เรื่องเด่น อดีตที่ผ่านพ้น ตอนที่ ๔๒ : ใครกล่อม...?

ในห้อง 'อดีตที่ผ่านพ้น' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 27 สิงหาคม 2019.

  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    1,414
    กระทู้เรื่องเด่น:
    115
    ค่าพลัง:
    +2,610
    42.jpg
    อดีตที่ผ่านพ้น ตอนที่ ๔๒ : ใครกล่อม...?

    “โยกเยกเอย...น้ำท่วมเมฆ กระต่ายลอยคอ หมาหางงอ กอดคอโยกเยก...”

    “วัดเอ๋ยวัดโบสถ์ มีตะโหนดอยู่เจ็ดต้น เจ้าขุนทองไปปล้น ป่านฉะนี้ไม่เห็นมา...ฯลฯ”

    “เจ้านกกาเหว่าเอย...ไข่ไว้ให้แม่กาฟัก แม่กาก็หลงรัก คิดว่าลูกในอุทร คาบเอาข้าวมาเผื่อ คาบเอาเหยื่อมาป้อน...ฯลฯ”


    ตัวอย่างที่ยกมา ท่านผู้อ่านคงทราบทันทีว่าเป็นเพลงกล่อมเด็ก ทุกภูมิภาคของเราต่างมีเพลงพื้นบ้านสำหรับกล่อมเด็กด้วยกันทั้งนั้น เนื้อร้องทำนองแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นนั้น ๆ ...

    สิ่งที่ควบคู่มากับเพลงกล่อมเด็ก ก็คือนิทานก่อนนอน ตั้งแต่งูเขียวกินตับตุ๊กแก หมาจิ้งจอกกินช้าง หนูกับราชสีห์ อึ่งอ่างกับวัว ฯลฯ สารพัดจะสรรหามาหลอก...เอ๊ย...มาเล่าให้ฟัง...

    ในตอนที่อาตมายังเด็กอยู่ ไม่แก่งั่กกั้กอย่างทุกวันนี้ จำได้ว่ายามค่ำคืนของฤดูร้อน แม่จะพาลูก ๆ ออกมานั่งรับลมนอกบ้าน ชี้ให้ดูดวงดาว พลางเล่านิทานให้ฟัง...

    "บนดวงจันทร์มีเทพธิดา งดงามโสภาอีกทั้งใจดี มีพรวิเศษสำหรับมอบให้แก่คนที่ขยันขันแข็ง และมีความกตัญญูต่อพ่อ – แม่ (นี่...สาระจากนิทานอยู่ตรงขยันกับกตัญญูนี่เอง)...

    มีชายหนุ่มยอดกตัญญูผู้หนึ่ง อาศัยอยู่กับแม่ผู้ชราที่กระท่อมชายป่า มีอาชีพตัดฟืนไปขาย พอได้เงินมาก็ซื้ออาหารสำหรับแม่และตัวเอง มีฐานะยากจนมาก...

    คืนหนึ่ง...ดวงจันทร์สว่างดังกลางวัน ชายหนุ่มคนขยันจึงลุกขึ้นตักน้ำ ตำข้าว และเข้าป่าตัดฟืนสำหรับนำไปขายวันรุ่งขึ้น พอเดือนตกก็กลับมานอนพัก...ครั้นรุ่งเช้าปรากฏว่า ข้าวของทุกอย่างที่เตรียมไว้เมื่อคืนกลับกลายเป็นทองคำไปหมด...

    เทพธิดาจันทรานั่นเอง ที่เนรมิตของทุกอย่างให้กลายเป็นทอง ตอบสนองความขยันขันแข็งและกตัญญูของเขา ชายหนุ่มเลยกลายเป็นคนร่ำรวย เลี้ยงดูแม่อย่างมีความสุขสืบมา..."

    ถ้านิทานจบแล้วลูก ๆ ยังไม่ยอมหลับ แม่ก็จะร้องเพลงชาวเขา (ซัวกอ) กล่อมลูกเนื้อเพลงมีว่า... “ดวงเดือนสุกสกาว ดวงดาวใสสว่าง ขี่ม้าขาวข้ามสระกว้าง สระนั้นช่างลึกล้ำ... ฯลฯ” ร้องวนไปวนมาไม่กี่รอบ ลูก ๆ ก็นั่งคำนับกันอย่างซาบซึ้ง เท่านี้ก็แบกไปนอนได้...

    พอโตขึ้นมาคืนไหนนอนไม่หลับ (คิดถึงแฟนมั้ง...?) อยากให้แม่ร้องเพลงกล่อมอีกก็เป็นไปไม่ได้ แม่แก่มากแล้ว ให้หนุนตักยังพอไหว จะเอาแรงที่ไหนมาร้องเพลงเล่าลูกเอ๋ย...?

    ร่างกายจิตใจเติบโตแข็งแกร่งขึ้นตามวัย ทำให้ค่อย ๆ ลืมเพลงกล่อมและตักแม่ไปเกือบหมดแล้ว ก็บังเอิญให้มีผู้มาช่วยทบทวนความจำให้อีกวาระหนึ่ง...

    วันนั้น...หลังจากวิ่งรับใช้ "หลวงพ่อ" มาทั้งวัน พอมีโอกาสพักก็รีบนอนเอาแรง เพิ่งเอนตัวลงหลับตา ก็รู้สึกว่ากำลังหนุนอยู่บนตักใครคนหนึ่ง กลิ่นบุหงาแป้งร่ำ คุ้นเคยกระไรปานนั้น...!

    “ท่าน” ผู้นั้น เอาพัดโบกวีให้ รู้สึกเย็นชื่นใจบอกไม่ถูก หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เสียงสดใสไพเราะร้องเพลงกล่อมให้ด้วย เนื้อเพลงมีว่า... “ศรีไพรเอย...ช่างงามสวยแท้ ห่มสไบแพร แลน่าชม คิ้วเจ้าก็ต่อ คอเจ้าก็กลม ช่างสวยสมจริงนะแม่ศรีเอย...” เนื้อเพลงมีอยู่เพียงเท่านี้เอง ร้องวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น

    ใครหนอ...? จะลืมตาดูก็ไม่กล้า กลัวเป็นอย่างพี่ตุ๋ม (คุณแสงเดือน พร้อมพันธุ์) คือลืมตาขึ้นมาปุ๊บ ทุกอย่างหายวับไปกับตาเสียดายแย่เลย... ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย สบายอะไรเช่นนั้น เห็นภาพซ้อนขึ้นมา เป็นเด็กหญิงผมจุก นุ่งโจงกระเบนสีน้ำตาลลายทอง ใส่เสื้อลูกไม้สีขาว คาดเข็มขัดทองเส้นเบ้อเริ่ม หลับปุ๋ยอยู่บนตักแม่...

    หลับไปนานเท่าไรไม่รู้ ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นแจ่มใส ทบทวนความทรงจำ แล้วบันทึกเนื้อเพลงไว้ “กราบขอบพระคุณครับ “ท่านแม่” ที่เฝ้าตามสงเคราะห์ลูกตลอดมา...”

    คุณพ่อ – คุณแม่ ต้องทุกข์ยากลำบากเพียงไหน กว่าจะเลี้ยงดูเราเติบใหญ่จนทุกวันนี้ เป็นพ่อ – แม่ แม้เพียงชาติเดียว ยังเฝ้าตามสงเคราะห์ตลอดมา...เราล่ะ...ทำอะไรให้ท่านได้ชื่นใจบ้าง...?

    ๒ เมษายน ๒๕๓๓
    พระใบฎีกาเล็ก สุธมฺมปญฺโญ

    ที่มา www.watthakhanun.com
    ภาพประกอบโดย สำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
     

แชร์หน้านี้

Loading...