อริยะอุบาสิกา พระคุณแม่จันดี โลหิตดี พระอริยะเจ้าขนิษฐา ของหลวงตามหาบัว

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย ปะขาวหนุ่ม, 27 มกราคม 2012.

  1. ปะขาวหนุ่ม

    ปะขาวหนุ่ม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2011
    โพสต์:
    31
    ค่าพลัง:
    +66
    คุณแม่จันดี โลหิตดี น้องสาว พระหลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี <!-- BBCode End --><!-- BBCode End -->

    ซาบซึ้งในคุณครูบาอาจารย์
    ทราบว่าท่านให้คำแนะนำ เรื่องการปฏิบัติภาวนาได้ถูกต้องแม่นยำ ไม่ผิดเพี้ยน จากหลักความจริง ตามธรรมคำสอนของพระหลวงตามหาบัวทุกอย่าง

    ท่านจะพูดเสมอว่า <!-- BBCode Start -->“พระหลวงตาสอนให้แม่ปฏิบัติมาอย่างนี้ ถ้าเป็นคำพูดของพระหลวงตาแล้ว ยิ่งการปฏิบัติภาวนาจะคลาดเคลื่อนไปไม่ได้เลย…”<!-- BBCode End -->

    ท่านบอกสมัยก่อนปฏิบัติอยู่ที่บ้านเวลามีปัญหาติดขัดด้านการภาวนา ก็อาศัยกราบเรียนพระหลวงตาตอนไปรับบิณฑบาตในหมู่บ้าน ขณะคุณแม่ใส่บาตร พระหลวงตาจะเมตตาถาม “ภาวนาเป็นยังไง” คุณแม่จึงกราบเรียนพระหลวงตา ท่านก็จะแนะนำอย่างต่อเนื่อง ช่วยแก้ปัญหาการปฏิบัติภาวนาให้ท่านตลอด

    คุณแม่จันดี เล่าว่า “การปฏิบัติภาวนาถ้าไม่มีครูบาอาจารย์ช่วยแนะสอนจะช้าได้
    เพราะช่วงปฏิบัติภาวนา เรารู้เห็นอะไร มันก็ชวนให้หลงให้ติด เพราะเป็นความอัศจรรย์ ที่เราเกิดมาไม่เคยพบ – เห็นเลยในชีวิต และไม่มีแสดงอยู่ที่ไหนในโลกนอกจากผู้ภาวนา แต่ละรายจะรู้เองเห็นเองจากการปฏิบัติของตัวเอง รู้ขึ้นในใจของตัวเอง
    เป็นสันทิฏฐิโกประกาศป้างขึ้นที่หัวใจ ไม่ต้องถามใคร…ไม่ต้องให้ใครมาโกหกเราได้ พิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง ไม่ลี้ลับ ไม่ปิดบัง เปิดเผยเสมอ มีอยู่ตลอดกาล…ธรรมความจริง ธรรมไม่ตาย เปิดเผยสง่างาม อยู่ทุกกาล ทุกสมัยตลอดมา และตลอดไป…เป็นแต่ ผู้คนจะมีจิตยินดี และต้องการหรือไม่”

    ได้ยินคุณแม่ท่านเล่า จำได้เป็นข้อความบางตอน ที่อยากสื่อธรรม เพื่อเป็นบารมีธรรมของผู้นำเสนอสื่อธรรมเข้าสู่ใจ ท่านบอกช่วงนั้นคุณยายแก้ว แห่งสำนักชีห้วยทรายได้มาพำนัก อยู่วัดป่าบ้านตาดท่านเมตตาถามคุณแม่จันดี ถึงการปฏิบัติภาวนาอยู่เสมอ

    มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านถามว่า <!-- BBCode Start -->“จันดีจิตของลูกแยกส่วนแบ่งส่วนหรือยัง”<!-- BBCode End -->

    คุณแม่จันดี ตอบ
    “แยกแล้วแบ่งแล้ว และกราบเรียนต่อว่า ขณะนี้เป็นอย่างนี้” คุณยายฟัง และบอกท่านว่า “เออดีแล้ว จิตถ้าแยกส่วนแบ่งส่วนแล้ว จิตก็มีแต่จะเจริญ”

    ต่อมาอีกคุณยายแก้ว ถามท่านว่า “จันดีลูกกราบเรียนการปฏิบัติกับญาท่าน(พระหลวงตามหาบัว) ว่าอย่างไรบ้าง เห็นพระในวัดท่านเข้ามาถามแม่ว่า(คือคุณยายแก้ว) ว่าคุณแม่รู้ไหมโยมใครกันที่อยู่ในหมู่บ้าน มีเทวดา พระอินทร์ พระพรหม มาอนุโมทนากับเขาพ่อแม่ครูอาจารย์

    หลวงตาพูดในที่ประชุมสงฆ์ “ทำไหมเขาภาวนาทั้งที่มีลูกน้อย ทั้งทำนา ครองเรือนอยู่ เห็นเทพ – เทวดา”

    คุณยายจึงเรียนพระไปว่า “จะเป็นใครนอกจากนางจันดี (น้องสาวของญาท่าน)”

    พอได้โอกาสคุณแม่จันดี มาวัด ท่านจึงเล่าให้ฟัง และถามว่า “เป็นความจริงไหม” เพราะแม่(คุณยาย)ตอบพระไปก่อนจะถามเจ้าแล้ว

    ท่านจึงกราบเรียนคุณยายแก้วว่า “ลูกได้กราบเรียน การปฏิบัติของลูกให้พระหลวงตาทราบในทุก ๆ เรื่อง เพราะไม่พึ่งพระหลวงตาท่านช่วย ลูกคงติดในแต่ละจุด และช้าเวลาต้องให้ท่านช่วยตี ช่วยขนาบ เพราะท่านจะบอกลูกว่าเวลานี้ท่านมีชีวิตอยู่ติดขัดอะไรให้ถาม ถ้าเราพิจารณาเองอาจช้า เสียเวลา มีครูบาอาจารย์ช่วยแนะเรามีหน้าที่ทำตาม – ปฏิบัติตาม
    ท่าน (ถ้าว่าอาหารท่านก็ปรุงไว้ให้เสร็จแล้ว เราลูกศิษย์ ตั้งใจกินอย่างเดียว
    อิ่มแล้วจะรู้เอง…)

    คุณแม่จันดี ท่านเมตตาเล่า การปฏิบัติของท่านที่ยากลำบาก แม้จะไม่ได้ขึ้นภูเขา เข้าป่า แต่ธรรมที่ท่านได้มา ก็แลกด้วยชีวิต

    <!-- BBCode Start -->ความตอนหนึ่งที่ประกาศขึ้นในจิตท่านว่า“ให้เอาชีวิตแลกธรรม” ตอนนั้นพระหลวงตาก็บอกให้ท่านเร่ง “มึงอย่าเสียดายชีวิตนะ เร่งเลย ๆ ผ่านไปอีกระยะหนึ่งพระหลวงตาเข้ามาฝ่ายผู้หญิง ถามท่านว่า “เป็นยังไงจิต” คุณแม่บอกอยากกราบเรียนท่านตามจิตเป็นอยู่ แต่รั้งไว้ไม่พูดหมด ตอบเพียงว่า “จิตช่วงนี้ไม่กลัวตายจิตกล้ามาก สภาวธรรมความเกิด – ดับเร็วมากเหมือนฟ้าแลบ” พระหลวงตาร้องขึ้นเสียงดัง “โอ้จิตถึงขนาดนี้แล้ว เร่งเลย ๆ ๆ ๆ ไม่นาน อีกไม่นาน (ท่านย้ำ) เร่งเลย ๆ ๆ ๆ”<!-- BBCode End -->

    ต่อมาเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2535 ในคืนนั้นฟ้าครึ้ม ลมแรง คุณแม่จันดีเป็นห่วงพี่สาว (คุณยายตัน) ท่านเดินไปดูพี่สาวที่แคร่ และปิดผ้าม่านให้เพราะลมแรง กลัวว่าฝนตกจะเปียก(พี่สาวที่ภาวนาอยู่) จึงกลับมาที่กุฏิ ท่านกราบพระนั่งภาวนา ท่านบอกจิตท่านแปลก ๆ นั่งถึงเวลา 5 ทุ่ม (รู้ขึ้นในจิต)

    <!-- BBCode Start -->“เกิดสภาวะโลกธาตุหวั่นไหว ก้นท่านลอยขึ้นจากพื้นสูงประมาณ 1 ศอก ทุก ๆ อย่าง เกิดขึ้น พร้อม ๆ กัน เสียงประกาศก้องขึ้นในจิต ขณะนั้นว่า อายะตะนะ นั้นมีอยู่ แต่ไม่มี ดิน น้ำ ไฟ ลม ไม่มีจุติเคลื่อน ไม่มีที่ไป ไม่มีที่มา ไม่มีอารมณ์ ไม่มีอารมณ์นั้นแหละ คือที่สุด แห่งทุกข์ ขณะเดียวกัน อวิชชาได้กระเด็นขาดออกจากจิต ทุก ๆ อย่างเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน ไม่มีก่อน ไม่มีหลัง <!-- BBCode End -->

    ท่านบอก
    <!-- BBCode Start -->“แต่เวลาพูดจำเป็นต้องเรียบเรียงเรื่องให้คนฟังเข้าใจ ไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะไม่มีอะไรจะเปรียบเทียบกับสิ่งที่มีอยู่ในโลก เพราะเป็นของเหนือโลก”…<!-- BBCode End -->

    คืนนั้น ท่านกราบนอบน้อมถึงคุณพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ ถึงคุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ ท่านบอกในขณะจิตนั้นพระอรหันต์ทุก ๆ ๆ องค์ ได้มาช่วยหนุนจิตโดยเฉพาะพระหลวงตาทั้งเป็นครูอาจารย์ เป็นพ่อ เป็นพี่ชายในสายโลหิต(เลือด) เดียวกันในชาติปัจจุบัน คืนนั้นท่านไม่นอนทั้งคืน…

    พบพระหลวงตาอีกครั้ง กราบเรียนท่านถึงสภาวธรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้น…พอจบ”
    พระหลวงตาพูดขึ้น <!-- BBCode Start -->“อ้ายหมดห่วงแล้ว”(พี่หมดห่วงน้องแล้ว)…<!-- BBCode End -->
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. chaochaynoi

    chaochaynoi สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มกราคม 2011
    โพสต์:
    25
    ค่าพลัง:
    +19
    คุณแม่จันดี โลหิตดี สำเร็จขั้น พระอนาคามีผล หรือ อรหันตผลครับ แต่ผมคิดว่าน่าจะพระอนาคามีผล
    โมทนา สาธุ กับคุณแม่ด้วยครับ
     
  3. wiraj

    wiraj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2010
    โพสต์:
    390
    ค่าพลัง:
    +1,548
    ได้กราบคุณยายที่รพ.บำรุงราษฎร์ พาลูกสาวไปกราบท่านด้วย อนุโมทนาครับ
     
  4. tornthai

    tornthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มิถุนายน 2007
    โพสต์:
    339
    ค่าพลัง:
    +284
    กราบพระคุณแม่ด้วยความเคารพครับ
     
  5. SP6580

    SP6580 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    518
    ค่าพลัง:
    +1,537
    อย่าไปประเมินในธรรมของท่านครับเดี๋ยวจะยุ่งเอา
     
  6. nunoiyja

    nunoiyja เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2010
    โพสต์:
    361
    ค่าพลัง:
    +1,733
    ผมไม่ขอตอบนะครับว่าองค์ท่านสำเร็จขั้นไหนแต่อ่านประโยคนี้นะครับ


     

แชร์หน้านี้

Loading...