เรื่องเด่น ห้องประสบการณ์หลวงพ่อเกษม เขมโก สามารถเข้ามาคุยกันได้ครับ

ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย เศรษฐาพล, 27 สิงหาคม 2010.

  1. เศรษฐาพล

    เศรษฐาพล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    500
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,539
    [​IMG]
    ประวัติหลวงพ่อเกษม เขมโก

    ณ ดินแดนถิ่นล้านนา ทางภาคเหนือของประเทศไทย พระอริยะสงฆ์ที่พวกเราทุกคนรู้จักชื่อเสียงคุณงามความดีของท่าน ก็คือ ครูบาศรีวิชัย อริยะสงฆ์องค์แรกของภาคเหนือท่านเปรียบเสมือนประทีปดวงใหญ่ ที่ส่องประกายธรรมไปทั่วทุกสารทิศ ขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้ประกอบคุณงามความดีไว้กับแผ่นดินนี้มากมาย ท่านจึงถูกจัดให้เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาวเหนือ

    ประวัติและเรื่องราวต่าง ๆ ของท่าน จึงถูกบันทึกเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงในยุคปัจจุบัน ประวัติบางตอน ของครูบาศรีวิชัยตอนหนึ่ง กล่าวว่าท่านครูบาศรีวิชัยได้พยากรณ์ไว้ว่าจะมีตนบุญมาเกิดที่ลำปาง ครั้นต่อมาครูบาศรีวิชัยได้มรณภาพไปโดยทิ้งคำพยากรณ์นี้ไว้ ให้ชาวลำปางได้เฝ้ารอคอยการมาจุติของตนบุญ ที่ครูบาศรีวิชัยได้พยากรณ์ไว้ จนเวลาล่วงเลยไปหลายสิบปี ก็ยังไม่ปรากฏ แต่ชาวลำปางก็ยังเชื่อในคำพยากรณ์ของครูบาศรีวิชัย

    เมื่อปี พ.ศ.2455 ได้มีครอบครัวเชื้อเจ้าผู้ครองนครลำปางหรือเขลางค์นครในอดีตหัวหน้าครอบครัวคือ เจ้าหนูน้อย ณ ลำปาง ภายหลังเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น มณีอรุณ รับราชการเป็นปลัดอำเภอภรรยาชื่อเจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง ทั้งสอง เป็นหลานเจ้าของพ่อบุญวาทย์ วงศ์มานิตย์ เจ้าผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย

    ครอบครัวนี้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านท่าเก๊าม่วง ริมแม่น้ำวัง อ.เมือง จ.ลำปาง อยู่กินกันมาอย่างมีความสุข ในที่สุด เจ้าแม่บัวจ้อนได้ตั้งครรภ์ และพอถึงกำหนดคลอดตรงกับวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2455 ตรงกับวันพุทธ เดือนยี่ (เหนือ) ปีชวด ร.ศ.131 ค.ศ.1912 เจ้าแม่บัวจ้อน ให้กำเนิดทารกเพศชาย เป็นลูกคนแรกของครอบครัว

    ขณะนั้นไม่มีใครทราบกันเลย ตนบุญ ที่ครูบาศรีวิชัยได้พยากรณ์ไว้นั้นได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว บิดามารดาก็ได้ตั้งชื่อทารกนั้น เกษม ณ ลำปาง เพราะเด็กชายเกษม ณ ลำปาง ได้เกิดมาในเชื้อสายของเจ้าทางเหนือ จึงได้รับการยกย่องของคนทั่วไป ทุกคนต่างเรียกกันว่า เจ้าเกษม ณ ลำปาง หลังจากที่ได้คลอดบุตรมาได้ไม่กี่ปี เจ้าแม่บัวจ้อนได้ให้กำเนิดทารกอีกคน แต่เป็นเพศหญิง ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องของ เจ้าเกษม สืบสายเลือด แต่ทว่าเจ้าแม่น้อยคนนี้วาสนาน้อย ได้เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก จึงไม่มีโอกาสได้รู้ว่าพี่ชายของเธอคือ ตนบุญ ที่ชาวลำปางรอคอยเป็นสิบ ๆ ปี

    เมื่อวัยเด็ก เจ้าเกษม ณ ลำปาง เป็นคนมีลักษณะค่อนข้างเล็กบอบบาง ผิวขาวแต่ดูเข้มแข็ง คล่องแคล่ว และมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เป็นเด็กที่ชอบซน คืออยากรู้อยากเห็น เมื่อถึงวัยเรียน เจ้าเกษม ณ ลำปาง ได้รับการศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนบุญทวงศ์อนุกูล ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ อ.เมือง จ.ลำปาง สมัยนั้นเปิดเรียนชั้นสูงสุดแค่ชั้นประถมปีที่ 5 เท่านั้น เจ้าเกษม ณ ลำปาง ได้ศึกษาจนจบชั้นสูงของโรงเรียน คือชั้นประถมปีที่ 5 ใน พ.ศ.2466 ขณะนั้นอายุ 11 ปี

    เมื่อออกจากโรงเรียนก็ไม่ได้เรียน อยู่บ้าน 2 ปี ใน พ.ศ.2468 อายุขณะนั้นได้ 13 ปี เจ้าเกษม ณ ลำปาง ก็ได้มีโอกาสเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ โดยบรรพชาเป็นสามเณร เนื่องในโอกาสบรรพชาหน้าศพ (บวชหน้าไฟ) ของเจ้าอาวาสวัดป่าดั๊ว ครั้นบวชได้เพียง 7 วันก็ลาสิกขาออกไป ต่อมาอีก 2 ปี ราว พ.ศ.2470 ขณะนั้นมีอายุ 15 ปี เจ้าเกษม ณ ลำปาง ก็ได้มีโอกาสเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้งหนึ่ง โดยบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดบุญยืน จ.ลำปาง เมื่อบรรพชาแล้วสามเณรเจ้าเกษม ณ ลำปาง ก็ได้จำพรรษาศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดบุญยืนนั่นเอง สามเณรเจ้าเกษม ณ ลำปาง เป็นคนที่ทำอะไรจริงจัง เรียนทางด้านปริยัติศึกษาธรรมะจนถึง ปี พ.ศ.2474 สามเณรเจ้าเกษม ก็สามารถสอบนักธรรมชั้นโทได้ ครั้นมีอายุได้ 21 ปี อายุครบที่จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุได้แล้ว จึงได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุในปี พ.ศ.2475 ณ พัทธสีมา วัดบุญยืน โดยมีพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระธรรมจินดานายก (ฝ่าย) เจ้าอากาสวัดบุญวาทย์วิหาร ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอในขณะนั้นเป็นพระอุปัชฌาย์ พระคุณเจ้าท่านพระครูอุตตร วงศ์ธาดา หรือที่ชาวบ้านเหนือรู้จักกันในนาม ครูบาปัญญาลิ้นทอง เจ้าอาวาสวัดหมื่นเทศ และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเมือง จังหวัดลำปางในขณะนั้น เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และยังพระเดชพระคุณท่านพระธรรมจินดานายก(อุ่นเรือน) เจ้าอาวาสวัดป่าดั๊วเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า เขมโก แปลว่า ผู้มีธรรมอันเกษม

    หลังจากได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว พระภิกษุเกษม เขมโกก็ได้ศึกษาทางด้านภาษาบาลี ซึ่งเป็นการศึกษาปริยัติอีกแขนงหนึ่ง ที่สำนักวัดศรีล้อม สมัยนั้นก็มีอาจารย์หลายรูป เช่น มหาตาคำ พระมหามงคลเป็นครูผู้สอน และยังได้ไปศึกษาที่สำนักวัดบุญวาทย์วิหาร ซึ่งมีพระมหามั่ว พรหมวงศ์ และพระมหาโกวิทย์ โกวิทญาโน เป็นครูสอน

    ในเวลาเดียวกันนั้น พระภิกษุเจ้าเกษม เขมโก ก็ได้ไปศึกษาทางด้านปริยัติในแผนกนักธรรมต่อที่สำนักวัดเชียงราย ครูผู้สอนคือ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระเทพวิสุทธิโสภณ เจ้าคณะจังหวัดลำปางสมัยนั้น ปรากฎว่าพระภิกษุเจ้เกษม เขมโก ก็สามารถสอบนักธรรมชั้นเอกได้ในปี พ.ศ.2479 ส่วนทางด้านการศึกษาบาลีนั้น ท่านเรียนรู้จนสามารถเขียนและแปลได้เป็น (มคธ) เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ยอมสอบเอาวุฒิ จนครูบาอาจารย์ทุกองค์ต่างเข้าใจว่า พระภิกษุเกษม เขมโก ไม่ต้องการมีสมณศักดิ์สูง ๆ เรียนเพื่อจะนำเอาวิชาความรู้มาใช้ในการศึกษาค้นคว้าพระธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาเท่านั้น

    เมื่อสำเร็จทางด้านปริยัติพอควรแล้ว สามารถนำไปปฏิบัติได้โดยไม่หลงทาง ท่านจึงหันมาปฏิบัติต่อไปจนแตกฉาน แค่นั้นยังไม่พอ พระภิกษุเกษม เขมโก ได้เสาะแสวงหาครูบาอาจารย์ที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ จนกระทั่งได้ทราบข่าวภิกษุรูปหนึ่งมีชื่อเสียงในด้านวิปัสสนา ภิกษุรูปนี้ คือครูบาแก่น สุมโน อดีตเจ้าอาวาสวัดประตูป่อง

    ครูบาแก่น สุมโน เป็นพระภิกษุสายวิปัสสนา ถือธุดงค์เป็นวัตร หรือที่เรียกกันว่า พระป่า หรือภาษาทางการเรียกว่า พระภิกษุฝ่ายอรัญญวาสี ตอนนั้นครูบาแก่นท่านได้ธุดงค์แสวงหาความวิเวกทั่วไป ยึดถือป่าเป็นที่บำเพ็ญเพียร นอกจากมีชื่อเสียงในด้านวิปัสสนาแล้ว ท่านยังเก่งรอบรู้ในด้านพระธรรมวินัยอย่างแตกฉานอีกด้วย

    พระภิกษุเกษม เขมโก จึงเดินทางไปขอฝากตัวเป็นศิษย์และได้อธิบายความต้องการที่จะศึกษาในด้านวิปัสสนา ให้ครูบาแก่นฟัง ครูบาแก่น สุมโน เห็นความตั้งใจจริงของภิกษุเกษม เขมโก ท่านจึงรับไว้เป็นศิษย์ และได้นำภิกษุเกษม เขมโก ออกท่องธุดงค์ไปแสวงหาความวิเวกและบำเพ็ญเพียรตามป่าลึกตามที่ภิกษุเกษม เขมโก ต้องการ จึงถือได้ว่า ครูบาแก่น สุมโน รูปนี้เป็นอาจารย์ทางวิปัสสนากรรมฐานรูปแรกของ พระภิกษุเจ้าเกษม เขมโก

    ดั้งนั้น พระภิกษุเกษม เขมโก จึงได้เริ่มก้าวไปสัมผัสชีวิตของภิกษุฝ่ายอรัญญวาสี ประกอบกับจิตของท่าน โน้มเอียงมาทางสายนี้อยู่แล้ว จึงไม่ใช่เป็นเรื่องลำบากสำหรับในการไปธุดงค์ กลับเป็นการได้พบความสงบสุขโดยแท้จริง กับความเงียบสงบซ้ำยังได้ดื่มด่ำกับรสพระธรรมอันบังเกิดท่ามกลางความวิเวก พระภิกษุเกษม เขมโก จึงมุ่งมั่นปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง โดยมีครูบาแก่นแนะอุบายธรรมอย่างใกล้ชิด ระหว่างท่องธุดงค์แสวงหาความวิเวกในที่สงัดตามป่าเขาและป่าช้าต่าง ๆ การฉันอาหารในบาตร คือ อาหารหวานคาวรวมกัน เรียกว่า ฉันเอกา ไม่รวมอาสนะกับสงฆ์อื่น ฉันมื้อเดียว ช่วงบ่ายก็จะเดินจงกรม เพื่อเปลี่ยนอิริยาบถ พร้อมกำหนดจิตจนกระทั่งถึงเย็น เมื่อเสร็จจากการเดินจงกรม ก็กลับมานั่งบำเพ็ญภาวนาต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงประมาณ 5 ทุ่ม เสร็จจากการบำเพ็ญภาวนาก็สวดมนต์ทำวัตรเย็น ในตอนดึกก่อนจำวัดท่านก็ไม่นอนเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ท่านจะหมอบเท่านั้น และท่านจะทำเป็นกิจวัตร คือการกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแผ่เมตตาไปให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลาย

    จนกระทั่งถึงช่วงเข้าพรรษาที่พระภิกษุจำเป็นต้องยุติการท่องธุดงค์ชั่วคราว ต้องอยู่กับที่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง จะเป็นวัดอาราม หรือถือเอาป่าช้าเป็นวัด โดยกำหนดเขตเอาตามพุทธบัญญัติ ดังนั้นภิกษุเจ้าเกษม เขมโก จึงต้องแยกทางกับอาจารย์คือครูบาแก่น ตั้งแต่นั้นมาภิกษุเจ้าเกษม เขมโก กลับมาจำพรรษาที่วัดบุญยืนตามเดิม พอครบกำหนดออกพรรษาภิกษุเกษม เขมโก ก็ติดตามอาจารย์ของท่าน คือครูบาแก่นออกธุดงค์บำเพ็ญภาวนา ท่านถือปฏิบัติเช่นนี้เรื่อยมา

    ต่อมาเจ้าอธิการคำเหมย เจ้าอาวาสวัดบุญยืนถึงแก่มรณภาพลง ทำให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืนว่าง ทางคณะสงฆ์จึงต้องเลือกภิกษุที่มีคุณสมบัติมาปกครองดูแลวัด เพื่อเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อไป คณะสงฆ์จึงได้ประชุมกัน และต่างลงความเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะเป็นภิกษุเกษม เขมโก เพราะเป็นพระที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าอาวาสองค์ เมื่อท่านได้รับเลือกเป็นเจ้าอาวาสวัดบุญยืน ท่าก็ไม่ยินดียินร้ายแต่ท่านก็ห่วงทางวัด เพราะท่านเคยจำวัดนี้ ท่านก็เห็นว่า บัดนี้ทางวัดบุญยืนมีภารกิจต้องดูแล ก็ถือว่าเป็นภารกิจทางศาสนาเพราะท่านเองต้องการให้พระศาสนานี้ดำรงอยู่ จึงไม่อาจจะดูดายภารกิจนี้ได้ จึงยอมรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืน

    ครูบาเจ้าเกษม เขมโก อยู่ในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืนเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ.2492 ท่านก็ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ทำหนังสือลาออกกับพระเดชพระคุณท่านเจ้าพระอินทรวิชาจารย์ (ท่านเจ้าคุณอิน อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำปาง) แต่ก็ถูกท่านเจ้าคุณยับยั้งไว้ ครูบาเจ้าเกษม เขมโก จึงจำใจกลับไปเป็นเจ้าอาวาสวัดบุญยืนอีกระยะหนึ่งนานถึง 6 ปี ท่านคิดว่าควรจะหาภิกษุที่มีคุณสมบัติมาแทนท่าน เพราะท่านอยากจะออกธุดงค์ ดังนั้นท่านจึงตัดสินใจสละตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืน โดยยื่นใบลากับคณะสงฆ์ในเขตปกครอง ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จึงเดินทางไปลาออกกับเจ้าคณะจังหวัด ซึ่งอยู่ที่วัดเชียงราย แต่ท่านเจ้าคณะจังหวัดก็ไม่อนุญาต

    เรื่องการลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสของครูบาเจ้าเกษม เขมโก นี้ดูค่อนข้างจะเป็นเรื่องแปลกพิศดาร แม้แต่การสละตำแหน่งลาภยศท่านยังต้องประสบกับอุปสรรคต่าง ๆ นานา ไม่เหมือนกับพระองค์อื่น ๆ ที่ฟันฝ่าเพื่อแสวงหาลาภยศ เมื่อท่านลาออกไม่สำเร็จประมาณปี พ.ศ.2492 ก่อนเข้าพรรษาในปีนั้น หลวงพ่อก็หนีออกจากวัดบุญยืนก่อนเข้าพรรษา เพียงวันเดียวโดยไม่มีใครรู้ พอเช้าวันรุ่งขึ้นเข้าพรรษา หมู่ศรัทธาก็นำอาหารมาเตรียมถวายในวิหาร ทุกคนรอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นหลวงพ่อเกษม จึงเกิดความวุ่นวายเที่ยวตามหาตามกุฏิก็ไม่พบหลวงพ่อเกษม พอมาที่ศาลาทุกคนเห็นกระดาษวางบนธรรมาสน์เป็นข้อความที่หลวงพ่อเกษมเขียน ลาศรัทธาชาวบ้านยาวถึง 2 หน้ากระดาษ

    ข้อความบางตอนที่จำได้มีอยู่ว่า ทุกอย่างเราสอนดีแล้ว อย่าได้คิดไปตามเรา เพราะเราสละแล้วการเป็นเจ้าอาวาส เปรียบเหมือนหัวหน้าครอบครัว ต้องรับผิดชอบภาระหลายอย่าง ไม่เหมาะสมกับเรา เราต้องการความวิเวกจะไม่ขอกลับมาอีก แต่พวกชาวบ้านก็ไม่ละความพยายาม เพราะชาวบ้านเหล่านี้ศรัทธาในตัวหลวงพ่อพอ รู้ว่าหลวงพ่ออยู่ที่ไหนเมื่อรวมกันได้ 40-50 คน ก็ออกเดินทางไปตามหาหลวงพ่อเกษม และไปพบหลวงพ่อที่ศาลาวังทาน หลวงพ่อเกษมได้ปฏิบัติธรรมที่นั่น พวกชาวบ้านได้อ้อนวอนหลวงพ่อ ขอให้กลับวัด บางคนร้องไห้เพราะศรัทธาในตัวหลวงพ่อมาก แต่หลวงพ่อเกษมท่านก็นิ่งไม่พูดไม่ตอบ จนพวกชาวบ้านต้องยอมแพ้ ตลอดพรรษาปี 2492 หลวงพ่อเกษมท่านก็อยู่ที่ศาลาวังทานโดยไม่ยอมกลับวัดบุญยืน

    พวกชาวบ้านจึงพากันเข้าไปพบโยมแม่ของหลวงพ่อโยมแม่รักหลวงพ่อเกษมมาก เพราะท่านมีลูกชายคนเดียว จึงให้คนพาไปหาหลวงพ่อที่ศาลาวังทาน โดยมี (เจ้าประเวทย์ ณ ลำปาง) ตอนนั้นยังบวชเป็นสามเณรอยู่ โยมแม่ได้ขอร้องให้หลวงพ่อเกษมกลับวัด แต่หลวงพ่อกลับบอกโยมแม่ว่า

    แม่เฮาบ่เอาแล้วเฮาบ่เหมาะสมกับวัด เฮาชอบความวิเวก เฮาขออยู่อย่างวิเวกต่อไป เฮาจะไปอยู่ที่ป่าเหี้ยว แม่อาง จนทำให้โยมแม่หมดปัญญา ไม่รู้จะขอร้องยังไง ผลที่สุดก็ต้องตามใจหลวงพ่อ วันรุ่งขึ้น หลวงพ่อเกษมก็ออกจากศาลาวังทาน เดินทางไปบ้านแม่อางด้วยเท้าเปล่า เช้ามืดไปถึงป่าเหี้ยวแม่อางก็ค่ำพอดี ฝ่ายโยมมารดาพอกลับมาบ้านก็เกิดคิดถึงพระลูกชาย เพราะเกรงว่าพระลูกชายจะลำบาก จึงออกจากบ้านไปตามหาพระลูกชาย โดยมีคนติดตามไปด้วยชื่อ โกเกตุ โยมแม่สั่งให้โกเกตุ ขนของสัมภาระเพื่อจะไปอยู่บนดอย ของที่เหลือในร้านเพชรพลอยแจกให้ชาวบ้านจนหมดเกลี้ยง ไม่เอาอะไรเลย นอกจากของใช้ที่จำเป็นบางอย่างเท่านั้น

    เกตุ พงษ์พันธุ์ ซึ่งเป็นญาติใกล้ชิดก็พาโยมแม่ไปส่งที่แม่อาง และพวกชาวบ้านเห็นโยมแม่ของหลวงพ่อมา ก็สร้างตูบกระท่อมอยู่ข้างวัดแม่อาง ส่วนหลวงพ่อเข้าบำเพ็ญภาวนาในป่าช้าบนดอยแม่อาง บำเพ็ญภาวนาบารมีวิปัสสนาปฏิบัติธรรมได้หนึ่งพรรษา ทิ้งให้โยมแม่ซึ่งอยู่กระท่อมตีนดอยก็คิดถึงพระลูกชาย โดยแม่ก็ตามไปหาที่ป่าช้าข้างเนินดอย ก็มีชาวบ้านแถวนั้นอาสาสร้างตูบกระท่อมให้โยมแม่พักใกล้ ๆ ที่หลวงพ่อปฏิบัติธรรม โดยโยมแม่บัวจ้อนได้พำนักที่ข้างเนินดอยได้พักหนึ่งก็ล้มป่วยลงด้วยโรคไข้ป่า ชาวบ้านก็ไปตามหมอทหารมาฉีดยารักษาให้ แต่โยมแม่ท่านมีสติที่เข้มแข็ง และยังได้สั่งเสียเณรเวทย์ว่ามีเงินซาวเอ็ดบาท ให้เก็บไว้ถ้าโยมแม่ตายให้เณรไปบอกลุงมา เมื่อสั่งเสร็จโยมแม่ก็หลับตา เณรเวทย์ก็ไปบอกหลวงพ่อเกษม หลวงพ่อก็มา ท่านได้นั่งดูอาการของโยมแม่ท่านนั่งสวดมนต์ เป็นที่น่าแปลกใจขณะที่หลวงพ่อสวดมนต์ มีผึ้งบินมาวนเวียนตอมไปตอมมาสักครู่ใหญ่ ๆ โยมแม่ก็ถอดจิตอย่างสงบ นัยน์ตาหลวงพ่อเกษมมีน้ำตาค่อย ๆ ไหลขณะที่ท่านแผ่บุญกุศลให้กับโยมแม่ ท่านยังเอ่ยว่า “แหม เฮาว่า เฮาจะบ่ไห้(ร้องไห้) แล้วนา…”

    ศพของโยมแม่บัวจ้อน มีเณรเวทย์และชาวบ้านได้มาช่วยจัดการจนเสร็จพิธี ชาวบ้านช่วยเป็นเงินในสมัยนั้นได้ 700 บาท ถือว่ามาก ศพของโยมแม่บัวจ้อนเผาที่ป่าช้าแม่อาง หลังจากที่เสร็จพิธีงานศพโยมแม่จ้อนแล้ว หลวงพ่อก็สั่งเณรเวทย์ ให้กลับไปเรียนธรรมที่วัดบุญยืน

    อยู่มาไม่นาน หลวงพ่อก็จากป่าช้าแม่อาง กลับมาบำเพ็ญภาวนาที่ป่าช้าศาลาวังทานอีกเพียงหนึ่งพรรษา ท่านก็เดินทางไปอยู่ที่ป่าช้านาป้อ และกลับมาอยู่ประตูม้า ซึ่งก็คือสุสานไตรลักษณ์ในปัจจุบัน

    หลวงพ่อเกษม เขมโก ท่านได้ปฏิบัติธรรมจนเป็นพระที่ขาวสะอาด และเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วประเทศ ศีลบริสุทธิ์ตามพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเป็นพระไม่ติดยึดใคร ต้องการอะไร ขออะไร ไม่เคยปฏิเสธ จนสังขารของท่านดูแล้วไม่แข็งแรง แต่จิตของหลวงพ่อแข็งแรง และท้ายที่สุดหลวงพ่อเกษม เขมโก ได้ละสังขาร ณ ห้องไอซียูโรงพยาบาลศูนย์ภาคเหนือ จังหวัดลำปาง เมื่อเวลา 19.40 น. ของวันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2539 ซึ่งตรงกับวันแรม 11 ค่ำ เดือน 2 ยังความอาลัยเศร้าโศกเสียใจมายังหมู่ศานุศิษย์ทั่วประเทศ

    สำหรับตัวเจ้าของกระทู้
    1.หลวงพ่อท่านเป็นพระสายเมตตา พระของท่านเน้นเมตตา ป้องกันภัยแคล้วคลาด เสริมดวง ...
    2.ไม่อยากให้ไปดิ้นรนหาพระเครื่องของท่านเพราะว่าเดี๋ยวนี้มีของปลอมเยอะมาก ถ้าอยากได้ของจริงต้องศึกษาดีๆนะครับ
    3.ไม่จำเป็นต้องพกพระเครื่องท่าน ท่านก็เมตตาท่านได้เพียงแค่ ท่านหมั่นระลึกถึงท่านและฝึกจิตของตัวท่านเองให้บริสุทธิ์ ท่านช่วยคุณได้เสมอแม้ท่านจะมรณะภาพไปนานแล้ว
    4.ท่านเป็นครูบาอาจารย์คนแรกที่ผมยึดอยู่ในใจเลย เพราะเกิดมาก็รู้จักท่านองค์แรกและทุกครั้งที่ระลึกถึงท่านท่านจะแสดงสิ่งที่ไม่คาดคิดให้เห็น
    5.เคยรถคว่ำตอน 2 ขวบ ตกลงไปข้างทางลึก 15 เมตร ญาติๆเจ็บกัน แต่ผม เกาะอยู่ตรงกระจกรถ แบบโหน ตัว แต่ จำความได้ว่า มี พระเดิน ถือบาตร พระมา 2 องค์ ลางๆ เห็นใส่ผ้าเหลือง เดินมา ตอนนั้นไม่ได้ห้อยหลวงพ่อเกษม นะครับ แต่ ยายที่อุ้มผมห้อยและทั้งบ้าน มีหลวงพ่ออยู่ในดวงใจครับ
    ที่มา: http://www.fungdham.com/monk-history/history-kasem.html


    Update

    น้ำป่าสร้างชาติ

    น้ำป่าไหลหลากพรากชีวิต ไม่ทันคิดไม่ทันฝันพลันสลาย
    ใจจดจ่อความทุกข์ตนจนมลาย ผลสุดท้ายมิเหลือใครให้ใยดี
    ทุกข์ผู้อื่นคือทุกข์ตนนั้นจำไว้ เพียรมีใจเอื้ออาทรสอนศึกษา
    หนึ่งปัญหาช่วยกันคิดอภิญญา มุ่งฟันฝ่าอุปสรรคและทุกข์ภัย
    by เศรษฐาพล​

    ปล.สำหรับท่านที่ฝึกจิตดีๆแล้วท่านคงรับรู้ถึง พลังเมตตาและพลังสะอาดของหลวงพ่อเหมือนผมรู้สึกนะครับ ยังไงก็ แวะมาเยี่ยมชมและสักการะท่านได้ที่ >>>สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ (ประตูม้า)
    ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง
    (ถ้าไปไม่ถูกถามคนแถวนั้นได้เลยครับ)

    แม้ผมจะรู้สึกว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิมนะครับ แต่อย่างน้อย คุณงามความดี ความศรัทธาอยู่ในใจผมเสมอครับ เข้าวัดไปผมรู้สึกหงอยๆเหมือน หมา พลัดหลงกับแม่หมา ยังไงบอกไม่ถูก แต่ ยังไงก็อยู่ในใจผมเสมอครับ ......

    สำคัญ!!!!: ห้องนี้ของด ค้าขายวัตถุมงคล ท่านใดสนใจหรืออย่างไรก็ Pm สอบถามคุยกันเองนะครับ เพราะ อยากให้เป็นมุมของ ลูกหลาน หลวงพ่อที่อยากจะมา แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันครับ

    [​IMG]
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 23 มกราคม 2012
  2. สวนพลู

    สวนพลู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    6,597
    ค่าพลัง:
    +18,605
    เหรียญระฆังปี16 มีเนื้อกะไหล่ทองหรือไม่ครับ
     
  3. เศรษฐาพล

    เศรษฐาพล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    500
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,539
    เหรียญ ออกเหลืองๆ อะครับ ไม่ทราบ เขาเรียก เนื้ออะไร ตาให้ ลุง แล้วลุงก็ ให้ผม อิอิ


    เหลืองๆ เพระาใช้นาน เลือนๆ้บ้างละครับ พึ่งกรอบ ได้ไม่กี้ปี
     
  4. Norragate

    Norragate เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    19,544
    ค่าพลัง:
    +37,752
    สวัสดีครับคุณเศรษฐา.....ดีใจที่มีกระทู้ห้องของหลวงพ่อเกษมนะครับ....(^_^)...
    แล้วจะแวะเข้ามาเสมอๆครับ....

    เหรียญแรกที่ผมมีตั้งแต่ตอนเด็กที่จำได้ก็คือเหรียญนี้ครับ....

    [​IMG]

    [​IMG]
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 11118899.jpg
      11118899.jpg
      ขนาดไฟล์:
      146.5 KB
      เปิดดู:
      14,807
    • 1111999.jpg
      1111999.jpg
      ขนาดไฟล์:
      147.2 KB
      เปิดดู:
      14,771
  5. เศรษฐาพล

    เศรษฐาพล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    500
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,539
    สวยงามดี ครับ ระฆัง รุ่น 16 ของผม เลือน มาก

    ยินดีที่ได้รู้จักครับ ... หลวงพ่อเกษม เขมโก ผมพึ่งไปวัดของท่านที่ลำปางมาครับ เมื่อ ต้นๆสิงหาคมนี้เอง . ยังไงจะเอารูปมา Post ให้ชม ครับ
     
  6. เศรษฐาพล

    เศรษฐาพล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    500
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,539
    สิงหาคม 2553 ไปหายายที่ลำปาง แล้วก็ไปแวะไป กราบหลวงพ่อในโรงแก้ว

    ใช้กล้อง 500D canon 18-55


    ปล.รูปนกนั้น อยากเตือนสติ สำหรับท่านที่รู้จักผู้ที่จับนกมาขายแบบนี้ ....เลิกสะเถอะครับ !!! ทุกชีวิตมีทางเลือก ท่านไม่มีสิทธิ์ไปกำหนดทางเลือกให้กับนกเหล่านั้น ทางเลือกของเขา มีมากมาย เขาบินได้อย่างอิสระ ไม่ใช่จะต้องมาอยู่ในกรงแบบนี้ บาปมาก!!!
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 27 สิงหาคม 2010
  7. ekarad

    ekarad เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 เมษายน 2007
    โพสต์:
    2,196
    ค่าพลัง:
    +6,262
    ถ่ายรูปได้สวยมากครับเยี่ยมเลย:cool:
     
  8. สวนพลู

    สวนพลู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    6,597
    ค่าพลัง:
    +18,605
    เป็นเหรียญแบบนี้อ่ะครับ............ไม่ทราบว่าใช่หรือป่าว
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • IMG_0023.jpg
      IMG_0023.jpg
      ขนาดไฟล์:
      590.8 KB
      เปิดดู:
      889
    • IMG_0024.jpg
      IMG_0024.jpg
      ขนาดไฟล์:
      575.2 KB
      เปิดดู:
      1,060
    • IMG_0025.jpg
      IMG_0025.jpg
      ขนาดไฟล์:
      407.7 KB
      เปิดดู:
      641
  9. Specialized

    Specialized ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    20,165
    กระทู้เรื่องเด่น:
    14
    ค่าพลัง:
    +83,074
    ขี้กลากขึ้นเพียบเลยนะครับ

    ผมว่าเหรียญนี้จงใจทำเลียนแบบครับ
     
  10. Specialized

    Specialized ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    20,165
    กระทู้เรื่องเด่น:
    14
    ค่าพลัง:
    +83,074
    ผมก็นับถือหลวงพ่อเกษมมากเหมือนกันครับ เคยไปสุสานไตรลักษณ์ 4-5 ครั้ง แต่ไม่ทันท่านนะครับ ได้แต่ไปกราบสังขารท่านที่อยู่ในโลงแก้วครับ ยินดีมากที่ท่าน จขกท.เปิดกระทู้นี้ครับ ตอนแรกผมว่าจะเปิดเองแล้ว แต่แค่นี้ก็ดูแลไม่ไหวแล้วครับทั้งกระทู้หลวงปู่ดู่ - หลวงพ่อฤาษี

    [​IMG]

    [​IMG]
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 1.jpg
      1.jpg
      ขนาดไฟล์:
      269.8 KB
      เปิดดู:
      16,038
    • 2.jpg
      2.jpg
      ขนาดไฟล์:
      195 KB
      เปิดดู:
      15,752
  11. motana2008

    motana2008 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    5,108
    ค่าพลัง:
    +10,600
    ขอกราบหลวงพ่อด้วยครับ

    ขอกราบหลวงปู่ ด้วยใจศัทธาเป็นที่สุดครับ

    ประสบการณ์
    แม่มีสายสินธิ์ของหลวงพ่อ
    ครั้งแรกที่แม่เจอประสบการณ์เลย หนูกัดนิ้วไม่เข้าครับ ( คุณแม่ล้วงมือเข้าไปทำความสะอาดเตา ) :cool:
    และแคล้วคาด ตลอดครับ

    ไม่ทราบว่าพอจะหาพระที่ทันท่านปลุกเสก ได้จากที่ไหนบ้างครับที่วัดยังพอมีไหมครับ ไม่ต้องรุ่นนิยมหรือแพงมากก็ดีครับเนื่องจากปัจจัยน้อยจริงๆครับช่วงนี้แต่อยากมีวัตถุมงคลของท่าน
    นับถือท่านเป็นที่สุดครับ
    สาธุ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 สิงหาคม 2010
  12. อั๋นวัดสาม

    อั๋นวัดสาม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    4,379
    ค่าพลัง:
    +9,298
    มีพระผงของหลวงปู่ที่ออกวัดพลับพลา เพียงองค์เดียวครับ นอกนั้นมีรูปถ่ายที่เขาทำแจกอยู่นิดหน่อย
     
  13. เศรษฐาพล

    เศรษฐาพล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    500
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,539
    ใช่เลย แต่ของผม เก่า ครับ ไม่ได้ สวย แบบนี้ สีก็ไม่ทองแบบนี้ ครับ เหมือนจะไม่มี รุ่นสีทองแบบนี้นะ ผมเคยดูมา ...ถ้าเป็นของท่านปลุก รุ่น 16 ทรงระฆัง ไม่เห็นมีรุ่นสีทอง แบบนั้นเลย ครับ ยังไงลองเชคดู นะไว้ผม ได้ กล้อง คืนจะ ถ่ายของผมให้ชม
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 28 สิงหาคม 2010
  14. เศรษฐาพล

    เศรษฐาพล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    500
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,539
    หายาก แล้วนะครับ เพราะ รุ่นหลังๆ มีที่ วัดครับ แต่ ที่ทัน ท่านปลุกก็ ไม่เกิน รุ่น 18 นะครับ
     
  15. เศรษฐาพล

    เศรษฐาพล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    500
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,539
    เยี่ยม ครับ อิอิ ว่างๆ เอารูป มาลง ก็ได้นะครับ ท่าน
     
  16. เศรษฐาพล

    เศรษฐาพล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    500
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,539
    ผมก็ว่า ไม่เคยเห็นเลย ทำเลียนแบบครับ จากประสบการณ์ แค่ รูปหน้า ท่าน ก็ผิดแบบแล้ว
     
  17. เศรษฐาพล

    เศรษฐาพล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    500
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,539
    พีี่ถ่ายเก่งนะครับ ผมไม่ถ่ายอะ รู้สึกเหมือน ท่านไม่อยากให้ผมถ่าย 55+
     
  18. เศรษฐาพล

    เศรษฐาพล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    500
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,539
    ท่านใด พอ ทราบ เกี่ยวกับ รุ่น ทรงระฆัง 16 ที่ตกเขา แล้ว รอด ไหมครับ ผมหาข่าวทาง Net ไม่เจอเลย แต่ตาเคยเล่าให้ฟัง ว่า รุ่นนี้สุดยอด ให้รักษาให้ดี !! กว่าจะได้มาตารอให้ผมอายุ 20 ครับ เป็นการรอคอยที่แสนนาน ตอนนี้ท่านเสียแล้ว หลังจากให้พระผมได้ไม่กี่ปี
     
  19. motana2008

    motana2008 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    5,108
    ค่าพลัง:
    +10,600

    หมายความว่าทีท่านเสกนี่คือไม่เกินปี 2518 หรือครับ
    ยังไม่ทันเกิดเลยนะนี่ จะหาได้ไหมหนอ ราคาไกลแล้วยังครับ
     
  20. เศรษฐาพล

    เศรษฐาพล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    500
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,539
    ผมพูดตามตรงเลย ใช่ครับ ที่ผม ถามคุณตามานะและศึกษามา

    เรื่องราคา อยู่ที่จิตที่จะให้ ครับ ผมไม่ได้เล่น พระตลาด ผมไม่ได้ซื้อขายพระ

    ผมเป็นสายมรดก ครับ และก็สาย บูชาพระใหม่ๆ ช่วยสร้างวัดไรทำนองนี้อะครับ

    หลักหมื่นปลายๆ ตาเคยบอกนะแต่ แท้จริงยังไรผมไม่ทราบครับ สำหรับผมประเมิณค่าไม่ได้เลย ....

    ถ้าคุณต้องการ ต้องลองลงไปลำปางแล้วไป สืบถามหาคนเฒ่าคนแก่ จะดีครับเพระเขาไม่เอาพระปลอมมาหลอกบูชาแน่ๆ แต่ต้อง สืบๆ ดูนะครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 28 สิงหาคม 2010

แชร์หน้านี้

Loading...