาจาก ปฏิปัตติวิภังค์ จากหนังสือ ธัมมานุธัมมปฏิบัติ โดย พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถร จัดพิมพ์โดย ชมรมพุทธศาสน์ การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย
    (เครดิตจาก : พิพัฒน์ นิธิปรัชญานนท์)
     
  9. เเสงเทียน

    เเสงเทียน Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2017
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +121
    ทุกสรรพสิ่ง ที่สัมผัสได้ เเละ อารมณ์คงามคิดต่างๆ ทุกอย่างคือของชั่วคราวครับ ไม่สามารถคงรูปได้ ผ่านมาเเล้วก็ผ่านไป นี่คือข้อเท็จจริงขอเดียวเลย ความรู้ด้านอื่นๆคือ สมมุติฐาน
     
  10. GUYTHUM

    GUYTHUM เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2008
    โพสต์:
    1,340
    ค่าพลัง:
    +1,085
    อยาระวังแต่ฝุ่นPM 2.5 เพราะยังมีขนาด PM1และ PM5(ดอน สอนระเบียบ)ยังคงมีอยู่ไมได้หมดหรือหายไปไหน จึงทำให้กทม มีบรรยากาศมาคุหมอกและควันตลอดเวลา 5555555 vออ ลืมสวัสดีปีเก่า2562ต้อนรับปีใหม่2563กับชาวเวปพลังจิตทุกท่าน
     
  11. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +3,025
    1577853466840.jpg 1577845608484.jpg

    สวัสดีปีใหม่ 2563 ค่ะ Fc ทุก ๆ ท่าน ขอให้ทุก ๆ ท่านมีความสุขสุขสมหวังตลอดไปนะคะ

    อยากเล่าเรื่องของตนเองค่ะ กับคำตอบที่ได้รับจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากการเผชิญกรรมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ได้ปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคพลังงานใหม่ ตั้งแต่ได้พบกับสัจธรรม แต่ก็พบกับอุปสรรคปัญหาภายในอันใหญ่มาก (สำหรับตนเอง) ที่สำแดงกรรมที่อยู่ในจิตใจได้แสดงตัวตนออกมาให้เราได้เห็น ได้รับรู้สึกอารมณ์ภายในของตนเองออกมา ที่บางครั้งต้องต่อสู้กับภายใน จนบอกกับตนเองว่ ถ้าจิตยิ้มไม่ได้มีสติที่รับรู้ได้ภายใน สิ่งที่ตนเองต้องเป็นคือ เป็นโรคจิต หรือ คนบ้าไปแน่นอน แต่นี่ยังดีเป็นเพียงแค่โรคซึมเศร้าเท่านั้น แต่ว่าไม่นานต้องหายแน่นอนค่ะ และต้องขอบคุณทุกเหตุการณ์ที่ทำให้เราได้พบพานและผ่านอุปสรรคปัญหา ที่ตัวเราเองเท่านั้นที่ได้สร้างมันขึ้นเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นกรรมในอดีต แล้วมาพบกับปัจจุบัน เพื่อจะแก้ไขกรรม จำกัดกรรมให้ได้นะค่ะ

    สิ่งที่จิตยิ้มได้นำไปลงอีกกระทู้หนึ่ง แต่ไม่มีใครตอบเรืองนี้ โชคดีของตนเองค่ะ ก็ได้เจอคำตอบของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นแนวทางการแก้ไขปัญหากับสิ่งที่ตนเองประสบพบมาเกือบ 10 กว่าปี เหมือนกับว่า ได้เจอคำตอบทุกแนวทางในการแก้ไขปัญหาตัวเองที่ประสบพบทุกเรื่อง และที่สำคัญเรื่องนั้นก็คือ

    หน้าที่ของมนุษย์ยุคพลังงานใหม่...

    ที่ตนเองได้ทำผิดพลาดไว้ในอดีต ที่ออกมาทางอารมณ์และความรู้สึกทั้งภายนอกภายใน จากที่จิตจักรวาลส่งพลังงานมาจากนอกระบบโลกยกระดับพลังงานโลกให้สูงขึ้น แล้วมี 2 ประเด็น ก็คือ

    1. ยกระดับจิตสำนึกของมนุษย์ให้สูงขึ้นไปพร้อมกับพลังงานของโลกที่สูงขึ้น

    2. มนุษย์ที่มีพลังงานลบจะระเบิดจิตสำนึก แสดงออกมาในรูปแบบต่าง ๆ บางคนก็สามารถกำจัดกรรมของตนได้ บางคนก็ระเบิดจิตสำนึกเป็นอุปสรรคต่อมนุษย์คนอื่น และบางคนก็อายุขัยสั้นเนื่องจากการฆ่ากัน อุบัติเหตุ และการฆ่าตัวตายเป็นต้น

    สำหรับหน้าที่ของยุคพลังงานใหม่ แนวทางการดำเนินชีวิต คือ "ความสงบสุขและสันติ" ที่มนุษย์ต้องรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อสังคม และรับผิดชอบต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อสร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ระหว่างมนุษยฺด้วยกัน เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ต่อไป

    1.มีความอดทน อดกลั้นต่อผู้อื่นอยู่เสมอ
    2.มีความรักต่อผู้อื่น
    3.เรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ
    4.ต้องขจัดอุปสรรคใด ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น

    ซึ่ง 4 ข้อนี้สำคัญมากสำหรับมนุษย์ยุคพลังงานใหม่

    ทุกอุปสรรคที่พบ จะต้องแสวงหาหนทางขจัดอุปสรรคให้ได้ และอุปสรรคสำคัญที่หลายคนเจอแล้วไม่ว่าจะเป็น

    1.ความท้อแท้
    2.ความเกียจคร้าน
    3.ความก้าวร้าว โดยเฉพาะ จิตสำนึกชั้นต่ำของความก้าวร้าว ก็คือ
    - การมุ่งเอาชนะผู้อื่น
    - ไม่คิดถึงบทบาทผู้อื่น
    - การอาฆาตพยาบาท

    ในยุคพลังงานใหม่นี้ ต้องการใช้พลังอำนาจแม่เหล็กโลกที่เพิ่มขึ้น ช่วยชำระร่างกายและจิตใจหรือจิตสำนึกของบุคคลเหล่านี้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่จิตสำนึกและสติปัญญาที่สูง ด้วยการกระตุ้นฟื้นฟูประสิทธิภาพของต่อมไร้ท่อต่าง ๆ ในต่างกายมนุษย์และพัฒนาประสิทธิภาพของสมองไว้รองรับการเปลี่ยนแปลงของแต่ละคน พร้อมทั้งการเพิ่มพลังทางจิตวิญญาณ ผ่านบุรพกรรมแม่เหล็กในเซลล์ร่างกายเอาไว้ให้อีกด้วย

    ถ้ามนุษย์เหล่านี้ ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงขณะที่ความพร้อมทั้งหมดของกลไกใด ๆ ดังกล่าว ได้รับการเตรียมพร้อมไว้แล้ว พวกเขาเหล่านั้นจะต้องตกเป็นเหยื่อของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างแน่นอน ความเป็นมนุษย์ที่ขาดความสมดุล ไร้สมรรถภาพ และไร้จิตวิญญาณ จะนำพาพวกเขาไปสู่ความหายนะในที่สุด ไม่ว่าจะเกิดจากผลกรรมที่ก่อไว้ตอบสนอง หรือเกิดความย่อยยับทางชีวภาพ เพราะเงื่อนไขแห่งอำนาจแม่เหล็กที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถูกกำหนดให้เซลล์ของอวัยวะและร่างกาย ทำลายตัวมันเอง เพราะความไม่สมดุลทางอารมณ์ของบุคคลนั้น ๆ อันเกิดจากพฤติกรรมทางอารมณ์ด้านลบ เช่น ความโกรธ ความกลัว ความวิตกกังวล ความอาฆาตแค้น

    ซึ่งจะปรากฎในลักษณะอาการอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

    1. ป่วยเป็นเชื้อโรคร้าย ให้ทุกข์ทรมาน โดยไม่อาจบำบัดรักษาใด ๆ ได้

    2. สติฟั่นเฟือน จิตวิปริต อาการคุ้มดีคุ้มร้าย ไม่รู้จักตนเอง เกลียดและกลัวความมืด ขังตัวเองไว้ในโลกแคบ ๆ บางคนหนักถึงขั้นทำร้ายตัวเอง

    3.ตายกระทันหัน ด้วยอาการที่ไม่เกี่ยวกับโรคหัวใจล้มเหลว ทั้ง ๆ ที่สภาพร่างกายภายนอกเหมือนคนปกติทุกประการ และไม่มีสัญญาณใด ๆ บอกล่วงหน้าให้ล่วงรู้มาก่อน

    4.บุคคลิกภายนอก จะดูแก่กว่วัย และมีอายุขัยสั้นกว่าปกติ

    5.มีอาการหวาดผวา ตกใจง่าย หาความสงบสุขในจิตใจไม่ได้ เหตุเพราะต้องเผชิญกับฝันร้าย จนตื่นตกใจกลัวเสมอ นอนไม่ค่อยหลับหรือหลับไม่สนิท

    6.มองเห็นภาพในมิติที่น่าสะพรึงกลัว ขนหัวลุก แม้ในยามตื่น

    7.บางคนอาจต้องประสบตายแล้วฟื้น

    การประสบกับลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังกล่าวขึ้นอยู่กับบุรพกรรมในภพอดีตชาติ และระดับความรุนแรงของความก้าวร้าว ที่แสดงออกกระทำต่อบุคคลอื่น ในยุคพลังงานใหม่นี้เป็นสำคัญ

    เชื่อไหมคะ มนุษย์ที่ขาดความสมดุลที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์กล่าวไว้ จิตยิ้มเจอมาประสบกับแล้วเกือบทั้งหมด เกือบนะคะไม่ใช่ทั้งหมด และเป็นเหตุบังเอิญมากจริง ๆ ที่จิตยิ้มได้ลงไว้อีกกระทู้หนึ่ง และได้มากับคำตอบนี้เข้า จิตยิ้มเลยรู้ว่า ข้อมูลนี้สำคัญมากของมนุษย์ที่จะก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานใหม่นะค่ะ

    1577853466840.jpg

    จิตยิ้มปัจจุบันจะเข้าอายุ 48 ปีแล้วค่ะ โชคดีค่ะที่ไม่อายุสั้น และแก่กว่าวัยเกินไป เพราะ..เกิดการฝึกฝนตนเอง....

    หลักการฝึกในที่สำคัญคือ มนุษย์จะต้องใส่ใจจำให้ได้ว่า อารมณ์แต่ละอย่างที่เกิดขึ้นในแต่ละวันนั้น มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เพื่อตัวเองจะได้หาทางหลีกเลี่ยงมันไปทีละอย่าง จากนั้นมนุษน์จะต้องหาความจริงให้จงได้ว่า ตัวเองปฏิบัติต่อสิ่งเร้าที่ยั่วยุอารมณ์เหล่านั้นอย่างไร ?

    ค่ะ เพราะผลการฝึกตนตามหลักของพระพุทธศาสนา และการปฏิบัติสมาธิ Popatas ด้วยค่ะ ทำให้ตนเองได้พบกับการเปลี่ยนแปลงทางกายกับจิตใจค่ะ

    ส่วนเรื่องการเผชิญกับอุปสรรค และแนวทางแก้ไขของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเป็นไปได้จิตยิ้มจะนำความรู้ที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์กล่าวไว้ว่าอย่างไรมาให้พิจารณากันค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 มกราคม 2020
  12. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +3,025
    สาเหตุที่จิตยิ้มพูดถึงสมาธิ Popatas เนื่องจากได้ดูวีดีโอในยูทูป และเข้าใจว่าศาตร์นี้คงมาจากจักรวาล เพราะตนเองปฏิบัติมาโดยที่เรียนรู้ด้วยตนเอง แต่ได้มาทำความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องเซลล์สมอง จึงเข้าใจในสิ่งที่ตนเองปฏิบัติมาตลอด ว่าทำไมจึงมีการฝึกฝนและเปลี่ยนแปลงตนเองได้ จึงคิดว่ามีการยืนยันจากผู้รู้ท่านอื่น ๆ มาประกอบด้วยหลาย ๆ ท่านค่ะ

    หลักการยกระดับจิตสำนึกตนเอง มนุษย์ทุกคนเริ่มต้นจากการขาดการรู้แจ้งก่อนเสมอ และการเข้าถึงพลังอำนาจสูงสุดในตนเองได้ต้องผ่านการกระทำทางจิตสำนึกของตนเท่านั้น หน้าที่ของมนุษย์ก็คือต้องยกระดับสติปัญญาและพัฒนาจิตใจของตนให้ได้เสียก่อน มิเช่นนั้นไม่อาจเข้าถึงการสั่นสะเทือนสูงสุดของจิตสำนึกด้านบวกได้

    การหมั่นฝึกสมาธิเพื่อควบคุมอารมณ์ของตนเองไว้ แต่ไม่ฝึกการใช้สติปัญญาเลย มนุษย์ไม่อาจยกระดับจิตสำนึกของตนได้เลย

    การยกระดับจิตใจ หมายถึง การพัฒนาทักษะในการควบคุมอารมณ์หยาบ ๆ ของตนเอาไว้ให้ได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ได้ใช้สติปัญญาของตนแทนนั่นเอง

    ขณะที่การยกระดับสติปัญญาหมายถึง การสร้างทักษะในการคิดรู้และการตัดสินใจให้ถูกต้อง เพื่อการกระทำตอบที่ถูกต้องต่อสิ่งเร้าใด ๆ ที่เป็นเงื่อนไขตามหลักสัจธรรม แรก ๆ มันอาจจะผิดมากกว่าถูก มนุษย์จงใช้ประสบการณ์เหล่านั้นเป็นบทเรียน เพื่อสั่งสมทักษะการคิดการตัดสินใจให้มันถูกต้องยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ในครั้งต่อไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 มกราคม 2020
  13. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +161
    โยกไปตามจังหวะ..
     
  14. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +161
    อันนี้สินะที่ท่านเล่าปังเรียกว่า.."ปิติ"

    พอปิติเกิดปั๊บ สุขก็เกิดตาม สติเลยหลุดออกจากเส้นทาง
     
  15. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +161
    ช่วงนี้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คงไม่ว่างเนาะ ไม่เห็นมีอะไรมาลงให้คนอ่านเลย..
     
  16. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +161
    หาข้อมูลจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แบบสั้นๆกระทัดรัด เข้าใจง่าย มาลงไว้ให้อ่านด้วยสิ..
     
  17. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +3,025
    ได้ค่ะ...จะพยายามให้กระชับใจความที่สุดค่ะ ขอนำเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์สด ๆ ร้อน ๆ ของโลกขณะนี้

    เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แล้วโลกจะเป็นอย่างไร?

    ผวาสงครามปะทุ จีน-รัสเซีย-ฝรั่งเศส อึ้งทรัมป์สั่งฆ่านายพล อิหร่านร่ำไห้ระคนแค้น

    Soleimani4.jpg

    ผวาสงครามปะทุ – เมื่อวันที่ 3 ม.ค. เอพี รายงานว่า รัฐบาลชาติมหาอำนาจ ทั้ง รัสเซีย จีน และฝรั่งเศส ต่างแสดงปฏิกิริยาวิตกกังวลว่าโลกจะตกอยู่ในอันตรายยิ่งขึ้น หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา สั่งกองทัพสังหารนายพลระดับสูงของอิหร่าน ทั้งยังโพสต์ภาพสัญลักษณ์ธงชาติสหรัฐเพื่อฉลองผลงาน ปลุกเร้าให้อิหร่านประกาศล้างแค้น

    รัสเซีย จีน และฝรั่งเศส ล้วนเป็นสมาชิกถาวร คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่ออกมาเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายอดกลั้น หลังจากสหรัฐและอิหร่านต่างเผชิญหน้าทางการทหารต่อกัน โดยเฉพาะเมื่อนายทรัมป์สั่งโจมตีทางอากาศที่สนามบินกรุงแบกแดด


    https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_3314815

    มนุษย์จงรับรู้ไว้ด้วยว่า คำพยากรณ์ใด ๆ ในอดีตของเขา คือนอสตราดามุส มันคือความแม่นยำ เนื่องจากจักรวาลได้คัดเลือกให้เขารับหน้าที่อ่านภาพจากเงาอนาคต แล้วถ่ายทอดความหมายเผยแพร่ให้มนุษย์โลกได้รู้ เพื่อจะช่วยเตือนสติมนุษย์ให้เปลี่ยนแปลงการคิดและการตัดสินใจเสียใหม่ เพื่อที่จะได้เปลี่ยนแปลงเหตุการณที่เลวร้ายที่มนุษย์ไม่พึงประสงค์นั้นเสีย

    ถ้ามนุษย์จะเปลี่ยนแปลงอนาคต มนุษย์สามารถเปลี่ยนได้ด้วยการกระทำในปัจจุบันของตนที่ไม่ถูกต้องเสียให้ได้ เหตุการณ์อนาคตที่เลวร้าย มันจะถูกเปลี่ยนแปลงได้ด้วด้วยตัวมนุษย์เอง

    แต่ทว่านับจากโลกเปลี่ยนเข้าสู่ยุคพลังงานใหม่แล้ว คำพยากรณ์ของนอสตราดามุสจะไม่แม่นยำอีกต่อไป เนื่องจากมนุษย์ยุคพลังงานใหม่ทุกคนจะถูกเปลี่ยนแปลงจิตสำนึกที่แตกต่างไปจากเดิม

    มนุษย์ที่มีจิตสำนึกบกพร่อง และเป็นภัยต่อผู้อื่นอย่างร้ายแรง จะถูกชำระออกไปจากมิติกายภาพของโลก จิตสำนึกของมนุษย์ส่วนใหญ่จะสั่นสะเทือนด้านบวกต่อกันมากขึ้น

    เหตุแห่งหายนะ

    เกิดจากตัวการสำคัญ 2 อย่าง คือ ผู้สร้างและผู้งมงาย

    1.ผู้สร้าง ผู้ที่มีจิตใจติดยึดอยู่กับวัตถุและอำนาจ มุ่งมั่นสร้างตนเองและพวกตัว ด้วยการทำลายและเบียดเบียนสรรพสิ่งอื่นในระบบโลก

    1.พวกที่ใช้อำนาจทำลายอำนาจเพื่ออำนาจ
    2.พวกที่ใช้อำนาจทางวัตถุเทคโนโลยี ทำลายชีวิตเพื่อชีวิตของตน
    3.พวกที่ใช้อำนาจทางปัญญา ทำลายศรัทธาผู้คน เพื่อชี้นำจิตวิญญาณและบงการให้อยู่ใต้อำนาจของพวกตน
    4.พวกที่ใช้โอกาสทำลายโอกาสเพื่อเปิดโอกาสของพวกตน


    ซึ่งเป็นผู้ทำผิดกฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาลอย่างร้ายแรง โดยนับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

    2. ด้านผู้งมงาย คือผู้ที่ยอมรับในศาสตร์ที่ผิดพลาดบกพร่อง ด้วยการยินยอมพร้อมใจให้ผู้สร้างชี้นำหรือบงการเพื่อจูงจิตวิญญาณ โดยไม่ได้ใช้สติปัญญาของตนเองเลย กระทำคนเป็นเด็กว่าง่ายขณะที่จิตใจเสียสมดุลโดยไม่รู้ตัว

    มนุษย์จะต้องเรียนรู้ควบคุมจิตใจตนเองในการสนองตอบต่อสิ่งเร้า ไม่ให้มากระตุ้นต่อมควบคุมอารมณ์ไม่ให้ไปในทางที่ไม่ต้องการให้ได้ เป้าหมายสูงสุดคือ ความสงบสุขในจิตใจ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เราต้องควานหามันให้พบ ไม่ว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ใด ๆ

    ภัยธรรมชาติเหตุแห่งหายนะ คือ การเสียสมดุลทางพลังงานที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ในมิติคู่ขนาน(มิติทางพลังงานเท่านั้น) ไม่ใช่การเสียสมดุลทางกายภาพที่มนุษย์จะสัมผัสรู้ดูเห็นด้วยตาตนเอง


    จิตจักรวาลได้สื่อสัญญาณมาให้มนุษย์ทุกคนทราบ 2 ประการ

    1.ให้เปลี่ยนจากความหวาดวิตก หรือความขลาดกลัวภัยที่จะเกิดขึ้นกับตนเองเป็นความรักและห่วงใยโลก เพื่อช่วยยกระดับจิตสำนึกของโลกสู่สภาวะสมดุล

    2. จงฉีกคำพยากรณ์ของนอสตราดามุสทิ้งไปเสีย เพราะมันจะไม่แม่นยำอีกต่อไป จริงอยู่มันอาจเคยถูกต้อง แต่นับจาการเปลี่ยนแปลงความเข้มของสนามแม่เหล็กเป็นต้นมา โลกได้เปลี่ยนคุณสมบัติของตัวเองไปจากเดิม และได้รับการช่วยเหลือทางอำนาจแม่เหล็กที่เพิ่มขึ้น เหตุการณ์วันสิ้นโลกไม่มีวันเกิดขึ้นอีกในระยะที่คาดหมายกันไว้โดยเด็ดขาด

    จิตจักรวาลดวงใหญ่ย่อมรู้จริง และมอบความจริงให้แก่มนุษย์เสมอด้วยความรัก

    สิ่งที่มนุษย์เรียกว่า "สงครามโลกครั้งที่สาม" นั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้น ในลักษณะของการต่อสู้ทำลายล้างระหว่างประเทศหรือย้ามทวีปเหมือนอดีตอีกต่อไป แต่สงครามที่จะเกิดขึ้นมี 2 ลักษณะ คือ

    1. การต่อสู้ทำลายล้างกันภายในชนชาติเดียวกันเอง หรือไม่ก็สงครามเศรษฐกิจในประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่คลั่งวัตถุนิยมเพลิดเพลินในเทคโนโลยีชั้นสูง

    2. สงครามที่เกิดจากภัยธรรมชาติที่ร้ายแรงของมนุษย์ทั่วทั้งโลก

    การทำลายล้างต่อสู้กันเองของชนในชาติมหาอำนาจ หรือบางประเทศที่ผู้นำระดับบริหาร ที่พกพาความกลัวจากอารมณ์ติดตัวมาจากอดีตชาติ อันเป็นกรรมหนักหนาที่สุดของมนุษย์ จะนำพาประเทศของตนเองดิ่งลงเหวสู่หายนะ

    ทุกสิ่งล้วนเป็นความจริงที่จักรวาลได้สื่อคลื่นความรู้มาให้ เพื่อ..

    1.กระตุ้นจิตสำนึกมนุษย์
    2.เพื่อต้องการทราบการตัดสินใจของมนุษย์


    ผู้ไม่เกี่ยวข้องต้องเอาชีวิตให้รอด เพราะมนุษย์อยู่ในระบบเดียวกันทั้งสิ้น ขณะที่โลกสั่นสะเทือน ทุกสรรพสิ่งย่อมสั่นสะเทือนไปพร้อมกัน

    จิตยิ้มว่านะคะ ถ้าติดตามสถานการณ์ทั่วโลก ประเทศต่าง ๆ ยังคงได้รับภัยพิบัติกันหลายประเทศ เพียงแต่ว่าไม่รุนแรงระดับโลกเหมือนในอดีตที่ผ่านมาแค่นั้นเองค่ะ สิ่งที่จะเป็นเกราะคุ้มกันภัยธรรมชาติและภัยจากจิตใจคน ก็คือการเปลี่ยนแปลงจิตสำนึกของตนเอง และสิ่งที่จะช่วยเหลือโลกได้ก็คือ จิตสำนึกของมนุษย์ทุกคน นั่นเองค่ะ
     
  18. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +3,025
    เมื่อเช้าวานนี้ค่ะ ...สัญญาณเทพที่ส่งมาพร้อมกับตัวเลข ที่เกิดขึ้นกับตัวเลขในกระทู้นี้

    555 — โปรดเตรียมตัว
    ชีวิตของคุณกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่

    การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ไม่ควรจะถูกมองว่ามันจะเป็น “แง่บวก” หรือ “แง่ลบ”
    เพราะการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเป็นเพียงส่วนหนึ่งตามธรรมชาติของกระแสแห่งชีวิต
    บางทีการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้อาจเป็นการตอบรับการร้องขอของคุณเองก็ได้
    เพื่อที่จะได้เข้าใจและรู้สึกถึงความสงบสุขในตนเองได้อย่างต่อเนื่อง


    จิตยิ้มก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะ คิดเพียงแต่เรื่องตนเองอาจมีอะไรเปลี่ยนแปลงบางอย่างไปในทางที่ดีขึ้น แต่พอตื่นขึ้นมาได้พิจารณาบางอย่าง มาสะดุดกับสัญญาณเทพที่ส่งมาพร้อมกับตัวเลข และเข้ามาอ่านข้อความของท่านหนุมานนำสาร ก็รู้สึกขนลุกค่ะ


    *** โปรดเมตตา อย่าโหดร้ายเกินมนุษย์ ****

    “ ถึง ผู้มีอำนาจทั้งหลายทั่วโลก เราขอประกาศไว้ว่า.......
    สถานที่นี้ เอาหลักธรรมของโลกุตตระมานำสัตว์ให้หลุดพ้น เพราะฉะนั้นผู้มีอำนาจทั้งหลาย ขอให้ตั้งอยู่ในความสงบ อย่าได้เอาท้องฟ้านี้ เป็นสนามรบ ถ้าประเทศใด ประเทศหนึ่งฝ่าฝืน
    .......ฟ้าจะต่ำลงมา ”



    *** โลกกำลังเปลี่ยนแปลง ****
    เราพยายามเตือนแล้ว
    ถ้าไม่ฟังไม่เชื่อ ก็ช่วยไม่ได้

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "




    *** โปรดอยู่ในความสงบ ****

    ทบทวนคำปฏิญาณ
    สัญญาที่ตนเองเคยให้ไว้
    ดินฟ้าอากาศ เป็นสักขีพยาน

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     
  19. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    1,429
    ค่าพลัง:
    +161
    ถ้าถามตรงๆ ตามชื่อกระทู้ ที่ตั้ง..

    ขอถามว่า มันมาถึงไหนแล้วหนอ?
     
  20. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    3,147
    ค่าพลัง:
    +3,025
    อนาคตจะเกิดขึ้นเช่นไร มันกำลังจะมาถึงไหน!! มนุษย์ทุกคนเป็นผู้กำหนดเลือกที่ต้องการให้มันจะเป็นไปค่ะ มีเหตุผลค่ะ เพราะ.. ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนเกิดขึ้นด้วยเหตุและปัจจัย ไปตามหลักอิทัปปจัยตา ด้วยกันทั้งสิ้น

    นับตั้งแต่พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าจากพายุสุริยะ ในช่วงระยะเวลาที่โลกเกิดภัยพิบัติที่ผิดธรรมชาติ ก็เนื่องมากจากการเคลื่อนย้ายแม่เหล็กโลก เคลื่อนตัวสู่พิกัดใหม่ ตำแหน่งใหม่ ยิ่งพลังงานที่ส่งมาจากนอกระบบโลกมากเท่าใด การสั่นสะเทือนที่รุนแรงของโลกและจิตสำนึกก็ย่อมรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น

    กระบวนการที่เกิดขึ้นนี้ จักรวาลเรียกว่ากระบวนการจัดองค์กรที่สมบูรณ์ คือ กระบวนการสร้างใหม่ กระบวนการเปลี่ยนแปลง และกระบวนเพื่อการดำรงอยู่ของสรรพสิ่ง ไม่ใช่การทำลาย

    พลังงานทั้งหมดที่ส่งมายังโลก เป็นคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กชนิดเดียวกันกับที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของจิตสำนึกมนุษย์ อันเป็นจิตภาคสอง โดยมีคุณสมบัติเป็นพลังงานแห่งความรักเช่นเดียวกัน

    หากมนุษย์จะทำการช่วยเหลือโลก มนุษย์สามารถทำได้ทันที โดยหันมาฝีกจิตภาคสองให้สั่นสะเทือนเป็นคลื่นพลังงานแห่งความรัก จงปลดปล่อยออกมาเพื่อมอบให้โลก ด้วยการมอบความรักบริสุทธิ์แก่เพื่อนมนุษย์คนอื่น ๆ มอบความรักและเอื้ออาทรต่อกัน หยิบยื่นความเมตตาให้แก่กัน มีความปราถนาดีเลิกข่มเหงเบียดเบียนกัน มนุษย์ต้องสร้างจิตสำนึกรวมหมู่ มนุษย์ต้องสั่นสะเทือนจิตสำนึกด้านบวก อันเป็นจิตสำนึกแห่งเผ่าพันธ์ของรูปธรรมดาวเคราะห์โลกต่อกันให้ได้

    แม้ระดับคลื่นความถี่ของการสั่นสะเทือนจะปลดปล่อยพลังงานด้านบวกออกมาแตกต่างกันก็ตาม มนุษย์พึงรู้ไว้ด้วยว่า มันจะมีประโยชน์ต่อตัวมนุษย์เองและโลกใบนี้มหาศาล มันจะช่วยเหลือมนุษย์กับโลกให้สั่นสะเทือนทางกายภาพ ในลักษณะมหันตภัยธรรมชาติที่ได้กล่าวไว้ ที่ลดความรุนแรงที่ยาวนานได้อย่างมากมาย ถ้ามนุษย์อาศัยจิตสำนึกของแต่ละคนภายในเครื่องยนต์แห่งกรรม สร้างพลังงานไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวกให้แก่โลกได้ พลังงานที่ส่งมาช่วยเหลือโลกก็จะลดลงตามสัดส่วนพลังงานของโลก

    แต่ถ้ามนุษย์ยังไม่สามารถร่วมมือร่วมใจกันได้ แต่ยังเพิ่มพลังงานลบต่อกัน ฆ่าเบียดเบียนกัน ทำให้พลังงานโลกตกต่ำเพราะขาดแคลนพลังงาน โลกก็จะเกิดภัยธรรมชาติตามพลังงานที่โลกต้องการเพื่อดำรงอยู่ได้ เพื่อให้โลกเกิดการหมุนเพื่อรักษาสมดุล และเพื่อการดำรงอยู่ในสนามพลังงานจักรวาลนี้

    ค่ะ...ลองคิดดูนะคะ ยิ่งเข่นฆ่าเบียดเบียน กระแสจิตมีแต่ความโกรธแค้น เกลียดและทำลายกัน พลังงานออกมาจากคลื่นจิตเป็นพลังงานหนักโลก ทำให้โลกขาดความสมดุลมากขึ้น

    และยิ่งหากมีการใช้ปรมาณูมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นการทำลายโลกและโลกยิ่งขาดความสมดุลมากขึ้น ถ้าเป็นอย่างนั้นโลกจะเริ่มปรับตัวเองอัตโนมัติเพื่อให้ตนเองดำรงอยู่ได้ เพราะการทำลายกายภาพของโลก เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมทำให้เกิดการเสียสมดุล โลกของเราก็เช่นเดียวกัน... ด้วยศาตร์ของจักรวาลแล้ว ทุกสรรพสิ่งสามารถจะพัฒนายกระดับจากภาวะการเสียสมดุล สู่สิ่งที่เหนือกว่าเพื่อสร้างความสมดุลของระบบนั้นเสมอ เช่นเชื้อโรคและตั๊กแตนปาทังก้า ที่มนุษย์เคยทำลายและหยุดยั้งการเติบโตของมัน ด้วยการกลายพันธ์หรือสร้างอำนาจใหม่คุ้มกันตนเองเกิดอาการดื้อยาหรือเชื้อโรคพันธ์ใหม่ ๆ ได้เสมอ (ไม่ใช่เพียงแต่ตั๊กแตนปาทังก้าเท่านั้นนะคะ มนุษย์ที่เช่นเดียวกันค่ะ ผู้ใดหรือผู้นำบางคนใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้องทำลายเบียดเบียนกัน และวันใดวันหนึ่งข้างหน้าผู้นำคนนั้นจะถูกทำลายลงอย่างแน่นอน เพราะผู้ที่ได้รับการถูกกดขี่ห่มเหงจะได้รับการยกระดับพัฒนาสู่สิ่งที่เหนือกว่าเพื่อสร้างความสมดุลของระบบใหม่เสมอ ประวัติศาสาตร์ของโลกจะมีการจารึกไว้เหตุการณ์เช่นนี้เอาไว้ตลอดมา เพราะนี้คือกฎจักรวาลค่ะว่า ทุกสรรพสิ่งย่อมมีสิทธิเสรีภาพเสมอกัน ไม่เว้นแม้แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใด)

    ถึงตอนนั้นอาจจะควบคุมอะไรไม่ได้เลย ความเสียหายจะรุนแรงเกินคาดคิด สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจเพิกเฉยได้ จึงต้องเข้ามาช่วยเหลือ และหายนะภัยก็จะเกิดกับประเทศที่ผู้นำขาดภาวะสมดุลทางจิตใจ ซึ่งประชาชนในประเทศเป็นผู้มอบอำนาจให้กระทำการเปรียบเสมือนหนึ่งที่ตนได้กระทำเอง และถ้าสถานที่ใดขาดพลังงานมากเท่าไหร่ภัยพิบัติก็จะรุนแรงตามไปด้วย

    และนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมเมืองที่ผู้คนมีศีลธรรม จึงเป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุดบนโลกนี้ และทำไมโบสถ์วัดไทยในออสเตรเลียจึงปลอดภัยท่ามกลางไฟป่าที่ลุกลามกว้างใหญ่ไพศาลนั้นนะค่ะ

    ซึ่งตามที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แจ้งไว้ว่า หลังจากโลกเกิดภาวะวิกฤตอย่างต่อเนื่อง จนถึงชำระครั้งสุดท้าย แผ่นดินเป้าหมายแห่งหายนะภัย คือจุดศูนย์กลางการสั่นสะเทือนของโลก ก็คงอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้ามนุษย์ยังคงช่วยกันทำลายโลก และไม่สามารถร่วมมือร่วมใจกันเปลี่ยนแปลงอนาคตโลกได้ คงจะมองภาพออกใช่ไหมคะ จิตยิ้มจึงเข้าใจค่ะว่า สิ่งที่ท่านหนุมานผู้นำสารกล่าวไว้นั่นจะเป็นเช่นไร

    มนุษย์ทุกคนในโลกนี้เป็นผู้เลือกค่ะ...ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์วิกฤตใหญ่แห่งการเกิดชนวนสงคราม โลกก็ค่อย ๆ ยกระดับพัฒนาไปตามจิตสำนึกของมนุษย์ที่ถูกยกระดับให้เป็นไปตามพลังงานของโลก ถ้าโลกพลังงานสูงมนุษย์ก็อยู่อย่างสุขสบายดั่งยุคพระศรีอาริย์ ถ้าโลกพลังงานต่ำมนุษย์ก็ลำบากเข้ากลียุคลำบากยากเข็ญเช่นที่ผ่านมานะค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 มกราคม 2020

แชร์หน้านี้

Loading...