หลวงปู่บุดดาพยากรณ์หลวงปู่ดู่ และเรื่องราวของ

ในห้อง 'หลวงปู่ดู่ และ หลวงตาม้า' ตั้งกระทู้โดย Wisdom, 10 พฤศจิกายน 2006.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. kn2p

    kn2p Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    9
    ค่าพลัง:
    +57
    ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน ที่นำเกร็ดบุญและข้อมูลของครูบาอาจารย์มาสงเคราะห์กัน แต่ขอนิดนึง อย่าเอาความคิด การคาดเดาของตนเองเสริมลงไป เพราะวิสัยของปุถุชนมักไม่สามารถมองเห็นตรงตามความเป็นจริง
    ขออ้างความเดิมโดยเฉพาะในวงเล็บที่ขีดเส้นใต้ไว้
    จิตใจแห่งพระโพธิสัตว์ผู้มีบารมีเต็มเปี่ยมแล้วภูมิจิตภูมิธรรมของพระโพธิสัตว์องค์นั้นบริสุทธิ์ดุจจิตใจแห่งพระอรหันต์เพียงแต่พระโพธิสัตว์องค์นั้นยังมิได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าเท่านั้นเองเพียงรอให้ถึงยุคท่านเท่านั้น
    ดังคำกล่าวของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่เคยพูดเปรียบถึงภูมิจิตของหลวงปู่ดู่ไว้ว่า

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤศจิกายน 2006
  2. kn2p

    kn2p Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    9
    ค่าพลัง:
    +57
    1.ลป.บุดาพยากรณ์ ลป.ดู่ ว่าจะสำเร็จ และหลวงปู่ดู่เองก็มีความกังวลตรงนี้ อันนี้ผมเชื่อเต็มที่
    2. ที่ว่าลป.ดู่ เป็นองค์เดียวกับ ลป.ทวด และเป็นการแบ่งภาคของพระศรีอาริย์ อันนี้ ต้องศึกษาหลายประเด็นให้ครอบคลุม จะเห็นว่าไม่ใช่
    3.ลป.ดู่สามารถสื่อได้กับ ลป.ทวด เนื่องจากเป็นพระโพธิสัตว์บารมีเต็มมาก่อน
    4.หลวงปู่ต่าง ๆ ที่เอ่ยนามมาแล้ว ล้วนเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น กรณีของ ลป.ดู่ ในบั้นปลาย องค์ท่านอาจลาพุทธภูมิได้ โดยที่ศิษย์ไม่ทราบ ปัจจุบันมีลาเยอะมาก อาจรวมทั้งหลวงพี่เล็กด้วย
    5.พระโพธิสัตว์เต็มขั้นเพียงใด จะอยู่แดนดุสิต ไม่ไปนิพพานโดยเด็ดขาด ยกเว้นการไป การมา ไม่ใช่การเข้าพระนิพพาน
    6. พระพุทธเจ้าตรัสรู้ แล้วถือว่าจบกัน เป้าหมายสูงสุด คือจบกิจพระพุทธศาสนา เท่าพระอรหันต์ เพียงแต่ มีเมตตารื้อขนสัตว์สู่แดนนิพพาน จะไม่มีการลงมาตรัสใหม่เช่นที่ท่านเข้าใจกันว่า ลป.ดู่ ลป.ทวด พระศรีอาริย์ เป็นองค์เดียวกัน แบ่งภาค อะไรทำนองนั้น เพราะถ้าพระศรีอาริย์ตรัส ก็เหมือนหมดเชื้อเกิด ถ้าเป็นองค์เดียวกัน ลป.ทวด ลป.ดู่ ก็ต้องหมดเชื้อเกิดตาม จะมาเป็นพระพุทธเจ้าองค์หลังไม่ได้
    7.วิสัยของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ เราไม่อาจรู้ได้ ท่านสามารถทำพุทธนิมิตได้อย่างอัศจรรย์
    8.เรื่องการแบ่งภาค เป็นเรื่องที่อยู่ในวิสัย แต่เรื่องที่ตรัสแล้ว กลับมาตรัสอีก ไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในวิสัยหรือไม่ แต่ไม่มีองค์ไหนทำด้วยเหตุของพุทธกับธรรม
    9. เรื่องพระอรหันต์กลับมาเกิดอีก ถ้าท่านได้ตั้งสัจจะอธิษฐานไว้ เห็นมีแต่กลุ่มความเชื่อของสำนักปู่สวรรค์ในอดีต เป็นการลงทรงอ้างหลวงปู่ทวด ลป. โต รวมทั้งตำนานพระคาถาชินบัญชร ที่มีทั้งเรื่องในพระไตรปิฎก และสอดแทรกความเห็นเจ้าสำนัก และมีหลาย ๆ อย่างเลอะเทอะ ปัจจุบัน ยังมีศรัทธากลุ่มนี้หลงเหลืออยู่
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤศจิกายน 2006
  3. woottipon

    woottipon เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2005
    โพสต์:
    10,594
    ค่าพลัง:
    +81,620
  4. Wisdom

    Wisdom ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    1,679
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +26,491
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 13 พฤศจิกายน 2006
  5. พรเทพ คชมาศ

    พรเทพ คชมาศ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    352
    ค่าพลัง:
    +1,295
    อนุโมทนากับท่าน kn2p ภูมิธรรมท่านลึกซึ้งมาก
    ..........................................................................


    หนึ่ง บางที พระอรหันต์ท่านมาให้กำลังใจผู้ปรารถนาพุทธภูมิ จึงได้กล่าว
    ว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต แต่ท่านพูดให้กำลังใจแค่นั้น ท่านมิได้
    ทำนายได้ดอก ผู้จักทำนายพระพุทธเจ้าได้คือพระพุทธเจ้าองค์ก่อนหน้า
    และจะทำนายในชาติที่ได้ตรัสรู้เท่านั้น คนที่ได้รับคำทำนายจากพระพุทธเจ้า
    โดยตรงในชาตินั้น ซึ่งมาจุติบำเพ็ญบารมีร่วมชาติกันจึงได้เป็นพระพุทธเจ้า
    องค์ต่อไป


    สอง พระศรีอาริยเตยไตรย์ เคยเกิดร่วมชาติกับพระสมณะโคดมหลายชาติ
    บำเพ็ญบารมีมาเกือบเท่ากัน แต่พระศรีอาริยเมตไตรย์มากกว่าหน่อย แต่
    ท่านสับเปลี่ยนดอกบัวกัน และให้พระสมณะโคดมเป็นก่อน ท่านได้ตั้งอธิษฐาน
    ว่าจักถวายสิ่งสูงสุดที่ตนมีเพื่อพุทธภูมิทุกชาติไป ดังนี้ ชาติที่ได้เกิดเป็นพระ
    สังขจักร ถึงขนาดตัดคอ เอาเศียรตัวเองบูชาพระธรรมจากพระพุทธเจ้าสมณะ
    โคดม


    ดังนี้ เมื่อท่านมาเกิดอีก ท่านก็ลองดูเอาว่าท่านจะเอาอะไรบูชาพุทธภูมิ ย่อม
    ไม่ด้อยไปกว่าชีวิตเป็นแน่แท้ พระศรีอาร์ฯ จะบูชาเหนือกว่าทุกชาติไป
    ดังนี้ พระอรหันต์ทั้งหลาย คยมีผู้ใดถวายเหนือนี้บ้างก็หาไม่ จึงล้วนไม่ใช่พระ
    ศรีอาร์ฯ มาเกิดเลยสักคน


    สาม เรื่องการได้นิพพานแล้วเกิดใหม่นี้ มีเหมือนกัน พระมหาโพธิสัตว์ที่มีอยู่
    จำนวนไม่มากนักเท่านั้นที่ทำได้ เช่น พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรกวนอิม
    เพราะท่านมีสัตย์อธิษฐานบารมีกล้าแกร่ง เป็นต้น


    ก็ไม่ถือเป็นเรื่องเหลวไหล แต่ใช่ว่าคนจะรู้ได้ง่ายๆ แม้นพระอรหันต์ก็มีภูมิ
    ธรรมไม่ถึงขั้นที่จะรู้เรื่องนี้ได้ มีบ้างที่เทพบางองค์ หรือพระโพธิสัตว์ท่าน
    มาจุติแล้วเล่าเรื่องราวไว้บ้างเล็กน้อย เช่น พนะโพธิสัตว์กวนอิม ท่านก็ได้
    สอนเรื่องบางอย่างที่ อาจดูไม่มีในไตรปิฏก ก็อย่าได้แปลกใจ เพราะท่าน
    มิได้สอนผิดเพี้ยน แต่เพราะท่านเป็นตมหาโพธิสัตว์ จึงรู้เรื่องบางประการ
    ที่แม้นแต่พระพุทธเจ้าธรรมดายังไม่รู้


    ส่วนพระนิพพานก็มี ทั้งตอนยังไม่ตาย หากได้นิพพานก็นิพพานในร่างที่
    มีชีวิต เมื่อตายไป วิญญาณก็ไปนิพพาน ยังไม่สูญทันที แต่สิ่งเหล่านี้ก็อนิจจัง
    เมื่อถึงคราวพระเจ้าสร้างจักรวาลใหม่ ก็คือ จักรวาลระเบิดอีกรอบ ทุกสิ่ง
    ล้วนสลายหมด "อนิจจัง" ทั้งหมด แม้นแต่พระนิพพาน

    แต่นิพพานแล้ว ไม่เกิดอีก อันนี้สำหรับดวงวิญญาณทั่วไป และไม่มีทุกข์อีก
    อันนี่ของตาย และสูญกิเลสไปหมด อันนี้ก็ใช่ แต่ไม่ใช่ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
    เพราะต้องมี "ปัญญา" สว่างไสวด้วย จึงเรียกว่านิพพาน หากจิตไม่สมประกอบ
    ไม่เหลือสภาพจะอยากได้ ไม่มีกิเลส แต่ไม่มีปัญญาพอ ก็ไม่เรียกนิพานดอก
    ดังนี้ อยู่ๆ จิตว่างไม่คิดอะไร จะบอกว่าลงไปอาบน้ำในสระนิพพานชั่วคราว
    ก็หาได้ไม่ จะว่าสัตว์ไร้ความอยากแล้วจักได้นิพพานก็หาได้ไม่


    ปล. พระพุทธเจ้า มาจุติเพื่อสอนคนไปนิพพาน ท่านไม่จำเป็นต้องสอน
    เรื่องที่เกินความจำเป็น แต่ก็มีบ้างที่พระโพธิสัตว์บางองค์ มีบุญบารมีมาก
    และอธิษฐานของให้รู้เรื่องราวนั้น เมื่อบุญสะสมมีมากพอท่านก็รู้ได้ เช่น
    พระโพธิสัตว์เยซูคริสตร์ ท่านก็รู้เรื่องพระเจ้า การสร้างโลก ซึ่งข้าพเจ้า
    คิดว่า พวกเราคงไม่มองว่าพระเยซูคริสตร์โกหก (ท่านเมตตาและดีออก
    อย่างนั้น ท่านจักโกหกเทียวหรือ?) ซึ่งพระเยซูคริสเจ้า ท่านก็ได้ทำนาย
    พระบุตรของพระเจ้า ซึ่งก็หมายถึงพระโพธิสัตว์ต่างๆ ไว้เช่นกัน ท่านยัง
    ทำนายว่า ผู้ที่จะได้เป็นพระเจ้าองค์ต่อไป (ไม่ใช่พระพุทธเจ้านะ เหนือกว่า
    นั้น เป็นผู้สร้างจักรวาลอีกที) คือ ซาตาน


    ความคิดส่วนตัวของผมจากการรู้ด้วยฌาณ คือ พระเจ้าผู้สร้างโลก
    มีหนึ่งผู้สร้างโดยไม่คิด จึงสร้างผิดๆ (ตามหลักพราหมณ์คือพระผู้สร้าง)
    ส่วนอีกท่านคือท่านผู้ทำลายสิ่งที่ถูกสร้างแบบผิดๆ นั้น

    ทั้งคู่ก่อกรรมแบบนี้ คนหนึ่งสร้างโดยไม่คิด ต้องไปอยู่ในนรก เป็น
    พญามัจจุราช จวบจนกว่าคนจะทำดีจนวิญญาณไม่มีเหลือลงนรก
    ก็ได้ไปปกครองสวรรค์ต่อ ไม่ต้องเกิดอีก เพราะสร้างสรรพสัตว์มา
    เยอะ แต่ก็ต้องไปทำลายสัตว์ที่ทำผิด ต้องทรมานเห็นสัตว์ที่ตนสร้าง
    ผิดๆ ตกนรกร่ำไป

    ส่วนคนที่ทำลายๆ จะไปเกิดเป็นซาตาน คือ ตนเองไม่สร้าง แต่ทำลาย
    ก็จะไปเกิดเป็นสารพัดสัตว์ต้นตระกูลสัตว์ทุกชนิด นี่เป็นกรรมที่เอาแต่
    ทำลาย ไม่รู้จักสร้าง สุดท้าย ตกนรกตั้งแต่ขุมต่ำสุด ทรมานมาหมด
    จนจะกลับมาเกิดเป็นพระพุทธเจ้าต่อ และได้ขนสรรพสัตว์หมดจักรวาล
    กลับนิพพานหมด แล้วเริ่มต้นสร้างจักวาลและมนุษย์กันใหม่


    ส่วนพระผู้รักษา ในทางพราหมณ์ ก็คือ พระโพธิสัตว์ทั้งหลายที่
    เกิดมาช่วยรักษา สนับสนุนพระพุทธศาสนาในแต่ละยุคละสมัย
    จวนจนกว่าตนเองจะมีบารมีพอได้เป็นพระพุทธเจ้า


    ข้าพเจ้าอาจดูมั่วมาก เพราะหยิบเอาพุทธ คริสตร์ พราหมณ์มาปนกัน
    ไปหมด โพสไว้มิได้ให้ใครเชื่อ แต่ท่านจงพิจารณาเอาเองว่า

    พระเยซูคริสตร์นี้ เป็นคนเลวหรือไม่? ท่านโกหกเรื่องพระเจ้าหรือไม่?
    ศาสนาพรหามณ์สอนผิดทุกอย่างเลยหรือไม่? หากเป็นศาสนาที่เกิดจาก
    พระโพธิสัตว์มาสอนคนไว้ ท่านว่า จะผิดไปหมดเลยหรือ?


    หากท่านไม่ยึดติดว่าเป็นศาสนาใดแล้ว ท่านย่อมเห็น "วิมุติ" ในทุกศาสนา
    และท่านสามารถเชื่อมโยงเรื่องราว ในวิมุติ มาต่อกัน แล้วแปลงเป็นสมมุติ
    บัญญัติเล่าเรื่องราวเหล่านั้นได้หมด


    เพียงแต่เกรงว่าท่านจะยึดติดเพียงพุทธศาสนาเท่านั้นเอง


    โพสไว้แลกเปลี่ยนความรู้กันนะครับ
    สาธุ......................................................................
     
  6. Wisdom

    Wisdom ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    1,679
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +26,491
    ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าสายหลวงปู่ดู่หลวงปู่ทวดแท้ๆที่นำมาเผยแพร่แก่คนในเวบไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกับสำนักปู่สววรค์แม้อะไรหรือสิ่งใดๆทั้งสิ้นและยกพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งเหนืออื่นใดสูงสุดน้อมรับคำสอนหลวงปู่ดู่แท้ๆเป็นที่สุด

    ต้องขอโมทนาสาธุกับธรรมทานครับ...เราเป็นปถุชนอยู่ทั้งผมและคุณการไปคาดเดาเรื่องพระอริยะเจ้าได้นั้นยากยิ่งนัก...เหตุนี้สิ่งใดๆที่ผมศรัทธาเกี่ยวกับหลวงปู่ดู่ในปัจจุบันผมจึงน้อมรับทั้งคำสั่งสอนและการปฎิบัติมาจากลูกศิย์หลวงปู่ดู่แท้ๆที่ยังหลงเหลืออยู่(ใครจะทราบได้ดีกว่าคนที่เคยคลุกคลีกับท่าน)ซึ่งหลวงปู่มอบหมายกิจใดๆและสอนด้วยมือตนเองทีเดียวซึ่งท่านเหล่านั้นล้วนเป็นพระสุปฎิปันโนที่ยังทรงธาตุขันธ์อยู่ในปัจจุบัน...

    คำบอกเล่าสั่งสอนขององค์หลวงปู่บางบทที่ยังตกทอดมาก็ทราบกันแค่ในหมู่ลูกศิษย์เท่านั้นและมีเหตุให้ไม่สามรถนำออกเผยแพร่ได้ที่นำมาเป็นธรรมทานนี้เป็นแค่เปลือกๆเท่านั้น...บางครั้งคนภายนอกไม่ทราบจึงคาดเดาไปต่างๆนานาๆ

    พระโพธิสัตว์ที่มีกำลังขนาดนี้ท่านมักจะปิดเรื่องท่านไว้แม้กระทั่งพระอริยะเจ้ายังดูกันไม่ออกต้องเป็นคนมีบุพกรรมจริงๆจึงจะทราบได้

    สมัยท่านลูกศิษย์เองก็เคยถามหลวงปู่ว่าทำไมไม่บอกให้คนทั่วไปรู้
    ท่านก็ตอบว่า"ฉันไม่ใช่อาจารย์หรอก อาจารย์นะพระพุทธเจ้า หลวงพ่อทวดนัน ฉันเป็นลูกศิษย์ท่าน หลวงพ่อทวดท่านไม่ยอมเป็นอาจารย์นะ เคยมีลูกศิษย์จะขอให้หลวงพ่อทวดท่านตั้งแบบให้ ได้ถามท่านว่า

    "หลวงพ่อช่วยตั้งแบบปฎิบัติให้ที"

    "ข้าตั้งไม่ได้"ท่านตอบ

    "เพราะเหตุไร หลวงพ่อ"ศิษย์เรียนถาม

    "ก็ข้าเป็นลูกศิษย์พระสมณโคดม ถ้าข้าตั้ง ข้าก็สบประมาทท่าน ผิดแบบจากพระไตรปิฎก ต้องหาแบบใหม่มา เป็นบาป" ท่านตอบ

    "ถ้าอย่างนั้น ผมขอหลวงพ่อช่วยเหลือในหมู่คณะปฎิบัติ"
    ศิษย์ขอร้อง

    ท่านจึงตอบว่า
    "เออ! งั้นได้ ช่วยเหลือสนับสนุนพระพุทธเจ้าเดิม เพื่อประโยชน์พระศาสนาต่อไปภายหน้า"

    OOO
    __________พิจารณากันเอาเองครับ_______Wisdom.



    OOO
    และขอยกมาเน้นย้ำกันอีกครั้งที่ผมลงไว้ตั้งแต่ต้นกระทู้


    ความจริงเรื่องความลึกลับซ่อนเร้นในพระพุทธศาสนานั้น มิใช่ว่าเพิ่งจะเกิดมีขึ้นมาก็หาไม่ แต่มีมานานแล้วนานนับเป็นกัปเป็นกัลป์เป็นแสนโกฏิอสงไขยเลยทีเดียว นับแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ จำนวนมากมายหลายแสนล้านพระองค์ที่จะนับจะประมาณมิได้ “อจินไตย 4” ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ ได้แก่

    1. พุทธวิสัย เรื่องราวแห่งผู้ปรารถนาพุทธภูมิ ภาวะแห่งพระโพธิสัตว์ และรวมไปถึงอำนาจแห่งพระสัพพัญญุตญาณอันยิ่งใหญ่ไพศาล และพระมหาบารมีแห่งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐเลิศล้ำทั่วแดนไตรโลกธาตุอันมนุษยโลก เทวโลก มารโลก ตลอดถึง พรหมโลก ต่างก็กราบไหว้บูชาสักการะซึ่งพระพุทธคุณอันหาประมาณมิได้ เป็น “อัปมาโณ” ถือเป็นสรณะที่พึ่งอันประเสริฐสูงสุดของมงคลจักรวาลนี้เลยทีเดียว
    <O:p

    2. ฌานวิสัย ความลึกลับซ่อนเร้นในเรื่องของ ฌานสมาบัติ และ ญาณสมาธิรวมทั้งท่านผู้ที่ได้อภิญญาทั้ง โลกียะและโลกุตระ หรือ วิชชา 8 ประการ ที่ทรงไว้ซึ่งความสุขุมลุ่มลึกคัมภีรภาพละเอียดอ่อน และมีความวิจิตรพิสดารมาก ตามลำดับขั้นของจิตที่ทรงฌานและเต็มไปด้วยอภินิหาร คือ อำนาจของจิต ( Mind’s Potential or Will power )

    3. กรรมวิสัย ความละเอียดลึกล้ำ ในเรื่องของ กรรมวิบาก ที่มีผลจำแนกแตกต่างให้สัตว์ทั้งหลายเป็นไปตามกรรม

    4. โลกวิสัย ความพิสดารในเรื่องราวของ โลก ทั้งของมนุษย์ เทวดา มาร พรหม และ สรรพสัตว์ ล้วนมีความแตกต่างกันออกไปทั่วแสนโกฏิจักรวาลทั้ง 4 เรื่อง 4 รสนี้ ต่างก็มีความวิจิตรพิสดารมาก ยากที่บุคคลธรรมดาจะทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ เพราะเป็นเรื่องที่พระพุทธศาสนาจัดว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรนำมาคิด จึงเรียกว่า อจินไตยแปลว่า ไม่ จินไตย คือ จินตนา แปลว่า ความคิด คือ ไม่ให้นำมาคิด นั่นเอง ผู้ใดนำมาคิด พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า จะเป็นผู้มีส่วนแห่งความบ้าเป็นแน่แท้


    (f)
    ...........................................
    <!-- / message --><!-- sig -->
    ขอยืนยันประโยคเดิมครับไม่อยากให้กระทู้นี้มานั่งถกเถียงกันว่าใครถูกผิด

    ขอให้กระทู้เป็นธรรมทานความรู้ส่วนใครจะเชื่อไม่เชื่อก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลเพราะแต่ละท่านต่างก็มีความศรัทธาส่วนตัวอยู่

    หลายๆเรื่องที่นำมาลงในเวบเป็นเรื่องราวที่ผมเห็นว่าน่าสนใจจึงนำมาลงอย่างที่เห็นกันเพื่อให้ได้รู้ถึงหลายๆเรื่องที่หาไม่ค่อยได้มิได้มีเจตนาอื่นใด


    ขอโมทนาบุญทุกท่านครับ _/\_
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 22 พฤศจิกายน 2006
  7. พรเทพ คชมาศ

    พรเทพ คชมาศ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    352
    ค่าพลัง:
    +1,295
    เรื่องพุทธวิสัย นี้ก็เป็นอจิณไตย ถูกต้อง บุคคลทั่วไปย่อมไม่ทราบได้
    ไหนๆ เราได้มาเกิดร่วมชาติกันแล้ว ยากนักที่จะได้พบเจอ ข้าพเจ้า
    รู้บ้างไม่รู้บ้างในเรื่องใด ก็โพสไว้เผื่อเป็นบุญกุศล


    อันคนเรานั้น เมื่อทำบุญสะสมมากๆ แล้วอธิษฐานอย่างใดก็จะได้
    อย่างนั้น บุคคลธรรมดา หากทำบุญมาก และขอให้รู้เรื่องราวของ
    อจิณไตยเหล่านี้ เมื่อบุญสะสมพอ ก็ได้ดั่งจิตอธิษฐาน


    ไม่แปลกอันใด ที่จะมีบุคคลบางคน รู้ได้
    และไม่ใช่ประเด็นโต้เถียงแต่อย่างใด เพราะความรู้ใหม่นี้ มิได้
    ไปลบล้างของเก่าเลย ไม่ได้ปฏิเสธศาสนาใดแม้นแต่หนึ่งศาสนา
    ยอมรับได้ โดยไม่ยึดติดแม้นว่าศาสนาใด



    เมื่อไม่ยึดติดในสมมุติบัญญัติ ไม่ยึดติดในศาสนา ไม่ยึดติดใน
    พระอาจารย์ ย่อมเห็น "วิมุติ" ในสมมุติบัญญัติ


    ย่อมมีดวงตาเห็นธรรม ที่ซ่อนอยู่ แม้นคำศัพท์นั้น มิใช่ศัพท์พุทธ

    สาธุ................................................................
     
  8. penney

    penney เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    323
    ค่าพลัง:
    +1,138
    ขอโทษนะคะ ถึงแม้ว่าดิฉันจะมีความรู้ทางธรรมไม่มากนัก
    แต่พอทราบว่า พระพุทธเจ้าพระองค์ทรงมีพุทธวิสัย
    พระองค์ทรงทราบทุกๆสิ่งในจักรวาล

    และพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ก็ไม่ธรรมดานะคะ
    เพราะว่ากว่าจะตรัสรู้ได้ท่านต้องบำเพ็ญสะสมบารมี
    มานานแสนนาน

    และเกรงว่าที่คุณพูดเช่นนี้จะเป็นการปรามาสพระพุทธเจ้าด้วยอ่ะค่ะ

    หากว่าดิฉันพูดอะไรผิดต้องขออภัยด้วยนะคะ เพราะว่าดิฉันยังโง่อยู่มาก
    ความรู้ทางธรรมก็น้อยนิด ค่ะ
     
  9. พิโมกข์

    พิโมกข์ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    14
    ค่าพลัง:
    +38
    แล้วมัน สำคัญยังไงเหรอ ถ้าท่านไม่เป็นพระโพธิสัตว์ แล้วจะไม่กราบท่านหรือไง

    ความดีเราไม่เท่าท่าน แล้วจะไปสนใจทำไมว่าท่านจะเป็นอะไร ฮึ ???

    รู้ว่าทุกท่านเป็นพระดีก็เกินพอแล้ว สงสัยอยู่ได้ เรื่องความดี นี่
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...