สารพันปัญหา ตอบโดยคุณ nopphakan

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย นารายณ์ทรงศร, 26 พฤศจิกายน 2016.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,789
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,057
    ..
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 ตุลาคม 2019
  2. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,732
    อยู่ตามรัฐ หรืออยู่ จาไมก้า เห็นระยะเวลาห่างพอกัน ๕๕
     
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,789
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,057
    Chicago ค่ะ
     
  4. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,732
    ระเบิดออกที่ศีรษะส่วนมากเสียงดังไร้แสงได้ในเรื่องนิสัยดีขึ้น
    คือมีการตัดสินใจในทางที่ดี

    ระเบิดที่ตัวจิต ส่วนมากจะวิ่งในกายก่อน คือเสียงดังคล้ายระเบิดและมีสีขาวแบบนี้ มันจะได้ในเรื่องการตัดยึดร่างกายถึงในระดับละเอียด และถ้าวิ่งไปร่างกายส่วนไหนแล้วระเบิด ตรงนั้นจะหายทันที แม้เคยเป็นเรื่อรังมาก่อน

    แต่บางคน ระเบิดซ้อน
    ระเบิดไปเรื่อยๆ ได้เรื่องความสวมารถ
    พิเศษเกิดขึ้นมา ไปเป็นพวกญานทิพย์


    กิเลส มีหยาบ กลาง ละเอียด

    จบกิจเอาการระเบิดมาชี้วัดไม่ได้
    แต่มีข้อได้เปรียบตรงที่สามารถ
    เข้าถึงกิเลสละเอียดได้เร็วกว่าปกติ ^_^
     
  5. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,789
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,057
    ในระหว่างที่ทําสมาธิมีแสงทองพุ่งจากฟ้าตรงมาที่ทรวงอกค่ะ
     
  6. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,732
    เป็น พลังงานที่มาจากครูบาร์อาจารย์
    ภายนอก ที่มีความสามารถ
    ในการรักษาด้วยธาตุทอง(
    พลังงานอย่างหนึ่งสีทอง ทั้งป้องกันและ
    อญิษฐานตามที่ขอ เช่น กรรมฐานต่างๆรวมทั้งรักษาตนเอง
    และสามารถส่งต่อได้ หากเรียกได้)
    เชื่อว่ามาจากที่เป็นระดับที่ดีทั้งหลาย
    และถ้ามาทางหน้าอก บอกได้ว่า
    เป็นคนที่รักษาสัจจะได้นั่นเอง
     
  7. Bodhisattva

    Bodhisattva The Spirit of BUDDHA

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 มีนาคม 2018
    โพสต์:
    507
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +2,656
    แล้วถ้าแสงสีทองมาเชื่อมที่บริเวณศีรษะหล่ะคะ
     
  8. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,732
    ที่มาคล้ายกัน
    แต่ไม่ใช่เพราะเรื่องสัจจะ
    แต่เป็นเรื่องการเข้าถึง
    พลังงานตามสีนั้นๆแทน
     
  9. lordsir

    lordsir สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13
    ค่าพลัง:
    +11
    คาราวะอาจารย์นพ ครับ ปัจจุบันลองปฏิบัติ แบบขี้เกียจครับเนื่องจากทุกแนวทางแพ้กิเลส ตัวเองทั้งสิ้นและยอมรับว่าตัวเองขี้เกียจด้วย เลยจับคำภาวนาแทนทำทุกที ที่นึกได้หลักๆคือก่อนนอน
    ปัจจุบันนี้ พบเหตุแปลกๆแต่ก็คิดว่าธรรมดาหรืออุปาทานไปเองเพื่อไม่ให้ยึดติด ตามที่ผมปฏิบัติ อยู่นี่ดีขึ้นหรือผมถอยหลังลงคลองครับ อาจารย์
    ขอบคุณในความเมตตาจากแฟนคลับลับๆ
     
  10. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,732
    ถือว่าปกตินะ...การจะดูว่า ดีขึ้นหรือถอยหลังนั้น
    ทั่วไปจะดูที่ตัว โลภ โกรธ หลง มันมีการไปยึดสิ่งต่างๆ
    ภายนอกน้อยลงไป พูดง่ายๆว่า นิสัยดีขึ้นไหม
    การใช้ชีวิตประจำวันเราง่ายขึ้นไหม เพราะในขณะที่ยัง
    ต้องอยู่ร่วมกับคน ต้องพบเจอผู้คนยังอยู่ในสังคม
    ที่ต้องทำงานร่วมกัน ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบของเรา
    บางครั้ง หน้าที่รับผิดชอบก็ต้องอาศัยความเพียรเพิ่มมากขึ้น
    การจะไปหวังผลสำเร็จจากการปฏิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะผลของ
    กรรมฐานในเรื่องความสามารถ หรือผลจากเรื่องปัญญา
    ที่จะส่งผลให้จิตเรามันวางมันว่าง โดยที่ไม่มีเรื่องอะไรเลย
    ขึ้นมารบกวนนั้น. มันเป็นไปไม่ได้เลยครับ......

    เพราะพวกภาระสมมุติต่างๆเหล่านี้ มันมาขวางกั้นตรงนี้อยู่
    เพียงแต่ว่า ตัวเราเองนั้นให้รู้จักความว่า
    คอยควบคุม และค่อยๆพิจารณาและทำไปเรื่อยๆ.

    การที่ไม่ทิ้งการปฏิบัตินั้น นะถือว่าดีแล้ว
    แต่จะหวังผลเป็นเลิศยังคงไม่ได้

    เรื่องสัมผัสหรืออะไรต่างๆ ในสมาธิหรือที่เป็นผลมาจากสมาธิ
    ให้เพียงแต่รับรู้ทุกเรื่อง. ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม
    ในบางเรื่องเลี่ยงได้ซะก็ควรเลี่ยง เอาตรงนี้ให้ได้ก่อน


    ถ้าวิบากตรงนี้ มันคลายลง ถึงเวลา ณ ตอนนั้น
    แม้ไม่อยากให้จิตเราว่าง มันก็วางและว่างของมันเอง
    เรื่องกรรรมฐานอะไรต่างๆ แม้ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะสำเร็จ
    หรือทำอะไรได้ มันก็จะค่อยๆทำได้ของมันเอง......

    พวกนี้เป็น step ที่ชาวโลกจะเจอกันได้ปกติ....

    เครเนาะ..
     
  11. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,789
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,057
    - เวลานั่งหน้าคอมคล้ายๆจิตว่าง จะเห็นผู้ชายคนนึงยืนอยู่ตรงหน้าแล้วอยู่ๆลําไส้ใหญ่ก็กระเด้งผึงออกมาห้อยต่องแต่งเลย:rolleyes:
    - อีกครั้งเป็นชายหญิงยืนคุยกันด้านข้าง แต่ข้างหน้าท้องจะมีลําไส้ห้อยลงมาทั้งคู่
     
  12. 8-0-4-0

    8-0-4-0 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +46
    สัมภเวสี ไส้ห้อย
    ความจริงจิตไม่ได้ว่าง
    แต่ว่างจากคลื่นความถี่ ทางโลกมนุษย์ชั่วขณะ
    เปลี่ยนเป็นจูนเข้ากับคลื่นความถี่โลกวิญญาณ
    สัมเวสี หรือกายทิพย์ ที่เคยมีความสัมพันธ์ กับมาก่อน เช่นในอดีตกรรม จึงปรากฏให้เห็น.
    ..
    .. แท้จริงอาจยืนใกล้ๆ เรามาตลอดระยะนึงแล้ว.
    .. แต่ คลื่นจืต จูนไม่ตรงกัน.
     
  13. 8-0-4-0

    8-0-4-0 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +46
    @ท่านป๋านพกานต์
    สบายดีนะครับ
    ขอให้เจริญมงคล ทั้งทางโลกทางธรรม.


    "ต้นสาละ แห่งสำนักคุณธรรม ยังคงตระหง่านอยู่ แผ่กิ่งก้าน แตกฉานไตรปิฏก ไตรวิชชา เพื่อวันหน้า จักเติบใหญ่ เป็นต้นโพธิต้นไทร ให้สัตว์ทั้งหลายเป็นที่พึ่ง.... ฯลฯ.."
    .. " กิเลส กรรม วิบาก นี้ ประกอบเป็นสังสารวัฏ
    ดุจคลื่นซัด ปัดจิตปลิว ลิ่วล่องหน
    หนึ่งวิเวก หนึ่งจิตแหลม แกมแยบยล
    ธำรงค์ตน ดำรงมั่น เพื่อวันมีชัย.. "
     
  14. polich68

    polich68 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กันยายน 2012
    โพสต์:
    43
    ค่าพลัง:
    +41
    วัดท่าซุง ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำใช่ไหมครับ
    ผมต้องปฏิบัติทางสายมโนมยิทธิ เข้าใจถูกใช่ไหมครับ
    รบกวนช่วยยืนยันให้อีกครั้งครับ
     
  15. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,732
    ใช่
     
  16. MATHS

    MATHS เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    460
    ค่าพลัง:
    +624
    ขอรบกวนถามพี่นพ เกี่ยวกับการปฎิบัติครับ คือหลังจากได้สวดมนต์และนั่งสมาธิ รวมทั้งเจริญสติ มาต่อเนื่อง รู้สึกว่ามีสติรู้ทันอารมณ์และความคิดบ้างแล้วครับ แต่จะทำให้ก้าวหน้าต่อไป ควรทำต่อไปแบบใจเย็นๆหรือมีวิธีอื่นๆที่ทำให้เร็วขึ้นมั้ยครับ ขอบพระคุณครับ
     
  17. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,732
    เอ่อโดยรวมๆเริ่มนิ่งขึ้นเยอะแล้วหละ ถ้าจะเร็วขึ้น ให้ทำเทคนิคและ
    มาหัดสังเกิดเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
    ๑.ในส่วนของเทคนิค ใน หนึ่งวันที่ผ่านมา ให้มาฝึกย้อนระลึกว่า ทำอะไรมาบ้าง
    ตั้งแต่ตื่นตอนจนกระทั่งกำลังจะนอน เช่น แต่งตัวอย่างไร กินข้าวกับอะไรบ้าง
    พลาดเรื่องอะไรวันนี้ ไปไหนมาบ้าง ฯลฯ
    และก่อนที่จะตื่นนอนอย่าพึ่งลืมตา ให้ระลึกแบบเดิมก่อนอีกรอบ.....

    ๒.ให้มาหัดสังเกตุ ในเรื่องของอารมย์ หากเกิดอารมย์นี้หรือใดๆขึ้นมา
    ให้สังเกตุให้ทันว่า มันเกิดตอนไหน
    อะไรทำให้มันเกิด
    เช่น ได้ยินคำพูด ได้ยินเสียง หรือไปอยู่ตรงนั้น หรือ อยู่ดีๆเกิดขึ้นมาเอง เป็นต้น
    และที่สำคัญคือ ให้หัดสังเกตุว่า มันดับเพราะอะไร ซึ่งปกติจะไม่ทันกัน(ตรงนี้ค่อยๆเป็นค่อยๆไป)
    เช่น เปลี่ยนเรื่องคุย หรือดับไปเฉยๆ หรือคิดอย่างอื่น เป็นต้น
    ถ้าสังเกตุได้
    ให้ย้อนระลึกว่า มันเกิดขึ้นมานานแค่ไหน กี่วินาที กี่นาที เป็นต้น
    และพอเวลาผ่านไป มันยังย้อนเกิดขึ้นมาอีกไหม

    ทำข้อ ๑ และ ๒ บวกกัน ทำได้เรื่อยๆจะสังเกตุเห็นความละเอียดทางด้านนามธรรม
    เช่น ความเข้าใจเหตุแห่งการเกิด การดับในเรื่องนั้นๆ
    ที่พัฒนาขึ้นได้ด้วยตนเอง......
    ทริคที่แนะนำทางโลกเป็นส่วนของ สติสัมโภษชงค์
    มันเป็นพื้นฐานของทุกๆดวงจิต ก่อนที่จะไปเรื่องปัญญาญานได้นั่นเอง
    ปัญญาญานคือ ตัวที่ทำให้เราเข้าใจเหตุแ่งการเกิดและการดับ
    เป็นฐานให้จิต ปล่อยวางและคลายตัวเองได้ตามธรรมชาติในเวลาต่อมา
    พัฒนาการต่างๆก็จะเริ่มเกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ
    แปรผันตามระยะเวลาที่จิตปล่อยวางและคลายตัวเองได้ตามธรรมชาตินั่นเอง เครเนาะ
     
  18. MATHS

    MATHS เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    460
    ค่าพลัง:
    +624
    ขอบพระคุณพี่นพมากครับ จะปฏิบัติตามคำแนะนำครับ(ตรงจุดเลยครับ ผมรู้ตอนเกิดแต่ไม่รู้ตอนดับ ต้องสังเกตเพิ่มครับ)
     
  19. Khun Krit

    Khun Krit สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    47
    ค่าพลัง:
    +33
    ขอฝากตัวที่ห้องนี้ด้วยนะครับ


    .
    มีคำถามครับพี่นพ พอดีเจอท่านนึงเคยแนะนำเราว่า " เทวดารอบตัวเหมือนได้กินลิโพ กระทิงแดงเวลาเราสวดมนต์ เพราะฉะนั้นทำทุกวันอย่าหยุด หยุดเมื่อไหร่ดวงจะไม่ดี "
    .
    ผมเปลี่ยนมาเจริญสติ แล้วปล่อยวาง สวดน้อยลงบ้าง จะรอดหรือจะร่วงครับ เพราะสังเกตว่าเป็นอย่างที่ท่านเตือนจริง ๆ (หรือจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว เราเป็นไปอย่างที่ใจเราคิดตามที่พี่เคยสอนครับ)
    .
    บางทีมันแน่นเกินครับ ปกติจะสวดประมาณนี้ครับ
    บูชาพระรัตนตรัย + อาราธนาศีล
    ชินบัญชร
    พุทธคุณ 27 จบ
    พาหุง มหากา
    มหาจักรพรรดิ์ 9จบ
    เงินล้าน
    พระพุทธเจ้า 5พระองค์
    คาถาเหล่าเกจิอาจารย์
    แผ่เมมตาให้ตนเองและสรรพสัตว์
    พระสุนทรีวาณี
    พระกษิติครรภ์
    เจ้าแม่กวนอิม
    องค์พ่อจตุคาม
    รัชกาลที่ ห้า
    ท้าวเวสสุวรรณ
    พระพิฆเนศ
    พนาครุฑ

    และกรวดน้ำ
    .
    สวดเยอะเพราะต้องการให้เกิดกุศลเยอะ ๆ เวลาแผ่ครับ และส่วนของบทสวดเทพต่าง ๆ ต้องการพลังงาน และบารมีของท่านมาใช้ในการ แผ่กุศลครับ หากมีสิ่งไหนที่ผมตึงเกินไปหรือขาดไป รบกวนพี่นพ ช่วยชี้แนะด้วยครับ
     
  20. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,954
    ค่าพลัง:
    +33,732
    สวดมนต์มากกว่าพี่ ๑๐ เท่าได้ ๕๕
    ดีแล้วหละที่สวดมนต์ได้เยอะ เป็นการฝึกสมาธิไปในตัว
    นอกจากเรื่องอื่นๆ...

    เวลาสวดมนต์ให้เอาใหม่นะ อย่าสวดไปคิดไป
    ถ้าไม่งั้นมันจะอึดอัดตั้งแต่ท้องยันหน้าอก
    หรือไม่ก็ตึงๆศรีษะข้างซ้ายบ้าง
    หรือไม่ก็รู้สึกหน่วงหายใจขัดที่จมูก เด่วก็เมื่อยที่ปากอีก
    อาการจะอยู่ประมาณนี้หละ....

    ถามก่อนว่า พอจะจำบทคาถาเหล่านั้นได้หมดแบบ
    ไม่ต้องเปิดตำราไหม ถ้าไม่ได้ไม่เป็นไร

    ทริคในการสวด มนต์นะ
    ให้พนมมือไว้ที่หน้าอกแล้วใช้สายตา
    มองผ่านเหนือนิ้วกลางประมาณ ๔ นิ้ว(มองผ่านเหนือนิ้วเลยไปข้างหน้า)
    กรณีที่จำบทสวดได้ก็ทำตามนี้
    กรณีที่จำไม่ได้ ให้วางบทสวดมนต์
    ในมุมที่สายตา ที่มองผ่านเหนือนิ้วกลางไปมองเห็นพอดี

    อยากให้สวดมนต์ในใจก่อน เพราะว่ามันสามารถสร้างให้จิต
    มีความเป็นทิพย์และทิ้งกายเข้าโหมดอรูปฌานได้ง่ายกว่า
    การสวดแบบออกเสียง เอาไว้ชำนาญ ถ้าจะออกเสียงค่อยว่ากัน

    และยิ่งถ้าเราต้องการผลจากบทสวดมนต์ด้วยแล้ว
    การสร้างจิตให้มีความเป็นทิพย์และทิ้งกายเข้าอรูปฌานชั่วคราวนั้นมีความจำเป็นอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้

    แล้วเวลาสวดมนต์อย่าไป สนใจกับวรรคตอน
    ว่าต้องหยุดตรงไหนอะไรยังไง
    ให้เน้นตรงสายตาก็อ่านไป เราก็สวดในใจไป
    แล้วหายใจเข้าให้ลึกจนท้องพอง
    ส่วนหายใจออกก็ให้ท้องแฟ้บไปเลย
    ที่สำคัญก็คือ ให้หยุดลมหายใจทั้งเข้าและออกนั้น
    ไว้ที่ปลายจมูกพอ......ตรงนี้จะช่วยไม่ให้ตัวจิต
    ไปดึงความคิดจากสมอง ที่จะกลายเป็นสวดไปคิดไปได้
    และถ้าเริ่มสวดมนต์ ตามที่แนะนำได้
    เราจะสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของอากาศ
    รอบๆตัวเราได้ ถ้าเห็นห้ามสนใจใดๆ
    จนกว่า จะมองเห็นว่า. ใส เร็วและวิ่งขึ้นบนพอ
    ตรงนี้จะบอกว่า เราเข้าถึงกระแสของคาถาได้


    และก่อนที่ทำการอุทิศแผ่ส่วนกุศลนั้น
    ให้กำหนดศูนย์กลางออกจากกลางลิ้นปี่
    (นึกออกไหม ให้สมมุติร่างกายเราเป็นท่อกลมๆ
    ตรงต่ำแหน่งที่ลิ้นปี่ ให้กำหนดออก จากจุดศูนย์กลาง
    ท่อตรงนี้) แล้วนึกให้ขยายๆออกไปจากตรงจุดนี้
    ให้กว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้ ให้ออกไปแบบไม่ต้อง
    สนใจทิศทางใดๆ นึกแค่ขยายออกไปกว้างๆพอ.

    ถ้าทำถูกต้อง จะรู้สึกได้เองว่า จะเหมือนมีพลังงาน
    วิ่งขึ้นไปข้านบน ขนานตัวเรา เลยเหนือศรีษะขึ้นไป
    นี่คือ ตัวที่บอกว่า เราเข้าถึงต้นพลังงานนั้นๆได้
    (ท่านต่างๆที่เราเขียนไว้นั่นหละ)

    จากประสบการณ์นะ เวลาเราสวดมนต์
    ถ้ามีภพภูมิต่างๆ ท่านเหล่านี้จะนิ่งๆเวลาเราสวด
    แต่ท่านเหล่านี้ จะเริ่มสวดทันที หลังจาก
    ที่เราเลิกสวดมนต์แล้วมานั่งสมาธิต่อทันที
    (เมื่อก่อนเคยอัดเสียงไว้ เลยพอเล่าให้ฟังได้)
     

แชร์หน้านี้

Loading...