วัตถุมงคลพ่ออาจราย์พลครับ

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย mm1150, 15 เมษายน 2021.

  1. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    ED 021225256TH พี่ธนากร
     
  2. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    รายการที่ 32
    เหรียญมณีนพรัตน์บัญญัติกาลขยับขับเคลื่อน(ตั้งหลัก รับด้วยใจ) ให้บูชา 4000 รวมส่ง ครับ
    - เหรียญรุ่นนี้พ่ออาจารย์ท่านเรียกของท่านว่า "สำเร็จบัญญัติกาล" กล่าวโดยง่ายคือสิ่งไหนจะได้ช้าได้เร็วความสำเร็จของใครจะรอนานแค่ไหน..จะใช้เวลาทั้งชีวิต..หรือจะเจริญไปเอื้อมหยิบได้ทันทีก็อยู่ที่ตรงนี้ สำเร็จบัญญัติกาลก็คือองค์เทพที่มีอำนาจจะย่นและขยายระยะเวลาความสำเร็จได้

    - กิจใดที่นิ่งเฉย กิจใดที่หยุดนิ่ง กิจใดที่ไม่อาจไปต่อ กิจใดที่ไม่อาจไขว่คว้า พ่ออาจารย์ท่านว่าทุกอย่างล้วนขยับขับเคลื่อนคือมุ่งไปข้างหน้าเป็นทางเดียวไม่มีถอยหลังไม่มีรั้งรอ..ดั่งที่ท่านว่า "คนเราไม่จำเป็นต้องรอให้ความสำเร็จหรือความปรารถนามาถ่วงเวลาชีวิต" ด้วยเวลานั้นมีค่าคนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ หากต้องเสียเวลามานั่งรอความหวังความสำเร็จไปวันๆย่อมทำลายคุณค่าตนเองอย่างถึงที่สุด

    - ความเป็นมาของเหรียญบัญญัติกาลนั้นสืบเนื่องจากองค์เทพที่มาปรากฏเฉพาะหน้าพ่ออาจารย์ท่านได้ให้ช่วยสร้างเหรียญให้ท่านซักรุ่นหนึ่ง ท่านว่าจะลงมาโปรดสัตว์..จะให้ในสิ่งที่ขอ..จะช่วยในสิ่งที่สมควรช่วยทุกรูปทุกนาม...อยากได้บ้านก็จะให้บ้านอยากได้ทรัพย์ก็จะให้ทรัพย์ ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านก็ได้สร้างเหรียญหล่อรุ่นนี้ขึ้นมาโดยเน้นความขลังไม่เน้นความสวยงาม ท่านบอกว่าหล่อยากมากๆแต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ...ขลังนัก

    - ขลังในที่นี้ คือความศักดิ์สิทธิ์ที่แม้แต่พ่ออาจารย์ท่นเองยังอาราธนาขอในสิ่งทางโลกอันจำเป็นดังที่ท่านปรารถนาแล้วก็ปรากฏแก่ตารู้แก่ใจว่าได้ทุกครั้งจะขอบ้านขอหลักฐานอะไรท่านก็ให้ทั้งสิ้นเรียกว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่พ่ออาจารย์ท่านใช้สร้างตัวของท่านก็ได้..แต่ท่านให้แต่ละเรื่องเพียงครั้งเดียวเพื่อช่วยให้ชีวิตเรามั่นคง พ่ออาจารย์ท่านจึงหวงเหรียญรุ่นนี้เป็นที่สุด หวงกว่าสิ่งใดๆเพราะท่านว่าถ้าขอเป็นมันจะเอาไปขออะไรก็ได้ท่านจึงเน้นให้คนที่เดือดร้อนนำไปบูชาแต่พอมาทราบที่หลังว่าเขาขอไร้สาระไร้แก่นสารไปเรื่อยเหรียญรุ่นนี้ท่านจึงไม่ออกให้ใครอีกเลย

    - ดั่งที่ทราบกันว่าสิ่งใดถ้าผู้สร้างกล้าใช้เองนั่นย่อมแรงและดีที่สุด ท่านให้พ่ออาจารย์ออกนามท่านว่าพ่อแก้วมณีนพรัตน์(ดั่งว่าตัวท่านเป็นแก้วสารพัดนึกที่จะบันดาลอะไรก็ได้) พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นดวงจิตของดวงแก้วทิพย์ดวงสำคัญในสมเด็จองค์ปฐมท่านลงมาสงเคราะห์คนที่ได้ยากตกทุกข์ทั้งหลาย

    - เหรียญรุ่นนี้มีอาถรรพ์มากคือ..ต้องได้ดั่งใจ ดั่งคำขอในเรื่องที่ถูกที่ควร พ่ออาจารย์ท่านว่าก็คือการสร้างฐานะตั้งหลักชีวิตนั่นแหละ ถ้าชีวิตคนเราหลักมันดีมันมั่นคงจะเจอมรสุมอะไรก็เอาลงเอาล้มไม่ได้ทั้งนั้น

    - ด้านหลังฝังดวงแก้วมณีอาถรรพ์...พ่ออาจารย์ท่านว่าติดกายจะเด่นจะเหนือกว่าใครตกต่ำตกดินไม่ได้ ด้วยแก้วมณีนี้มีคุณทางชนะดวงจะดวงร้ายดวงแย่เจอสถานการณ์ร้ายใดๆเรียกว่าชนะทั้งหมดเมื่ออาราธนาจะนำพาให้ชีวิตสว่าง ท่านว่าชีวิตสว่างกับมืดมนนั้นต้องแยกให้ออกคนที่มืดมนก็คือพวกที่หันไปทางไหนก็เจอปัญหาเจอแต่อุปสรรค แต่คนที่ชีวิตสว่างคือมันเปิดมันสว่างทั้งหมดไอ้ความสว่างนี่แหละจะพาให้คนรุ่งเรืองจะพาชะตาชีวิตให้รุ่ง แก้วมณีนี้ที่มาไม่ธรรมดาพ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของท้าวมหากาลนาคราชท่านรักษาไว้ อย่าลืมว่าท้าวมหากาลท่านมีทรัพย์สมบัติมากมีฤทธิ์มีอายุขัยดุจมหาพรหมแตกต่างจากนาคราชทั้งหลาย ท่านว่าต้องบวงสรวงรับและขุดหาถึงจะพบดวงธาตุเหล่านี้ไม่เช่นนั้นท่านโยกหนีหมด พ่ออาจารย์ท่านเอาดวงแก้วเหล่านี้มาเจาะร้อยทำประคำข้อมือของท่านใช้ภาวนามายาวนานเสกสวดเป่าพระคาถาลงไปทุกด้านจึงยิ่งมีอานุภาพมากมายท่านเจาะจงว่าต้องฝังของพิเศษเช่นนี้ไว้ให้ใช้คู่บารมีพ่อมณีนพรัตน์โดยเฉพาะ

    เหรียญนี้ท่านว่าเอาไว้ใช้ตั้งหลักชีวิตจะขออะไรก็ให้ขอด้วยใจรับด้วยใจแล้วท่านจะให้ จะได้รับสมดั่งใจในความปรารถนาที่ถูกทำนองคลองธรรม ท่านเน้นให้เอาไปสร้างตัวสร้างอนาคตตั้งหลักชัยขอในสิ่งใหญ่ๆที่จำเป็น..ที่สมควร..ที่ชีวิตคนเราต้องมี
    - คนที่ไม่มีบ้านก็ขอบ้าน
    - คนที่การงานไม่มั่นคงก็ขอเรื่องหน้าที่การงาน
    - คนที่ชีวิตยังไม่รู้จะเดินทางไหนก็ขอให้เจอหนทางที่ใช่และสำเร็จไวที่สุด
    - คนที่ยังไม่มีคู่ก็ขอคู่ครองที่ประเสริฐ
    - คนที่ขาดบุตรก็ขออภิชาติบุตร
    - คนที่จะต่อยอดความสำเร็จก็ขอโอกาส
    - คนที่ตกต่ำล้มละลายก็ขอโอกาส....
    สิ่งเหล่านี้ท่านว่ามันจำเป็นเพราะถ้าเรามีโอกาสและมีหนทางเราสามารถตั้งตัวและทำให้ตนเองมั่นคงได้ เพราะการทำชีวิตให้มั่งคั่งแบบแน่นอน..ดีกว่านั่งรอความมั่งคั่ง ถ้าปรารถนาจะทำชีวิตให้ดีเช่นนี้ก็มาเอาไปใช้พ่ออาจารย์ท่านว่านี่แหละใช้ได้ขอได้และจะได้รับดั่งใจที่ปรารถนา จะเปลี่ยนคนให้เป็นดาวมีชะตาสุกสกาวดั่งแก้วมณีนพรัตน์ทั้งอาถรรพ์ใดๆในจักรราศีล้วนย่ำยีเรามิได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเหรียญนี้สว่างมากดั่งพ่อมณีนพรัตน์ทั้งท่านสาดแสงทรงกรดครอบตัวเราไว้เสมอเพื่อดึงชะตาฟ้าอุ้มพลังดินปรับวงโคจร..ปรับธาตุ.แปลงกระแสกรรมให้ชีวิตผลิดอกออกผลเปลี่ยนชีวิตที่ยาก..ให้ง่ายขึ้น

    เหรียญบัญญัติกาลนั้นมีอานุภาพมากท่านตีค่าไว้สูงดั่งแก้วมณีของเสด็จพระใหญ่ ใครมีวาสนาได้ครองได้พบท่านกำกับว่าต้องรักษาให้ดีต่อไปเบื้องหน้าแม้นคนเอาเงินมาพันชั่งหาบทองมาพันหาบก็อย่าไปแลกกับเขา จงตั้งมั่นถือมั่นอธิษฐานไหว้วอนร้องขอให้เป็นอารมณ์ในกิจใดความปราถนาใดที่ยังคั่งค้างอยู่ พ่ออาจารย์ท่านว่าค่อยๆขอในสิ่งที่สำคัญและขอให้เป็น เริ่มจากตั้งกำลังใจบอกพ่อแก้วมณีเขาว่าจะขอแค่ทองสูงเท่าหัวหรือจะขอสิ่งใดก็กำหนดไว้แต่เริ่ม เหรียญบัญญัติกาลนี้สร้างในฤกษ์พิเศษจึงดันให้ผู้ครอบครองเป็นใหญ่เหนือทรัพย์ในแผ่นดินจะทำให้มีกินมีใช้เหนือคนทั้งบ้านทั้งเมือง ด้วยความตกต่ำของคุณภาพชีวิตในปัจจุบันนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าการแข่งขันมันสูงคนแย่งชิงกันก็มากที่จะทำตัวเองให้ผ่านพ้นไปสู่จุดรุ่งเรืองได้จึงเหนื่อยกว่าเดิม ### แต่พ่อแก้วท่านลงมาเฉพาะกาลและตั้งใจโปรดเฉพาะบุคคลแบบนี้เรียกว่า "ลงจากฟ้าเพื่อมาปราบทุกข์" จะเกิดยอดคนจะเกิดผู้มีบารมีจะเกิดผู้เป็นใหญ่ขึ้นก็ในยุคสมัยในกาล..ในความอุปถัมภ์ของท่าน ชนทั้งหลายจะได้ดีเป็นเจ้าบ้านเจ้าเรือนได้ครองบ้านครองเรือนครองทรัพย์สมบัติก็เพราะท่าน พ่ออาจารย์ท่านอาราธนาบารมีพระพุทธเจ้าและเน้นกำกับในบารมีพระเจ้าห้าพระองค์แห่งภัทรกัปเป็นสำคัญเชิญมาแผ่เมตตาทั้งยังลงผงอรหันต์แปดทิศทั้งผงโสฬสมงคลมาปั้นเป็นแท่งชอล์คลบคาถาสูตรยันต์มหาเศรษฐีต่างๆที่ท่านเคยศึกษาไว้ทุกสูตรและลบออกมาเป็นผงเพื่ออุดหลังเหรียญบัญญัติกาล ท่านว่าพระอรหันต์หนุนแปดทิศให้ร่ำรวยชั่วลูกชั่วหลานทั้งเทวดาสิบหกห้องชั้นฟ้าจะนำพาให้เป็นผู้มีทรัพย์สมปรารถนาไม่รู้เนื้อรู้ตัว ท่านว่าต้องลงให้ครบไม่ใช่เน้นแค่ทางรวยเหรียญนี้นอกจากกลสูตรการทำผงต่างๆแล้วท่านยังลงไว้ทั้งมหากาลให้ได้ทุกสิ่งสมมาตรปรารถนาเหนือกาลเวลาและชะตากำหนด,ทั้งมหาชัยจะชนะไร้พ่ายไม่รู้จักตกต่ำอับจน,เป็นเหรียญดึงพลังฟ้า..เป็นเหรียญเกื้อหนุนพลังดิน...เป็นเหรียญปรับเปลี่ยนธาตุลมปราณให้ทุกสิ่งสมดุลย์อยู่ในจุดที่ดีที่สุด..พร้อมที่สุด..เพื่อให้เรามีชีวิตสูงที่สุด

    พ่ออาจารย์ท่านเน้นย้ำว่าเหรียญพ่อมณีนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วเป็นของคู่ตัวคู่บารมีถ้าจะถามว่าดียังไงท่านว่าก็ไม่มีอะไรตอบ ฉันบอกได้แค่ฉันเคยใช้มาเองนี่แหละวิเศษเลอเลิศแล้ว คนที่ชีวิตพังทลายลงไปแล้วจะกลับมาใหญ่โตเหนือคน คนที่ขาดที่ซุกหัวนอนไร้ทรัพย์สมบัติจะได้ที่อาศัยใหญ่โตโอฬาร พ่อแก้วนี้ถือเป็นของสูงที่ดลผลสำเร็จจะนำเกียรตินำยศนำอำนาจวาสนาและข้าทาสบริวารมาให้เราครบถ้วนสมบูรณ์ คนที่ต้องวิ่งทำงานเหน็ดเหนื่อยไม่มีเครือข่ายไม่มีอำนาจในสังคมต่อไปจะได้มีข้ารองมือรองเท้ามีคนวิ่งทำงานเอาใจ นี่แหละที่ได้ชื่อว่าเป็นดวงแก้วอันประเสริฐสุดของเสด็จพระใหญ่ที่จะดึงชีวิตเราขึ้นสูงให้เป็นผู้นำในทางที่ทำที่ดำเนินอยู่ จะแข่งขันประชันสิ่งใดกับใครขอให้บอกท่านเถิดจะได้ดีเหมือนเหยียบหัวคนอื่นหมื่นแสนไม่ต้านต่อบารมี พ่อแก้วนั้นท่านสว่างมากจึงถือว่ามีฤทธิ์มากไม่มีวันมืดดับความสว่างในแก้ววิเศษคู่พระหัตถ์เสด็จพระใหญ่นั้นจะสว่างเรืองรองไปทั้งหมื่นจักรวาลแม้นจะให้แรงกล้าดังตะวันพันแสงชั่วกัปกัลป์ก็ย่อมทำได้เช่นนี้พ่ออาจารย์ท่านจึงอุปมาให้เราเข้าใจกันโดยง่ายว่ายิ่งสว่างมากแผดแสงได้ไกลก็คือมีฤทธิ์มากแผ่บารมีได้มากและช่วยได้มากเรื่องทั้งแสงของท่านยังกลบแสงสว่างและรัศมีอื่นใดทั้งสิ้นดุจเราจะเป็นใหญ่แต่ผู้เดียวหากพ่อแก้วท่านเข้ามาอุปถัมภ์กิจและงานตลอดจนความสำเร็จของเราจะกลบบารมีผู้อื่นลงทั้งสิ้นแม้ผู้ใดปรารถนาจะแข่งขันท้าทายและทำลายเราก็หาที่จะร่วงหล่นลงได้ *** เหรียญนี้เวลานอนท่านถือเป็นเคล็ดว่าให้เลื่อนหมอนลงซักหน่อยอย่าไปวางไว้ใต้หมอนแต่ให้วางเหนือหัวเหนือหมอนเราในจุดสูงสุด ทุกคืนที่เรานอนหลับไปดุจได้อาบแสงทิพย์ที่จะปรับธาตุแก้ไขข้อบกพร่องในเส้นชะตาพ่ออาจารย์ท่านว่านอนแบบนี้และทำแบบนี้ทั้งชะตาเอยวาสนาเอยจะค่อยๆโดดเด่นจะค่อยๆเหนือคนจะค่อยๆเหนือดวงเหนือกาลเวลาอันลิขิต กำลังแห่งพ่อแก้วจะยกชีวิตทั้งยกชะตายกฐานะการกิจและความเป็นอยู่ ต่อไปดวงชะตาเราจะเกิดมาร้ายแรงแค่ไหนสิ่งรอบตัวจะหันเหพลิกดิ่งลงอย่างไรตัวเราจะมีแต่ความรุ่งโรจน์ดั่งพ่อแก้วมณีที่สาดแสงได้นับกัปกัลป์เช่นนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเราพูดอะไรไม่ได้มากเพราะหลักและความคาดหวังในชีวิตคนมันแตกต่างกัน..บางคนทั้งหัวมีแต่เรื่องหวยรอว่าเมื่อไหร่จะถูกจนลืมเอาดีทางหากินไป...บางคนรอแต่ความสบายจนลืมความมั่นคงไป..บางคนก็ถวิลย์หาแต่ความมั่งคั่งจนลืมความสุขไป..บางคนก็เพลิดเพลินแต่ตัณหาจนลืมพระธรรมนำพาชีวิตไป เช่นนั้นท่านจึงว่าให้ขอในสิ่งที่ถูกที่ควรและพอดี ขอในสิ่งอันเป็นยอดความปรารถนาที่ชีวิตเราขาดเพื่อให้เราสามารถต่อยอดชีวิตตัวเองได้

    แต่เหรียญนี้ไม่ใช่เหรียญที่จะขอไปเรื่อยๆกันสนุกปาก เพราะท่านจะให้จะช่วยทีละเรื่องถ้าขอบ้านขอที่อาศัยพอท่านให้แล้วอย่าไปขอซ้ำให้เปลี่ยนไปขอเรื่องอื่น พ่ออาจารย์ท่านว่าขอไปเถอะแต่ให้ขอในสิ่งที่ไม่เคยขอและท่านยังไม่เคยให้แบบนี้ โลกเราทุกวันนี้อะไรๆมันก็จำเป็นและมีปัจจัยต่างๆมากมายให้ขอไม่ใช่หรือ ท่านว่าหากเราเคารพกฏกันและกันแบบนี้ก็ใช้ได้สบายและขอได้ล้านช่องล้านเรื่องถ้าใช้เป็นคนผู้นั้นดุจได้ดวงแก้วสารพัดนึกของสมเด็จองค์ปฐมนั่นทีเดียว

    วิชาที่ใช้ลงตะกรุดนั้นท่านได้จากพุทธนิมิตซึ่งเป็นวิชาที่เสด็จพระใหญ่สอนท่านย่อมแน่นอนว่าวิชาประเภทนี้ท่านจะไม่ค่อยทำให้ใคร พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดตัวนี้ไม่มีชื่อเรียกเพราะท่านไม่ได้ตั้งและพ่อพระพุทธท่านก็ไม่ได้บอกแต่ท่านให้ทำไว้เพื่อใช้ทางดับปัญหา..ดับความร้อนในชีวิต ด้วยเหตุว่าสิ่งที่ก่อปัญหานำมาพาให้ชีวิตร้อนจนอยู่ไม่ได้ทั้งหลายนี้ย่อมนำไปถึงความทุกข์และการพังทลายลงของทุกสิ่งเช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงให้ความสำคัญกับเรื่องแบบนี้มากเพราะชีวิตคนที่พังทลายนั่นคือเขาร้อนมาก่อน ชีวิตเย็น..ชีวิตดี..ชีวิตที่ราบเรียบเช่นนี้ย่อมไม่มีการก่อตัวของปัญหาและไม่นำพาการพังทลายใดๆพ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้มีแรงครูสูงมากต้องลงกลางฟ้า(ในที่เปิด) เมื่อลงวิชาฝนตกหนักกลางแดดเปรี้ยงๆตะวันตรงหัวแบบนี้เลยเหมือนผีหลอกกันตอนกลางวันนี่แหละ วิชาที่ลงตะกรุดนั้นจึงสำคัญยิ่งนัก ...ทั้งดวงแก้วก็เป็นยอดกายสิทธิ์ที่ท่านว่าให้คุณบันดาลได้ล้านช่องล้านเรื่อง เช่นนั้นพ่อแก้วมณีนพรัตน์นั้นจึงเป็นของวิเศษที่พ่ออาจารย์ท่านย้ำกล่าวเอาไว้เสมอว่าให้เอาไปขอเอาไปอธิษฐานเสีย ตัวท่านเองก็พูดอะไรให้ตรงไปมากกว่านี้ไม่ได้ด้วยว่าคำว่าขอได้ทุกอย่างในเรื่องที่จำเป็นนั้นมันชัดเจนอยู่แล้ว

    ทั้งเหรีญสำคัญนี้ไม่เพียงแต่ดีทางขอความมั่นคงเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านเน้นมาตลอดทุกคำว่าฤทธิ์มากฤทธิ์เยอะ นั่นก็คือมีเดชมากให้คุณมากพ่อแก้วท่านมีอิทธิฤทธิ์เหนือชั้นนัก ทั้งเป็นนักแก้ปัญหามือหนึ่งใครที่ต้องอาถรรพ์ถูกคุณไสยเอาพ่อแก้วแกว่งน้ำดื่มลงไปเป็นไหลเป็นหลุดออกทั้งสิ้นจะเปลี่ยนชีวิตให้กลับมีจำเริญศรีสุขสวัสดิ์ พ่ออาจารย์ท่านว่าเหรียญพ่อแก้วทุกเหรียญนั้นต้องเขียนผงทำยันต์ตั้งแต่อาวุธพระพุทธเจ้า,ยันต์ธาตุกรณี,มงคลจักรวาลใหญ่,อาวุธพระสยม,นารายณ์ปราบไตรจักร,นารายณ์กว้างจักรตรึงไตรภพ,มหาพรหมส่องโลก,อาวุธพระกาฬ,อาวุธพระยมราช...ทำผงเหล่านี้โปรยใส่ในน้ำแช่
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 กรกฎาคม 2021
  3. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    ปิดรายการที่ 30 ครับ
     
  4. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    ED028710107TH พี่ธวัช
     
  5. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    รายการที่ 33 ลูกกรอง 11 ให้บูชา 4200
    ลูกกรอชุมนุมธาตุอริยภูมิกรองจักรพรรดิสมบัติ(จักรพรรดิตวาดฟ้า)

    ที่เธอแย่..เพราะไม่มีสิ่งใดช่วยคัดกรองชีวิตเธอ เธอจึงต้องรับไปทั้งหมด

    "กรอง 11" หรือ "ลูก 11" ...ที่เสียงใสดังกังวาลปานเสียงจั๊กจั่น
    ลูกกรอตำรับพ่ออาจารย์ท่าน คือลูกที่ม้วนเอาความฝืดเคือง,ยากจน,เข็ญใจของผู้เป็นพ่อแม่เก็บเข้าไว้ภายในตนเอง มีแต่กรอเข้าๆกรองเอาเฉพาะเรื่องขมขื่นที่ทำให้เราหนักเราทรุดเข้ามา...เพื่อให้ผู้เป็นพ่อเป็นแม่นั้นเหลือแต่ความสุขบริบูรณ์ ด้วยลูกกรอนั้นจะกรองและกดความยากลำบากตลอดจนสิ่งที่ทำให้ผู้เป็นพ่อแม่ตกต่ำลงเขาจะทับไม่ให้เผยอขึ้นมาได้ ทั้งความขมขื่นเป็นทุกข์ใจ หรือคนที่มีเรื่องชอกช้ำตรอมตรมระทมใจ แม้แต่คนที่ต้องยิ้มทำหน้าชื่นตาบานแต่ในใจกลับฝืนซึ่งความชอกช้ำเอาไว้เหล่านี้ นั่นแหละคือเป้าหมายของลูกกรอที่พ่ออาจารย์ท่านสร้างขึ้นมาเพื่อให้เปลี่ยนชีวิตที่เราเก็บเรากดความทุกข์ยากเอาไว้ลึกๆ

    เครื่องรางที่สร้างได้ยากที่สุด
    สมัยโบราณจะมีปรอทกรอฝังตามวัดร้างบ้าง วังเก่าบ้างแม้ใครได้ไปครอบครองก็นับเป็นมงคลสูงสุด แต่จวบจนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้วิธีสร้าง วิธีทำ พ่ออาจารย์ท่านว่าเห็นของใหม่ๆทำกันออกมาเหมือนของเล่นท่านจึงตั้งใจทำลูกกรอของท่านไว้ ท่านว่า "ฉันเรียกลูกกรอเพราะฉันทำตามแบบของฉัน ทำตามตำรับเสด็จพระใหญ่ท่าน แบบนี้จึงเป็นลูกกรอแบบของฉันไม่ซ้ำกับใครทั้งในอดีต,ปัจจุบันและอนาคต" ด้วยกว่าจะทำได้นั้นท่านต้องทำลูกกรอด้วยชนวนแผ่นยันต์อาถรรพ์และนำปรอทมาเข้าด้วยทองคำเคลือบผิวไว้เผาไล่ด้วยความร้อนซ้ำยังต้องทำแก้วสามโลกตำรับเสด็จพระใหญ่โลกบรรจุไว้ภายในเป็นการเฉพาะ

    ด้วยเสด็จพระใหญ่ท่านพูดกับพ่ออาจารย์ไว้ว่านับเเต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน เมื่อกำเนิดสรรพชีวิตขึ้นมา กาลเวลาผ่านไปชีวิตเหล่านั้นได้วนเวียนอยู่ในวัฏสงสาร สัตว์โลกทั้งหลายเขาไหลไปตามกรรม ตามวาระ ตามกาลเวลาของเขาเเต่ละรูปนาม จะหาที่เสมอเหมือนกันนี่บ่มิได้ "ด้วยกลัวภัยอันเกิดจากเคราะห์กรรมนานัปประการจะเกิดแก่สรรพชีวิต เพราะยุคนี้โลกเสื่อมทรามลงนักหนา" จึงได้มอบวิชาบอกวิธีทำของวิเศษอย่างหนึ่งไว้กับพ่ออาจารย์ ท่านว่าเมื่อเห็นถึงเวลาตามสมควรเเล้ว ก็ให้ทำซะ เเต่เราเเละเธอคงช่วยมนุษย์เหล่านั้นได้เพียงหยิบมือ เฉพาะคนที่มีวาสนาเกื้อกูลกับสายบารมีนั้นมีไม่มากจะช่วยทั้งหมดนั้นคงเป็นไปไม่ได้

    เพราะสมัยนี้คนเราเวลาเดือดร้อนนี่จะน่ากลัวมาก เพราะเขาจะทุรนทุรายหาทางออกหาทางเอาตัวรอด ทำให้โดนหลอกโดนต้มจากพวกบรรดาหมอดู คนทรงเจ้าเข้าผีหรือเดรัจฉานวิชาฝ่ายต่ำต่างๆ จากที่ยิ่งเดือดร้อนอยู่เเล้วกลายเป็นยิ่งทุกข์หนักขึ้นไปอีก ท่านจึงตัดสินใจนำลูกกรอที่สร้างไว้ออกมาเพราะอาศัยที่ลูกกรอนั้นมีกำลังแรงกล้า "และจะกรองเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดเข้ามาในชีวิตพ่อแม่แบบไม่มีฉาบฉวย" เขาจะยิ่งมีกำลังแรงกล้าไม่ถดถอยลงถ้าพ่อแม่ของเขามีเรื่องทุกข์มากมีสิ่งให้คัดกรองเข้าชีวิตมาก(เขาก็จะยิ่งทำงานมากยิ่งเก่งมาก) และเครื่องมงคลลูกกรองนี้ท่านว่าทำอย่างไรก็ไม่มีวันเสื่อม ใส่ไปที่ใดก็ไม่เสื่อม ใครก็คัดถอนเขาไม่ได้ทั้งนั้น

    ผู้ที่โชคดีได้ลูกกรองไว้เสมือนได้เเก้วมณีมีของวิเศษอยู่ในครอบครอง ยิ่งโดนทุบโดนตีชีวิตก็ยิ่งดียิ่งดังเมื่อมีลูกกรองคอยกรองสิ่งต่างๆในชีวิตท่านว่าชีวิตเราจะเปลี่ยนกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ ที่สำคัญเลยในลูกกรอท่านจะบรรจุแก้วสามโลกไว้ตามตำรับเสด็จพระใหญ่ที่สอนเฉพาะพ่ออาจารย์ ท่านว่าแก้วสามโลกนี้ไม่ใช่ของธรรมดาเพราะทำเอาด้วยวิชา ย่อมเหนือกว่าเหล็กไหลและปรอทสำเร็จ ท่านว่าเล่นแร่แปรธาตุอยู่นานยากนักกว่าจะได้มาเพียงติดว่าเกือบตายไปเสียก่อนไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ทำต่อ อาถรรพ์แก้วสามโลกนี้แม้ตัวเราจะปรารถนาอะไรถ้าเขย่าแล้วอธิษฐานด้วยเคล็ด"จักรพรรดิราชตวาดฟ้า"ที่พ่ออาจารย์ท่านลงไว้ทุกสิ่งย่อมเป็นไปได้ดังปรารถนา เสมอด้วยความต้องการให้ได้มา ดั่งเป็นความปรารถนาของพญาจักรพรรดิราชที่เทพยดาทั้งหลายต้องน้อมรับเท่านั้น แก้วสามโลกที่ลงอาถรรพ์ด้วยวิชาพญาจักรพรรดิราชตวาดฟ้านี้แม้ปรากฏขึ้นที่ใดเทวดาต้องมารับใช้มาดูแลบันดลดันดาลให้มิเช่นนั้นเขาจะทนเสียงลูกกรอไม่ได้ดั่งศรีษะเขาจะเเตกออกเป็นเจ็ดภาค พ่ออาจารย์ท่านต้องใช้เวลาถึงเก้าปีกว่าในการสร้างสุดยอดเครื่องรางชิ้นนี้เพราะท่านว่าการลงวิชานั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้สำเร็จได้ง่ายเลย ท่านต้องนำลูกกรองนี้ไปบรรจุไว้ตรงหน้าพระประธานในอุโบสถวัดต่างๆ ในเวลาที่มีการชุมนุมสงฆ์ลงพระอุโบสถสวดปาฏิโมกข์กัน เพียรทำไปทีละปี ปีละวัด ทำเช่นนี้จนครบ 9 ปี 9 วัด ซ้ำยังต้องบังตาคนไว้ด้วย

    ทั้งนี้ลูกกรองยังใช้ป้องกันสิ่งชั่วร้ายและสิ่งอัปมงคลทั้งปวงที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรา เวลาเรามีภัยเขาก็จะหมุนส่งเสียงดังกังวาลขึ้นเองเพื่อเตือนเราให้ระวังภัยให้จงหนัก หรือใช้สติตัดสินใจในสิ่งที่คิดอยู่ให้ดีว่าเปลี่ยนใจก็ยังไม่สาย พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อลูกกรองฉันดังเมื่อไหร่ แม้ตอนนั้นเธอคิดอะไรอยู่ก็ให้ล้มเลิกกลับใจเสียเพราะการกระทำนั้นจะนำมาซึ่งความวิบัติอย่างแน่นอน เมื่อได้รับลูกกรอไปเขาจะช่วยปรับร่างกายให้สมดุลย์ดีทำให้จิตใจผ่องใส อวิชชาทั้งหลายจะไม่มาเเผ้วพาล ทั้งยังชัดด้วยสติตรึกตรองนึกคิดพิจารณาสิ่งใดๆนั้นจะเเจ่มเเจ้งและสว่างมากขึ้น ใช้ขับล้างอกุศล ชะลอเเละบรรเทาโรคเวรโรคกรรมเเต่เก่าก่อนอันหาสิ่งใดจะมาบรรเทามิได้ ช่วยฟื้นฟูจิตใจ ผลักดันสร้างสรรค์พลังงานทางบวกในร่างกายให้มีมากขึ้น เพราะเป็นการสร้างสรรค์เเละปรับเปลี่ยนจากภายในจากจิตใจของผู้ใช้เองจนส่งผลสัมฤทธิ์ผลมาถึงภายนอกท่านว่าเเบบนี้มันพัฒนาตัวเราไปแบบมั่นคงเเละจีรังถาวรณ์ไม่ฉาบฉวย นอกจากนี้ลูกกรอยังมีอานุภาพต่างๆกันดังนี้
    - เป็นเครื่องรางที่ชักชวนให้ผู้ที่เป็นเจ้าของฝักใฝ่ในธรรมะ ชอบที่จะสร้างบุญกุศล สวดมนต์ ไหว้พระและฝึกฝนปฏิบัติทางจิต เช่น น้อมจิตให้ชอบสวดมนต์ นั่งสมาธิ ประพฤติปฏิบัติธรรม จนเข้าสู่กระแสธรรมแห่งวิปัสสนาญาณไปในที่สุด จนทำให้ผู้ที่ครอบครองรู้แจ้งเห็นจริงต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ตามบุญบารมีของผู้ที่เป็นเจ้าของไปโดยปริยาย
    - เป็นเครื่องรางที่จะเข้าไปบั่นทอนอาสวะกิเลสที่กำลังเกิดขึ้นของผู้ใช้และผู้คนที่อยู่รอบข้าง ผู้ที่อยู่ใกล้ตัว ให้สภาวะแห่งกิเลสนั้นค่อยๆดับลงไป ทำให้ปัญหาต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นทั้งในหน้าที่การงานและครอบครัว หรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหมดปัญหาลงไป พูดจากันเข้าใจและทำให้จิตไม่คิดเกินใจ ไร้อารมณ์แห่งการย้ำคิดย้ำทำเพราะลูกกรองชนิดนี้มีเมตตา ใช้ได้ทั้งคุ้มครอง แคล้วคลาด คงกระพัน โชคลาภ มีบารมีในทุกๆด้าน1000% สุดแล้วแต่ผู้ที่ครอบครองจะอธิษฐาน
    - เป็นยอดแห่งพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ เทวคุณ พรหมคุณ และอริยคุณ แห่งสัมมาทิฐิบารมีซึ่งจะดูแลรักษาลูกกรองอยู่ตลอดเวลา เป็นสุดยอดแห่งเวทย์ที่มีอยู่ในจักรวาลดั่งเป็นองค์บารมีขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จะฝากไว้กับศิษย์ซึ่งร่วมวาสนาบารมี ด้วยสาดรัศมีแสงแห่งความร่มเย็นที่จะนำเข้าสู่อริยธรรมออกมา จึงเป็นยอดเครื่องรางที่ซึมซับเอาอริยบารมีแห่งการปฏิบัติทั้งมวลของเจตสิกที่มีความบริสุทธิคุณเอาไว้ในลูกกรองนี้
    - เมื่อผู้ใช้เกิดวิกฤตแห่งไฟกิเลสหรือมีมารผจญชีวิต ลูกกรองก็จะเกิดความเร่าร้อนตามไปด้วย เขาจึงมีหน้าที่ช่วยกรอและกรองเหตุร้ายทั้งหลายเพื่อที่จะเป็นกำลังใจให้เราต่อสู้กับกิเลสตัณหาและความทะยานอยากทั้งหลายได้อย่างสบาย(เรียกว่าทำให้ชีวิตเราดีขึ้นจนมีโอกาสสร้างสมบารมีเช่นนั้น) จนกว่าที่เราจะสามารถฝ่าฟันเอาชนะกิเลสแห่งตนให้หมดไปและตั้งมั่นในการสะสมบุญบารมีจนกว่าจะเห็นทางแห่งการพ้นทุกข์นั้น ลูกกรองเขาจะไม่หยุดกรองเรื่องร้ายออกไปเลย

    ทำไมจึงเรียก "ลูก 11"
    เพราะเป็น "ลูกกรอชุมนุมธาตุอริยภูมิกรองจักรพรรดิสมบัติ" ที่ตอนทำต้องชุมนุมธาตุอริยภูมิของมหาโพธิสัตว์ทั้งหลายในดุสิตสวรรค์แลทวยเทพที่มีกำลังอริยบุคคลตั้งแต่สัตตักขุงปรมะโสดาบันขึ้นไปจนถึงมหาพรหมอนาคามีและแดนพระนิพพาน เป็นลูกกรองที่ใช้กำลังยิ่งใหญ่ของโพธิสัตว์เจ้าและพระอริยบุคคลทุกชั้นทั้งหลายมาทำ เพราะเช่นนี้วิชานี้ถึงเป็นวิชาที่เปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมด ท่านว่าขอบเขตนั้นไร้จำกัดย่อมมีคุณประโยชน์มากมายมหาศาล ใครที่ได้ลูกกรองไปอธิษฐานจะเปลี่ยนแปลงชีวิตและชะตากรรมไปถึงก้นบึ้งเเละรากเหง้าทีเดียว เหตุที่เรียก "ลูก 11" นั้นก็เพราะอาศัยกำลังของอริยภูมิทั้งสิบเอ็ดขั้นได้แก่
    1.สัตตักขุงปรมโสดาบัน เริ่มแรกก็สำคัญเลยนี่ก็เป็นพระโสดาบันประเภทหนึ่ง คือมีกำหนดอีกเพียง 7 ชาติสุดท้ายเท่านั้น ก็จะหยุดวงจรการเกิดแก่เจ็บตายบรรลุพระอรหัตผล พ่ออาจารย์ท่านบอกว่า สัตตักขุงปรมโสดาบันนี้จะต้องวนเวียนคอยเกิดดับอีกเพียง 7 ครั้งเเละทุกครั้ง จะต้องอยู่ในสุคติภูมิเท่านั้นไม่ลงสู่ทุกข์คติเเล้ว จำไว้นะว่าตั้งเเต่พระโสดาบันขึ้นไปลงสู่ทุกข์คติไม่ได้ ปิดทางนรกไว้เเล้ว
    2.โกลังโกละโสดาบัน อันนี้ก็สำคัญแม้พระอินทร์องค์ปัจจุบันที่ท่านตั้งปรารถนาจะไปอุบัติในสุทธาวาสมหาพรหม ก็เป็นพระอริยบุคคลชั้นโกลังโกละโสดาบันเช่นกัน พวกเธอจำเอาไว้โกลังโกละโสดาบันนี่คือผู้ไปจากสกุลสู่สกุล หมายถึงอยู่ในสกุลที่สูงมากแล้วก็ไปต่อด้วยภพชาติที่สูงมากเช่นกัน มีกำหนดเกิดอีกเพียง 2-3 ครั้งก็จะเข้าสู่ความหลุดพ้นจากวัฏฏสงสารเกิดเเก่เจ็บตาย เข้าสู่ความเป็นอรหัตผล
    3. เอกพีชีโสดาบัน อันนี้ถือว่าหาได้ยากมากในจำนวนพระโสดาบันทั้งหมด ซึ่งก็คือผู้ที่ถืออัตภาพเพียงอันเดียว มีอีกเพียงภพชาติเดียวเท่านั้นก็จะเข้าสู่ความเป็นอรหันต์หลุดพ้นการเกิดเเก่เจ็บตาย เป็นภาวะที่เรียกว่าสูงสุดและประณีตที่สุดในภาวะของพระโสดาบันก็อาจจะกล่าวได้
    4. สกทาคามี อันนี้ไม่มีแบ่งแยกอะไรมาก เข้าใจตรงกันว่าพระสกทาคามีนั้นต้องมาเกิดอีกเพียงครั้งเดียวก็จะหลุดพ้นการเกิดแก่เจ็บตาย
    5. อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี อันนี้เป็นพระอนาคามีอันดับแรก ซึ่งจัดอยู่ในช่วงของวงจรสิ่งมีชีวิตที่สูงมาก กล่าวคือเป็นพระอนาคามีผู้มีกระแสอยู่เบื้องบนสู่อกนิฏฐภพ เรียกว่าเป็นสิ่งพิเศษเลยก็ได้สำหรับพระอนาคามีชั้นนี้ เพราะจะได้มาอุบัติอยู่ในปัญจสุทธาวาสมหาพรหมไม่ชั้นใดก็ชั้นหนึ่ง ก่อนที่จะจุติไปอุบัติในขั้นที่สูงยิ่งขึ้นคือเป็นพระอนาคามีที่วนเวียนอยู่ในปัญจสุทธาวาส เมื่อพ้นชั้นรองเเล้วก็จะไปสู่ชั้นสูงสุดคืออกนิฏฐมหาพรหมแล้วเลยไปเข้านิพพาน
    6. สสังขารปรินิพพายี อันนี้เป็นพระอนาคามีที่วนเวียนอยู่ในปัญจสุทธาวาสมหาพรหมเช่นกันแต่เป็นประเภทพิเศษ คือใช้ห้วงเวลามากเป็นพิเศษเพราะเป็นประเภทที่จะถึงนิพพานได้ต้องใช้เเรงชักจูง ใช้ความเพียรพยายามหนักมาก
    7. อสังขารปรินิพพายี จำพวกนี้ก็เป็นเหล่าพระอนาคามี แต่เป็นพระอนาคามีที่ค่อนข้างสบายหน่อย คือไม่ใช้แรงชักจูง ไม่ต้องใช้ความเพียรมากนัก เมื่อเป็นพระอนาคามีแล้วในระยะเวลาอันสั้นก็จะเข้าสู่นิพพานได้เลย
    8. อุปหัจจปรินิพพายี ประเภทนี้เป็นพระอนาคามี ผู้มาเกิดเป็นพรหมในมหาสถานปัญจสุทธาวาสมหาพรหม และมีพรหมมายุขัยพ้นไปได้เกินครึ่งเเล้วแต่ยังไม่ทันครบตามอายุขัยแห่งมหาพรหมนั้นๆก็จะเข้าปรินิพพาน
    9. อันตราปรินิพพายี ประเภทนี้ก็เช่นกันกินเวลาเร็วเป็นพิเศษ นั่นคือเป็นพระอนาคามีที่เกิดในแดนปัญจสุทธาวาสมหาพรหมไม่ชั้นใดก็ชั้นหนึ่ง แต่ควรจะเป็นชั้นอกนิกฐมหาพรหม นอกจากจะมีวัตถุประสงค์และความผูกพันธุ์กับชั้นอื่นจึงไปเกิดที่นั่นเป็นกรณีพิเศษ พระอนาคามีประเภทนี้จะเสวยพรหมมายุขัยอยู่เพียงไม่นานนัก คือยังไม่ทันถึงครึ่งเเห่งอายุขัยของมหาพรหมในชั้นนั้นๆก็จะเข้าสู่ปรินิพพาน
    10. ปัญญาวิมุติ ประเภทนี้คือพระอรหันต์ เลยพิภพภวัครา เข้าสู่โลกุตระภูมิแล้ว เป็นพระอรหันต์ ที่หลุดพ้นได้โดยใช้ปัญญา
    11. อุภโตภาควิมุติ นี่ก็อยู่ในโลกุตรภูมิ เป็นพระอรหันต์เช่นกัน ประเภทนี้จะเข้าสู่ความเป็นอรหันต์ได้โดยใช้การบรรลุเจโตวิมุติญาณอรูปสมาบัติก่อน แล้วจึงได้ปัญญาวิมุติตามมา
    เพราะทำด้วยบารมีของ 11 ภูมิอันได้ชื่อว่าเป็นอริยภูมิสูงสุด จึงเรียกว่า "กรอง 11" หรือ "ลูก 11" ซึ่งลูกกรองนี้นอกจากจะเตือนภัยและกลั่นกรองชีวิตคนใช้ ยังสามารถแสดงฤทธิ์ให้ปรากฏได้ด้วยการป้องกันสิ่งชั่วร้าย คุณไสย ลมเพลมพัดไม่ดีทั้งหลาย คนที่เล่นของเอาของไปปล่อย เช่นพวกว่าน พวกผี น้ำมันลูกกอก น้ำมันพราย หรือสิ่งที่เป็นอมนุษย์เกเรทั้งหลายเวลาตัวเราจิตอ่อนหรือดวงตกก็อาจจะได้รับของเหล่านี้เข้าตัวไป พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้ามีลูกกรองของพวกนี้เจาะเข้ามาไม่ได้เลย เหมือนคนร้ายติดด่านตำรวจที่ตั้งสกัดอยู่ 108 ชั้น เจาะอย่างไรก็เข้าไม่ถึง ทั้งลูกกรอนอกจากจะใช้ป้องกันสิ่งอัปมงคลทั้งปวงเขายังนำความร่มเย็นเป็นสุขมาให้

    ลูกกรอนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าใช้ได้ดั่งพรายกระซิบ คือเราสามารถบอกกล่าวเขาได้ว่าอยากเห็นอยากให้เขาบอกหรือนิมิตอะไร แม้แต่อยากให้เขาส่งเสียงเวลาเรามีอันตรายในเรื่องไหน(พ่ออาจารย์ท่านว่าเจรจากันเองได้เลย) นอกจากนี้ลูกกรอยังได้ชื่อว่ามีเดชมาก แม้เอาไปวางไว้ตรงไหนเทวดาเกเรนี่อยู่ไม่ได้เลย ทั้งทุกข์โทษเคราะห์ยังหนีไกลภูติผีสัมภเวสีที่คิดร้ายจะให้ผลร้ายกับเรานี่ไม่มีอีกต่อไป เพราะปลุกเสกครั้งใดทั้งเทพเจ้าเเละภูติผีทั้งหลายก็ตกประหม่าขวัญเเตกกระเจิงกันทั้งนั้น ### หากอธิษฐานใช้ในอาชีพการทำงานของตน ท่านว่าจะเจริญไวดั่งได้ทิพยสมบัติ ตัวเราจะสมบูรณ์รุ่งเรืองเดชดั่งเทพเจ้าชั้นฟ้าเช่นพญาอินทราธิราชหรือบรมพรหมสฮัมบดีเช่นนั้น ตัวเราจะมีอานุภาพดั่งจักรพรรดิ แม้วางเอาไว้ก็มีรัศมีสว่างไกลไปได้ 18 โยชน์ เทพพรหมทั้งหลายย่อมมารวมตัวชุมนุมบันเทิงยินดีเมตตาอยู่ด้วยตัวเรา เคราะห์กรรมจัญไร ทุกข์ภัยอัปมงคลใดๆก็พินาศสูญสิ้น คนทำมาหากินจะเป็นเศรษฐี เศรษฐีจะกลายเป็นมหาเศรษฐี ทรัพย์สินเงินทองเพิ่มพูน คนโชคร้ายจะกลับกลายเป็นคนโชคดี คนรักหน่ายรักหนีจะพลิกกับมามีเสน่ห์เป็นที่รัก เพศตรงกันข้ามจะเกิดความรักเมตตาเสน่หาอุ้มชูอุปถัมภ์ คนไม่มีลูกจะมีลูก ผัวเมียรังเกียจกันจะคืนดีต่อกัน คนไม่มีสติปัญญาจะมีสติปัญญา มีข้าทาสบริวาร บังเกิดตบะเดชาปรากฏไปทั่วทุกทิศ

    อันแท้จริงนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาทำลูกกรอนั้นเหนือกว่าปรอทกรอใดๆ เพราะเป็นของเฉพาะ เป็นวิชาของสมเด็จองค์ปฐม พ่อพระพุทธท่านให้ฉันมา ฉันจึงต้องบอกว่าลูกกรอนี้เป็นของสูง เอาติดตัวไว้ถ้ามีภัยจะได้รู้ตัวก่อน อยู่กับตัวก็ส่งเสริมให้เจริญวัฒนาสถาพร จะเกิดโชคลาภใหญ่ยิ่ง *** จะมีคนมาบำรุงเราให้รุ่งเรือง(ดั่งพระอริยบุคคลทั้งสิบเอ็ดชั้นอริยภูมิแม้ปรากฏขึ้นที่ใดคนก็แห่ไปบำรุงด้วยลาภสักการะมากมายปานนั้น) ไม่มีตกต่ำเลย จะใช้ทางเจรจาก็ได้พูดให้คนฟังเคลิ้มก็ได้ หรือจะอธิษฐานดึงคนดีๆเข้าชีวิต อธิษฐานให้เจอลูกค้าดีๆ เจอเพื่อนพี่น้องร่วมงานที่ดี พกใส่กระเป๋าก็กรองเงินเข้ามาได้ ท่านว่าใช้ได้หมดเพราะเขากรองจนเหลือแต่สิ่งที่ดีและบริสุทธิ์ใจกับเราจริงๆเข้ามาหาเรา ยิ่งใครที่ตกอับติดขัดหรือโชคร้ายต้องอุบาทว์ใดๆ ลูกกรอนี้แกว่างน้ำราดรดหัวใช้ล้างอุบาทว์ได้ปัดอุบาทว์ทั้งปวงทิ้งได้ (ข้อห้าม อย่าเอาไปขว้างปาใส่ใคร ลูกกรอนี้มีเดชมากดั่งวชิราวุธของพระอินทร์และศาสตรามหาเทพทั้งหลาย จะทำให้สติเขาฝั่นเฝือนได้)

    เมื่อได้อาราธนาลูกกรองแล้วท่านว่าเลิกกังวลเกี่ยวกับดวงชะตาไปได้เลย เพราะชีวิตเปลี่ยนดวงเปลี่ยนเเล้ว บารมีคุณพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ตลอดด้วย 11 อริยภูมิลงมาสงเคราะห์แล้ว ครูพระท่านเหยียบเกล้าเหยียบกระหม่อมเราเเล้วสัพเคราะห์ใดๆแม้มีกำลังมากก็ไม่อาจกล้ำกรายเราได้ ทุกข์เข็ญเคืองขัดหมู่มารสิ่งไม่ดีทั้งหลายไม่อาจทำอันตรายแก่เราได้ ปิดประตูทุกข์ได้เลย เชื่อว่าพวกเธอจะดีวันดีคืนทำอะไรก็ไหลรื่นประสบความสำเร็จ เพราะกำลังแห่ง 11 อริยภูมินี้นับเป็นที่สุดแล้วก็จะเป็นเหตุเเละที่มาเเห่งความเจริญรุ่งเรืองมิรู้จักจบสิ้น

    ท่านเฝ้าเสกทุกฤกษ์ทั้งราชาฤกษ์ เพชรฆาตฤกษ์ มหัทธโนฤกษ์ เทวีฤกษ์ สมโณฤกษ์ ทลิทโทฤกษ์ เทศาตรีฤกษ์ ท่านเสกเก็บจนครบทุกฤกษ์ เเม้เเต้วันสำคัญอย่างวันสงกรานต์ท่านก็เอาไปเสก เสกบนดอยท่านก็นำขึ้นไป ฤกษ์จันทรุปราคา-สุริยุปราคาในพิธีอุปราคาทั้งสองท่านก็นำไปเสก ไม่ว่าจะวันวิสาขาบูชาจันทร์เต็มดวงเต็มฟ้าน้ำเต็มสมุทร จันทร์ซ้อนจันทร์ บรรจุคุณแห่งสายฟ้า ขอเงินพระจันทร์.....ท่านทำจนลูกกรอเต้นได้ โดดพาน สั่นสะเทือนเกรียวกราวเสร็จตามพิธีท่านก็เก็บไว้ มองฟ้า รอเวลาให้ถึงพร้อมบรรจบกันทำเก็บไว้เช่นนั้น รอว่าเมื่อไหร่จะได้เอาออกมาช่วยผู้ที่มีวาสนาตามปกาศิตพ่อพระพุทธเพื่อให้ใช้รับมือกับความทุกข์หลากชนิดหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะมีทุกข์จากดาวนพเคราะห์ จากชะตาชีวิต จากกฏแห่งเวรกรรมตามวัฏฏสงสาร จากเจ้ากรรมนายเวรในอดีตที่ชาตินี้เราไม่รู้อะไรด้วยตามเล่นงานหลอกหลอน จากศัตรูหมู่มารเทวดาอันธพาลทั้งหลาย จากความทุกข์ทวีมากขึ้นสู่ทุกข์เข็ญ ตกยาก ลำบากอึดอัดคับข้องใจ จากความปรารถนา จากหน้าที่การงานต่างๆ....จนพ่อพระพุทธท่านอนุญาติท่านจึงนึออกมา ท่านว่าก็แค่ใช้ลูกกรอ ให้เขากรองสิ่งไม่พึงประสงค์ออกไปเท่านั้น..แล้วคอยดูเถอรอฟังแต่เรื่องดีๆได้เลย

    คาถาบูชา
    วิเนยโย วรราชา วะอภิธัมโม รหิโต สะตันโต อะมัจโจ ตถา ตโย หิสันติเส สัพเข็ญสัพเคราะห์แล่นมาพานพุทโธกำจัด สัพลางร้ายแล่นมาข้องพุทโธกำจัด ทุกข์เข็ญเเล่นต้องมาถึงตนพุทโธกำจัด ทุกข์แล่นเข้าถึงเนื้อพุทโธกำจัด เข็ญแล่นเข้าถึงใจพุทโธกำจัด ปัดอันตรายให้หนี ปัดอันดีให้อยู่ ทุกข์เข็ญให้สูญหายณ.บัดนี้

    1626926971013.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 สิงหาคม 2021 at 14:29
  6. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    รายการที่ 32 ยังอยู่นะครับ
     
  7. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    อิทธิวัตถุธาตุจตุรมณีดวงแก้วสำเร็จเกาสตุภะวิษณุมัธวะ(ปักตะกรุดรุทรมณี) รายการที่ 34 ให้บูชา 4100 20210728_125720.jpg 20210728_125725.jpg

    " อันมนุษย์นั้น ในห้วงชีวิตเค้าเป็นได้ทั้งยอดคนผู้ดำเนินไปบนหนทางค้นหาสัจธรรม ลางบุคคลก็เป็นอันธพาลนำพาชีวิตตนเองและผู้อื่นไปสู่ความพินาศฉิบหาย มีความคิด ยึดมั่น ถือมั่นเป็นของตนเอง มีตรรกะที่เป็นปัจเจกมากกว่าสรรพสัตว์ สรรพชีวิตทั้งหลายในหมื่นจักรวาล แต่ทว่ามนุษย์นั้นก็ยังต้องดำเนินไปบนหนทางของมหาวัฏฏะ วนเวียนไปตามอำนาจของกิเลส วนเวียนไปตามอำนาจของกุศลกรรมและอกุศลกรรม วนเวียนไปตามอำนาจวิปากกรรมรับผลจากการกระทำที่ตนเองทำไว้...

    ...มนุษย์เวียนว่ายตายเกิดในกฏแห่งมหาวัฏฏะ แสวงหาจุดสูงสุดแต่ก็นำพาตนไปสู่จุดสิ้นสุดของเผ่าพันธุ์เช่นกัน คิดแต่เพียงว่าวันนี้จะเป็นอย่างไร พรุ่งนี้จะมีอะไร แม้หนทางนั้นจะรู้อยู่แก่ใจ ปฏิเสธตนเองยังไม่ได้ว่าถ้าเดินต่อไปจะนำมาซึ่งความพินาศฉิบหาย เค้าก็ยังจะเพียรเดินต่อโดยอ้างว่าจำเป็น ดุจดั่งการกระทำโง่ๆที่เผาผลาญทำลายทุกสรรพสิ่งเพื่อให้เกิดแสงสว่างในทางมืด โดยไม่ได้สนใจหรือเฉลียวใจแม้แต่น้อยว่าสิ่งที่นำมาเผานั้นมีค่ากว่าแสงสว่างที่ตนต้องการหรือไม่ สุดท้ายเขาก็เผาผลาญตัวของเขาเอง เผาผลาญชีวิตตนเอง....

    ....บนหนทางค้นหาสัจธรรมนั้นมนุษย์ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตอันมีศักยภาพสูงสุด เพราะสามารถพัฒนาตนเองขึ้นไปได้และก็ขึ้นไปสูงยิ่งๆขึ้นได้อีก พัฒนาไปสู่ชาติ สู่ภพ สู่ภูมิ สู่ชีวิตที่ดีกว่า แต่กาลและโอกาสในกายสังขารที่ได้อุบัติมาเป็นมนุษย์นั้น เขากลับไม่ใช้โอกาสและศักยภาพที่มีติดตัวเพื่อพัฒนาพื้นฐานทางจิตวิญญาณ พวกเขากลับใช้ศักยภาพนั้นเพื่อบำรุงบำเรอความต้องการทางกาย เพื่อความสุขความสบายเพียงชั่วขณะ เพื่อภาพลวงตาที่ได้มาแล้วก็เสียไปในห้วงชีวิตหนึ่ง สุดท้ายเขาใช้ศักยภาพเขาเพื่อทำลายตัวเอง ละทิ้งหนทางที่จะก้าวข้ามอัตตา ก้าวข้ามภพภูมิ ..... ด้วยเหตุผลดังกล่าวมานี้เทพยดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่าใดก็ดี ที่เพียรพยายามจะช่วยเหลือมนุษย์เหล่านั้น เขาย่อมไม่อาจทนมองได้นาน ด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยหน่าย เกิดธรรมสังเวช เพราะยิ่งช่วยเหลือมนุษย์เท่าใด เขาก็ไม่ได้มีพัฒนาการ ไม่ได้ใช้ศักยภาพก้าวล่วงอัตตาของเขาเลย "


    พ่ออาจารย์ท่านระลึกถึงคำของสมเด็จพระตถาคตเจ้าทุกพระองค์และพระพุทธเจ้าองค์ปฐม ซึ่งสมเด็จท่านได้แบ่งบุคคลทั้งหลายออกเป็นสี่ประเภท ได้แก่
    - บุคคลผู้มืดมาและมืดไป
    - บุคคลผู้มืดมาแต่สว่างไป
    - บุคคลผู้สว่างมาแต่มืดไป
    - บุคคลผู้สว่างมาและสว่างไป
    ทั้งนี้ในห้วงของการดำเนินชีวิตอันเป็นภาพลวงตาซึ่งติดอยู่ในกฏแห่งมหาวัฏฏะทั้งสามคือกิเลส กรรม และวิปากกรรม จึงทำให้บุคคลทั้งสี่ประเภทนี้มีอยู่สองประเภทที่ไม่อาจพัฒนาได้ นั่นคือมืดมาและมืดไปกับสว่างมาแต่มืดไป พ่ออาจารย์ท่านต้องการเห็นสรรพชีวิตทั้งหลายมืดมาก็สว่างไปหรือแม้กระทั่งสว่างมาก็ให้สว่างไปไม่ตกต่ำลง

    ท่านจึงขออนุญาติเสด็จพระใหญ่เพื่อจะทำเครื่องมงคลที่ปรับพื้นฐานดวงชะตาผุ้บูชาให้พลิกกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มีชีวิตที่ดีเป็นปรกติสุข ให้เป็นชีวิตที่ยืนอยู่บนจุดเดียวกันคือคำว่าสว่าง ไม่เป็นผู้มืดมาและมืดไป ซึ่งเสด็จพระใหญ่ท่านก็มีโองการว่า "การจะสร้างเครื่องมงคลวิเศษที่อยู่นอกเหนือกฏเกณแห่งมหาวัฏฏะทั้งสามนั้นเป็นไปไม่ได้เลย แต่หากจะเพียงล่วงกฏเช่นนี้ในหมื่นจักรวาลย่อมมีของวิเศษสี่ประการที่เปลี่ยนแปลงชะตาผู้ถือครองจากก้นหุบเหวสูงขึ้นเป็นฟากฟ้าได้"

    พ่ออาจารย์ท่านพิจารณาตามกฏแห่งมหาวัฏฏะและคำบอกใบ้ของเสด็จพระใหญ่แล้ว ท่านก็คิดถึงของวิเศษสี่ประการที่มีอำนาจล่วงกฏเกณฑ์ของมหาวัฏฏะได้ พิจารณาและเพียรตามหาจนครูพระสยมท่านประทานทางออก แก้ปริศนาของสิ่งวิเศษนั้น คือจตุรมณีสี่ชนิดอันมีกำเนิดขึ้นมาเองในมหาจักวาล เป็นยอดยิ่งของแก้วมณีและธาตุทั้งหลายอันประเสริฐยิ่งกว่าแก้วจักรพรรดิ์ ซึ่งการเกิดขึ้นของดวงแก้ววิเศษทั้งสี่นี้ ด้วยมหาอานุภาพที่ยังผลให้ผู้ครอบครองเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตจากสามัญขึ้นสู่จุดสูงสุดในฉับพลันทันที แก้วมณีทั้งสี่อันมีอานุภาพไร้ขอบเขตสิ้นสุดนั้น บางชนิดก็ให้ลาภผลให้ทรัพย์ต่อเนื่องในทุกๆวันไม่ขาดตกบกพร่อง บ้างก็คุ้มครองไม่ให้อคติและทุกข์คติใดมาล่วงเกินทำอันตรายแก่ผู้ครอบครองได้ บ้างก็คุ้มกันอันตรายทั้งหลายอันเกิดจากมหาธาตุทั้งสี่ บ้างก็ดลบันดาลให้สำเร็จกิจทุกประการดั่งใจนึก บ้างก็เปลี่ยนแปลงฐานแห่งดวงชะตาและโชคชะตาเสียใหม่ให้ดีดขี้นและเจริญยิ่งๆขึ้นในฉับพลันทันที แก้วมณีอันประเสริฐทั้งสี่ประการนี้ ได้แก่
    - แก้วเกาสตุภะ
    - แก้วจินดามณี
    - แก้วศยามันตะกะ
    - แก้วรุทรมณี
    ซึ่งการปรากฏขึ้นของมหามณีทั้งสี่นี้ยังความเป็นไปให้มหาจักรวาลโกลาหล ด้วยทุกสรรพชีวิตล้วนคาดหวังจะครอบครองดวงแก้ววิเศษดวงใดดวงหนึ่งเหล่านั้น ไม่ว่าจะมนุษย์ เทวดา อสูรตลอดจนสิ่งมีชีวิตทุกจำพวก ก่อให้เกิดมหาสงครามแย่งชิงกันอยู่เนืองๆ สุดท้ายดวงแก้วทั้งสี่อันมีมหาคุณเป็นอเนกประการแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในพิภพและมหาวัฏฏะใด ก็ได้ไปอยู่ในความครอบครองของบุคคลต่างๆทั้งสี่ท่าน พ่ออาจารย์ท่านว่าอันแก้วเกาสตุภะกับแก้วศยามันตะกะนั้นได้อยู่ในความครอบครองของพระวิษณุนารายณ์ ในส่วนของแก้วศยามันตะกะนั้นเบื้องหลังพระวิษณุเจ้าก็ได้ประทานไว้ให้เป็นของคู่สวรรค์แก่องค์อินทร์อีกชั้นหนึ่ง แก้ววิเศษจินดามณีนั้นอยู่ในครอบครองของท้าวมหาพรหมพ่ออาจารย์ท่านว่าแม้มนต์จินดามณีที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นเพียงมนต์กำกับดวงแก้วซึ่งเรียนสืบต่อกันมาจากท้าวมหาพรหมประทานให้องค์อินทร์และสืบเนื่องมาถึงในชั้นมนุษย์ แม้เป็นเพียงมนต์ก็มีอานุภาพมากเหลือคณา แต่พ่ออาจารย์ท่านว่าก็ยังไม่เท่าอานุภาพของดวงแก้วจินดามณีที่แท้จริง ประการสุดท้ายแก้วรุทรมณีนั้นก็อยู่ในการครอบครองของครูพระสยมหรือองค์พระศดาศิวะนั่นเอง เมื่อแก้วทั้งสี่ได้รับการถือครองและใช้เป็นเครื่องประดับวรกายก็ดลให้เกิดความความเจริญ รุ่งโรจน์ มั่งคั่งแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนแก่ผู้ครอบครอง ทั้งยังอภิบาลรักษาปกป้องภัยทั้งหลายไม่ให้กระทำอันตรายใดๆได้ ซึ่งเมื่อแก้วทั้งสี่ได้ผู้ครอบครองที่แท้จริงแล้วก็ไม่เคยเปลี่ยนมืออีกเลย จนทำให้เรื่องราวของดวงธาตุจตุรมณีแห่งสรวงสวรรค์นั้นขาดการกล่าวถึงและเลือนหายไป

    พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าบางครั้งคนบูชาองค์เทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ด้วยจริตและการกระทำของตัวมนุษย์เองก็ยังทำให้เทพถอยห่าง เกิดธรรมสังเวช และวางเฉยเอาได้ เรียกว่าไม่เข้าตาและไม่ถูกโฉลกกันก็ได้ทำให้ท่านวางเฉยไม่เอาเป็นธุระ ไม่ช่วยเหลือใดๆ เนื่องจากองค์เทพทั้งหลายท่านก็มีทัศนะและความคิดเป็นของท่านเองเช่นกัน พ่ออาจารย์ท่านจึงมีดำริว่าหากจะเอาอิทธิมงคลที่ยังผลช่วยเหลือผู้ครอบครองโดยไม่ต้องมีชีวิตและความนึกคิดเป็นของตัวเองแล้วก็คงจะต้องใช้อัญมณีสุดประเสริฐทั้งสี่ประการของมหาจักรวาลแต่เพียงเท่านั้นเพราะสามารถพลิกฟ้าคว่ำดินได้ฉับพลันทันทีและมีอานุภาพแรงกล้าที่สุดในบรรดาของวิเศษอันจะเกิดมีในมหาจักรวาลทั้งปวง แต่ดวงแก้วทั้งสี่นี้ก็ยังเป็นของมีจิตวิญญาณในตัวเองถ้าเอาไปใช้ก่อกรรมกระทำชั่วรังแกเอาเปรียบผู้อื่น อานุภาพของดวงแก้วก็จะดลให้เกิดผลร้ายแก่ผู้ครอบครองเช่นกัน

    พ่ออาจารย์ท่านว่าดวงแก้วทั้งสี่นี้สร้างยากมากเพราะท่านต้องทำตามคำแนะนำของครูทั้งสี่คือครูพระสยม ครูพระวิษณุนารายณ์ ครูท้าวมหาพรหม ครูพระอินทร์ โดยท่านได้แสวงหามวลสารตามที่ครูสั่งซึ่งหายาก บางอย่างก็อยู่ในป่า อยู่ใต้ดิน อยู่ในถ้ำ อยู่ในน้ำแตกต่างกันไป ตลอดจนได้หาศิลาวิเศษตามธรรมชาติอันเป็นที่สิงสถิตย์แฝงญาณของครูทั้งสี่ตั้งแต่ศิวลึงค์ธรรมชาติของพระศิวะ ศาลิครามอันเป็นตัวแทนที่พระวิษณุเจ้าสาปตัวเองมายังโลก ศิลาพรหมลูกฟักอันเป็นจุดนิทราแห่งท้าวมหาพรหม ศิลาดวงตาสวรรค์ของพระอินทร์ที่ท่านสาปสรรค์ให้เป็นตัวแทนท่านปรากฏแก่ตาโลก พ่ออาจารย์ท่านนำมหาศิลาทั้งสี่อันมีธาตุและอิทธิคุณสูงสุดในเทวานุภาพและมวลสารว่านยามาบดแยกกันกอปรด้วยผงวิเศษที่ท่านลบด้วยพระเวทย์และหัวใจของดวงแก้วทั้งสี่ ตลอดจนคาถากำกับแก้วทั้งสี่ตามที่ครูทั้งสี่สอนและมอบให้ทำเป็นการเฉพาะ ซ้ำยังย้ำให้เก็บเป็นเรื่องลับหนักหนาห้ามถ่ายทอดหรือเผยแพร่ออกไป ท่านว่าใช้ว่านใช้ยามานั่งลบผงแต่ละอย่างร้อยรอบพันรอบ ก่อนจะนำผงเหล่านั้นมาเข้ากับน้ำทิพย์อันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่ท่านเก็บสะสมไว้ ทั้งน้ำในรอยพระพุทธบาท น้ำผุดในวิษณุบาท น้ำในเศียรพระพุทธรูป น้ำที่หลั่งออกมาเองจากเทวรูปพระอรรถนารีศวรเนื้อสัมฤทธิ์ ตลอดจนน้ำในบ่อธรรมชาติที่มีอาถรรพ์และความศักดิ์สิทธิ์แต่โบราณที่ท่านเก้บรวบรวมไว้ พ่ออาจารย์ท่านได้ปั้นดวงแก้วทั้งสี่ชนิดขึ้นมา คือแก้วเกาสตุภะ , แก้วจินดามณี , แก้วศยามันตะกะ , แก้วรุทรมณี ท่านว่าทำทั้งทีก็เอาให้ดีที่สุดแบบไม่เคยปรากฏมีเป็นประวัติการณ์มาก่อนที่ดวงแก้วทั้งสี่นี้จะได้มาอยู่รวมกัน โดยท่านปั้นตามธาตุศิลามหาคุณและผงวิชาดวงแก้วทั้งสี่ ให้แก้วจินดามณี แก้วศยามันตะกะ แก้วรุทรมณี เป็นลูกขนาดย่อมๆ ฝังไว้ภายในแก้วเกาสตุภะ ท่านว่าเช่นนี้ก็คือรวมแก้ววิเศษทั้งสี่เป็นหนึ่งเดียว เป็นแก้วจตุรมณีโดยที่มีแก้วเกาสตุภะครอบไว้เป็นพื้นด้านนอก

    พ่ออาจารย์ท่านว่าการทำแก้ววิเศษนี้ใช้ว่านยามวลสารมากมายดังนั้นผิวเนื้อของดวงแก้วจะหยาบบ้างมีคราบน้ำว่าน น้ำยา ปรากฏบ้าง ด่างบ้าง เข้มบ้างต่างกันไป เพราะท่านต้องการใช้มวลสารจากวัตถุธาตุที่ทรงฤทธิ์ล้วนๆมาประกอบให้มีอิทธิคุณแรงกล้าสูงสุดนั่นเอง

    ด้วยดวงแก้ววิเศษทั้งสี่นั้น แม้ปกติแยกกันอยู่ ก็มีอานุภาพดลบันดาลให้มหาเทพทั้งสี่เป็นยอดบุรุษของจักรวาล สูงสุดจนไม่มีผู้ใดคิดล่วงเกินหรือล่วงละเมิดได้ พ่ออาจารย์ท่านว่ายิ่งนำมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้วยิ่งไม่ต้องคิดเลย ทั้งนี้ดวงแก้วยังมีญาณบารมีจากครูพระสยม ครูพระพรหม ครูพระวิษณุนารายณ์ ครูพระอินทร์สถิตย์อยู่ด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าเรื่องใดที่ครูองค์ใดท่านไม่ยุ่งไม่ช่วยครูอีกองค์ก็จะช่วยฉับพลันทันที ขึ้นอยู่ที่ว่าเรื่องที่เราขอเป็นหน้าที่ของผู้ใด เช่นหน้าที่แห่งการสร้างสรรค์พัฒนาความเจริญของพระพรหม หน้าที่แห่งการทำลายล้างอัปมงคลเพื่อให้เกิดมหามงคลตลอดจนประทานพรอันประเสริฐของครูพระสยม หน้าที่แห่งการธำรงค์พิทักษ์รักษาชีวิตให้ดำเนินไปอย่างปรกติสุขของพระวิษณุนารายณ์ หน้าที่แห่งการบังคับควบคุมมหาธาตุตลอดจนอภิบาลรักษาผู้ประพฤติธรรมของพระอินทร์

    ดวงแก้วทั้งสี่ที่รวมเป็นหนึ่งนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเราแทบจะไม่ได้เสกเลย เพราะต้องรบกวนครูทั้งสี่เท่านั้น แม้นจะระดมครูพระครูเทพซักหมื่นแสนก็ทำไม่ได้ เนื่องจากเป็นของวิเศษในมหาจักรวาลและเป็นของคู่บารมีเฉพาะผู้ครอบครอง พ่ออาจารย์ท่านต้องอาราธนาครูทั้งสี่ ให้เมตตาทำให้เป็นดวงแก้วสำเร็จ ซึ่งครูทั้งสี่ก็ได้เมตตาถ่ายพลังจากแก้วต้นกำเนิดให้เต็มที่ ท่านว่าต้องทำไปทีละขั้นทีละชนิดก่อนจะปั้นรวมและให้ครูพระวิษณุนารายณ์สำเร็จแก้วเกาสตุภะเป็นลำดับสุดท้าย ท่านว่าทำยากมากกว่าจะได้แก้วที่มีชื่อว่าเหนือกว่าแก้วจักรพรรดิ์เช่นนี้ กว่าจะได้แก้วทั้งสี่อันประเสริฐซึ่งไม่มีผู้ใดระลึกนึกถึงแล้วในมหาจักรวาล ท่านว่าทำครั้งนี้ก็เพื่อเปลี่ยนตำนานให้กลับคืนสู่ความเป็นจริง

    ทั้งนี้เมื่อก่อนพ่ออาจารย์ท่านเคยทำเครื่องมงคลทางหนุนดวงพลิกดวงเสริมดวงเสกเอาไว้บ้าง แต่ท่านก็ไม่เคยทำถึงขนาดว่าเป็นเครื่องมงคลที่จะเปลี่ยนพื้นฐานดวงชะตาแลบุพกรรมอันมีมาแต่กำเนิดเสียที ด้วยท่านพิจารณาเห็นว่าสิ่งใดหนอที่จะทำได้ จะก้าวล่วงอานุภาพของเทพยดาและครูพระซึ่งท่านวางเฉยได้ สิ่งเหล่านั้นต้องกำเนิดจากพลังงานธรรมชาติที่เข้มข้นอยู่เหนือกฏทุกกฏทั้งโลกวิสัยและกรรมวิสัย คือหลุดจากกฏแห่งกรรมและวิบากกรรม หลุดจากวิสัยโลกและสังสาระวัฏ ไม่เกี่ยวข้องข้องกับพุทธวิสัยและฌานวิสัยของผู้ใด เป็นของศักดิ์สิทธิ์สูงสุดในหมื่นจักวาลอันก่อกำเนิดรูปและดวงจิตขึ้นเอง ซึ่งดวงแก้วทั้งสี่นี้ตามที่เสด็จพระใหญ่ท่านแนะนำและครูพระสยมท่านประทานคำตอบมาให้ จึงเป็นอิทธิวัตถุที่ได้ชื่อว่าเกิดขึ้นเพื่อดึงสิ่งต่ำสุดขึ้นสู่จุดสูงสุด เกิดขึ้นเพื่อความรุ่งโรจน์ในผู้ถือครองอย่างแท้จริง

    โดยพ่ออาจารย์ท่านได้นำตะกั่วขอมโบราณมาลงเวทย์กำกับแก้วรุทรมณีปักไว้ในแก้วเกาสตุภะอีกวาระหนึ่งด้วย ซึ่งด้วยอานุภาพของตะกรุดรุทรมณีนั้นจะทำให้คำพรและคำอธิษฐานของผู้บูชาเป็นจริงท่านว่าสิ่งใดที่ปรารถนาให้เราขอจนกว่าจะได้รับและอย่าหยุดที่จะขอหากยังไม่ได้รับ นอกจากนั้นท่านให้นำกระดาษมาเขียนชื่อวันเดือนปีเกิดตนใส่ไว้ในดวงแก้วโดยม้วนบรรจุเองในตะกรุดด้วย ที่สำคัญที่สุดคือ ให้ตัดเส้นผมของตัวเองด้วยความตั้งใจมอบถวายเป็นทานแก่ครูพระวิษณุนารายณ์บรรจุในดวงแก้วไว้ด้วยโดยนำเส้นผมอุดปิดไว้ในตะกรุดหลังจากใส่กระดาษบรรจุดวงแล้ว ทั้งนี้แก้วสยมันตกะก็จะให้คุณมาก บันดาลทรัพย์ลาภผลอย่างต่อเนื่องในทุกวันๆไม่ให้ขาดไม่ให้พร่อง ท่านว่าการถวายผมแก่พระวิษณุนี้เหมือนเป็นพันธะสัญญาของศิษย์และครู เป็นข้อกำหนดกฏแกณฑ์แต่โบราณที่ครูพระวิษณุท่านตั้งใจจะให้ผู้บูชานั้นกระทำถวาย ครูพระวิษณุนารายณ์ท่านว่าเหมือนเราตัดทุกข์โศกออกมา ถวายหัวถวายชีวิตไว้กับท่าน ท่านจะรับทุกข์นั้นๆไปและจะนำความสุขสวัสดิมงคลมาต่อเติมคืนให้ด้วยพันธะสัญญา แม้ในกาลบัดนี้หากกระทำแล้วก็เท่ากับว่ามหาเทพทั้งสี่พร้อมใจกันรับพันธะสัญญานี้ด้วยและจะช่วยเหลือกันอย่างสุดความสามารถเพื่อต่อเติมสุขและสวัสดิมงคลให้เกิดขึ้นกับศิษย์รัก หรือลูกรัก ที่ยอมตัดผมอันถือได้ว่าเป็นสิ่งมีค่าสูงสุดในร่างกายตนแก่ครูเป็นเครื่องบูชา

    พ่ออาจารย์ท่านปั้นดวงแก้วไว้ได้ทั้งหมด 6 ลูก ท่านอธิษฐานไว้ว่าแล้วแต่ครูทั้งสี่ท่านตั้งใจจะโปรดจะประทานแก้ววิเศษแก่ผู้ใดก็ให้ดลจิตเขามารับไปไว้ในครอบครองและทำการปฏิบัติบูชา ซึ่งการบูชานั้นก็เพียงหาพานมาวางรองไว้ ไม่ต้องเคลื่อนไม่ต้องย้ายหากไม่จำเป็นจริงๆ หมั่นสวดมนต์ทำกรรมฐานบูชาโดยปกติเท่านั้น และให้หาน้ำอบน้ำปรุงประพรมดวงแก้ว เวลาอธิษฐานขอพรเสร็จ แล้วจึงเอาน้ำอบน้ำปรุงที่ติดอยู่กับดวงแก้วนั้นมาเจิมหน้าเปิดบารมี พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าที่สุดแห่งความปรารถนาทั้งหกภพและหมื่นจักรวาล ไม่มีสิ่งใดเกินคุณค่าของดวงแก้ววิเศษนี้เลย ท่านตั้งใจทำให้ไว้บรรจุดวงชะตาเพื่อปรับพื้นฐานเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตนเอง เมื่อประสบพบความสุขเสมอใจแล้วก็ให้เร่งพิจารณาธรรม สร้างกุศลกรรม อย่าหลงไปกับอำนาจเงินตราและความสุขจอมปลอมใดๆ

    คาถาบูชา(ระลึกถึงครูทั้งสี่)
    กายะ วาจา จิตตัง อะหังวันทา จตุรเทวะมหาอินทรา มหาพรหมมา วิษณุ จะนะมัสศิวา นะอุภะยะอะ ปูเชมิ
     
  8. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    20210728_174827.jpg ตะกรุดสิทธิพรหมสะเดาะลาภ(ตัวบรมพรหมถอดพระโศก) รายการที่ 35 ดอกที่ 2 ให้บูชา 5500

    "ตะกรุดนี้ฉันทำเอาไว้นาน เห็นฤทธิ์จนชินหูชินตาแล้ว...จึงนำมากดโค๊ตเก็บไว้"

    "ตะกรุดสิทธิพรหมสะเดาะลาภนั้นเป็นหัวใจสูงสุดของวิชาทำสิทธิลาภ..แต่กลับกันเพราะใช้เพื่อสะเดาะเคราะห์เอาลาภโดยเฉพาะ ถือคติว่ายิ่งเคราะห์มากลาภยิ่งเยอะ ยิ่งทุกข์ร้อนมากจะกลับเป็นมั่งมี"

    ไอ้ตัวสะเดาะลาภนี้มันต้องลงตัวถอดพระโศกไว้ด้วยนะ อย่าคิดว่าจะเขียนๆก็เสร็จไป เพราะวิชาถอดพระโศกนี้เสกยากยิ่งกว่าสร้างพระจักรพรรดินะคุณ แม้คุณพระก็เสกไม่ได้..ต้องใช้สายวิชาพรหมโบราณ

    ### แต่เริ่มเดิมทีนั้น ตะกรุดสิทธิลาภจะมีคุณอนันต์
    สิทธิลาภตัวต้นนั้นเป็นตะกรุดมีที่มาสูงไม่ใช่เล่น สืบเนื่องจากพ่ออาจารย์ท่านได้รับนิมิตโดยตรงจากครูใหญ่ท่าน(องค์พรหมสหัมบดี) พ่ออาจารย์บอกว่าท่านให้สร้างตะกรุดขึ้นมา เพื่อเอาไว้ช่วยเหลือคนโดยเฉพาะพร้อมประทานชื่อให้เสร็จสรรพคือสิทธิลาภ ซึ่งในส่วนของตะกรุดสิทธิลาภนี้ท่านสร้างโดยวิธีการลงถมพร้อมกับเลือกพระยันต์ลงตะกรุดเอง ท่านว่าเพื่อให้ได้ลาภผลต่อเนื่องไม่ขาดสายท่านจึงตั้งใจทำมาก อานุภาพของสิทธิลาภนั้นถึงขนาดว่า"ต่อให้เธอหนีลงน้ำ เขายังตามเอาไปให้เธอในน้ำขนาดนั้น แม้บินขึ้นฟ้าก็ต้องตามหาเพื่อมอบทรัพย์ให้ทีเดียว"

    ด้วยเป็นตะกรุดที่ลงยากเสียยิ่งกว่าอะไรจึงเป็นของสูงอันจะบูชาไว้ต่ำกว่าเอวไม่ได้ ท่านบอกว่าผู้บูชาจะเจริญด้วยมนุษย์สมบัติ..สวรรค์สมบัติ..เเละนิพพานสมบัติทีเดียว ที่สำคัญไปไหนไม่มีใครกล้าเกลียด(ถ้าไม่ทำตัวเเย่จนเกินไป) เป็นมหานิยมเเก่คนหมู่มาก หลายๆคนที่ถามหาเครื่องมงคลซึ่งอยยู่เหนือกว่าการบันดาลโชคลาภธรรมดา ความจริงนั้นย่อมมีเเละทำยากแถมให้บูชายาก นอกจากจะดีด้านโชคลาภถึงที่สุดแล้วท่านยังแปลงสูตรใส่ยันต์เฉพาะของท่านให้เป็นมหานิมมหาหลงแก่ชนทั้งโลก ท่านว่ายกตะกรุดทูนหัวเเตะหน้าผากเป็นเสน่ห์ไปหาผู้หญิงก็รักโทษถึงตายเห็นหน้าเข้าทำไม่ลงรักยิ่งกว่าลูก นอกจากนั้นยังใช้ป้องกันสิ่งที่มองไม่เห็นที่คิดจะประทุษร้ายเราคล้ายๆเป็นพยนต์ชนิดหนึ่ง(ตะกรุดตัวนี้เป็นตะกรุดมีชีวิตบังเงา,บังตัว,กันภัยได้)
    ### เวลาจะออกไปไหนหรือก่อนจะนอนหลังจากสวดมนต์ไหว้พระเสร็จให้อธิษฐานกับตะกรุดว่า ตัวกูอย่าทำ..ถ้าเป็นคนอื่นให้ทำเถิด แค่นั้นหลับได้สบายภูติพรายที่ไหนก็ไม่ได้เข้าใกล้ ท่านลงไว้ครบถึงขนาดถ้าจะเข้าหาผู้หญิงสะกดขึ้นเรือนเขาได้(เป็นสิ่งที่นอกเหนือจากเรื่องโชคลาภ ซึ่งไม่เเนะนำให้ทำ)

    พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดสิทธิลาภนั้นเป็นของทำยากต้องใช้ความตั้งใจมากเป็นพิเศษเพราะเป็นของสูงที่พ่ออาจารย์ได้รับสื่อให้สร้างจากองค์พรหมสหัมบดี ดังนั้นจึงหายห่วงได้เรื่องเเรงครูเป็นของสูงของศักดิ์สิทธิ์ที่มีประสบการณ์มากจะนำพาชีวิตให้มีเเต่เจริญขึ้นที่เท่าเดิมหรือต่ำกว่าเดิมไม่มี เป็นวิชาทำตะกรุดครูหนึ่งในสามชนิดของท่าน
    *** ทั้งสมัยก่อนพ่ออาจารย์ท่านเล่าว่าครูที่สอนท่านนั้นมีเมียร่วมร้อยอยู่ด้วยกันได้ไม่ทะเลาะกันซักคน เป็นเราๆนั่นทำไม่ได้เเน่แต่ครูท่านเองก็ไม่ได้ใช้วิชาอะไรมากท่านใช้เพียงมนต์พระสีวลี(งงมั้ย) ปกติจะเข้าใจว่าพระสีวลีเป็นเรื่องลาภผลเงินทองเเต่พ่ออาจารย์กล่าวว่านั่นก็ถูกเเต่ยังมีอีกมากกว่านั้น ท่านว่ามันรวมไปหมดทั้งโชคทั้งลาภสักการะแม้แต่โชคที่มีชีวิตโชคที่ได้จากสัตว์สองเท้าด้วย ถ้ารู้ถ้าทำเป็นปลุกขึ้นมนต์พระสีวลีนี้จะให้ดีกว่าขุนแผนก็สามารถทำได้
    ***ซึ่งครูท่านได้ลบถมผงพระสีวลีตัวพิเศษนี้ไว้โดยพ่ออาจารย์ท่านนำมาใช้อุดตะกรุดสิทธิพรหมสะเดาะลาภโดยเฉพาะ(แลร์ไอเทมนี้ไม่มีในตะกรุดสิทธิลาภทุกตัว เพราะอาถรรพ์มาก แรงครูสูงมาก) เอามาผสมกับทรายทองเพิ่มพูนเป็นแร่ทรายศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตักเท่าไหร่ก็ไม่พร่อง ถึงตักมาใช้ทำเครื่องมงคลหมดไปหาอีกทีก็มีวางไว้ที่เดิมเต็มเหมือนเดิมอาศัยเหตุที่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่พร่องเเละเต็มตลอดถือเคล็ดตรงนี้อุดไว้ให้เพื่อผู้บูชาจะได้ไม่พร่องในทรัพย์สินเงินทองเเละมีเต็มมือ..มีมากพอ..มีเกินพอ..ไม่รูจักพร้องไม่รู้จักหมด

    ต้นวิชา
    แต่ตะกรุดดอกน้อยนี้คือหัวใจต้นวิชาตะกรุดสิทธิลาภซึ่งพ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าสิทธิพรหมสะเดาะลาภ..เอาไว้แก้กรรมการทำมาหากิน วิชานี้มีคุณมากในทางแก้กรรม
    - ยิ่งมีความทุกข์มาก..ยิ่งรวยมาก
    - ยิ่งชีวิตเศร้าหมองมาก..ยิ่งรวยมาก
    - ยิ่งเจอปัญหาเดือดเนื้อร้อนใจมาก..ยิ่งรวยมาก
    - ยิ่งพบความขัดข้องไม่รู้สิ้นสุด..ยิ่งรวยมาก
    เช่นนี้เองที่พ่ออาจารย์ท่านจึงบอกอยู่เสมอว่ามันเป็นเรื่องบ้าๆและบ้ามากจริงๆ พูดไปคนก็ยากจะเชื่อแต่นี่แหละคืออำนาจองค์บรมพรหม ถ้าไม่เชื่อก็อย่าเอาไปใช้เลยท่านให้ไว้เป็นสิทธิ..เป็นสิทธิขาด..เป็นอภิสิทธิ์แก่ผู้ได้ครอบครอง ยามเมื่อชีวิตเดือดร้อนยิ่งร้อนมากเท่าไหร่ตะกรุดก็จะยิ่งสะเดาะพระโศกให้กลายเป็นโชคลาภความร่ำรวยมากเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าในชีวิตคนนั้นต่อให้รวยล้นฟ้าสบายไปเจ็ดชั่วโคตรยังไงมันก็หนีทุกข์โศกไม่พ้นอยู่ดี วิชานี้จริงๆแล้วก็อุปมาดังคำเตือนจากครูบาอาจารย์ท่านให้แปรทุกข์โศกเป็นความสุขนั่นเอง ทั้งท่านเห็นว่าสถานการณ์โลกในปัจจุบันนี้จะแย่ลง การนำพาโชคลาภธรรมดาด้วยวิธีปกติย่อมทำได้ยากขึ้น ### ทั้งตอนนี้ความทุกข์โศกของคนนั้นมีอยู่ล้นพ้นตัวเข้าเงื่อนไขบรมพรหมมากที่สุด ท่านจึงให้ใช้ตะกรุดชุดนี้ได้

    เห็นฤทธิ์จนชินหู..ชินตาแล้ว
    ด้วยจะกลับร้ายกลายเป็นดีเปลี่ยนเรื่องวิตกกังวลในชีวิตเป็นความสุขใจ พ่ออาจารย์ท่านว่าทางออกของปัญหาปากท้องสรุปจบที่ความร่ำรวย..คนมีเงินเขาจะทุกข์ก็ไม่นานแต่หากเงินหมดเขาจะทุกข์นานเพราะอยู่ไม่รอด เช่นนั้น "บรมพรหมถอดพระโศก"ตัวนี้ท่านจึงลงให้สัมพันธ์กับสิทธิพรหมสะเดาะลาภ เป็นตะกรุดดอกเล็กตำรับใหญ่ซึ่งมีกฤติยาคมสอดประสานขานรับกันอย่างน่าทึ่งและเป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาภาคพระเจ้าโปรดโลกขององค์บรมพรหมเมื่อเข้าสู่กลียุค พ่ออาจารย์ท่านว่าหน้าที่พรหมปัญจะสุทธาวาสไม่ใช่แต่เพียงคอยลงมาแนะนำวิทยาการต่างๆแก่มนุษย์หากแต่ในทุกข์เข็ญท่านก็ยังลงมาช่วยคนของท่านด้วยเช่นกัน(แต่ไม่ได้ช่วยทั้งหมด ..ท่านช่วยเพียงคนที่เลือกท่านและท่านเลือก)

    เช่นนี้บรมพรหมถอดพระโศกจึงบอกโดยตรงว่าใครเป็นคนช่วยเหลือเป็นคนถอดทุกข์โศกออก พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดตัวนี้ไม่มีความหมายอื่นใดซับซ้อนเลยเพราะมันสรุปตรงตัวคือยิ่งซวย..ยิ่งรวย,ยิ่งโคตรแย่..ก็ยิ่งโคตรรวย มันมีอยู่เพียงเท่านี้จริงๆเพราะท่านว่าหากรวยแล้วไอ้ที่แย่มันก็จะลดลงชีวิตมนุษย์หนีทุกข์ไม่พ้นก็ดุจเราที่หนีความรวยไม่พ้น หนีความสบายไม่ทันมันเป็นค่ายกลกลับตาลปัตรได้ถึงปานนี้ท่านจึงบอกไว้แต่แรกว่า "ฉันไม่อยากจะพูดถึงตะกรุดตัวนี้เลยเพราะมันเป็นเรื่องบ้าๆ และโคตรบ้าบอ" แต่ก็นั่นแหละท่านว่าวิชาแบบนี้มันมีอยู่จริงจะปรากฏในยุคสมัยที่สมควรไม่ได้มีมากพอจะยกคนได้ทั้งโลกเพียงแต่มีไว้ให้เท่าคนที่ครูท่านเลือก ลองว่าถ้าคนซวยมันกลับมารวยได้ก็เลิกพูดไปเลยไอ้เรื่องหนุนดวงหนุนฐานะท่านว่าปลดกังวลปัญหาใหญ่ในชีวิตไปเอาเวลาไปห่วงเรื่องป่วยเรื่องตายแทนเท่านั้น เพราะชีวิตมันพลิกผันไปหมดแล้วดวงมันไม่ร้ายไม่เหลือทุกข์โศกแล้ว

    ..นี่คือถอดพระโศกตำรับใหญ่ของบรมพรหม ไอ้ความโศกธรรมดาน่ะฉันไม่พูดถึงนะเพราะตำรับนี้มันเรียกว่าพระโศกแปลว่าเป็นยอดเป็นโคตรวงศ์ของความโศกทั้งหมดไม่มีอะไรจะพินาศล่มจมได้เท่านี้ แบบนี้ฉันถึงเรียกว่าเป็นเรื่องบ้าแต่เกิดขึ้นจริงด้วยวิชาสายบรมพรหมท่านจะเน้นปาฏิหาริย์แบบเหนือโลกแม้คนใช้ยิ่งได้ดีจนตาค้างงงกับตัวเองไปทั้งชีวิต คนที่เคราะห์ภัยจวนตัว,โดนเล่นงานหมดเนื้อหมดตัว,โดนกระทำด้วยคนด้วยผีจนสิ้นเนื้อประดาตัว...ยิ่งหนักหนายิ่งรวยแรง จะบังเกิดโชคลาภมั่งมีเงินทองไม่สะดุดในแผนงานของตัวเอง ทั้งเจริญก้าวหน้าตักตวงได้มากกว่าคนอื่น พ่ออาจารย์ท่านว่าพระโศกนี่มันรวมหมดนะไอ้คนประเภทที่ว่าดวงมันมีโชคมีลาภแท้ๆแต่ผีห่าเวรกรรมมาบดบังจับต้องอะไรไม่ได้ซักทีจนรอบดวงมันเคลื่อนออกไปหมด..มีโชคแล้ว..มีโชคอีก..ปีแล้วปีเล่าแต่กลับจนอยู่มือเปล่าค่าเท่าเดิมท่านว่านี่แหละตัวถอดพระโศกถอดออกเบิกทางถอดเอาไอ้ผีห่าเวรกรรมที่ถาโถมซัดสาดออกไป ..*** ใครที่ทันใช้ ฉันขอเถิดอย่าเอาไปทำผิดศีลธรรม เมื่อมีแล้วให้คิดถึงยามไม่มี อย่ารังแกใคร

    ตะกรุดตัวนี้ฉันกล้าพูดว่า "เห็นฤทธิ์กันมาจนชินหูชินตาแล้ว" นั่นก็เพราะแต่ก่อนที่ฉันทำชุดนี้ไว้ฉันไม่ได้เอาออกให้ใครใช้ง่ายๆนะเพราะองค์บรมพรหมท่านกำชับไว้เลยว่าไม่บ้านแตกสาแหรกขาดจะทุกข์ร้อนอย่างไรก็ห้ามใช้ตะกรุดชุดนี้ ..แต่ก็นั่นแหละพ่ออาจารย์ท่านว่าคนที่ฉิบหายขนาดบ้านแตกสาแหรกขาดกลับมีอยู่เรื่อยๆ เป็นความซวยชนิดที่ว่าไม่เหลือที่พักอาศัย..ไม่เหลือญาติพี่น้อง..ไม่เหลือหน้าที่การงานแล้ว ท่านจึงนำตะกรุดชุดนี้สงเคราะห์เขาไปหนึ่งคนหนึ่งดอก เพราะท่านถือว่าสิ่งที่พวกเขาเจอแต่ละอย่างมันเป็นที่สุดแล้วแห่งความทุกข์โศกไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีอื่น พ่ออาจารย์ท่านว่าก็เป็นดั่งบรมพรหมท่านปกาศิตว่าถอดพระโศกเดี๋ยวนี้เห็นรวยกันทุกคน..ง่ายๆนั่นก็คือไม่ว่าจะเคยเจออะไรย่ำแย่มา ***มีแต่รวย

    พ่ออาจารย์ท่านเห็นว่าคนทุกวันนี้ชีวิตเจอปัญหาหลายทางคิดไม่ตกหาทางออกไม่เจอ บางคนที่หนักเลยก็มืดแปดด้าน อย่างดีหน่อยก็ชีวิตติดๆขัดๆท่านจึงเห็นสมควรแก่เวลาว่าจะเปิดจองตะกรุดชุดนี้ ด้วยท่านว่าอยู่กับท่านไปท่านก็ขี้เกียจรักษารอเวลาพบเจอเจ้าของแล้ว ท่านขอเพียงเก็บเอาไว้กับตัวหนึ่งดอกเพียงเท่านั้นที่เหลือท่านจึงให้นำมาเปิดจองทั้งหมด ท่านว่าคนที่ทุกข์หนักจะได้ไม่ไปเสียเวลาสะเดาะเคราะห์แก้กรรมกันที่ไหน ฉันให้เอาไปใช้เลี้ยงตัวเพื่อเอาตัวให้รอด
    วิชาพวกนี้เหมือนไปรับกรรมแทนเขานึกจะทำก็ทำไม่ได้เลยนอกจะครูบรมพรหมท่านเปิดทางอนุญาติเป็นครั้งๆ ท่านว่าสืบไปเบื้องหน้าเอาเงินมากองทีละหมื่นทีละแสนทีละล้านฉันก็เขียนตะกรุดดอกนี้ให้ใครไม่ได้ เพราะมันไม่มีวาระไม่มีโอกาสทำแล้ว ใครที่ทันเขาก็โชคดีของเขาไปถือว่าเอาไปถอดโศกถอดเคราะห์ร้ายออกจากชีวิตได้ทันเวลาคนที่ไม่ทันกาลเปิดมาไม่ทันก็เข้าข่ายที่ว่าวาสนาไม่ต้องกันเท่านี้ (พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดชุดนี้ท่านลงกันคุณกันของเสริมเอาไว้ด้วยเพราะคนยุคนี้แข่งขันกันหนักหน่วง ไอ้ที่ไร้สติมันก็มีอยู่มากของที่กันคุณถอนอวิชชาได้ติดตัวไปเถอะมีสิบชิ้นร้อยชิ้นก็ยิ่งดีทั้งเครื่องมงคลพระเครื่องเครื่องรางต่างๆ เพราะมันเป็นความปลอดภัยในชีวิตตัวเองพอเกิดแล้วมาตามแก้มันจะไม่ง่ายเหมือนตอนป้องกัน)

    ตะกรุดชุดนี้แต่เดิมเป็นวิชาของบรมพรหมท่านว่าในยุคหนึ่งๆจะปรากฏขึ้นบนโลกเพียงไม่กี่ครั้ง เป็นวิชาที่พ่ออาจารย์ท่านยอมรับในความแรงและอาถรรพ์ที่คนใช้ต้องถือไว้ให้ได้ ###นั่นคือห้ามเปิดเผยแก่ผู้อื่นว่าตัวเองได้ดีเพราะตะกรุดชุดนี้ ต่อเมื่อจะส่งมอบกันในหมู่ทายาทใกล้ชิดจึงจะบอกเขาได้(เป็นของสำคัญสืบวงศ์ตระกูล) พ่ออาจารย์ท่านว่าฉันทำมาดีแล้วมีครบทุกรสเหมือนแกงหม้อหนึ่งคนนึงชอบเปรี้ยว,คนนึงชอบหวาน,คนนึงชอบเค็ม..ด้วยลิ้นคนนั่นไม่เหมือนกันแต่พอกินแกงหม้อเดียวกันกลับตอบว่าอร่อยทุกคน ..พระโศกนั้นก็เหมือนลิ้นคนเช่นนี้แหละแต่ละคนโดนมาไม่เท่ากันมากน้อยต่างกรณีกันแต่พอมาถึงตะกรุดตัวถอดพระโศกย่อมหลุดพ้นแล้วทุกคน

    คาถาบูชา(ตั้งมั่นในคุณบรมพรหมเป็นที่สุด)
    โองการะพินธุนาถังอุปปันนัง พรหมมาสะหะปะติ นามะอาธิกัปเป สุอาคะโต ปัญจะปทุมังทิสวา นะโมพุทธายะวันทะนัง

    *** ตะกรุดชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าฉันพูดมากไม่ได้เพราะรายละเอียดมันน้อย ก็อย่างที่บอกว่าเป็นของโคตรบ้าและบ้ามากๆ รายละเอียดที่บรมพรหมท่านกำชับไว้ มีเพียง..รวย แค่เท่านี้ตัวเดียวไม่มีคติอื่น ยิ่งซวยมากยิ่งรวยมากเพียงเท่านี้

    *** ตะกรุดชุดนี้หากใครจะเช่าไปเผื่อญาติพี่น้องลูกหลาน พ่ออาจารย์ท่านว่าก็เช่าไปเสียหนนี้เลยเพราะฉันทำได้เพียงครั้งเดียวอนาคตต่อให้จ้างกันเป็นแสนเป็นล้านซักครึ่งดอกฉันก็เขียนไม่ได้

    *** ตะกรุดชุดนี้เพราะเห็นฤทธิ์จนชินหูชินตาแล้ว ฉันจึงนำมากดโค้ตเก็บไว้ไม่ได้ออกให้ใครบูชาอีกเลย เช่นนี้จึงจะนับว่าชุดนี้ที่มีโค้ตเท่านั้นเป็นชุดที่ฉันออกอย่างเป็นทางการ
     
  9. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    ตะกรุดทุ่นแรงดอกครูเนื้อติดหล่ม,นกติดบ่วง,ปลาติดเบ็ด(ใช้เหยื่อล่อ - ได้ล่อเหยื่อ) รายการที่ 36 ให้บูชา 3100 รวมส่งครับ 20210728_175001.jpg

    "ตะกรุดนี้เป็นวิชาที่ฉันรักและพึงใจพอใจเป็นที่สุด เพราะฉันตั้งใจจะทำให้เป็นตำนาน"

    วิชาสร้างตะกรุดชุดนี้เป็นตะกรุดสองกษัตริย์ในดอกเดียวกัน คือท่านแยกลงวิชาไว้สองแขนง ทั้งแผ่นตะกั่วอาถรรพ์และแผ่นทองแดง ท่านว่าแผ่นหนึ่งคือใช้เป็นเหยื่อล่อ ส่วนอีกแผ่นนึงใช้ล่อเหยื่อ วิชาชุดนี้จัดเป็นของที่พ่ออาจารย์ท่านรักและไม่ค่อยจะให้ใครใช้เพราะท่านว่าตะกรุดชุดนี้แรงครูเขาสูง คนที่เคยรับไปนั้นส่วนมากจะมีแต่ชีวิตเกินทนจริงๆท่านพิจารณาดวงชะตาแล้วจึงให้บูชา ก็ได้ประสบการณ์มาอย่างน่าอัศจรรย์หลายๆครั้ง บางคนนำไปใช้แม้การงานจะไม่ได้ดีขึ้นวันพรุ่งนี้แบบเห็นทันตาก็กลายเป็นว่าค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ แต่ระหว่างนั้นกลับถูกหวยรวยเบอร์ชนิดที่ว่าถูกทั้งชาติเอาให้เข็ด พ่ออาจารย์ท่านว่าบางคนถ้าเราเล่นกันทางตรงกว่าจะหากินได้มันก็ลำบาก กว่าจะมีเงินก็ต้องค่อยๆเก็บ ครูท่านเลยให้เงินด่วนเป็นก้อนๆทยอยกันเก็บไว้ก่อนล่วงหน้าให้มาเอาทางลัด...จวบจนทุกวันนี้ท่านเห็นว่าการค้าขาย - เศรษฐกิจเงียบเหงาเหลือเกินกว่าจะหาเงินได้นั้นยากนัก มีแต่คนร้อนกันไปทั่ว ท่านไปแห่งไหนจะนั่งรถลงเรือเจอพ่อค้าแม่ขายก็มีแต่คนเล่าให้ฟังว่าแย่กันมานานแล้ว ท่านจึงตัดสินใจออกตะกรุดชุดที่ท่านรักนี้ให้นำไปบูชา

    วิชานี้เป็นวิชาค่ายกลที่ให้ผลสอดคล้องกันตามลำดับ นั่นคือมีทั้งเหยื่อล่อและใช้ทั้งล่อเหยื่อ ซึ่งเหยื่อในที่นี้พ่ออาจารย์ท่านว่าสุดแล้วแต่เราจะให้เป็นเถิด จะเอาดีทางทำมาหากิน ทางเล่นสาว ทางเสี่ยงโชค ทางการงาน ทางการแข่งขัน ทางค้าขาย ทางคู่ค้าเจรจา....ล้วนใช้ได้ทุกประการ ดังนี้วิชานี้จึงถือเป็นตะกรุดสุดรักของท่านที่ไม่ยอมออกให้ใครใช้ง่ายๆ วิชาเช่นนี้ท่านว่ามีอยู่จริงสมัยก่อนเพื่อนหลวงพ่อปานเขานั่งบนต้นไม้ถือเบ็ดตกปลาในอากาศตกได้แบงค์ได้เงินได้ทองก็มีมาแล้ว พ่ออาจารย์ท่านเปรียบทรัพย์สินความปรารถนาของคนก็เหมือนกับสัตว์ที่รักชีวิตคอยระแวดระวังภัย ยากที่จะเดินเข้ามาหาเราง่ายๆ ถ้าอยู่ในน้ำก็เหมือนปลา อยู่บนฟ้าก็เหมือนนกอยู่บนบกก็เหมือนเนื้อเหมือนกวาง สัตว์เหล่านี้ล้วนมีอิสระที่จะไปตรงไหนก็ได้ดั่งทรัพย์สมบัติทั้งหลายที่จะแหวกว่ายหลบลี้หนีเราไป แต่วิชากลล่อเหยื่อนี้ท่านว่าเป็นยอดของวิชาลุ่มหลงเขาจะหลงเราแม้ตัวเขาตาย นั่นคือเคลิบเคลิ้มเดินมาเหยียบในบ่อในบ่วงที่เราผูกไว้ เดินเอาชีวิตตัวเองมาตกลงสู่กับดักของเรา หนีไปไหนไม่รอด เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงย้ำว่าสุดแล้วแต่จะใช้แต่ท่านลงไว้ให้ครบหมดทั้งเรียกคนเรียกลาภเรียกวาสนาเสริมชะตา...ดั่งเรามีเหยื่อล่อสิ่งที่ปรารถนาให้เดินมาตายตกลงสู่กับดักชีวิตของเรา ให้เค้ามารัก มาสนับสนุน เอาเงินมาให้ เอาน้ำใจมาสู่ ดั่งตกหลุมพรางอยู่ในเล่ห์กลตัวเราจะทำอะไรก็ได้กำไร ในเมื่อเหยื่อโดนล่อมาแล้ว นั่นก็ถึงเวลาที่เราจะได้ล่อเหยื่อเช่นนั้นเอง

    ตะกรุดตัวนี้ท่านตั้งใจไว้ให้คนทำงานได้ใช้เพื่อหากำไรชีวิต คนบางคนชีวิตต้นทุนไม่พอ ที่อยู่กันไปก็ใช้ทุนเก่าไม่ได้มีกำไร(โชค)อะไรในชีวิตเลย จะอยู่จะกินก็ยากขึ้นยิ่งในช่วงที่ชีวิตเงียบๆตามสภาพสังคม คนก็ใจแข็งเพราะเค้าระวังตัวกันแจเนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี เช่นนั้นจึงต้องพิชิตใจเขาไปในตัวให้ได้ก่อนจึงจะไปหากำไรจากเขาได้ ไม่เช่นนั้นทำอะไรก็ไปไม่ตลอดรอดฝั่ง ดั่งคนเราลงทุนลงแรงทำกับดักแล้วต้องเกิดผลมีเหยื่อติด ### คนที่มีกลมีตัวล่อเหล่านี้เค้าจะไม่เหนื่อยไม่เปลืองแรงชีวิตเขามากคล้ายๆกับมีคนอื่นมาทำงานให้เรากิน มีกับดักมาวางล่อรอเวลาเราเดินไปเก็บกิน ลำบากเพียงน้อยเท่านั้น ไม่ต้องเหนื่อยใช้ความเพียรยาวนานทั้งชีวิต ตะกรุดแบบนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าทำยากเพราะต้องลงตามฤกษ์ยาม บางตัวท่านว่าท่านเอาวิชาผีบอก(วิชาที่ครูแรงและอาถรรพ์สูงเป็นวิชาที่เทวดารักษาไว้นำมาบอกมาให้ห้ามถ่ายทอดให้ตายไปกับตัวเท่านั้นวิชาประเภทนี้จะเห็นผลทันตาเรียกว่าวิชาผีบอก)ลงไปด้วยเป็นวิชาเก่าแก่นับพันปีเน้นให้ผู้ครอบครองมีชีวิตที่สมบูรณ์ หากินคล่อง หาเงินง่ายด้วยมีทั้งเหยื่อล่อที่พร้อมจะให้เราล่อเหยื่อ ยิ่งผู้ใดถือก็ยิ่งขึ้น ท่านว่าคนไหนถือขึ้นมากนี่เรากลัวใจอยู่อย่างเดียว คือเอาไปแล้วขอให้เป็นคนดีก็พอจึงจะสบายใจ เพราะดั่งว่าความปรารถนาทุกสิ่งแม้เขามีเจ้าของหรือไม่ใช่ของเราแล้วเขาจะยอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างมาอยู่ฝ่ายเรา มาอยู่ในครอบครองของเรา ไม่ว่าจะใช้ทางการงานการเงินความรัก ต่อให้ไม่ใช่โชคไม่ใช่วาสนาของเราสุดท้ายถ้าเป็นสิ่งที่ส่งเสริมเรา ตัวเราย่อมได้รับไป ท่านกำชับหนักหนาว่านี่เป็นดอกครู เป็นตัวครู จะแรงกว่าปกติมากเน้นมาว่ามีอาถรรพ์อย่างแรงเหนือกว่าวิชาจินดามณีหรือแก้วสารพัดนึกใดๆที่ท่านเคยทำเคยลงไว้เสียอีก

    เครื่องทุ่นแรง
    ค่ายกลตัวนี้ท่านว่าเอาไว้ใช้ทุ่นแรงเวลาหาเงินได้ดีนัก คนที่เหนื่อยมาทั้ง ชีวิตจับอะไรม่ขึ้นไม่เจริญ รู้สึกตัวว่าไม่มีตัวช่วยขาดเครื่องทุ่นแรงนั่นแหละยิ่งสมควรใช้ เวลาลงทุนลงแรงไปแล้วจะได้ผลหรือไม่ได้ผลจะออกหัวออกก้อยบางคนต้องมานั่งลุ้นกันตัวโก่ง ท่านว่าตะกรุดนั้นเป็นเครื่องทุ่นแรงเอาไว้ดักไว้ล่อหาความสำเร็จ จะเปลี่ยนคนหาเช้ากินค่ำให้มีเหลือกินเหลือเก็บ มีวาสนาไม่ขาดหาย ไม่รู้จืดรู้จาง จะได้ในสิ่งที่อยากได้ไม่ขาดมือ ค่ายกลตัวนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าสำคัญนักจะเรียกลาภ ลาภก็แล่นหามาเป็นสาย จะเรียกคน คนก็วิ่งหามาไม่หยุด เป็นเลิศดุจเครื่องผ่อนปรนภาระ ที่ควรเหนื่อยกลับไม่เหนื่อย ที่ควรนานกลับไม่นาน พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจให้ลอยตัวกันได้ไปกันให้รอดในทุกสภาพสังคมไม่ใช่ถูกเขาลอยแพปล่อยทิ้งหรือต้องหนีต้องลอยชีวิตตัวเอง เช่นนั้นท่านจึงลงมนต์เหนือดวง - เหนือเคราะห์ - เหนือกรรม ทั้งสามสิ่งนี้ผูกเสริมไว้ให้แสดงผลแบบลูกโซ่ติดต่อกัน นอกจากจะเป็นเหยื่อล่อเพื่อเอาเหยื่อมาให้เราล่อแล้วยังฉุดฐานตัวเราให้ลอยสูงเหนือสัตว์อื่นที่จะโคจรเข้ามาหา ให้ดวงเรายืนเหนือชะตาเหยื่อตัวเองโดยรอบ ท่านว่ายุคนี้แล้ว ต้องเด่นต้องเหนือกว่าคนอื่นเท่านั้น ท่านลงให้ครบทั้งคนอุดหนุน ให้เจริญก้าวหน้า มีชีวิตสมบูรณ์

    ทั้งตอนลงเสด็จพระใหญ่ท่านยังแนะให้ลงหัวใจพระอภิธรรมทั้งเจ็ดคัมภีร์กำกับไว้ ท่านว่าอาศัยอำนาจพระอภิธรรมที่พระศาสดานั้นใช้โปรดพระมารดาและเทพยดาทั้งหมื่นโลกธาตุพร้อมๆกัน ตะกรุดนี้จึงโปรดคนได้หมดไม่เลือกชั้นวรรณะ จะอยู่ที่ไหนก็ดักทรัพย์ได้ จับลาภคล่อง ดักวาสนาดีตามแต่จะอธิษฐานใช้ได้หลายทาง ขอให้ใช้เพื่อความเจริญก้าวหน้าเท่านั้น เดี๋ยวจะรู้เองว่าต่อไปชีวิตเรานั้นจะมีอาถรรพ์แรงครูคอยเป็นสายใยเดินค่ายกลหนุนส่งเราไปหาสิ่งที่ปรารถนา บางคนก็ปรารถนาลาภ บางคนก็อยากเลื่อนยศเลื่อนศักดิ์ ที่ทำงานก็ปรารถนาความเจริญรุ่งเรือง ท่านว่าสิริมงคลเหล่านี้จะเข้าหาหนุนส่งวนกลับซ้ำไปซ้ำมาไม่มีประมาณ พูดกันง่ายๆก็คือเป็นค่ายกลที่จะเปิดวงจรใหม่ให้ต่อเนื่องเข้ามาเรื่อยๆในชีวิตเรา ซ้ำไปซ้ำมาได้ไม่หยุด

    ด้วยเป็นตะกรุดชั้นครูที่มีอาถรรพ์สูง มีครูอุปถัมภ์ ผู้รับไปจึงดุจมีครูพระและเทพพรหมคอยดูแล ท่านว่าให้ห้อยไว้ติดคอจะรู้เองได้ว่าตะกรุดนั้นมีชีวิต ...ที่ว่ามีชีวิตนั้นมีชีวิตอย่างไร ท่านว่าคนเรามีชีวิตได้หัวใจก็ต้องเต้นถูกมั๊ย ตะกรุดค่ายกลฉันมันเชื่อมต่อเข้ากับชีวิตเธอดังนั้นตัวเขาย่อมต้องมีชีวิตเช่นกัน อัขระทุกแผ่นคาถาทุกสูตรต้องเสกกันจนดิ้นได้ เวลาห้อยเราจะรู้สึกเหมือนเค้ามีหัวใจเต้นตุบๆเป็นจังหวะของเค้า มีพลังคอยตอดคอยกระเพื่อมอยู่บริเวณที่เราใส่ ท่านว่าถ้าห้อยก็ให้ห้อยไว้บนคอเพราะใกล้หัวใจ จุดนี้พลังเขาจะยิ่งทำงานได้ดีมีคุณหมุนวนหนุนส่งเข้าใจเราโดยตรง บางครั้งก่อนเราจะลงทุนก่อนเราจะได้ทรัพย์ก้อนใหญ่ ได้จับวาสนาความสำเร็จที่เราตั้งใจไว้เขาก็จะยิ่งติดยิ่งเต้นแรงขึ้น พ่ออาจารย์ท่านว่านั่นคือแรงครู เทพพรหมท่านนิมิตให้รู้เป็นเทพสังหรณ์ว่าครูท่านช่วยอยู่นะ ท่านอยู่ตรงนี้ไม่ได้ทิ้งไปไหน

    ตะกรุดค่ายกลที่เป็นดั่งกับดัก
    กับดักชีวิตนี้ท่านว่ามีไว้ให้คนอื่นเหยียบ ไม่ใช่เราหลงไปเหยียบเอง ในกรณีคนที่หลงเหยียบหรือจมอยู่กับบ่วงชีวิต อาถรรพ์แรงครูของค่ายกลก็จะยกเขาให้พ้นจากการที่ตัวเองถูกใช้เป็นเหยื่อล่อ ทั้งยังกลับสลับตำแหน่งทำหน้าที่ล่อเหยื่อให้เดินเข้ามาหาเราอีกด้วย กับดักค่ายกลนั้นจะพาเราไปหาความโชคดี หาความอิ่มหนำสำราญไปกับการใช้ชีวิต ใครที่หวังจะเอาไปใช้ดักเก็บทรัพย์สินเงินทองเพียงเท่านั้น ท่านว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเล็ก ยิ่งใช้เป็นยิ่งเห็นผลมาก แม้จะใช้เสริมบารมีตัวเองที่ขาดหายพร่องไปให้กลับคืนมาเป็นคนมั่งคั่งร่มเย็นอุดมสมบูรณ์อยู่ในความมั่งมีศรีสุขก็ได้

    ด้วยค่ายกลนี้มีแต่รับเข้าไม่มีไหลออก ท่านว่านิสัยคนนั้นมีเป็นประการต่างๆจะรู้จักเก็บหรือไม่หรือรู้จักใช้อย่างเดียวก็ตาม แต่ให้สังเกตุว่าเมื่อใดที่เราได้รับโชคลาภที่ปรารถนา หรือความสำเร็จที่เราตั้งเจตนาไว้ สิ่งนั้นจะอยู่ไปกับเราชั่วทั้งชีวิตไม่กลับกลายเป็นอื่น ดั่งคำพ่ออาจารย์ท่านว่ามีแต่รับเข้าไม่มีไหลออก ไม่ใช่ว่าห้อยแล้วต้องใช้เงินไม่เป็น หากแต่จะมีเหลือติดตัวไม่พร่องไม่หมดดั่งเข้ามาแล้วก็ออกไม่ได้..ติดบ่วงตกหล่มงับเหยื่อแล้วก็ต้องทิ้งชีวิตไว้ตรงนี้เอาไปไหนไม่ได้อีก เช่นนี้จึงแก้เคล็ดคนที่ได้ลาภและเสื่อมลาภอย่างรวดเร็วได้ ท่านว่าคนบางคนดวงชะตาเขามีลาภนะแต่ก็ขัดแย้งในตัวเองนั่นคือรักษาทรัพย์ไว้ไม่ได้นาน เก็บวาสนาไว้กับตัวไม่ได้เหล่านี้ ท่านว่าค่ายกลนี้ปิดประตูแก้อาถรรพ์ตรงนี้ได้ชะงัดนัก ต่อไปจะหวังจะอธิษฐานอะไรก็ทำให้เต็มที่เลยไม่ต้องไปกังวลถึงเหตุแห่งความเสื่อม ถึงแม้ชีวิตจะเคยผ่านจุดนั้นมาก็ตาม

    วิชาค่ายกลนี้เป็นของอาถรรพ์ท่านว่าถ้าจะเอาไปใช้ทางเสน่ห์ก็เล่นได้ไม่น้อยเลย ### แต่ให้ระวังกันเอาไว้ อย่าไปอธิษฐานปรารถนาใช้ทางลุ่มหลงกับคนที่มีคู่ครองเด็ดขาด เพราะสุดท้ายเขาจะมาหาเราแม้ต้องเลิกกับคู่ของเขาก็ตามท่านว่าเป็นบาปกรรมนักให้ใช้กันให้ดี(จะดีจะโทษจะบุญหรือบาปก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเรา)ท่านให้เอาไปใช้ทางมหานิยมก็พอท่านว่าแม้คนไม่ถูกกันยังหันมาเมตตา ท่านว่าตะกรุดนี้คนที่ชอบขอชอบอธิษฐานให้หมั่นขอทุกวันจะยิ่งดี แรกเริ่มจะเห็นผลชัดเจนว่าได้รับอะไรๆง่ายกว่าแต่ก่อน การเงินการงานเรื่องที่ขอสิ่งที่คิดคนที่เล็งไว้อะไรก็จะสำเร็จง่ายๆได้สมหวังตลอด ขอให้คิดว่าทุกอย่างเป็นเหยื่อของเรา ในขณะที่ตัวเราเป็นผู้ล่าที่จะคอยกินเหยื่อ ท่านว่าที่ฉันชอบที่ฉันภูมิใจวิชาตัวนี้เพราะใครถือขึ้นแล้ว ต่อให้เป็นศัตรูแม้เขารู้ว่าเดินเข้ามาหาเราแล้วจะตายเขายังยอมเดินเข้าไป พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นเมตตามาหสุดแล้วแต่จะใช้เพราะแรงครูท่านสงเคราะห์ให้ทุกอย่าง เสด็จพระใหญ่ท่านก็เปล่งอุทานว่าดีแล้ว ชอบแล้วถึงสามครั้ง ขอแค่เอาไปใช้กันให้ดี

    วิธีใช้
    ตะกรุดนี้มีกลวิธีใช้หลายทาง ***ท่านว่าถ้าจะเอาให้ง่ายและได้ผลที่สุด ก็ให้ตั้งจิตนึกถึงคุณพระและเทพพรหมไว้ ท่องพุทธัง ธัมมัง สังฆังสรณังคัจฉามิบทนั้นแหละ ปรารถนาอะไรให้หลับตานึกภาพไว้จะใช้ทางด้านไหน แล้วเอาปากเราไปจ่อที่ปลายตะกรุดสูดลมกลืนเข้าไปให้เต็มปอด ท่านว่านี่เป็นเคล็ดคือเราใช้แล้ว เขาตกกับดักตัวล่อเราแล้วดุจเราได้กินสิ่งที่ปรารถนาจนอิ่มแล้ว

    หรือจะเอาตะกรุดไปแช่น้ำมันจันทร์ น้ำมันหอมที่หาซื้อได้ทั่วไปก้ได้ ท่านว่าจะใช้วางกับดักสิ่งใดนั้นก็ยิ่งง่าย ยกขวดใส่ตะกรุดขอแรงครูเข้าช่วยในสิ่งที่ปรารถนาแล้วเอาน้ำมันที่แช่ตะกรุดนั้นป้ายหรือทาตามแต่เราจะใช้ จะใช้ป้ายให้คนมาจับ ตามลูกบิดประตูก็ได้ ท่านว่าคนจับทั้งวันเค้าก็รักเมตตาเราทั้งวันกันทุกคน....ท่านว่าวิธีนี้แนะนำมากไม่ได้เดี๋ยวจะเหมือนชี้โพรงให้กระรอกเพราะใช้ได้ทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่เหมือนไปวางกับดักเขาแล้วก็รอเขามาจับรอเหยื่อมาติด พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าจะใช้ทางความรักก็ต้องรับเลี้ยงเขา แต่จะดีมากถ้าเอาไปใช้ทางการงานหาเงินหาความก้าวหน้าแตะๆป้ายให้คนรักคนเมตตา ป้ายตามทางเดินในออฟฟิศหรือในห้องเจ้านายให้เขาเหยียบแบบนี้ ท่านว่าคนหากินเก่งจะคิดเป็นใช้เป็น จะใช้เจิมหน้าเจิมผมตนเองให้เกิดเสนห์เมตตาก็ได้

    ค่ายกลนี้ดีทางเรียกคนและเรียกสารพัดสิ่งที่เราปรารถนา ตะกรุดติดตัวเรา ตัวเราอยู่แห่งไหนแรงกระเพื่อมของตะกรุดจะพัดพาลาภสักการะไปทางนั้น ท่านว่าวิชานี้บางตัวที่ท่านลงไว้สมัยก่อนเขาใช้ลงกันเฉพาะในท้องพระคลังมหาสมบัติ เช่นนั้นชุดนี้ท่านจึงเน้นเรื่องเงินทองเต็มคลังมากเป็นพิเศษ ท่านว่ายิ่งเป็นวิชาค่ายกลยิ่งทำยากเพราะทั้งสองแผ่นที่มาวางกลืนกันนั้นต้องสอดคล้องกัน ตอนจารก็ต้องบริกรรมจนถึงสูญนิพพานบังเกิดนิมิตเห็นความปรารถนาทุกเรื่องเป็นจริงดั่งต้นปาริชาติสวรรค์ออกดอกออกผลงอกเงยขึ้นมากลางตะกรุดนั้น อันเป็นนิมิตมงคลที่จะทำให้ทุกความปรารถนาตอบสนองกับความต้องการผู้อาราธนาอย่างแท้จริง ท่านว่าเสกจนเห็นตะกรุดส่องสว่างเป็นสีทองประกายพฤกษ์เช่นนั้นเสด็จพระใหญ่ท่านจึงออกปากว่าสำเร็จ

    ***ตะกรุดนี้ท่านว่าไม่ต้องใช้คาถา หากแต่ใช้ตามวิธีใช้ได้เลย เพราะเป็นตะกรุดที่เน้นการใช้งานจริงมากที่สุด

    ### ตะกรุดทุ่นแรงนี้เป็นตะกรุดครูที่พ่ออาจารย์ท่านทำเก็บมานานนับสิบปี เป็นตะกรุดสองแผ่นม้วนรวมกันโดยเก็บแผ่นตะกั่วอาถรรพ์ไว้ด้านในทองแดงสายฟ้าไว้ด้านนอก พ่ออาจารย์ท่านว่าทุกดอกนั้นเป็นของมีเจ้าของ คนที่เหมาะสม ผู้ที่ถูกเลือก คนที่ชะตากำหนดไว้ตรงแล้วเดี๋ยวเขาก็มาเอาของเขาเอง
     
  10. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    พระเจ้าทรงเมือง ครุตเหิน ( องค์ที่สอง) รายการที่ 37 ให้บูชา 3500 รวมส่งครับ
    พระเจ้ายอดขุนคลังมหาสหัสสโลกธาตุชุบสิริ(ทรงเมือง,ครุฑเหิน)
    วิชาพระเจ้าทรงเมือง,นั่งเมือง,ครองเมืองนั้น เป็นวิชาแต่โบราณพ่ออาจารย์ท่านว่ามีมาตั้งแต่สมัยศรีสัชนาลัยย้อนกลับไปก็เริ่มทำพระร่วงทรงเมืองเหล่านี้แล้ว ท่านว่าวิชานี้จะเด่นทางด้านครอบงำ ทำให้เราครอบครองได้ทุกสิ่ง ครองเอาไว้ได้ทั้งหมดจะครองบ้านครองเมืองครองได้ทุกสรรพสิ่ง อะไรที่เอายาก(เอาไม่ได้)ก็ได้มาอยู่ในครอบครองเราทั้งสิ้น เช่นนั้นเสด็จพระใหญ่และครูบรมพรหมท่านจึงมีคำสั่งให้พ่ออาจารย์ท่านทำพระพิมพ์สำคัญนี้ไว้ในลักษณะท่านั่งคล้ายพระเจ้านั่งบัลลังค์อันเป็นที่มาของคำว่า"นั่งครองเมือง" ซึ่งถือว่าเป็นที่สุดของวิชามหาอำนาจที่จะใช้ครอบครอง,ยึด,ถือ เอาได้ทุกสรรพสิ่ง

    วิชาพระเจ้าทรงเมืองนั้น นับเป็นวิชาที่มีคุณฉกาจฉกรรจ์มากมายหากได้ทำแล้วท่านว่าจะเป็นยอดของประสบการณ์ทีเดียว ด้วยเป็นหนึ่งในวิชาที่ท่านทำสำเร็จในอดีตแม้ลงหรือครอบวิชาทำเครื่องมงคลด้วยวิชานี้ให้กับใครก็ล้วนแต่พลิกหน้าพลิกตัวเจริญรุ่งเรืองจนแทบจะจำตัวเองไม่ได้ ทั้งใช้ได้ทั้งในการปกครองหรือทำให้ครอบครัวเราและเพื่อนฝูง,สมาคมหรือลูกน้อง,เพื่อนร่วมงานของเราอยู่กับเราทำงานกับเราได้อย่างสงบร่มเย็น ทำกิจใดไม่ว่าจะหนทางไหนก็มีแต่ทางเจริญก้าวหน้า #ต้องเป็นใหญ่เหนือคน จะมีเหตุให้มีคนมาสนับสนุนถ้ามีเจ้านายก็จะได้รับความเมตตาเอ็นดูเป็นพิเศษ เรื่องเลื่อนยศ,เลื่อนตำแหน่ง,เจริญก้าวหน้านี่พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าใช้วิชาพระเจ้าทรงเมืองแล้วถึงไม่อยากได้แต่ก็ขัดไม่ได้เพราะมีแต่ต้องเจริญขึ้นจนไปถึงจุดสูงสุดอย่างเดียวเท่านั้นไม่ว่าจะทำกิจใดมีอาชีพด้านไหนก็ตามที เพราะพระเจ้าทรงเมืองก็คือนั่งเมืองและครองเมืองนั่นหมายถึงจุดสูงสุดของอำนาจได้ครองทุกอย่างแล้ว,ได้หมดแล้ว จะทำอะไรก็ต้องได้ ต้องเป็นใหญ่เป็นโต เห็นผลสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เต็มไปด้วยเกียรติยศ ถ้ารับราชการแล้วถือวิชานี้สมัยโบราณท่านว่าต้องเจริญขึ้นถึงชั้นเจ้าพระยามหาเสนานั่นทีเดียว ไม่ว่าจะทำกิจใดหรือประกอบอาชีพใดก็ล้วนแต่ต้องใหญ่โตโอฬารดีเกิน,ดีเลิศ,ดีล้ำกว่าใครเขาทั้งหมด จะเจริญก้าวหน้าไม่หยุดนิ่ง ทั้งสริมสง่าราศีให้เหมาะแก่การเป็นเจ้าคนนายคน ด้วยคุณวิชาพระเจ้าทรงเมืองนี้จะเสริมดวงชะตาวาสนาให้ยกขึ้นถึงขั้นเป็นใหญ่กว่าผู้คนทั้งปวง เปลี่ยนชีวิตให้เรื่องทุกข์ไม่มีเรื่องดีไม่ดับสูญ มีตบะเดชะเป็นที่เกรงกลัวแก่ชนทั้งหลายใครเห็นก็มอบใจมอบความศรัทธาให้แก่ตัวเราดุจเป็นศูนย์รวมจิตใจและความเชื่อมั่นของเขา นอกจากนี้ยังมีคุณมีค่าควรเมืองท่านว่าพวกที่เล่นของมีวิชาทั้งหลายนี่แพ้ทางเราทั้งสิ้น ไปเจอใครกระทำอะไรใส่นี่หลุดหมดเลยแม้คู่แข่งเราทำอาถรรพ์กลวิชาใดๆเจอพระเจ้าทรงเมืองเข้าไปก็เสื่อมอาถรรพ์ทั้งสิ้น เช่นนั้นท่านจึงถือว่าเป็นยอดวิชาที่ไม่ทำให้กับใครได้ง่ายๆ ด้วยเป็นเครื่องมงคลที่จะสร้างไว้เพื่อเฉลิมยศ เป็นเกียรติเป็นศรีให้กับเจ้านายและบรรดาเจ้าพระยามหาเสนาทั้งหลายนับแต่โบราณกาล พระเจ้าทรงเมืองนี้หากได้พกอาราธนาก็จะเสริมเรื่องมหาอำนาจ เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นคนเหนือคน,เป็นยอดของคน อยู่เหนืออุปสรรค อยู่ในหนทางแห่งความเจริญรุ่งเรืองเพราะเป็นพระเจ้าทรงเมือง,ทรงอำนาจที่จะเพิ่มยศต่อวาสนาให้เราก้าวหน้าไม่สิ้นสุดนั่นเอง

    ปฐมกำเนิดของการจัดสร้างพระเจ้าทรงเมืองนั้น แต่เดิมพ่ออาจารย์ท่านตั้งใจจะทำเป็นพระยอดขุนพล ต่อเมื่อได้ขออนุญาติทั้งเสด็จพระใหญ่และครูบรมพรหมแล้วท่านว่าให้ทำเป็นพระยอดขุนคลังแทน ให้ทำเป็นวิชาทางเจริญร่ำรวยเร็วเสริมกันจะดีกว่า พร้อมทั้งดำริว่าครูทั้งสองจะมาช่วยกันทำให้เต็มกำลัง ท่านมีโองการให้พ่ออาจารย์สร้างพระยอดขุนคลังมหาสหัสสโลกธาตุที่จะเชิญบารมีของยอดขุนคลังทั้งหมื่นโลกธาตุในแสนโกฏิจักรวาลมาประจุไว้ เพื่อให้เหมาะแก่ยุคสมัยนี้ซึ่งหมดเวลาแล้วที่จะไปสู้รบปรบมือกับใครด้วยความรุนแรงหรือสงครามการทำลายมันก็ไม่ใช่ ท่านว่าเราต้องสู้เค้าด้วยเศรษฐกิจ ความมั่งคั่ง มั่นคงท่านจึงมีดำริว่าดีแล้ว ทำยอดขุนคลังหนนี้จะได้เชิญยอดบรมครูมาลงวิชายอดขุนคลังที่เป็นยอดของวิชายอดขุนคลังจริงๆทั้งหลายนับไม่ถ้วนตั้งแต่กำเนิดมหาจักรวาลทุกยุคทุกสมัยนั่นทีเดียว ด้วยเหตุนี้วิชาพระเจ้าทรงเมืองในรูปขององค์พระยอดขุนคลังมหาสหัสสโลกธาตุจึงอุบัติขึ้น

    ท่านว่าหากกล่าวถึงยอดขุนคลังแล้วก็ต้องพูดถึงพระธนบดีด้วย ซึ่งพระธนบดีนั้นจะมีตำแหน่งพิเศษเป็นขุนคลังแก้วแห่งสวรรค์ไม่ว่าจะเทพยดาองค์ใดอุบัติขึ้นก็ตาม จะมีทรัพย์มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่ที่พระธนบดีนี้จะประทานให้เรียกว่ามีขุมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมหาจักรวาลอยู่ในการดูแล คอยประทานโชคประทานทรัพย์ให้กับทุกผู้ทุกนาม พ่ออาจารย์ท่านว่าพระธนบดีนั้นนอกจากเป็นยอดขุนคลังแล้วยังเป็นธรรมราชาเป็นมหาโพธิสัตว์ตามความเชื่อที่สืบมาแต่โบราณซึ่งเป็นคนละคติกับท้าวเวสสุวรรณ โดยคตินี้มีความเชื่อว่าพระธนบดีนั้นเป็นมหาโพธิสัตว์ซึ่งนิรมาณกายมาจากพระอวโลกิเตศวร เนื่องจากจะปฏิบัติหน้าที่โปรดสัตว์สงเคราะห์โลกช่วยเหลือด้านโชคลาภทรัพย์สินเงินทองโดยเฉพาะ นี่คือท่านลงมาทำหน้าที่เจาะจงเฉพาะกาลของท่านโดยเฉพาะ ที่สำคัญคือเป็นหน้าที่ต่อสัตว์โลกที่อยากพึ่งพาท่าน เพราะการสงเคราะห์ผู้ถวิลหาทรัพย์สมบัตินั้นอยู่ในงานอยู่ในภาระของท่านนั่นคือเหตุผลว่าแม้สัตว์ใดมีทุกข์เกี่ยวกับปากท้อง โชคลาภทรัพย์สินความมั่นคงต่างๆบรรดามี เมื่อขอท่านต้องได้รับการช่วยเหลือ ต้องสำเร็จทุกสิ่งด้วยมหากรุณา พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าพระธนบดีนี่สำคัญนัก เพราะแม้แต่การกำเนิดของสมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิทุกยุคทุกสมัย อันจะเกิดสิ่งของคู่บุญติดตัวมาด้วยคือรัตนะเจ็ดประการ ทั้งช้างแก้ว,ม้าแก้ว,ขุนพลแก้ว,ขุนคลังแก้ว,มณีแก้ว,นางแก้ว,จักรแก้ว เหล่านี้ ทุกสิ่งล้วนมาแต่การบันดาลของพระธนบดีทั้งสิ้น ท่านว่าเพราะพระธนบดีพระองค์นี่แหละที่อยู่เบื้องหลังของกำลังพระจักรพรรดิ์ทั้งหมด อยากรวยไว อยากสำเร็จไว อยากหนุนเนื่องเสริมส่งตัวเองด้วยกำลังของมหาจักรพรรดิ์ จึงต้องขอบารมีพระธนบดีพระองค์นี้ เมื่อจะทำพระยอดขุนคลังแล้วท่านจึงต้องใช้กำลังของพระธนบดีและเชิญพระธนบดีมาเป็นพยานร่วมทำร่วมสร้างกันอีกหนหนึ่ง ซึ่งองค์พระธนบดีศรีธรรมราชนั้นท่านก็โปรดให้พ่ออาจารย์ลงวิชาของท่านฝากไว้ในพระยอดขุนคลังมหาสหัสสโลกธาตุนี้ด้วย นั่นก็คือวิชาทำตะกรุดชุบสิริ ชุบชีวิต ชุบให้ตั้งตัวได้ พลิกฟื้นพลิกกลับจากโชคร้ายกลายเป็นโชคดีดั่งมีมหาสิริสถิตย์และตั้งอยู่ในตัวเราเช่นนั้น ซึ่งจะทำให้เราได้โชคได้ชัยในทุกกาลทุกเมื่อตลอดชีวิตไม่หน่ายไม่หนี มีสิริมีมงคลชัยมีลาภผลแสะสวัสดิมงคลทุกประการประทับอยู่กับตัวเราไม่เคลื่อนคลายหายจาก ด้วยสิริเป็นทรัพย์ พระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า"สิริ โภคาน มาสโย" แปลว่า "สิริเป็นที่มานอนแห่งโภคะทั้งหลาย" หมายความว่า ใครมีสิริอยู่ในตัวโภคสมบัติทั้งหลายจะไหลมาหาผู้นั้น เพราะสมบัติทั้งหลายนี้เป็นของแปลกอยู่คือชอบแต่คนมีสิริหรือมีมิ่งขวัญเท่านั้น ใครไม่มีสิริหรือหมดสิริก็ไม่อยากจะอยู่ด้วย เช่นนั้นตะกรุดชุบสิริจึงเป็นของสำคัญยิ่งนัก

    นอกจากนั้นครูบรมพรหมท่านยังโองการให้พ่ออาจารย์นำครุฑเหินที่ท่านทำไว้เมื่อนานมาแล้วและองค์ครูทั้งหลายได้เมตตามาเสกให้เต็มกำลังแล้วลงบรรจุในพระยอดขุนคลังนี้เป็นการเฉพาะด้วย ซึ่งในอดีตสมัยพ่ออาจารย์ท่านทำครุฑในตำนานของท่าน คือครุฑไม้ใบระกาโบราณแกะสลักนั้น ท่านทำเป็นองค์ขนาดบูชาค่อนข้างใหญ่ และในขณะเดียวกันท่านก็ใช้ไม้ใบระกาแกะองค์จิ๋วขึ้นไว้พร้อมกันและเสกขึ้นพร้อมกันด้วย ซึ่งครุฑจิ๋วนี้เรียกว่าครุฑเหินที่พญาสุเรนทรชิต(ครุฑองค์ต้น)ได้กำชับพ่ออาจารย์เอาไว้ให้ทำครุฑเหินให้ท่านด้วย เพราะเป็นครุฑที่อยู่ในจุดสูงสุดกว่าครุฑทั้งมวล เป็นครุฑที่กำลังบินเหินลมให้สูงขึ้นหันหน้ามุ่งฟ้าไม่มีตกลง เหินฟ้าร่อนไปในจุดสูงสุดเช่นนั้น ซึ่งวิชาทำครุฑเหินนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าพอเสกรวมแล้วองค์ครุฑต้นท่านยังให้แยกเสกและทำวิชาให้อีกหลายวาระเพราะถือว่าเป็นครุฑอาถรรพ์ที่มีกำลังแรง ทำไว้เพื่อให้คนใช้ได้พุ่งเข้าสู่ช่วงสูงสุดในชีวิตตามความฝัน ความปรารถนา อาถรรพ์ครุฑเหินนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อพญานกทดลองปีกจะเกิดพายุกวาดม้วนมหาปฐพีพุ่งไปด้วยกำลังอันไร้ผู้ฉุดต้านทัดทาน พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อพระยอดขุนคลังทรงเมืองฝังครุฑเหินแล้ว ก็จะยิ่งมีอานุภาพมากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็นหลายเท่า เพราะท่านช่วยท่านเร่งให้ได้ทุกอย่าง ท่านประทานให้ได้ทุกอย่าง ขาดทรัพย์ได้ทรัพย์ ขาดบุตรได้บุตร ขาดบริวารได้บริวาร ขาดคู่ครองได้คู่ครอง ขาดกิจการเคหะสถานบ้านเรือนท่านบันดาลให้ได้ทั้งสิ้นและเหนือสิ่งอื่นใดคือสำเร็จดั่งใจปานประหนึ่งลมพัดเพราะนี่คืออาถรรพ์ครุฑเหินเป็นที่มาของกำลัง,ของความสำเร็จอันไร้ผู้ต่อต้านทัดทานทั้งสิ้น นอกจากนั้นพญาครุฑยังเป็นสัญลักษณ์ของผู้เป็นใหญ่ผู้มีอํานาจราชศักดิ์ เป็นของสูงอยู่กับผู้ใดจะเจริญทั้งหน้าที่การงาน,ชีวิตครอบครัว อยู่กับใครแล้วย่อมเป็นผู้ที่ตกต่ำไม่ได้ เป็นมหาอํานาจปกครองคนมีบารมีสูงกว่าเขาทั้งหลายปราศจากโทษภัยอันตรายทั้งปวง การจะสร้างองค์ครุฑนั้นให้มีบารมี,มีพลังเหนือพลังทั้งปวงจึงจะได้ชื่อว่าขลังอย่างที่สุด นอกจากเป็นครุฑองค์ต้นชุดพิเศษ(ครุฑเหิน)แล้ว พ่ออาจารย์ท่านยังลงอาถรรพ์องค์ครุฑเฉกเช่นต้นสายวิชาด้วยทั้งเป็นมหาอํานาจเหนือกว่าใคร,เจริญก้าวหน้าในแผ่นดิน(รับราชการ),เป็นตราแห่งโชคลาภ-เงินทอง-ลาภผล,กันเขี้ยวงาอสรพิษ(พญาครุฑยึดนาคจับนาคผู้เป็นใหญ่ในอสรพิษได้พญาครุฑจึงเหนือเขี้ยวงาและพิษร้ายทั้งปวง),แก้คุณผีคุณคนคุณไสย์ได้ดีนักเดรัจฉานวิชาไม่กล้าเข้าใกล้,ตกตําไม่ได้พญาครุฑบินอยู่สูง สูงกว่าพญานกทั้งหลายตราพญาครุฑจึงช่วยหนุนดวงไม่ให้ตกต่ำ,พระเคราะห์ไหนๆพระราหูแรงอย่างไรก็ชนะพญาครุฑไม่ได้,บารมีมากปกป้องคุ้มครองดี ให้ปลอดภัย ทั้งนี้ครุฑองค์ต้นของพ่ออาจารย์ท่านยังมากบารมีช่วยให้ชีวิตที่ซบเซาการงานและกิจการที่ซบเซาพลิกฟื้นคืนมาได้ เพราะเป็นครุฑเหินองค์ครุฑท่านจึงลงไว้ให้เป็นกรณีพิเศษเมื่อครุฑบินขึ้นฟ้า ย่อมเกิดมหาพายุพัดเอาแก้วแหวนเงินทองและลาภสักการะมากมายมาตกลงที่ตัวเรา ด้วยองค์ครุฑนั้นเป็นวัตถุมงคลที่ได้รับการยอมรับว่าศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดชนิดหนึ่ง ที่มีข้าราชการ เจ้าใหญ่นายโตติดต่อขอให้พ่ออาจารย์ท่านเมตตาทำให้มากที่สุดอย่างหนึ่ง แต่ก็มักจะได้รับการปฏิเสธทุกครั้งไป ว่าท่านไม่ทำแล้วบ้าง ยังไม่ถึงเวลาบ้าง เมื่อจะสร้างจอมครุฑที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์กำเนิด เป็นมหาครุฑองค์ปฐมในวัฏจักรเผ่าพันธุ์เทพวิหคที่ครุฑทั้งหลายต่างเกรงกลัวนอบน้อมดุจจอมราชันย์แห่งเผ่าพันธุ์ พญาครุฑที่มีวิมานอาศัยอยู่ในสวรรค์ชั้นไวกูณฐ์ร่วมกับพระนารายณ์ผู้เป็นเจ้า เป็นวิมานเอกเทศดุจอาณาเขตต้องห้ามที่ไม่มีใครหาญกล้าไปรบกวน นั่นคือ"พญาสุเรนทรชิต" ครุฑผู้อาจหาญสามารถชนะได้แม้กระทั่งพระอินทราธิราชองค์นั้น ครุฑท่านมีอำนาจช่วยให้ทุกสิ่งที่เลวร้ายผันแปรได้ในทุกสรรพสิ่งในทุกสถานการณ์ซึ่งเป็นสภาวะธรรมชาติอันไม่คงที่ คนเราต้องเจอโชคร้ายมากมายเหมือนฟ้าเล่นตลก เมื่อมีเหตุร้ายมาถึงตัวจะได้กลับร้ายกลายเป็นดี ท่านว่าเราไม่ได้เปลี่ยนวัฏจักรแต่ทำให้ด้วยเคล็ดและคุณวิชาพลิกกลับทุกสรรพสิ่งจากร้ายให้เป็นดี จากอวมงคลกลายเป็นศุภมงคล ท่านว่าชีวิตคนนั้นไม่ว่าจะผ่านอะไรมามากก็ตามความสำเร็จสุดท้ายให้ดูที่ปลายมือคือที่สุดของชีวิต มงคลเรื่องนี้ถือว่าสำคัญนัก คนรวยจนลงก็มีถมไปได้ดีเป็นพักๆโชคร้ายกระหน่ำเข้ามาก็มีอยู่มาก พ่ออาจารย์ท่านจึงลงวิชาพลิกฟ้าพสุธาหงายเสริมเข้าไว้ที่จอมครุฑให้สอดคล้องกัน ท่านว่าเสริมส่งอานุภาพให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกเพื่อที่จะแปรผันสถานการณ์เลวร้ายต่างๆให้ลูกๆที่ศรัทธา ท้ายที่สุดของชีวิตปลายมือต้องได้ดีคงที่ทุกคน ด้วยเมตตาครุฑองค์ต้นประดุจองค์ครุฑนั้นกางกรออกมาพร้อมที่จะโอบอุ้มสรรพสิ่งอันเป็นที่รักไว้กับอกของพระองค์ พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าท่านจะทนุถนอมเราไว้ดุจดวงแก้ว โอบอุ้มเราใส่ไว้กับอกของท่านให้ฝากชีวิตของลูกๆไว้กับพ่อพญาสุเรนทร์ท่านเสีย อธิษฐานบอกท่าน จะได้ชื่อว่าเราฝากชีวิตไว้กับเทพที่ทรงอานุภาพเกรียงไกรที่สุดในประวัติศาสตร์เทวโลก ท่านจะโอบอุ้มเราด้วยความรัก คอยค้ำชูเรา จะมีสิ่งดีๆตามเข้ามาในชีวิตเจ้าอย่างรวดเร็วปานมหาวายุพัด เพราะท่านบินสูงเหนือลม เล่นลม เฉกเช่นนั้น ผู้ที่มีดวงครุฑ มีบารมีครุฑหนุนอยู่ ล้วนแต่ได้ดีเป็นยอดคนแห่งยุคทั้งสิ้น เช่นนั้นท่านจึงนำจอมครุฑพญาสุเรนทร์ต้นตำรับที่ใชไม้ใบระกายุคขรัวโตแกะสลักมาบรรจุไว้ในพระสำคัญนี้

    ด้านหลังท่านอุดด้วยผงสุริยกาล,ผงจันทรกาล ซึ่งผงวิเศษนี้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ย่อมได้ชื่อว่ามีคุณมากมาย ยิ่งนำทั้งสองชนิดนั้นมาใช้พร้อมกันจะยิ่งทวีอานุภาพมากขึ้นไปอีก ท่านว่าผงนี้เป็นของเทพยดา หาได้ยากในโลก เมื่อนำมารวมกันจะมีอานุภาพทางเสน่ห์เมตตา โชคลาภ ความสะดวกสบาย ความเจริญรุ่งเรืองอย่างสูง โดยพ่ออาจารย์ท่านบอกว่าทั้งสองสิ่งนี้ถ้าเอาเฉพาะด้านเสน่ห์ก็แรงกว่าพวกคุณไสยยาแฝด ต่างกันตรงเกิดขึ้นด้วยเทวานุภาพเป็นของสูง
    - ผงสุริยกาล ผงนี้เกิดจากสุริยะเทวราชเมื่อครั้งที่ได้เข้ากรรมบำเพ็ญตบะเพื่อจะดับรัศมีความร้อนในร่างกายพระองค์ให้บรรเทาลงเสีย ด้วยตบะกรรมแห่งพระอาทิตย์เทพ จึงได้เกิดไคลตกลงมาเป็นตะกอนก้อนผง ท่านว่าผงนี้มีคุณอย่างวิเศษ แม้ใครเดือดร้อนทุก์ใจ เจอเรื่องร้ายอย่างใดก็ตามที ทุกสิ่งที่ว่าร้ายจะต้องกลายเป็นดี ทุกสิ่งที่เป็นกาลร้อนจะต้องสงบระงับไป เหลือแต่เพียงความสุขสมหวัง ความเจริญรุ่งเรืองเท่านั้น
    - ผงจันทรกาล เมื่อครั้งจันทรเทพได้ก่อเทวาสุรสงครามขึ้น พระองค์ได้เสด็จยังโลกมนุษย์เพื่อจะรวมกองทัพฝ่ายมนุษย์และเหล่าเทพอสูรต่อกรกับบรรดาเทพเจ้าทั้งหลาย ซึ่งกาลนั้นเองที่เป็นปฐมเหตุของตระกูลกษัตริย์จันทรวงศ์ที่จะสืบเชื้อสายต่อไปในชมพูทวีปได้อุบัติขึ้น ผงจันทรกาลจึงเกิดขึ้นเมื่อครานั้น เมื่อจันทรเทพได้บำเพ็ญตบะกรรมจนสำเร็จพิธีราชสูรยะ รัศมีของจันทรเทพก็สาดส่องไปกระทบกับมวลอากาศเกิดเป็นละอองขึ้นมา ซึ่งผงนี้เรียกว่าผงจันทรกาล เหล่านางฟ้า เทพธิดา อัปสรสวรรค์หรือแม้แต่นางพรายก็จะคอยเฝ้าไว้ด้วยความหวงแหน ซ้ำตนเองยังหลงใหลในผงนี้เสมอด้วยได้เห็นหน้าจันทรเทพอีกด้วย ท่านว่าเป็นที่สุดของผงทางเมตตามหานิยมเอาว่าขนาดนางฟ้ายังหลงเช่นนั้น
    เมื่อพ่ออาจารย์ท่านขอท่านพลีมาได้ ท่านจึงนำมาเก็บไว้จนได้นำมาร่วมสร้างพระยอดขุนคลังชุดพิเศษหนนี้ ด้วยว่าผงทั้งสองชนิดนี้ต้องอยู่คู่กันจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้ ท่านว่าเพราะธาตุพลังงานนั้นเกื้อหนุนกัน แม้จะใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะไม่เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด ด้วยว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดจากเทพยดา มีการพิทักษ์รักษาไว้อย่างดี เป็นของที่มีต้นกำเนิดมาจากองค์กำลังแห่งธาตุแสง ใช้เบิกชีวิตคนได้ ใช้เปิดโลกเปิดภพภูมิได้ เป็นแสงสว่างที่จะทำลายความมืด ขจัดกลียุค ทำลายเสียซึ่งอุปาทวจัญไรทั้งปวง ท่านจึงนำผงทั้งสองนี้ผสมด้วยกันและเพิ่มมวลสารมงคลอื่นๆได้แก่
    - ผงคตไข่แก้วงูจงอาง พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นที่สุดของอำนาจ ตบะบารมี บริบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สมบัติที่จะประทานให้กับผู้ถือครอง สำหรับผงนี้ท่านว่าสำคัญนักเมื่อจะทำแล้วจะขาดไปไม่ได้ เพาะพระยอดขุนคลังนี้มีกำลังแห่งพระธนบดีอันเป็นนายของบรรดาปู่โสมทั้งหลาย เหล่าพญางูหรือผู้พิทักษ์ทรัพย์แผ่นดินทั้งหลายล้วนอยู่ในการควบคุมของท่าน ดังนั้นจะให้ใครรวย จะเกื้อหนุนใคร จะเปิดดวงใคร จึงเป็นหน้าที่โดยตรงของพระยอดขุนคลัง
    - ผงสำเร็จหลวงพ่อปาน เป็นผงเก่าตกทอดมาแต่สมัยหลวงพ่อปานท่านสร้างพระพิมพ์ทรงสัตว์ โดยผงนี้ท่านจะบรรจุอยู่ภายในพระพิมพ์แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นเหมือนหัวใจ เหมือนพลังงานขององค์พระเลยก็ว่าได้ ถ้าหาพระพิมพ์ทรงสัตว์ของเก่าไม่ได้ท่านว่าให้เอาใช้แทนกัน
    - ผงลบวิชาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ วิชาเอกที่อำนวยลาภผล โชคลาภให้สำเร็จมาแล้วมากมาย หากใช้โดยจิตเมตตา และผู้ถือครองให้ท่านเป็นนิจ จะยิ่งมีแต่ทรัพย์สินงอกเงยเพิ่มพูนขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ด้วยอำนาจแรงครูบันดาลให้เป็นไป
    - ผงลบคาถารัตนมาลา ที่สุดแห่งคุณแก้วสามประการ พ่ออาจารย์ท่านว่ามีอานุภาพเป็นเอนกอนันต์ด้วยอำนาจพระรัตนตรัยไม่สามารถบรรยายได้หมด ท่านว่าปรารถนาสิ่งใดก็มีครบ แม้ไม่ต้องปรารถนาก็ยังมี สุดแท้แต่จะขอจะอธิษฐานเอาตามเหมาะตามควร
    - สีผึ้งและนำมันครูเก่า เป็นของบูรพาจารย์ที่สืบทอดมามากมายหลายสิบชนิด ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านได้เคยไปขอเมตตาและท่านประสิทธิ์ประสาทให้มา ที่สำคัญมีสีผึ้งที่หลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล และหลวงปู่ฝั้นท่านเคยใช้สีปากด้วย พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าลมหายใจ น้ำลาย ไอปากของพระอริยเจ้า นี่แหละของวิเศษที่สุด
    - ว่านยาทางโชคลาภ หนุนดวง เมตตา มหานิยม ซึ่งเป็นว่านยาพิเศษที่มีฤทธิ์ในตัว มีอำนาจ มีตัวตนต้องปลูกต้องพลีด้วยวิธีเฉพาะทั้งสิ้น ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านได้รวบรวมมาผสมไว้
    ทั้งยังเข้าด้วยมวลสารวิเศษที่ครูพรหมท่านให้หาไว้ได้แก่ ดินกากยายักษ์,ผงเขี้ยวหนุมาน,ผงถ้ำเทวาพิทักษ์,ผงพระธาตุสีวลี,ผงเพชรหน้าทั่ง,นิลตัดเหล็ก,ผงบัวผุด,ขี้เหล็กเปียกภูสิงห์,เหล็กไหลพญานาคภูเขาควาย,แร่ทรหดประเทศลาว,ทรายดำหลวงปู่ทวด,ด้วงหิน,ข้าวสารหิน,ข้าวสารดำ,เหล็กไหลย้อย,เพชรประสาน,เหล็กน้ำพี้,ทรายคำ,ผงจักรพรรดิ์หลวงปู่ดู่,แร่บางไผ่,แป้งเสกหลวงปู่บุดดา,น้ำมันชาตรีหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    พ่ออาจารย์ท่านว่าพระยอดขุนคลังทรงเมืองนี้คือพระที่คนซึ่งปรารถนาความสุขความสบายควรมีไว้อย่างถึงที่สุด ด้วยเมื่อครูพรหมและสมเด็จองค์ปฐมท่านเมตตาทำให้ นิมิตแรกท่านเห็นเป็นวิสุทธิเทพซึ่งมีความสวยงามเกินกว่าเทพพรหมสามัญทั้งหลาย ในมือนั้นท่านถือแก้วดวงหนึ่งซึ่งมีรัศมีสว่างไสวมากยื่นลงมาพร้อมจะมอบให้แก่ผู้ถือครอง ครูบรมพรหมท่านจึงกำชับไว้เลยว่า"องค์ยอดขุนคลังทรงเมืองนี้อาตมันท่านกำหนดเอาไว้แล้วจะเปรียบเสมือนเป็นของคู่บารมีค่าควรเมืองเมื่อผู้ใดรับไปอาราธนาซ้ำจะดีกว่า,ล้ำกว่า,เลิศกว่าที่ได้บอกไว้เทั้งหมด(ท่านว่าพูดไม่ได้)"

    คาถาบูชา
    มะอะอุมะณีจินตาปิยังมะมะ อุอากะสะวิระทะโยวิระโคนายัง ปฏิรูปะการีธระวาอุฏฐาตาวินทะเต ธนัง เมกะมุอุสิริโภคานะมาสะโย อุอะมะนัตถีติวะจะนังนามะมาโหสิภะวาภะเว นะชาลีตีฉะวิจิมัง สัพพะลาภาสัพพะโภคาภะวันตุเม วิริเยนะทุกขะมัจเจติ นะมะพะทะสัพเพเทวารักขันตุสุรักขันตุ

    20210728_174949.jpg 20210728_174955.jpg
     
  11. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    รายการที่ 38 ให้บูชา 5000 ครับ 20210728_125742.jpg
    ตะกรุดหนุนพลังอินฟินิตี้(แก้เงียบ แก้ปม แก้อาถรรพ์ใช้ของไม่ขึ้น)

    *** ของเล็กๆที่ทำได้ยากยิ่ง และหาผู้ทำเสมอเหมือนมิได้ เพราะเป็นของจากข้างใน ....ในยุควัตถุนิยมที่สภาพบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับความเจริญและพัฒนาการเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้ความเชื่อความศรัทธาทางด้านเครื่องรางของขลังนั้นลดน้อยลงทั้งมีความเชื่อหรือทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องนี้เปลี่ยนแปลงไป แต่ก็มีผู้คนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังเชื่อและศรัทธาในศาสตร์ลี้ลับอยู่ทั้งยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ยังหาของขลังหรือของดีไว้บูชาเพื่อหวังพึ่งทางด้านอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ หลายคนได้บูชามาแล้วก็สำเร็จสมหวังหรือที่เรียกว่าเห็นผล หลายคนบูชาแล้วก็ไม่เกิดผลเป็นเพราะเหตุใด

    พ่ออาจารย์ท่านแยกและจำแนกเกี่ยวกับสาเหตุการบูชาของแล้วไม่พบอิทธิคุณไว้ดังนี้
    - จิตไม่เป็นสื่อนำพา ในเรื่องนี้ท่านว่าเป็นที่จิตใจของผู้ใช้เอง ถ้าเขามีจิตใจที่ด้านเกินไปจนไม่อาจสื่อเข้ากับพลังงาน ครูบาอาจารย์ หรือความศักดิ์สิทธิ์ ความลี้ลับใดๆรวมทั้งอำนาจของเครื่องรางต่างๆ ด้วยพื้นฐานที่ขัดแย้งหรือมีความรู้สึกลึกๆว่าไม่เชื่อเรื่องเช่นนี้ว่านี้มีอยู่จริง ความรู้สึกต่างๆที่ต่อต้านในตนเองนี่แหละจะส่งผลให้พลังงานปิดตัวและปิดตาย ทั้งคนที่มีจิตใจชอบความท้าทาย อยากพิสูจน์ ชอบลองของแบบลบหลู่อันนี้ก็จะหนักหน่อยเพราะเขาจะใช้สิ่งใดไม่ขึ้นทั้งยังไม่ได้ผลและอาจเกิดโทษต่างๆในเวลาอันใกล้อีกเสียด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าปัจจุบันนี้หลายคนต้องการพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต้องการเฉพาะผลลัพธ์โดยปราศจากฐานเริ่มต้นอุปมาเหมือนอยากใช้ของอยากได้ผลแต่ตัวเองไม่ได้ศรัทธาเช่นนั้น เรียกว่าจิตใจทื่อๆเห็นเครื่องรางเหมือนสิ่งอำนวยความสะดวกที่เสียบไฟปุ้ปจะติดปั้ป เช่นนี้ย่อมไม่เข้ากันดุจดังเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่เสียบไฟ ถือเอาไปก็ใช้งานไม่ได้
    - ไม่มีบุญสัมพันธ์ ข้อนี้จะเรียกว่าขาดวาสนาเชื่อมต่อซึ่งกันและกันก็ได้ ทั้งวาสนาจากอดีตและปัจจุบัน เพราะไม่เคยระลึกตรึกถึงครูบาอาจารย์ ไม่เคยนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือไม่เคยทำบุญถวายครูบาอาจารย์และเทพเทวดาที่รักษาของเหล่านั้นเลย เรียกว่าไม่เคยสร้างวาระกรรมให้สัมพันธ์กันทั้งจากอดีตถึงปัจจุบันนั่นเอง
    - เคยปรามาสพระรัตนตรัย ข้อนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ส่งผลให้เทวดาไม่รักษา ใช้ของไม่ขึ้น ซึ่งสาเหตุนี้ไม่ได้จำกัดไว้เฉพาะพระรัตนตรัยเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่ายังหมายรวมไปถึงสิ่งที่มีคุณท่วมหัวเช่นบิดามารดาบังเกิดเกล้า ครูบาอาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และผู้มีพระคุณต่อเราทั้งหลายด้วย เคยหลบหลู่เขาไว้อย่างไร ผลของการที่ถูกละเลยเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่สนใจก้มีเหตุมาจากเรื่องเช่นนี้
    - จิตมีมิจฉาทิฐิมาก คือมีความเห็นผิด มีทิฐิมานะความถือตัวตนของตนเองมาก เรียกว่าพวกหลงตัวเองก็ได้ ประเภทกูมี กูเก่ง กูสำคัญ กูดีที่สุด ตัวกูของกูคือศูนย์กลางของโลก พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าจิตมีมิจฉาทิฏฐิมาก หลงมาก โลภมาก มีอารมณ์อันไม่ควรจะมีอยู่มากมันก็จะไประงับอำนาจของวัตถุมงคลที่สร้างจากสัมมาทิฏฐิได้เช่นกัน ประดุจว่าคลื่นของคนให้และคนรับไม่ตรงกันจึงเข้ากันไม่ได้เช่นนั้น
    - มีกรรมเป็นเครื่องขัดขวาง สาเหตุนี้นับว่าสำคัญที่สุดและหลายคนลืมนึกถึงไปในเรื่องอำนาจของกรรม ถ้ามีแรงกรรมหนักมากั้นขวางให้ใช้ของไม่ได้ผลเพราะอานุภาพของวัตถุมงคลนั้นจะเป็นเหตุนำออกจากอำนาจกรรมเดิมที่กำหนดไว้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วไปกับผู้ที่บูชาเครื่องรางของขลังเพราะโดยทั่วไปเมื่อมีปัญหาเรื่องใด มักจะหาเครื่องรางของขลังที่แก้ทางด้านนั้นมาช่วยให้ดีขึ้น แต่บางทีก็ลืมไปหรือไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนที่มีกรรมและกำลังรับผลกรรมอยู่ เมื่อไปบูชาสิ่งใดมาแรงกรรมนั้นย่อมจะขัดขวางอยู่เช่นนี้ทำให้บูชาสิ่งใดก็ไม่ได้ผลเต็มที่หรือไม่เห็นผลเลยก็มี

    ด้วยหลากหลายเรื่องราวที่เป็นสิ่งปิดกั้นอำนาจพุทธคุณและครูบาอาจารย์ ทำให้ผู้ใช้ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องรับสัญญาณสื่อไม่ถึงกับสถานีส่งอย่างต่อกันไม่ติด พ่ออาจารย์ท่านจึงมีความเห็นส่วนตัวว่า ถ้าจะทำเครื่องมงคลให้ติดอยู่ในกฏไตรลักษณ์แล้ว เราจะทำขึ้นมาเพื่ออะไร แล้วของทั้งหลายนั้นจะไปช่วยฉุดดึงใครได้ คนบางคนถ้าดวงเขาเปิดเขาถือของดีไว้ดวงเขาจะวิ่งพุ่งแรงแซงทะลุวาสนาเดิมของตัวเขาด้วยซ้ำ แต่ของชิ้นเดียวกันอยู่ในมืออีกคนหนึ่งกลับไม่ส่งผลอะไร ท่านพิจารณาเช่นนี้แล้วจึงน้อมจิตถามครูพระสยมว่าจะมีสิ่งใดเป็นเครื่องนำออกจากสถานการณ์ปิดกั้นเหล่านี้ทั้งหมดทั้งมวลบ้างหรือไม่....นี่คือเหตุการณ์เริ่มต้นอันเป็นที่มีของตะกรุดแก้เงียบ

    ด้วยท่านประสงค์จะให้คนมีความหวัง เดินไปได้ตามความหวังและความฝันของตนเอง ไม่ใช่ซ้ายก็ผิด ขวาก็ไม่ดีแม้จะพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ยังต้องระวังทั้งหน้าทั้งหลังมีข้อจำกัดที่ตนเองไม่อาจจะล่วงรู้ได้มาก่อนชนิดที่เรียกว่าตั้งแต่เกิดจนต่อให้ตายไปแล้วก็ยังไม่อาจทราบเลยว่าทำไมตัวเองถึงใช้ของไม่ขึ้น ไม่ได้ดีเหมือนคนอื่นๆที่ใช้ของเหมือนกัน

    ซึ่งครูพระสยมท่านเปี่ยมด้วยมหากรุณาเป็นที่สุดต่อมนุษย์ผู้มีทุกขเวทนาอันแรงกล้า พ่ออาจารย์ท่านว่าครูท่านให้เราทำตะกรุดแก้เงียบดอกนี้โดยใส่ยันต์และวิชาเฉพาะซึ่งเป็นของบังบดหลายชนิดเพื่อให้ผลครอบคลุมทั้งหมด โดยเริ่มต้นท่านให้นำแผ่นตะกั่วที่จะใช้ลงวิชานั้น ไปหนุนรองฐานศิวลึงค์ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านปั้นขึ้นเพื่อบูชาครูพระสยมเป็นปฐม พ่ออาจารย์ท่านว่าต้องมีอาถรรพ์ตั้งแต่ยังเป็นแผ่นตะกั่วกันเลยทีเดียว ครูท่านให้เราเอาตะกั่วเหล่านั้นไปรองฐานนานนับปีเพื่อให้ตะกั่วซึมซับไศวะมนตรามากมาย และถือเคล็ดที่เข้าใจได้ง่ายๆว่าแผ่นตะกั่วนั้นหนุนพ่อ(ครูพระสยม)ให้สูงขึ้นได้ฉันใด เมื่อนำมาทำตะกรุดแล้วไซร้ก็ย่อมหนุนชีวิตลูกให้สูงขึ้นได้ฉันนั้น เป็นการสร้างพันธะความสัมพันธ์กันระหว่างพ่อและลูก ซึ่งแผ่นตะกั่วชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าลำพังยังไม่ต้องทำอะไรเลยตัวมันเองก็จะมีอิทธิคุณแฝดอยู่แล้ว ตรงนี้จะดีไปในทางหนุนชีวิตเรา หนุนดวงชะตาของเรา หนุนหมดทั้งฐานะการเงิน ฐานะการงาน หนุนทรัพย์สมบัติ หนุนกิจการให้เจริญงอกงาม

    เมื่อความโลภบังตา ความอยาก ความต้องการ ความปรารถนาทุกสิ่งที่มากเกินพอดี เกินขอบเขต เกินขีดจำกัดย่อมเป็นสาเหตุที่นำมาซึ่งความทรุดโทรมและความเสื่อมในใจมนุษย์ ครูพระสยมท่านจึงให้พ่ออาจารย์สร้างตะกรุดแก้เงียบ หรือที่ท่านเรียกว่าหนุนพลังอินฟินิตี้นี้ขึ้นมา เพื่อต้องการหมุนวนและขับถ่ายพลังงานอันไม่จำเป็นออกไปจากจิตใจและร่างกายของคนใช้เพื่อให้มีจิตเบิกบาน ทั้งยังแจ่มใสในส่วนเดียว พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ลงทางแก้กันไว้ครบทุกสิ่งทั้งกันเจ็บไข้ได้ป่วย แก้โรคร้ายต่างๆ แก้โรคเวรโรคกรรมทั้งกันสรรพภัยในทศทิศและท่านยังลงเวทย์ใหญ่ของครูพระสยมให้อธิษฐานใช้ได้ร้อยแปดพันประการ ท่านว่าเมื่อไม่มีโรคจิตใจย่อมแจ่มใส เมื่อไม่ประสบพบเรื่องเลวร้ายอันจะนำออกจากอำนาจคุณพระรัตนตรัยและครูบาอาจารย์ ชีวิตย่อมได้ชื่อว่าเป็นปรกติสุข

    ท่านว่าทำยากเพราะต้องแบ่งแผ่นตะกั่วเป็นหัวท้ายลงจารวิชาให้หนุนและผลักดัน ให้หมุนวนถ่ายเทพลังงานทั้งขับเข้าและถ่ายออกแบบไม่จบสิ้น พอนำมาม้วนบรรจบกันเป็นเลขแปดก็เป็นสัญลักษณ์ของพลังอินฟินิตี้ที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ครูพระสยมท่านเน้นให้ทำเช่นนี้เพื่อให้ได้ตะกรุดอันมีอานุภาพไม่มีประมาณและสามารถใช้ได้ครอบคลุมทุกเรื่อง ทั้งแก้เงียบ แก้ปม แก้อาถรรพ์ร้ายในชีวิต

    แก้เงียบ แก้ปม แก้อาถรรพ์ สามแก้นี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นสิ่งที่แก้ได้ยากเย็นที่สุดในชีวิตของคน ไม่มีอะไรจะแก้และถอดถอนได้ยากไปมากกว่านี้ เพราะมันเชื่อมโยงกับเวรกรรมและอุปนิสัยตลอดจนเกี่ยวเนื่องกับทุกสิ่งที่เป็นตัวของเราชนิดที่ว่าแยกแยะไม่ออก ดังนั้นเมื่อท่านเชิญครูและอธิษฐานจิตจนสำเร็จแล้วท่านจึงนำตะกรุดฝังดินเอาไว้ด้วยตั้งใจจะฝากไว้กับแม่พระธรณี นานๆหนถึงจะนำมาใช้ทีเวลามีผู้เดือดร้อนซึ่งแก้ไม่ตกจริงๆ ชนิดที่ว่าเป็นปัญหาโลกแตกแก้ไขไม่ได้เช่นนั้น และต้องเป็นเรื่องเป็นปมที่ท่านเห็นว่าผูกพันธ์กับกรรมยุ่งเหยิงเท่านั้นท่านจึงจะให้คนมีเคราะห์เช่นนี้บูชา

    พ่ออาจารย์ท่านไม่ให้พูดถึงตะกรุดตัวนี้มาก ท่านว่าเพราะการทำงานของมันนั้นสัมพันธ์กับร่างกายคนใช้และผูกเป็นฐานรากให้กับชีวิตของคน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สัมผัสจับต้องอาราธนาแรงครูท่านจะหนุนทั้งหมด พลังงานจะเข้าไปปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ถ่ายเทสิ่งที่ติดขัดอันอยู่ข้างใน สิ่งที่ตาเราไม่เห็น ปัญหาที่เราไม่มีวันรู้หรือสัมผัสได้ตลอดชีวิต พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้แต่เดิมมันไม่มีถ่ายทอดให้แก่กัน นี่ถ้าครูพระสยมท่านไม่สอนฉันก็ทำไม่ได้ เพราะเป็นวิชาของพวกบังบดที่ผุดขึ้นและให้รู้ได้ทางจิตเฉพาะคน มันหมุนเวียนผันเปลี่ยนพลังงานการแสดงออกได้ร้อยแปดพันประการ ฉันจึงไม่รู้ว่าจะพูด จะบอก จะบรรยายให้เข้าใจกันได้อย่างไร

    ท่านว่าเอาเป็นว่าเชื่อเราไอ้ชีวิตที่เงียบ ที่มันต่ำจนไม่รู้ว่าจะต่ำไปมากกว่านี้ได้อย่างไรอีก ทั้งชีวิตที่มีปมยุ่งเหยิงจนไม่รู้จะจับเจอหรือควานหาปลายเชือกของบ่วงกรรมเส้นไหนมาแก้ไขก่อน ทั้งอาถรรพ์ลึกซึ้งที่พันผูกจิตวิญญาณเป็นเอนกอนันต์ในชาติสงสารทั้งหลายเหล่านี้ ด้วยพลังงานของแรงครูพระสยมและอาถรรพ์วิชานั้น จะได้ขับเคลื่อนถ่ายเทพลังงานต่างๆ เอาว่าเราพูดอะไรมากไม่ได้แต่พอจะบอกได้คร่าวๆว่าถ่ายเทให้วางอยู่ในจุดที่ถูกที่ถูกทางเช่นนั้นก็แล้วกัน

    ใครที่รู้ตัวว่ากระแสพลังงานผันผวน เวรกรรมไม่สัมพันธ์กับบุญที่ทำไว้ ซ้ำชีวิตยังมีความปรารถนาใหญ่โตจนมองไม่เห็นปลายทางความสำเร็จ พ่ออาจารย์ท่านว่าให้เอาตะกรุดนี้ไปใช้และไหว้คุณครูพระสยมเสีย ขอให้มีศรัทธามั่นคงอย่างแท้จริงแล้วปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นในฉับพลันทันที พ่ออาจารย์ท่านว่าเราพูดมากกว่านี้ไม่ได้เอาว่าแค่เขาฟังภาษาคนรู้เรื่องก็คงเข้าใจได้ว่าหมายถึงอะไรและเหมาะสมกับเขาหรือไม่


    ให้หมั่นไหว้ หมั่นบูชา หมั่นภาวนา หมั่นขอ ไปเรื่อยๆ ท่านว่ามีแค่นี้แหละ สะดวกและง่ายดายถึงปานนั้นขอไปเรื่อยๆขอจนกว่าจะได้ จนกว่าจะสำเร็จ ท่านว่าเธอเชื่อฉันมั๊ยจากคนที่ดวงซวยๆใช้ของไม่ขึ้นแล้วเขาเคยใช้ตะกรุดรุ่นนี้ เขานั่งบ่นนั่งพล่ามนั่งภาวนาขอกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอจนเขาถูกรางวัลที่หนึ่งสองใบ เช่นนี้ก็มีปรากฏมาแล้ว ฉันจึงไม่อยากจะพูดว่าดีอย่างไรแต่ให้จำไว้ว่าจงขอและอย่าหยุดขอจนกว่าจะได้ ส่วนข้อห้ามใหญ่เลยของผู้บูชาก็คือควรเลี่ยมกันน้ำไว้และนำติดร่างกายไว้ตลอดอย่าให้ห่าง พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้เปรียบเสมือนความโชคดี เหมือนแรงครูที่จะหนุนนำชะตามนุษย์ ควรจะเอาติดตัวไว้ให้ได้ตลอดเพราะเมื่อใดที่ออกห่างแล้วชีวิตก็จะหมุนวนกลับไปตามอำนาจกรรมเช่นเดิมอีกแบบนั้น

    วิชานี้เป็นวิชาของข้างใน พ่ออาจารย์ท่านย้ำอยู่หลายครั้งว่านี่ไม่ใช่ของนอก หากแต่เป็นของข้างใน ทั้งไม่มีให้สืบทอดและก็มอบให้กับสงฆ์ทำไม่ได้ ด้วยเป็นพลังงานอันหมุนวนเปลี่ยนแปลงได้ตลอด หาได้ตายตัวเพราะเขาจะพลิกแพลงตลบแตลงไปมาอยู่เสมอ ดุจว่าพลังงานที่แสดงออกในแต่ละครั้งจะไม่เหมือนกัน ดุจว่าเขาเป็นตะกรุดที่มีภูติพระเจ้า เป็นตะกรุดที่มีชีวิต เมื่ออยู่กับตัวเราเขาจะรู้เองว่าอะไรที่เป็นจุดพอดี เป็นพลังงานที่เหมาะสมกับตัวกับร่างกายของเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าพวกที่มีตาในทั้งหลาย ตลอดจนคนที่รู้ค่าของคำว่าวิชาจากข้างใน เขาจะรู้และวิ่งหากันให้แทบพลิกแผ่นดิน เพราะวิชาเช่นนี้ยากนักที่จะมีปรากฏในโลก และยากนักที่จะมีคนทำให้แก่ผู้อื่น

    คาถาบูชา
    โยโทโส โมหะจิตเตนะ อาจาริยัสมิง ปะกะโตมะยา ขะมะขะเมกะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินาสสันติ อะตีตังโทสัง ปัจจุบันทังโทสัง อนาคตังโทสังกายกิริยากัมมัง วะจีกัมมัง ผัสสะวัตถุ วัตถาโทสัง อนุเสสะโทสัง ภันเต ขะมามิ (และว่าทุติยัมปิ...ตะติยัมปิ...ต่อด้วยคาถาข้างต้น)
    ข้าแต่พระรัตนตรัยและพ่อแม่ครูอาจารย์ หากมีสิ่งใดที่ตัวข้าพเจ้าประมาทพลาดพลั้ง เคยล่วงเกินครูบาอาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์แลท่านผู้สูงส่งทั้งหลาย จะโดยตั้งใจก็ดี ไม่ได้ตั้งใจก็ดี ที่ระลึกได้ก็ดี ระลึกไม่ได้ก็ดี ในอดีตชาติก็ดี ในปัจจุบันชาติก็ดี กรรมใดที่ส่งผลให้ใช้วัตถุมงคลแทนครูต่างๆได้ไม่ดีไม่เกิดผล ขอท่านทั้งหลายผู้ทรงพรหมวิหารมีจิตใจเอื้อเฟื้ออย่าได้ถือโทษและจงอดโทษแก่ข้าพเจ้า ขอให้แรงครูนั้นผลักดันและหนุนส่งผลให้กับตัวข้าพเจ้านับแต่กาลบัดนี้เป็นต้นไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 สิงหาคม 2021 at 02:58
  12. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    สอบถามได้ครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...