เรื่องเด่น อดีตที่ผ่านพ้น ตอนที่ ๒๙ : ท่านแม่เรือล่ม

ในห้อง 'อดีตที่ผ่านพ้น' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 4 สิงหาคม 2019.

  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    1,414
    กระทู้เรื่องเด่น:
    115
    ค่าพลัง:
    +2,610
    29.jpg
    อดีตที่ผ่านพ้น ตอนที่ ๒๙ : ท่านแม่เรือล่ม

    อนุสาวรีย์แห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกคือ ทัชมาฮาล ปราสาทหินอ่อนทั้งหลัง ซึ่งตั้งอยู่ ณ ดินแดนชมพูทวีป ความยิ่งใหญ่โอฬารของมัน ถูกจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของโลก นั่นเป็นสิ่งแสดงออกซึ่งความรักอันยิ่งใหญ่ ที่ชาห์เจฮันมีต่อพระมเหสีมุมตัส

    องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสว่า "ปิยโต ชายเต โสโก" ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีแต่ความเศร้าโศก "ปิเยหิ วิปฺปโยโค ทุกฺโข" ความพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งปวง ย่อมเป็นทุกข์ ผู้ทุกข์โศกในโลกนี้ มิใช่มีแต่ชาห์เจฮันเพียงผู้เดียวหรอก.....

    ณ มุมหนึ่งของพระราชวังบางประอิน ปรากฏอนุสาวรีย์เล็ก ๆ หลังหนึ่ง มีคำจารึกพรรณนาถึงนางอันเป็นที่รัก ผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ เป็นถ้อยคำที่กลั่นออกมาจากดวงใจอันแสนเศร้าอย่างแท้จริง แม้ผู้ตายมีญาณวิถีรับรู้ ก็คงจะปลาบปลื้มใจเป็นที่สุด....

    ถูกแล้ว...นั่นเป็นอนุสาวรีย์แห่งความรักที่สมเด็จพระปิยมหาราช ทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ผู้เป็นพระมเหสีที่รักยิ่ง ซึ่งสวรรคตด้วยเหตุเรือพระที่นั่งล่ม พระนางจมลงสู่ใต้กระแสน้ำเชี่ยว ถึงแก่สิ้นพระชนม์...

    บางพูด นนทบุรี ในวันนั้น... ท่ามกลางกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากของแม่น้ำเจ้าพระยา ถ้ามีผู้ใดผู้หนึ่งยินยอมช่วยเหลือ องค์พระมเหสีที่รักยิ่งก็ไม่ต้องจากไป สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ก็ไม่ต้องเสียพระทัยอย่างสุดซึ้งเช่นนั้น...

    ทว่า...กฎมณเฑียรบาลในยุคนั้น ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ใดให้การช่วยเหลือต่อองค์พระมเหสีก็ดี เจ้าจอมหม่อมห้ามก็ดี ขึ้นมาจากน้ำ มีโทษสถานเดียวคือประหารชีวิต แล้วผู้ใดล่ะ..? ที่จะกล้าฝืนกฎมณเฑียรบาล โดยไม่เกรงกลัวพระราชอาญา...

    พิเคราะห์เพียงเผิน ๆ จะคิดว่า ไม่น่ามีโทษถึงเพียงนั้น แต่ถ้าคิดดูให้ดี จะพบว่าในยุคสมัยนั้น ชายหญิงไม่อาจชิดใกล้กันไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากสามีภรรยา หรือญาติสนิทเท่านั้น การถูกเนื้อต้องตัวยิ่งเป็นของต้องห้ามอย่างเด็ดขาด...!

    นั่นเป็นเรื่องของสามัญชน นี่เป็นเรื่องของเจ้าพระยามหากษัตริย์ พระวรกายประดุจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่มองยังไม่กล้า แล้วถ้าเป็นเรื่องในสระสวนอุทยาน ผู้ที่สามารถทำการช่วยเหลือได้ทัน ต้องอยู่ในบริเวณนั้น การล่วงล้ำเขตหวงห้ามเพียงนั้น โทษก็ถึงตายแล้ว..!

    เสียงของครูเปี๊ยก (คุณสมพร บุณยเกียรติ) ที่ทำการฝึกญาณ ๘ แก่ลูกศิษย์ สั่งทุกคนกำหนดใจย้อนหลังไปยังเหตุการณ์ครั้งนั้น “เอ้า...ทุกคนดูซิคะ ทำไมพระองค์ท่านถึงสิ้นพระชนม์ ?”

    ภาพที่ปรากฏคือ...ท่ามกลางกระแสน้ำอันปั่นป่วนนั้น พระองค์ท่านโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ...ทรงเหลียวมองรอบด้าน แล้วร้องออกมาคำเดียวว่า “ลูก..!” พลางแหวกว่ายเข้าหาเรือพระที่นั่งที่จมผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่อย่างสุดกำลัง จังหวะเดียวกับที่คลื่นอีกลูกโถมซัดมา เรือพระที่นั่งพลิกกลับ ครอบพระองค์หายวับไปกับตา...!

    อาตมาน้ำตาร่วงพรู..แม่..นี่แหละแม่.. ความเป็นแม่ที่รักลูกยิ่งอื่นใด แม้แต่ชีวิตก็สละเพื่อลูกได้ “แม่” คำเดียวสั้น ๆ ที่แฝงไว้ด้วยพลานุภาพใหญ่หลวง ยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเลือดในอก แม้ต้องสละด้วยชีวิตและเลือดเนื้อแห่งตน...

    แล้วพ่อละ...? มีใครคิดถึงหัวอกพ่อบ้าง...? พ่อที่เสียทั้งแม่ทั้งลูกจะทุกข์ใจสุดพรรณนาขนาดไหน...? อาตมาต้องลุกหนีการฝึกแต่กลางคัน ออกไปร้องไห้อยู่ข้างนอก ร้องจนสาแก่ใจ วันนั้นทั้งวันมีแต่น้ำตา ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์หนอ...!

    รักใด ไหนเล่า เท่าแม่
    เที่ยงแท้ ยืนยง คงมั่น
    รักลูก ยิ่งกว่า ชีวัน
    ลูกนั้น รักแม่ เท่าใด..?

    ๓ มีนาคม ๒๕๓๓
    พระใบฎีกาเล็ก สุธมฺมปญฺโญ

    ที่มา www.watthakhanun.com
    ภาพประกอบโดย สำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
     

แชร์หน้านี้

Loading...