หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ พระผู้ทรงคุณสุดอ้าง

ในห้อง 'หลวงปู่ดู่ และ หลวงตาม้า' ตั้งกระทู้โดย Wisdom, 5 ธันวาคม 2006.

  1. Wisdom

    Wisdom ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    1,679
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +26,491
    [​IMG]
    พระ ทรงคุณสุดอ้าง พรรณนา สิ้นเฮย
    พรหม ประทานเมตตา พร่ำชี้
    ปัญ ปราบกิเลสคณา ดังง่าย ฤาพ่อ
    โญ จักสถิตย์นามนี้ คู่ฟ้านิรันดร์



    ชาติภูมิ
    • พระคุณเจ้าหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ มีชาติกำเนิดในสกุล หนูศรี เดิมชื่อดู่ เกิดในวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2447 ตรงกับวันศุกร์ขึ้น 15 ค่ำ เดิน 6 ปีมะโรง ซึ่งเป็นวันเพ็ญวิสาขปุรณมี ณ บ้านข้าวเม่า ตำบลข้าวเม่า อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    • โยมบิดาชื่อ พุด โยมมารดาชื่อ พ่วง ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน ท่านเป็นบุตรคนสุดท้อง มีโยมพี่สาวอีก 2 คน มีชื่อตามลำดับดังนี้
    • 1. นางทองคำ สุนิมิตร
    • 2. นางสุ่ม พึ่งกุศล
    • 3. ตัวท่านหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
    • ปฐมวัยและการศึกษาเบื้องต้น
    • ชีวิตในวัยเด็กท่านจะขาดความอบอุ่นเนื่องจากกำพร้าบิดามารดาตั้งแต่เยาว์ขณะที่ท่านอายุเพียง 4 ขวบเท่านั้น จึงได้อาศัยอยู่กับยาย โดยมีโยมพี่สาวชื่อ สุ่ม เป็นผู้ดูแลเอาใจใส่และท่านก็ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนที่วัดกลางคลองสระบัว วัดประดู่ทรงธรรม และวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ
    • สู่เพศพรหมจรรย์
    • เมื่อท่านอายุได้ 21 ปีก็ได้เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบท เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2468 ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 4 ค่ำ เดือน 6 ณ วัดสะแก ตำบลธนู อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีหลวงพ่อกลั่น เจ้าอาวาสวัดพระญาติการาม เป็นพระอุปัชฌาย์ มีหลวงพ่อแด่ เจ้าอาวาสวัดสะแก ขณะนั้นเป็นพระกรรมวาจาจารย์และมีหลวงพ่อฉาย วัดกลางคลองสระบัว เป็นพระอนุศาสนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "พรหมปัญโญ"
    • ในพรรษาแรก ๆ นั้น ท่านได้ศึกษาพระปริยัติธรรม ที่วัดประดู่ทรงธรรม ซึ่งในสมัยนั้นเรียกว่าวัดประดู่โรงธรรม โดยมีพระอาจารย์ผู้สอนคือ ท่านเจ้าคุณเนื่อง,พระครูขม และหลวงพ่อรอด(เสือ) เป็นต้น
    • ในด้านการปฏิบัติพระกรรมฐานนั้น ท่านก็ได้ศึกษากับหลวงพ่อกลั่น ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ และหลวงพ่อเภา ศิษย์องค์สำคัญของหลวงพ่อกลั่น ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของท่าน เมื่อท่านบวชได้พรรษาที่ 2 ประมาณปลายปี 2469 หลวงพ่อกลั่นก็ได้มรณภาพ ท่านจึงได้ศึกษาหาความรู้จากหลวงพ่อเภาเป็นสำคัญ
    • หลวงพ่อดู่ท่านได้ถือข้อวัตร คือฉันอาหารมื้อเดียวมาตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2500 จนถึง พ.ศ.2525 เหล่าสานุศิษย์ได้กราบนิมนต์ให้ท่านฉัน 2 มื้อเนื่องจากความชราภาพ ประกอบกับต้องรับแขกมากขึ้น ท่านจึงได้ผ่อนปรนตามความเหมาะควรแห่งอัตภาพ
    • เน้นหนักที่การปฎิบัติ
    • หลวงพ่อดู่ท่านให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องของการปฏิบัติสมาธิภาวนา ท่านว่า " ถ้าไม่เอา (ปฏิบัติ) เป็นเถ้าเสียดีกว่า " ในสมัยก่อนเมื่อตอนที่ศาลาปฏิบัติธรรมหน้ากุฏิท่านยังสร้างไม่เสร็จนั้น ท่านก็เมตตาให้ใช้ห้องส่วนตัวที่ท่านใช้จำวัดเป็นที่รับรองสานุศิษย์ และผู้สนใจได้ใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรม ซึ่งนับว่าเป็นความเมตตาอย่างสูง
    • ปัจฉิมวาร
    • นับตั้งแต่ พ.ศ. 2525 เป็นต้นมา หลวงพ่อดู่ต้องรับภาระหนักในการรับแขกตลอดจนสุขภาพของท่านทรุดโทรมลง ด้วยปณิธานที่ท่านตั้งไว้ว่า "สู้แค่ตาย" ท่านใช้ความอดทนอดกลั่นอย่างสูง แม้บางครั้งจะมีโรคภัยเบียดเบียนอย่างหนัก ท่านก็สู้อุตส่าห์ออกโปรดญาติโยมเป็นปรกติ.....
    • จนเมื่อเวลา 5 นาฬิกา ของวันอังคารที่ 17 มกราคม 2533 ท่านก็ได้ละสังขารไปด้วยความสงบด้วยโรคหัวใจในกุฏิท่าน อายุได้ 85 ปี 8 เดือน อายุพรรษา 65 พรรษา
    • " ตราบใดก็ตามที่แกยังไม่เห็นความดีในตัว ก็ไม่นับว่าแกรู้จักข้า
    • แต่ถ้าเมื่อใดที่เริ่มเห็นความดีในตัวเองแล้ว
    • เมื่อนั้น ข้าว่าแกรู้จักข้าดีขึ้นแล้ว...."
    ***************************************
    คัดลอกมาจาก "พระผู้จุดประทีบในดวงใจ" สำนักสงฆ์พุทธพรหมปัญโญ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่....
     
  2. แดนโลกธาตุ

    แดนโลกธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2006
    โพสต์:
    3,464
    ค่าพลัง:
    +23,946
    [​IMG][​IMG]

    หลวงตามหาบัว.. กล่าวถึง....พ่อแม่ครูจารย์หลวงปู่บุดดา ..
    รายละเอียดคลิ๊กอ่านได้ที่นี่ครับ

    http://www.palungjit.org/board/showthread.php?t=61141
     

แชร์หน้านี้

Loading...