วัตถุมงคลพ่ออาจราย์พลครับ

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย mm1150, 15 เมษายน 2021.

  1. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    ตะกรุดมหาสิริชมพูนุชพระเพชรพญาธรหน้าทองและองค์กำเนิดบรรพกาลวราหาคลี่แผ่นดิน(หมูกินเสือตรีกาลมหาสะเดาะ) รายการที่ 1 ครับ ปิดครับ

    สืบเนื่องจากที่มีหลายคนสอบถามถึงครูพระเพชรของท่านเข้ามามาก เพราะมีประสบการณ์แรงใช้ได้จริง อีกทั้งบางคนยังนำไปบำบัดรักษาโรคภัยจนมีร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดีขึ้น ทั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านได้สร้างตะกรุดมหาสิริชมพูนุชพระเพชรพญาธรหน้าทองขึ้นมา โดยความตั้งใจเดิมของท่านคืออยากจะทำให้คนใช้มีเครื่องมงคลที่สามารถใช้ลงอาถรรพ์วิชาแก่ตัวเขาเองได้ด้วยตนเอง

    ดังนั้นท่านจึงทำตะกรุดวิชาพระเพชรพญาธรหน้าทองซึ่งมีอุปเท่ห์และคุณวิเศษอย่างใหญ่หลวงขึ้นมา พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าตะกรุดนี้ท่านตั้งใจจะให้ใช้ด้วยตนเอง เพียงแค่พกพาหรือใช้ตามอุปเท่ห์ก็มีคุณวิเศษเสียยิ่งกว่าไปลงนะหน้าทอง หรือครอบครูพระลักษณ์หน้าทองทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดสำคัญของท่านนี้เพียงเอามาตั้งจิตอธิษฐานวนบนใบหน้า ทำหนไหนวันใดก็ตามเสมือนได้ครอบครูพระเพชรพญาธรหน้าทองในวันนั้น ตรงนี้ท่านว่าการครอบครูนั้นอาจจะเสื่อมอาจจะถอยและสูญเสียสิริมงคลได้ เนื่องจากคนที่ครอบไม่รักษาคุณความดี ท่านจึงได้สร้างตะกรุดครูสายเสน่ห์ขึ้นสำหรับคนที่เล่นหรือใช้ของด้านเสน่ห์ทั้งหลาย จะได้ครอบได้ใช้ให้ครูอยู่กับเราได้ตลอดเวลา ท่านว่าจะวนวันละกี่หนก็ได้ให้ตั้งจิตดีๆ เพราะครูเพชรนอกจากเป็นเสน่ห์แล้ว หากสถิตย์กับตัวผู้ใด ยังกินพลังงานด้านลบต่างๆ กินเชื้อโรคและอวิชชา ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งแข็งแรงยิ่งๆขึ้นอีกด้วย ยิ่งวนก็เหมือนยิ่งครอบ ทำให้ร่างกายเราสะอาดบริสุทธิ์ ตรงนี้ท่านว่าทำบ่อยๆยิ่งดีเพราะพลังงานครูจะเข้าทดแทนพลังงานด้านลบและซ่อมแซมพลังงานและสิ่งสึกหรอต่างๆใช้กายสิทธิ์ทำให้ร่างกายเราเป็นกายสิทธิ์

    ท่านว่าพระเพชรของท่านนั้นยิ่งคนใช้มีเคราะห์กรรมเท่าไหร่ยิ่งมีฤทธิ์แรงมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเอาติดตัวไว้ได้นานเท่าไหร่ ยิ่งมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับตัวเองมากขึ้นเท่านั้น เพราะว่าเค้ากินพิษ กินเคราะห์กรรม กินคุณไสยฝ่ายต่ำ กินตะกอนเวรกรรมและสิ่งที่ตกค้างอยู่ในร่างกายของเราเป็นอาหาร รวมไปถึงอารมณ์ขุ่นมัวทั้งหลาย นี่เห็นหรือไม่ ท่านว่าเค้ากินหมดอะไรที่ว่าไม่ดีไม่งามในตัวเรา เค้ากินไปก็ยิ่งเพิ่มฤทธิ์ให้กับเค้า มันจึงเข้าทำนองว่าได้ประโยชน์ร่วมกัน เค้าก็อยากจะช่วยเรากินมากๆเพื่อเพิ่มฤทธิ์ให้ตัวเองเรียกว่าเสพย์เพื่อฤทธานุภาพ ส่วนตัวเรานั้นเมื่อพระเพชรเสพย์สิ่งปฏิกูลทั้งหลายในตัวเราออกไปแล้วเราก็จะดูอ่อนกว่าวัยกลายเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดขึ้นมาทันตาเห็น พอสิ่งอาถรรพ์ทั้งหลายหมดไปเรื่องดีๆมันก็จะตามเข้ามาไม่รู้จักหมด ท่านว่าไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรเลี้ยงเค้าเอาแค่ว่าตราบใดยังอยู่ในกฏแห่งกรรมยังโดนดาวบาปเคราะห์จรทับตามวาระอยู่พูดง่ายๆตราบที่ยังหายใจเป็นมนุษย์อยู่ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรให้เค้ากิน

    พระเพชรของท่านนั้นท่านว่ามันแปลกและดีเช่นนี้ ท่านว่าพระเพชรนั้นเก่งเหมือนกับเทวดาองค์หนึ่งเลยแต่เค้าสามารถทำอะไรทั้งหลายที่เค้าประสงค์ได้มากกว่าเทวดา และตัวเค้านั้นยังมีความรู้ครอบคลุมในทุกศาสตร์วิชาทั้งสิบแปดศาสตร์ หากจะพูดถึงวิชาเพชรพญาธรแท้ๆแบบไม่ใช่ของเล่นนั้น ท่านว่าให้คุณมากและเป็นสรรพวิทยาการที่ตกทอดมาแต่โบราณ ดังนั้นท่านว่าถ้าจะทำก็ต้องทำให้ดีที่สุด และพระเพชรของท่านนั้นต้องชุบให้ไม่มีจิตมารจึงจะใช้ได้ ท่านว่าเพชรพญาธรนั้นมีสี่จำพวก ซึ่งแต่ละจำพวกก็จะมีวรรณะและฤทธิ์แตกต่างกันไป ตั้งแต่ระดับต่ำที่มีร่างกายสีทองแดง สูงขึ้นมาหน่อยก็เป็นสีเงิน และสีทอง ตลอดจนกายศักดิ์สิทธิ์หรือเนื้อสีผิวกายสิทธิ์ ซึ่งยิ่งมีระดับสูงกว่าก็ยิ่งมีฤทธิ์มากกว่าและสามารถเสพย์หรือกินชั้นที่ต่ำกว่าตนเองหนึ่งขั้นได้ พ่ออาจารย์ท่านสำเร็จวิชาพระเพชรกายสิทธิ์ ท่านว่าพระเพชรกายสิทธิ์หน้าทองนี่แหละเป็นเสน่ห์ที่สุดแค่เห็นหน้าก็อ่อนระทวยลืมเลือนทุกสิ่ง

    เมื่อท่านลงวิชาสร้างตะกรุดมหาสิริชมพูนุชพระเพชรพญาธรหน้าทองขึ้นมานั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านไม่ได้ทำเพียงแค่วิชาครูเสน่ห์ หรือลงเฉพาะวิชาพระเพชรอย่างเดียว แต่ตะกรุดดอกนี้ท่านยังลงวิชาให้เสริมราศี เสริมสิริมงคลแก่ผู้บูชาด้วย ตรงนี้สำคัญมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าสิริและสง่าราศีนี้เหมือนเป็นของขวัญจากฟ้าใครมีนับว่าเป็นยอดคน จะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ เป็นสิ่งดึงดูดนำมาซึ่งชีวตที่ดี ทำให้มีโชคชะตาดี มีวาสนาที่ดี ในขณะที่พระเพชรดูดซับเชื้อโรคและพลังงานลบออกจากร่างกายครั้งนี้ท่านก็ลงมหาสิริไว้ด้วยซึ่งวิชานี้จะดึงดูดเติมเต็มพลังงานด้านบวกเข้าไปแทนที่ ด้านนึงดูดซึมพลังงานลบอีกด้านหนึ่งดูดเพื่อทดแทนพลังงานบวกเติมเต็มซึ่งกันและกันท่านจึงลงวิชาเสริมราศีและสิริมงคลที่เรียกว่ามหาสิริ ดังนั้นตะกรุดพระเพชรนี้จึงมีคุณวิเศษยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนำมาใช้วนหน้าครอบครูเสริมเสน่ห์แล้วยังใช้ทางด้านอื่นๆได้อีกด้วย

    ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ว่าขอให้ผู้พกติดตัวนั้นใช้ให้เป็นจะมีอานุภาพมาก ท่านว่าเมื่อได้ไปให้อาราธนาบูชาไว้ที่เอว และคราวใดจะใช้จึงให้นำขึ้นมาระลึกถึงครูเพชรพญาธรเสร็จแล้วก็นำมาวนใบหน้า เมื่อวนเสร็จแล้วก็ให้นำกลับไปที่เอวตามเดิมตะกรุดเมื่ออยู่ตรงเอวนั้นก็จะเกาะกินดูดซับเคราะห์ตลอดจนทุกข์โศกโรคภัยของเรา นอกจากนี้ท่านว่าหากปรารถนาจะทำกิจใดก็ดีให้สำเร็จ เรียกว่าเอาให้ได้เรื่อง ไปทำอะไรแล้วได้โชคได้ชัยกลับมา ไม่พบกับความผิดหวัง พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ดูเวลา สำหรับกิจที่จะทำนั้น ตรงนี้สำคัญมากท่านว่าวันหนึ่งใช้ได้หลายรอบ ใช้ได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องงานเพราะปกติวิสัยมนุษย์นั้นวันๆย่อมเจอปัญหาและมีสิ่งที่ปรารถนาที่ต้องทำอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเรื่องเสนห์เพศตรงข้าม การเข้าหาผู้ใหญ่ ทุกสิ่งที่ยังต้องลุ้นยังไม่ประสบความสำเร็จ ยังไม่ได้ชัยชนะ โชคชะตายังไม่เข้าข้าง ท่านว่าให้อาราธนาตะกรุดนี้แล้วดูเวลา ขอเพียงรู้วิธีใช้และดูเวลาเป็นเท่านั้นเราจะไปทำกิจนั้นๆเวลาใดด้วยอานุภาพของมหาสิริตัวนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าให้เราอาราธนาตะกรุดในเวลานั้นๆแล้วเอาไปวนส่วนต่างๆดังนี้
    1. เมื่อจะทำกิจต่างๆเวลาเช้าถึงก่อนเที่ยงก็ดี ให้อธิษฐานขอความสำเร็จแล้วนำตะกรุดวนใบหน้า
    2. เมื่อจะทำกิจต่างๆตั้งแต่เที่ยงจนถึงหกโมงเย็น ท่านว่าให้อธิษฐานแล้วนำตะกรุดวนบริเวณอก
    3. เมื่อจะทำกิจต่างๆหลังหกโมงเย็นลงไปจนถึงหกโมงเช้า ท่านว่าให้อธิษฐานแล้วจรดตะกรุดที่หน้าผากลากลงมาจรดปลายเท้า

    พ่ออาจารย์ท่านว่าเคล็ดเหล่านี้สำคัญมากสำหรับคนบูชา ถ้าทำได้ตามนี้จะทำอะไรก็ตามย่อมสำเร็จ ซ้ำยังพ้นออก นำออก จากความอัปรีย์จัญไรทั้งปวงอีกด้วย

    เมื่อพ่ออาจารย์ท่านลงอาถรรพ์วิชาปลุกเสกตะกรุดดีแล้ว ภายหลังมีผู้นำผงชมพูนุช ที่ได้จากการแตกหักของพระผงชมพูนุชหลวงปู่หมุนมามอบให้ท่านจำนวนหนึ่ง ซึ่งผงชมพูนุชนี้ท่านว่าเป็นผงที่แรงทางด้านเมตตามหาเสน่ห์อย่างมากถึงขนาดพระเณรที่เอาไปใช้ต่างเข้าใกล้สีกาไม่ได้เพราะจะเป็นสังฆาทิเสสกันหมด ใครได้ลองเป็นอันสึกแทบทุกราย โดยได้จัดสร้างตามตำรามีการผสมมวลสารโดยตำรับผงชมพูนุชซึ่งสืบทอดมาจากปู่คำแห่งอำเภอสวรรคโลก กรุงสุโขทัยนอกจากนี้ในผงชมพูนุชนี้ยังมีผสมผงพุทธคุณศักดิ์สิทธิ์และมวลสารอื่นๆอีกมากตามบันทึกไว้ ได้แก่
      • ผงสมเด็จที่ชำรุดของหลวงปุ่นาค (พระเทพสิทธินายก) วัดระฆัง
      • ผงพุทธคุณ ๑๐๘ จากอาจาย์ทั่วประเทศ ได้ทำพิธีที่วัดเบญจมบพิตร เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๙
      • ผงจินดามณีของหลวงพ่อเพิ่ม (พระพุทธวิธีนายก) วัดกลางบางแก้ว
      • ผงมหาราช ผงอิทธิเจ หลวงพ่อเนตร วัดตุ๊กตา จ.นครปฐม
      • ผงตรีนิสิงเห ผงปถมัง ของอดีตเจ้าอาวาสวัดปริยายก กทม.
      • ผงอิทธิเจ ของหลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง
      • ผงของหลวงปุ่ใจ วัดเสด็จ จ.สมุทรสงคราม
      • ผงโลกธาตุ พลวงพ่อหยอด วัดแก้วเจริญ ได้มาเมื่อปี ๒๕๓๑
      • ผงรัตนมาลาของหลวงพ่อสละ เถรปญโญ วัดประดูทรงธรรม
      • ผงอิจธิเจ ของหลวงพ่อผล วัดคลองจันทร์ จ.อุทัยธานี ได้มาเมื่อปี ๒๕๒๔
      • ผงตรีนิสิงเห ของหลวงพ่อพรหม แห่งวัดขนอนเหนือ จ.อยุธยา ได้มาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๙
      • ผงพุทธคุณ หลวงพ่อเชิญ วัดโคกทอง จ.อยุธยา ได้มาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๙
      • ผงปถมัง หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช ได้มาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๔
      • ผงไตรรัตน์ กับพงอาการ ๓๒ ของหลวงพ่อชื่น วัดญาณเสน จ.อยุธยา ได้มาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๓
      • ผงพุทธคุณหลวงพ่อสัมฤทธิ์ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
      • ผงโสฬสมงคล ของหลวงพ่อถก จ.กาญจนบุรี ได้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๐
      • ผงพรายกุมาร หลวงพ่อทิม อิสรโก วัดระหารไร่ ได้เมื่อปี ๒๕๑๙
      • ผงพุทธคุณของหลวงพ่อกวย ชุตินธโร วัดโฆสิตาราม จ.ชัยนาท
      • ผงนางดาราฯ จ.นครศรีธรรมราช
      • แร่ปรอททองคำ ได้จากผู้เฒ่าที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๘
      • ผงดินกากยายักษ์และผงว่าน ๑๐๘ จากจังหวัด นครศรีธรรมราช พ.ศ. ๒๕๒๘
      • ผงพุทธคุณของหลวงพ่อคง ธมมโชโต วัดบางกระพ้อม
      • ผงงากำจักกำจาย ได้มาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ณ ที่เขาใหญ่
      • ผงมหาราชของหลวงพ่อหยิบ วัดหน้าพระเมรุ จ.อยุธยา
      • ผงพราวดี มีอายุเป็นพันปี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๑
      • ผงจากกรุวัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ
      • ผงของหลวงพ่อบุญสิน วัดปลายคลองพลิ้ว จ.จันทรบุรี ได้มาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๑
      • ผงพุทธคุณของหลวงพ่อชม วัดอินทาราม จ.ชัยนาท
      • ผงเมาลี ของหลวงพ่อโต วัดอินทรารามมหาวิหาร กรุงเทพฯ
      • ผงของหลวงพ่อเปี่ยว วัดเกาะหลัก ได้มาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓
      • ผงพุทธคุณหลวงพ่อฉาบ วัดคลองจันทร์ จ.ชัยนาท
      • ผงของหลวงปู่คำมี วัดถ้ำคูหาสวรรค์ จ.ลพบุรี
      • ผงของหลวงพ่อมี วัดเขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
      • แป้งเสกของหลวงปู่บุดดา วัดกลางเจริญศรี จ.สิงห์บุรี และผงยาเส้นของหลวงพ่อคูณ แห่งวัดบ้านไร่ รวมทั้งผงจากวัดอื่นๆ เกจิอาจารย์ทั้งหลายจนครบ ๓๕๐ อาจารย์
    พ่ออาจารย์ท่านได้นำผงชมพูนุชหลวงปู่หมุนนั้น จับกรอกใส่ไว้ในตะกรุด ท่านว่าใช้ให้ดีอย่าไปผิดลูกผิดเมียเขา ตะกรุดนี้ก็ดีอย่างหนึ่ง ผงนี้ก็ดีในตัวเองอย่างหนึ่ง เมื่อนำมารวมกันจึงเป็นยอดของอิทธิวัตถุที่มีพลังเยือกเย็นรุนแรงทางเสน่ห์เมตตามหานิยมอย่างมาก นอกจากนี้ท่านยังนำสีผึ้งเก่าครูเขมรของท่านมาอุดปิดผนึกตะกรุดทั้งหน้าหลังอีกด้วย ท่านว่าเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว แม้เอาไปพกเฉยๆสำหรับคนที่ใช้ไม่เป็นวนหน้าไม่ถูก ก็ยังยอดขลัง ท่านกำชับและย้ำหนักหนาเรื่องผิดลูกผิดเมียคนอื่นว่าไม่ควรทำ

    คาถาบูชา
    โอมพระเพชรพญาธร เธอเสด็จจรขึ้นบนอากาศ กูจะตวาดเรียกให้มึงมา โอมปลุกมหาปลุกกูจะปลุกมึงให้ลุก ลุกแล้วอย่านั่ง เจ้าครูกูสั่งให้มึงไปเรียกไปหา กูจะเรียกมึงมา กูจะใช้มึงไปหา.......(พูดสิ่งที่เราปรารถนา)...มาให้กับกู มาเรโสเอหิพุทธานุภาเวนะ มาเรโสเอหิธัมมานุภาเวนะ มาเรโสเอหิสังฆานุภาเวนะเอหิ
    องค์กำเนิดบรรพกาลวราหาคลี่แผ่นดิน(หมูกินเสือตรีกาลมหาสะเดาะ)

    " วราหาผู้เป็นเจ้า ได้เสด็จออกปราบมหายักษ์ คลี่แผ่นดินทั้งสี่ทวีปให้เจริญรุ่งเรือง "
    วิชาหมูนั้นมีอยู่หลายสาย เหมือนที่พ่ออาจารย์ว่าหมูนั้นมีหลายตัว บางตัวก็ปราบได้แม่แต่เสือเย็น หรือเสือสมิง นั้นคือหมูที่มีเดชมาก บางตัวก็กันพวกภูติผีปีศาจ ปล่อยออกไปได้เหมือนพยนต์ที่คอยทำลายอาถรรพ์ร้ายทั้งหลาย แต่บางตัวก็ดีด้านโชคลาภอย่างถึงที่สุด ในยุคนี้หลายๆที่นิยมสร้างหมูนารายณ์กันมากแต่กลับทำได้เพียงแค่ชื่อด้วยไม่ได้มีจิตแห่งพระเป็นเจ้าอย่างแท้จริง กอปรกับของบางอย่างภิกษุทำไม่ได้อย่างสิ้นเชิง พ่ออาจารย์ท่านจึงใคร่สร้างยอดเครื่องรางวราหาวตารนี้ให้ปรากฏ

    หมูนารายณ์หรือพระวราหะนั้นสำคัญไฉน พ่ออาจารย์ท่านอุปมาไว้ดั่งว่าเมื่อเกิดกลียุค หิรัณยากษะมหายักษ์ใคร่จะเป็นเจ้าโลก จึ่งกระทำฤทธานุภาพให้ปรากฏม้วนแผ่นดินทั้งสี่ทวีปเอาลงไปในบาดาล สรรพสัตว์ตลอดจนมนุษย์รวมไปถึงพระแม่ธรณีล้วนได้รับความทุกข์แสนสาหัส พูดง่ายๆคือกำลังจะตาย และตายกันชนิดล้างเผ่าพันธุ์ ในปางนั้นพระนารายณ์ผู้เป็นเจ้าได้ทรงกู้สถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นด้วยการอวตารพญาหมูป่าตัวเผือกขาวดังสำลีมีเขี้ยวโง้วยาวเป็นเพชรลงไปสังหารมหายักษ์ ครั้นแล้ว" วราหาผู้เป็นเจ้า ได้เสด็จออกปราบมหายักษ์ คลี่แผ่นดินทั้งสี่ทวีปให้กลับเจริญรุ่งเรือง "

    ดังนั้นจึงถือคติที่ว่าเมื่อพระวราหาวตารคลี่แผ่นดิน คือนำแผ่นดินที่สิ้นหวังแล้ว แผ่นดินที่ตายแล้วทั้งสี่ทวีป อันสรรพสัตว์ทั้งหลายหากำลังใจหรือความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ไม่ได้แล้วนำกลับมา คลี่ออกให้กำเนิดสรรพชีวิตขึ้นใหม่ สถาปนาแผ่นดินสี่ทวีปขึ้นใหม่จนถึงแก่ความเจริญรุ่งเรืองเป็นที่สุด ด้วยคตินี้จึงอุปมาวราหาคลี่แผ่นดินเป็นวิชาที่ทำให้ชีวิตได้เริ่มต้นใหม่จนถึงที่สุดแห่งความเจริญรุ่งเรือง ถึงแม้จะเป็นชีวิตที่พิกลพิการ ลำบากยากแค้นสิ้นหวัง แม้จะแห้งเหี่ยวแล้ว ใกล้ดับสูญแล้ว ร้ายแรงถึงปานนั้นก็ยังกู้กลับขึ้นมาได้

    พ่ออาจารย์ท่านเห็นว่าถ้าท่านไม่ทำขึ้นมาจริงๆจังๆคนที่รู้และทำได้จริงก็ดูจะไม่มีเสียแล้ว ดังนั้นท่านจึงตั้งใจทำหมูของท่านมากด้วยวิชาพยนต์นารายณ์เป็นหลักเพื่อกู้แก้วิกฤติที่เลวร้ายสิ้นหวังทุกสถาน ซ้ำยังลบผงวิชาหมูทุกตัวผสานลงไปด้วย นอกจากนั้นด้วยปัจจัยที่ว่าหมูมันกินจุ กินเก่ง กินไม่เลือก กินได้ตลอดดุจดั่งลาภลอยมีให้กินไม่ขาด จะกินใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด "ท่านว่าหมูมันสบาย ชีวิตมีแต่นั่งกินนอนกินแล้วก็โตขึ้นๆไม่หยุด ท่านจึงอุปมาว่าชีวิตแบบหมูๆคือการเติบโตแบบง่ายๆสบายๆดั่งวิสัยของคนนั่งกินนอนกินและต้องเจริญขึ้นเท่านั้น"

    ท่านตั้งใจทำหมูชุดนี้ให้มีอานุภาพ มีตัวตนโดยใช้มวลสารเฉพาะทางที่ท่านเก็บไว้นั่นคือเขี้ยวหมูตันพันปีซึ่งแข็งเป็นหิน ของชิ้นนี้มีอานุภาพมากท่านวว่าใช้ได้ทุกอย่างดุจอาวุธเทวดา มีเดชมาก แรงครูสูง วันดีคืนดีมักปรากฏเป็นหมูเผือกเขี้ยวเพชรออกมาหาข้าวกิน ท่านได้นำเขี้ยวหมูหินหรือเขี้ยวเพชรนี้บดเป็นผงเพื่อสร้างวราหาคลี่แผ่นดิน โดยฝังชิ้นส่วนเขี้ยวที่บดไม่ละเอียดไว้ด้านหน้าเป็นขุมพลังพญาหมูส่วนหนึ่ง ทั้งยังผสมด้วยผงลบวิชาหมูนารายณ์รวมถึงหมูทองแดงและหมูทุกสาย รวมไปถึงซ้องหมูป่าทนสิทธิ์ทรงอำนาจที่มีความเชื่อว่าหากหมูป่าไม่ตายหรือคายออกมาเองจะไม่สามารถพบได้เลย ท่านถือคติว่ากูไม่ตายคนอื่นก็ไม่ได้กินเช่นนั้นซ้ำซ้องหมูป่ายังมีเดชมาก ผงทั้งหมดนำมารวมกับว่านยาและไม้เฉพาะทางตามตำรับสร้างหมูนารายณ์ที่ท่านไม่ให้เปิดเผย ท่านว่าว่านและตัวยาแต่ละอย่างล้วนหายาก ไม่แปลกใจเลยที่โบราณจารย์จะกำหนดขึ้นไว้และเมื่อสร้างเสร็จนั้นหมูนั้นจะมีเดชมากพิฆาตได้แม้กระทั่งเสือสมิง

    รูปนั้นสำคัญไฉน ..ด้วยรูปเป็นสื่อที่บ่งบอกกิริยาและมีความสำคัญในการเรียกอาการตลอดจนสำเร็จตัวตนทั้งหมดพ่ออาจารย์ท่านจึงแกะพิมพ์หมูสำคัญนี้เป็นพระวราหะเขี้ยวยาวโง้งทูนแผ่นดินทั้งสี่ทวีปไว้บนศรีษะ ดุจว่ากำลังคลี่ออกเพื่อรูปนี้จะให้กำเนิดสรรพชีวิตเป็นที่สุดแห่งความเจริญรุ่งเรือง พ่ออาจารย์ท่านได้นำผงปฐวีธาตุผสมกับยันต์กำเนิดแม่พระธรณีทำพิธีบูชาไฟสักการะรูปนามแห่งมหาเทวีก่อนจะปั้นเป็นลูกกลมๆบรรจุไว้ที่หัวของพระวราหะ ท่านว่าใช้แม่ธรณีนี่แหละแทนแผ่นดินที่กำลังคลี่ออก เป็นมงคลสองต่อทั้งชนะมาร ปราบแผ่นดิน คลี่คลายวิบัติดุจผู้พกนั้นอยู่ในสถานการณ์ที่หมูนารายณ์นี้กำลังแก้ไขคลี่คลายปัญหาโลกแตกตลอดเวลา ไม่มีเหตุการณ์ร้ายๆใดจะมาปิดกั้น อุดตัน หรือเป็นอุปสรรคให้ฝ่าไปไม่ได้

    นอกจากสำเร็จรูปพยนต์นารายณ์แล้ว พ่ออาจารย์ท่านยังลงตะกรุดทำวิชาหมูกินเสือฝังไว้ด้านหน้ากำกับพยนต์หมูด้วย วิชานี้ชื่อประหลาดเพราะปกติหมูต้องเป็นเหยื่อเสือ ต้องเป็นฝ่ายที่ถูกกิน แต่หมูกินเสือนั้นท่านว่าเป็นวิชาที่กลับร้ายให้กลายเป็นดี เปรียบตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนด้อยไร้ฤทธานุภาพแต่เหล่าผู้มากด้วยวาสนาบารมีก็ยังมาตายคาปาก มาให้เรากินถึงที่ ไม่ต้องแสวงหา ไม่ต้องดิ้นรน อิ่มแบบมีเกียรติไม่ใช่อิ่มไปมื้อๆขอไปที ตรงนี้ท่านว่าสำคัญมากสมัยนี้คนเราชอบแสวงหาสิ่งที่ช่วยเหลือชั่วมื้อชั่วคราวประดุจหิวข้าวก็จะหาโภชนาหารเพียงเติมให้เต็มท้อง แก้หิว แก้อยากไปมื้อๆ อิ่มเช่นนี้เป็นอิ่มมื้อเดียว มื้อหน้าก็ต้องเหนื่อยออกหากินใหม่ กว่าจะได้กว่าจะอิ่มอีกก็เสียเวลาสูญเสียช่วงชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงทำวิชาหมูกินเสือเพื่อแก้ปัญหาวาสนาชะตาคนให้มีชีวิตที่ง่ายขึ้น ทำอะไรก็ง่ายไปหมด และเป็นผู้ชนะตลอดกาล

    ด้านหลังพยนต์หมูนี้ท่านฝังของมงคลเพื่อหนุนธาตุวิชาให้เสริมอานุภาพซึ่งกันและกัน กลืนกินไม่ขัดแย้งกัน ดังนี้
    - องค์กำเนิดนัยน์ตามหาเทพ ด้วยความเชื่อและศาสตร์บรรพกาลในการบูชาลึงค์ดุจเทพเจ้านับพันปีพ่ออาจารย์ท่านจึงแกะองค์กำเนิดอันเป็นขุมพลังแห่งเทวะไว้ นั่นคือมหาศิวะลึงค์เบิกเนตรพระสยม ซึ่งตาที่สามอันปรากฏนี้ เป็นสัญลักษณ์ของการหยั่งรู้ คือรู้กาลอดีต รู้กาลปัจจุบัน และหยั่งรู้ในอนาคตกาล บูชาไว้เปิดญาณทัศนะของตนจะดีมาก ด้วยดวงเนตรนี้หาได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความรู้แจ้งเท่านั้น หากแต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังการทำลายล้างสูงสุดอันเกิดมีมาแต่เดิมในฐานะพระผู้เป็นเจ้าอีกด้วย เหนือกว่าและมากกว่าเทพอาวุธอันทรงอานุภาพทั้งหลายของเทพเจ้านั้น ที่เหล่าเทพเจ้านั้นเกรงกลัวและเคารพองค์พระศิวะเทพเป็นที่สุดนั้นก็เพราะกลัวอำนาจการทำลายล้างของดวงเนตรนี้ แม้พระองค์มีพระประสงค์จะทำลายมหาจักรวาลให้ถึงกาลพินาศย่อยยับไป ก็จะเกิดเพลิงประลัยกัลป์ขึ้นมาจากพระเนตรที่สามนี้ เผาผลาญห้องมหาจักรวาลให้พังพินาศไป ด้วยคติแม้สัญลักษณ์ดวงเนตรพระสยมปรากฏขึ้นที่ใด เหล่าเทพเจ้าทั้งหลายย่อมกลัวเกรงในอาญาสิทธิ์นี้ของพระเป็นเจ้า จึงอาจจะกล่าวได้ว่าบุคคลที่ได้ครอบครองไว้ สามารถปราบและข่มเขาได้ทั้งโลก วิชานี้ถือว่าเป็นมหาปราบอย่างที่สุดอีกสายหนึ่งทีเดียว โดยองค์กำเนิดเบิกเนตรนี้มีอานุภาพแลมงคลทั้งสถานะความเป็นพ่อ ด้วยพลังฝ่ายเทวะที่สรรค์สร้างและให้ทุกสิ่งตามี่ผู้บูชาปรารถนา รวมไปถึงการปราบปรามทำลายล้างศัตรูที่มุ่งร้ายอย่างที่สุด ดวงเนตรนั้นย่อมประกอบด้วยมงคลต่างๆ ดังนี้
    1. ปกตินั้นตาเป็นสัญลักษณ์ของการมองเห็น เป็นเครื่องรู้ เช่นเดียวกันกับนัยน์ตามหาเทพนี้ หากเบิกขึ้นแล้ว ผู้ครอบครองไว้จะไม่เดินทางผิด สิ่งที่ไม่เห็น ไม่รู้ ไม่เคยประสบพบเจอ นับจากนี้ไปก็จะได้เห็นได้ทราบเฉพาะตัวของตนเอง
    2. ตาเป็นสัญลักษณ์ของการเห็น การรู้แจ้ง เป็นสัญลักษณ์ของปัญญาอันยิ่ง ท่านว่าดวงนัยน์ตานี้ดีนัก ให้เอาไว้กับตัวสมองจะปลอดโปร่ง ความคิดจะแจ่มใสขึ้น จะคิดอ่านทำสิ่งใดย่อมเกิดตัวรู้ ตัวปัญญาเด่นชัด ไม่ขุ่นเคือง
    3. แม้ในพระพุทธศาสนา สมเด็จพระสุคตบรมครูท่านก็ได้แสดงธรรมไว้อย่างชัดเจนแล้วถึงความสำคัญของการมองเห็น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิชชาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา สิ่งนี้นั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเราถือเป็นเคล็ด สำหรับคนที่ยังมืดบอดอยู่ ยังไม่รู้จักคำว่ามี เพราะเรายัดหัวใจพระธรรมจักรของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าลงไปด้วย สิ่งใดที่ปรารถนาจะมี ยังไม่เกิด ยังไม่มี นับจากนี้ให้เกิดมีตามที่เรานี้สาปสรรค์เอาไว้
    4. นัยน์ตา คำนี้สื่อถึงความหมายยิ่งใหญ่ ประดุจสิ่งรัก สิ่งที่มีค่าสูงสุดของเจ้าของ ดั่งที่คำโบราณท่านเปรียบเปรยว่าแก้วตาดวงใจ นัยน์ตานี้ก็คือแก้วตาสื่อถึงความรักหวงแหนสูงสุด เป็นอิทธิคุณแฝดทางด้านมหานิยม มหาเสน่ห์ใหญ่อย่างที่สุด ถ้ารักใครชอบใครนั้น ต่อไปไม่ใช่เรื่องยาก ดุจเราได้ครองของสำคัญคือแก้วตาดวงใจของเค้าไว้แล้วนั่นเอง ให้ตั้งจิตนึกเอาว่าเรากุมแก้วตาดวงใจของเขาไว้ อยู่ในตัวเราเขาอยู่ในอุ้งมือเราแล้ว จะใช้ทางเสน่ห์เล่ห์กลใดก็สุดแต่ใจเถิด
    5. เป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจการทำลายล้างสูงสุดในจักรวาล พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้ในเหล่ามาร อสุรกาย เทพเจ้า และพระเป็นเจ้าด้วยกัน ก็ยังเกรงอำนาจการทำลายล้างอันเป็นปรมัตถ์นี้ เพราะเป็นการทำลายขั้นสูงสุด พกไว้กับตัวเป็นมหาเดช มหาอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด เป็นที่เคารพและเกรงกลัว จนเข้าต้องรีบเข้าหาเรามาประจบเอาใจเราเช่นนั้น
    - องค์กำเนิดลัชชาเคารี เทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์ด้วยอุบัติขึ้นจากโยนีของมหาสตรี พ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากเป็นครรภ์หรือที่กำเนิดในทุกสรรพสิ่ง เป็นที่สุดแห่งความอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังเป็นตัวแทนพลังกำเนิดของฝ่ายอิตถีเทวะหรือมหาศักติทั้งปวงอีกด้วย เป็นปฐมครรภ์แห่งจักรวาล มารดาแห่งโลก รูปแห่งอารมณ์ มหามายา ปัญญา ความรู้แจ้ง ทุกสรรพสิ่งในจักรวาลล้วนอยู่ในรูปของมหาศักติผู้ให้กำเนิดจักรวาล โดยถือว่าแม่คือตัวแทนของคำว่าความรัก ความปรารถนาดีที่มีต่อลูก เป็นสายใยที่ไม่มีวันตัดขาด ต้องอุปถัมภ์ค้ำจุนให้พรกันตลอดไป ในอารายธรรมโบราณนั้นถือได้ว่าเทวีลัชชาเคารีนี้เป็นต้นกำเนิดของแม่เป๋อฝั่งเราก็ว่าได้ ดังนั้นเมื่อพ่ออาจารย์ท่านตั้งใจจะสร้างองค์กำเนิดทั้งสอง ท่านจึงปรารถนาจะทำให้เป็นที่สุดโดยใช้องค์กำเนิดบรรพกาล ซึ่งนอกจากจะมีอำนาจด้านมหามงคลดลบันดาลได้ร้อยแปดแล้ว ยังเป็นที่สุดแห่งเสน่ห์ มหาเมตตา ความเย้ายวนสุขสันต์ด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด นั่นก็คือรูปแบบพลังงานชีวิต พลังงานต้นกำเนิดอันเกิดแต่การสร้างสรรค์ดั้งเดิมของปฐมครรภ์ล้วนบริสุทธิ์ พ่ออาจารย์ท่านว่ามนุษย์นั้นเกิดมากี่ภพชาติ อุบัติมาตั้งแต่ตัวตนสูงสุดยันต่ำสุด แปดเปื้อนมามากไม่รู้จะเท่าไหร่ พลังงานแห่งชีวิต พลังงานตั้งต้นล้วนมัวหมองไม่สมดุลย์ทั้งสิ้น เพื่อจะเปลี่ยนคนให้ได้ดี มีความสุข มีปรกติชีวิตที่จะเจริญก้าวหน้าได้ต่อไป จึงต้องใช้อานุภาพแห่งมหาเคารีนี้ขัดเกลาพลังงานชีวิตให้บริสุทธิ์ ไม่เช่นนั้นยิ่งใช้ชีวิตเวียนว่ายตายเกิดผจญเคราะห์กรรมก็ยิ่งจะมัวหมองมากลงไปเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าคนเราหากพลังงานชีวิตมันค่อยๆบริสุทธิ์ขึ้นทีละน้อยๆจนเต็มเปรี่ยมให้สังเกตุได้เลยว่าเรื่องดีๆทั้งหลายมันจะวิ่งเข้ามาหาเราเอง อุปมาดุจคำว่าผู้มีบุญญาธิการยิ่งใหญ่แม้ตกไปอยู่แห่งใดก็ย่อมสุขสบายไม่อนาทรร้อนใจ
    - ตะกรุดเวทย์สวรรค์ตรีกาลมหาสะเดาะ เป็นสูตรทำตะกรุดชุดของพ่ออาจารย์นว่าด้วยวิชาแก้เคราะห์กรรม หากพูดถึงวิชาแก้เคราะห์แล้ว ตัวนี้ท่านว่ามันต่างกับเคราะห์ทุกตัว ด้วยเป็นเวทย์สวรรค์ที่ออกจากโอษฐ์ท้าวมหาพรหมหรือจะเรียกว่าเวทย์ดึกดำบรรพ์ก็ได้ โดยปกติวิชาแก้เคราะห์จะหมายให้แก้เคราะห์ฉาบฉวย หรือเคราะห์ที่มันหนักๆเอาให้ถึงตาย จะเปร่งอานุภาพเป็นครั้งคราวจนหลายๆคนอาจสงสัยว่าทำไมชีวิตมันยังติดๆหรือดูแย่อยู่ จะมีก็แต่เรื่องแรงๆที่ผ่านไปได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่เคราะห์รายวันเล็กๆน้อยๆก็ยังเจอยังต้องปวดหัวคลี่คลายกันต่อไป ตรงนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าให้สังเกตุเอา ก็ดวงดาวทั้งหลายยังเคลื่อนตัวไม่หยุดที่จะให้พระเคราะห์ไม่ทำงานนั้นจะเป็นไปได้ที่ไหน ถึงหลายๆครั้งมหาเคราะห์เช่นนั้นจะเบาลงไม่ถึงแก่ชีวิต แต่ก็ยังมีผลของเคราะห์กรรมอยูดี ด้วยมนุษย์นั้นเกิดมาเพื่อเสวยกรรม แต่วิชานี้กลับระบุครอบคลุมเคราะห์กรรมสามสถานนั่นคือ
    - เคราะห์วัน
    - เคราะห์เดือน
    - เคราะห์ปี

    เรียกว่าหากล่วงออกมาจากเคราะห์สามสถานนี้ก็ไม่มีเคราะห์หามยามร้ายใดไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่กล้ำกรายได้อีกแล้ว ถึงจะหยุดการเคลื่อนไหวของดวงดาวไม่ได้ แต่ก็ล่วงเคราะห์ด้วยเวทย์สวรรค์ ด้วยอาญาสิทธิ์แห่งพระบรมบิดาพรหมเทพเป็นปฐม ซึ่งเคราะห์สามสถานนั้นครอบคลุมชีวิตคนทั้งชีวิต ไม่ว่าจะเคราะห์วันตลอดจนเดือนหรือปี พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้มันสอดคล้องกับการจะเปลี่ยนชีวิตคนที่ยากลำบากให้มีชีวิตแบบหมูๆ กินแบบหมูๆ สบายแบบหมูๆ ท่านจึงจำเป็นต้องงัดวิชาที่เคยไปเรียนในบังบดขึ้นมาทำ โดยตั้งใจจะทำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

    พ่ออาจารย์ท่านว่ามงคลและอาถรรพ์ที่ฝังเสริมลงไปนั้นทุกสิ่งล้วนขานรับซึ่งกันและกัน ด้วยหมูเขี้ยวเพชรนี้แม้จะดุดันอย่างไร เมื่อคลี่คลายแผ่นดินทั้งสี่ทวีปแล้วก็หาได้มีพลังแห่งการสร้างสรรค์ พลังแห่งองค์กำเนิด ต่อให้คลี่คลายไปวิกฤติต่างๆย่อมเรียงหน้ามาให้คลี่ใหม่อยู่เรื่อยๆ ไม่อาจจะพัฒนาได้ เหมือนชีวิตคนเจออุปสรรคแก้ไปอย่างก็มีอีกอย่างไม่รู้จบสิ้น ชีวิตต้องเวียนแก้อยู่อย่างนั้น ถึงจะแก้ได้แล้วจะอย่างไรในเมื่อเสียเวลาไปทั้งชีวิตกับการแก้ไขเหตุการณ์เรื่องราวต่างๆ ในขณะเดียวกันการพัฒนาต่อยอดพลังงานชีวิตนั้นหากติดซึ่งเคราะห์กรรมทุกอย่างก็จะหยุดนิ่ง ท่านจึงว่าเมื่อคลี่คลายแล้วจำต้องสร้างสรรค์แลระงับเคราะห์หยุดกรรม สรรพสิ่งจึงจะถึงซึ่งความรุ่งเรือง ท่านมองเห็นความสำคัญของวิชาหมูนี้โดยก่อนจะสร้างท่านคิดและขอคำปรึกษาจากครูเทพพรหมทั้งหลาย ว่าทำอย่างไรจึงจะปลดล๊อคชีวิตคนที่มันติดขัดได้สิ่งใดเมื่อทำแล้วจะแก้ไขปัญหาครบคลุมทั้งระบบชีวิตทั้งยังเป็นขั้นตอนและกระบวนการที่นำไปสู่การพัฒนา เมื่อลงตัวแล้วท่านพิจารณาว่าหากคนเราคลี่คลายปัญหา มีพลังชีวิตขับดันสร้างสรรค์ก่อเกิดสรรพสิ่ง เพื่อจะลิขิตชะตาแลวาสนาตนเองได้ ซ้ำยังก้าวล่วงเคราะห์ฟ้าชะตาดิน เมื่อนั้นชีวิตแบบหมูๆที่จะเจริญและพัฒนาไปเรื่อยๆก็จะเกิดขึ้น

    หมูนี้พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้เป็นพยนต์นารายณ์มีอานุภาพมาก ท่านว่าให้ใช้เป็นเครื่องรางหรือทำพวงกุญแจก็ได้ คาดเอวก็ได้มีตัวมีตนแรงมากนัก วันดีคืนดีจะเห็นหมูเผือกเขี้ยวยาว ถ้าใครตาดีหน่อยก็จะเห็นกันง่ายมาปรากฏ แต่ทั้งนี้ก็ยังมีเคล็ดการเลี้ยงง่ายๆเพื่อให้บูชาได้ผลทันตาเช่นกัน
    * เคล็ดการบูชาหมูนั้น ท่านว่าหมูมันหากินเก่ง กินไม่หยุด แต่เราผู้เป็นเจ้าของมัน อย่าให้มันหากินเอง เราต้องเลี้ยงมัน อย่าให้มันกินสิ่งใดในบ้านของเราไม่เช่นนั้นมันจะกินจนไม่เหลือ ได้ไปต้องบอกกล่าวกันก่อนว่าห้ามหากินเองหรือกินข้าวของในบ้าน พ่อสัญญาว่าจะเลี้ยงเจ้าให้ดี พูดให้เข้าใจง่ายๆคือให้ถือเคล็ด ไปซื้อข้าวสารจากนอกบ้านมาซักถุง และตั้งใจไว้เลยบอกกับหมูเลยว่าข้าวสารนี้คืออาหารของเค้าตั้งใจเลยว่านี่คืออาหารหมู วันพระหนนึงก็เปลี่ยนให้มันทีนึง ถือคตินี้มันจะหากินนำทรัพย์สินจากภายนอกเข้ามาหาเราไม่หยุด โดยที่ทรัพย์สินภายในจะอยู่คงเดิมไม่ขาดตกบกพร่องมีแต่จะเพิ่มพูนยิ่งๆขึ้นไป อุปมาดั่งกินแต่ของนอกบ้านหาเข้าบ้าน ลากมากินในบ้านจนอิ่ม ซ้ำยังไม่แตะต้องสมบัติทรัพย์สินใดๆในบ้านนั้น เมื่อจะขอสิ่งใดก็ให้ขอตอนเลี้ยงอาหารเขาเถิด

    คาถาบูชา
    โอม ศานตาการัม ภุชะคะศะยะนัม ปัทมะนาภัมสุ เรศัม วิศวาธารัม คะคะนะสะทฤศัม เมฆะวรรณัม ศุภางคัม ลักษมีกานตัม กะมะละนะยะนัม โยคิภีร์ ธยานะคัมมยัม วันเทวิษณุมอภะวะภะยะหะรัม สรรวะโลกัยกานาถัม
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 มิถุนายน 2021
  2. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    ชุดข้างบนแถมน้ำมันพรายนางจันทร์ของอาจราย์ซึ่งผมว่าน้ำมันตัวนี้แรงมากทางด้านเสน์อย่าได้ป้ายใครเลย
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  3. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    มงคลวิภูติอภิสังขารมหากายาปฐมพรหมทรงมนต์ชุบตัวชุบชีวิต(ฝังดวงจิตปฐมพรหม,อิสีทุรวาสะ) รายการที่ 2 ปิดให้คุณนภัทรครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 กรกฎาคม 2021
  4. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    ในภาวะสูงสุดของอนันตจักรวาลนั้น มีมหาชีวะที่ทรงพลังงานบริสุทธิ์อยู่สภาวะหนึ่ง ที่แม้แต่พระผู้เป็นเจ้าทั้งสามเอง ก็ยังเพียรทำตบะเพื่อให้เข้าถึงและเป็นหนึ่งเดียวกับมหาอานุภาพนั้น สิ่งนั้นกล่าวได้ว่าเป็นดวงพระวิญญาณสูงสุดแห่งมหาจักรวาล ที่ได้ให้กำเนิดพระผู้เป็นเจ้าทั้งสามขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่อันแตกต่างกัน ซึ่งดวงพระวิญญาณนี้พ่ออาจารย์ท่านจำกัดความให้สั้นๆว่า ดวงชีพนิรันดร์หรือองค์อาตมภูวญาณ(ปฐมพรหม)นี้ เพราะอยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง แม้แต่พระผู้เป็นเจ้าทั้งสามเองเมื่อถึงกาลถึงวาระที่พันธะหน้าที่หมดไป ก็ยังต้องกลับเข้าไปรวมกับองค์ปฐมพรหมเช่นกัน

    การดำรงค์อยู่ในสภาวะพระผู้เป็นเจ้าสูงสุด ยิ่งมหาพรหมยิ่งเทพเจ้านี้ คือพลังธรรมชาติที่มีชีวิตนั่นเอง ดำรงค์อยู่ได้ด้วยตนเอง ไม่มีขอบเขตจำกัด อยู่เหนือทุกกฏ ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ แต่ก็ปรากฏพระองค์ในทุกแห่ง ในทุกสถานเช่นกัน องค์พระสยมท่านได้ให้พ่ออาจารย์เห็นพระรูปอันน่าตะลึงลานนั้น ด้วยว่าองค์อาตมันได้ปรากฏรูปทางกายภาพแล้วจะมีพระวรกายเช่นใด ท่านว่ามีพระพักตร์และพระกรมากมายไปหมด รัศมีนั้นส่องสว่างเกินกว่าเทวะใดๆ แต่ละพระกรนั้นล้วนทรงถือสิ่งอันเป็นความหมายมงคลต่างๆ รูปกายท่านคือปรพรหมสูงสุด (ไม่ใช่พระพรหม 1 ใน 3 พระผู้เป็นเจ้าของพราหมณ์ ซึ่งพระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหมนั้นก็เป็นเพียงพระภาคหนึ่งขององค์อาตมันเท่านั้น)

    สภาวะอาตมัน(ปฐมพรหม)นั้นคือสภวาะของการหลุดพ้นโดยแท้จริง ทั้งท่านยังตั้งฟ้า ตั้งดิน สถาปนาพระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหม เป็นมหาเทพที่อยู่กับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ และอยู่แม้กระทั่งในตัวพวกเราทุกคน พ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจ ขอพระรูปองค์อาตมันนั้น ว่าจะกระทำให้เป็นเกียรติยศกับชีวิตท่านสักหนหนึ่ง ด้วยว่ายังไม่เคยมีใครทำองค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณกันเลย เพราะนี่คือสิ่งสูงสุดที่เต็มไปด้วยอาถรรพ์มากที่สุด ทำไม่ดีพลีไม่ถูกคนทำคนเสกแย่ใจหายเลยทีเดียว ท่านได้ขออักขระที่เป็นมหาสัญลักษณ์ ดุจหัวใจ ดุจลัญจกรขององค์ปรพรหมอาตมัน เพื่อมาทำวิชาสร้างเสกให้ถึงที่สุดกันไปในทีเดียว

    องค์ปรมัตถ์อาตมภูวญาณ(ปฐมพรหม)นั้น พ่ออาจารย์บอกว่าเป็นพระรูปที่ปรากฏทางกายภาพ แม้เหล่าพระเป็นเจ้า เทพเจ้า ฤาษีสิทธิ์ที่ไหนพบเห็นก็ต้องกราบไหว้นบนอบหมอบคลาน ด้วยทรงไว้ซึ่งศักดิ์และอาญาสิทธิ์สูงสุด เกรงเดชพระองค์กันถึงปานนั้น ด้วยว่าเป็นผู้รู้ราตรีนาน เป็นสภาพธรรมมะที่แท้ของมหาจักรวาล ด้วยว่าพระองค์นั้นคือสภาพธรรมสูงสุด เป็นพลังชีวิตที่รักษาสมดุลแห่งธรรมของการค้นพบพระสัจธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย เมื่อผู้ใดได้พบได้อาราธนาจะผ่านพ้นเหตุการณ์วิปริตผิดธรรมชาติต่างๆไปโดยง่าย แม้ภัยธรรมชาติก็หาได้กล้ำกราย เป็นที่เกรงอกเกรงใจแม้แต่เหล่าเทพยดา อยู่เหนือผู้อื่นกว่าเขาหมด และยังเสริมพลังงานธาตุ พลังงานชีวิตให้กับตัวเองอย่างมหาศาล ด้วยว่า สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ล้วนมีเชื้อแห่งอาตมันนั้นอยู่ในตนเองทั้งสิ้น จะมีความคิดเห็นที่ถูกที่ควร มีญาณทัศนะกระจ่างสว่างใส มีจิตรู้ในตนเองที่บริสุทธิ์มากขึ้น จะปรารถนาอยากจะกระทำความดี จะปรารถนาการเข้าถึงอมฤตธรรม จะหิวกระหายในคุณธรรมความคิดเห็นอกุศลมืดบอดจะค่อยๆหมดไป แม้ปรารถนาจะเอาดีทางโลก ก็ได้ดีได้พบความสำเร็จโดยง่ายดุจเหล่ามหาบุรุษ แม้ประสงค์จะเอาดีทางธรรม ก็เห็นสัจธรรม มีสติตั้งมั่น เดินไปบนหนทางที่ถูกต้องไวกว่าคนอื่น

    จะไม่มีวันตกต่ำลงกว่าเดิมแม้อธิษฐานขอพรกับพระองค์ ก็จะเห็นความศักดิ์สิทธิ์ในองค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณ(ปฐมพรหม)อย่างรวดเร็ว แม้เทพเจ้ามิจฉาทิฏฐิหรือสิ่งเลวร้ายทั้งหลายทั้งฝ่ายพุทธและฝ่ายไสยครอบคลุมทั้งหมดจะไม่กล้าแสดงฤทธิ์ต่อต้านอวดดีฉุดรั้งอีกต่อไป ด้วยนบนอบและเกรงกลัวในองค์องค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณหรือองค์อาตมันดวงชีพนิรันดร์ยิ่งนัก นอกจากนั้น แม้ท่านจะขอพรกับเทพพระองค์ใดก็ย่อมสำเร็จได้โดยง่าย ด้วยเค้าเกรงใจในองค์ปรพรหมสูงสุดของเขากันทั้งนั้น พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าถึงยุคแล้วที่พระเป็นเจ้าสูงสุดนั้นจะเริ่มปรากฏรูปกายและมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยว่ามนุษย์นั้นจมอยู่ในทุกข์เวทนากันเหลือเกิน ผุดเกิดเวียนว่ายไม่สามารถเข้าถึงพลังในกายตนเองได้ ไม่เห็นอาตมัน ไม่พบสัจธรรม ไม่กลับเข้ารวมกับสภาวะสูงสุด ไปไม่ถึงพระนิพพาน ติดอยู่ในบ่วงกรรม ในห้วงทุกข์เวทนาต่างๆ ด้วยเป็นผลแห่งการกระทำที่ทำไว้ จึงมีแต่อำนาจแห่งพระนิพพานและสภาวะธรรมสูงสุดของพระองค์เท่านั้นที่จะตัดกลางหนทางแห่งเวรกรรมทั้งหลายได้ อำนาจอื่นนั้นไม่สามารถตัดกรรมตรงนี้ได้ทั้งสิ้น ช่วยได้ชั่วครั้งชั่วคราวเพียงเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านจึงเชิญองค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณ และมวลหมู่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายในกาลก่อนลงมาประจุวิชาไว้เต็มที่

    เมื่อจะสร้างปฐมพรหมเนื้อผงนั้น พ่ออาจารย์ท่านเน้นย้ำว่ารูปของปฐมพรหมท่านมีอำนาจที่จะสร้างสรรค์ ลิขิตความเป็นไปของทุกสรรพสิ่งและกำหนดชะตาชีวิตของสัตว์ทุกเผ่าพันธุ์ ด้วยท่านหยั่งรู้ในความเคลื่อนไหวของสรรพชีวิต ทั้งความเป็นไปของโลกทั้งหลายล้วนอยู่ในสายตาของท่าน พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อท่านต้องคอยจับตาดู คอยสอดส่องความเป็นไปต่างๆดุจบิดาที่คอยดูแลบุตร พระองค์ท่านก็จะสร้างสรรค์และลิขิตโดยควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกฏแห่งกรรม จะเรียกว่าระบบกรรมที่ดำรงค์อยู่นั้นทำงานได้และเป็นไปในทางที่ควรจะเป็นเพราะมีองค์ปฐมพรหมท่านคอยบัญชาขับเคลื่อนแจกจ่ายงานให้มหาพรหมทั้งหลาย

    เมื่อจะทำรูปปฐมพรหมบรมครูท่านให้นำวิชาพรหมศาสตร์ผสมผสานกับพระเวทย์โบราณเพื่อให้ได้เครื่องมงคลที่มีอำนาจสูงสุดดุจกายของปฐมพรหม พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาพรหมของฝ่ายพุทธก็ดี ของฝ่ายพราหมณ์ก็ดี ล้วนมีข้อดีอยู่ในตัวเองทั้งสิ้น ถึงจะแตกต่างกันแต่หากเข้าใจและนำมารวมกันได้แล้ว ด้วยข้อดีของแต่ละฝ่ายเมื่อรวมกันสิ่งประเสริฐก็จะเกิดขึ้น อันรูปพรหมของฝ่ายพุทธนั้นหากทำตามวิชาพรหมศาสตร์แล้วก็จะมีอานุภาพมาก ช่วยส่งเสริมความสำเร็จให้ผู้บูชาได้ง่ายและไวอย่างน่าประหลาด ทั้งดลความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองให้ปรากฏในชีวิตได้ไม่ยาก จะเรียกว่าสมหวังทุกเรื่องก้ามข้ามสารพันปัญหาอุปสรรคได้ก็ไม่ผิด สิ่งไม่ดี ความยากจน เคราะห์ภัย ความล้มเหลวสิ้นหวังทั้งหลายจะไม่มีให้ได้ประสบพบเจอ ซ้ำยังมีคุณด้านต่างๆได้แก่
    - เป็นเมตตามหานิยมอย่างที่สุดดุจเมตตาพรหมวิหารของพระพรหม เจ้านายลูกน้องและสิ่งแวดล้อมสัตว์ต่างๆทั้งหลายที่เราต้องเข้าสังคมด้วยเห็นหน้าเป็นต้องมนต์สะกด เจอหน้าใครมีแต่ความรักความเมตตาให้ เรื่องเมตตานี้ดีมากท่านว่าถ้าเขาเมตตาเรา ทำอะไรก็มีแต่ได้ลูกเดียว เพราะความเมตตาเป็นบ่อเกิดแห่งความสงสารเห็นใจนำมาซึ่งความช่วยเหลือและมิตรภาพ
    - แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง กันภัย กันคุณไสยการกระทำ คุณผี คุณคน ลมเพลมพัด อาถรรพ์ร้ายแรงต่างๆ
    - ดีเด่นด้านเงินทอง เร่งโชคลาภให้ไหลมาเทมาง่ายไม่ติดขัด การงานธุรกิจรุ่งเรือง ทำมาค้าขายดีเป็นเศรษฐี
    - แก้ดวงไม่ดี ดวงตกทุกข์โทษภัยจากดวงดาว ราศี พระราหู และเบญจเพสด้วย
    กอปรกับการผสานพระเวทย์โบราณและวิชาธรรมของครูปฐมพรหมนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเครื่องมงคลจะมีอำนาจวิเศษของมหาพรหมแม้บูชาอาราธนาด้วยคุณแห่งปฐมพรหมหากกระทำดีและมีใจภักดิ์บูชาก็จะได้รับการบันดาลพรให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา ยิ่งหากเราประพฤติดีมีจิตใจเอื้ออารีย์ต่อผู้อื่นองค์ปฐมพรหมท่านก็จะบันดาลให้มีความสุขและสมบูรณ์ในชีวิตเรียกว่าอยากได้อะไรก็สมหวังตลอดทีเดียวไม่พบเจอความลำบากยากเข็ญอับจนอย่างใดเลย พ่ออาจารย์ท่านว่าสิ่งนี้มันส่งผลเป็นลูกโช่นะ ไม่ใช่แค่ให้มีชีวิตใหม่ที่ดี มีชีวิตที่ประสบความสำเร็จ แต่เมื่อตายไปแล้วก็จะได้ถึงภพภูมิที่ดีที่สูงขึ้นไปด้วย พระองค์ท่านจะประทานปัญญาในการประกอบอาชีพ ให้เห็นทาง เห็นทิศที่ควรจะไป ปกป้องให้ตนนั้นห่างจากศัตรู ห่างจากเรื่องร้ายๆ ประทานความแข็งแรงในสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ ให้ความรู้แจ้งตลอดจนชี้แนะแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆด้วยตัวรู้ของตน มอบความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณโดยกระทำให้ร่างกายความคิดความรู้สึกผู้บูชานั้นเติมเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์

    ### เมื่อจะทำพระผงปฐมพรหมให้มีอิทธิคุณครอบฟ้า

    พ่ออาจารย์ท่านต้องรวบรวมผงและมวลสารต่างๆมากมายทั้งในสายวิชาพรหมศาสตร์อันกระทำได้ยากขึ้นมา ท่านว่ากว่าจะได้นั้นเลือดตาแทบกะเด็นเพราะจะทำพรหมที่เอาไว้ชำระเคราะห์กรรม แก้ดวงตก ดวงแตก ฝืนดวงฝืนชะตาฟ้าและวิถีดวงดาว ทั้งยังลงพระเวทย์สำคัญต่างๆที่ท่านได้จากการกระทำพิธีพระเวทย์บูชาองค์ปฐมพรหมได้อักขระยันต์จากการเพ่งกองกูณฑ์อัคคี พ่ออาจารย์ท่านว่าผงต่างๆนี้สำคัญดุจเป็นหัวใจของปฐมพรหมที่จะใช้สื่อและเข้าถึงเพื่อให้ท่านเข้าไปช่วยเหลือมนุษย์ผู้มากทุกข์มากเรื่องในทุกๆเรื่อง ท่านว่าเราทำให้ดีให้ครบแล้ว ทั้งวิชาที่ได้จากเปลวอัคคีนี้เป็นวิชาเฉพาะทางต่างจากวิชาที่ถูกบัญญัติขึ้นโดยมนุษย์ทั้งหลายด้วยเป็นความปรารถนาของเทพพรหมที่จะสงเคราะห์โลก ท่านว่าหากให้กล่าวถึงคำว่าค่าควรเมืองนั้นยังน้อยไป

    - ผงวิภูติอภิสังขารมหากายาปฐมพรหม ผงนี้สำคัญนักเป็นดังหัวใจขององค์พระก็ไม่ปาน ด้วยท่านได้ทำตามโองการแห่งปฐมพรหมเมื่อจะสร้างรูปท่านองค์บรมครูท่านให้รวบรวมเถ้าอังคารธาตุของเหล่ามหาฤาษีโยคี(ที่เป็นฤาษีจริงๆ)ซึ่งละสังขารในสมาบัติสู่ชั้นพรหมในป่าเขาธารถ้ำทั่วอินเดีย พ่ออาจารย์ท่านว่ากว่าจะได้มานี้ไม่ง่ายเลยสมัยก่อนต้องทรหดจริงๆจึงรวบรวมได้ครบเพราะต้องรวบรวมให้ได้ทั้งร้อยแปดตนเป็นดั่งตัวแทนสมมติของมหาฤาษีทั้งร้อยแปดพระองค์ ท่านนำเอาเถ้าอังคารธาตุที่เก็บไว้มาทำพิธีขออนุญาติผสมลงในเนื้อพระส่วนหนึ่ง(อีกส่วนหนึ่งใช้เนื้อเถ้าล้วนๆปั้นเป็นดวงจิตฝังไว้ด้านหน้าองค์ปฐมพรหม) ด้วยเป็นผงที่แรงที่สุดในบรรดาธาตุขันธ์อันมากตบะอิทธิฤทธิ์จนเทวดาขยาดกลัว ซึ่งผงนี้มีคุณค่ามากเพราะเป็นสื่อถึงครูได้อย่างเร็วและแรงที่สุด องค์ปฐมพรหมท่านโองการไว้ว่าเมื่อจะทำรูปท่านเสมือนปลุกสังขารท่านขึ้นมาในโลกนี้ก็ต้องใช้มวลสารที่รวบรวมอำนาจตบะกรรมนับพันปีเช่นนี้ท่านว่าไม่ใช่ผีไม่มีพรายใดๆทั้งสิ้น(เพราะเจ้าของเขาถอดจิตขึ้นพรหมโลกกันหมดแล้ว) มีแต่ญาณของมหาพรหมทั้งมหากรุณาญาณอันจะพาผู้นับถือออกจากวังวนแห่งความทุกข์เท่านั้น

    - ผงเถ้ากองกูณฑ์อัคคี เป็นผงที่ได้จากกองไฟที่บูชาเทพเจ้าโดยส่งผ่านพระอัคนี เมื่อจะสร้างรูปปฐมพรหมเอาไว้ให้เค้าใช้ทางค้ำคูณแล้วพ่ออาจารย์ท่านบอกว่าจำเป็นต้องใส่ลงไป เพราะไฟแห่งกองกูณฑ์อัคคีนี้คือไฟที่ใช้เผาได้ทุกอย่าง ดุจไฟที่แผดเผากิเลส รักโลภโกรธหลงโทสะโมหะต่างๆให้หมดสิ้นไป เมื่อนำมาทำก็จะได้เป็นสื่อเผาเคราะห์หามยามร้าย เศษกรรม วิบากกรรมต่างๆของผู้นำไปใช้ด้วย ซ้ำเวลาขออะไรกับองค์ปฐมพรหมก็จะได้สมใจง่ายๆและประสบความสำเร็จไว ท่านว่าเพราะอุปเทห์นั้นเป็นของพิเศษมาก ด้วยเมื่อเรายกมือกราบขอพรจากปฐมพรหมนั้นจะไม่ใช่การขอแบบธรรมดาอีกต่อไป ทุกครั้งจะเสมอด้วยเราขอท่านผ่านกองกูณฑ์อัคคีไฟพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ที่จะสามารถใช้สื่อและขอสิ่งใดๆก็ตามจากเทพเจ้าได้โดยตรง นอกจากนั้นท่านว่าหากจะทำอิทธิวัตถุให้มีฤทธิ์อำนาจสูงสุดนั้นก็ต้องผสมผงนี้นั่นก็คือผงโฮมัมหรือฮวานัมที่ได้จากกองกูณฑ์อัคคีในการบูชาไฟด้วยอาถรรพ์เวทย์ต่อองค์ปฐมพรหมของท่านผสมลงไปด้วย ท่านว่าผงนี้ดี ใช้ทางกันตัวได้ทุกสิ่งพกอยู่ที่ไหนยิ่งกว่ากำแพงแก้วเจ็ดชั้นหรือว่าตาข่ายเพชรเสียอีก เป็นสุดยอดของกันตัวแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าต่อให้ผงวิชาเกราะเพชรหรือวิชาต่างๆก็เทียบกับผงตัวนี้ไม่ได้ ชีวิตใครที่มักมีสิ่งไม่พึงใจ ไม่พึงประสงค์มารบกวน ทั้งที่ตัวเองก็หาทางแก้แล้ว ไปรับยันต์เกราะเพชรมาก็แล้วหรือพกวัตถุเกี่ยวกับยันต์เกราะเพชรก็แล้ว ยังแก้ไม่หาย ท่านว่าผงนี้เอาอยู่ ทุกสิ่งที่ไม่พึงประสงค์นั้นไม่ว่าจะเกิดแต่กรรมลิขิตหรือเป็นไปตามวัฏจักรก็ตาม หากเป็นอัปมงคลแล้วไซร้ย่อมถูกแผดเผาไปให้เป็นจุณมหาวิจุณในพริบตา

    - ผงโองการเวทย์สวรรค์บรมพรหมสหัมบดี เป็นผงที่พ่ออาจารย์ท่านประกอบขึ้นมาจากว่านยาอาถรรพ์ ที่ต้องเลี้ยงดูแบบเฉพาะเป็นกรณีพิเศษทั้งต้องรดด้วยน้ำทิพย์มุรธาภิเษกเป็นประจำทุกวัน เรียกว่าท่านทำเองทุกขั้นตอนตั้งแต่ปลูกว่าน กู้ว่าน เก็บว่าน บดว่าน ทำตัวยา จนมาประกอบปั้นเป็นแท่งผง เพื่อจะเขียนโองการเวทย์สวรรค์ของบรมพรหมครูใหญ่ คือท้าวสหัมบดี ซึ่งผงนี้ท่านว่าทำยากลบยาก เพราะท่านต้องเข้ากรรมฐานนั่งเขียนนั่งลบโดยสงัดเป็นปีมีสูตรและวิธีการซับซ้อน ลบแล้วปั้นใหม่ นำมาเขียนใหม่เวียนเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ท่านว่าทำเป็นปีลบเอาแค่ผงทะลุกระดานได้แค่ขวดยาหม่อง เพื่อจะให้ได้ผงเวทย์สวรรค์ของบรมพรหมสหัมบดีโดยเฉพาะ ท่านว่าผงนี้มีอานุภาพมาก ในใต้ฟ้าหมื่นห้วงจักรวาลนี้ปรารถนาสิ่งใดล้วนเป็นไปได้ทั้งสิ้น แม้นอาราธนาบูชาชีวิตจะเหมือนดอกบัวที่โผล่พ้นน้ำแล้วไม่แปดเปื้อนด้วยโคลนตม ซ้ำจะช่วยให้เราหลีกเร้นจากการสมาคมด้วยคนชั่วทั้งหลาย ทำให้เราเจอมิตรที่ดีสังคมที่ดี และมีจิตสำนึกลึกๆค่อยๆปรากฏเด่นชัดขึ้นนั่นคือการระลึกถึงคุณความดีและตั้งอยู่ในคุณธรรมทั้งหลายพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงทั้งหลายทั้งปวง ท่านว่าจิตจะประภัสสรค่อยๆเจริญๆขึ้นทีละระดับ มีพระนิพพานเป็นที่ไปในที่สุดแห่งภพ

    - ผงหัวใจธรรมเวทย์ ท่านลงหัวใจสัทธรรมอันยิ่งใหญ่ไว้พร้อมกับขอความเมตตาองค์ปฐมพรหมให้ชุมนุมพระเวทย์และพระธรรมทั้งหลาย ประจุพลังงานใส่เข้าไปในผงนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าอันพระสัทธรรมนั้นเป็นพลังงานบริสุทธิ์ กำเนิดมาก่อนตั้งฟ้าตั้งดิน เป็นพลังงานอันยิ่งใหญ่ที่ให้กำเนิดสรรพสิ่งต่างๆ พ่ออาจารย์ท่านว่าปฐมพรหมนี้จะได้มีแก่นของพลังงานที่ไม่เหือดแห้ง พร้อมทั้งจะได้ให้กำเนิดสิ่งดีๆแก่ผู้บูชา

    - ผงหัวใจพรหมโลก ท่านลงหัวใจท้าวมหาพรหมทั้งหมื่นโลกธาตุไว้ไว้พร้อมกับชุมนุมมหาพรหมในปัญจสุทธาวาสมาเสกและลงอาถรรพ์กำกับอีกคำรบหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นที่สุดของวิชาพรหมเพราะสามารถใช้เชื่อมต่อพลังงานและสื่อสารกับองค์มหาพรหมทั้งหลายสุดที่ใจเราจะปรารถนาได้ ซ้ำผู้บูชายังจะได้รัศมีพรหมอาบกาย เป็นสิริมงคลให้ถึงซึ่งความเจริญและสำเร็จในกิจทุกประการ

    - ผงกรับหินบรมครู แต่เดิมนั้นสายอ่างทองมักจะทำตะโพนให้บูชาตะโพนโดยจะเรียกว่าครูตะโพน ซ้ำเวลาจะสร้างพระยังนิยมเอาดินหน้าตะโพนมาผสมเพื่อเป็นมวลสารที่ว่าแรงด้วยเสน่ห์เมตตามหานิยมสูงสุด ทั้งนี้เพราะเค้าไปเชื่อและยกย่องว่าครูตะโพนนั้นเป็นครูพระฤาษีนารอดนั่นเอง สมัยก่อนเมื่อพ่ออาจารย์ท่านจะทำพรหมฤาษีนารทนั้นองค์พรหมฤาษีท่านไม่ได้ให้ใช้ตะโพน " แต่ท่านใช้กรับหินบรมครู " อันบรมพรหมนารทมุนีท่านชี้นิมิตรประทานให้ ท่านได้นำกรับหินนั้นมาตะไบเอาผงเพื่อบรรจุลงไปในพระด้วยเนื่องจากเป็นสื่อในมหาเทพสายพรหมเช่นกัน ท่านว่าจะทำแล้วทั้งทีก็ใช้สัญลักษณ์ของเหล่าพรหมนี่แหละมาเป็นสื่อถึงคณะพรหมทั้งหลายเสียเลย ท่านว่าแรงและเฮี้ยนด้วยฤทธิ์แรงครูเนื่องจากเกิดจากการสร้างสรรค์ของพระองค์ท่านโดยเฉพาะ เป็นของทิพย์ของครูอย่างแท้จริงท่านว่าจะได้เป็นสื่อให้ทุกคนเข้าถึงครูอย่างสะดวกรวดเร็ว เอาแค่นี้พอให้บอกเขาว่าเมื่อเข้าถึงแล้วอยู่ด้วยกันแล้วมันคือทุกอย่างจริงๆไม่ต้องไปอ้อนวอนอะไรอีกแล้วเพราะท่านอยู่กับเราแล้วนั่นเอง

    - น้ำมันพรหมลิขิต น้ำมันพรหมลิขิตนี้เป็นน้ำมันที่พ่ออาจารย์ท่านหุงขึ้นเป็นของใช้เฉพาะกาล ท่านว่าไม่ต้องเสียเวลารอคอยหรือไปตามหาลิขิตสวรรค์หรือเทวดาที่ไหนเพราะพรหมลิขิตนั้นอยู่ตรงนี้แล้ว ลิขิตให้พบเจอ ให้มั่งมี ให้ได้ ให้สำเร็จ ขาดสิ่งใดเติมเต็มสิ่งนั้น ท่านว่าพูดมากไม่ได้แต่เอาว่าเธอใช้เธอสำเร็จทุกเรื่องก็พอ

    - น้ำมันมหาพรหมรังสฤษฏ์ น้ำมันนี้สำเร็จด้วยคุณของเหล่าบรมพรหมปัญจสุทธาวาสทั้งหลายมีท้าวสหัมบดีเป็นที่สุดท่านว่าน้ำมันนี้วิเศษนักเป็นของเฉพาะกาลอย่างแท้จริง มีคุณขจัดและริดรอนอุปสรรคขวากหนามในชีวิตดุจองค์ท้าวมหาพรหมผู้สร้างจะสร้างจะลิขิตเส้นทางให้ชีวิตมีแต่เรื่องดีๆไม่มีอุปสรรคขัดขวางแต่อย่างใด ใครที่มีชะตาชีวิตติดขัด ทำไม่พ้น หาทางออกไม่ได้ ไม่เจอแสงสว่าง ไม่พบเนื้อคู่ การงานไม่สำเร็จ ความรักไม่ราบลื่น โดนกลั่นแกล้ง โดนกระทำ ท่านว่าอานุภาพของน้ำมันมหาพรหมนี้จะปัดเป่าสิ่งที่ติดขัดและความขัดข้องของผู้บูชาให้หมดไป ท่านว่าปลอดโปร่งโล่งสบายทีเดียวคำๆนี้มีความหมายยิ่งใหญ่ ใครที่รู้สึกว่าชีวิตมันหนัก มันแบกภาระแบกโลกไว้ทั้งใบ ท่านว่าน้ำมันนี้มันช่วยได้เกินกว่านั้นไม่เพียงนำออกจากความขัดข้องทั้งหลาย ซ้ำยังช่วยให้สำเร็จทุกทางตามมหากรุณาธิคุณของเหล่ามหาพรหมปัญจมหาสุทธาวาสไม่ว่าจะเรื่องเงินทอง วาสนา โชคลาภผลาผลครบถ้วนทุกประการ ที่สำคัญท่านว่าวิชาสายมหาพรหมนี้แม้พกไว้กับตัวก็ถือว่าเป็นเสน่ห์มหานิยมชั้นเยี่ยม ในเวทย์วิชาทั้งหลายทั้งสายต่ำสายสูงแม้แต่สายเทพล้วนไม่มีวิชาใดมีอำนาจมากไปกว่าวิชาของพระพรหมหรือศาสตร์ของพระพรหมนี้ท่านว่าพูดคร่าวๆได้เท่านี้

    - สีผึ้งพรหมนิมิต พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นยอดสีผึ้งนี้สำเร็จด้วยองค์บรมพรหมสหัมบดี และที่สำคัญเป็นธาตุพิเศษที่เกิดขึ้นเองในโลกที่ท่านนำมาผสมมวลสารสีผึ้งของครูยุคโบราณต่างๆที่หาได้ในสมัยนั้นทั้งสีผึ้งพ่อทาบ พ่อทิม พ่อเที่ยง พ่อกวย ปู่ศุข พ่อเงิน พ่อพรหม พ่อวัง พยองคำ และอาจารย์หนานต่างๆรวมถึงครูยาครูขี้ผึ้งสายพม่าและไทใหญ่ของท่านด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่ากว่าจะสำเร็จเป็นสีผึ้งพรหมนิมิตนี่ยากที่สุด องค์บรมพรหมท่านแจ้งให้หามวลสารอะไรก็ต้องไปหา อยู่ในป่าตรงไหนก็ต้องไป บางทีที่ว่าหาให้เจอก็ไม่ใช่ง่ายแล้วแต่พอเจอแล้วกลับได้ยากกว่าก็มี ไปถึงต้องนั่งเฝ้าเทียวไปเทียวมา รอจนมันสุกงอมพร้อมจะพลีได้จริงๆถึงจะเอาได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าความยุ่งยากมันมีมาก ของแบบนี้ถ้าชีวิตเลือกได้ก็ไม่ขอทำอีกเพราะมันเหนื่อยเป็นคนธรรมดาคงท้อเพราะจะกวนสีผึ้งนิดเดียวแต่ต้องใช้ความเพียรนับสิบปีใครๆเขาคงไม่ทำกัน ท่านว่าทำครั้งเดียวพอ ....สีผึ้งพรหมนิมิตนี้ท่านว่าเป็นของสูงมาก เป็นของพรหม ไม่ใช่เอามาให้ป้ายให้สีปาก แต่ท่านว่าเอามาให้พก ครูบรมพรหมท่านว่าแค่ก้อนเท่าเข็มหมุดก็ใช้คุ้มตัวได้ตลอดชีวิต ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ที่สำคัญเป็นมหาเมตตาและมหากรุณาแก่สรรพชีวิตทุกภพทุกมิติอย่างถึงที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าจะให้พูดกันจริงๆสายวิชาที่ว่าแรงเอาตรงๆเลยแรงจนน้ำตาตก แรงจนเลือดในอกยังยกให้ แรงแบบที่เราเข้าใจกันว่าแรงสุดๆแล้ว ก็ยังแรงไม่เท่าครึ่งในสายเมตตาของท้าวมหาพรหม เพราะมันพ้นโลกเหนือโลกจนยากที่จะหาเหตุผลมาทำความเข้าใจ ท่านว่าท่านบอกได้เท่านี้ นอกจากนี้สีผึ้งพรหมนิมิตนอกจากเป็นเมตตามหาเสน่ห์อย่างถึงที่สุดแล้ว ยังเป็นยอดกว่าวิชาพรหมใดๆ ทั้งนะหน้าพรหม พรหมเบิกฟ้า พรหมลิขิต พรหมแปลงรูปต่างๆด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าสีผึ้งพรหมนิมิตนี้ใช้ได้ตรงตัวตามชื่อเลย คุณวิเศษของท้าวมหาพรหมที่เหนือกว่าเทพเจ้าใดๆทั้งหมดคืออำนาจการสรรค์สร้างสรรพสิ่งที่ลึกซึ้งและยิ่งใหญ่ พรหมนิมิตหรือพรหมเนรมิตคือสิ่งนี้ กล่าวง่ายๆคือทุกอย่างเกิดขึ้นได้และเป็นไปตามที่ใจเราต้องต้องการ ต้องเป็นไปตามที่ใจเราอยากให้เป็น เที่ยงแท้แน่นอนด้วยพรหมปกาศิตมั่นคงดั่งเหล็กเพชรลิขิตแผ่นผา พ่ออาจารย์ท่านจึงกล่าวเสมอๆว่า เอาจริงๆนะ สีผึ้งนี้ความจริงมันอันตรายที่สุดในโลกเลย เพราะใจคนมันไม่เท่ากันบัวยังมีสี่เหล่านับภาษาอะไรกับใจมนุษย์ อยู่กับคนดีก็ดีไป อยู่กับคนไม่ดีตรงนี้จะยุ่ง เพราะเป็นบารมีท้าวมหาพรหมที่แผ่มามีแต่เมตตาและกรุณาซึ่งปราศจากญาณอุเบกขาข่มไว้ด้วยอานุภาพการสร้างสรรค์มหาจักรวาลและโลกธาตุทั้งหลาย ด้วยอานุภาพแห่งพระผู้สร้างขึ้นให้เกิดให้ปรากฏได้ทุกสรรพสิ่ง ท่านว่ามันอันตรายก็เพราะอานุภาพนี้ พูดง่ายๆคือท่านไม่เคยนำออกมาใช้หรือใส่ผสมอะไรเลยเพราะมันอันตราย

    - ผงพรหมประทับจันทร์ วิชาพรหมประทับจันทร์นี้ ท่านว่าให้กล่าวจริงๆก็เป็นโคตรเสน่ห์เลย แต่จะแตกต่างจากวิชาอื่นนิดหน่อย คือเป็นเสน่ห์ที่จะเปลี่ยนร่างกายเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าตัวพรหมประทับจันทร์นี้คือวิชาที่จะช่วยให้เราดูมีเสน่ห์ น่าค้นหา เป็นที่สะดุดตาสะดุดใจของชนทั้งหลาย ท่านเปรียบเอาไว้ว่าหน้าของพระพรหมนั้นมีสง่าราศีฉันใด ได้ชื่อว่าเป็นหน้าที่สวยงามที่สุดในจักรวาล เป็นที่ปรารถนาจะมอง เหนือกว่าหน้าของเหล่าเทพยดานางฟ้าฉันใด หน้าของเราก็มีสง่าดุจหน้าของพรหมฉันนั้นท่านว่าคิดเอาเองว่าจะน่ามองขนาดไหน ซ้ำพรหมประทับจันทร์ยังซ้อนเสริมด้วยวิชาเชิญพระจันทร์เข้ารูปซึ่งท่านผูกกับยันต์เล่นชู้ไว้ด้วย ท่านว่าเสริมให้ทั้งนะเข้าหา นะรำไร นะจังงัง นะเสน่ห์ ส่งผลทางชู้สาวและเสน่หายิ่งขึ้นไปอีก เพราะพระจันทร์นั้นแม้ปรากฏที่ใด เหล่านางฟ้านางอัปสรย่อมหลงใหลถึงขั้นยอมพลีกายถวายชีวิตนั้นทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นเสน่ห์ใหญ่ซ้อนเสน่ห์ใหญ่แบบค่ายกล เป็นผงที่ทำยากเสกยาก มีพลังยิ่งกว่าเราไปครอบพระลักษณ์หรือครอบเทพรัญจวนอะไรทั้งสิ้น เพราะนี่คือพรหมประทับจันทร์

    - ผงมหาพรหมเจ็ดภาค พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้เป็นวิชาของเขมรโบราณ ในอดีตนั้นเห็นจะมีแต่เพียงหลวงปู่รุ่งวัดท่ากระบือที่เรียนสำเร็จ แต่ของท่านนั้นจะเรียกว่าพรหมหกหน้าหรือพรหมหกภาคบางทีก็เรียกเทพรัญจวนไปเลย พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชามหาพรหมเจ็ดภาคนี้ยากจะหาผู้รู้ได้ในแผ่นดินเพราะเป็นวิชาที่ปกติแล้วถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆห้ามถ่ายทอดกันต้องให้ตายไปกับตัวคนเรียนเท่านั้น ในครั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านได้เมตตาลงผงมหาพรหมเจ็ดด้วยท่านว่าทำเพื่อฝากเอาไว้ให้กับแผ่นดินว่าวิชานี้ไม่ได้สูญหายไปไหน ซึ่งวิชาทำผงมหาพรหมเจ็ดภาคนี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามันเป็นที่สุดแล้วของอาถรรพ์และวิชาตลอดจนแรงครูสายเขมรโบราณ ท่านว่าปิดบังซ้อนเร้นกันนักอย่าว่าแต่จะได้เห็นแม้จะได้ยินยังยาก เพราะว่าเป็นที่สุดของวิชาที่ให้ผลกับคนใช้โดยตรงทางเสน่ห์และโชคลาภไปพร้อมๆกัน ท่านว่าเป็นเสน่ห์ก็เป็นเสน่ห์อย่างถึงที่สุด เช่นมีเจ้าคุณระดับเจ้าอาวาสเคยมาขอตะกรุดท่านอยู่ซ้ำยังขอตะกรุดวิชามหาพรหมเจ็ดภาคนี้ด้วยเพราะท่านไปรู้มาว่าพ่ออาจารย์เคยลงให้กับสหธรรมิกท่าน เมื่อได้ไปผลปรากฏว่าใจไม่แข็งพอไม่นานก็มีสีกามาพัวพันจนต้องสึกหาลาเพศไปเอาดีทางโลกไปแล้วก็ได้ดีซะด้วย เช่นนี้ท่านจึงว่าวิชาตัวนี้เป็นเสน่ห์ก็เป็นอย่างถึงที่สุด ในทางกลับกันก็เป็นโชคลาภอย่างถึงที่สุดด้วยไปพร้อมๆกัน ท่านกล่าวว่าถ้าจะเอาให้ถูกคือออกตามใจปรารถนาของคนใช้ทีเดียวว่าต้องการเสน่ห์หรือโชคลาภ ท่านว่าวิชานี้จากคนธรรมดากลายเป็นเศรษฐีมีโรงงานเป็นของตัวเองก็มี จากพระภิกษุที่ยังไม่รู้จะหางบประมาณหลายสิบล้านมาสร้างโบสถ์ได้จากที่ไหนกลายเป็นสร้างเสร็จดุจเทพเนรมิตก็มี ท่านว่าผงมหาพรหมเจ็ดภาคนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดวิชาและของอาถรรพ์ซึ่งเป็นวิชาในตำนานและท่านว่าพ้นวาระนี้แล้วท่านจะไม่ลงอีก เพื่อจะให้มันเป็นตำนานของตำนานสืบต่อไป

    - ผงนารายณ์หอบธรณี พ่ออาจารย์ว่าสูตรนารายณ์หอบธรณีนี้ เกิดจากตอนที่อสูรลักเอาแผ่นดินไป พระนารายณ์จึงตามไปปราบและนำแผ่นดินกลับคืนมาซึ่งท่านว่าแผ่นดินในที่นี้ก็คือพระแม่ธรณีนั่นเองวิชานารายณ์หอบธรณีนี้ท่านว่าหาคนทำยาก เพราะเป็นสูตรที่ช่วยให้ชีวิตคนที่ตกต่ำ อยู่ในจุดด้อยเหมือนพลัดตกเหว ติดหล่ม จมปลัก กลับมารุ่งเรืองเจริญก้าวหน้า เหมือนแผ่นดินยกสูงไม่ให้เราตกต่ำ เหมือนพระนารายณ์มาหอบมากอบกู้ พาดวง พาชะตาชีวิตเราลอยขึ้นไป พ่ออาจารย์ท่านว่าสำคัญถึงขนาดนั้น นารายณ์หอบธรณีนี้คือหอบไว้ ชูไว้ เอาว่าให้เป็ดาวค้างฟ้า หอบเอาไว้ตลอด คิดจะตกจะร่วงยังทำไม่ได้เลย เพราะท่านหอบท่านดึงเอาไว้ นี่คือบารมีครูบารมีพระนารายณ์โดยเฉพาะ

    - ผงพิฆาตไพรี วิชานี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของสูงและของแรงครูแรงมาก ท่านว่าใช้ทางมหาอำนาจและอิทธิฤทธิ์ท่านว่าเพียงพกไว้ก็พอแล้ว เพราะว่าตัววิชาจริงๆนั้นพูดง่ายๆคือสามารถใช้ทำให้คนตายได้เลยทีเดียว ทั้งกำจัด แตกดับ ทำลาย พ่ายพินาศ พ่ออาจารย์ท่านว่าทำไว้ไม่ให้สูญซึ่งท่านก็ลงให้เต็มสูตร แต่ท่านว่าอย่าไปใช้ถึงขั้นนั้นเลยเอาแค่พกเฉยๆก็แรงมากแล้ว ท่านว่าเพียงพกอาราธนาไว้จะช่วยกำจัดอริที่เข้ามาเบียดเบียน แม้รุกรานก็พินาศ แม้คิดมุ่งร้ายหมายชีวิตก็พินาศฉิบหายเจ็บตายมีอันเป็นไปต่างต่างนานา พ่ออาจารย์ท่านว่าสมัยนี้อยู่กันยาก คนประจบสอพลอก็มีมาก คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ไม่อาจหยั่งน้ำจิตน้ำใจของคนที่เราสมาคมหรือร่วมงานร่วมชีวิตได้ ดังนั้นจึงทำให้กันไว้ดีกว่าแก้ทีหลัง วิชานี้ต่างคนต่างอยู่ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไม่รุกรานกัน ก็จะไม่มีเหตุการณ์สิ่งใดปรากฏ พ่ออาจารย์ท่านว่ายิ่งเราหมั่นเจริญพรหมวิหารตั้งจิตเป็นกุศลแผ่เมตตาอยู่เนืองๆ ตัวผงพิฆาตไพรีนี้จะยิ่งมีอานุภาพมาก ถึงกับกล่าวว่ายิ่งเราดีมากเท่าไหร่ผงก็จะยิ่งแรงมากขึ้นเท่านั้นเป็นเงาตามตัวทีเดียว

    - ผงวายุผ่าอัศกรรณ วิชานี้ท่านว่าเป็นวิชาของพระพาย เป็นวิชาสำคัญที่โดดเด่นและสามารถเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นคนที่โดดเด่นประสบความสำเร็จได้ ด้วยว่าจะช่วยให้เราชนะ ทำอะไรก็ดีกว่าคนอื่น เอาง่ายๆท่านว่าเจริญขึ้นจนคนมองและได้แต่มอง ตามอย่างไรพยายามเท่าไหร่ก็ตามไม่ทัน เหมือนดังวายุหรือพระพายที่พัดพานผ่ายอดเขาอัศกรรณนั้น ทั้งรวดเร็วและมีพลังรุนแรง ท่านว่าวิชานี้ก็เช่นกัน ช่วยให้สิ่งที่เราทำและคิดจะทำสำเร็จอย่างรดเร็ว และสำเร็จทันทีแบบรุนแรง มีอำนาจและพลังมาก ท่านว่าพกไว้ แล้วมันจะเปลี่ยนชีวิต เเม้เป็นคนเรียบๆง่ายๆก็ยังเด่นขึ้นมาได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าปกติวิชานี้จะปกปิดกันไว้แต่สมัยโบราณ ที่เจ้าพระยาพานทองทั้งหลายเวลาได้ดิบได้ดี เลื่อนขั้นเลื่อนยศ เลื่อนแล้วเลื่อนอีกแถมเลื่อนซ้ำอีก จนผู้คนสงสัยในขณะที่บางคนผ่านไปสี่สิบปีก็ยังอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ท่านว่าทำไว้เพราะชีวิตคนสมัยนี้มันมีการแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา เพราะเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลก จะเรียน จะรัก จะทำงาน จะทำธุรกิจ แม้แต่จะใช้ชีวิต ก็ทุกวันนี้มีเรื่องอะไรที่เราไม่ต้องแข่งกับคนอื่นเขาบ้าง ท่านว่าเอาตัวเองให้รอด เอาตัวเองให้ดี และอย่าดีธรรมดา ต้องดีแล้วดีอีก ดีจนคนอื่นตามไม่ทันนั่นทีเดียวถึงจะอยู่ได้

    - ผงยาแดงสายบรมครูโพมิงข่อง ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านได้รับมาจากครูท่าน จึงผสมลงไปในรุ่นนี้ดวย ท่านว่ายาแดงนี้ดีนัก ใครมีติดตัวมีแต่ดีวันดีคืน ดุจตนนั้นมีฤทธิ์เดชมากมีพลังกายสิทธิ์ ผสมใส่ไว้จะได้ทั่วถึงกันให้ผู้มีบุญสัมพันธ์กันนำไปใช้

    - ผงสุริยกาล ผงนี้เกิดจากสุริยะเทวราชเมื่อครั้งที่ได้เข้ากรรมบำเพ็ญตบะเพื่อจะดับรัศมีความร้อนในร่างกายพระองค์ให้บรรเทาลงเสีย ด้วยตบะกรรมแห่งพระอาทิตย์เทพจึงได้เกิดไคลตกลงมาเป็นตะกอนก้อนผง ท่านว่าผงนี้มีคุณอย่างวิเศษแม้ใครเดือดร้อนทุก์ใจเจอเรื่องร้ายอย่างใดก็ตามที ทุกสิ่งที่ว่าร้ายจะต้องกลายเป็นดี ทุกสิ่งที่เป็นกาลร้อนจะต้องสงบระงับไป เหลือแต่เพียงความสุขสมหวังความเจริญรุ่งเรืองเท่านั้น

    - ผงจันทรกาล เมื่อครั้งจันทรเทพได้ก่อเทวาสุรสงครามขึ้น พระองค์ได้เสด็จยังโลกมนุษย์เพื่อจะรวมกองทัพฝ่ายมนุษย์และเหล่าเทพอสูรต่อกรกับบรรดาเทพเจ้าทั้งหลาย ซึ่งกาลนั้นเองที่เป็นปฐมเหตุของตระกูลกษัตริย์จันทรวงศ์ที่จะสืบเชื้อสายต่อไปในชมพูทวีปได้อุบัติขึ้น ผงจันทรกาลจึงเกิดขึ้นเมื่อครานั้น เมื่อจันทรเทพได้บำเพ็ญตบะกรรมจนสำเร็จพิธีราชสูรยะ รัศมีของจันทรเทพก็สาดส่องไปกระทบกับมวลอากาศเกิดเป็นละอองขึ้นมา ซึ่งผงนี้เรียกว่าผงจันทรกาล เหล่านางฟ้า เทพธิดา อัปสรสวรรค์หรือแม้แต่นางพรายก็จะคอยเฝ้าไว้ด้วยความหวงแหน ซ้ำตนเองยังหลงใหลในผงนี้เสมอด้วยได้เห็นหน้าจันทรเทพอีกด้วย ท่านว่าเป็นที่สุดของผงทางเมตตามหานิยมเอาว่าขนาดนางฟ้ายังหลงเช่นนั้น

    - ผงกันปีศาจ กันภูติผี สัมภเวสี อสุรกายทุกชนิด ผงนี้จะกันการทำร้ายจากมือมืด หรือสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นในจำพวกมิจฉาทิฏฐิทั้งหมด

    - ผงกันเดรัจฉาน ใช้กันสัตว์เดรัจฉานต่างๆอันจะเป็นอุบัติเหตุให้เกิดแก่ชีวิตด้วยการทำร้ายเรา เช่น ช้าง โค กระบือ เสือ สิงห์ต่างๆบรรดามี

    - ผงกันข่ม ใช้กันข่มจกผู้มีอำนาจมากกว่า รวมไปถึงการกลั่นแกล้งต่างๆให้ชีวิตเราวิบัติจากทั้งไสยศาสตร์ การกระทำมนุษย์และอานุภาพดวงดาวต่างๆ ท่านว่ากันข่มทั้งหมดไม่ให้มีสิ่งแวดล้อมใดมาสะกด มาข่ม มากดหัวกดชีวิตเอาไว้

    - ผงอริพ่าย ผงนี้สำคัญนักและลงยากท่านว่าลงไว้ใช้รับกับทุกสถานการณ์ เมื่อผงนี้อยู่ตรงไหนจะทำอะไรก็ชนะเขาทั้งหมด ศัตรูพ่ายแพ้แข่งยังไงแกล้งอย่างไรก็ไม่มีวันชนะทำร้ายเราไม่สำเร็จเลย ท่านว่าโลกต่อไปเบื้องหน้าจะยิ่งน่ากลัวจะหาคนที่อยู่โดยไม่มีศัตรูนั้นยาก ต่อไปนี่แค่เขม่นตากันก็เกลียดชังกันแล้ว เรียกว่าเกลียดกันดื้อๆท่านว่าผงนี้จึงสำคัญมากเพราะใช้รับได้ทุกสถานการณ์

    - ผงกระต่ายแฝงคอ ท่านว่าตัวนี้เป็นแคล้วคลาด ทำอะไรเสี่ยงภัย เสี่ยงอันตรายไม่เจ็บเนื้อเจ็บต้ว ไม่เดือดเนื้อร้อนตัว แม้มีอัยอันตรายบังเกิดแก่ชีวิตก็เข้าไม่ถึงตัว อุปมาดั่งว่าไปสงครามที่มีการรบพุ่งกัน แม้ปืนต่างๆยิงมาก็ไม่ถูกแ้ปลายเส่นขนเราเลย

    - ผงฝนแสนห่ารำเพย ท่านว่าตัวนี้ใช้สะเดาะ เวลาติดอยู่ในสถานการณ์ไม่พึงประสงค์หรือหาทางออกไม่ได้ ก็จะเจอช่องเจอลู่ทางโดยง่าย ไม่มีปัญหาเหนี่ยวรั้งฉุดดึงเราไว้นาน ประดุจแม้ว่าต้องพันธนาการอันโหดร้ายก็ยังสะเดาะให้คลายออกจากสถานการณ์นั้นได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าชีวิตคนถ้ามัวแต่ทับถมซ้ำซากกับปัญหาเก่าปัญหาใหม่ชีวิตมันจะหาที่เจริญไม่ได้

    - ผงกลิ่นไตรภพจบสกล ท่านว่าตัวนี้เป็นมหาวิเศษอย่างแท้จริง แม้ชีวิตเต็มไปด้วยขวากหนามอุปสรรคอันตราย หรือต้องผจญด้วยศัตรูที่คิดร้ายมีพิษสงมากก็ทำอันตรายเราไม่ได้แพ้ภัยตัวเองทั้งสิ้น ดุจเดินเข้าหาเหยียบขวากหนามผจญด้วยสัตว์มีพิษมีคมทั้งหลายก็ล้วนทำอันตรายเนื้อตัวเราไม่ได้เลย ทั้งยังเป็นที่เสน่หาน่าชมเชยหลงใหล ถึงขั้นเสน่หาอาลัย ไม่เบื่อไม่คลาย ไม่ปรารถนาที่จะห่างไกลแก่ผูงชนและเพศตรงข้ามทั้งหลายซึ่งเราปรารถนา

    - ผงทำการใหญ่ ท่านว่าตัวนี้สำคัญศัตรูหมู่มารที่ผจญเราด้วยเวรกรรมกฏแห่งกรมหรือกฏแห่งปัจจุบันที่กระทำก็ดี จะทำร้ายเราไม่ได้ เสียรูปไม่นับเป็นขบวนทีเดียว มีอานุภาพมากดุจทำศึกแม้ศึกยังไม่เริ่มศัตรูก็ระส่ายระส่ำเช่นนั้น ท่านว่าชีวิตคนก็เหมือนศึกสงคราม เรื่องทางโลกมีแต่คู่แข่งทั้งนั้นตั้งแต่เรียนเป็นเด็กน้อยจนไปถึงเติบโตทำงานมีอาชีพสร้างครอบครัว ที่จะไม่แข่งขันดุจผจญศึกสงครามนั้นไม่มี ท่านว่าคิดเอาแล้วกันว่าถึงเวลาทำการใหญ่ ถึงเวลาเอาชัยประสบความสำเร็จแล้วรึยัง ท่านว่าชีวิตตัวเองก็ต้องคิดเอง นอกจากนี้ด้วยคุณวิชายังมีคุณถึงขนาดว่าแม้ผู้ใดก็ตามเป็นศัตรูเรา มีจิตคิดร้าย คิดไม่ซื่อกับเรา เพียงแค่เห็นตัวเราก็จะประหม่าสยองพองขนสยดสยอง พ่ออาจารย์ท่านว่ามีอำนาจเป็นที่คร้ามเกรงแก่บุคคลทั้งหลาย บุคคลใดชีวิตมีจุดหมาย คิดจะทำการใหญ่ ผจญด้วยข้าศึกศัตรูในสงครามชีวิต สงครามธุรกิจต่างๆประดามีทั้งในวงสังคมหรือราชการ ควรยิ่งที่จะต้องบูชาไว้

    - ผงกระทู้เจ็ดแบกฤทธิรณ ท่านว่าตัวนี้เหมือนคนอมตะดีๆนี่เอง ไม่ถึงที่ตายทำอย่างไรย่อมไม่ตาย ที่ว่าจะตายก่อนกรรมไปเป็นผีเป็นสัมภเวสีรอเวลานั้นไม่มี ต่อให้ทิ้งระเบิดมากลางอากาศ หรือใครจะสั่งจำสั่งฆ่าทุบตีอย่างไร ท่านว่าอันตรายมันพ้นร่างกายเราหมด เฉี่ยวไปพลาดไป ดุจเวรกรรมเคราะห์ร้ายหนักหนาอันใด แม้จะเกิดก็มีอันให้พลาดไปเช่นนั้นมาไม่ถึงไม่โดน ซ้ำยังมีคุณมากแม้ใครโกรธเคืองกันมาท่านว่าเห็นหน้าแล้วเมตตาโกรธไม่ลง ทำเป็นใช้เป็นพ่ออาจารย์ท่านว่านี่นับว่าอันตรายอย่างยิ่งทีเดียว เพราะสามารถนึกให้คนที่รักที่ชอบมาหาเราได้ แม้ไม่มาก็ให้เป็นไปถึงขนาดเป็นบ้าคลั่งไคล้ในจิตวิญญาณเสียสติดำรงค์ไว้ไม่ได้กลายเป็นคนวิกลจริตไป

    - ผงกลืนอากาศ ท่านว่าตัวนี้มีฤทธาอานุภาพอย่างมาก ก็ถึงขนาดดำน้ำดำดินล่องหนหายตัวได้ ดุจว่าศัตรูคิดร้ายมองไม่เห็นตัวเรา แม้นจวนตัวจริงๆก็ย่อมผ่านเราเลยเราไปแบบมองหาอากาศธาตุ ท่านว่าใครไม่ได้เรียนลึกซึ้งแค่ถือผงนี้ไว้จะให้ดำน้ำดำดินเดินอากาศได้นั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่เอาว่าศัตรูหรือภัยอันตรายที่จวนตัวจะมองเราเหมือนอากาศและผ่านเราไปแบบอากาศนั่นเอง แม้นเป็นถ้อยเป็นความกันอยู่ มีปากเสียงหรือถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล ท่านว่าสูญความ ถ้อยความทั้งหลายปัญหาทั้งปวงบรรดามีย่อมสูญหายอย่างน่าอัศจรรย์ ดุจถามหาอากาศ เอาผิดกับอากาศเช่นนั้น

    - ผงปราบจักรวาล ตัวนี้สำคัญยิ่งยวด พ่ออาจารย์ว่าปราบได้ทั้งจักรวาลทำอะไรชนะหมดแพ้ไม่เป็น มีอำนาจเกรงขามดุจกระทำบรรลือสีหนาท แม้จะลงเล่นการพนัน เสี่ยงโชค เสี่ยงดวงทั้งหลาย ท่านว่าเล่นไปเถอะ เอาผงใส่น้ำมันหอมเจิมหน้าเจิมตัวพูดได้ว่าทั้งชีวิตมีแต่ความสุขสดชื่นเบิกบานใจ ที่จะเหนื่อยจะเสียพนันมานั่งกังวลนั้นเป็นไม่มี แม่ใครมีถ้อยมีความโกรธเกลียดกันอยู่ท่านว่าเอาผงทำน้ำมนต์พรมๆใส่หัวเขาเห็นหน้าเรา ล้วนมีแต่รอยยิ้มจะยินดีรักกันเสมอประดุจบุตรแลธิดาตัวเอง แม้อาราธนาผงใส่ในแป้งหอมหรือน้ำมันมาทาตัวท่านว่าเป็นเสน่ห์ยิ่งนักรักกันสิ้นทั้งบ้านหลงใหลเราทั้งครอบครัว ท่านว่าตัวนี้สำคัญนักแม้แต่จะชุบจะปลุกแต่งให้มีฤทธานุภาพทำให้เป็นมหาปราบจักรวาลจะแต่งไปทำร้ายผู้ใดก็ล้วนทำได้

    - ผงสูบมหาสมุทรอลวล ตัวนี้มีฤทธานุภาพมาก แม้อยู่บนแผ่นพื้นปฐพีหากมีไพรีมีใครคิดทำร้ายเราเขาจะฝันจะรู้สึกเหมือนโดนพยนต์ต่อแตนกัดต่อยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พ่ออาจารย์ท่านว่าที่ว่าเป็นคนจะไม่เหยียบดินนั้นเป็นไม่มี แม้จะผจญด้วยผู้ใดก็จะสูบเอาโชคลาภวาสนาเขามาเพิ่มพูนให้ตนเองสิ้น ท่านว่าตัวนี้มีฤทธิมากหากทำเป็นใช้เสกหวายฟาดสมุทรสาครให้แห้งเหือดได้จะเกิดทุกข์เข็ญแก่สัตว์ผู้ยากด้วยปราศจากธารากระแสสินธิ์อันเป็นบ่อเกิดแห่งชีวิตที่ใช้ดื่มกินจำนวนมาก ท่านว่าเป็นอันตรายและไม่มีความจำเป็นต้องทำจำจะใช้เพียงอานุภาพทางดับล้างศัตรูเท่านั้นพอ

    - ผงสมุทรเกลื่อนกระจาย ท่านว่าให้เอาผงนี้ใส่ไว้ในกองถั่วเขียว(เอาองค์พระทำน้ำมนต์พรมกองถั่วก็ได้) แล้วเอาถั่วนั้นโปรยไปเถิดปรารถนาที่ดินหรือบ้านเมืองล้วนเป็นของเราสิ้นได้บ้านได้เมืองแล ตัวนี้ท่านว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปคงไม่มีใครมายกบ้านยกเมืองให้เราฟรีๆ เอาว่าปรารถนาอยากได้ที่ใครเขาไม่ขายให้ก็ไปทำดังนี้ก็ได้ หรือแม้แต่ปรารถนาจะให้จิตวิญญาณในสถานที่นั้น ทั้งจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ จิตวิญญาณปฐพีตลอดจนถึงจิตวิญญาณเจ้าของที่นั้น ตรงที่เราอยู่ เราทำงาน เราอาศัยอยู่ หรือเราต้องเข้าไปเกี่ยวข้องเพื่อผลประโยชน์ใดๆก็ดี ให้เขารักเรา เมตตาเรา จดจำเรา ให้คุณช่วยเหลือเฉพาะเราอย่างเต็มที่ ก็ให้เอาถั่วนั้นโปรยไปในสถานที่นั้นเถิด ผืนดินตรงนั้นจะตอบสนองให้คุณและเป็นสิริมงคลแก่การมาหา การอยู่อาศัย การประกอบกิจการ การทำงานของเราหนักหนา

    - ผงแร่เหล็กไหลกลางทุ่งหลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว แร่นี้เป็นในส่วนของขี้เหล็กไหลที่หลวงปู่บุญท่านเคยชี้จุดให้ศิษย์ฆราวาสไปขุดกลางทุ่งนครชัยศรี ครูฆราวาสของท่านนั้นเล่าว่าตอนขุดนี้มืดฟ้ามัวดินทีเดียว เป็นแร่ที่มีจิตวิญญาณรักษาอัญเชิญขึ้นมาได้ไม่มาก หลวงปู่บุญท่านได้นำมาอธิษฐานจิตในส่วนของพุทธคุ มีบดผสมพระบางส่วน และที่เหลือท่านก็มอบให้ศิษย์ไว้สืบต่อมาจนตกทอดถึงพ่ออาจารย์ ท่านว่าแร่นี้มีพุทธคุณแรงมากมีเทพยดาเข้ารักษาทุกอณูเมื่อนำมาผสมลงแล้วเทพยดานั้นก็จะเข้าอารักขาพระพิมพ์ไปด้วยเมื่อจะขอจะอธิษฐานอะไรกับองค์พระให้ทำจิตให้นิ่งสงบเพ่งจิตไปที่องค์ปฐมพรหมหรือจะใช้ฝึกสมาธิก็ได้ จิตจะปลอดโปร่ง แม้อธิษฐานสิ่งใดก็สำเร็จโดยเทวานุภาพ

    นอกจากนี้ท่านยังได้ผสมมวลสารต่างๆที่ได้ทำไว้ดีแล้วทั้งยันต์สำคัญต่างๆตามตำรับพิชัยสงครามซึ่งได้ลบถมเป็นผงวิเศษไว้ ทั้งยันต์มหาจักรพรรดิ์ มหาปราบ มหาระงับใหญ่ พุทธนิมิตร์ พระเจ้าปราบมาร พระเจ้าห้ามอาวุธ ยันต์นิโรธ พระเจ้าเข้านิโรธ ดั้นพงจักรวาฬ ปฐมอักขระ ยอดอักขระ นะธาตุ มงกุฎพระเจ้า มงกุฎแก้ว ยอดพระมหามงกุฎ กำบังนิทรา สกลชมภูธิบดี ปราบไตรจักร พระเจ้า 28 พระองค์ เทพชุมนุม เทพนิมิตร เทวาประสิทธิ พระแผลง พระวิปัสสิ พระเจ้าเสี่ยงบารมี พระยาราชสีห์ ตราพระราชสีห์ ตราราชสีห์โผน ตรามหาสีหนาท ตรามหาอำนาจ จักรแก้ว ยันต์จักรนารายณ์น้อยใหญ่ รัตน์ไตรจักร นารายณ์ถอดรูป แก้วบรมจักรพรรดิ์ แก้วมณีโชติ แก้วสารพัดนึก ไตรลักษณ์ สุกิตติมา โสฬสมงคล พระนวหรคุณ นวหรคุณ ไตรสรณคม พระไตรปิฎก มหาละลวย มหาวิเศษ ครอบจักรวาฬ มงคลจักรวาฬ 8 ทิศ พระสุริยาทรงกลด ยอดพระอรหาธิคุณ ท้าวมหาพรหม มหาพรหมส่องโลก มหาจักรอนันตคุณ มหาชัยมงคล บารมี 30 ทัศ บารมีทศชาติ จักรวาฬครอบ ยันต์พิไชยสงคราม นเรศวรปราบหงสา พระพุทธเจ้าห้ามญาติ พระเจ้าห้ามทุกข์ จตุพุทธา พระเจ้านอโม นกคุ้มผู้เมีย พระยากา เกราะเพชรพระพุทธเจ้า เกราะเพชร ตาข่ายเพชร กรงทอง กรงทองทรงเครื่อง กันโรคระบาท อนันตนาคราช มหาประสระ เทพรำลึก กันกระทำ แสนสากเหล็ก......แล้วจึงรวบรวมผงวิเศษและว่านยาต่างๆทั้ง ไพรดำสาลิกา เทพรำพึง เทพรำลึก ดอกทอง มหาเสน่ห์ กะลาตาเดียว ธาตุแม่โพสพ กฤษนา กะลำพัก ขอนดอก ชมด พิมเสน พิกุล บุญนาก กาหลง บัวเผื่อน สัตบุตร สัตบรรณ บัวหลวง ชงโค โยทกา สวาท หนาด พุท มะกรูด ส้มป่อย จำปา กุหลาบ อังกาบ คันทรง สาวหลง จันขาว จันแดง มะลิวัล มะลิซ้อน มะลิลา ญาณรังสี สหัสรังสี ฉัพรรณรังสี มรกต เหล็กไหล ศรีมหาโพธิ์ สหรีพันต้น ผงคตวิเศษสามตระกูลอาทิคตพืช คตสัตว์จตุบท คตสัตว์ทวิบาท ผงกูโบ๊ท ผงจักรพรรดิ์ ผงเศรษฐีทั้งหก ผงวิชาเศรษฐีทั้งเก้า ผงอิทธิเจ ผงตรีนิสิงเห ผงมหาราช ผงพุทธคุณ ผงปถมัง ผงปถมังเก้าวรรค ผงปถมังเก้าชั้น ผงสุริยะประภา ผงจันทรประภา ผงเศรษฐี ผงเงินล้าน ผงมหากัน มหาเมตตา มหานิทรา มหาถอน และอื่นๆ

    พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์ปฐมพรหมเนื้อมหามวลสารเช่นนี้เป็นของมีอานุภาพมาก ด้วยมีคุณวิเศษสามารถช่วยให้ผู้บูชาแหวกว่ายพ้นจากอุปสรรค ปัญหา ความขัดสนทั้งมวล พ่ออาจารย์ท่านว่า
    1. ชีวิตที่ล่มจม ล้มเหลว
    2. ชีวิตที่อดอยากยากจน
    3. ชีวิตอันมีภัยคุกคาม
    4. ชีวิตที่มีอุปสรรคและปัญหา
    5. ชีวิตที่ตกต่ำหาความสุขมิใคร่พบ
    ท่านว่าทุกสิ่งเหล่านี้ รวมไปถึงสิ่งที่มากกว่านี้แต่ท่านไม่สามารถบอกกล่าวออกมาได้เพราะเบื้องบนเขาไม่ให้ท่านพูด ท่านว่าข้างบนเค้าต้องการให้คนขวนขวายกันเองบ้างไม่ใช่ชี้นำเขาไปทั้งหมด ท่านว่าเอาประมาณนี้ก็พอทุกสิ่งเหล่านี้ที่ดำรงค์อยู่จะแหวกออก ให้เราสามารถเอาชนะและพ้นจากเคราะห์ซ้ำกรรมซัดทั้งปวงเหล่านี้ได้ พ้นจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย นำมาถึงซึ่งชีวิตใหม่ การเริ่มต้นใหม่ ด้วยอำนาจบารมีเฉพาะทางขององค์ปฐมพรหมผู้ประเสริฐและเก่งที่สุดในสามโลก ท่านจะช่วยให้ชีวิตเบื้องหน้าของเรานั้นพบแต่ความสุขความเจริญ ความสมหวัง ความสำเร็จในกิจทั้งปวง จะหาอุปสรรคและความตกต่ำอันใดมิได้เลย พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้กาลเบื้องหน้าถ้าเจอเหตุการณ์อะไรอันจิตเราไม่พึงประสงค์ เพียงยกมือวันทากล่าวอาราธนาขอบารมีองค์ปฐมพรหมมาคุ้มเกรงตัวตนโดยพลัน กาลอันไม่พึงประสงค์เหล่านั้นย่อมผ่านไปไม่กล้ำกรายหรือทำลายเราลงได้แต่อย่างใด

    มงคลสาปสวรรค์เหรียญครูเปิดพลังจักรวาลอิสีทุรวาสะ(ฝังด้านหลัง)

    " อุทาหรณ์อันใด อันจะพึงเป็นไปมิได้ก็ดี ด้วยแรงครูพระฤาษีทุรวาสนั้น ย่อมจะดำเนินเรื่องราวให้เกิดขึ้นได้ "

    ด้วยชีวิตคนนั้นย่อมผ่านเหตุการณ์ต่างๆบรรดามี อันความคิดและการกระทำทั้งหลาย หลายสิ่งเป็นได้เพียงภาพฝัน แม้จะเพียรพยายามเท่าไหร่ก็ไม่มีวันสำเร็จหรือกระทำให้เกิดขึ้นมาได้ ด้วยชีวิตคนผู้นั้นยังขาดซึ่งพลังงาน และผู้ช่วยอันจะมาเชื่อมเหตุการณ์อีกทั้งดำเนินเรื่องราวต่างๆให้เกิดขึ้นนั่นเอง ด้วยการดำเนินเรื่องราวดุจฉากละครแห่งพระผู้เป็นเจ้านั้นแม้สิ่งที่ไม่เคยเกิด สิ่งที่เป็นได้เพียงแค่ความคิดและภาพฝัน ก็ย่อมอุบัติขึ้นได้ อำนาจแรงครูนั้น สำคัญไฉน ทำไมต้องเป็นพระฤาษีทุรวาส พ่ออาจารย์นั้นท่านว่าอันองค์ครูทุรวาสนี้มีฤทธานุภาพสูงด้วยเกิดขึ้นมาแต่อำนาจโทสะของพระศิวะเจ้า ดังนั้นการกระทำใดๆของท่านก็ดี ล้วนแต่ตัดสินใจฉับพลันทันทีทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ยอมใคร ไม่เห็นแก่หน้าใคร และไม่เกรงแม้เทพ เทวดาหน้าไหนไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กก็ดี

    โดยจริงแท้นั้นเพียงแค่นามทุรวาสะปรากฏขึ้น ทั่วทุกโลกธาตุแม้เทพยดาตลอดจนอินทราหรือมวลอสูร ย่อมเกรงกลัวและหวาดผวาในนามนี้อย่างถึงที่สุด แท้จริงนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าพระฤาษีทุรวาส คือปางหนึ่งขององค์พระศิวะที่เกิดมาเพื่อดำเนินเรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญต่างๆให้เป็นไปอย่างรวดเร็วนั่นเอง สิ่งอันใดที่จะเกิดขึ้นและได้รับการแก้ไขหากแต่ต้องยั้งรอระยะเวลาอันยาวนานที่ระบุหน่วยวัดไม่ได้ ก็ได้อาศัยคำสาปและพรต่างๆของพระฤาษีทุรวาสนั้นดลให้เกิดขึ้นในฉับพลันทันที

    ด้วยความเป็นหนึ่งในมหาจักรวาลอันยากจะหาใครเปรียบ กอปรกับนิสัยอันมีมาแต่ชาติกำเนิดที่ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน แม้นดีก็ได้ชื่อว่าดีใจหาย แม้นช่วยใครก็จะได้รับการประสาทพรอันวิเศษสูงสุดที่ยากเกินกว่ามนุษย์และเทพยดาใดๆจะจินตนาการนึกถึง แต่หากมุ่งร้ายและปรากฏความเป็นศัตรูแก่ผู้ใดแล้ว ย่อมจองเวรอาฆาตด้วยคำสาปอันได้ชื่อว่าอำมหิตสูงสุดจนถึงแก่ความวิบัติฉิบหาย...ด้วยพระฤาษีทุรวาสนี้ได้ชื่อว่ามีฤทธิ์ด้วยอำนาจตบะเฉพาะตนแลวาจาปกาศิตสูงสุดของท่าน พ่ออาจารย์ท่านจึงได้สร้างมงคลบูชาครูด้วยเล็งเห็นคุณวิเศษเฉพาะตนอันหาผู้ใดเสมอเหมือนมิได้ของพระฤาษีทุรวาสเพื่อน้อมให้ผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายได้อาราธนา

    พ่ออาจารย์ท่านเห็นว่านอกจากคำสาปที่สุดแสนอำมหิตจนเป็นบ่อเกิดของสงครามมากมายหลายยุค หลายเผ่าพันธุ์แล้ว แม้คำพรของท่านก็ถือได้ว่าเป็นยอดแห่งคำอวยพรที่มีฤทธานุภาพอันประเสริฐกว่าเทพยดาทั้งหลายด้วยเช่นกัน กล่าวได้ว่าแม้ใครได้สักการะบูชาด้วยใจศรัทธาและอ่อนน้อมถ่อมตน ท่านก็จะดีด้วยอย่างถึงที่สุดแบบเรียกว่าเวลาดีก็จะดีใจหาย ประสิทธิประสาทพรอันจำเป็นต่อเหตุการณ์ทั้งในปัจจุบันและอนาคตครอบคลุมถ้วนทั่ว ซ้ำยังคุ้มเกรงให้ปัจจามิตรที่คิดร้ายมอดดับถึงคราพินาศราพณาสูร

    ตรงนี้คือสิ่งสำคัญ ท่านว่าครูทุรวาสนี้เวลาเชิญมานั้นหากเป็นเรื่องช่วยคนท่านจะยินดีมาก หากใครมีตาในจะรู้ได้ ที่ว่าโหด ว่าดุ ว่าอำมหิตนี้ แต่กับผู้ศรัทธาท่านกลับใจดีๆสุดเหมือนคุณปู่คุณตาร่วมสายตระกูลนั่นทีเดียว ซ้ำคำอวยพรแต่ละอย่างที่ให้ไปนั้น ล้วนแต่ครอบคลุมเหตุการณ์ทั้งปัจจุบันแลอนาคต ด้วยญาณทัศนะของท่านที่พึงรู้ว่ากรรมของสัตว์ใดจะดำเนินไปในรูปแบบใดและอุปนิสัยการให้พรนี้ย่อมไม่เหมือนผู้อื่นด้วยท่านจะแก้ไขวาระกรรมนั้นให้โลดแล่นและได้ดีเป็นเกียรติยศสูงสุดในชีวิต สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเหนืออารมณ์โกรธและดุร้ายในภาพลักษณ์ที่แสดงออกมานั้น ท่านมีความใจดีและความห่วงใยสานุศิษย์อย่างถึงที่สุด ตรงนี้หากปราศจากความเมตตาในจิตใจแล้วย่อมไม่เกิดขึ้นเลย

    แต่การสร้างพระฤาษีทุรวาสนั้นย่อมยากและมีอาถรรพ์ล้นปรี่อย่างถึงที่สุดจะเห็นได้จากที่มีหลายคนขอให้พ่ออาจารย์สร้างหรือแกะเป็นมงคลประจำกายให้มาตลอดท่านก็ไม่เคยทำให้ เหตุด้วยว่าแรงครูสูงและเมื่อจะทำนั้นจะทำเล่นๆตามแต่อารมณ์มิได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านพูดแบบตรงๆนะ หนนี้เราไม่ได้ทำเอาสวยหรือปราณีตใดๆเลย แต่เราทำแบบโบราณที่เอาขลังและพลังงานศักดิ์สิทธิ์เข้าว่า ด้วยท่านใช้เวทย์สวรรค์ลงมนต์กูโบ๊สด้วยวิชาเปิดพลังจักรวาลในแผ่นกายสิทธิ์ธาตุเพื่อเป็นชนวนตั้งต้น พ่ออาจารย์ว่าการเปิดพลังงานจักรวาลและดึงเข้าเครื่องมงคลนี้ จะเป็นแหล่งพลังงานอันอนันต์ตลอดไปให้กับกายสิทธิ์ธาตุก่อนนำมาขึ้นรูปเป็นพระฤาษีทุรวาสซึ่งท่านไม่เคยทำเช่นนี้ในเครื่องมงคลใดๆ ทำไมต้องเปิดพลังงานจักรวาล พ่ออาจารย์ท่านว่าการเปิดพลังงานจักรวาลนั้นคือเปิดพลังงานแห่งการเคลื่อนไหว พลังงานที่ให้กำเนิดชีวิต มหาธาตุ และสสารต่างๆ เป็นพลังงานที่จะผลักดันและดำเนินเรื่องราวต่างๆให้เป็นไปในแบบที่ควรจะเป็น

    ท่านหล่อหลอมธาตุ เชิญครู ประจุพลังงานด้วยเวทย์วิชาศักดิ์สิทธิ์ ทั้งยังอาราธนาขอเมตตาจากครูทุรวาสะให้กระทำให้อย่างถึงที่สุด เพื่อให้ออกไปคุ้มเกรงผู้อาราธนาต่อสู้ฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคต่างๆ โดยเหรียญหล่อนั้นรูปลักษณ์จะเหี่ยวย่นเหมือนผิวคนแก่ เหมือนหนังช้าง เหมือนโยคีโบราณอย่างน่าอัศจรรย์เป็นที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่าสวยแบบโบราณๆมงคลบูชาครูนี้พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าเหมาะแก่คนชอบของแรงๆ เป็นมงคลอาถรรพ์ ที่จะเปิดพลังงานจักรวาลเปลี่ยนอาถรรพ์ชีวิต พร้อมด้วยบารมีของพระฤาษีทุรวาสที่จะดำเนินเรื่องราวเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆให้ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีและงอกงามขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ ท่านว่าหากปรารถนาเพียงแค่เรื่องมงคลชั่วครั้งชั่วคราวก็อย่าเอาไป แต่หากปรารถนาสิ่งดีๆให้เข้ามาอย่างน่าใจหายและตกตะลึงอันนั้นถึงจะเหมาะกัน ด้วยองค์ฤาษีทุรวาสนั้นท่านมีฤทธิ์มาก ถึงขนาดสาปฟ้า สาปสวรรค์ สาปเทวดาถ้วนมหาจักรวาลให้ตกอยู่ในห้วงคำสาปท่านมาแล้ว ดังนั้นเหรียญนี้คนที่บูชาเทวดาเขาจะยำเกรง ซ้ำหากในอดีตชาติมีเจ้ากรรมนายเวรหรือผู้มีตบะญาณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดอาฆาตทำร้ายเราอยู่ด้วยชาติเวรทั้งหลายก็ดี เมื่อเราอาราธนาพระทุรวาสฤาษีนี้ เค้าจะปลดเปลื้องวาระกรรมออกให้ด้วยเกรงในอำนาจตบะบารมีของพระฤาษีที่ร้อนแรงดุจเพลิงแผดเผา

    ท่านมักจะพูดเสมอว่าของเช่นนี้ไม่มีผู้ใดเขาทำกัน บรมครูที่ยิ่งใหญ่ดั่งฤาษีทุรวาสนั้นท่านมีอารมณ์รุนแรง รักแรง เกลียดแรง เวลาช่วยเหลือค้ำจุนใครท่านทำด้วยเกียรติยศของท่าน ไม่ช่วยขอไปทีหรือทำเล่นๆ ดังนั้นใครที่บูชาครูทุรวาส เราถือว่าเขาโชคดีที่มีบุญอยู่บ้าง พอให้ได้เจอกับครูสำคัญที่จะเปลี่ยนชะตาเขาไปตลอดกาลผู้นี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าอีกเรื่องหนึ่ง ที่คนบูชาต้องพึงจดจำไว้ ว่านั่นจะเป็นอำนาจวิเศษที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อรับพระทุรวาสะของเราไปบูชา นั่นคือการเปลี่ยนแปลงของอำนาจวาจา วาจาที่กล่าวออกไปทั้งหลายก็ดี จะมีอำนาจบงการคนและชีวิตรอบข้างได้ หากอาราธนาจนครูท่านเมตตาและอาคมตลอดจนบารมีอันเป็นสิ่งเฉพาะตนซึมเข้าเนื้อเข้ากระดูกแล้ว วาจาก็จะยิ่งมีอานุภาพรุนแรงดุจคำปกาศิตที่จะให้พรหรือสาปแช่งผู้อื่นได้

    ข้อควรจำ
    - สิ่งแรกที่ควรทำคือฝากตัวเป็นศิษย์ท่านด้วยความตั้งใจอย่างแท้จริง มีเครื่องบูชาครูง่ายๆเพียงน้ำชา น้ำเปล่า ดอกไม้หอม และให้พูดเออออไปเองว่าท่านรับแล้ว จากนั้นให้ขอพรท่านให้คุ้มเกรงชีวิตเราตลอดไป
    - การบูชาครูทุรวาสนั้นไม่ควรมุ่งร้ายหรือไปขอให้ท่านสาปแช่งใคร เพราะลำพังบารมีท่านคุ้มเกรงชีวิตเราหากมีผู้ใดคิดร้าย คนผู้นั้นก็แทบจะหนีไม่พ้นภัยพิบัติอันเกิดจากอารมณ์โทสะของครูท่านที่จะจะปกป้องเราเวลามีคนมาปองร้ายสานุศิษย์อยู่แล้ว
    - หมั่นพูดแต่สิ่งดีๆ เวลากราบไหว้ขอพร ควรขอแต่สิ่งดีงามอันเป็นมงคลเป็นเกียรติยศแก่ชีวิต
    - หากมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ พ่ออาจารย์ท่านให้จุดธูปสิบหกดอก บอกกล่าวเล่าให้ครูทุรวาสฟัง ท่านว่าใช้คำว่าเล่า เรามีเรื่องอึดอัดคับข้องใจประการใดก็ดี ไปพูด ไปเล่าให้ท่านฟัง ว่ามันทุกข์มาก มันลำบาก มันหาทางออกไม่ได้ ใครทำร้ายเราอะไร ชีวิตนี้มันไม่มีทางให้เดินอย่างไรก็พูดไป เล่าออกไป เหมือนฟ้องร้องต่อท่าน พยายามพูดกับท่านบอกท่านให้มากๆ ขอให้ทำด้วยความจริงใจและออกมาจากน้ำใจจริงๆของเรา พ่ออาจารย์ว่าอย่าว่าแต่มนุษย์เลย แม้เราดำรงค์อยู่ในสุจริตยุติธรรมแล้ว แม้คู่กรณีเป็นเทวดาบนสวรรค์ท่านก็จะไปเอาความให้
    - เมื่อถึงกาลแห่งทุกข์หรือรู้สึกว่าตนเองนั้นมีสิ่งผิดปกติในร่างกาย แม้แต่เกรงว่าจะต้องคุณโดนของรึมนต์ดำอาถรรพ์ใดๆก็ดี ให้อาราธนาครูทำน้ำเทพมนต์รดอาบดื่มกิน ก็จะชะล้างคุณไสยทั้งหลายลงได้ ซ้ำยังลดและสะกดอาถรรพ์ร้ายทั้งหลายจากภายในร่างกายและดวงชะตาของตนอีกด้วย
    - หากปรารถนาสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรืออยากให้ชีวิตดำเนินและเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรด้วยความรวดเร็ว พ่ออาจารย์ท่านให้เอากระดาษลงวันเดือนปีเกิดและชื่อนามสกุลตนเอง เอารูปครูทับไว้สามวันอธิษฐานขอให้ท่านเปลี่ยนแปลงวาสนาในชะตาชีวิต พร้อมกับขอพรด้วยวาจาปกาศิตขององค์ท่านให้ชีวิตสำเร็จในเรื่อง....ใดๆตามแต่ปรารถนา
    - ครูท่านชอบดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม เมื่อจะไหว้หรือมีใจน้อมกตัญญูอยากจะบูชาพระคุณท่านก็ถวายเพียงน้ำเปล่าน้ำชา และดอกไม้ชนิดใดก็ได้ที่มีกลิ่นหอม จะสามอย่าง ห้าอย่าง เก้าอย่าง ก็ตามแต่สะดวกและความพึงใจของตน แม้เมื่อจะบนบานศาลกล่าวสิ่งใดก็ให้บนด้วยดอกไม้หอมเพียงเท่านั้น งดการถวายเนื้อสัตว์และของคาวใดๆทั้งสิ้น

    คาถาบูชา
    โอม ทุรวาสะ อิสีเทวะ นะโม นะมะฮา
    เสกปากให้วาจามีกำลังมาก ด้วยเดชเดชะ ครั้นกูอ้าปากคราใดให้เสียงกูใสเสมอนกการเวกอันร้องอยู่ในท้องพระเวหา ให้เสียงกูดังประหนึ่งพื้นพสุธาสั่นไหว แม้เสียงกูไปต้องขุนเขาก็แหลกราน เสียงกูดังไกลไปถึงมหาพรหมในสถานอกนิษฐ์ เทพทุกฟ้าพรหมทุกสถานให้แล่นมาฟังเสียงกู เสียงกูนี้ดังปานฆ้องเก้าใบ ระฆังหมื่นลูก กังวาลเหมือนเสียงช้างสาร ห้าวหาญปานพญาราชสีห์ ให้เสียงกูนี้ปราบแผ่นดินและหัวใจผู้คน โอมศรี พรหม ปัญโญ ปัญญัง สัพพะกาลัง สะหุม

    ### นอกจากนั้นท่านยังได้ฝังตะกรุดดอกเล็กๆล้อมรอบเป็นดั่งรัศมีองค์ทุรวาสไว้ ด้วยตะกรุดดอกเล็กแต่ละดอกนั้นสำคัญนักเป็นวิชาในสายอินทร์พรหมชั้นสูง เพราะเป็นตะกรุดหัวใจที่ท่านสร้างและเสกพร้อมตะกรุดรุ่นเก่าดอกใหญ่สำคัญๆในรุ่นต่างๆนำมาฝังไว้นั่นเองท่านว่าใช้แทนกันได้ ทั้ง 5 ดอกอันเป็นหัวใจนั้นจะได้นำรายละเอียดมาลงอ้างอิงไว้อันประกอบไปด้วย

    1. ตะกรุดผูกเงื่อนพันธะมหาสัญญา ดอกนี้เป็นยอดตะกรุดที่ใช้ได้หลายทาง พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าเป็นวิชาในสายสัญญาด้วยส่วนหนึ่ง เนื่องจากคนเรานั้นปราศจากสัญญาในจุดนี้ ไม่มีความจำได้หมายรู้ เวลาจะทำอะไร แม้บางครั้งอาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านก็ไม่ช่วยเหลือ เพราะว่าไม่เคยมีพันธะต่อกันมาก่อน ดังนั้นแต่ละพระองค์จึงไม่ถือเป็นธุระไป
    ตะกรุดนี้เป็นวิชาในสายมหาพรหมของท้าวสนังกุมารพรหม ด้วยว่าอยู่เหนือกฏธรรมชาติใดๆ โดยตัววิชาเองได้ผูกเงื่อนสร้างพันธะในส่วนของมหาสัญญาขึ้นมา เมื่อสัญญาก่อเกิดแล้ว ความผูกพันธ์ ความช่วยเหลือเกื้อกูลก็จะตามมา เนื่องจากหลายคนประสบเหตุทำนองเดียวกัน พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ทำวิชานี้ขึ้นมา ด้วยว่าจริงๆวิชานี้มีดีอยู่หลายด้านแต่จะหนักไปทางเสน่ห์และโภคทรัพย์พร้อมๆกัน ท่านว่าไม่ใช่เพียงเท่านั้น คนใช้จะดูมีราศีมีหน้ามีตามากขึ้น พูดได้ง่ายๆว่าดูดี ในส่วนของวิชาเงื่อนพันธะมหาสัญญานี้ จะต่างจากวิชาอื่น พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าพอมีสัญญาเกิดระหว่างกัน นอกจากขออะไรแล้วฟ้าจะสงสารเทวดาเขาจะเห็นใจ นอกจากนี้คนที่ยังโสดก็จะมีคู่ จะมีดวงเรื่องคู่ครอง ปรารถนาใครก็อธิษฐานเอาเลยเพราะสัญญาของเค้าและของเรานั้นได้ผูกเข้ากันแล้ว เรามีสัญญาระหว่างกันเกิดขึ้นแล้ว มันแก้เคล็ดตรงนี้ได้อีกส่วนหนึ่งด้วย คนเกลียดกันไม่รักไม่ลงรอยกัน เค้าจะหายโกรธเกลียดเราทันที
    นอกจากนี้ท่านยังบอกว่าวิชานี้เป็นวิชาในสายพรหม เวลาอาราธนาสวมคอใส่ไปไหนเหมือนเธอครอบศรีษะมหาพรหมลงไว้ในหัวของตนเอง มีแรงครูมหาพรหมซ่อนรูปอยู่กับตัวเสมอๆ จริงๆแล้ววิชาในส่วนของท้าวมหาพรหมแต่ละพระองค์นั้น ส่วนมากจะดีเรื่องเสน่ห์ในตัวอยู่แล้ว อย่าทำตัวเจ้าชู้ที่ไหนเลยนะ อย่าไปให้ความหวังใคร เพราะเค้าจะรักจะปรารถนาเราได้ง่ายๆ
    เวลาลงนั้น ท่านว่าหายากทำยากมากนักเพราะต้องลงในยามที่ดาวเกตุสถิตย์เป็นฐานของวันเวลานั้น และต้องชนเข้ากับฤกษ์อันเป็นศุภมงคลด้วย พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่า เพราะว่ามนุษย์นั้นด้วยว่าบางคนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจช่วยเหลือเกื้อกูลใดๆได้ ดังนั้นท่านจึงดึงอำนาจของดาวเกตุมาช่วยโดยตรงเพื่อเสริมเข้าไปอีกแรง ให้นามสัมพันธุ์กับรูป จิตวิญญาณสิ่งลี้ลับตลอดจนทวยเทพต่างๆสามารถสื่อสารและเข้าถึงผู้บูชา ซ้ำติดตัวไว้จะได้มีญาณหยั่งรู้ในตัวเองที่แม่นยำขึ้น
    ตะกรุดนี้ให้เอาติดตัวกันไว้ ท่านว่าดีนัก มันจะช่วยลบและกลืนกินความมัวหมองในร่างกายของเรา ด้วยวิชาพรหมนั้นเมื่อถือไว้ก็เป็นสง่าราศีอยู่มากแล้ว ตอนเสกเสร็จท่านว่าเห็นรัศมีขององค์ท้าวมหาพรหมอยู่ในตะกรุดทุกดอก รัศมีนี้คือแสงสว่างที่เรืองไปได้ทั่วทั้งแสนโกฏิจักรวาล ด้วยรัศมีพรหมนี้จะท่องเที่ยวไปในมหาทิศใด ก็สุดแต่ใจปรารถนาเถิด เปิดกันให้หมดเลย ไม่มีอะไรขวางกั้น ใช่แต่ดีเรื่องเสน่ห์ จะแสวงหาโชคลาภใดๆก็บนบอกกับท่านได้ ตะกรุดนี้เป็นตะกรุดสายเสน่ห์ขั้นสูง
    ตะกรุดผูกเงื่อนพันธะมหาสัญญานี้ อย่าเอาไปใช้เล่นๆ แค่พกติดตัวแม้ไม่อธิษฐานหรือภาวนาคาถาใดๆก็เป็นสิริมงคลอย่างสูงแล้ว มันจะดึงสัตว์ ดึงคู่ ดึงสิ่งที่เราปรารถนา ทั้งโชคลาภ ให้เข้ามาหาเราเอง ด้วยอำนาจแห่งพระยันต์และพระเวทย์นั้นได้ผูกเอาไว้หมดแล้ว จากที่ไม่เคยมี ก็มีได้ เพราะเราแก้ทางแก้อาถรรพ์ไว้แล้วด้วยการผูกการสร้างขึ้นใหม่

    2. ตะกรุดคุณพระแก้กรรม(ตำรับท้าวสหัมบดีพรหมสงเคราะห์) " นับเเต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน เมื่อกำเนิดสรรพชีวิตขึ้นมา กาลเวลาผ่านไป ชีวิตเหล่านั้นได้วนเวียนอยู่ในวัฏฏสงสาร เขาไหลไปตามกรรม ตามวาระ ตามกาลเวลาของเขาเเต่ละรูปนาม จะหาที่เสมอเหมือนกันนี่บ่มิได้ "
    พ่ออาจารย์พล ท่านเคยมีนิมิตรถึงท้าวมหาพรหมผู้เป็นใหญ่ในโลกทิพย์ ซึ่งก็คือท้าวสหัมบดีบรมพรหม ครูใหญ่สายพรหมของท่าน ได้กล่าวเอื้อนเอ่ยด้วยความเป็นห่วง "ด้วยกลัวภัยอันเกิดจากเคราะห์กรรมนานัปประการจะเกิดแก่สรรพชีวิต เพราะยุคนี้โลกเสื่อมทรามลงนักหนา" จึงได้มอบวิชาบอกวิธีทำของวิเศษอย่างหนึ่งไว้กับพ่ออาจารย์ ท่านว่าเมื่อเห็นถึงเวลาตามสมควรเเล้ว ก็ให้ทำซะ เเต่เราเเละเธอคงช่วยมนุษย์เหล่านั้นได้เพียงหยิบมือ เฉพาะคนที่มีวาสนาเกื้อกูลกับเราเเละเธอ จะช่วยทั้งหมดนั้นคงเป็นไปไม่ได้ พ่ออาจารย์ท่านจึงทำของวิเศษขึ้นมาประกอบพิธีกรรมครบตามที่องค์ครูท้าวสหัมบดีบรมพรหมกำหนดซึ่งจะเเจ้งแบบละเอียดอีกครั้ง ท่านทำเสร็จตามพิธีท่านก็เก็บไว้ มองฟ้า รอเวลาให้ถึงพร้อมบรรจบกัน ทำเก็บไว้เช่นนั้น รอว่าเมื่อไหร่จะได้เอาออกมาช่วยผู้ที่มีวาสนาตามปกาศิตท้าวบรมพรหมท่าน
    ความทุกข์หลากหลายชนิด หลายรูปแบบ ที่มีคนบอกเล่า ขอความเมตตาขอความช่วยเหลือมาทางพ่ออาจารย์นั้น เริ่มมีมากขึ้นเยอะขึ้น ไม่ว่าจะมีทุกข์จากดาวนพเคราะห์ จากชะตาชีวิต จากกฏแห่งเวรกรรมตามวัฏฏสงสาร จากเจ้ากรรมนายเวรในอดีตที่ชาตินี้เราไม่รู้อะไรด้วยตามเล่นงานหลอกหลอน จากศัตรูหมู่มารเทวดาอันธพาลทั้งหลาย จากความทุกข์ทวีมากขึ้นสู่ทุกข์เข็ญ ตกยาก ลำบากอึดอัดคับข้องใจ จากความปรารถนา จากหน้าที่การงานต่างๆ พ่ออาจารย์ท่านก็เป็นกังวลตามไปด้วย จนกระทั่งที่ผ่านมาท่านได้ทำพิธีเสกเครื่องมงคล ท่านได้เห็นจิ้งจกเผือก 9 หาง มาปรากฏตตรงหน้าของท่าน พ่ออาจารย์ท่านจึงกำหนดจิตดู เพราะท่านเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยเวลาปฏิบัติธรรมสั่งสมกำลังบารมี ซึ่งพญาจิ้งจกนี้ คือร่างจำแลงของเทพเจ้าหรือมหาพรหมชั้นสูงลงมาเพื่อจะเเจ้งเหตุบอกกล่าว หรือร่วมอนุโมทนาในการปฏิบัติธรรมทั้งหลาย ซึ่งหลังจากท่านกำหนดจิตดูแล้วก็แจ้งแก่ใจว่าคือใคร เเละท่านดีใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อทราบว่าครูบรมพรหมของท่านอนุญาติ ให้เอาของวิเศษสิ่งนี้ออกไปโปรดสัตว์ช่วยเหลือหมู่ชนได้เเล้ว ด้วยความทุกข์ร้อนหนักหนาสาหัสของมนุษย์ในปัจจุบันนั้นได้กลายเป็นอาณัติสัญญาณส่งขึ้นไปถึงพรหมโลก
    ของวิเศษที่ว่านี้ ก็คือตะกรุดคุณพระเเก้กรรมนั่นเอง พ่ออาจารย์บอกว่าสมัยนี้ คนเราเวลาเดือดร้อนนี่น่ากลัวมาก เพราะเขาจะทุรนทุรายหาทางออกหาทางเอาตัวรอด ทำให้โดนหลอกโดนต้ม จากพวกบรรดาหมอดู คนทรงเจ้าเข้าผีหรือเดรัจฉานวิชาฝ่ายต่ำต่างๆ จากที่ยิ่งเดือดร้อนอยู่เเล้ว กลายเป็นยิ่งทุกข์หนักขึ้นไปอีก ท่านว่าท่านจึงสนองโองการพรหมเทพคือท้าวสหัมบดี ได้ทำตะกรุดมหาวิเศษชุดนี้ขึ้น เพื่อผู้ที่ได้ไปจะได้มั่นใจเเละมีหลักประกันในชีวิตตนเอง ไม่ต้องไปโดนใครเขาหลอก ซึ่งตะกรุดคุณพระแก้กรรมนั้น เป็นตะกรุดที่ทำยากมาก เพราะกว่าจะทำเเล้วเสร็จใน ชุดหนึ่งๆนั้น ต้องกินระยะเวลายาวนาน ถึง 9 ปี เมื่อพ่ออาจารย์ได้ลงอักขระยันต์บนแผ่นตะกั่วเเล้ว ทั้งด้านหน้าเเละหลังเต็มสูตรตามสูตรวิชาของบรมครูผู้เป็นใหญ่ ท่านได้นำมาอธิษฐานจิตด้วยตัวท่านเองกำหนดอารมณ์ใส่วิชาเเละพระคาถาตามที่ได้รับถ่ายทอดมา หลังจากนั้นจึงนำไปประกอบพิธีเชิญญาณของเสด็จพระพรหมใหญ่หรือองค์ท้าวสหัมบดีพรหมลงมาจุณเจิมตัวเเผ่นโลหะอักขระยันต์ ประจุวิชาด้วยพรหมศาสตร์ของพระองค์ท่าน
    หากแต่ว่าการทำตะกรุดคุณพระเเก้กรรมนั้นไม่ได้ง่ายเเละเสร็จเพียงเท่านี้ หากแต่ที่กินระยะเวลาถึง 9 ปีกว่า ก็ด้วยว่าเพราะในแต่ละปีนั้น พ่ออาจารย์ท่านต้องนำตะกรุดนี้ไปบรรจุไว้ตรงหน้าพระประธานในอุโบสถวัดต่างๆ ในเวลาที่มีการชุมนุมสงฆ์ลงพระอุโบสถสวดปาฏิโมกข์กัน เพียรทำไปทีละปี ปีละวัด ทำเช่นนี้จนครบ 9 ปี 9 วัด หลังจากนั้นจึงนำมาสอบทานพลังว่าตรงตามสายวิชาเเละสำเร็จเเล้วหรือไม่ ท่านว่าเมื่อผ่านพิธีปาฏิโมกข์มาถึง 9 ครั้ง 9 พระอุโบสถนั้น ตะกรุดนี้มีกำลังเเรงกล้ามาก มิถดถอยต่างจากเดิมเเต่อย่างไร เเต่ที่มั่นใจได้อย่างหนึ่งก็คือ ตะกรุดนี้ใครก็คัดถอนมิได้ ใส่ไปที่ใดของก็ไม่เสื่อม เมื่อสำเร็จครบตามพิธีเเล้วผู้ที่ได้ไปนั้นถือว่าชีวิตเขาเหมือนมีเเก้วมณีมีของวิเศษอยู่ในครอบครอง เมื่อเราได้ทำพิธีบูชาตะกรุดคุณพระเเก้กรรมเเล้ว เมื่อเสร็จสิ้นพิธีก็เป็นอันมั่นใจได้เลยว่า ชีวิตเราจะเปลี่ยนกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ

    3. ตะกรุดพระเจ้าแห่งการพนันเสี่ยงดวง(มหาสะเดาะ) * ต้องเเจ้งก่อนว่า ตะกรุดนี้เป็นวิชาเฉพาะทางที่พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้เพื่อสืบสายวิชาเท่านั้น วิชานี้เเต่เดิมเป็นวิชาที่ผู้หวังรวยทางลัด ชอบการพนันเสี่ยงโชคนิยมกัน ซึ่งคนที่ได้ดิบได้ดีทางนี้ล้วนมีอยู่มากมาย เขาเหล่านั้นนอกจากดวงเเละโชคเเล้วยังมีของดีมีวิชาดีติดตัวมาเเต่โบราณด้วย พ่ออาจารย์บอกว่าเเต่เดิมวิชานี้เรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งในภาควิชาของเทพนิมิตร ท่านได้เฝ้าครูมหาพรหม คือองค์สหัมบดี บรมพรหมสูงสุดแห่งปัญจสุทธาวาส ท่านจึงได้วิชานี้มา โดยใช้วิชานี้ตั้งตัว เเละทำไว้ให้ลูกศิษย์บ้างเฉพาะบางคนที่มีความประพฤติดี
    วิชานี้องค์บรมพรหมท่านให้มาโดยเฉพาะ พ่ออาจารย์กล่าวว่า แก่นเเท้ของวิชานี้ต้องสวนกับกระเเสของกรรมในระดับหนึ่ง พระองค์ท่านได้มอบอักขระให้พร้อมคาถาเสกเรียกว่ามหาสะเดาะ พระองค์ท่านบอกว่าเพราะสัตว์นั้นมีกรรมเฉพาะเเต่ละบุคคล ถึงมีโชคบางทีก็รับไม่ได้ บางครั้งกรรมส่งผลหนักเเม้โชคก็ยังไม่มีเลย ในจุดนี้เพื่อให้ผู้ใช้ได้เสวยศุภมงคลอันเกิดเเต่โชคลาภวาสนา พระองค์ท่านจึงให้วิชามหาสะเดาะเเก่พ่ออาจารย์ ท่านว่าเมื่อพกไว้บูชาไว้กับตัว จะสะเดาะโซ่ตรวนบ่วงพันธนาการที่กุมรัดให้หลุดออก ให้ไขว่คว้าโชคลาภได้ จะทำอะไรก็มีเเต่โชคร่ำรวยง่ายๆโชคดีเเบบนั้น ในส่วนของเวรกรรมนั้นก็ไม่ได้หายหรือสลายไปไหน เพียงเเต่คลายพันธะทั้งหมดออกชั่วคราวให้สัตว์เหล่านั้นที่ได้บูชาสามารถรับโชคได้เเต่กรรมเก่าก็ยังรับเหมือนเดิม พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าวิชานี้มันดีตรงที่เวลามีโชคพูดง่ายๆคือมีเงิน ให้เอาเงินไปทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวร บ่วงกรรมมันก็จะบรรเทาเบาบางลง ทีนี้อะไรก็ง่ายไปหมด ทำไปเรื่อยๆ ได้เงินเเบ่งส่วนหนึ่งไปทำบุญ ได้เงินเเบ่งส่วนหนึ่งไปทำการกุศล อุทิศให้เขา เช่นนี้ก็ขึ้นชื่อว่าต่อไปบ่วงพันธนาการต่างๆก็จะลดคลายลง เงินเเละความโชคดีมันจะยิ่งไหลมาไม่รู้จบ
    หลังจากนั้นพ่ออาจารย์ท่านได้ลงพระเวทย์เฉพาะ อันท้าวสหัมบดีบรมพรหมท่านสอนไว้ พระเวทย์นี้ไม่ได้รับอนุญาติให้เปิดเผยเเก่ผู้ใด ท่านลงจารล้อมวิชาพระปัจเจกโพธิเจ้าโปรดสัตว์อีกทีหนึ่ง พ่ออาจารย์กล่าวว่าพระเวทย์นี้ต่อให้อยู่เฉยๆโชคลาภก็วิ่งเข้ามาหาเอง เเม้ปรารถนาเงินทองของมีค่าความสุขสบายใดก็ไม่ไกลเกินความปรารถนา จะเสี่ยงโชคจะพนันขันต่ออะไก็เอาเเต่พองามตามใจเถิด ให้ตั้งสัจจะกับตะกรุดไว้ว่าวันนี้อยากได้เท่าไหร่ได้เเล้วให้พอให้หยุด เเล้ววันอื่นค่อยขอเมตตาในส่วนมหากรุณาของเสด็จปู่ท้าวสหัมบดีต่อไป
    เมื่อได้ตะกรุดเเล้วด้านหลังท่านจึงลงประทับด้วยนะมหาเมตตาโปรดจักรวาล เสมือนสำทับอำนาจอาญาสิทธิ์ ที่ผู้บูชานั้นเทพเจ้าท่านจะต้องสงเคราะห์ถ้วนทุกคน ไม่มีเลือกที่รักมักที่ชัง โปรดเสมอหน้ากันหมด รักเราเต็มใจโปรดเรา อีกประการหนึ่ง ท่านว่าจะทิ้งวิชาทางเมตตานั้นไม่ได้ ยิ่งโชคลาภการพนันเสี่ยงดวงด้วยเเล้วมันต้องเดินไปควบคู่กับเมตตา ใครเห็นเราเค้าก็เต็มใจให้เรายิ้มให้กับเรา เราเอาเงินเขามาง่ายๆ ไม่ขัดขืนเรา ตะกรุดนี้ตอนเสกพ่ออาจารย์ต้องเชิญองค์บรมพรหมมาเหยียบบ่าเเฝงร่าง มาเป่าครอบวิชาทุกดอก

    4. ตะกรุดบรมอินทรา(ท้าวกำพร้า) หากจะกล่าวถึงจอมเทพ ผู้เป็นใหญ่เเห่งสวรรค์พิภพดาวดึงส์ ซ้ำยังเป็นประธานเทวสภาของกามภพและรูปภพ หลายๆท่านคงจะพอนึกออกว่า เทพเจ้าผู้เป็นตำนานมีคุณธรรมสูงส่งอยู่ในระดับพระอริยบุคคลนี้ ก็คือพระอินทร์นั่นเอง พ่ออาจารย์ท่านกล่าวถึงพระอินทร์ไว้ในหลายวาระ จะว่าไปวิชาของพระอินทร์ที่ถ่ายทอดเป็นวิทยาการไว้เพื่อโปรดสัตว์โลกผู้ยากนั้นก็มีหลายแขนงหลายประเภท แต่มีวิชาหนึ่งซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญกันมาเเต่โบราณว่าใครได้พบเเละถือครองยอดวิชานี้ เหมือนได้ผ่านสมบัติทั้งหลายของเทวโลกปรารถนาสิ่งใดล้วนไม่ไกลเกินเอื้อมทั้งสิ้น
    การทำเครื่องมงคลด้วยวิชานี้ พ่ออาจารย์ท่านเเยกเเยะไว้หลายส่วน ตะกรุดดอกหนึ่งนั้นมีความสำคัญเเละมีความหมายลึกซึ้งมาก เพราะเป็นตะกรุดที่ทำด้วยวิชาท้าวกำพร้า อันเป็นวิชาขององค์อมรินทร์ที่สืบทอดเป็นตำนานมาเเต่ฝ่ายลังกานับร้อยนับพันปี พ่ออาจารย์ท่านจึงนำมาสร้างบูชาครูปู่พระอินทร์ซักครั้งหนึ่ง ซึ่งวิชานี้จะสำเร็จได้ไม่เพียงการลงจารลงเสกเท่านั้น ยังต้องเชิญบารมีของพระอินทร์ท่านมาเทียบมาประจุญาณลงในตะกรุดทุกเเผ่นอีกด้วย พ่ออาจารย์ท่านได้นำเเผ่นตะกั่วลงถมซึ่งหลอมรีดมาพิเศษ มาลงด้วยพระยันต์จักวัตติซึ่งถือว่าเป็นพระยันต์ชั้นสูงในฝ่ายล้านนา มีค่าควรเมืองเพราะนับเนื่องในหมวดหมู่พญายันต์ ซึ่งคำว่าจักวัตตินี้ก็มาจากชื่อของพระยาจักรวัตติราชหมายถึงพระอินทร์นั่นเอง เป็นที่รู้จักกันดีว่ายันต์นี้คือยันต์หัวใจพระอินทร์ ผู้ใดได้บูชาพระยันต์นี้ที่ลงถูกต้องตามกลการลงเเบบบังคับ กล่าวกันว่าคนผู้นั้นจะมีคุณวิเศษในตัวเหมือนพระอินทราธิราชผู้เป็นเจ้าเเห่งดาวดึงส์ทีเดียว วิชานี้จะลงเฉพาะฤกษ์วันดีๆเช่นในวันพญาวันหรือเพ็ญข้างขึ้น ต้องทำตอนเช้าก่อนเที่ยงวัน ขึ้นบายศรีข้าวตอกดอกไม้เป็นการเฉพาะพิธีการ ตัวผู้ลงนั้นจะต้องเข้าใจความหมายตามอักขระวิธีแต่ละตัวเเบบกระจ่างชัดที่สุดจึงสามารถลงได้มิเช่นนั้นก็ไม่มีผลอะไร
    "อยากมีทรัพย์สมบัติ ก็ให้มีเสมอน้ำใจ อยากมีคนเคารพนบไหว้ เขาก็เกรงกลัวเคารพเราสิ้น ไว้ที่ใดก็เจริญที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวัตถุและญาติมิตร ถูกเนื้อสมใจแก่คนทั้งหลาย ทำมาหากินคล่อง ลูกน้องรักเจ้านายโปรดปราน" นี่เป็นเพียงเทวานุภาพของพระยายันต์ตัวที่ชื่อจักวัตติอันเป็นหัวใจองค์อินทร์นี้เท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านสร้างตะกรุดบรมอินทราขึ้น เพื่อรองรับพลังงานเเละบรรจุพระเวทย์วิชาท้าวกำพร้า อันเป็นวิชาของพระอินทร์โดยเฉพาะที่ประทานให้กับกุลบุตรทั้งหลายที่มีความผูกพันธ์มีบุญให้พระองค์ท่านเกื้อหนุน ดังนั้นเเม้ในส่วนของอักขระเเละพระเวทย์วิธีท่านจึงพิถีพิถันมาก
    เมื่อลงยันต์จักวัตติตามฤกษ์ยามเสร็จเเล้ว ท่านก็หาฤกษ์มงคลลงตัวล้อมพระยันต์ ซึ่งท่านล้อมพระยันต์จักวัตติหรือหัวใจพระอินทร์นี้ ด้วยบทคาถาฝนเสน่หา พระมนต์บทนี้มีพุทธคุณมาก เพื่อหวังให้ผู้ใช้เข้าถึงอำนาจบารมีของตะกรุดเเบบสูงสุด ใครได้ครอบครองก็ให้พระอินทร์ท่านรัก ท่านโปรดปรานอยากจะช่วยเเละเกื้อหนุน พ่ออาจารย์ว่าลงเเบบนี้เป็นอาญาสิทธิ์ที่ขัดข้องไม่ได้ ตะกรุดนี้จะขับพลังบารมีของพระอินทร์ ในส่วนของความรักความเมตตาที่มีให้กับมนุษย์โลกออกมาจนถึงจุดสูงสุด ให้พลังนั้นไหลออกมาเป็นเเสนห่าฝนมิอาจจะคาดการณ์เเละประเมินปริมาณได้ ให้ท่านรักเเละเมตตาเราไม่ต่างจากที่ท่านรักเเละคอยช่วยเหลือเกื้อกูลปัญจสิงขรคนธรรพ์เทพบุตรเหมือนพ่อรักลูก พ่อช่วยลูก ฉันใดก็ฉันนั้น
    ลำพังพญายันต์จักวัตติที่สืบมาเเต่โบราณที่กล่าวขานว่าเป็นหัวใจพระอินทร์ผู้ใดได้ครอบครองเหมือนได้สมบัติสวรรค์มีแก้วมณีโชติอยู่ในมือ ว่าให้ผลเเรงเเล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่เเรงนั้นยังไม่มากพอต้องลงมาเร็วด้วย จึงเลือกที่จะล้อมหัวใจพระอินทร์ด้วยบทฝนเสน่หา ส่วนด้านหลังนั้น ท่านลงจารด้วยพระเวทย์มหาสะกดของท่าน เพื่อให้การทำงานของยันต์ทั้งสามผสานกัน ซึ่งท่านต้องเเยกเสกทีละยันต์ก่อนก่อนจะเสกรวมให้ขับพลังงานหนุนนำซึ่งกันเเละกัน
    จะเห็นได้ว่าการทำตะกรุดบรมอินทรานั้นเป็นการทำในตำรับพ่ออาจารย์พลที่มีวิธียุ่งยากซับซ้อนกว่าจะได้เเต่ละดอกนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ท่านว่าเราจะทำให้ดีที่สุดให้สมกับยุคเข็ญซึ่งพระยันต์เเต่ละตัวนั้นเเม้โบราณจารย์ก็ไม่เคยทำเช่นนี้ ไม่เคยทำให้ถึงขนาดนี้มาก่อน ฝากไว้ให้เป็นตำนาน ในสายวิชาของเสด็จปู่พระอินทร์ท่าน เมื่อสำเร็จตะกรุดเเล้ว ท่านก็นำมาประจุพระเวทย์ในส่วนของมนต์ท้าวกำพร้า มนต์นี้ผู้ใดถือครองเสมือนหนึ่งได้รับพรจากพระอินทร์เจ้า พ่ออาจารย์ท่านเชิญพระอินทร์มาประสิทธิ์ประสาทตะกรุดนี้พร้อมกับโองการมนต์ต่างๆเเละเข้าสมาธิอธิษฐานจิตตะกรุดด้วยวิชาท้าวกำพร้าจนสำเร็จ
    วิชานี้มีอำนาจเเลเทวานุภาพมาก ท่านจึงอยากให้ตกถึงเเต่มือคนดี คนขยันทำมาหากิน มิใช่คนเกียจคร้านเฝ้ารอวันเเละเวลาเอาเเต่จะรวยโดยไม่ขวนขวายเเสวงหาความเจริญก้าวหน้าเเต่อย่างใด วิชาท้าวกำพร้านี้เเม้ยาจกกำพร้าเข็ญใจ ยังประสบความมั่งมีได้ดีเป็นถึงเจ้าพระยาพระมหากษัตริย์จอมจักรพรรดิ์ได้ จากบุคคลชนชั้นต่ำสุดได้ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของชีวิตมนุษย์ด้วยอำนาจพรเเละเเรงผลักดันของสิ่งมีชีวิตผู้เป็นใหญ่เเห่งพิภพดาวดึงส์ซึ่งก็คือพระอินทร์นั่นเอง ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านอธิษฐานให้ตกถึงมือคนดีไม่โลภเท่านั้น เพราะเป็นวิชาที่ให้คุณมาก ท่านว่าไม่อยากเห็นคนขี้เกียจ เมื่อได้ดีเเล้วก็อย่าเหลิงว่ามีพรของพระอินทร์อยู่กับตัว มีพระอินทร์คอยช่วยคอยเปิดทางชีวิตให้อยู่ ให้ขยันประกอบกรรมดี ตั้งใจทำมาหากินต่อไป ท่านจะดึงดูดดลบันดาลให้เจอเเต่สิ่งที่ดีงาม
    ตะกรุดนี้จึงมีพุทธคุณออกทุกด้าน ตามธรรมดาว่าพญายันต์จักวัตตินั้นใช้ได้พันเรื่องดุจฝอยท่วมหลังช้างเมื่อนำหัวใจพระอินทร์มาเข้าด้วยพระยันต์อื่นๆที่หนุนส่งเป็นตัวเร่งเเละผลักดัน เเล้วจึงมาประจุมนต์ท้าวกำพร้าเเล้ว จึงมีพุทธคุณล้านช่อง ใช้ได้ล้านเรื่องตามเเต่จะปรารถนา กล่าวง่ายๆคือไม่ต้องพูดอะไรมาก ใช้ได้ทุกอย่าง เอาไปรักษาให้ดี พ่ออาจารย์ท่านว่าอยากใช้อะไรก็ตามเเต่จะใช้เถิด ตะกรุดนี้มีอานุภาพไม่ต่างจากพระอินทร์บนสวรรค์เเต่อย่างใดเพราะเอาหัวใจเอาฤทธิ์อำนาจเอามหากรุณาของท่านมาบรรจุไว้เสร็จสรรพ

    5. ตะกรุดเทพวิชามหาสูบ มหาลาภ มหาชัย(มนต์สูบ 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน) หากพูดถึงวิชาและไสยศาสตร์แล้ว ต้องกล่าวว่าเป็นดาบสองคมด้วยขึ้นอยู่กับตัวบุคคลผู้ใช้ว่าจะนำไปสร้างสรรค์หรือทำลาย ทั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านได้กล่าวถึงวิชาแขนงหนึ่งที่ไม่ใคร่จะมีใครทำกัน และไม่ใคร่จะมีสืบทอดสั่งสอนให้ใคร มักจะเก็บไว้ให้ตายไปกับตัว หากมีทำครูบาอาจารย์ก็มักจะทำไว้ใช้เองไม่ทำให้แก่ศิษย์ ที่เป็นเช่นนั้นไม่ใช่เพราะโบราณจารย์ท่านหวงแหน หากแต่ท่านทั้งหลายสำนึกรู้ว่าวิชานั้นมีทั้งคุณและโทษ และคนที่จะนำไปใช้ให้เกิดโทษโดยขาดสติประคับประคองก็คือผู้ใช้นั่นเอง
    พ่ออาจารย์ท่านก็เช่นกัน ท่านเล่าว่าเราเคยทำตะกรุดนี้ให้คนใช้ เขาก็ไม่ได้ชั่วหรอกนะแต่เราเข็ด เพราะว่าตะกรุดนี้จะสำเร็จทำให้เต็มสูตรวิชาไม่ใช่เขียนๆขีดๆหลับตาเป่าจะใช้ได้ มันมีขั้นตอน ลำพังลงจารว่ายากแต่เสกยิ่งยากกว่ามากนักเพราะต้องกำกับมนต์ถึงแปดหมื่นสี่พันจบทีละดอก เมื่อเขาเอาไปใช้ก็ไม่ใคร่จะอยู่ในทำนองคลองธรรมเท่าไหร่แต่ก็ไม่ใช่ชั่ว แต่ทีนี้พอเขาเห็นคุณวิชาปรากฏแก่ใจอย่างพิศดารตามที่โบราณจารย์ท่านกล่าวไว้ เขากลับเกิดความสงสัยและกรีดตะกรุดคลี่ดู เท่านั้นแหละท่านว่าเขาเอาแผ่นจารไปให้ใครต่อใครดู พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่มีซักผู้คนที่จะอ่านออกด้วยไม่ใช่ตัวขอมตัวธรรมใดๆที่หลายๆคนจะเรียนและมักคุ้นกัน พอคนอ่านไม่ออกเขาก็มาว่าเราว่าเขียนตะกรุดมั่วๆให้เขา จนเขาเอาไปให้อาจารย์เขาดูทราบว่าเป็นเจ้าคุณพระธรรม..ที่มีความรู้ในภาษาและอักษรต่างๆปัจจุบันเป็นสมเด็จและมรณภาพไปแล้ว ท่านถามกลับมาว่า"อักษรโบราณแบบนี้ยังมีคนเรียนเอาไว้ได้อยู่อีกหรือเราไม่เคยเห็นใครจะใช้กันเลยนอกจากปรากฏในจารึกโบราณเพียงแห่งสองแห่ง อาจารย์คนนี้ท่านไม่ได้เขียนมั่วนะ อย่าเอาภูมิรู้เท่าหัวเต่าไปสงสัยท่านเลย" พ่ออาจารย์ท่านว่าหลังจากนั้นก็เริ่มเกิดเรื่องร้ายๆขึ้นถาโถมเข้าใส่ตัวเขามากมาย เขาจึงมาขอขมาเราเล่าให้ฟัง สารภาพเรื่องที่คลี่ตะกรุดด้วยความอยากเห็นและพูดให้ร้ายเรา
    นับแต่นั้นมาท่านก็ไม่ใคร่จะทำให้ผู้ใดอีกนอกจากท่านใช้วิชานี้เอง จนยุคเศรษฐกิจฟองสบู่แตกคนไม่มีจะกินเดือดร้อนกันไปทั่ว พ่ออาจารย์ท่านจึงพิจารณาจะทำเทพวิชาขึ้นอีกครั้ง ท่านว่าค่อยๆทำเสกสะสมเก็บไว้ทีละดอก เพราะดอกๆนึงบางครั้งก็ต้องทำอยู่สี่ห้าเดือนจึงเสกสำเร็จ ท่านว่าทำหนนี้เราขอบารมีครูเทพท่านไว้ว่าจะให้คนเอาไปใช้แต่เรื่องดีๆ เป็นเกียรติเป็นศรีไม่เอาไปใช้ในทางชั่ว
    วิชานี้มักจะใช้ในการดูด ถ่ายเทพลัง สูบพลังจากสิ่งต่างๆเข้าสู่ตัวตนของผู้ใช้ ทั้งยังสลายพลังอาถรรพ์หรืออวิชชาให้สูญสิ้นไปอีกด้วย ท่านว่าฟังเหมือนง่ายแต่ติดที่ว่ามันใช้ได้ไม่มีข้อจำกัดนี่สิ เรียกว่าใช้ทั้งสูบทั้งสลาย แต่ที่อันตรายก็เพราะความคิดพิเรนทร์เพราะบางคนก็คิดจะใช้สูบมนต์จากครูบาอาจารย์ตนเอง ท่านว่าพิเรนทร์ถึงขนาดที่ว่าพระเกจิบางรูปที่รู้และสำเร็จวิชานี้เคยคิดแม้แต่จะสูบวิชาของพระพุทธเจ้าก็มีมาแล้วแต่ก็ทำไม่สำเร็จ พ่ออาจารย์ท่านจึงว่าวิชานี้ด้วยจิตใจคนนั้นไม่มั่นคงจึงไม่ถ่ายทอดให้กับใคร ให้ใช้แต่เพียงคุณของวิชาที่ลงในตะกรุดเท่านี้ก็พอ จำเพาะเท่านี้ท่านว่าก็เป็นคุณมหันต์ไม่มีข้อจำกัดใดๆแล้ว
    พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้เราทำขึ้นมาเป็นพิเศษด้วยบรรจุสองดอกไว้ในดอกเดียว นอกจากการสูบและสลายพลังงานแล้วยังให้คุณด้านต่างๆแม้เพียรพกอาราธนาไว้อีกด้วย
    - ประการแรก ท่านว่าดีทางมหาสะกด นอกจากสะกดให้คนหลงเชื่อ อยู่ในอำนาจเรา เชื่อฟังเราทุกอย่างแล้ว ท่านว่ามันใช้ออกได้ทุกทางนะ เป็นมหาสะกดนี่คนนอบน้อมเกรงใจ ใช้ทางการเจรจา การทำงาน การจีบสาวหาคู่ ท่านว่ามันสะกดไปหมด แม้แต่สัตว์ก็ยังรักเราอย่าว่าแต่คนเลยเอาว่าเกลียดไม่เผาผีกันก็ยังพูดกันรู้เรื่อง(พ่ออาจารย์ท่านว่าหากอยากใช้สะกดใคร ให้เขียนชื่อเขาม้วนใส่ตะกรุดภาวนาคาถาจะสะกดอะไรก็ว่ากล่าวไปแล้วกระทืบเท้าสามครั้ง เป็นการสะกดให้คนอยู่ในอำนาจเรา)
    - ประการที่สอง ทำให้คนรักปักใจ ไม่ใช่ของชั่วคราวหลงๆลืมๆ ท่านว่าการปักใจรักคือความรักที่แน่วแน่ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง ให้คุณทางมหานิยมมหาเสน่ห์อย่างพิเศษ ไม่ฉาบฉวย พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่รักใครจริงอย่าทำเป็นเล่นแค่พกไว้เฉยๆก็พอ แต่หากรักใครจริงและคิดว่าตนมีปัญญาเลี้ยงดูรับผิดชอบเขาได้ ก็ให้เขียนชื่อเขาม้วนใส่ตะกรุดตั้งขันห้า ขันแปดในวันอังคาร(ห้ามแรมแปดค่ำ) ภาวนาคาถาท่านว่าทำเอาเถิดจะให้เขารักหรืออย่างไรก็สำเร็จ
    - ประการที่สาม ท่านเรียกว่าใช้ทางบัญชาการ ตะกรุดนี้จะส่งผลโดยตรงกับสมองเขา ไม่อาจทัดทาน ต้าน ต่อใดๆได้เลยเป็นคติทางไสยเวทย์ที่รุนแรง จะเรียกว่าสั่งอะไรเขาก็ทำ ให้เราเขียนชื่อเขาใส่ไว้(*ท่านว่าไม่จำเป็นจริงๆห้ามทำ และหากทำก็อย่าเกินเลยมากเกินไป เอาให้เหมาะให้ควร)เพราะการทำเช่นนี้อาจทำให้คนดีกลายเป็นบ้า พิการ ง่อย เปลี้ยได้ ท่านว่าเพียงแค่พกเฉยๆคนทั้งหลายก็นอบน้อมถ่อมตน เข้าหาผู้ใดก็ดุจว่าเขาเป็นข้าทาสบริวารของเราแล้ว
    หลักใหญ่ของการใช้ตะกรุด นอกจากเรื่องที่กล่าวข้างต้น พ่ออาจารย์ท่านว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงเปลือก ไม่ใช่แก่นสารใดๆ หลักๆเลยวิชานี้ที่น่ากลัวแท้ที่จริงแล้วอยู่ที่เรื่องมหาสูบตามชื่อวิชา นอกจากใช้สูบมนต์ สูบวิชาได้ทุกสิ่งแล้ว สิ่งที่สูบมานั้นก็ไม่ได้สูญเปล่า ไม่ได้ทำไว้เพื่อให้เราเอาไปรังแกใคร สูบมาแล้วก็ไม่ได้หายไปไหน ท่านว่าพลังงานที่ให้คุณต่างๆอันสูบมานี้ก็จะมาเสริมส่งเรา เป็นบารมีของเรา
    แต่เดิมนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าคนที่สำเร็จวิชานี้ ที่เอาดีทางอาคมไปลองดีสูบวิชาคนก็มี แต่คนที่เรียนมาเหมือนกันแล้วเขาฉลาดเล่นทางอาคมเอาวิชานี้ไปสูบเงินสูบทองจากปุถุชน สูบบารมีจากคนจากสถานที่ต่างๆจนกลายเป็นเศรษฐีสืบวงศ์ตระกูลมาได้หลายชั่วโคตรก็มี ท่านจึงว่าวิชาเหมือนกันต่างกันที่คนใช้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร ถ้าใช้เป็น หมายถึงใช้แล้วคิดเป็นก็จะได้ดีเกินคนโดยไม่ยาก
    ตรงนี้ท่านว่าให้ใช้ความคิดมากๆ อย่าสักได้แต่ว่าคาด ยกมือไหว้ขอๆเอาให้พ้นๆไป ท่านว่าคิดซักเล็กน้อย ตะกรุดนี้เอาจริงๆยิ่งใช้ยิ่งดี พ่ออาจารย์ท่านว่ายิ่งใช้เป็นมันยิ่งสนุกนะ เวลาเราพกอาราธนาตะกรุดนี่ไปตามสถานที่ต่างๆ ตามวัดวาอารามทั้งหลายเราก็นั่งภาวนาอธิษฐานสูบบารมีเข้าไปเพิ่มให้กับตัวเอง คนที่วาสนาต่ำ ดวงตก ดวงแตก ดวงกาลกิณี ติดวิบัติ ติดพระเคราะห์ใดๆก็ตามให้ไปทำเถิด สูบบารมี สูบอำนาจตบะต่างๆของพระอริยะเจ้าที่ท่านเหลือทิ้งไว้ตามสถานที่ของท่าน พ่ออาจารย์ท่านว่าพ้นกรรมกันได้ง่ายๆเลยถ้าใช้เป็น ไปอธิษฐานสูบเอาได้ไม่ต้องกลัวหมด คนที่ฉลาดหน่อยเวลาเขาไปธนาคารไปสถาบันการเงินการคลังก็จะอธิษฐานสูบสัญญาความจำได้หมายรู้ต่างๆเพื่อเปิดวาสนาทางการเงินเข้าไป ให้ดวงเราชีวิตเราผูกพันธ์กับเงิน กับโชคลาภตลอดเวลา ท่านว่ามันอยู่ที่วิธีคิดแล้วเอาไปใช้ ยิ่งคิดมากๆก็ยิ่งใช้ได้หลายทาง ยิ่งใช้เป็นก็ยิ่งสนุก อยากมีวาสนาด้านไหนก็เอาไปสูบเอาตรงนั้น สถานที่นั้นๆ ท่านว่านี่คือคนที่คิดแล้วใช้ให้เป็น ไม่ใช่พกแล้วสูบไปเรื่อย เช่นนี้ชีวิตก็คงที่ ฤทธิ์ บารมีอะไรทั้งหลายมันกินไม่ได้ แต่ถ้าเล่นเป็นตะกรุดนี้นับว่ามีค่าควรเมืองจริงๆ
    พ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากสูบวิชา สูบเงิน สูบทอง สูบมหาโชค มหาชัย มหาลาภที่ว่าบันดาลโชค เปิดวาสนา ทำให้ทรัพย์งอกเงย แข่งขันสิ่งใดก็แพ้ไม่เป็นแล้วแล้ว ไม่เพียงพลังงานเหล่านี้จะเกื้อหนุนสูบเข้ามาหาตัวเราตลอดเวลา ท่านว่าเรื่องเหล่านี้เด็กๆไปเลย มนต์วิชามหาสูบนี้แท้จริงแล้วเขาใช้กันได้มากกว่านั้น
    นอกจากการสูบทั่วไปแล้ว ท่านว่าของที่ทำได้ยากเช่นสูบเอาฤทธิ์ เอาตบะ บารมี สูบจนตนเองกลายเป็นร่างกายสิทธิ์ก็ยังทำได้ ตบะบารมีและฤทธิ์เดชเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการบำเพ็ญเพียรอย่างอุกฤติของบุคคลทั้งหลาย เมื่อเราสูบมาสิ่งต่างๆเหล่านี้ก็จะกลายมาเป็นของเรา เสริมส่งตัวเรา นี่คือที่สุดของวิชามหาสูบที่แท้จริง เรียกว่าตัวเราเป็นศูนย์ ไม่มีอะไรซักอย่าง แต่สูบจนมีได้ทุกอย่างในโลก สูบจนตัวเองเป็นกายสิทธิ์เสมอด้วยเทพยดาเช่นนั้น
    ดังที่กล่าวไปพ่ออาจารย์ท่านว่ามันให้คุณมากสำหรับคนที่ใช้เป็นและมันก็น่ากลัวมากสำหรับคนทำผิดคิดชั่ว ครั้นจะปล่อยให้เสื่อมสูญไปก็น่าใจหาย เช่นนี้วิชานี้หลายๆคนจึงไม่ถ่ายทอดและไม่ทำ ครูบาอาจารย์บางคนเขาก็กลัวศิษย์คิดล้างครู พ่ออาจารย์ท่านพิจารณาเห็นว่าหากเราไม่ถ่ายทอด เราก็เพียงนำวิชามาทำเป็นตะกรุดไว้ ให้คนอาราธนาเขาได้ใช้คุณวิชา เช่นนี้เค้าก็จะเชิดชูคุณครูบาอาจารย์แต่หนหลัง ไม่ผิดครู ล้างครู เพราะเขาใช้ได้ด้วยมีตะกรุดที่เราเสกด้วยคุณวิชาจนสำเร็จ รู้เพียงคาถาเพื่อใช้ส่วนหนึ่งแต่หาได้รู้วิชาจริงๆไม่ เช่นนี้ท่านว่าก็จะได้ใช้กันได้แล้วก็ไม่ต้องกลัวอะไร
    ท่านว่าให้ถือเสียว่าเป็นของคู่ตัว ใครรับไปก็ให้นอบน้อมในคุณเทพ เทวดาและครูบาอาจารย์ ด้วยสิ่งนี้เป็นเทพวิชาที่ลึกลับมาก ต่างจากพุทธคาถาหรือธรรมคาถาใดๆ อันเทพวิชานั้นย่อมใช้ได้และให้คุณไว เห็นผลสัมฤทธิ์ชัดเจนต่างจากอำนาจคุณพระ ทั้งจุดประสงค์โดยตรงของวิชานี้ก็ชัดเจนยิ่งว่าขัดกับทุกๆหลักการ ดังนั้นคนใช้อาราธนา * สิ่งที่ต้องมีก็คือความเชื่อ ยิ่งเชื่อมากก็ยิ่งใช้ได้เร็วมาก ยิ่งศรัทธามากก็ยิ่งสูบได้มาก การที่เราจะสูบอะไรจะได้มากหรือน้อย ท่านว่าต่อจากนี้ไป มันขึ้นอยู่เพียงแค่ว่าเขามีความเชื่อหรือศรัทธามากแค่ไหนเท่านั้นเอง

    นอกจากนั้นท่านยังได้ย่อมหาตะกรุดพรหมนิมิตนิทราบรมสุขมาฝังไว้เป็นประธานในพระผงปฐมพรหมด้วย
    - ตะกรุดพรหมนิมิตนิทราบรมสุข เป็นชื่อของมหาตะกรุดที่พ่ออาจารย์สร้างโดยมีนัยยะความหมายลึกซึ้งเป็นอย่างมาก อยู่ที่ใครจะดูรู้และมองเห็น ซึ่งวิชานี้พ่ออาจารย์ท่านสร้างเพราะครูบรมพรหมท่านต้องการจะให้เป็นไป พ่ออาจารย์ท่านเล่าว่าในครั้งหนึ่งนั้นครูสหัมบดีพรหมท่านมีนิมิตเข้ามาในข่ายญาณของตัวพ่ออาจารย์ มักจะให้ท่านเห็นชีวิตของมหาบุรุษซึ่งเป็นชีวิตสัตว์ในอุดมคติคือมีความถึงพร้อมบริบูรณ์ด้วยความสุขทางโลกในทุกๆด้านปานจะชะลอวิมานของเทพเจ้าในอากาศมาไว้แดนดิน เป็นเช่นนั้นอยู่หลายหนหลายวาระและยังประทานอักขระวิเศษพญายันต์พระเวทย์แต่ดึกดำบรรพ์ให้สามตำรับ จนท่านได้เข้าใจว่าวิชาทั้งสามนี้เป็นวิชาที่ครอบคลุมขอบเขตของความสุขทางโลกียะทั้งหมด พ่ออาจารย์ท่านรู้ว่าเจ้าเหนือหัวแห่งปัญจสุทธาวาสมหาพรหมนั้นท่านต้องการจะแสดงนิมิตให้เห็น ในกาลเวลาที่โลกเสื่อมลง คนดีถูกฉุดดึงด้วยอกุศลท่านจึงให้วิชาตำรับนี้ไว้เพื่อสร้างของดีให้ตกกับคนที่มีวาสนา
    พ่ออาจารย์ท่านพิจารณาดูแล้วจึงเพียรจารสร้างเสกไว้และปิดบังเรื่อยมา จะมอบให้บูชาก็เฉพาะคน จนมีศิษย์ที่เป็นนักธุรกิจเปิดบริษัทรับตกแต่งภายในของจีนได้มาทำบุญขอช่วยค่าปูพื้นวัดในชนบททั้งหมดเป็นจำนวนเงินมหาศาล ท่านจึงนำออกมาให้เค้าไปบูชา เขาได้เมียที่ดี ได้ความสำเร็จในกิจการงานใหญ่โต จากหนุ่มเรียนจบกลายเป็นนักธุรกิจมีสังคม มีความสำเร็จ และเหนืออื่นใดเลยเขาเป็นคนกตัญญูกับบิดามารดา เขาศรัทธาตะกรุดพรหมนิมิตและเทิดทูนครูพรหมกับพ่ออาจารย์มาก เรื่องจึงได้รู้กันว่าพ่ออาจารย์ท่านทำตะกรุดนี้ไว้ แม้วาระหลังพ่ออาจารย์ท่านหยิบก้อนหินขึ้นมาเป่าเพียงเท่านั้นมอบให้ เค้ายังนำไปเลี่ยมทองบูชา
    ตะกรุดพรหมนิมิตนิทราบรมสุขนั้น พ่ออาจารย์ท่านสร้างด้วยคำสั่งครูพรหมเบื้องบน โดยอิงอาศัยหลักการชีวิตในอุดมคติของมหาสัตว์มหาบุรุษ ที่ต้องสมบูรณ์และบริบูรณ์ในความสุขสมหวังทุกสิ่งทางโลกีย์วิสัย ท่านว่าที่ท่านให้ชื่อว่านิทราบรมสุขนั้นพูดง่ายๆก็คือนอนหลับด้วยความสุขอย่างยิ่ง ที่เป็นเช่นนั้นเพราะคนเราหากชีวิตสุขสมหวังไม่เจอทุกข์ภยันอันตรายชีวิตอยู่ได้โดยไม่มีปัญหาอุปสรรคมาบดบังแล้ว เค้าก็จะนอนหลับสบายหลับได้เต็มตาไม่หวาดกลัวไม่สะดุ้ง ไม่ขนพองสยองเกล้าแต่อย่างใดหลับลึกและหลับอย่างมีความสุข ท่านจึงตั้งชื่อตะกรุดดอกเอก ตะกรุดในอุดมคตินี้ว่านิทราบรมสุข เพื่อจะสื่อความหมายให้คนรู้ให้เข้าใจว่ามหาตะกรุดนี้มีคุณวิเศษปานใด
    ซึ่งตะกรุดพรหมนิมิตนี้ ท่านตั้งใจจะลงวิชาพรหมนิมิตทั้งสามตำรับผูกเข้าด้วยกันอย่างเต็มสูตร โดยพ่ออาจารย์ท่านบรรจงจารย่ออักขระในราชาฤกษ์ทุกดอก เพื่อจะทำให้ตะกรุดมีขนาดเล็กที่สุดโดยท่านคำนึงถึงความสะดวกในการพกพาอาราธนาของผู้ใช้งานเป็นที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าการจารเช่นนี้ใช้พลังจิตมากเป็นพิเศษ จึงทำให้สร้างได้ไม่มากนัก ซึ่งพระยันต์ทั้สามนั้นเมื่อพ่ออาจารย์ท่านเชิญครูบรมพรหมมาคายมนต์คายวิชาให้ไว้จึงสำเร็จเป็นตะกรุดพรหมนิมิตโดยพระยันต์ทั้งสามชนิดนี้มีคุณลักษณะต่างกัน ดังนี้
    - นิมิตแรก แก้โรคภัย โรคร้าย เชื้อโรคไวรัสต่างๆสิ่งแปลกปลอมที่จะเกิดขึ้นจากยุคสมัย อันธรรมชาติก็ดี หรือเป็นไปโดยเทวานุภาพต้องการจะคร่าชีวิตมนุษย์มืดบอดในยุคอกุศลชักนำเหล่านี้ ซึ่งเชื่้อโรคเหล่านี้จะมีการพัฒนาตนเองอยู่ตลอด จะมีโรคภัยไข้เจ็บรูปแบบใหม่ๆเสมอ การเจ็บไข้เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นต้องตัวผู้บูชาเลยท่านว่ามีอานุภาพนัก เพียงแค่อาราธนาตะกรุดแช่น้ำประพรมหน้าตา รดอาบหรือดื่มกิน ก็สิ้นโรคภัยแล ทั้งยังแก้ทุกข์ ความทุกข์ซึ่งเป็นภาคปฏิปักษ์กับความสุขจะไม่เกิดขึ้นเลย รวมไปถึงชนวนผลเหตุที่จะดึงให้เกิดทุกข์ภัย จะไม่เบียดเบียนผู้บูชาเลย ขึ้นชื่อว่าชีวิตมนุษย์นั้น ไม่มีโรคเบียดเบียน เป็นผู้นิรทุกข์ ย่อมมีความสุขอันประณีต ถึงซึ่งบรมสุขโดยโสตหนึ่ง
    - นิมิตที่สอง ทำลายล้างอาถรรพ์เพื่อความรุ่งเรืองเจริญในการประกอบอาชีพ การทำมาหากินทุกด้าน เป็นเกียรติยศ เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ทั้งยังได้เงินทองสมใจ สร้างคนให้เป็นเจ้าสัวเป็นมหาเศรษฐีมีความสุขสบายด้วยทรัพย์สินเงินทอง ขอเพียงแค่ตั้งใจทำมาหากินพ่ออาจารย์ท่านว่าทุกสิ่งจะปรับขึ้นเองจะดีขึ้นทั้งวันทั้งคืน วิชานี้มันดูดเงินดูดทองดูดของดีๆมาสู่คนถือคนใช้ ซ้ำมันยังทำลายอาถรรพ์ในตัวเองด้วย คนไหนดวงตกดวงไม่ดี มีไฝในที่ลับหรือมีอะไรที่มันเป็นอัปมงคลแก่ตัวอันติดมาแต่ชาติกำเนิดหรือเกิดขึ้นตามผลกรรมและคอยกัดกินโดยเจ้ากรรมนายเวร สิ่งเหล่านี้มันแก้ยากและคอยถ่วงดึงชะตา พอจะได้ดีก็ให้มีทุกข์เสมอไป ท่านว่าอาถรรพ์เหล่านั้นทั้งหมดจะสงบระงับไป ไม่มีกำลังมาต่อต้านฉุดคร่าความเจริญของตัวเรา วิชานี้ของบรมพรหมสหัมบดีท่านระงับเอาไว้ให้เกิดความเจริญโดยส่วนเดียว ท่านว่าอันนี้แก้จากรากฐานเลยที่ว่าทำมาหากินไม่ขึ้นเอาเป็นว่าเดี๋ยวเห็นเดี๋ยวรู้กัน วิชานี้ไม่ได้มีดีแค่การความเจริญร่ำรวยเท่านั้น ท่านว่ามันครอบคลุมไปหมดทั้งการเจรจาพาทีให้คนเชื่อถือ ซ้ำยังสำคัญมากเพราะเเก้คุณไสยได้ทุกชนิด ท่านว่าเอาตะกรุดนี้ไว้กับตัวเถิด ต่อให้ใครเกลียดชังเราถึงขนาดฝังรูปฝังรอยเรา หรือจะทำเสน่ห์ กระทำการทางไสยศาสตร์ทั้งปวงใส่เราจะทำให้เราบ้าเราวิกลจริตทำให้กลายเป็นปอบ ท่านว่าให้มันทำให้เหนื่อยตายเถิดก็ไม่มีผลเลย จะฉงนสนเท่ห์เสียอีกว่าทำไมทำอย่างไรเขาก็มีแต่จะเจริญขึ้น ท่านว่าคนเราเมื่อสมใจกับความสำเร็จในการงาน มีทรัพย์สินบริบูรณ์มั่นคง ทั้งยังแก้การกระทำคุณไสยอวิชชาทำร้ายเราไม่ได้ดุจเรามีตบะบารมี สิ่งนี้ย่อมนำไปถึงความสุขทางโลกอีกโสตหนึ่ง
    - นิมิตที่สาม วิชานี้เป็นวิชาสำคัญที่ว่าด้วยผลของการสะกดจิตใจมนุษย์ เป็นวิชาทางการเสน่ห์ขั้นสูงอย่างหนึ่ง ท่านว่ามีอานุภาพมากเพราะรังสีของเขาจะแผ่ออกมาครอบคลุมผู้ถือครองเป็นเสน่ห์เมตตาอย่างที่สุด ท่านว่าอย่าพูดไปเลยว่าจะใช้ทางอิสตรีท่านว่ามันใช้ได้เกินนั้น แม้พกไว้ก็เป็นเสน่ห์แล้ว เขาจะมองจะสนใจเราเป็นพิเศษ เข้าหาใครพูดคุยกับใครเขาก็ยินดีเต็มใจนักที่จะรู้จักพูดจาปราศรัยกับเรา แม้จะอาราธนาตะกรุดนี้แช่น้ำให้ใครกินเค้ารักเราสิ้นแล ถ้าปรารถนาผู้หนึ่งผู้ใดให้เอาชื่อและวันเดือนปีเกิดของเราทับเขาไว้ม้วนสอดในตะกรุด ขออำนาจท้าวสหัมบดีพรหม ทรงประทานพรหมลิขิตท่านว่าสมใจนึกแล ไม่แคล้วคลาดกัน แม้จะเป็นคนสูงชาติสูงตระกูลก็ตาม(ท่านว่าอันนี้บอกเอาไว้แต่ไม่ต้องทำก็ได้ถ้าจะไม่ใช้หาคู่ครองหรือมีคนที่ปรารถนา) ตะกรุดนี้ใช้ทางอุปเท่ห์เสน่ห์เล่ห์กลต่างๆได้ดังใจนึก แต่่ท่านว่าให้อาราธนาทางเมตตาก็เกินพอแล้ว หากใช้กับการทำงานการเข้าสังคมติดต่อพูดคุยเช่นนี้ยิ่งง่ายใหญ่ อยู่ที่ผู้อาราธนาและจะใช้ ท่านว่าเกิดมามีแต่คนรักปราศจากคนเกลียด ไปไหนเขาก็เมตตายิ้มหัวดุจพบญาติมิตรดุจเป็นคนสำคัญ อยู่ในโลกนี้แบบมีรอยยิ้มรักใคร่กลมเกลียว สิ่งนี้ย่อมนำไปถึงความสุขอีกโสตหนึ่ง
    ท่านว่าโดยอานุภาพของตะกรุดที่ผูกสามวิชามาเสริมส่งกันนั้น ยิ่งทำให้มีอานุภาพหนุนต่อและรุนแรงกว่าเก่ามีอานุภาพมากกว่าตะกรุดธรรมดาหลายเท่า เมื่อท่านจารลงเสกโดยอนุโลมปฏิโลมแล้วท่านว่าตะกรุดนี้แยกกันทำ ส่วนตัวท่านทำตามวิชาที่ได้รับมาจากนิมิต นอกเหนือกว่านั้นก็ยังอัญเชิญครูบรมพรหมสหัมบดีซึ่งมีความเป็นห่วงในชะตาสัตว์โลกมาทำอีกส่วนหนึ่งโดยการคายมนต์คายวิชาซึ่งปกติจะไม่อาราธนาท่านให้ทำเช่นนี้ ท่านว่าแยกกันทำ ไม่ได้ทำพร้อมกันต่างคนต่างเสกเมื่อครบกำหนดสามปีตามวาระ และอาศัยคราวพญาวันราชาฤกษ์ถึงจะเชิญครูเสกปิดพร้อมกัน จึงสำเร็จวิชา ท่านว่าตะกรุดนี้เน้นราชาฤกษ์เพราะอาศัยเหตุให้ผู้ใช้มีความสะดวกสบาย สุขสมหวังดุจพระราชาเข้าถึงชีวิตในอุดมคติเป็นที่สุดนั่นเองพ่ออาจารย์ท่านว่าชีวิตในอุดมคติของมนุษย์แต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป ด้วยสังคม ด้วยการงานอาชีพ ตลอดจนวาระกรรมของสัตว์โลกนั้นไม่เสมอกัน ตะกรุดนี้มีแรงครูสูงและมีอาถรรพ์มากด้วยว่าเป็นวิชาที่ปกปิดไว้ ไม่มีใครทำสืบทอดกันมายาวนานท่านว่าทำยากเพียงเข็นครกขึ้นภูเขา ปรารถนาจะทำให้ได้ทั่วกันก็ทำไม่ครบ จึงต้องทำไว้เพียงเล็กน้อยให้เฉพาะผู้ที่มีบุญสัมพันธ์กับท้าวมหาพรหมสหัมบดี เมื่อได้ตะกรุดเอกดอกนี้ไปให้อาราธนาบอกกล่าวนึกถึงชีวิตในอุดมคติของตัวเองให้ดี ว่าต้องการความเจริญทางไหนอย่างไร จะทำงานจะหาคู่จะทำอะไรก็นึกให้ดีบอกกล่าวถวายครูบรมพรหมท่าน

    พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์ปฐมพรหมนี้องค์ต้นธาตุต้นธรรมท่านลงมาทำให้จนมีรัศมีเลื่อมประภัสสร เป็นสิ่งที่หาได้ยากด้วยว่ามีแสงแพรวพราวเหมือนแสงพระสุริยะแรกขึ้นเช่นนั้นท่านว่าถือเอาดุจเป็นนิมิตมงคลมีแต่ขึ้นไม่มีตกเช่นนั้น ทั้งองค์พระยังมีเจ้าของทุกองค์ ด้วยมีคุณอนันต์จนพ่ออาจารย์ท่านกลัวว่าคนได้ไปจะลำพองใจนำไปใช้ในทางที่ผิด ท่านว่าผู้ที่ต้องการจะบูชาจงอย่าเกียจคร้าน อย่าลำพองใจ อย่าเดินไปตามกระแสของโลก ให้เร่งขวนขวายประโยชน์เบื้องหน้าหมั่นสร้างตบะสั่งสมบารมีประกอบคุณธรรมความดีให้ถึงพร้อมจึงจะไม่เสียเจตนาของเรา พ่ออาจารย์ท่านมีดำริในภายหลังก่อนออกให้บูชาว่าพระเช่นนี้ผิว่ากาลเบื้องหน้าหากหาผู้มาบูชาหรือรับไปไม่ได้ ท่านตายเมื่อไหร่ก็ให้ทำลายลงไปพร้อมกัน เพราะกลัวคนไม่ดีจะนำไปใช้ จนกระทั่งองค์ปฐมพรหมท่านแจ้งเหตุว่าถึงเวลาแล้ว ลูกๆที่เขารอคอยมีวาสนาจะครอบครองเครื่องมงคลที่มีคุณดุจกายสังขารของท่านมีครบแล้ว ให้ท่านวางใจได้เพราะทุกคนที่ได้ย่อมเป็นคนดี พ่ออาจารย์จึงให้นำออกมาร่วมบุญกัน

    ### ด้านหน้าท่านโรยผงวิภูติอภิสังขารมหากายาปฐมพรหม ทั้งฝังดวงจิตอภิสังขารมหากายาปฐมพรหมที่ปั้นขึ้นจากผงล้วนๆ *** และนอกจากนั้นยังฝังเหล็กวิชาองค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณเป็นสื่อเพิ่มไว้อีกโสตหนึ่ง

    คาถาบูชา
    โอมมหาพรหมาปรมัติอาตมภูว มหาอธิบดีไตรโลกาธาตุทิพจักขุง โอมฤฤามหาฦฦา มหาเตชัง มหาวิริยัง ปรมัตถัง อะนะวะชะสะระมะ สัพพะอิเจติ ตวะเมวะมาตาจะบิตา ตวะเมวะพันธุศจะสะขา ตวะเมวะวิทยาทรวิณัม ตวะเมวะสรวัม มะมะเทวะ เทวะ
     
  5. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    พระเจ้าทรงเมือง ครุตเหิน รายการที่ 3 ปิดครับ
    พระเจ้ายอดขุนคลังมหาสหัสสโลกธาตุชุบสิริ(ทรงเมือง,ครุฑเหิน)
    วิชาพระเจ้าทรงเมือง,นั่งเมือง,ครองเมืองนั้น เป็นวิชาแต่โบราณพ่ออาจารย์ท่านว่ามีมาตั้งแต่สมัยศรีสัชนาลัยย้อนกลับไปก็เริ่มทำพระร่วงทรงเมืองเหล่านี้แล้ว ท่านว่าวิชานี้จะเด่นทางด้านครอบงำ ทำให้เราครอบครองได้ทุกสิ่ง ครองเอาไว้ได้ทั้งหมดจะครองบ้านครองเมืองครองได้ทุกสรรพสิ่ง อะไรที่เอายาก(เอาไม่ได้)ก็ได้มาอยู่ในครอบครองเราทั้งสิ้น เช่นนั้นเสด็จพระใหญ่และครูบรมพรหมท่านจึงมีคำสั่งให้พ่ออาจารย์ท่านทำพระพิมพ์สำคัญนี้ไว้ในลักษณะท่านั่งคล้ายพระเจ้านั่งบัลลังค์อันเป็นที่มาของคำว่า"นั่งครองเมือง" ซึ่งถือว่าเป็นที่สุดของวิชามหาอำนาจที่จะใช้ครอบครอง,ยึด,ถือ เอาได้ทุกสรรพสิ่ง

    วิชาพระเจ้าทรงเมืองนั้น นับเป็นวิชาที่มีคุณฉกาจฉกรรจ์มากมายหากได้ทำแล้วท่านว่าจะเป็นยอดของประสบการณ์ทีเดียว ด้วยเป็นหนึ่งในวิชาที่ท่านทำสำเร็จในอดีตแม้ลงหรือครอบวิชาทำเครื่องมงคลด้วยวิชานี้ให้กับใครก็ล้วนแต่พลิกหน้าพลิกตัวเจริญรุ่งเรืองจนแทบจะจำตัวเองไม่ได้ ทั้งใช้ได้ทั้งในการปกครองหรือทำให้ครอบครัวเราและเพื่อนฝูง,สมาคมหรือลูกน้อง,เพื่อนร่วมงานของเราอยู่กับเราทำงานกับเราได้อย่างสงบร่มเย็น ทำกิจใดไม่ว่าจะหนทางไหนก็มีแต่ทางเจริญก้าวหน้า #ต้องเป็นใหญ่เหนือคน จะมีเหตุให้มีคนมาสนับสนุนถ้ามีเจ้านายก็จะได้รับความเมตตาเอ็นดูเป็นพิเศษ เรื่องเลื่อนยศ,เลื่อนตำแหน่ง,เจริญก้าวหน้านี่พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าใช้วิชาพระเจ้าทรงเมืองแล้วถึงไม่อยากได้แต่ก็ขัดไม่ได้เพราะมีแต่ต้องเจริญขึ้นจนไปถึงจุดสูงสุดอย่างเดียวเท่านั้นไม่ว่าจะทำกิจใดมีอาชีพด้านไหนก็ตามที เพราะพระเจ้าทรงเมืองก็คือนั่งเมืองและครองเมืองนั่นหมายถึงจุดสูงสุดของอำนาจได้ครองทุกอย่างแล้ว,ได้หมดแล้ว จะทำอะไรก็ต้องได้ ต้องเป็นใหญ่เป็นโต เห็นผลสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เต็มไปด้วยเกียรติยศ ถ้ารับราชการแล้วถือวิชานี้สมัยโบราณท่านว่าต้องเจริญขึ้นถึงชั้นเจ้าพระยามหาเสนานั่นทีเดียว ไม่ว่าจะทำกิจใดหรือประกอบอาชีพใดก็ล้วนแต่ต้องใหญ่โตโอฬารดีเกิน,ดีเลิศ,ดีล้ำกว่าใครเขาทั้งหมด จะเจริญก้าวหน้าไม่หยุดนิ่ง ทั้งสริมสง่าราศีให้เหมาะแก่การเป็นเจ้าคนนายคน ด้วยคุณวิชาพระเจ้าทรงเมืองนี้จะเสริมดวงชะตาวาสนาให้ยกขึ้นถึงขั้นเป็นใหญ่กว่าผู้คนทั้งปวง เปลี่ยนชีวิตให้เรื่องทุกข์ไม่มีเรื่องดีไม่ดับสูญ มีตบะเดชะเป็นที่เกรงกลัวแก่ชนทั้งหลายใครเห็นก็มอบใจมอบความศรัทธาให้แก่ตัวเราดุจเป็นศูนย์รวมจิตใจและความเชื่อมั่นของเขา นอกจากนี้ยังมีคุณมีค่าควรเมืองท่านว่าพวกที่เล่นของมีวิชาทั้งหลายนี่แพ้ทางเราทั้งสิ้น ไปเจอใครกระทำอะไรใส่นี่หลุดหมดเลยแม้คู่แข่งเราทำอาถรรพ์กลวิชาใดๆเจอพระเจ้าทรงเมืองเข้าไปก็เสื่อมอาถรรพ์ทั้งสิ้น เช่นนั้นท่านจึงถือว่าเป็นยอดวิชาที่ไม่ทำให้กับใครได้ง่ายๆ ด้วยเป็นเครื่องมงคลที่จะสร้างไว้เพื่อเฉลิมยศ เป็นเกียรติเป็นศรีให้กับเจ้านายและบรรดาเจ้าพระยามหาเสนาทั้งหลายนับแต่โบราณกาล พระเจ้าทรงเมืองนี้หากได้พกอาราธนาก็จะเสริมเรื่องมหาอำนาจ เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นคนเหนือคน,เป็นยอดของคน อยู่เหนืออุปสรรค อยู่ในหนทางแห่งความเจริญรุ่งเรืองเพราะเป็นพระเจ้าทรงเมือง,ทรงอำนาจที่จะเพิ่มยศต่อวาสนาให้เราก้าวหน้าไม่สิ้นสุดนั่นเอง

    ปฐมกำเนิดของการจัดสร้างพระเจ้าทรงเมืองนั้น แต่เดิมพ่ออาจารย์ท่านตั้งใจจะทำเป็นพระยอดขุนพล ต่อเมื่อได้ขออนุญาติทั้งเสด็จพระใหญ่และครูบรมพรหมแล้วท่านว่าให้ทำเป็นพระยอดขุนคลังแทน ให้ทำเป็นวิชาทางเจริญร่ำรวยเร็วเสริมกันจะดีกว่า พร้อมทั้งดำริว่าครูทั้งสองจะมาช่วยกันทำให้เต็มกำลัง ท่านมีโองการให้พ่ออาจารย์สร้างพระยอดขุนคลังมหาสหัสสโลกธาตุที่จะเชิญบารมีของยอดขุนคลังทั้งหมื่นโลกธาตุในแสนโกฏิจักรวาลมาประจุไว้ เพื่อให้เหมาะแก่ยุคสมัยนี้ซึ่งหมดเวลาแล้วที่จะไปสู้รบปรบมือกับใครด้วยความรุนแรงหรือสงครามการทำลายมันก็ไม่ใช่ ท่านว่าเราต้องสู้เค้าด้วยเศรษฐกิจ ความมั่งคั่ง มั่นคงท่านจึงมีดำริว่าดีแล้ว ทำยอดขุนคลังหนนี้จะได้เชิญยอดบรมครูมาลงวิชายอดขุนคลังที่เป็นยอดของวิชายอดขุนคลังจริงๆทั้งหลายนับไม่ถ้วนตั้งแต่กำเนิดมหาจักรวาลทุกยุคทุกสมัยนั่นทีเดียว ด้วยเหตุนี้วิชาพระเจ้าทรงเมืองในรูปขององค์พระยอดขุนคลังมหาสหัสสโลกธาตุจึงอุบัติขึ้น

    ท่านว่าหากกล่าวถึงยอดขุนคลังแล้วก็ต้องพูดถึงพระธนบดีด้วย ซึ่งพระธนบดีนั้นจะมีตำแหน่งพิเศษเป็นขุนคลังแก้วแห่งสวรรค์ไม่ว่าจะเทพยดาองค์ใดอุบัติขึ้นก็ตาม จะมีทรัพย์มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่ที่พระธนบดีนี้จะประทานให้เรียกว่ามีขุมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมหาจักรวาลอยู่ในการดูแล คอยประทานโชคประทานทรัพย์ให้กับทุกผู้ทุกนาม พ่ออาจารย์ท่านว่าพระธนบดีนั้นนอกจากเป็นยอดขุนคลังแล้วยังเป็นธรรมราชาเป็นมหาโพธิสัตว์ตามความเชื่อที่สืบมาแต่โบราณซึ่งเป็นคนละคติกับท้าวเวสสุวรรณ โดยคตินี้มีความเชื่อว่าพระธนบดีนั้นเป็นมหาโพธิสัตว์ซึ่งนิรมาณกายมาจากพระอวโลกิเตศวร เนื่องจากจะปฏิบัติหน้าที่โปรดสัตว์สงเคราะห์โลกช่วยเหลือด้านโชคลาภทรัพย์สินเงินทองโดยเฉพาะ นี่คือท่านลงมาทำหน้าที่เจาะจงเฉพาะกาลของท่านโดยเฉพาะ ที่สำคัญคือเป็นหน้าที่ต่อสัตว์โลกที่อยากพึ่งพาท่าน เพราะการสงเคราะห์ผู้ถวิลหาทรัพย์สมบัตินั้นอยู่ในงานอยู่ในภาระของท่านนั่นคือเหตุผลว่าแม้สัตว์ใดมีทุกข์เกี่ยวกับปากท้อง โชคลาภทรัพย์สินความมั่นคงต่างๆบรรดามี เมื่อขอท่านต้องได้รับการช่วยเหลือ ต้องสำเร็จทุกสิ่งด้วยมหากรุณา พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าพระธนบดีนี่สำคัญนัก เพราะแม้แต่การกำเนิดของสมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิทุกยุคทุกสมัย อันจะเกิดสิ่งของคู่บุญติดตัวมาด้วยคือรัตนะเจ็ดประการ ทั้งช้างแก้ว,ม้าแก้ว,ขุนพลแก้ว,ขุนคลังแก้ว,มณีแก้ว,นางแก้ว,จักรแก้ว เหล่านี้ ทุกสิ่งล้วนมาแต่การบันดาลของพระธนบดีทั้งสิ้น ท่านว่าเพราะพระธนบดีพระองค์นี่แหละที่อยู่เบื้องหลังของกำลังพระจักรพรรดิ์ทั้งหมด อยากรวยไว อยากสำเร็จไว อยากหนุนเนื่องเสริมส่งตัวเองด้วยกำลังของมหาจักรพรรดิ์ จึงต้องขอบารมีพระธนบดีพระองค์นี้ เมื่อจะทำพระยอดขุนคลังแล้วท่านจึงต้องใช้กำลังของพระธนบดีและเชิญพระธนบดีมาเป็นพยานร่วมทำร่วมสร้างกันอีกหนหนึ่ง ซึ่งองค์พระธนบดีศรีธรรมราชนั้นท่านก็โปรดให้พ่ออาจารย์ลงวิชาของท่านฝากไว้ในพระยอดขุนคลังมหาสหัสสโลกธาตุนี้ด้วย นั่นก็คือวิชาทำตะกรุดชุบสิริ ชุบชีวิต ชุบให้ตั้งตัวได้ พลิกฟื้นพลิกกลับจากโชคร้ายกลายเป็นโชคดีดั่งมีมหาสิริสถิตย์และตั้งอยู่ในตัวเราเช่นนั้น ซึ่งจะทำให้เราได้โชคได้ชัยในทุกกาลทุกเมื่อตลอดชีวิตไม่หน่ายไม่หนี มีสิริมีมงคลชัยมีลาภผลแสะสวัสดิมงคลทุกประการประทับอยู่กับตัวเราไม่เคลื่อนคลายหายจาก ด้วยสิริเป็นทรัพย์ พระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า"สิริ โภคาน มาสโย" แปลว่า "สิริเป็นที่มานอนแห่งโภคะทั้งหลาย" หมายความว่า ใครมีสิริอยู่ในตัวโภคสมบัติทั้งหลายจะไหลมาหาผู้นั้น เพราะสมบัติทั้งหลายนี้เป็นของแปลกอยู่คือชอบแต่คนมีสิริหรือมีมิ่งขวัญเท่านั้น ใครไม่มีสิริหรือหมดสิริก็ไม่อยากจะอยู่ด้วย เช่นนั้นตะกรุดชุบสิริจึงเป็นของสำคัญยิ่งนัก

    นอกจากนั้นครูบรมพรหมท่านยังโองการให้พ่ออาจารย์นำครุฑเหินที่ท่านทำไว้เมื่อนานมาแล้วและองค์ครูทั้งหลายได้เมตตามาเสกให้เต็มกำลังแล้วลงบรรจุในพระยอดขุนคลังนี้เป็นการเฉพาะด้วย ซึ่งในอดีตสมัยพ่ออาจารย์ท่านทำครุฑในตำนานของท่าน คือครุฑไม้ใบระกาโบราณแกะสลักนั้น ท่านทำเป็นองค์ขนาดบูชาค่อนข้างใหญ่ และในขณะเดียวกันท่านก็ใช้ไม้ใบระกาแกะองค์จิ๋วขึ้นไว้พร้อมกันและเสกขึ้นพร้อมกันด้วย ซึ่งครุฑจิ๋วนี้เรียกว่าครุฑเหินที่พญาสุเรนทรชิต(ครุฑองค์ต้น)ได้กำชับพ่ออาจารย์เอาไว้ให้ทำครุฑเหินให้ท่านด้วย เพราะเป็นครุฑที่อยู่ในจุดสูงสุดกว่าครุฑทั้งมวล เป็นครุฑที่กำลังบินเหินลมให้สูงขึ้นหันหน้ามุ่งฟ้าไม่มีตกลง เหินฟ้าร่อนไปในจุดสูงสุดเช่นนั้น ซึ่งวิชาทำครุฑเหินนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าพอเสกรวมแล้วองค์ครุฑต้นท่านยังให้แยกเสกและทำวิชาให้อีกหลายวาระเพราะถือว่าเป็นครุฑอาถรรพ์ที่มีกำลังแรง ทำไว้เพื่อให้คนใช้ได้พุ่งเข้าสู่ช่วงสูงสุดในชีวิตตามความฝัน ความปรารถนา อาถรรพ์ครุฑเหินนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อพญานกทดลองปีกจะเกิดพายุกวาดม้วนมหาปฐพีพุ่งไปด้วยกำลังอันไร้ผู้ฉุดต้านทัดทาน พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อพระยอดขุนคลังทรงเมืองฝังครุฑเหินแล้ว ก็จะยิ่งมีอานุภาพมากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็นหลายเท่า เพราะท่านช่วยท่านเร่งให้ได้ทุกอย่าง ท่านประทานให้ได้ทุกอย่าง ขาดทรัพย์ได้ทรัพย์ ขาดบุตรได้บุตร ขาดบริวารได้บริวาร ขาดคู่ครองได้คู่ครอง ขาดกิจการเคหะสถานบ้านเรือนท่านบันดาลให้ได้ทั้งสิ้นและเหนือสิ่งอื่นใดคือสำเร็จดั่งใจปานประหนึ่งลมพัดเพราะนี่คืออาถรรพ์ครุฑเหินเป็นที่มาของกำลัง,ของความสำเร็จอันไร้ผู้ต่อต้านทัดทานทั้งสิ้น นอกจากนั้นพญาครุฑยังเป็นสัญลักษณ์ของผู้เป็นใหญ่ผู้มีอํานาจราชศักดิ์ เป็นของสูงอยู่กับผู้ใดจะเจริญทั้งหน้าที่การงาน,ชีวิตครอบครัว อยู่กับใครแล้วย่อมเป็นผู้ที่ตกต่ำไม่ได้ เป็นมหาอํานาจปกครองคนมีบารมีสูงกว่าเขาทั้งหลายปราศจากโทษภัยอันตรายทั้งปวง การจะสร้างองค์ครุฑนั้นให้มีบารมี,มีพลังเหนือพลังทั้งปวงจึงจะได้ชื่อว่าขลังอย่างที่สุด นอกจากเป็นครุฑองค์ต้นชุดพิเศษ(ครุฑเหิน)แล้ว พ่ออาจารย์ท่านยังลงอาถรรพ์องค์ครุฑเฉกเช่นต้นสายวิชาด้วยทั้งเป็นมหาอํานาจเหนือกว่าใคร,เจริญก้าวหน้าในแผ่นดิน(รับราชการ),เป็นตราแห่งโชคลาภ-เงินทอง-ลาภผล,กันเขี้ยวงาอสรพิษ(พญาครุฑยึดนาคจับนาคผู้เป็นใหญ่ในอสรพิษได้พญาครุฑจึงเหนือเขี้ยวงาและพิษร้ายทั้งปวง),แก้คุณผีคุณคนคุณไสย์ได้ดีนักเดรัจฉานวิชาไม่กล้าเข้าใกล้,ตกตําไม่ได้พญาครุฑบินอยู่สูง สูงกว่าพญานกทั้งหลายตราพญาครุฑจึงช่วยหนุนดวงไม่ให้ตกต่ำ,พระเคราะห์ไหนๆพระราหูแรงอย่างไรก็ชนะพญาครุฑไม่ได้,บารมีมากปกป้องคุ้มครองดี ให้ปลอดภัย ทั้งนี้ครุฑองค์ต้นของพ่ออาจารย์ท่านยังมากบารมีช่วยให้ชีวิตที่ซบเซาการงานและกิจการที่ซบเซาพลิกฟื้นคืนมาได้ เพราะเป็นครุฑเหินองค์ครุฑท่านจึงลงไว้ให้เป็นกรณีพิเศษเมื่อครุฑบินขึ้นฟ้า ย่อมเกิดมหาพายุพัดเอาแก้วแหวนเงินทองและลาภสักการะมากมายมาตกลงที่ตัวเรา ด้วยองค์ครุฑนั้นเป็นวัตถุมงคลที่ได้รับการยอมรับว่าศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดชนิดหนึ่ง ที่มีข้าราชการ เจ้าใหญ่นายโตติดต่อขอให้พ่ออาจารย์ท่านเมตตาทำให้มากที่สุดอย่างหนึ่ง แต่ก็มักจะได้รับการปฏิเสธทุกครั้งไป ว่าท่านไม่ทำแล้วบ้าง ยังไม่ถึงเวลาบ้าง เมื่อจะสร้างจอมครุฑที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์กำเนิด เป็นมหาครุฑองค์ปฐมในวัฏจักรเผ่าพันธุ์เทพวิหคที่ครุฑทั้งหลายต่างเกรงกลัวนอบน้อมดุจจอมราชันย์แห่งเผ่าพันธุ์ พญาครุฑที่มีวิมานอาศัยอยู่ในสวรรค์ชั้นไวกูณฐ์ร่วมกับพระนารายณ์ผู้เป็นเจ้า เป็นวิมานเอกเทศดุจอาณาเขตต้องห้ามที่ไม่มีใครหาญกล้าไปรบกวน นั่นคือ"พญาสุเรนทรชิต" ครุฑผู้อาจหาญสามารถชนะได้แม้กระทั่งพระอินทราธิราชองค์นั้น ครุฑท่านมีอำนาจช่วยให้ทุกสิ่งที่เลวร้ายผันแปรได้ในทุกสรรพสิ่งในทุกสถานการณ์ซึ่งเป็นสภาวะธรรมชาติอันไม่คงที่ คนเราต้องเจอโชคร้ายมากมายเหมือนฟ้าเล่นตลก เมื่อมีเหตุร้ายมาถึงตัวจะได้กลับร้ายกลายเป็นดี ท่านว่าเราไม่ได้เปลี่ยนวัฏจักรแต่ทำให้ด้วยเคล็ดและคุณวิชาพลิกกลับทุกสรรพสิ่งจากร้ายให้เป็นดี จากอวมงคลกลายเป็นศุภมงคล ท่านว่าชีวิตคนนั้นไม่ว่าจะผ่านอะไรมามากก็ตามความสำเร็จสุดท้ายให้ดูที่ปลายมือคือที่สุดของชีวิต มงคลเรื่องนี้ถือว่าสำคัญนัก คนรวยจนลงก็มีถมไปได้ดีเป็นพักๆโชคร้ายกระหน่ำเข้ามาก็มีอยู่มาก พ่ออาจารย์ท่านจึงลงวิชาพลิกฟ้าพสุธาหงายเสริมเข้าไว้ที่จอมครุฑให้สอดคล้องกัน ท่านว่าเสริมส่งอานุภาพให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกเพื่อที่จะแปรผันสถานการณ์เลวร้ายต่างๆให้ลูกๆที่ศรัทธา ท้ายที่สุดของชีวิตปลายมือต้องได้ดีคงที่ทุกคน ด้วยเมตตาครุฑองค์ต้นประดุจองค์ครุฑนั้นกางกรออกมาพร้อมที่จะโอบอุ้มสรรพสิ่งอันเป็นที่รักไว้กับอกของพระองค์ พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าท่านจะทนุถนอมเราไว้ดุจดวงแก้ว โอบอุ้มเราใส่ไว้กับอกของท่านให้ฝากชีวิตของลูกๆไว้กับพ่อพญาสุเรนทร์ท่านเสีย อธิษฐานบอกท่าน จะได้ชื่อว่าเราฝากชีวิตไว้กับเทพที่ทรงอานุภาพเกรียงไกรที่สุดในประวัติศาสตร์เทวโลก ท่านจะโอบอุ้มเราด้วยความรัก คอยค้ำชูเรา จะมีสิ่งดีๆตามเข้ามาในชีวิตเจ้าอย่างรวดเร็วปานมหาวายุพัด เพราะท่านบินสูงเหนือลม เล่นลม เฉกเช่นนั้น ผู้ที่มีดวงครุฑ มีบารมีครุฑหนุนอยู่ ล้วนแต่ได้ดีเป็นยอดคนแห่งยุคทั้งสิ้น เช่นนั้นท่านจึงนำจอมครุฑพญาสุเรนทร์ต้นตำรับที่ใชไม้ใบระกายุคขรัวโตแกะสลักมาบรรจุไว้ในพระสำคัญนี้

    ด้านหลังท่านอุดด้วยผงสุริยกาล,ผงจันทรกาล ซึ่งผงวิเศษนี้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ย่อมได้ชื่อว่ามีคุณมากมาย ยิ่งนำทั้งสองชนิดนั้นมาใช้พร้อมกันจะยิ่งทวีอานุภาพมากขึ้นไปอีก ท่านว่าผงนี้เป็นของเทพยดา หาได้ยากในโลก เมื่อนำมารวมกันจะมีอานุภาพทางเสน่ห์เมตตา โชคลาภ ความสะดวกสบาย ความเจริญรุ่งเรืองอย่างสูง โดยพ่ออาจารย์ท่านบอกว่าทั้งสองสิ่งนี้ถ้าเอาเฉพาะด้านเสน่ห์ก็แรงกว่าพวกคุณไสยยาแฝด ต่างกันตรงเกิดขึ้นด้วยเทวานุภาพเป็นของสูง
    - ผงสุริยกาล ผงนี้เกิดจากสุริยะเทวราชเมื่อครั้งที่ได้เข้ากรรมบำเพ็ญตบะเพื่อจะดับรัศมีความร้อนในร่างกายพระองค์ให้บรรเทาลงเสีย ด้วยตบะกรรมแห่งพระอาทิตย์เทพ จึงได้เกิดไคลตกลงมาเป็นตะกอนก้อนผง ท่านว่าผงนี้มีคุณอย่างวิเศษ แม้ใครเดือดร้อนทุก์ใจ เจอเรื่องร้ายอย่างใดก็ตามที ทุกสิ่งที่ว่าร้ายจะต้องกลายเป็นดี ทุกสิ่งที่เป็นกาลร้อนจะต้องสงบระงับไป เหลือแต่เพียงความสุขสมหวัง ความเจริญรุ่งเรืองเท่านั้น
    - ผงจันทรกาล เมื่อครั้งจันทรเทพได้ก่อเทวาสุรสงครามขึ้น พระองค์ได้เสด็จยังโลกมนุษย์เพื่อจะรวมกองทัพฝ่ายมนุษย์และเหล่าเทพอสูรต่อกรกับบรรดาเทพเจ้าทั้งหลาย ซึ่งกาลนั้นเองที่เป็นปฐมเหตุของตระกูลกษัตริย์จันทรวงศ์ที่จะสืบเชื้อสายต่อไปในชมพูทวีปได้อุบัติขึ้น ผงจันทรกาลจึงเกิดขึ้นเมื่อครานั้น เมื่อจันทรเทพได้บำเพ็ญตบะกรรมจนสำเร็จพิธีราชสูรยะ รัศมีของจันทรเทพก็สาดส่องไปกระทบกับมวลอากาศเกิดเป็นละอองขึ้นมา ซึ่งผงนี้เรียกว่าผงจันทรกาล เหล่านางฟ้า เทพธิดา อัปสรสวรรค์หรือแม้แต่นางพรายก็จะคอยเฝ้าไว้ด้วยความหวงแหน ซ้ำตนเองยังหลงใหลในผงนี้เสมอด้วยได้เห็นหน้าจันทรเทพอีกด้วย ท่านว่าเป็นที่สุดของผงทางเมตตามหานิยมเอาว่าขนาดนางฟ้ายังหลงเช่นนั้น
    เมื่อพ่ออาจารย์ท่านขอท่านพลีมาได้ ท่านจึงนำมาเก็บไว้จนได้นำมาร่วมสร้างพระยอดขุนคลังชุดพิเศษหนนี้ ด้วยว่าผงทั้งสองชนิดนี้ต้องอยู่คู่กันจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้ ท่านว่าเพราะธาตุพลังงานนั้นเกื้อหนุนกัน แม้จะใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะไม่เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด ด้วยว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดจากเทพยดา มีการพิทักษ์รักษาไว้อย่างดี เป็นของที่มีต้นกำเนิดมาจากองค์กำลังแห่งธาตุแสง ใช้เบิกชีวิตคนได้ ใช้เปิดโลกเปิดภพภูมิได้ เป็นแสงสว่างที่จะทำลายความมืด ขจัดกลียุค ทำลายเสียซึ่งอุปาทวจัญไรทั้งปวง ท่านจึงนำผงทั้งสองนี้ผสมด้วยกันและเพิ่มมวลสารมงคลอื่นๆได้แก่
    - ผงคตไข่แก้วงูจงอาง พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นที่สุดของอำนาจ ตบะบารมี บริบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สมบัติที่จะประทานให้กับผู้ถือครอง สำหรับผงนี้ท่านว่าสำคัญนักเมื่อจะทำแล้วจะขาดไปไม่ได้ เพาะพระยอดขุนคลังนี้มีกำลังแห่งพระธนบดีอันเป็นนายของบรรดาปู่โสมทั้งหลาย เหล่าพญางูหรือผู้พิทักษ์ทรัพย์แผ่นดินทั้งหลายล้วนอยู่ในการควบคุมของท่าน ดังนั้นจะให้ใครรวย จะเกื้อหนุนใคร จะเปิดดวงใคร จึงเป็นหน้าที่โดยตรงของพระยอดขุนคลัง
    - ผงสำเร็จหลวงพ่อปาน เป็นผงเก่าตกทอดมาแต่สมัยหลวงพ่อปานท่านสร้างพระพิมพ์ทรงสัตว์ โดยผงนี้ท่านจะบรรจุอยู่ภายในพระพิมพ์แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นเหมือนหัวใจ เหมือนพลังงานขององค์พระเลยก็ว่าได้ ถ้าหาพระพิมพ์ทรงสัตว์ของเก่าไม่ได้ท่านว่าให้เอาใช้แทนกัน
    - ผงลบวิชาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ วิชาเอกที่อำนวยลาภผล โชคลาภให้สำเร็จมาแล้วมากมาย หากใช้โดยจิตเมตตา และผู้ถือครองให้ท่านเป็นนิจ จะยิ่งมีแต่ทรัพย์สินงอกเงยเพิ่มพูนขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ด้วยอำนาจแรงครูบันดาลให้เป็นไป
    - ผงลบคาถารัตนมาลา ที่สุดแห่งคุณแก้วสามประการ พ่ออาจารย์ท่านว่ามีอานุภาพเป็นเอนกอนันต์ด้วยอำนาจพระรัตนตรัยไม่สามารถบรรยายได้หมด ท่านว่าปรารถนาสิ่งใดก็มีครบ แม้ไม่ต้องปรารถนาก็ยังมี สุดแท้แต่จะขอจะอธิษฐานเอาตามเหมาะตามควร
    - สีผึ้งและนำมันครูเก่า เป็นของบูรพาจารย์ที่สืบทอดมามากมายหลายสิบชนิด ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านได้เคยไปขอเมตตาและท่านประสิทธิ์ประสาทให้มา ที่สำคัญมีสีผึ้งที่หลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล และหลวงปู่ฝั้นท่านเคยใช้สีปากด้วย พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าลมหายใจ น้ำลาย ไอปากของพระอริยเจ้า นี่แหละของวิเศษที่สุด
    - ว่านยาทางโชคลาภ หนุนดวง เมตตา มหานิยม ซึ่งเป็นว่านยาพิเศษที่มีฤทธิ์ในตัว มีอำนาจ มีตัวตนต้องปลูกต้องพลีด้วยวิธีเฉพาะทั้งสิ้น ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านได้รวบรวมมาผสมไว้
    ทั้งยังเข้าด้วยมวลสารวิเศษที่ครูพรหมท่านให้หาไว้ได้แก่ ดินกากยายักษ์,ผงเขี้ยวหนุมาน,ผงถ้ำเทวาพิทักษ์,ผงพระธาตุสีวลี,ผงเพชรหน้าทั่ง,นิลตัดเหล็ก,ผงบัวผุด,ขี้เหล็กเปียกภูสิงห์,เหล็กไหลพญานาคภูเขาควาย,แร่ทรหดประเทศลาว,ทรายดำหลวงปู่ทวด,ด้วงหิน,ข้าวสารหิน,ข้าวสารดำ,เหล็กไหลย้อย,เพชรประสาน,เหล็กน้ำพี้,ทรายคำ,ผงจักรพรรดิ์หลวงปู่ดู่,แร่บางไผ่,แป้งเสกหลวงปู่บุดดา,น้ำมันชาตรีหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    พ่ออาจารย์ท่านว่าพระยอดขุนคลังทรงเมืองนี้คือพระที่คนซึ่งปรารถนาความสุขความสบายควรมีไว้อย่างถึงที่สุด ด้วยเมื่อครูพรหมและสมเด็จองค์ปฐมท่านเมตตาทำให้ นิมิตแรกท่านเห็นเป็นวิสุทธิเทพซึ่งมีความสวยงามเกินกว่าเทพพรหมสามัญทั้งหลาย ในมือนั้นท่านถือแก้วดวงหนึ่งซึ่งมีรัศมีสว่างไสวมากยื่นลงมาพร้อมจะมอบให้แก่ผู้ถือครอง ครูบรมพรหมท่านจึงกำชับไว้เลยว่า"องค์ยอดขุนคลังทรงเมืองนี้อาตมันท่านกำหนดเอาไว้แล้วจะเปรียบเสมือนเป็นของคู่บารมีค่าควรเมืองเมื่อผู้ใดรับไปอาราธนาซ้ำจะดีกว่า,ล้ำกว่า,เลิศกว่าที่ได้บอกไว้เทั้งหมด(ท่านว่าพูดไม่ได้)"

    คาถาบูชา
    มะอะอุมะณีจินตาปิยังมะมะ อุอากะสะวิระทะโยวิระโคนายัง ปฏิรูปะการีธระวาอุฏฐาตาวินทะเต ธนัง เมกะมุอุสิริโภคานะมาสะโย อุอะมะนัตถีติวะจะนังนามะมาโหสิภะวาภะเว นะชาลีตีฉะวิจิมัง สัพพะลาภาสัพพะโภคาภะวันตุเม วิริเยนะทุกขะมัจเจติ นะมะพะทะสัพเพเทวารักขันตุสุรักขันตุ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 กรกฎาคม 2021
  6. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    ปิดรายการที่ 1 ครับ
     
  7. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    ปิดพญาครุตครับ
     
  8. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    ED885109997TH นภัทร
     
  9. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    รายการที่ 4 ครับ ตะกรุดสิทธิพรหมสะเดาะลาภ(ตัวบรมพรหมถอดพระโศก) รายการที่ 4 เก็บครับไม่ให้บูชา

    "ตะกรุดนี้ฉันทำเอาไว้นาน เห็นฤทธิ์จนชินหูชินตาแล้ว...จึงนำมากดโค๊ตเก็บไว้"

    "ตะกรุดสิทธิพรหมสะเดาะลาภนั้นเป็นหัวใจสูงสุดของวิชาทำสิทธิลาภ..แต่กลับกันเพราะใช้เพื่อสะเดาะเคราะห์เอาลาภโดยเฉพาะ ถือคติว่ายิ่งเคราะห์มากลาภยิ่งเยอะ ยิ่งทุกข์ร้อนมากจะกลับเป็นมั่งมี"

    ไอ้ตัวสะเดาะลาภนี้มันต้องลงตัวถอดพระโศกไว้ด้วยนะ อย่าคิดว่าจะเขียนๆก็เสร็จไป เพราะวิชาถอดพระโศกนี้เสกยากยิ่งกว่าสร้างพระจักรพรรดินะคุณ แม้คุณพระก็เสกไม่ได้..ต้องใช้สายวิชาพรหมโบราณ

    ### แต่เริ่มเดิมทีนั้น ตะกรุดสิทธิลาภจะมีคุณอนันต์
    สิทธิลาภตัวต้นนั้นเป็นตะกรุดมีที่มาสูงไม่ใช่เล่น สืบเนื่องจากพ่ออาจารย์ท่านได้รับนิมิตโดยตรงจากครูใหญ่ท่าน(องค์พรหมสหัมบดี) พ่ออาจารย์บอกว่าท่านให้สร้างตะกรุดขึ้นมา เพื่อเอาไว้ช่วยเหลือคนโดยเฉพาะพร้อมประทานชื่อให้เสร็จสรรพคือสิทธิลาภ ซึ่งในส่วนของตะกรุดสิทธิลาภนี้ท่านสร้างโดยวิธีการลงถมพร้อมกับเลือกพระยันต์ลงตะกรุดเอง ท่านว่าเพื่อให้ได้ลาภผลต่อเนื่องไม่ขาดสายท่านจึงตั้งใจทำมาก อานุภาพของสิทธิลาภนั้นถึงขนาดว่า"ต่อให้เธอหนีลงน้ำ เขายังตามเอาไปให้เธอในน้ำขนาดนั้น แม้บินขึ้นฟ้าก็ต้องตามหาเพื่อมอบทรัพย์ให้ทีเดียว"

    ด้วยเป็นตะกรุดที่ลงยากเสียยิ่งกว่าอะไรจึงเป็นของสูงอันจะบูชาไว้ต่ำกว่าเอวไม่ได้ ท่านบอกว่าผู้บูชาจะเจริญด้วยมนุษย์สมบัติ..สวรรค์สมบัติ..เเละนิพพานสมบัติทีเดียว ที่สำคัญไปไหนไม่มีใครกล้าเกลียด(ถ้าไม่ทำตัวเเย่จนเกินไป) เป็นมหานิยมเเก่คนหมู่มาก หลายๆคนที่ถามหาเครื่องมงคลซึ่งอยยู่เหนือกว่าการบันดาลโชคลาภธรรมดา ความจริงนั้นย่อมมีเเละทำยากแถมให้บูชายาก นอกจากจะดีด้านโชคลาภถึงที่สุดแล้วท่านยังแปลงสูตรใส่ยันต์เฉพาะของท่านให้เป็นมหานิมมหาหลงแก่ชนทั้งโลก ท่านว่ายกตะกรุดทูนหัวเเตะหน้าผากเป็นเสน่ห์ไปหาผู้หญิงก็รักโทษถึงตายเห็นหน้าเข้าทำไม่ลงรักยิ่งกว่าลูก นอกจากนั้นยังใช้ป้องกันสิ่งที่มองไม่เห็นที่คิดจะประทุษร้ายเราคล้ายๆเป็นพยนต์ชนิดหนึ่ง(ตะกรุดตัวนี้เป็นตะกรุดมีชีวิตบังเงา,บังตัว,กันภัยได้)
    ### เวลาจะออกไปไหนหรือก่อนจะนอนหลังจากสวดมนต์ไหว้พระเสร็จให้อธิษฐานกับตะกรุดว่า ตัวกูอย่าทำ..ถ้าเป็นคนอื่นให้ทำเถิด แค่นั้นหลับได้สบายภูติพรายที่ไหนก็ไม่ได้เข้าใกล้ ท่านลงไว้ครบถึงขนาดถ้าจะเข้าหาผู้หญิงสะกดขึ้นเรือนเขาได้(เป็นสิ่งที่นอกเหนือจากเรื่องโชคลาภ ซึ่งไม่เเนะนำให้ทำ)

    พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดสิทธิลาภนั้นเป็นของทำยากต้องใช้ความตั้งใจมากเป็นพิเศษเพราะเป็นของสูงที่พ่ออาจารย์ได้รับสื่อให้สร้างจากองค์พรหมสหัมบดี ดังนั้นจึงหายห่วงได้เรื่องเเรงครูเป็นของสูงของศักดิ์สิทธิ์ที่มีประสบการณ์มากจะนำพาชีวิตให้มีเเต่เจริญขึ้นที่เท่าเดิมหรือต่ำกว่าเดิมไม่มี เป็นวิชาทำตะกรุดครูหนึ่งในสามชนิดของท่าน
    *** ทั้งสมัยก่อนพ่ออาจารย์ท่านเล่าว่าครูที่สอนท่านนั้นมีเมียร่วมร้อยอยู่ด้วยกันได้ไม่ทะเลาะกันซักคน เป็นเราๆนั่นทำไม่ได้เเน่แต่ครูท่านเองก็ไม่ได้ใช้วิชาอะไรมากท่านใช้เพียงมนต์พระสีวลี(งงมั้ย) ปกติจะเข้าใจว่าพระสีวลีเป็นเรื่องลาภผลเงินทองเเต่พ่ออาจารย์กล่าวว่านั่นก็ถูกเเต่ยังมีอีกมากกว่านั้น ท่านว่ามันรวมไปหมดทั้งโชคทั้งลาภสักการะแม้แต่โชคที่มีชีวิตโชคที่ได้จากสัตว์สองเท้าด้วย ถ้ารู้ถ้าทำเป็นปลุกขึ้นมนต์พระสีวลีนี้จะให้ดีกว่าขุนแผนก็สามารถทำได้
    ***ซึ่งครูท่านได้ลบถมผงพระสีวลีตัวพิเศษนี้ไว้โดยพ่ออาจารย์ท่านนำมาใช้อุดตะกรุดสิทธิพรหมสะเดาะลาภโดยเฉพาะ(แลร์ไอเทมนี้ไม่มีในตะกรุดสิทธิลาภทุกตัว เพราะอาถรรพ์มาก แรงครูสูงมาก) เอามาผสมกับทรายทองเพิ่มพูนเป็นแร่ทรายศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตักเท่าไหร่ก็ไม่พร่อง ถึงตักมาใช้ทำเครื่องมงคลหมดไปหาอีกทีก็มีวางไว้ที่เดิมเต็มเหมือนเดิมอาศัยเหตุที่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่พร่องเเละเต็มตลอดถือเคล็ดตรงนี้อุดไว้ให้เพื่อผู้บูชาจะได้ไม่พร่องในทรัพย์สินเงินทองเเละมีเต็มมือ..มีมากพอ..มีเกินพอ..ไม่รูจักพร้องไม่รู้จักหมด

    ต้นวิชา
    แต่ตะกรุดดอกน้อยนี้คือหัวใจต้นวิชาตะกรุดสิทธิลาภซึ่งพ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าสิทธิพรหมสะเดาะลาภ..เอาไว้แก้กรรมการทำมาหากิน วิชานี้มีคุณมากในทางแก้กรรม
    - ยิ่งมีความทุกข์มาก..ยิ่งรวยมาก
    - ยิ่งชีวิตเศร้าหมองมาก..ยิ่งรวยมาก
    - ยิ่งเจอปัญหาเดือดเนื้อร้อนใจมาก..ยิ่งรวยมาก
    - ยิ่งพบความขัดข้องไม่รู้สิ้นสุด..ยิ่งรวยมาก
    เช่นนี้เองที่พ่ออาจารย์ท่านจึงบอกอยู่เสมอว่ามันเป็นเรื่องบ้าๆและบ้ามากจริงๆ พูดไปคนก็ยากจะเชื่อแต่นี่แหละคืออำนาจองค์บรมพรหม ถ้าไม่เชื่อก็อย่าเอาไปใช้เลยท่านให้ไว้เป็นสิทธิ..เป็นสิทธิขาด..เป็นอภิสิทธิ์แก่ผู้ได้ครอบครอง ยามเมื่อชีวิตเดือดร้อนยิ่งร้อนมากเท่าไหร่ตะกรุดก็จะยิ่งสะเดาะพระโศกให้กลายเป็นโชคลาภความร่ำรวยมากเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าในชีวิตคนนั้นต่อให้รวยล้นฟ้าสบายไปเจ็ดชั่วโคตรยังไงมันก็หนีทุกข์โศกไม่พ้นอยู่ดี วิชานี้จริงๆแล้วก็อุปมาดังคำเตือนจากครูบาอาจารย์ท่านให้แปรทุกข์โศกเป็นความสุขนั่นเอง ทั้งท่านเห็นว่าสถานการณ์โลกในปัจจุบันนี้จะแย่ลง การนำพาโชคลาภธรรมดาด้วยวิธีปกติย่อมทำได้ยากขึ้น ### ทั้งตอนนี้ความทุกข์โศกของคนนั้นมีอยู่ล้นพ้นตัวเข้าเงื่อนไขบรมพรหมมากที่สุด ท่านจึงให้ใช้ตะกรุดชุดนี้ได้

    เห็นฤทธิ์จนชินหู..ชินตาแล้ว
    ด้วยจะกลับร้ายกลายเป็นดีเปลี่ยนเรื่องวิตกกังวลในชีวิตเป็นความสุขใจ พ่ออาจารย์ท่านว่าทางออกของปัญหาปากท้องสรุปจบที่ความร่ำรวย..คนมีเงินเขาจะทุกข์ก็ไม่นานแต่หากเงินหมดเขาจะทุกข์นานเพราะอยู่ไม่รอด เช่นนั้น "บรมพรหมถอดพระโศก"ตัวนี้ท่านจึงลงให้สัมพันธ์กับสิทธิพรหมสะเดาะลาภ เป็นตะกรุดดอกเล็กตำรับใหญ่ซึ่งมีกฤติยาคมสอดประสานขานรับกันอย่างน่าทึ่งและเป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาภาคพระเจ้าโปรดโลกขององค์บรมพรหมเมื่อเข้าสู่กลียุค พ่ออาจารย์ท่านว่าหน้าที่พรหมปัญจะสุทธาวาสไม่ใช่แต่เพียงคอยลงมาแนะนำวิทยาการต่างๆแก่มนุษย์หากแต่ในทุกข์เข็ญท่านก็ยังลงมาช่วยคนของท่านด้วยเช่นกัน(แต่ไม่ได้ช่วยทั้งหมด ..ท่านช่วยเพียงคนที่เลือกท่านและท่านเลือก)

    เช่นนี้บรมพรหมถอดพระโศกจึงบอกโดยตรงว่าใครเป็นคนช่วยเหลือเป็นคนถอดทุกข์โศกออก พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดตัวนี้ไม่มีความหมายอื่นใดซับซ้อนเลยเพราะมันสรุปตรงตัวคือยิ่งซวย..ยิ่งรวย,ยิ่งโคตรแย่..ก็ยิ่งโคตรรวย มันมีอยู่เพียงเท่านี้จริงๆเพราะท่านว่าหากรวยแล้วไอ้ที่แย่มันก็จะลดลงชีวิตมนุษย์หนีทุกข์ไม่พ้นก็ดุจเราที่หนีความรวยไม่พ้น หนีความสบายไม่ทันมันเป็นค่ายกลกลับตาลปัตรได้ถึงปานนี้ท่านจึงบอกไว้แต่แรกว่า "ฉันไม่อยากจะพูดถึงตะกรุดตัวนี้เลยเพราะมันเป็นเรื่องบ้าๆ และโคตรบ้าบอ" แต่ก็นั่นแหละท่านว่าวิชาแบบนี้มันมีอยู่จริงจะปรากฏในยุคสมัยที่สมควรไม่ได้มีมากพอจะยกคนได้ทั้งโลกเพียงแต่มีไว้ให้เท่าคนที่ครูท่านเลือก ลองว่าถ้าคนซวยมันกลับมารวยได้ก็เลิกพูดไปเลยไอ้เรื่องหนุนดวงหนุนฐานะท่านว่าปลดกังวลปัญหาใหญ่ในชีวิตไปเอาเวลาไปห่วงเรื่องป่วยเรื่องตายแทนเท่านั้น เพราะชีวิตมันพลิกผันไปหมดแล้วดวงมันไม่ร้ายไม่เหลือทุกข์โศกแล้ว

    ..นี่คือถอดพระโศกตำรับใหญ่ของบรมพรหม ไอ้ความโศกธรรมดาน่ะฉันไม่พูดถึงนะเพราะตำรับนี้มันเรียกว่าพระโศกแปลว่าเป็นยอดเป็นโคตรวงศ์ของความโศกทั้งหมดไม่มีอะไรจะพินาศล่มจมได้เท่านี้ แบบนี้ฉันถึงเรียกว่าเป็นเรื่องบ้าแต่เกิดขึ้นจริงด้วยวิชาสายบรมพรหมท่านจะเน้นปาฏิหาริย์แบบเหนือโลกแม้คนใช้ยิ่งได้ดีจนตาค้างงงกับตัวเองไปทั้งชีวิต คนที่เคราะห์ภัยจวนตัว,โดนเล่นงานหมดเนื้อหมดตัว,โดนกระทำด้วยคนด้วยผีจนสิ้นเนื้อประดาตัว...ยิ่งหนักหนายิ่งรวยแรง จะบังเกิดโชคลาภมั่งมีเงินทองไม่สะดุดในแผนงานของตัวเอง ทั้งเจริญก้าวหน้าตักตวงได้มากกว่าคนอื่น พ่ออาจารย์ท่านว่าพระโศกนี่มันรวมหมดนะไอ้คนประเภทที่ว่าดวงมันมีโชคมีลาภแท้ๆแต่ผีห่าเวรกรรมมาบดบังจับต้องอะไรไม่ได้ซักทีจนรอบดวงมันเคลื่อนออกไปหมด..มีโชคแล้ว..มีโชคอีก..ปีแล้วปีเล่าแต่กลับจนอยู่มือเปล่าค่าเท่าเดิมท่านว่านี่แหละตัวถอดพระโศกถอดออกเบิกทางถอดเอาไอ้ผีห่าเวรกรรมที่ถาโถมซัดสาดออกไป ..*** ใครที่ทันใช้ ฉันขอเถิดอย่าเอาไปทำผิดศีลธรรม เมื่อมีแล้วให้คิดถึงยามไม่มี อย่ารังแกใคร

    ตะกรุดตัวนี้ฉันกล้าพูดว่า "เห็นฤทธิ์กันมาจนชินหูชินตาแล้ว" นั่นก็เพราะแต่ก่อนที่ฉันทำชุดนี้ไว้ฉันไม่ได้เอาออกให้ใครใช้ง่ายๆนะเพราะองค์บรมพรหมท่านกำชับไว้เลยว่าไม่บ้านแตกสาแหรกขาดจะทุกข์ร้อนอย่างไรก็ห้ามใช้ตะกรุดชุดนี้ ..แต่ก็นั่นแหละพ่ออาจารย์ท่านว่าคนที่ฉิบหายขนาดบ้านแตกสาแหรกขาดกลับมีอยู่เรื่อยๆ เป็นความซวยชนิดที่ว่าไม่เหลือที่พักอาศัย..ไม่เหลือญาติพี่น้อง..ไม่เหลือหน้าที่การงานแล้ว ท่านจึงนำตะกรุดชุดนี้สงเคราะห์เขาไปหนึ่งคนหนึ่งดอก เพราะท่านถือว่าสิ่งที่พวกเขาเจอแต่ละอย่างมันเป็นที่สุดแล้วแห่งความทุกข์โศกไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีอื่น พ่ออาจารย์ท่านว่าก็เป็นดั่งบรมพรหมท่านปกาศิตว่าถอดพระโศกเดี๋ยวนี้เห็นรวยกันทุกคน..ง่ายๆนั่นก็คือไม่ว่าจะเคยเจออะไรย่ำแย่มา ***มีแต่รวย

    พ่ออาจารย์ท่านเห็นว่าคนทุกวันนี้ชีวิตเจอปัญหาหลายทางคิดไม่ตกหาทางออกไม่เจอ บางคนที่หนักเลยก็มืดแปดด้าน อย่างดีหน่อยก็ชีวิตติดๆขัดๆท่านจึงเห็นสมควรแก่เวลาว่าจะเปิดจองตะกรุดชุดนี้ ด้วยท่านว่าอยู่กับท่านไปท่านก็ขี้เกียจรักษารอเวลาพบเจอเจ้าของแล้ว ท่านขอเพียงเก็บเอาไว้กับตัวหนึ่งดอกเพียงเท่านั้นที่เหลือท่านจึงให้นำมาเปิดจองทั้งหมด ท่านว่าคนที่ทุกข์หนักจะได้ไม่ไปเสียเวลาสะเดาะเคราะห์แก้กรรมกันที่ไหน ฉันให้เอาไปใช้เลี้ยงตัวเพื่อเอาตัวให้รอด
    ### และฉันบอกไว้เลยฉันให้บูชาดอกละ 900 หนนี้หมดแล้วก็หมดกันไปต่อไปฉันทำไม่ได้อีกเพราะฟ้าจะผ่าหัวเอา
    วิชาพวกนี้เหมือนไปรับกรรมแทนเขานึกจะทำก็ทำไม่ได้เลยนอกจะครูบรมพรหมท่านเปิดทางอนุญาติเป็นครั้งๆ ท่านว่าสืบไปเบื้องหน้าเอาเงินมากองทีละหมื่นทีละแสนทีละล้านฉันก็เขียนตะกรุดดอกนี้ให้ใครไม่ได้ เพราะมันไม่มีวาระไม่มีโอกาสทำแล้ว ใครที่ทันเขาก็โชคดีของเขาไปถือว่าเอาไปถอดโศกถอดเคราะห์ร้ายออกจากชีวิตได้ทันเวลาคนที่ไม่ทันกาลเปิดมาไม่ทันก็เข้าข่ายที่ว่าวาสนาไม่ต้องกันเท่านี้ (พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดชุดนี้ท่านลงกันคุณกันของเสริมเอาไว้ด้วยเพราะคนยุคนี้แข่งขันกันหนักหน่วง ไอ้ที่ไร้สติมันก็มีอยู่มากของที่กันคุณถอนอวิชชาได้ติดตัวไปเถอะมีสิบชิ้นร้อยชิ้นก็ยิ่งดีทั้งเครื่องมงคลพระเครื่องเครื่องรางต่างๆ เพราะมันเป็นความปลอดภัยในชีวิตตัวเองพอเกิดแล้วมาตามแก้มันจะไม่ง่ายเหมือนตอนป้องกัน)

    ตะกรุดชุดนี้แต่เดิมเป็นวิชาของบรมพรหมท่านว่าในยุคหนึ่งๆจะปรากฏขึ้นบนโลกเพียงไม่กี่ครั้ง เป็นวิชาที่พ่ออาจารย์ท่านยอมรับในความแรงและอาถรรพ์ที่คนใช้ต้องถือไว้ให้ได้ ###นั่นคือห้ามเปิดเผยแก่ผู้อื่นว่าตัวเองได้ดีเพราะตะกรุดชุดนี้ ต่อเมื่อจะส่งมอบกันในหมู่ทายาทใกล้ชิดจึงจะบอกเขาได้(เป็นของสำคัญสืบวงศ์ตระกูล) พ่ออาจารย์ท่านว่าฉันทำมาดีแล้วมีครบทุกรสเหมือนแกงหม้อหนึ่งคนนึงชอบเปรี้ยว,คนนึงชอบหวาน,คนนึงชอบเค็ม..ด้วยลิ้นคนนั่นไม่เหมือนกันแต่พอกินแกงหม้อเดียวกันกลับตอบว่าอร่อยทุกคน ..พระโศกนั้นก็เหมือนลิ้นคนเช่นนี้แหละแต่ละคนโดนมาไม่เท่ากันมากน้อยต่างกรณีกันแต่พอมาถึงตะกรุดตัวถอดพระโศกย่อมหลุดพ้นแล้วทุกคน

    คาถาบูชา(ตั้งมั่นในคุณบรมพรหมเป็นที่สุด)
    โองการะพินธุนาถังอุปปันนัง พรหมมาสะหะปะติ นามะอาธิกัปเป สุอาคะโต ปัญจะปทุมังทิสวา นะโมพุทธายะวันทะนัง

    *** ตะกรุดชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าฉันพูดมากไม่ได้เพราะรายละเอียดมันน้อย ก็อย่างที่บอกว่าเป็นของโคตรบ้าและบ้ามากๆ รายละเอียดที่บรมพรหมท่านกำชับไว้ มีเพียง..รวย แค่เท่านี้ตัวเดียวไม่มีคติอื่น ยิ่งซวยมากยิ่งรวยมากเพียงเท่านี้

    *** ตะกรุดชุดนี้หากใครจะเช่าไปเผื่อญาติพี่น้องลูกหลาน พ่ออาจารย์ท่านว่าก็เช่าไปเสียหนนี้เลยเพราะฉันทำได้เพียงครั้งเดียวอนาคตต่อให้จ้างกันเป็นแสนเป็นล้านซักครึ่งดอกฉันก็เขียนไม่ได้

    *** ตะกรุดชุดนี้เพราะเห็นฤทธิ์จนชินหูชินตาแล้ว ฉันจึงนำมากดโค้ตเก็บไว้ไม่ได้ออกให้ใครบูชาอีกเลย เช่นนี้จึงจะนับว่าชุดนี้ที่มีโค้ตเท่านั้นเป็นชุดที่ฉันออกอย่างเป็นทางการ รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าชุดนี้มีผงวิเศษดีๆที่ท่านผสมเข้าไปเยอะ พ่ออาจารย์ท่านว่ามีแต่ของวิเศษทั้งนั้นใส่ไปหลายอย่างจนจำไม่ได้ถ้าส่องกล้องดูมวลสารจะเห็นทั้งเม็ดขาวขุ่น,เม็ดเหลือง,เม็ดเขียว,เม็ดดำ,เม็ดชมพูเป็นมวลสารว่านยาและผงวิเศษทั้งคตและธาตุกายสิทธิ์หลายชนิด ...ท่านว่าฉันทำไว้เพื่อให้ใช้กันเป็นของแรง (ถ้าจะเอามูลค่าตะกรุดดอกจ้อยนี้เงินหมื่นก็ซื้อฉันไม่ได้)
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 กรกฎาคม 2021
  10. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    สอบถามได้ครับ
     
  11. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    รายการที่ 5 บูชา ตะกรุดลูกอมมหากำเนิดเสด็จแม่ยั่วเมือง(เม็ดสำเร็จธาตุวิชาสุระปัดคำ)และพระขรรค์เพรชเพลง ปิดทางข้อความครับ

    เห็นถามกันเข้ามาก็เลยขออนุญาติพ่ออาจารย์นำมาให้เปิดจองกัน ***แต่ต้องย้ำไว้ก่อนว่าชุดลูกอมนี้นอกจากเสน่ห์แล้ว พ่ออาจารย์ท่านจะเน้นเรื่องกันกระทำ กันคนกลั่นแกล้งและล้างอาถรรพ์ ดับล้างอันตราย ฉุดช่วยดึงชีวิตที่ตกต่ำตลอดจนพลิกวิกฤติฟื้นฟูรากฐานชีวิตเสริมเข้าไปด้วย

    สืบเนื่องจากตะกรุดมหายันต์เสด็จแม่ยั่วเมือง(วิชาสุระปัดเพ็ญจันทร์)นี้ เป็นตะกรุดที่สร้างได้ยากมากถึงมากที่สุด และมีเหลือให้บูชาเพียงหลักสิบดอกเท่านั้นหมดแล้วหมดกันไม่มีอีก เพราะสถานะของพ่ออาจารย์ในตอนนี้ไม่สามารถลงให้เต็มวิชาได้เเบบสมัยก่อนเเล้วนั่นเอง ตะกรุดมหายันต์เสด็จแม่ยั่วเมือง(วิชาสุระปัดเพ็ญจันทร์)นี้ดีอย่างไร ก่อนจะไปพูดถึงตรงนั้น ต้องบอกกล่าวว่านี่เป็นตะกรุด 2 กษัตริย์ โดยถือเคล็ดว่าใช้แผ่นทองแดงแทนแผ่นนาคฝังใจด้วยเม็ดเงินที่พ่ออาจารย์เทหล่อจากแผ่นเงินสุระปัดคำดั่งร่างเดียวกันไม่รู้แตกไม่รู้แยกเป็นสอง เป็นคติทางวิชามหาเสน่ห์ที่ล้ำลึกในโสตหนึ่ง

    ในกระบวนการวิชาทางมายาศาสตร์ทั้งหลาย ที่พ่ออาจารย์พลท่านถนัดที่สุดคือวิชาในฝ่ายของเทววิทยา ดังนั้นการลงตะกรุดมหายันต์เสด็จแม่ยั่วเมือง(วิชาสุระปัดเพ็ญจันทร์) ก็เป็นการจารพระรูปพระศรีมหาอุมาเทวีปางบูชาลึงค์เต็มสูตร ซึ่งในอดีตนั้นพ่ออาจารย์ท่านได้เมตตาทำชนิดตะกรุดลูกอมไว้ด้วย***เพราะท่านพิจารณาเห็นว่าต่อไปตะกรุดนี้จะหายากคนจะถามกันเยอะ ประกอบกับค่าบูชาที่สูงค่าบางคนก็ยากจะแตะต้อง ท่านจึงเสกตะกรุดลูกอมแม่ยั่วรอเวลาเอาไว้

    วิชาลงตะกรุดแม่ยั่วเมืองซึ่งปางนี้เป็นปางที่พระมหาอุมาเทวีได้เกิดมหากรุณาแลเมตตาเเก่สรรพชีวิตที่ตกทุกข์ได้ยากจึงต้องทำหน้าที่เพื่อก่อเกิดสรรพชีวิตทั้งมวล เป็นปางที่ปลุกพระศิวะเจ้าให้ออกจากญาณสมาบัติ เพื่อการสร้างสรรค์สรรพชีวิตบนโลกที่หยุดชะงักไปจะได้ดำเนินต่อไปตามวัฏจักรกลไกธรรมชาติ

    ดังนั้น ในบรรดาเครื่องรางเสน่ห์ทั้งหลายพ่ออาจารย์ท่านจึงกล่าวได้เต็มปากว่า จะหาสิ่งใดเหนือกว่านี้ย่อมไม่มีอีกเพราะนี่คือภาวะการสร้างสรรค์จากพลังมหาศักติ(มหาอุมาเทวี) ถือเป็นวิชามหากำเนิดในชั้นแรกเริ่มเพื่อก่อให้เกิดสมดุลย์แห่งกลไกจักรวาล
    - วิชามหากำเนิดนี้ที่ว่าดี คือสรรค์สร้างเเละก่อเกิดทุกสรรพสิ่ง ที่ว่าไม่มีอยู่ ก็สร้างให้มันมีให้มันปรากฏขึ้นมาได้ ที่ไม่มีความเป็นไปได้ก็พลิกกลับให้มันเป็นจริงได้ ที่อยู่ในวิกฤติก็เปลี่ยนเป็นโอกาสได้ เหมือนพระมหาอุมาเทวีที่ทรงปลุกพระศิวะออกจากญาณสมาบัติเพื่อภาวะการสร้างสรรค์ของโลกจะได้ดำเนินต่อไป ไม่อยู่ในจุดวิกฤติเเละขาดเเคลนอีกนั่นเอง ไม่ต้องบอกเลยว่าการปลุกพระเป็นเจ้าขึ้นมานั้นต้องใช้วิธีไหนอย่างไร เพราะการปลุกนี้คือการปลุกตัณหาโดยตรงโดยเฉพาะ ให้พระศิวะเจ้าตื่นขึ้นเพื่อร่วมรักกับพระนางจึงถือเป็นปางที่สมบูรณ์ไปด้วยมนต์มหาเสน่ห์ในขั้นสูงสุด สูงขนาดที่ดลบันดาลให้จิตใจของพระเป็นเจ้าสูงสุดออกจากญาณสมาบัติได้

    ด้วยการทำลายล้างความชั่วร้ายสถาปนาไว้ซึ่งระบบคุณธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ขจัดคนพาลมิจฉาทิฏฐิ ปกปักรักษาศิษย์เสมือนลูกไม่ให้ถูกข่มเหง รังแก ด้วยอำนาจอย่างเด็ดขาดและเหี้ยมหาญประทานชัยชนะเหนือศัตรูท่านว่าไม่มีใครจะรังแกเราได้เลย เร่งรุดให้เจริญในอำนาจวาสนาบารมีด้วยเกียรติยศอย่างสูงสุด ประทานยศถาบรรดาศักดิ์และความเป็นใหญ่ตลอดจนอำนาจในการปกครอง ด้วยว่าพระนางนั้นคือมารดาแห่งสรรพชีวิตทุกชีวิตคือลูกเสมอกัน ประทานความรักให้เท่าเทียมกัน ดำรงไว้ซึ่งน้ำพระทัยที่เต็มเปี่ยมด้วยความเมตตา ซ้ำยังช่วยให้มีกำลังใจกล้าหาญ ประกอบด้วยกำลังวังชาอาจชนะมวลศัตรูได้ทั้งสิบทิศ ดำรงค์ตนอยู่ในความยุติธรรมสุจริต และยังเกื้อกูลให้ร่างกายแข็งแรงมีสุขภาพที่ดีพร้อมบริบูรณ์ อำนวยความสุขในการครองเรือน ยังชีวิตให้อิ่มเอม ผาสุข เปี่ยมสุขด้วยความอุดมสมบูรณ์ คุ้มเกรงให้ออกห่างจากภยันตรายทั้งปวง นั่นคือสิ่งที่แม่ยั่วเมืองสามารถกระทำได้

    เมื่อพ่ออาจารย์ได้นำแผ่นทองแดงมาลงรูปเสด็จเเม่ยั่วเมืองนั้นท่านไม่ลืมที่จะลงศิวลึงค์ไปด้วย ##แต่ในชุดลูกอมนี้ท่านว่าแม่ยั่วก็ดีทางเสน่ห์เป็นที่สุดแล้วท่านจึงลงเสริมให้ครบทางกันกระทำ กันคนกลั่นแกล้งและล้างอาถรรพ์ ดับล้างอันตราย ฉุดช่วยดึงชีวิตที่ตกต่ำตลอดจนพลิกวิกฤติฟื้นฟูรากฐานชีวิตเสริมเข้าไปด้วย ท่านเปรียบตะกรุดดั่งว่านั้นคือหลักหินเป็นเสาแกนกลางของจักรวาล ทุกสรรพชีวิตจะถูกดึงดูดโดยสิ่งนี้เเละก็จะวนเวียนไป โคจรไปตามวัฏจักรของกฏแห่งกรรม เป็นการหมุนเวียนซ้ำเเล้วซ้ำเล่าอยู่เช่นนี้ ที่ต้องลงศิวลึงค์เเละเบิกพระเนตรพระศิวะเจ้าไว้ก็เพื่อจะใช้มหากรุณาธิคุณส่วนนี้ของพระผู้เป็นเจ้าดึงดูดสรรพชีวิตต่างๆที่ผู้ใช้ปรารถนาจะให้มาข้องเกี่ยวติดพัน ดึงดูดให้คนเหล่านั้นสนใจเรา และเปลี่ยนจากที่เราไปสนใจเค้าไปตามติดเค้า เป็นเค้าต้องมาตามติดมาโคจรเข้าหาตัวเราเอง ไม่ว่าจเป็นใครทุกสรรพสิ่งเเละสรรพชีวิตใช้ได้ทั้งหมด ท่านลงอาถรรพ์ศิวะซ่อนรูปเสริมกำลังเข้าไปด้วย ซึ่งวิชานี้แต่เดิมแทบจะไม่มีการถ่ายทอดให้ผู้ใดเพราะเป็นวิชาสืบทอดในสายพระเวทย์ชั้นสูง แต่เดิมนั้นกษัตริย์ขอมเปรียบดั่งร่างอวตารของพระศิวะเจ้า เมื่อจะขึ้นครองราชย์นั้นต้องให้ผู้เรืองวิชามาประจุอาถรรพ์ตัวนี้ไว้กับร่างกาย เรียกว่าอาถรรพ์แห่งราชาหรือพระมหากษัตริย์ก็ได้ เป็นวิชาที่จะทำให้ญาณบารมีขององค์พระศิวะนั้น แฝงซ่อนอยู่ในร่างผู้บูชาโดยตรง เป็นทั้งมหาอำนาจ มหาเมตตา มหาเสน่ห์ มหาปราบ มหากำราบ ครบถ้วนทุกประการ ปลุกดีในตัวสร้างขุมพลังในจิตวิญญาณอย่างแท้จริง พ่ออาจารย์ท่านเมตตาลงไว้ให้เพื่อที่ผู้บูชาจะได้มีพลังมีจิตที่ดีภายในก่อนค่อยไปอาราธนาของดีภายนอกใดๆ

    ท่านได้กล่าวไว้ให้คิดสำหรับผู้มีตะกรุดนี้ว่า ให้ถือเสด็จพระอุมาเป็นแม่เพราะโดยศักดิ์เเล้วท่านคือมารดาของจักรวาลหรือจักรวาลชนนีเป็นประธานในหมู่อิตถีเทวีทั้งหลาย เมื่อเป็นลูกของท่านให้ใช้ความรู้สึกรักท่านเเบบรักเเละเทิดทูนมารดาจริงๆ สิ่งใดที่ลูกอยากได้ลูกปรารถนา แม่ย่อมให้ลูก เเม่จะเห็นลูกตกต่ำไม่ได้ แม่จะเห็นลูกลำบากไม่ได้ ลูกอยากได้อะไรเเม้ต้องแลกด้วยชีวิตแม่ก็จะหามาให้ลูกให้ได้ ท่านถือคติแบบนั้น ด้วยมหาศักตินั้นคือพลังงานสูงสุดของจักรวาล ในสามภพหรือไตรดาลคือทั่วทั้งสวรรค์แดนมนุษย์หรือในบาดาล หากปรากฏพระรูปของมหาศักติขึ้นแล้วสรรพชีวิตทั้งหลายย่อมนอบน้อมและเคารพบูชา ด้วยท่านปรารถนาคุณสมบัติสูงสุดที่มนุษย์ใช้เวลาทั้งชีวิตในการแสวงหาและเติมเต็ม เพราะว่าบุคคลที่มีพร้อมทั้งสติปัญญา ความรู้ รูปกาย ทรัพย์สมบัติตลอดจนอำนาจวาสนานั้น คือที่สุดแห่งความบริบูรณ์ที่มนุษย์ควรจะเป็น เรียกว่าเป็นชีวิตในอุดมคติก็เป็นได้ ท่านจึงปรารถนาจะสร้างตะกรุดแม่ยั่วเมืองด้วยมนต์มหากำเนิดขึ้นด้วยการรวมอานุภาพสูงสุดของมหาจักรวาลซึ่งท่านว่าทอดสายตาไปทั่วทั้งสามภพก็หาจะมีซึ่งผู้ใดที่ทรงอานุภาพมากกว่านี้ด้วยว่าเป็นพระแม่สูงสุดของจักรวาลผู้รักและให้กำเนิดสรรพชีวิตทั้งมวลนั่นเอง เพื่อจะเกื้อหนุนดวงชะตา ทำลายสิ่งเลวทรามชั่วร้ายในชีวิต เร่งเร้าให้ผู้บูชามีครบถ้วนบริบูรณ์ในทุกสิ่งที่ปรารถนาหรือต้องการ

    ทีนี้ในส่วนที่สำคัญที่สุดเลยที่พ่ออาจารย์ไม่สามารถลงได้อีกทำให้ตะกรุดนี้มีให้บูชาเพียงเล็กน้อยนั่นก็คือ
    - เม็ดสำเร็จธาตุวิชาสุระปัดคำ หรือก็คือในส่วนของยันต์สุระปัดจันทร์เพ็ญนั่นเอง เเผ่นเงินสุระปัดนี้เปรียบดั่งมหามงกุฏของพระเจ้าจักรพรรดิ์ เปรียบดั่งมงกุฏของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ใช้เคล็ดวิชานี้สร้างสิ่งที่มีคุณค่าสูงสุดขึ้นมา นั่นคือเเผ่นเงินที่อยู่บนหัวนาคตอนบวชนั่นเอง เป็นเเผ่นเงินสมัยก่อนเลยที่พ่ออาจารย์ท่านสวมศรีษะเมื่อเป็นนาคตอนบวชเเล้วท่านเก็บเอาไว้ ซึ่งเเผ่นเงินนี้เปรียบเสมือนมงกุฏของพ่อนาคที่ใส่ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม พ่อนาคเป็นประธานในงานอุปสมบท มีเเต่ผู้คนจากทั่วสารทิศมารุมล้อมเเสดงความยินดีดุจดาวล้อมเดือนก็ไม่ปาน พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าเเผ่นเงินสุระปัดจันทร์เพ็ญนี้ก็เปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางของระบบสุริยะ เป็นพระอาทิตย์ที่ดาวน้อยใหญ่ทั้งหลายต้องโคจรหมุนรอบในเวลากลางวัน เป็นพระจันทร์อันเป็นประธานเเห่งรัตติกาลที่ปกครองดวงดารายามค่ำคืน ถือคติที่ตอนเราเป็นนาคมีคนน้อยใหญ่รุมล้อมเเสดงความยินดีไปมาหาสู่ ที่เคยโกรธเคืองไม่มองหน้ากันก็พูดดีกันก็มากราบกรานเเสดงความเคารพแบบนี้ถือว่าเป็นของดีมีอาถรรพ์เเห่งมายาคติสูงสุด
    แผ่นเงินสุระปัดจันทร์เพ็ญที่พ่ออาจารย์ท่านนำมาเทเป็นเม็ดธาตุวิชาสุระปัดคำฝังในตะกรุดนั้นมีอาถรรพ์มากตามที่ได้กล่าวไว้ แต่ก็ยังไม่ถึงที่สุด เพราะในสมัยอดีตตกหลายสิบปี สมัยที่พ่ออาจารย์ท่านได้เรียนวิชาแมงวันคำใหม่ๆ ท่านได้ใช้เเผ่นเงินสุระปัดจันทร์เพ็ญที่ท่านเสกไว้เเล้วนี่เเหละมาลองวิชาของท่าน เรียกได้ว่าท่านลงไว้เเบบเต็มสูตรเต็มตำราไม่มีบั่นทอนเลย นั่นคือการลงยันต์บนตัว...เพื่อให้ได้คุณเเห่งกามตัณหาสูงสุดเเละลงให้ตรงตามตำราที่เรียนมามากที่สุด จะเห็นได้ว่าในสมัยนี้พ่ออาจารย์ท่านไม่ทำวิชาเเมงวันคำของท่านอีกเลย เพราะว่าท่านไม่สามารถลงให้เต็มสูตรตามตำราได้ เเละยิ่งจะให้ต่อมือหรือให้คนอื่นลงเเทนก็ไม่ใช่เรื่องที่ท่านจะมั่นใจว่าเข้มขลังเท่าที่ท่านทำ เพราะการวาดการลงอักขระการภาวนาสูตรการเล่นลมหายใจในขณะที่ลงยันต์เเละมีปฏิสัมพันธ์ไปด้วยนั้นเป็นอะไรที่ยากมากทีเดียว
    เมื่อได้เเผ่นยันต์สุระปัดที่ผ่านการลงยันต์เเมงวันคำเเล้ว ท่านก็จะนำมาลงยันต์ประทับหลังต่างหากอีกคำรบหนึ่ง เป็นยันต์ที่ท่านเอาไว้เเช่น้ำมันดีดสาวของท่านเองในสมัยก่อน กล่าวได้ว่าเป็นวิชามหาเสน่ห์ที่ท่านสำเร็จเเละทดลองใช้ได้ผลมาเรื่อยๆตลอดเเล้วนั่นเอง เมื่อได้เเผ่นพระยันต์สุระปัดคำเต็มสูตรเเล้ว ท่านก็นำมาเสกโดยเน้นเสกเก็บไว้ตลอดในฤกษ์จันทร์เพ็ญ พระจันทร์ขึ้นเต็มดวงไขรัศมีกระจ่างฟ้าเมื่อไหร่เป็นอันต้องเอาออกมาเสกทุกครั้งด้วยการเป่ามนต์เชิญพระจันทร์เข้าตัว 108 คาบ ซึ่งวิชานี้ท่านว่าคนเอาไปใช้จะได้มีเสน่ห์ มีทรัพย์สินดั่งเวลาน้ำขึ้นจันทร์เต็มดวง อุดมสมบูรณ์ปานเชิญพระจันทร์เข้าสถิตย์ในกายตนทีเดียว เวลาไปไหนก็จะมีสง่าราศีดูมีรัศมี มีน้ำมีนวล เมื่อเสกครบดีแล้วท่านได้นำแผ่นเงินบางส่วนมาหลอมพร้อมกับใส่ธาตุกายสิทธิ์ต่างๆลงไป เสริมด้วยปรอทสำเร็จของหลวงปู่ละมัย และปรอทกินทองของครูบาศรีอ่อง เทออกมาเป็นเม็ดสำเร็จธาตุวิชาสุระปัดคำเพื่อจะใช้เป็นหัวใจตะกรุดลูกอมนั่นเอง

    หลังจากนั้นท่านจึงนำดินสองพองมาลงยันต์นะตวัดจันทร์ หรือที่นิยมเรียกกันติดปากว่าพระยันต์ยมบาลใจอ่อน โดยท่านเพียรลบเสร็จแล้วปั้นใหม่ถึง 108 ครั้ง ก่อนที่จะนำมาลบนะพระเจ้า มนต์ขอพรเทวดา มนต์สำเร็จทันใจ และมนต์มหากำเนิดต่อไป ท่านว่าที่ท่านตั้งต้นด้วยนะตวัดจันทร์หรือที่เรียกว่าผงยมบาลใจอ่อนนั้น เพราะว่าแม้แต่ยมบาลเทพผู้รักษากฏเหล็กทรงความยุติธรรมนักหนา ยังได้ชื่อว่าต้องใจอ่อนยอมผ่อนปรนให้กับความต้องการของเรา แล้วนับประสาอะไรกับน้ำใจมนุษย์และสัตว์รอบข้าง ยิ่งองค์พระแม่ยั่วเมืองนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยเพราะท่านมีน้ำใจประกอบด้วยเมตตาอยู่แล้วยิ่งใจอ่อนเข้าไปอีก และมนต์บทต่างๆที่ลบถมลงไปนั้นก็คัดมาเฉพาะหัวกะทิ ท่านว่าเพื่อให้ง่ายต่อการขอ การเข้าถึงนั่นเอง ขอแล้วต้องถึง ขอแล้วต้องได้รับความเมตตา โดยท่านได้นำผงลบนั้นมาผสมกับมวลสารคตศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่เคยบดไว้ ทั้งคตไข่งู คตไข่นกในป่า คตไข่ไก่ คตกะโปกเสือ คตปลิง ต่างๆ รวมไปถึงผงวิเศษบูรพาจารย์ต่างๆที่ท่านรวบรวมไว้ เข้ากันกับสีผึ้งของครูที่เป็นมวลสารรุนแรงทางเมตตามหาเสน่ห์ อุดผงฝังไว้ในตะกรุด

    ซึ่งในภายหลัง พ่ออาจารย์ท่านได้นำตะกรุดนี้เเช่ในน้ำมันเสน่ห์ภูติพระเจ้า(ครูทั้ง4) และเสกจนได้ชื่อว่าสำเร็จและเกิดขึ้นเเล้วในน้ำมัน นั่นคือเเช่และเรียกสูตรเรียกนามตั้งรูปให้จุติปฏิสนธิเป็นเสด็จเเม่ยั่วเมือง ให้ถือกำเนิด ให้เกิดขึ้นมาใหม่เเบบโอปปาติกะกำเนิด ซึ่งเป็นการเกิดขึ้นเเบบจุติของเทวดาเเละสิ่งลึกลับ เเละซึมซับอิทธิคุณเเละมนต์มหาเสน่ห์ของน้ำมันเสน่ห์ภูติพระเจ้า(ครูทั้ง4)จนเต็มเปี่ยม ท่านกล่าวไว้ว่าในเรื่องของมหาเสน่ห์นี้ไม่ต้องไปพูดไปกล่าวอะไรเเล้ว เพราะเสียเวลาที่จะพูดจะบอก ตะกรุดนี้วิชานี้เราทำเต็มที่ ถ้าไม่ได้ถอดเขี้ยวถอดเล็บมาเอาดีทางธรรมทางพระศาสนาเเล้ว เราจะใช้เองให้มันรู้ไป ทำก็ยากพิธีก็มาก ถ้าไม่ใช่เคยทำไว้สมัยก่อน มาตอนนี้ก็คงทำไม่ได้อีกเเล้ว ถ้าใครหวังจะเอาดีทางโลก ไม่ว่าจะเสวยสมบัติมีความสุขด้วยลาภที่เกิดจากสัตว์สองเท้า(คู่ครอง)หรือปรารถนาโชคลาภวาสนาใดๆวิชานี้ย่อมครอบคลุมทั้งหมด ท่านเสกจนพอ จนท่านออกปากว่าเต็มแล้วตะกรุดนี้มีทุกสิ่งที่มนุษย์ต้องการและควรจะมี

    วิธีบูชา
    พ่ออาจารย์ท่านให้หากำยานมาจุดถวาย(ในกรณีไม่ได้ใส่ติดตัว) *** รวมถึงหาน้ำหอมน้ำปรุงกลิ่นที่เราใช้กับตัวเองประจำมาฉีดพ่นที่ตะกรุดเสมอๆ(ที่หลอดตะกรุดให้เจาะรูเพื่อพ่นสปรย์น้ำอบน้ำปรุงได้) อยากได้อะไรหมั่นพูดหมั่นขอบอกกล่าวเสด็จแม่มหาอุมาเทวี ตะกรุดนี้ให้ห้อยคอบูชา ไม่ต้องถอดไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามไม่มีเสื่อม ให้ห้อยไว้จะยิ่งทวีพลังเเละอานุภาพรุนแรงมากขึ้น

    คาถาบูชา
    โอม ศรีมหาเทวี สตีมหามาตา อุมาภควดี ศรีมหาทุรคาเทวีมหิทธิกา มหาอิทธิโย เทวะมนุษย์สะยักษ์สะวันทามิ

    พระขรรค์เพชรเพลิงมหากาฬ(สุริยะรัศมี)


    พ่ออาจารย์ท่านว่าในกระบวนการสร้างเทพศาสตรานั้น ที่จะเสกพระขรรค์ให้ศักดิ์สิทธิ์ได้นับว่ายากกว่าการทำมีดหมอมาก ซึ่งในอดีตก็มีครูบาอาจารย์หลายรูปที่เมตตาสร้างทั้งพระขรรค์และมีดหมอขึ้นมาไม่ว่าจะหลวงปู่รุ่ง หลวงพ่อเดิม หลวงพ่อโศก หลวงปู่ศุข หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ...เมื่อกาลเวลาผ่านไปอิทธิวัตถุเหล่านั้นล้วนเกิดประสบการณ์มากมายทำให้มีค่านิยมสูงขึ้นจนคนปกติไม่อาจจับต้องได้

    ทำไมต้องพระขรรค์ พระขรรค์นั้นมีความสำคัญอย่างไร.... พระขรรค์นับเป็นศาสตราวุธชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณเพราะใช้ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญหลายพิธีด้วยกัน อาทิ พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ฉะนั้นในสมัยโบราณ พระขรรค์จึงถือเป็นศาสตราวุธคู่พระวรกายของพระมหากษัตริย์หรือผู้ปกครองบ้านเมืองที่มีบุญบารมีประดุจเทพเจ้า เนื่องจากแต่เดิมนั้นเชื่อกันมาว่าพระขรรค์เป็นศาตราวุธแห่งเทพเจ้า เป็นอาวุธคู่กายที่ใช้ทั้งในด้านการป้องกันสิ่งชั่วร้าย และการดลบันดาลหรือเนรมิตสิ่งต่างๆได้ตามบุญบารมีของผู้ครอบครอง จะเรียกว่าเป็นเครื่องสูงที่คู่ควรกับคนที่มีบุญญาธิการก็ได้

    โดยเฉพาะพระแสงขรรค์ชัยศรี นับเป็นเครื่องหมายแห่งพระราชอำนาจสูงสุด ซึ่งเป็นอำนาจสิทธิ์ขาดโดยเชื่อว่าผู้ที่ถือครองพระแสงขรรค์นี้จะเป็นผู้ครองอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน ซึ่งตำนานพระแสงขรรค์ชัยศรีนั้น เชื่อว่าเป็นเทพศาสตราวุธของพระอินทร์ เป็นตัวแทนอำนาจจากเบื้องบนที่ทรงความศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่ถือครองจึงเสมือนเป็นผู้ได้รับอำนาจจากเทวราชเบื้องบน

    ดังนั้นการทำพระขรรค์ขึ้นซักเล่ม พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้รูปร่างใครเขาไปหาช่างที่ไหนก็ทำได้ แต่การเสกให้สำเร็จเป็นอาถรรพ์ต้องตามตำรานั้นถือว่ายากนัก พ่ออาจารย์ท่านได้สร้างตามศาสตร์การทำพระขรรค์เทพศาสตรา ของหลวงพ่อรุ่ง วัดหนองสีนวล ในสมัยของหลวงพ่อรุ่ง พระขรรค์นับเป็นเครื่องรางของขลังที่หลวงพ่อรุ่งท่านได้บรรจงจัดสร้างเอาไว้เพื่อให้เป็นมรดกของแผ่นดินอย่างแท้จริง มีอุปเท่ห์ใช้ในการป้องกันภัยอันตรายที่จะเข้ามาถึงได้ชะงัดนัก

    หลวงพ่อรุ่งรูปนี้ท่านเป็นลูกพี่ลูกน้องกับหลวงพ่อเดิม ท่านอายุแก่กว่าหลวงพ่อเดิม 11 ปี และท่านก็เป็นผู้ริเริ่มสร้างมีดหมอขึ้นมาก่อนเป็นลำดับแรก หลวงพ่อเดิมท่านรู้เข้าก็มาเที่ยวที่วัดหนองสีนวล และมาศึกษาวิชาการทำมีดหมอจากหลวงพ่อรุ่ง แล้วก็นำกลับไปทำของท่านบ้างที่วัดและเริ่มโด่งดังกันมาเป็นลำดับ แต่กล่าวได้ว่ามีดของหลวงพ่อรุ่งซึ่งเป็นต้นตำรับจริงๆนั้น ตัวท่านเองนับว่าทำไว้น้อยอย่างยิ่งจึงทำให้ของหายากกว่าของหลวงพ่อเดิมมาก ในส่วนของพุทธคุณนั้นย่อมเหมือนกันทุกประการ

    พ่ออาจารย์ท่านได้สร้างพระขรรค์เทพศาสตราขึ้นโดยใช้สูตรการทำมีดหมอของหลวงพ่อเดิมที่เรียนต่อมาจากหลวงพ่อรุ่ง โดยสูตรการทำนั้นท่านให้รวบรวมวัสดุต่างๆเพื่อเทเป็นพระขรรค์ขึ้นมาให้เต็มสูตร โดยใช้ตะปูสังขวานรซึ่งเป็นตะปูโบราณที่เอาไว้ยึดเครื่องไม้ในอุโบสถมาหลอมเข้ากับตะปูโลงศพที่ใช้ตรึงโลงไม่ให้ภูติผีวิญญาณหลุดออกมาโดยขอให้สัปเหร่อเก็บไว้ ทั้งยังต้องเข้ากับบาตรแตกหรือบาตรพระที่ชำรุด และเหล็กน้ำพี้ ตลอดจนผาลไถชำรุดอีกด้วย ท่านว่าทำให้เต็มสูตรการสร้างมีดที่มีอาถรรพ์ในตัวเองนับแต่เริ่มตามสูตรบูรพาจารย์ยุคโบราณนั่นทีเดียว

    เมื่อท่านเทพระขรรค์ด้วยชนวนศักดิ์สิทธิ์เข้ากับธาตุกายสิทธิ์แล้ว พ่ออาจารย์ท่านก็ได้นั่งแต่งพระขรรค์ทีละเล่มทั้งเจียและตะไบด้วยตัวท่านเองทั้งหมด ท่านว่าทำยากเพราะเนื้อมันแข็งแทงตะไบไม่ค่อยเข้า เมื่อพ่ออาจารย์ท่านแต่งเสร็จแล้วท่านได้เมตตาลงมนต์มหาปราบสูตรหลวงปู่เทศ วัดสระทะเลไว้ที่พระขรรค์ทีละเล่มอย่างตั้งใจแบบเต็มสูตรอีกด้วย องค์หลวงปู่เทศนี้เป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อเดิมที่มีความเข้มขลังอย่างแท้จริง ว่ากันว่าเหรียญรูปท่าน แม้ไม่ทันท่าน ปั๊มมายังไม่ทันเสกหลวงพ่อเดิมยังว่าไม่ต้องเสกก็ขลังอยู่แล้ว ด้วยสายวิชาในหลวงปู่เทศ วัดสระทะเลนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าพ่ออาจารย์ท่านตั้งใจทำและเชิญหลวงปู่เทศ หลวงปู่รุ่ง หลวงพ่อเดิมมาช่วยท่านสร้างพระขรรค์ตามเจตนาแรกเริ่มอย่างแน่นอน เพราะท่านบอกว่าพระขรรค์นี้ใช้แทนของเก่าได้ จะใช้ไม่ได้ได้อย่างไรในเมื่อหลวงปู่ หลวงพ่อท่านมาทำให้เองทั้งนั้น

    พระขรรค์ของพ่ออาจารย์แต่ละเล่ม ท่านว่าจะมีพรหม มีเทวดาคุ้มครองดูแลอยู่ ใช้อธิษฐานอาราธนาขอได้ทุกอย่าง เพราะอำนาจแห่งพระแสงขรรค์นั้นนอกจากจะปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายแล้ว ยังใช้เนรมิตสิ่งต่างๆให้เกิดขึ้นได้เช่นอำนาจของเทวราชอีกด้วย ท่านว่าเมื่อทำแล้วก็ต้องทำให้เป็นดั่งแก้วสารพัดนึกทีเดียวจึงจะเป็นที่สุดในศาสตร์การสร้างพระขรรค์อย่างแท้จริง

    พ่ออาจารย์ท่านว่าการจะสำเร็จพระขรรค์ให้มีอานุภาพสูงสุดนั้นต้องใช้ศาสตร์ของพราหมณ์ในการสร้างเทพศาสตราอย่างเต็มที่ ด้วยตามคติบุราณกาลสืบมา เมื่อพระวิษณุกรรมจะสร้างเทพศาสตราทั้งหลายไม่ว่าจะทำตรีศูลให้พระศิวะ ทำวงจักรให้พระนารายณ์ ทำลูกศรให้พระพรหม ทำหอกให้พระขันธกุมาร ทำคฑาให้ท้าวเวสสุวรรณ ทำนัยน์นาวุธให้พระยม...ทำอาวุธสำคัญต่างๆให้กับเทพบดีผู้เป็นเจ้าทั้งหมดทั้งสิ้นนั้น ล้วนใช้รัศมีกายอันร้อนแรงแห่งพระสุริยะเทพนำมาสร้างสรรค์เปลี่ยนรูปเป็นเทพศาสตราทั้งสิ้น จะเห็นว่าเทพศาสตราทั้งหลายนั้นล้วนมีอำนาจทำลายล้างอย่างน่าสะพรึงและมีจิตวิญญาณเป็นเอกเทศน์ในตัวเอง

    เมื่อท่านรู้ดีแก่ใจเช่นนี้ว่าถ้าจะทำพระขรรค์เทพศาสตราวุธให้สำเร็จจนมีอานุภาพสูงสุดนั้นก็ต้องทำเช่นเดียวกัน หลังจากท่านลงอาถรรพ์มหาปราบตำรับหลวงปู่เทศแล้วพอเริ่มต้นเสกท่านจึงลงวิชาอย่างเต็มที่และบูชาไฟเชิญพระอัคนี ตลอดจนพระสุริยะเทพมาแบ่งกำลังของพระองค์ทั้งรัศมีกายและพระเดชลงสู่เทพศาสตรานั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเราเอาพระขรรค์เหล่านี้จับโยนใส่กองกูณฐ์อัคคีทีละเล่ม ทำพิธีชุบพระขรรค์ให้มีกำลังแรงกล้า แต่น่าแปลกที่เปลวไฟของพิธีไม่สามารถหลอมละลายพระขรรค์ได้ นับเป็นกายสิทธิ์อย่างแท้จริงท่านว่าเมื่อชุบด้วยเปลวอัคคีแล้วจึงถือว่าสำเร็จ

    พระขรรค์เทพศาสตรานี้เหนือกว่าเทพอาวุธอื่นคือไม่มีอะไรคัดถอนของท่านได้ อย่างที่ทราบกันดีนับแต่โบราณในบรรดาคนเล่นของทั้งหลาย ไม่ว่าลอยสักอักขระเครื่องรางวัตถุมงคลนั้นย่อมมีการถูกคู่อริคัดถอนได้ทุกสิ่ง ยกเว้นอย่างเดียวคือพระขรรค์ ไม่ว่าจะพระขรรค์ของหลวงปู่ศุข หลวงปู่รุ่ง หลวงพ่อโศก ทั้งนี้เพราะถือว่าเป็นเครื่องสูง เป็นเครื่องบริโภคของเทวราช เป็นเครื่องใช้งานแสดงพระราชอำนาจของพระเจ้าจักรพรรดิ์ ดังนั้นพระขรรค์จึงมีเดชมีอานุภาพมากมาแต่โบราณกาล ว่ากันว่าในชั้นหลังแม้พระขรรค์ของหลวงพ่อโศกยังใช้ถอดถอนอาถรรพ์ คัดถอนวิชาของเหล่าเสือร้ายทั้งหลายไม่ว่าจะมีของดีมาจากไหนก็ล้วนแพ้อาถรรพ์ในพระขรรค์ทั้งสิ้น พ่ออาจารย์ท่านว่าด้วยเหตุแห่งการล้างอาถรรพ์คัดของได้ทุกสิ่ง ถ้าไม่ดีจริงย่อมทำไม่ได้ เช่นนั้นแล้วพระขรรค์ที่ท่านตั้งใจสร้างขึ้นจึงมีอำนาจสูงสุดอย่างแท้จริง

    อานุภาพของพระขรรค์เพชรเพลิงมหากาฬ(สุริยะรัศมี)

    - ใช้ป้องกันอันตรายทั้งหลายเมื่ออยู่กับตัวผู้ใช้

    - ทักให้ตกใจเมื่อมีภัยมาเช่นการสั่นหรือกะตุก เพื่อเตือนผู้บูชาให้ระมัดระวังเหตุแห่งอันตราย

    - ผ่อนกรรมหนักเป็นเบา

    - เป็นที่ยำเกรงต่อศัตรู เป็นมหาอำนาจ ป้องกันฟ้าผ่า

    - สยบภูตผีปีศาจ ถอดถอนเสนียดจัญไร

    - แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยพิบัติ ไม่ว่าจะมาจากน้ำมือของเทวดา มนุษย์ และผู้ที่ไม่ประสงค์ดี ก็มลายหายไปอย่างสิ้นเชิง

    - ใช้อาราธนาทำน้ำมนต์แก้คุณไสย แก้เสนียดจัญไรต่างๆลมเพลมพัด ฝังรูปฝังรอย ผีเข้าเจ้าสิง ตลอดจนฝันร้ายต่างๆ ได้

    - ป้องกันอสรพิษแลสัตว์ที่มีเขี้ยว มีงาทั้งหลาย เมื่อมีพระขรรค์เทพศาสตราวุธติดตัว

    - ป้องกันคุณไสย คุณผี คุณมนต์แลอาถรรพ์ลมเพลมพัด กันกระทำย่ำยี

    - เป็นได้ทั้งมหาอำนาจ เป็นเมตตา เป็นแคล้วคลาด เป็นมหาอุตม์ ตามสภาวะจิตการอธิษฐานใช้

    - ป้องกันตัวจากศัตรูที่มุ่งร้าย ดูแลผู้เป็นเจ้าของเทพศาสตราให้พ้นขาดจากศัตรูที่หวังปองร้าย พ้นจากอำนาจที่รุนแรงอันคิดจะทำลายเจ้าของ

    - ใช้ขับไล่ภูตผีปีศาจที่เข้าสิงคน หรือมีผู้ปล่อยมาให้มาเข้าสิงไม่ว่าจะโดยปกติวิสัยหรือมีคนใช้ให้กระทำมา

    - เก็บบูชาไว้ในบ้านป้องกันอัคคีภัยและโจรภัย

    - เมื่ออาราธนาพระขรรค์แล้ว ในยามมีอันตรายจะรู้ตัวก่อนทุกครั้งไป

    - ใช้คัดของถอนของ ถอนอาถรรพ์ที่รุนแรงตลอดจนความคงกระพันต่างๆนาๆได้ แม้ว่าผู้นั้นจะมียันต์สักอยู่เต็มตัวและเป็นยันต์ที่มีความแข็งแกร่งมากเพียงใดก็ดี หรือจะมีเครื่องมงคลวิเศษใดที่ทำให้ผู้นั้นมีความคงกระพัน เทพศาสตรานั้นสามารถทำลายความคงกระพันตลอดจนอาถรรพ์วิชาทั้งหลายได้อย่างง่ายดาย แม้จะเป็นอาถรรพ์จากการกินว่านยาหรือวิชาของดีอื่นๆ เมื่อเจอกับเครื่องสูงเช่นเทพศาสตราก็ยังต้องยอมสยบให้ เมื่อผจญด้วยผู้คิดร้ายที่มีวิชาทั้งหลายความขลังเหล่านั้นจะค่อยๆหมดลง

    - เมื่อไปต่างถิ่น ต่างบ้าน ต่างเมือง หรือนอนกลางดินกินกลางทรายในป่าให้เอาปลายพระขรรค์กล่าวขอขมาแม่พระธรณี แล้วขีดลงไปเป็นรูปสี่เหลี่ยมหรือรูปวงกลมรอบๆตัวของผู้ที่นอน มดและสัตว์ต่างๆตลอดจนภูติผีปีศาจจะไม่มาเข้าใกล้

    - เมื่อไปต่างถิ่นแม้จะกินอาหารแต่ไม่แน่ใจว่ามีพิษหรือไม่ ให้เอาพระขรรค์จุ่มลงเสียก่อนเป็นการป้องกันเพื่อล้างอาถรรพ์คุณไสยวิชา ในกรณีที่กินเข้าไปแล้วมีอาการแสลงให้เอาพระขรรค์อาราธนาระลึกตรึกถึงพระพุทธคุณแล้วแกว่งลงไปในน้ำหรือภาชนะที่ใส่น้ำ กินน้ำนั้นเข้าไปจะแก้ยาเบื่อ ยาสั่งได้

    - ถ้าถูกลมเพลมพัดที่ปล่อยมาตามอากาศทำให้มีอาการปูด บวม ตามร่างกาย เดี่ยวบวมที่โน่น เดี่ยวบวมที่นี้ ให้เอาพระขรรค์ทำน้ำมนต์ระลึกถึงบารมีองค์พระแล้วกินเข้าไป จากนั้นจึงเอาพระขรรค์กดไล่ในจุดที่บวม ถ้าเป็นคุณไสยอวิชชาจริงก้อนบวมนั้นจะเคลื่อนหนีได้ ให้ไล่ปลายมีดพระขรรค์ไปเรื่อยๆจนกระทั่งสุดปลายมือหรือปลายเท้าคุณไสยก็จะออกพ้นตัวไป

    - ถ้าจะไปทางน้ำกลัวอันตรายจากสัตว์หรือผีพรายให้เอาพระขรรค์คาบไว้ในปาก เวลาก่อนจะคาบให้เอาพระขรรค์โบกน้ำนำหน้า แม้เดินทางย่อมปลอดภัย

    - เมื่อมีฝีกลัดหนอง ปวดร้าว หรือเพิ่งจะเป็นให้เอาปลายแหลมของพระขรรค์วนเบาๆเป็นวงกลม พร้อมท่องพระคาถาระลึกถึงพุทธคุณถ้าเพิ่งเป็นจะยุบไป แต่ถ้าเป็นนานแล้วฝีจะแตกไม่มีพิษแต่อย่างใดแล้วจะหายภายในสามวัน

    - คนมีลูกเพิ่งคลอด หรือมีเด็กอ่อน เด็กเล็ก ให้เอาพระขรรค์บูชาไว้ตรงที่เด็กนอนหลับ เพราะมีความเชื่อว่าภูตผีปีศาจจะไม่กล้ามารบกวนเด็ก หากชอบร้องไห้ตอนกลางคืน ไม่หลับไม่นอนเหมือนมีอะไรมารบกวนเด็ก ให้เอาพระขรรค์ไว้ใกล้ที่นอนเด็ก

    - คนที่กลัวผี ให้นำพระขรรค์ปักไว้ที่หน้าบ้าน หน้าประตูบ้าน ภูตผีปีศาจเห็นจะไม่กล้าเข้าใกล้

    พ่ออาจารย์ท่านได้นำพระขรรค์วิเศษนี้ประจุมนต์ตามวิชาเทพศาสตราของท่านตลอดระยะเวลา กล่าวคือเมื่อท่านลุกไปแล้วก็ยังเชิญครูบาอาจารย์และทิพย์กายทั้งหลายมาทำวิชาให้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตลอดเวลา จนเกิดเหตุฟ้าผ่าใส่เทพศาสตราทั้งหมด พ่ออาจารย์ท่านว่าฟ้าผ่านี้คือการประจุสายฟ้าเป็นเหตุการณ์ทางธรรมชาติที่รุนแรงมาก สายฟ้านั้นเป็นอำนาจทางกายภาพของพระอินทร์ พระขรรค์จึงมีอำนาจการทำลายล้างสูง อีกทั้งยังเป็นเคล็ดที่เชื่อกันว่าผู้ที่ครอบครองพระขรรค์ก็จะไม่ถูกฟ้าผ่าอีกต่อไปนั่นเอง

    ท่านทำพิธีปลุกเสกตามตำรับพราหมณ์เพื่อชุบเทพศาสตราเป็นเวลา 7 อังคารครบสูตรของท่าน ทั้งบูชาไฟ ทั้งบวงสรวงเทพเทวดา อัญเชิญครูบาอาจารย์มาร่วมพิธีปลุกเสกบรรจุเทวานุภาพ จากนั้นจึงอธิษฐานจิตด้วยพุทธมนต์เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ทั้งเชิญเสด็จพระใหญ่และเทพพรหมมาชุมนุมกัน พ่ออาจารย์ท่านว่าทำพระขรรค์หนนี้เสด็จพระใหญ่ท่านเรียกว่าพระขรรค์เพชรพระพุทธเจ้าด้วยนะ ท่านมาทำให้อย่างดี ทั้งยังมาเป็นประธานในหมู่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย ท้าวสหัมบดีพรหมก็รับเป็นธุระเชิญเสด็จเหล่ามหาพรหมสุทธาวาสมาทำให้ แม้องค์อมรินทร์ ท้าวมาลัยท่านก็มาพร้อมด้วยเทพบริษัทมากมาย เรียกได้ว่าพระขรรค์นี้ดีทั้งนอกและดีทั้งใน ดีตั้งแต่พ่ออาจารย์ท่านเริ่มที่จะสร้างด้วยความศรัทธาและอุตสาหะของท่าน

    วิธีใช้…ให้อาราธนาพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระอริยเจ้าทั้งหมด พรหมและเทวดาทั้งหมด ครูบาอาจารย์ มีหลวงพ่อปานวัด บางนมโค และหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เป็นที่สุด และท่านท้าวจตุมหาราชทั้ง4
    พุทโธ ปัพพะชายาโน สัพพะศัตรู วินาสสันติ ธัมโม ปัพพะชายาโน สัพพะศัตรู วินาสสันติ สังโฆ ปัพพะชายาโน สัพพะศัตรู วินาสสันติ

    ถ้าใช้รักษาโรค บรรเทาเวรกรรม ให้เอาพระขรรค์เเตะศรีษะแล้วว่าคาถา
    ทุกขา ทุกขัง ปฏิฐิตัง สัมปติฉามิ

    *** พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจทำพระขรรค์นี้ให้มีขนาดเล็ก เพื่อเน้นการพกพาและสะดวกต่อการเก็บรักษาและใช้งานอย่างแท้จริง และเหนือสิ่งอื่นใดเลยนั่นก็คือพระขรรค์นั้นเป็นของวิเศษที่มีอานุภาพต่อต้านเวรกรรมได้ ทั้งยังลดทอนขจัดวิบากกรรมของผู้อาราธนาได้ดีพ่ออาจารย์ท่านว่าบอกได้เท่านี้ คนที่เล่นสายพระขรรค์ ที่ตามหาพระขรรค์จริงๆเขาจะรู้กัน ท่านว่าเทพศาสตาที่เราสร้างขึ้น ไม่ได้ทำไว้ให้เหน็บโชว์ใคร หรือเอาไว้ตั้งโชว์ให้ใครมาชื่นชม แต่เราทำให้เอาไว้ใช้งานอย่างแท้จริง พกไปไหนก็ได้ ที่ต้องทำให้เล็กๆเพราะเวลาใช้จะได้ไม่มีคนสังเกตุ ศัตรูจะไม่ตื่นตัวเมื่อเห็นมีดหมอด้ามใหญ่โต
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 กรกฎาคม 2021
  12. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    ตะกรุดแม่ยั่วเมืองสภาพใช้งานเต็มที่ข้างหลังเลี่ยมเจราะรูตะกรุดฉีดน้ำหอมเช่ามาอาราธนาไม่ได้เอามาเก็บนะครับ
    พระขรรค์ก็เช่นกัน (แนะนำแรงทั้งคู่ครับ)
     
  13. J@K

    J@K สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 พฤษภาคม 2020
    โพสต์:
    21
    ค่าพลัง:
    +14
    มีพระขรรค์ให้บูชาอีกไหมครับ^^
     
  14. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    ติดจองหมดแล้วครับ
     
  15. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    เหลือรายการที่ 4 ติดจองครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 พฤษภาคม 2021
  16. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    ED885123248TH พี่นภัทร

    ED885123234TH พี่ชูกิจ
     
  17. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    รายการที่ 4 หลุดจองครับ
     
  18. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    บูชา เหรียญผนึกมายาเซียนจิ้งจอกเก้าหางล่วงเก้าเคราะห์ ( มหาโจรขโมยโชคลักดวงนำพา) รายการที่ 6 ครับ ให้บูชา 1100 รวมส่งครับ

    เซียนจิ้งจอกเก้าหาง จิ้งจอกสำคัญนี้ไม่นับว่าเป็นวิญญาณทั้งร้ายดี แต่กลับมีสถานะเป็นเซียนที่สะสมพลังตามอายุขัยและข้ามสถานะไปสู่ระดับวิญญานในชั้นที่สูงขึ้น โดยเชื่อว่าจิ้งจอกที่บำเพ็ญเพียรได้ห้าสิบปีก็จะสามารถแปลงร่างเป็นหญิงสาวได้แต่หากสะสมบารมีต่อไปเป็นร้อยปีจึงจะสามารถแปลงกายเป็นสาวงาม ซึ่งเซียนจิ้งจอกนั้นจะยิ่งบำเพ็ญเพียรนานนับพันปีขึ้นไป และแปลงกายเป็นหญิงสาวที่สวยมากขึ้นตามตบะที่สั่งสม

    การบำเพ็ญตบะนั้นจะนับขั้นตรงที่ 100 ปี โดยทุกๆร้อยปีจะมีหางเพิ่มขึ้นหนึ่งหาง หากเมื่อใดที่มีหางครบเก้าหางจิ้งจอกตนนั้นจะมีพลังและวิชาอาคมที่แก่กล้ามาก จิ้งจอกที่สำเร็จเซียนจะเปลี่ยนสีขนเป็นสีทองทั่วทั้งตัวและมีเก้าหางปรากฏออกมาจึงจะนับเป็นเซียนโดยสมบูรณ์เหาะขึ้นสวรรค์ไปอยู่กับเหล่าเทวดาได้ โดยเซียนจิ้งจอกมักจะจำแลงตนเป็นเซียนสาวงามล่มบ้านล่มเมือง ไม่ว่าจะชายหรือหญิงใดได้เห็นดั่งต้องมนต์สะกดลุ่มหลงมิเสื่อมคลายเรียกว่าเป็นความลุ่มหลงที่ไม่อาจถอนตัวได้เลย

    ที่พ่ออาจารย์ท่านสร้างเหรียญจิ้งจอกเก้าหางไว้ เพราะพระแม่องค์ธรรมท่านแนะนำว่าเป็นบริวารมือหนึ่งของท่านที่อาศัยอยู่บนเขาคุนลุ้น ทั้งพลังของจิ้งจอกเก้าหางแท้จริงแล้วยังเป็นโชคลางชั้นเยี่ยมอันแสดงถึงสันติสุข,ความมั่งคั่งสุขสมมีลูกหลานเต็มบ้าน เมื่อพลังของเซียนจิ้งจอกปรากฏหนุนนำผู้ใดเขาจะสามารถรู้และเข้าใจสิ่งที่เขาอยากรู้ได้รอบตัวนับร้อยนับพันเรื่อง ทั้งเซียนจิ้งจอกยังมีฤทธิ์ร้ายกาจชนิดล่มบ้านล่มเมืองได้ พ่ออาจารย์ท่านขอบารมีพระแม่องค์ธรรมให้ลงปลุกเสกกำกับบริวารเรียกจิตเซียนจิ้งจอกของท่านเอง จนสำเร็ตเต็มภูมิ

    ล่วงเก้าเคราะห์ภัย ### (พ้นเคราะห์เก้าชั้นฟ้า)

    พ่ออาจารย์ท่านว่าธรรมดาในวงศ์จิ้งจอกเก้าหางนี้มีคุณลักษณะพิเศษที่เขาบอกกับท่านโดยตรง นั่นคือล่วงด่านเคราะห์ที่พ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าล่วงเก้าเคราะห์ เสมือนด้วยมีชีวิตเป็นอมตะ ใครก็ทำร้ายใครก็รังแกไม่ได้เลย คำว่าล่วงเก้าเคราะห์ของท่านนี้ท่านขยายความให้ฟังสั้นๆว่า"พ้นเคราะห์เก้าชั้นฟ้า" นั่นคือเคราะห์หามยามร้ายภัยพิบัติใดๆ...จากผู้ใดก็ตามย่อมไม่อาจทำร้ายเซียนจิ้งจอกได้ไม่ว่าจะเคราะห์กรรม,เวรภัย,คำสาป,การลงทัณฑ์ทั้งปวง

    พ่ออาจารย์ท่านจึงได้เน้นเรื่องตระกูลจิ้งจอกว่าผู้ใดที่เลี้ยงเขา เอาเขาติดตัวย่อมล่วงเคราะห์ภัยทั้งปวง ไม่ว่าจะเคราะห์ร้ายดวงซวยใดๆในชีวิตเธอก็แล้วแต่ ท่านว่ามันจะกลายเป็นเรื่องไร้สาระไปทั้งสิ้นเพราะมันเป็นเพียงเคราะห์ในชั้นดิน เคราะห์ของสัตว์โลกธรรมดาที่เวียนว่ายตายเกิดเท่านั้น

    เพราะจิ้งจอกเก้าหางนั้นแม้แต่โทษทัณฑ์ชั้นฟ้า เคราะห์ฟ้าจากเทพบรรพกาลผู้ยิ่งใหญ่เกินศักดิ์มหาเทพเช่นเจ้าแม่หนี่วาก็ยังไม่สามารถลงทัณฑ์ได้ จิ้งจอกหลบหนีโทษทัณฑ์จากเจ้าแม่หนี่วาได้ฉันใด ก็ย่อมไม่มีทุกข์,โทษ,เคราะห์ใดๆให้ผลกับเราได้ฉันนั้น ทั้งจิ้งจิ้งจอกล่วงเก้าเคราะห์หรือพ้นเคราะห์เก้าชั้นฟ้านี้ก็ยังช่วยเสริมพลังชีวิตแก่เราดุจเรามีเก้าชีวิต มีตบะที่สั่งสมมานับร้อยนับพันปีคอยเสริมส่งเรียกโชคลาภความสุขมาให้

    ใครที่อยากเลี่ยง อยากล่วงเคราะห์กรรมที่โถมสาดซัดใส่หนักหน่วง ให้ชีวิตได้สบายพอเบาตัวขึ้นบ้าง พ่ออาจารย์ท่านว่าต้องใช้เซียนจิ้งจอกนี้ ### แต่ให้จำไว้เลยว่าต้องใช้เหรียญเซียนจิ้งจอกนะ ต้องเป็นเซียนจิ้งจอกเท่านั้นชีวิตถึงจะเจริญขึ้นและมีความสุขในทางเดียวปราศจากทุกข์ภัย หากไปใช้ไปเจอเอาญาณปีศาจจิ้งจอกท่านว่านั่นแหละคราวเคราะห์อย่างยิ่ง จะใช้ก็ต้องระวังเอาไว้ด้วย

    เซียนจิ้งจอกนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่านี่แหละเป็นตัวช่วยชั้นเยี่ยมไม่ว่าจะดีจะร้ายท่านช่วยหมดไร้ผู้ต้าน นอกจากมีฤทธิ์เป็นเลิศแล้วยังฉลาดเป็นกรดด้วยจึงอยู่เคียงข้างราชินีสวรรค์ได้ และเพราะเป็นเหรียญเซียนจิ้งจอกในสังกัดของเจ้าแม่องค์ธรรมที่พ่ออาจารย์ท่านเชิญพระแม่เจ้ามาชุบให้เองจึงมั่นใจได้ว่าเป็นเหรียญเซียนจิ้งจอกที่ให้คุณโดดเด่นอย่างแท้จริง

    เช่นนั้นเหรียญเซียนจิ้งจอกเมื่ออาราธนาแบบโดดๆจึงดีทางเมตตาลุ่มหลงด้วยพลังมายาขั้นสูงสุด เป็นเมตตาอย่างรุนแรง ทั้งลักษณะนิสัยของเซียนจิ้งจอกยังได้ชื่อว่ามีปัญญามากฉลาดปลาดเปรียวเมื่อได้อาราธนาแล้วย่อมเห็นลู่ทางที่เคยปิด คนที่ทำมาหากินติดขัดพัฒนาตนเองได้ช้าก็จะพัฒนาคล่องแคล่วว่องไวขึ้นอย่างคาดไม่ถึง พ่ออาจารย์ท่านว่านี่เป็นคุณสมบัติแฝงของเซียนจิ้งจอกหากเอาเขาไปช่วยทางทำกิน ช่วยพัฒนาชีวิตตัวเองก็จะเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว *** แม้สังคมมีวิกฤติมีเภทภัยใดๆก็เอาตัวออกรอดได้ทุกสถานการณ์ ไม่ติดคั่งค้างคาหาทางไปไม่ได้ เหรียญเซียนจิ้งจอกให้คุณมากถึงเพียงนั้น

    เมื่อเซียนจิ้งจอกมาคอยหนุนดวงเราเขาจะทำให้เรามีความสุขในทางที่เราปรารถนามากมายเหลือคณา เพราะเขาพร้อมที่จะบันดาลความสุขสำราญสมปรารถนาให้แก่ผู้บูชาอย่างไม่ขาด ทั้งเขายังเป็นเซียนสัตว์จึงมีฤทธิ์มากกว่าพวกเครื่องรางกุมารทองทั้งหลาย เพราะเขามีตบะเซียนจึงมีฤทธิ์มาก จะขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีทั้งหลายออกจากตัวให้พ้นชีวิตเราทั้งจะช่วยผ่อนผันเรื่องร้ายจากหนักกลายเป็นเบา แม้จะเล่นทางเมตตามหาเสน่ห์ก็ทำได้ด้วยมายาศาสตร์ขั้นสูงสุดของเซียนจิ้งจอกจึงทำให้ตัวเราเป็นเสน่ห์แก่ผู้พบเห็นโดยทั่วไป อยู่ที่ไหนผู้คนก็นิยมชมชอบผู้ใหญ่ก็เมตตาเอ็นดู

    พ่ออาจารย์ท่านว่าสุดแต่ใจจะใช้ จะเอาไว้หาเงินหาทองดึงดูดโชคลาภ จะใช้เรียกเงินเรียกทองให้ค้าแม่นขายหมานก็ได้ดังใจล้วนแต่อธิษฐานขอเอาได้ทุกประการ แต่บุคคลผู้พกเซียนจิ้งจอกนั้นแม้ไม่ต้องขอย่อมไม่ขาดซึ่งเสน่ห์ความเมตตาจากฝูงชนและไม่ขาดในทรัพย์สมบัติทั้งหลายเพราะตัวเซียนจิ้งจอกนั้นเขาชอบทางนี้(เงินทองอัญมณีเป็นสิ่งที่ท่านชอบและหาเก่งที่สุด) ทั้งเมื่อได้อาราธนาท่านจะเป็นเสมือนแม่เหล็กดึงดูดสิ่งที่เราปรารถนาให้มาหาเราถึงที่ จะไปทำงานหรือติดต่อเจรจากับใคร ท่านจะสะกดจิตสะกดใจฝูงชนดั่งต้องมนต์เคลิบเคลิ้มปล่อมตามน้ำ ตามวาจาเราไปไม่ใคร่จะรู้เนื้อรู้ตัว จะอธิษฐานขอให้ท่านสะกดคน,สะกดใจ,สะกดความรู้สึก,สะกดสายตา,สะกดอารมณ์ผู้ใดให้อ่อนโดยนเมตตาเราเป็นพิเศษดั่งต้องมนต์ก็อธิษฐานกับท่านได้ตามแต่สถานการณ์ที่ควรใช้ พ่ออาจารย์ท่านว่าที่จริงก็ไม่ต้องเจาะจงมากเพราะเป้าหมายจะหลงไหล งงงวย ไม่ไปไหน ยอมให้ทุกอย่าง เอาแค่พกเป็นเมตตากำลังดีก็พอแล้ว

    - ในชุดพิเศษนี้ท่านแปะตะกรุดขโมยโชคลักดวงนำพาไว้ด้วยทุกตน

    ท่านว่าปกติจิ้งจอกก็เป็นนักล่า เป็นเจ้าแห่งขโมยยิ่งเซียนจิ้งจอกท่านก็ยิ่งขโมยได้แม้แต่ความฝันอยู่แล้ว พ่ออาจารย์ท่านรู้ความลับนี้ท่านจึงลงตะกรุดขโมยโชคลักดวงนำพาเสริมคุณเซียนจิ้งจอกแปะติดไว้ให้ทุกตน

    ... ท่านว่าทำงานหนัก เล่นตามเกมส์ สมัยนี้มันอยู่กันยาก ยิ่งจะใช้ของดีทั้งทีเราก็ต้องเสริมตัวช่วยให้เขาบ้าง จะได้ใช้ชีวิตกันได้สะดวกขึ้น จะมั่งมีได้ง่ายกว่าคนอื่น ถึงฝันไวกว่าคนอื่น ยิ่งคนที่ดวงไม่ดี ดวงมีปัญหามาตั้งแต่เกิด บางปีดวงก็ตกดวงก็ชงพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก บางทีโชคกำลังมีดีๆพอดวงดาวเปลี่ยนชีวิตก็เปลี่ยนดับไปกับดาว บางคนแก้สารพัดที่จะแก้ ทำบุญมามากสารพัดที่จะทำก็แก้ดวงมีปัญหาไม่ได้ พ่ออาจารย์ท่านจึงดำริว่าจะทำให้คนที่ชีวิตโอนเอนมีขึ้นลงไม่มั่นคงเหล่านี้ เอาดีให้ได้ตลอดรอดฝั่ง

    เช่นนั้นตะกรุดขโมยโชคลักดวงนำพานี้จึงใช้ยกดวงให้ดวงเราเหนือกว่าคนอื่น ท่านว่าก็ทับถมเขานั่นแหละ ใครที่เราเห็นว่าดวงเขาดีชีวิตเขาดีก็ดึงมาหนุนเรา เราเห็นดวงใครดีก็อธิษฐานเอากับตะกรุดให้โขมยดวงเขามาสับกับเรา ให้ดวงเราดีเหนือกว่าผู้อื่นผู้ใด

    ด้วยท่านเห็นความสำคัญว่าชีวิตหลายๆคนนั้นคือการต่อสู้แข่งขันและแย่งชิง ...เราแย่งเพื่อให้เรารอดเช่นนั้นแล้วในทางเวทย์อาถรรพ์เราก็ต้องแย่งดวงคนที่เขาโชคดีกว่าเราด้วย เมื่อท่านติดตะกรุดขโมยโชคลักดวงนำพาให้ยอดนักล่าและหัวโขมยอันดับหนึ่งอย่างเซียนจิ้งจอกแล้ว อาถรรพ์และคุณของวิชายิ่งหนุนให้เซียนจิ้งจอกเขามีกำลังมากขึ้น พ่ออาจารย์ท่านว่าลำพังตะกรุดก็แรงแล้ว แต่นี่เวลาเราอธิษฐานขโมยดวงเราอธิษฐานผ่านเซียนจิ้งจอกให้เขาเป็นสื่อนำเราไปก็ยิ่งแรงยิ่งไวมากกว่าเดิม เพราะมีเซียนมากตบะเป็นคนใช้วิชาช่วยเหลือเราอยู่เช่นนี้ ทั้งการขโมยยังเป็นงานถนัดของเค้า ให้เรามีโชค..มีดวง ทำอะไรก็มือขึ้น..มากโอกาส...มากวาสนา

    ### ก็ให้ดูเอาแล้วกันว่าตัวเองขาดดวงด้านไหน อยากได้อะไรมาเสริมแล้วก็หาเอาว่าใครเก่งใครดีด้านไหนก็อธิษฐานขโมยดวงคนนั้น อยากทำงานสำเร็จก็อธิษฐานไปว่าจะขโมยดวงนายก. อยากถูกหวยรวยเบอร์ก็อธิษฐานไปว่าจะขโมยดวงนายข....เช่นนี้

    เหรียญเซียนจิ้งจอกนี้ไม่ว่าอยู่ที่ไหนที่แห่งนั้นก็จะเจริญรุ่งเรืองร่ำรวยทั้งยังนำมาซึ่งความรักและความสำเร็จ หากความรักใครล้มเหลวอยากมีรักที่สมหวัง ปรารถนารักแท้ก็ให้ใช้เหรียญเซียนจิ้งจอกนี้ *** ทั้งติดตัวแล้วยังช่วยพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้ตลอดเพราะเขามีไหวพริบปราดเปรียวว่องไว แม้ตกงานปรารถนาหน้าที่การงานใดหรือต้องการความเจริญเลื่อนขั้นโยกย้ายแบบไหนก็ให้บอกกับท่าน จะทำการ์ใดๆไม่ว่าเล็กหรือใหญ่บอกแม่เซียนจิ้งจอกนี้ก่อนทุกครั้งให้ท่านช่วยข่มศัตรูเปิดทางให้กับเรา หรือจะเสี่ยงโชคจีบหนุ่มจีบสาว ออกล่าทรัพย์สมบัติทำการณ์งานปรารถนาเงินทองก็ให้บอกท่านด้วย พ่ออาจารย์ท่านหล่อด้วยชนวนพิเศษเสกเก็บอยู่ในพิธีมานานหลายปี ท่านว่าเพียงแค่พกนอกจากดึงดูดคนดึงดูดรักให้คนรอบข้างรู้สึกเมตตาเราแล้วยังเรียกโชคลาภเงินทอง แม้สัญจรผ่านหนทางใดยังทำให้ภูติผีปีศาจเกรงกลัวเราอีกด้วย

    *** ทั้งเหรียญเซียนจิ้งจอกนี้ พ่ออาจารย์ท่านยังกำชับเอาไว้นักหนาว่าเมื่อพกอยู่กับตัวแล้วเขาจะส่งเสริมอำนาจเครื่องมงคลต่างๆในร่างกายเราไม่ว่าจะห้อยจะพกสิ่งใดอยู่ให้แรงทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัวจนตัวเรารู้สึกได้อย่างชัดเจน รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสสืบต่อไป


    ร่วมทำบุญบูชา เหรียญผนึกมายาเซียนจิ้งจอกเก้าหางล่วงเก้าเคราะห์ ( มหาโจรขโมยโชคลักดวงนำพา) บูชา 1500 รวมส่งครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 มิถุนายน 2021
  19. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    บูชา เจตภูติฟ้าคาดสายรกมหาสังวาลย์พระเจ้าเนรมิตสิทธิโชค (ภูติรับใช้พลิกวิกฤติ) รายการที่ 7 ให้บูชา 1100 ต่อองค์ครับรวมส่งรวมเลี่ยมเหลือ 3 ตนครับ ปิดครับ
    คติความเชื่อแต่โบราณ คนที่เรียนวิชาอาคมหรือพุทธาคมทั้งหลายก็ดีมักจะมีภูติผีวิญญาณในสังกัด หรือมีพรายคอยรับใช้ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆที่ใครๆก็รู้จัก นั่นก็คือขุนแผน พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าขุนแผนนั้น แม้มีฤทธิ์มาก เรียนมามาก มีอาคมและวิชาดีเท่าไหร่ แต่แม้ตัวของขุนแผนเองก็ยังมีภูติพรายเป็นบริวารคอยรับใช้ มีหลายครั้งที่คนเก่งแบบขุนแผนนั้นรอดชีวิตมาได้ก็เพราะภูติพรายของตน ทั้งคอยกะซิบบอกกล่าวถึงยาพิษในอาหารที่กินบ้าง ทั้งใช้ในการรบทัพจับศึกบ้าง ใช้ป้องกันอันตรายที่ไม่ทันระวังตัวบ้าง หรือแม้แต่ใช้ในสถานการณ์เร่งด่วนขี่เป็นพาหนะเหาะไปหานางพิมก็เกิดขึ้นมาแล้ว พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าขุนแผนนั้นเรียนวิชาบังคับโหงพรายเหล่านี้มาจากขรัวตาคง วัดแค ซึ่งโหงพรายทั้งหลายอันเป็นบริวารของท่านก็ล้วนแต่จงรักภักดีต่อผู้เป็นนายไม่คิดแว้งกัดทำอันตรายใดๆทั้งสิ้นพ่ออาจารย์ท่านว่าพูดให้ถูกไอ้ตัวโหงพรายแบบที่ขุนแผนใช้งานนี้เราจะเรียกว่าภูติรับใช้ก็ได้ เอาให้เข้าใจง่ายๆพวกเขาก็คือบริวาร ทาสในเรือนเบี้ย หรือข้าทาสนั่นเอง คนสมัยก่อนที่เล่นอาคมหรือเรียนทางพุทธาคมส่วนมากก็จะมีบริวารเหล่านี้ไว้ในปกครอง พูดให้ถูกก็คือจำเป็นต้องมีหรือไม่มีไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะเก่งคับฟ้าแค่ไหน ขึ้นชื่อว่าคนก็มีโอกาสขาดสติได้ มีวันพลาดได้ และข้าทาสบริวารเหล่านี้นอกจากเอาไว้ใช้งานในกิจต่างๆแล้ว เขาก็ยังต้องคอยพิทักษ์รักษาในวันที่เราพลาดเราเผลอนั่นเอง

    จริงอยู่ว่าภูติรับใช้นั้นเป็นสิ่งจำเป็น โหงพรายที่จะทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ทำตามใจเจ้านาย สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งจำเป็น เป็นของดี เป็นยอดปรารถนาที่คนมีวิชาทั้งหลายต้องการจะหามาไว้คู่ชีวิตให้ได้ แม้จะต้องศึกษาหรือลองผิดลองถูก บางคนได้ไข้เจ็บป่วยไปเพราะคุณผีคุณพรายก็มาก แต่ขึ้นชื่อว่าชายชาตรีแล้วก็ยังปรารถนาที่จะเป็นคนดีมีชาอาคมอยู่ร่ำไป เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจที่จะสร้างโหงพรายขึ้นมาให้มีอิทธิคุณดุจภูติรับใช้นั้น แต่ตัวท่านก็ไม่พึงปรารถนาจะใช้กระดูกหรือวิญญาณใดๆมาสร้างให้เป็นเวรกรรมต่อกันและกัน รวมถึงเป็นอันตรายแก่ชีวิตผู้ได้บูชาไปด้วย เรียกว่าถึงจะทำพรายแต่ก็ไม่ยอมใช้ผงพรายนั่นเอง แล้วอะไรล่ะที่จะแรงกว่าพราย เป็นพราย แต่ไม่ใช่พราย และก็ไม่มีผงพราย ...บอกได้คำเดียวว่าพ่ออาจารย์ท่านเก็บรวบรวมมวลสารมานานนับสิบปีกว่าจะทำให้เกิดขึ้นมาได้ ของสิ่งนี้แน่นอนว่าเหนือกว่าผงพรายใดๆ ด้วยท่านใช้รกของเด็กแรกเกิดที่ให้คุณตรงตามตำรานำมาสร้างนั่นเอง ท่านว่าลำพังรกของสัตว์เดรัจฉานยังให้คุณมากถึงปานนั้น แล้วรกของมนุษย์อันเป็นสัตว์ประเสริฐที่มีอาถรรพ์ตรงตามตำราเล่าจะให้คุณมากมายหนักหนาปานใด รกของมนุษย์เช่นใดจึงมีฤทธิ์แรงกล้าปานนั้น แล้วมหาเจตภูติพรายชนิดใดที่พ่ออาจารย์ท่านจะปลุกสร้างขึ้นมา จะแรงและให้คุณมากเช่นใด...

    เมื่อจะทำเจตภูติฟ้านั้น พ่ออาจารย์ท่านได้รวบรวมสายรกหรือมหาสังวาลย์ที่ติดตัวมนุษย์มาแต่เกิดด้วยถือคติว่า สายรกพระเจ้าคือท่อหล่อเลี้ยงดับกระหาย เป็นสายใยผูกความสัมพันธ์กับมารดาและบุตร วิชานี้ผู้ใดได้ถือครองจะมีกินไม่รู้สิ้น ดั่งทารกในครรภ์มารดาที่มีคนหาเลี้ยงสิ่งต่างๆมาบำรุงบำเรอตลอดเวลา ท่านว่าเขาจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยลาภสักการะเพิ่มพูน ร่ำรวยไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อพ่ออาจารย์ท่านถือคติสร้างขุนพรายด้วยวิชานี้ ด้วยสายรกเชื่อมสัมพันธ์ทารกและมารดา ท่านว่าอันมหาภูตินั้นก็จะภักดีกับเราและเชื่อมต่อกับเราดุจบุตรเชื่อฟังและให้ความเคารพมารดาไม่มีวันหักหลังเช่นนั้น ด้วยเคล็ดนี้พรายของท่านจึงได้ชื่อว่ามีฤทธิ์กล้ามากบารมี ซื่อสัตย์ ใช้งานง่าย และเหนือสิ่งอื่นใดเลยคือเก่งทางทำมาหากินบันดาลโชค เมื่อได้ผูกสัมพันธ์กับใครตำราว่าไว้จะให้คุณอนันต์แก่ชนผู้นั้น อันรกของสัต์ประเสริฐทั้งเก้าประกอบไปด้วย
    - รกของเด็กที่เกิดมารกพาดคอ
    - รกของเด็กฝาแฝดสามที่เกิดมารกพาดคอ
    - รกของเด็กที่เกิดมายามพระอาทิตย์ทรงกลดตอนเที่ยงวัน
    - รกของเด็กที่เกิดมาลิ้นดำ
    - รกของเด็กที่เกิดมาในตระกูลมหาเศรษฐี
    - รกของเด็กที่เกิดมาในตระกูลของผู้มีอำนาจ
    - รกของเด็กที่เกิดมาในตระกูลสายเลือดชั้นสูง
    - รกของเด็กที่เกิดมาในวรรณะพราหมณ์
    - รกของเด็กที่เกิดมาแล้วบิดามารดาเจริญรุ่งเรือง
    หลังจากท่านได้มวลสารบังคับตามตำรา ท่านก็นำมาตากแห้งและป่นเสกเก็บไว้ด้วยวิชาสายรกพระเจ้า ก่อนจะนำมาทำวิชาสร้างเจตภูติฟ้า พ่ออาจารย์ท่านได้นำผงรกทั้งเก้านี้มาผสมมวลสารต่างๆที่ให้คุณกับผู้บูชาได้แก่ ผงยันต์นิพพานสูตร ผงคาถาเณรแก้ว ผงคาถาพรายแก้ว ผงกำเนิดราคะ ผงพรายกะซิบ ผงยันต์นะเสน่ห์ร้อยแปด น้ำมันเสน่ห์เกล้านางนี ผงยาสัก แร่ทองคำดำ แร่เงิน น้ำมันตะเคียนทองคู่ น้ำมันช้างผสมโขลง ผงพรายตะเคียนฟ้า พุทธรักษา รักซ้อน ทับทิม ไคลโบสถ์เสมา 7 วัด...

    ด้านหลังท่านลงตะกรุดผีรักผูกไว้ด้วย... เป็นคติทำอาถรรพ์ผูกเขาไว้ เมื่อเขารักเรา เขาย่อมยินดีบุกน้ำลุยไฟทำทุกอย่างเพื่อเรา ท่านว่าตะกรุดนี้ทำเพื่อให้ดวงจิตนี้เป็นทาส เป็นบริวารที่จงรักและพร้อมช่วยเหลือให้เราใช้งานเขาได้จริง เอาว่าไม่มีวันทรยศหักหลังนายได้เลย

    พ่ออาจารย์ท่านได้นำมวลสารที่ผสมนั้นมาปั้นทีละตนเป็นรูปหัวกระโหลก ท่านว่ามองทีแรกอาจจะไม่ชอบใจคิดว่าเป็นของน่ากลัว แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกนั้นไม่ใช่ผีหากเป็นจิตใจมนุษย์ ท่านทำเช่นนี้เพื่อปลงอารมณ์กรรมฐานและคาดหวังอย่างยิ่งว่าผู้บูชาจะเห็นภัยในวัฏสงสาร ปลงอารมณ์อสุภกรรมฐานเข้าใจเรื่องชีวิตและความตาย เวลามองเจ้ากระโหลกน้อยนี่ก็คิดเห็นภัยในสงสารวัฏ ท่านว่าข้ามพ้นความตายก็คือพ้นวัฏสงสารเป็นทรัพย์สูงสุดอันประเสริฐ เช่นของสิ่งนี้ที่เราคิดว่าน่ากลัว ถ้าเราข้ามพ้นไปได้ก็จะพบคุณวิเศษสูงสุดของเขาเช่นกัน ตรงข้ามกับรูปโฉมที่ฉาบทาภายนอกพ่ออาจารย์ท่านกล่าวอย่างมีนัยยะสำคัญว่าเจตภูติฟ้านี้ที่เราทำมีวิมานครอบ เป็นขุนพรายที่มีบารมีของเขาเองสูงมากด้วยเมื่ออธิษฐานจิตนั้นพ่ออาจารย์ท่านได้บวชเจตภูติฟ้าให้เป็นวิญญาณมงคลแล้ว ถ้าใจต่ำถึงที่สุดแล้วจริงๆเช่นนั้นจึงจะเห็นรูปของเค้าน่าเกลียดน่ากลัว พ่ออาจารย์ท่านว่านี่เป็นวิชาพยนต์คุณวิชาที่ผูกขึ้น ไม่ใช่ผงผี หรือพราย ไม่ได้จับวิญญาณใดมายัดจึงไม่มีโทษใดๆต่อผู้ใช้บูชา

    โดยเน้นการปลุกเสกไปในด้านเมตตา ค้าขาย ปกป้องคุ้มครอง การบอกเหตุล่วงหน้าและเป็นพรายกระซิบเตือนภัยที่จะเกิดขึ้น หรือแม้แต่ลาภผลต่างๆทั้งด้านการเสี่ยงโชค โชคลาภ การพนัน แล้วแต่ผู้พกพาหรือผู้เลี้ยงจะบนบาน เลี้ยงพูดคุยเช่นกุมารทองซึ่งเขาไม่ให้โทษแก่คนเลี้ยง เมื่อบูชาเวลาเรียกใช้งานคนใช้จะสัมผัสได้ผ่านการสื่อสารทางจิต ทั้งยังเป็นเครื่องรางมหาเสน่ห์ ให้คนบูชาใช้ตามหาความรัก ตามของหาย หรือจะบนบอกของเรื่องการงานก็ได้เมื่อจะเรียกเจตภูติฟ้ามาใช้งานก็ไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงผู้ที่บูชามีความเชื่อมั่นในครูอาจารย์เท่านั้น ท่านว่าต้องปลุกเสกให้สำเร็จในสี่ฤกษ์ ได้แก่
    - ราชาฤกษ์ ฤกษ์ของพระราชาผู้มีบุญญาธิการ
    - เทวีฤกษ์ ฤกษ์ของสตรีผู้มีบุญญาธิการ
    - มหัทธโนฤกษ์ ฤกษ์ของผู้มั่งคั่งค้าขายร่ำรวย
    - ภูมิปาโลฤกษ์ ฤกษ์ผู้รักษาแผ่นดิน
    ท่านเสกจนบังเกิดนิมิตถึงเจตภูติฟ้านั่งกะดิกขากระพริบตาได้ พูดตอบโต้กันได้ แล้วพ่ออาจารย์ท่านจึงกำกับให้เขาคอยเข้าฝันกระซิบบอกเหตุดีร้ายทั้งหลาย ทั้งบอกโชคลาภล่วงหน้าแก่คนใช้ให้แม่นยำ คุ้มเกรงรักษาให้คุณเจ้าของ คอยปัดเคราะห์บังภัย ปิดอุปสรรค คอยทำตามสิ่งที่คนใช้ปรารถนา ท่านว่าเขามาเพื่อเกื้อกูลเรา เอาว่าใช้ได้และใช้งานง่ายเสียด้วย

    ก่อนจะออกให้บูชานั้นท่านว่าเราต้องเสกเก็บจนมันใจ กล่าวง่ายๆคือเสกไปเรื่อยๆ จนเขามาบอกนิมิต แจ้งเหตุดีร้าย บอกโชคบอกลาภล่วงหน้าได้แม่นยำ ท่านว่าทำกันแบบสถิติเลย ต้องแม่นยำจริงจึงจะสำเร็จและนำออกให้คนบูชา ผู้บูชานั้นเขาจะให้ประโยชน์รับโชคลาภและสิ่งดีงามทั้งหลายในชีวิตได้จริงสมดั่งตำราโบราณ เขาจะพึงได้ประโยชน์จากการอธิฐานขอความช่วยเหลือถ้วนทุกประการ แม้พกอาราธนาไว้ก็จำเริญด้วยคุณดังต่อไปนี้
    - การทำมาหากินประกอบอาชีพต่างๆคล่องตัวขึ้น
    - ไปแห่งไหนที่ไหนใครก็เมตตา(โดยเฉพาะผู้ใหญ่)
    - บันดาลโชคลาภด้วยการดลใจหรือเข้าฝัน
    - บอกเหตุดีร้ายล่วงหน้าด้วยการกระซิบ หรือบอกผ่านภาพเหตุการณ์ในจิตใต้สำนึก
    - รับเคราะห์กรรมที่เกินกำลังแทนตน
    - คุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง
    - มีเมตตามหานิยมจะติดต่อขอความช่วยเหลือจากผู้ใดย่อมสำเร็จโดยง่าย

    วิชาเจตภูติฟ้าหรือการสร้างภูติรับใช้นั้น ท่านว่าเป็นเครื่องรางที่เน้นไปในทางสนองความต้องการ ให้เจ้าของใช้งานเขาได้ ให้คุณมาก ให้ความซื่อสัตย์ จงรักภักดีให้แก่เจ้าของ เป็นยอดวิชาแต่โบราณ ซึ่งวิชานี้หาผู้ที่รู้จริงถึงแก่นแท้จนสามารถสร้างได้สำเร็จยากยิ่งและนับวันจะหาผู้แตกฉานในวิชาแขนงนี้น้อยนัก เพราะเป็นตำรับที่ครูบาอาจารย์ตั้งแต่โบราณหวงแหนกันมาก นิยมถ่ายทอดแบบปิดบังเพื่อไม่ให้ตกถึงแก่บุคคลทั่วไป ที่ถ่ายทอดแบบครบสูตรจะมีก็แต่บุคคลสืบสายเลือดเดียวกันเสียส่วนใหญ่นั่นเอง เคล็ดวิชาดังกล่าวจึงมีความศักดิ์สิทธิ์สูงเห็นผลทันตา เช่นนี้จึงมีคนที่ปรารถนาภูติรับใช้ทั้งหลายลองผิดลองถูกใช้คุณผีคุณพรายจนเกิดเป็นอันตรายขึ้นแก่ตนเองก็มาก เนื่องจากวิชาดังกล่าวมีความศักดิ์สิทธิ์สูงเห็นผลทันตาและมีเนื้อความสลับซับซ้อนในขั้นตอนการสร้างและเสก แต่เมื่อทำสำเร็จท่านว่าเจตภูติฟ้านั้นเขาจะมาช่วยเหลือรับใช้ ทำสิ่งใดก็ได้ตามแต่ผู้ใช้วิชาจะพึงปรารถนา

    ท่านลงข่มอาถรรพณ์ เพิ่มมหาอำนาจ เป็นการเพิ่มฤทธิ์ให้จิตเจตภูติ มีตบะอำนาจเหนืออาถรรพณ์ทั้งปวง เพราะการที่จะใช้เจตภูติในการเสียงโชค เสี่ยงดวงหรือการพนันใดๆนั้น อำนาจ ตบะมหาภูติหรือขุนพรายของเราต้องเหนือกว่าฝ่ายตรงข้ามจึงจะดี เช่นสถานที่บางแห่งหรือคนบางคนมักจะมีของกัน มหาภูตินี้จะไปช่วยแก้และช่วยหนุนเสริมดวงกับเราให้เหนือกว่าเขา เหนือคู่แข่ง หากใช้ค้าขายก็จะต้องเหนือกว่าขายดีกว่า ทำอะไรใช้อะไรก็ชนะเขาทุกสิ่ง

    มหาภูติรุ่นนี้ท่านว่าเขาชอบโชว์พลังอำนาจ คนใช้จึงรู้สึกได้และเห็นผลไว หากวันไหนดวงเราเปิดจะมีโชคเขาจะมาบอกให้เห็น ใช้อธิษฐานขอเอาเถิด เมื่อเห็นผลก็ควรมีของตอบแทนเขาบ้าง นั่นคือการชวนเขาสวดมนต์ทำบุญอุทิศบารมีไปให้ ท่านว่ายิ่งทำเขาก็จะยิ่งแรง ส่วนพวกข้าวปลาอาหารของดิบของมึนเมา ท่านว่าเขาไม่ต้องการ เขาไม่ใช่ผีไม่ใช่พรายหรือวิญญาณปกติ ขอแค่เรามีศรัทธาเชื่อมั่นอย่างจริงใจ หมั่นชวนเขาทำบุญสร้างกุศลไปด้วยกันก็จะเห็นผลไวตามที่ปรารถนาอย่างแน่นอน

    คาถาบูชา
    นะรึ โมรือ รึรือ ลึลือ นะโสสิสุ นะสุโส เอหิ จิตตัง เกปัสสิปังนิมิตตัง ปิสาโลมา จะมาเลโส จะโสมาเล เอหิมะมะมามา โอมคะลุกคะลุก ลุกแล้วอย่านอน นะปลุกจิตโมปลุกใจ ขุนพรายพูดได้ กะระมะถะมะอะอุอุอะมะมานิมามา ขุนพรายเจ้าเอ๋ยอยู่แล้วหรือยังอยู่แล้วเจ้าข้า กุรุมุถุจงมาเป็นหูจงมาเป็นตาดีร้ายบอกข้าดีร้ายช่วยข้า กิริมิถิสุสิสุสังพระอะระหังพุทโธโลกะวิทู สิทธิหุนลูสะหวาโหม

    * รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น เมื่อได้รับไปหนแรก พ่ออาจารย์ท่านว่าให้อธิษฐานผูกสัญญานายบ่าวด้วยการตั้งชื่อให้เขาด้วย อันวิชามหาภูติขุนพรายนี้หนึ่งตนก็เสมือนหนึ่งคน ถ้าใครอยากมีบริวารหลายตนเพื่อช่วยงานหรือใครคิดทำการณ์ใหญ่จะใช้ให้รอบด้านก็ตามแต่ความเหมาะสมจะพิจารณากันเอง ยกตัวอย่างเช่นขุนแผนก็เลี้ยงโหงพรายมากมาย เพราะงานบางอย่างก็ต้องใช้หลายแรงหลายกำลังถึงจะสำเร็จได้รวดเร็วดั่งใจนึก ท่านว่าคนบางคนดวงก็ขาดคู่ไร้บริวาร ตรงนี้แก้กันได้ ยิ่งมีบริวารมาก ดวงเรา บารมีเรา ก็จะยิ่งมากเป็นเงาตามตัว(ใช้พกใส่กระเป๋ากางเกงได้ ทำพวงกุญแจได้ หรือแม้แต่จะห้อยคอก็ยังได้ท่านว่าสะดวกอาราธนาแบบไหนล้วนใช้ไ้ดทั้งสิ้น)
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 กรกฎาคม 2021
  20. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    242
    ค่าพลัง:
    +242
    พระผงพลังอมตะทศภูมิกลืนกินวิบากกรรมเก้าชั้นฟ้า (ปู่ฟ้าพระทันใจได้จับเงินล้านล้นไม้ล้นมือ) รายการที่ 8 ปิดครับ

    "เงินล้านต้องได้รับ..หมื่นล้านต้องได้มี"
    ปู่ฟ้าพระทันใจนี้เน้นใช้ให้วาสนาท่วมท้นหยิบจับสิ่งใดล้นไม้ล้นมือเหลือกินเหลือใช้..ก็อยากรวย แบบล้นเหลือแบบเหลือกินเหลือใช้ ทำกิจที่ใดก็สำเร็จ มีแต่คนคอยรัก คอยโอบอุ้มเมตตา คอยให้โอกาสสนับสนุนยกย่องเราไม่สิ้นสุดค่อยเอาไปใช้ พ่ออาจารย์ท่านเน้นเรื่องเงินทองล้นเหลือแก้กระแสเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง คนที่มีหนี้จะได้ปลดหนี้ไว เอาไปไว้ใช้ให้มีให้เหลือล้นไม้ล้นมือฉันจะทำให้ดู...ผู้ที่เชื่อศรัทธาจะได้ไม่อดไม่จน ไม่ต่ำกว่าคนไม่จนกว่าใคร ให้มีเงินหนาๆหนักๆแน่นๆเหลือๆล้นๆ ให้เปลี่ยนชีวิตจะพลิกชะตาจะนำพาให้รุ่งเรือง ยิ่งหากใช้แล้วตัวตนของเธอหมั่นสร้างบุญทำดี ถือเบญจางคิกศีลจะยิ่งช่วยเพิ่มแรงให้ได้สมหวังทุกสิ่งปราถนา เปลี่ยนทุกเรื่อง ให้ชีวิตกลายเป็นง่ายๆกล้วยๆหมูๆภายในพริบตา
    ในยุคแห่งความตกต่ำของเศรษฐกิจการหาเงินทองเริ่มยากลำบากกันมากขึ้น เช่นนี้ปู่ฟ้าพระทันใจจะได้ช่วยเปิดโชคเปิดลาภได้ทุกอย่าง แม้จะขอนิมิตใดก็ทำได้โดยให้นำองค์พระแช่ในน้ำ แล้วตั้งเทียนจะทำตัวเลขหรือดูลางร้ายดี แม้แต่วางใต้หมอนเวลานอนหรือภาวนาเพื่อเปิดนิมิต ### เงินล้านต้องได้รับ หมื่นล้านต้องได้มี(ท่านย้ำเพียงว่าเงินล้านต้องมีในชาตินี้แน่นอนพ่ออาจารย์ท่านว่าปู่ฟ้าท่านโองการไว้เพียงคำนี้เราพูดมากกว่านี้ไม่ได้) เพราะท่านเน้นให้เรื่องความมั่งคั่ง ความเจริญรุ่งเรืองเพิ่มพูนในทรัพย์สมบัติ เกี่ยวกับเงินทองล้วนๆเงินจะสะพัดหมุนเวียนคล่องมือเหลือเชื่อจนน่าแปลกใจ แม้ชีวิตใครที่ได้ชื่อว่าเงินขาดมือสุดๆอาการหนักหนาเจียนตายจะมีเรื่องดีขึ้นให้เห็นได้ทันตา

    ปู่ฟ้าหรือปู่สวรรค์..คือใคร
    ปู่ฟ้าที่พ่ออาจารย์เรียกนั้นก็คือองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ เป็นเทพเจ้าแห่งสรวงสวรรค์ที่ได้ชื่อว่าสูงศักดิ์อย่างไร้เทียมทานมีความเชื่อว่าทรงได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเจ้าสูงสุดตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๔ เป็นต้นมา ปู่ฟ้ามีหน้าที่ดลบันดาลทุกอย่างที่มีบนโลก ทั้งธรรมชาติ ดวงชะตา และความเป็นไปของมนุษย์ เช่นนั้นท่านจึงมีผลให้คุณให้โทษกับชีวิตมนุษย์ได้โดยตรง พ่ออาจารย์ท่านได้ทำเหรียญทีกง(องค์เง็กเซียน)ขึ้นมาให้เราได้กราบไหว้กันตามคติที่ว่าก่อนที่จะทำการบูชาเทพเจ้าองค์อื่นต้องบูชาทีกงเป็นอย่างแรกเพื่อเป็นการให้เกียรติพระองค์
    ปู่ฟ้าหรือทีกงนั้นได้ชื่อว่ามีอำนาจเหนือทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้เป็นเทพเหนือเทพทั้งปวง ได้รับการเทิดทูนให้เป็นราชันแห่งสวรรค์ปกครองสวรรค์ทุกชั้นทุกภูมิ ###บางคนจะอ้างว่าเง็กเซียนก็คือพระอินทร์ พ่ออาจารย์ท่านว่าพระอินทร์นั้นยังครองเพียงดาวดังษ์ แต่เง็กเซียนนั้นท่านบัญชาการทุกภูมิ ทุกโลก ท่านสถิตย์ที่พระราชวังสวรรค์หรือเทียนกงปกครองดูแลทั้งสามโลก,สิบทิศ,สี่กำเนิดและหกมรรคา ดูแลตั้งแต่สวรรค์,โลก,จรดบาดาลพื้นสมุทรจนถึงนรกภูมิ ปู่ฟ้านั้นท่านเป็นประมุขแห่งฟ้าปกครองเทพทั้งหลายอยู่ที่เทียนกงหรือพระราชวังสวรรค์ เป็นใหญ่เหนือกว่าพญามังกร(เจ้าสมุทร) และตำหนักพญายม(เจ้านรก) ด้วยท่านมีหน้าที่ผู้ดลบันดาลทุกอย่างที่มีบนสวรรค์,โลกและนรก ทั้งธรรมชาติ,ดวงชะตาและความเป็นไปของมนุษย์เช่นนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าผู้บูชาทีกงย่อมเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตได้ตรงงานท่านมากที่สุด เพราะท่านมีหน้าที่ข้องเกี่ยวกับชะตาของมนุษย์โดยตรง ใครที่ทุกข์มากกว่าสุข ยากมากกว่ามี ทำดีไม่ตอบสนองไม่ส่งผล...ทุกสิ่งเหล่านี้พ่ออาจารย์ท่านว่าปู่ฟ้าคลี่คลายได้ทั้งสิ้น
    แม้จะใช้ทางปราบมารก็ได้เพราะเหล่ามารปีศาจเทวดาเกเรจะกลัวทีกงหรือปู่ฟ้ากันหัวหด ด้วยราชโองการแห่งฟ้าของทีกงนี่เองที่ท่านใช้เนรเทศปีศาจทุกตนทุกเผ่าพันธุ์ให้ไปอยู่ในภูเขาเพลิง เช่นนั้นเหรียญทีกงจึงมีความหมายยิ่งใหญ่ศักดิ์สิทธิ์มากกว่าเทวดาบนสวรรค์องค์ใดๆ พ่ออาจารย์ท่านว่าทีกงจะทรงคทาหยกหรือป้ายอาญาสิทธิ์สวรรค์มีกระบี่อาญาสิทธิ์และแส้จามรีเป็นอาวุธและถือว่าเสามังกรสวรรค์เป็นสัญลักษณ์แทนพระองค์ ท่านมีมเหสีคือพระนางหวังหมู่เป็นเจ้าเเม่เเห่งสวรรค์ตะวันตกทั้งยังเป็นมหาราชินีผู้ควบคุมกาลเวลาเเละมิติรวมทั้งความตายอีกด้วย
    ด้วยเป็นประมุขแห่งฟ้า เมื่อปรากฏเหรียญนี้ที่ใดเหล่าทวยเทพบนสวรรค์จะพากันมาคารวะอวยพรพระองค์ ท่านเป็นเทพเจ้าสูงสุดของด้านการปกครอโดยงทรงรับพระบัญชาหรือคำแนะนำจากองค์หยวนสือเทียนจุนโดยตรง ด้วยทรงปกครองเทวดาทั้งเก้าชั้นฟ้าเป็นใหญ่เหนือฟ้า,ดินและมนุษย์ ทรงเป็นผู้สร้างสวรรค์มีพระราชอำนาจที่จะสั่งเทวดาได้ทุกชั้นฟ้า ทรงควบคุมการสงคราม,ควบคุมหยินและหยาง,ควบคุมการกำเนิด,ควบคุมองค์จักรพรรดิภูมิมนุษย์,ควบคุมดูแลพื้นดินแลแม่น้ำ,ควบคุมดูแลเทพารักษ์ที่สถิตอยู่ณ.มหาสมุทรทั้งหมดและภูเขาทั้งห้า ภาระหน้าที่ของพระองค์ก็คือการบริหารจัดการสวรรค์,พื้นดินและมนุษย์ เช่นนั้นเหรียญทีกงนี้จึงอธิษฐานได้ทุกอย่าง พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นไปเพื่ออภินิหาริย์โดยตรง
    ### ผู้ใช้เหรียญทีกงนี้เมื่อทีกงท่านจะเสด็จมาโปรดชีวิตผู้ใด พ่ออาจารย์ท่านว่าจะมีเสียงทิพย์ดนตรีแลดุริยางค์สวรรค์บรรเลงขับกล่อมนำมาก่อนรัศมีมงคลจะตกกระทบกายผู้นั้น เป็นอาถรรพ์มากถ้าโชคดีจะเจอกันทุกคน จะได้ยินเสียงดนตรที่หาคนเล่นไม่มี หาคนบรรเลงไม่เจอ เป็นทิพย์ดนตรีอย่างแท้จริง พ่ออาจารย์ท่านว่าได้ยิน ได้ฟังเวลาไหน ก็เวลานั้นแหละถือได้ว่าดวงดีอย่างถึงที่สุด ตอนนั้นชีวิตจะรุ่งจะขึ้นสู่จุดสูงสุด จะเห็นดีแม้ไม่ข้ามวันได้ดีตรงนั้นเดี๋ยวนั้นเลย พ่ออาจารย์ท่านว่าอุปมาแม้ซื้อหวยเก็บไว้ก็ถูกรางวัลที่หนึ่งวันนั้น แม้ทำอะไรอยู่มีกิจใดคั่งค้างไปไม่ถึงฝันก็จะสำเร็จแต่บัดนั้น แม้มีดคีความก็ชนะเขา แม้หาคู่ครองก็ได้ยอดหญิงเบญจกัลยา ท่านว่ามือขึ้นทำอะไรก็มีแต่ได้ทั้งหมดดั่งว่าเทพทีกงท่านอุ้มสมให้สำเร็จสมปรารถนาและจะโชคดีเสมอต้นเสมอปลายไม่เหี่ยวแห้งอีกต่อไป
    นี่คืออานุภาพของเหรียญทีกงที่พ่ออาจารย์ท่านเชิญญาณประสิทธิ์ไว้ ท่านหล่อเสร็จเสกเสร็จใหม่ๆองค์ท่านก็ลงมาเลย ลองให้คนเอาไปใช้สองสามคนเป็นได้ยินทิพย์ดนตรีกันทุกคนจนท่านจับสังเกตุได้ บางคนนึกว่าผีอำบ้าง บางคนนึกว่าหูแว่วบ้าง หูฝาดบ้าง บางทีก็มาเป็นเสียงพระสวดแต่ไม่รู้ว่าภาษาอะไรฟังไม่ออกเป็นทำนองที่ไพเราะ พ่ออาจารย์ท่านว่าหลังจากนั้นแหละที่สำคัญชีวิตเปลี่ยนไม่สนฤดูกาลกันทุกคน นี่คือการมาหามาเหยียบบ่าเหยียบหัวของเทพที่มีศักดิ์สูงที่สุดในสวรรค์ ก่อนรัศมีมงคลจะเปิดย่อมมีดุริยางค์สวรรค์ให้ได้ยินเช่นนี้ เหรียญสำคัญเช่นนี้ท่านจึงได้นำมาฝังไว้ในพระผงวิเศษอันมากอานุภาพสำคัญที่กลืนกินวิบากรรมผู้ใช้ได้..โดยผงขอขมากรรม

    พ่ออาจารย์นั้นท่านมักจะได้รับความเมตตาจากครูบาอาจารย์มากมาย โดยบางสิ่งบางอย่างนั้นครูบาอาจารย์ทั้งหลายก็ให้ท่านมา แม้แต่พ่ออาจารย์ตัวท่านเองยังกล่าวว่าถ้าเอาจริงๆแล้วชีวิตเราทั้งชีวิตก็ไม่แน่แก่ใจเหมือนกันว่าจะหาของแบบนี้ได้ที่ไหน เพราะเป็นธาตุเฉพาะตัวเฉพาะบารมีเป็นของสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษของบูรพาจารย์ทั้งหลายดุจดวงแก้ววิเศษของหลวงปู่ทวด เขี้ยวงูยักษ์แห่งสมเด็จพระร่วงเจ้า เป็นต้น เมื่อท่านละแล้วสละแล้วท่านก็จะมอบให้เราไว้สืบทอดต่อ โดยพูดเสมือนกันว่าต้องใช้ทำของสำคัญเท่านั้น
    เมื่อได้รับพ่ออาจารย์ท่านก็นำไปผนึกฝังดินเอาไว้ ท่านว่าฝากไว้กับพระแม่ธรณี ซึ่งของเหล่านี้ประกอบไปด้วย เหล็กไหลน้ำนมพระธรณี เพชรน้ำรอด ผงเกร็ดแก้วพิศดาร มณีนาคราช(ไข่แก้วพญางู) เกล็ดพญามังกรไฟ สุธรรมธาราธาตุ ผงจันจิราจันทราทิพย์ เหล็กหลบ เหล็กเปียก พญาสมิงเหล็ก ทองคำดำ เหล็กไหลดำ เหล็กไหลแก่น โพธิสัตว์ธาตุ แร่เขาเขียว แร่เพชรนิลกาฬ เกล็ดนาคราช ชินวร ตับหิน ขวานฟ้า เขี้ยวแก้วกลางเพดานปาก เพชรพญางู งากำจัด งากำจาย งากระเด็น งาช้างกลวง เขี้ยวเสือกลวง ตะขาบทองแดง รกแมว งูปากเป็ด จิ้งจกสองหาง หน้าผากเสือโคร่ง คตผึ้ง คตต่อ คตปลวกขาว ขนุนทองแดง
    ซึ่งท่านว่าของแต่ละอย่างนั้นล้วนเป็นธาตุกายสิทธิ์ที่ปัจจุบันแม้แต่จะหาดูยังยาก ล้วนเป็นของมีชื่อแต่โบราณที่บูรพาจารย์อันมีวาสนาและบารมีต้องกันให้บังเอิญได้พบได้เห็นได้ถือครอง บางอย่างก็มีค่าควรเมือง บางอย่างก็มีค่าล่มเมือง ท่านว่าเมื่อได้มาก็ไม่รู้จะนำไปทำอะไรเพราะครูบาอาจารย์ทั้งหลายก็พูดเสมอกันว่าให้เอาไว้ทำของสำคัญ ท่านจึงไม่ได้นำมาถือครอง แต่นำไปใส่กล่องเหล็กผนึกฝังไว้กับดินใต้รูปปั้นพระแม่ธรณีของท่าน
    ในกาลต่อมามีผู้ทรงวิชาได้นำผงรัตนมาลาของก๋งจาบ สุวรรณ หนึ่งในครูใหญ่ทางสายวัดประดู่ทรงธรรมมามอบให้ท่านทำของศักดิ์สิทธิ์โดยจะขอเพียงพระที่ท่านทำขึ้นจากผงนั้นเมื่อแล้วเสร็จไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งก๋งจาบนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นอาจารย์ใหญ่เลยของสายวัดประดูทรงธรรม แม้หลวงพ่อปานของเราท่านยังนับถือ และยังเป็นอาจารย์ของพระเกจิรุ่นต่อมาอีกมากเช่นพ่อเทียมวัดกษัตรา พ่อแทนวัดธรรมเสน พ่อกี๋วัดหูช้าง เมื่อได้ผงของก๋งจาบพ่ออาจารย์ท่านก็ปรารถนาจะทำของดีจริงดีที่สุดไปเลย เรียกว่าใช้ผงวิเศษสูงสุดในสายบูรพาจารย์แห่งสยามประเทศผสมลงไปด้วย ท่านว่าทำไว้เป็นที่ระลึกถึงครูสายวัดประดู่ทรงธรรมเสียหน่อย ท่านจึงนำเอาผงของหลวงปู่รอด(เสือ)ผู้เป็นบูรพาจารย์วัดประดู่ทรงธรรมแต่กาลก่อน ซึ่งตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ท่านว่าหลวงปู่รอดนี้สมัยกรุงศรีแตกท่านเคยมาจำพรรษาอยู่วัดระฆังก่อนจะกลับไปฟื้นฟูสำนักวัดประดู่ทรงธรรมอีกคำรบหนึ่ง ซึ่งผงวิเศษของหลวงปู่รอดเสือนั้นก็มีฤทธิ์มากนักเป็นของตกทอดมาแต่รุ่นสืบรุ่นซึ่งท่านได้มาจากเจ้าคุณวัดระฆังเมื่อนานมาแล้ว เรียกว่าเป็นที่สุดของผงในสยามประเทศ ที่สุดของสายวัดประดู่ทรงธรรมก็ไม่ผิด
    เมื่อท่านตั้งใจเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ขอพระพุทธนิมิตจากเสด็จพระใหญ่(องค์ปฐม)ว่าจะทำพระพิมพ์แบบไหน อย่างไรดี จนได้รับพระพุทธเนรมิตเป็นรูปองค์พระประคองสุริยะจันทร์ไว้ในฝ่าพระหัตถ์ดั่งทั้งโลกทั้งมหาจักรวาลนี้อยู่ในการดูแลของพระองค์ *** ท่านจึงมีดำริว่าหนนี้ชะรอยว่าองค์ปฐมท่านหมายใจจะให้ทำพระเครื่องมงคลที่มีพุทธานุภาพเหนือโลกเหนือจักรวาล เป็นพระพิมพ์พิเศษท่านจึงคิดว่างานนี้ท่าจะยากและตึงมือเสียมากเพราะแค่รูปลักษณ์ภายนอกก็สูงเทียมฟ้าซะแล้วท่านจึงตั้งใจจะขอบารมีครูอาจารย์เข้าช่วยโดยนึกไปถึงของสำคัญที่ท่านผนึกไว้ และคำสั่งพ่อแม่ครูอาจารย์ ท่านจึงได้กู้ขึ้นมาเพื่อสร้างของต่อไป หลังจากนั้นพ่ออาจารย์จึงเอาธาตุปิดผนึกทั้งหลายมาตำจนละเอียด บางอย่างก็ต้องผ่านไฟให้กลายเป็นผง บางอย่างก็ต้องมีวิธีในการย่อยสลายต่างๆกันไป ท่านว่าใช้เวลานานมากกว่าจะตำหรือย่อยสิ่งต่างๆให้เป็นผงได้ เพราะท่านถือคติที่ว่าท่านต้องทำของท่านคนเดียวไม่ให้ใครมายุ่ง เมื่อได้ผงกายสิทธิ์ทั้งหลายรวมกันแล้วท่านจึงบอกกล่าวและอธิษฐานจิตต่อครูบาอาจารย์ขออนุญาติและบอกกล่าวให้ท่านทั้งหลายทราบและลงมาช่วยกันอีกวาระหนึ่ง หลังจากนั้นท่านจึงนำเอาผงธาตุกายสิทธิ์นั้น มาผสมกับผงรัตนมาลาของก๋งจาบ และผงของหลวงปู่รอด(เสือ)ปรมาจารย์แห่งตักศิลาวัดประดู่ทรงธรรม เพื่อเตรียมกดพิมพ์เป็นองค์พระต่อไป พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านตั้งใจจะใช้มวลสารล้วนๆ จริงๆไม่ได้มีเท่านี้ แต่ท่านยังผสมผงวิเศษห้าประการตำรับสมเด็จโตลงไปด้วย แล้วก็ยังมีผงเก่าของหลวงพ่อปาน หลวงพ่อแก้ว ท่านว่าท่านใส่ลงไปหมดเน้นผงของบูรพาจารย์ยุคเก่าทั้งสิ้น ทั้งยังได้ผสมผงในตำนานของยอดเกจิต่างๆตลอดจนผงที่ทำที่หาได้ตามนิมิตตั้งแต่ ผงหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์ ผงอิทธิเจหลวงปู่ภูวัดต้นสน ผงพรายกุมารหลวงปู่ทิมวัดละหารไร่ ผงกล่อมนางนอนหลวงพ่อพรหมเขาปากแรด ผงของหลวงปู่คงวัดแค(ปรมาจารย์ขุนแผน) ผงมหานิยมเจดีย์วัดโลกา ผงของอาจารย์เกตุวัดขวิด ผงอิทธิเจวัดดอนศาลา ผงถ้ำยายหอม ผสมด้วยผงนะเสน่หา นะเข้าหา นะมหานิยม ตลอดจนผงวิชาเทพนิมิตมากมายที่พ่ออาจารย์ท่านลบถมไว้ด้วยตนเองสมัยเป็นพระจนเกิดปรากฏการณ์หญิงสาวมากมายมาเข้าหาท่านจนครูท่านเกรงว่าจะอาบัติท้ายที่สุดหลวงปู่ขาวท่านต้องเมตตาประพรมน้ำมนต์ให้คนเหล่านั้นจึงคืนสติ
    เสด็จพระใหญ่ท่านให้นำผงธาตุผงแร่ศักดิ์สิทธิ์ตลอดจนผงคุณวิชาทั้งหมดมารวมกันใช้ตัวประสานปั้นขึ้นเป็นแท่งเพื่อจะเขียนผงเป็นกฤติยาคมแฝดอีกสามวิชาตั้งแต่
    - ผงดวงเศรษฐีใหญ่ ผงนี้ในกาลก่อนกาลก่อนหลวงพ่อปานท่านได้ผูกวิชานี้ไว้ให้ลูกศิษย์ท่านได้ใช้กันจนทั้งทำตะกรุดบ้างสร้างพระบ้างเป็นที่เสาะหากันมาก...ตามตำราท่านว่าผงนี้มีไว้เพื่อเสริมดวงชะตาผูกดวงชะตาของตนให้มั่งมีกว่าผู้ใด พ่ออาจารย์ท่านสรรเสริญว่าเป้นผงคุณวิชาอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง หากใช้ทำพระจะบังเกิดแต่ความสุขสวัสดีเป็นศิริมงคลแก่ผู้ที่บูชา มีฤทธิ์ มีเดช มีอานุภาพมาก ปราศจากทุกข์โศกโรคภัยต่างๆตลอดทั้งศัตรูหมู่มารร้ายก็ไม่อาจแผ้วพาลได้ และยังมีอานุภาพยิ่งในเรื่องโภคทรัพย์ การงาน การเงิน การค้าขายต่างๆ ให้ดวงดีจนกลายเป็นเศรษฐีใหญ่กันเป็นทีเดียว วิชานี้แม้ยาจกตกยากเคยมาขอมาใช้ตะกรุดจากหลวงพ่อปานยังสัมฤทธิ์ผลมีเงินดั่งใจกลายเป็นเศรษฐีมีฐานะเลื่องลือในหมู่คน มีหน้ามีตา กลับมาทำบุญสร้างกุศล นี่คืออานุภาพของวิชาดวงเศรษฐีใหญ่..พ่ออาจารย์ท่านว่าสมชื่อถึงเพียงนั้น
    - ผงจับเงินล้าน ใช้เปิดดวงชะตาที่ปิดอยู่รับโชคลาภไม่ได้ ให้เปิดรับโชคลาภกระแสวาสนาที่จะพัดพาเข้ามาได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าหลายคนชีวิตมีปัญหาตรงนี้ แม้มีดวง มีโชคลาภวาสนาปัจจัยเกื้อกูลจากครูบาอาจารย์ทั้งหลายก็เอาไม่ได้ ติดกันอยู่เพียงแค่นี้ ผงนี้จึงใช้เปิดรับดวงชะตาให้ได้จับเงินล้านให้ร่ำรวยเงินทอง ให้โชคดีวิ่งเข้าหา ทั้งยังดึงวาสนาบารมีให้เหลือล้นแม้บริวารคนใกล้ชิดยังหนุนนำ จะได้เร่งทรัพย์ได้จับเงินล้านให้เป็นยอดเศรษฐีด้วยวิชาของมหาเศรษฐีเขาใช้กัน
    - ผงขอขมากรรม เพื่อให้เจ้ากรรมนายเวรเขาผ่อนผันเคราะห์กรรมจากหนักกลายเป็นเบา เคราะห์ผิดถ้อยคำผิดวาจา***ท่านว่าสำคัญมาก ตั้งแต่เกิดมาทั้งจากอดีตชาติถึงปัจจุบันชาติ เพื่อขอขมาให้เลิกแล้วต่อกันเพื่อเปิดทางชีวิตให้เดินต่อจะได้ไม่ติดกรรม เปิดทางรัก เปิดทางรวย ผงนี้ท่านลงไว้เพราะท่านบอกว่าเสด็จพระใหญ่ท่านกำชับมาโดยตรงเพราะคนเราทุกคนนั้นได้ชื่อว่ามีกรรมเลวส่งผลกันทุกคน ยิ่งกับคนที่เจอวิบากกรรมหนักๆทำมาหากินไม่ขึ้น ใช้ของขลังแล้วก็ยังไม่ดีเหมือนคนอื่น บางคนก็มีกรรมจากการทำแท้ง กรรมในความรักไม่พบรักแท้เสียที กรรมหนักใจ คิดทำสิ่งใดไม่สมหวังกรรมพวกนี้ล้วนเป็นวิบากกรรม วิชานี้จะช่วยบรรเทาเคราะห์กรรม เคราะห์กรรมที่แรงหนักหนาจะช่วยบรรเทาจากหนักเป็นเบาจากเบาให้มลายหายสิ้นไป

    ทั้งด้านหน้าด้านหลังองค์พระท่านฝังด้วยของวิเศษมากมาย นอกจากเหรียญทีกงแล้วยังมีเครื่องมงคลอื่นๆที่สำเร็จมีฤทธิ์อำนาจในตัว โดยด้านหน้าท่านฝังสิ่งแทนเครื่องหมายของสุริยะจันทร์อันสื่อถึงโลกและมหาจักรวาลที่อยู่ในความดูแลของพุทธะเพื่อจะสื่อถึงอานุภาพที่จะช่วยฉุดดึงสรรพสัตว์ได้ทุกหมู่เหล่า ทุกสถานะ ทุกสถานที่ ทุกสภาพ ทุกสถานการณ์ ไม่มียกเว้น สิ่งแทนสิริยันจันทรานั้นได้แก่
    - รูปหล่อเทพจันทรา ด้วยคติที่ว่าจันทร์นั้นเปรียบคือสตรีถูกสร้างจากนางฟ้าสิบห้าองค์บดเป็นผงจึงเกิดเป็นจันทราเทพ รูปจันทราเทพนี้จึงช่วยเพิ่มสง่าราศี ความงามให้แก่กายสังขารของเรา ทั้งยังชักพาความโอบอ้อมอารีจากผู้อื่นดึงสู่ตัวเราโดยตรง รูปหล่อจันทราเทพเนื้อมหาชนวนวิเศษนี้ท่านลงอาถรรพ์เฉพาะทางก่อนใช้ฝังพระ นอกจากจะดีทางเสน่ห์สำหรับคนเอาไปอธิษฐานทางเจ้าชู้แล้ว(คนที่ไม่อธิษฐานใช้ด้านนี้ก็จะไม่เจอ) ยังนำพามิตรภาพรอบด้านเป็นเมตตาอย่างเอก จะพูดคุยอะไรปรารถนาสิ่งใดย่อมสัมฤทธิ์ผล ทำให้ใจเราปลอดโปร่งมีความคิดสร้างสรรค์ ทั้งขจัดปัดเป่าทุกข์นำพาโชคดีความมั่งคั่งร่ำรวยมาให้ดั่งคติที่ว่าอยากรวยเร็วอยากได้เงินต้องขอกับพระจันทร์ เมื่อขุนช้างนั่งทับจันทร์นั่นจึงเปรียบได้ว่าแม้แต่เดือนแต่ดาว แม้สมบัติกลางหาวก็หยิบให้เราได้ ทั้งกำลังของพระจันทร์ยังมีอิทธิพลกับโลกกับตัวมนุษย์โดยตรงโดยเฉพาะธาตุน้ำ และร่างกายของมนุษย์ก็เป็นธาตุน้ำมากกว่าครึ่งท่านจึงควบคุมความเป็นไปของเราได้ทุกอย่าง พ่ออาจารย์ท่านอยากเห็นผู้ใช้สะดวกสบายครบทุกทางตามความปรารถนาท่านจึงยอมนำพระสำคัญรุ่นนี้ออกมาให้บูชา เช่นนั้นจันทร์เทพจึงช่วยสะกดทุกข์เอาไว้เร่งโชคลาภเงินทองและเปิดทางให้เราได้ทุกด้านอย่างถึงที่สุด ทั้งจันทรายังเป็นกฤติยาคมแฝดหมายถึงได้สิ่งที่มีค่าทั้งคู่ครองสัตว์สองเท้าหรือทรัพย์สินอันเป็นที่รักสมความปรารถนา
    - องค์แทนสุริยาอันมากฤทธิ์ เหล็กวิชาองค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณสัณฐานเม็ดใหญ่ ในสภาวะสูงสุดของอนันตจักรวาลนั้น มีมหาชีวะที่ทรงพลังงานบริสุทธิ์อยู่สภาวะหนึ่ง ที่แม้แต่พระผู้เป็นเจ้าทั้งสามเองก็ยังเพียรทำตบะเพื่อให้เข้าถึงและเป็นหนึ่งเดียวกับมหาอานุภาพนั้น สิ่งนั้นกล่าวได้ว่าเป็นดวงพระวิญญาณสูงสุดแห่งมหาจักรวาลที่ได้ให้กำเนิดพระผู้เป็นเจ้าทั้งสามขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่อันแตกต่างกัน ซึ่งดวงพระวิญญาณนี้พ่ออาจารย์ท่านจำกัดความให้สั้นๆว่า ดวงชีพนิรันดร์หรือองค์อาตมภูวญาณนี้ เพราะอยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง แม้แต่พระผู้เป็นเจ้าทั้งสามเองเมื่อถึงกาลถึงวาระที่พันธะหน้าที่หมดไป ก็ยังต้องกลับเข้าไปรวมกับองค์อาตมภูวญาณเช่นกัน การดำรงค์อยู่ในสภาวะพระผู้เป็นเจ้าสูงสุดยิ่งกว่าท้าวมหาพรหม..ยิ่งกว่าเทพเจ้านี้ ท่านคือพลังธรรมชาติที่มีชีวิตนั่นเอง เพราะท่านดำรงค์อยู่ได้ด้วยตนเอง,ไม่มีขอบเขตจำกัด,อยู่เหนือทุกกฏ,ไม่สามารถทำความเข้าใจได้...แต่ก็ปรากฏพระองค์ในทุกแห่ง ในที่ทุกสถานเช่นกัน พ่ออาจารย์ท่านได้เห็นพระรูปอันน่าตะลึงลานนั้นซึ่งครูพระสยมเคยอนุญาติให้ท่านดูด้วยว่าองค์อาตมันได้ปรากฏรูปทางกายภาพแล้วจะมีพระวรกายเช่นใด ท่านว่ามีพระพักตร์และพระกรมากมายไปหมด รัศมีนั้นส่องสว่างเกินกว่าเทวะใดๆ แต่ละพระกรนั้นล้วนทรงถือสิ่งอันเป็นความหมายมงคลต่างๆ รูปกายท่านคือปรพรหมสูงสุด(ไม่ใช่พระพรหม 1 ใน 3 พระผู้เป็นเจ้าของพราหมณ์ ซึ่งพระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหมนั้นก็เป็นเพียงพระภาคหนึ่งขององค์อาตมันเท่านั้น) เช่นนั้นสภาวะอาตมันนั้นจึงถือเป็นสภาวะของการหลุดพ้นโดยแท้จริง ท่านเป็นผู้ตั้งฟ้า ตั้งดิน ตั้งกฏต่างๆ ...สถาปนาพระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหม ด้วยเป็นมหาเทพที่อยู่กับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และอยู่แม้กระทั่งในตัวพวกเราทุกคน พ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจระลึกถึงพระรูปองค์อาตมันที่ท่านเคยเห็นและขอกับพระรูปนั้นว่าจะกระทำให้เป็นเกียรติยศกับชีวิตท่านสักหนหนึ่ง ### ท่านจึงได้ขอธาตุกายสิทธิ์ที่เป็นธาตุขององค์ปฐมพรหมซึ่งท่านเนรมิตแทนตัวเองแม้อยู่ในความดูแลของท่านใดซึ่งดูแลอยู่ท่านก็จะขอมาบูชาไว้....จนครูใหญ่บรมพรหมสหัมบดีท่านได้ตอบสนองความต้องการนำมหาธาตุของปฐมพรหมบางส่วนมามอบให้กับพ่ออาจารย์(โดยพ่ออาจารย์ท่านว่านานมาแล้วท่านจำแลงเป็นชีปะขาวเอามาให้ฉันรักษาไว้โดยบอกแค่ว่าต้องเก็บไว้ในที่สูงเท่านั้น) ด้วยว่ายังไม่เคยมีใครได้สักการะธาตุแห่งองค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณกันเลย เพราะนี่คือสิ่งสูงสุดที่เต็มไปด้วยอาถรรพ์มากที่สุด ทำไม่ดีพลีไม่ถูกคนทำคนเสกแย่ใจหายเลยทีเดียว ซ้ำที่ผ่านมาท่านยังได้ขอกำลังแห่งองค์ปรพรหมอาตมันกับมหาธาตุเพื่อให้ประสิทธิ์ทำวิชาลี้ลับอันเกินกำลังในภพภูมิที่ท่านสัมผัสได้ไว้อยู่ตลอด เวลาท่านลงเสกเครื่องมงคลต่างๆ ***บางครั้งท่านก็ใช้องค์เหล็กชุดนี้เป็นสื่อกับองค์ปรพรหมเช่นนั้น องค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณนั้นพ่ออาจารย์ท่านบอกว่าเป็นพระรูปที่ปรากฏทางกายภาพ แม้เหล่าพระเป็นเจ้า เทพเจ้า ฤาษีสิทธิ์ที่ไหนพบเห็นก็ต้องกราบไหว้นบนอบหมอบคลานด้วยทรงไว้ซึ่งศักดิ์และอาญาสิทธิ์สูงสุด สรรพชีวิตล้วนเกรงเดชพระองค์กันถึงปานนั้น ด้วยว่าเป็นผู้รู้ราตรีนาน เป็นสภาพธรรมมะที่แท้ของมหาจักรวาล เมื่อท่านปรากฏรูปเป็นธาตุกายสิทธิ์ก็เพื่อให้เป็นเทวานุสติแก่ผู้ศรัทธา ด้วยว่าพระองค์นั้นคือสภาพธรรมสูงสุดเป็นพลังชีวิตที่รักษาสมดุลย์แห่งธรรมของการค้นพบพระสัจธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย องค์เหล็กวิชาอันเป็นตัวแทนปรพรหมนี้ เมื่อผู้ใดได้พบได้อาราธนาจะผ่านพ้นเหตุการณ์วิปริตผิดธรรมชาติต่างๆไปโดยง่าย แม้ภัยธรรมชาติก็หาได้กล้ำกราย เป็นที่เกรงอกเกรงใจแม้แต่เหล่าเทพยดาเรียกว่าอยู่เหนือผู้อื่นกว่าเขาหมด และยังเสริมพลังงานธาตุพลังงานชีวิตให้กับตัวเองอย่างมหาศาล ด้วยว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายล้วนมีเชื้อแห่งอาตมันนั้นอยู่ในตนเองทั้งสิ้น จะมีความคิดเห็นที่ถูกที่ควร มีญาณทัศนะกระจ่างสว่างใส มีจิตรู้ในตนเองที่บริสุทธิ์มากขึ้น จะปรารถนาอยากจะกระทำความดี จะปรารถนาการเข้าถึงอมฤตธรรม จะหิวกระหายในคุณธรรมทั้งความคิดเห็นอกุศลมืดบอดจะค่อยๆหมดไป แม้ปรารถนาจะเอาดีทางโลก ก็ได้ดีได้พบความสำเร็จโดยง่ายดุจเหล่ามหาบุรุษ แม้ประสงค์จะเอาดีทางธรรมก็จะเห็นสัจธรรมมีสติตั้งมั่นเดินไปบนหนทางที่ถูกต้องไวกว่าคนอื่น จะไม่มีวันตกต่ำลงกว่าเดิมแม้อธิษฐานขอพรกับพระองค์ก็จะเห็นความศักดิ์สิทธิ์ในองค์ธาตุของปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณอย่างรวดเร็ว แม้เทพเจ้ามิจฉาทิฏฐิหรือสิ่งเลวร้ายทั้งหลายทั้งฝ่ายพุทธและฝ่ายไสยครอบคลุมทั้งหมดจะไม่กล้าแสดงฤทธิ์ต่อต้านอวดดีฉุดรั้งอีกต่อไป ด้วยนบนอบและเกรงกลัวในองค์องค์ธาตุของปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณหรือองค์อาตมันดวงชีพนิรันดร์ยิ่งนัก นอกจากนั้นแม้ท่านจะขอพรกับเทพพระองค์ใดก็ย่อมสำเร็จได้โดยง่ายด้วยเค้าเกรงใจในองค์ปรพรหมสูงสุดของเขากันทั้งนั้น.... พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่อาราธนาดวงธาตุติดคอไว้เถอะเอาว่าครูท่านไม่ทิ้งและยังห่วงเรามากๆ ท่านไม่ไปไหนเลยจะคอยวนเวียนช่วยเราอยู่ใกล้ๆ ยิ่งแต่ละพระองค์ท่านชอบช่วยโลกโปรดมนุษย์อยู่แล้วถ้าเรามีทุกข์ยากอะไรก็ให้บอกกับท่านเลยถือว่าเป็นงานท่านเป็นภาระของท่านโดยตรง พ่ออาจารย์ท่านว่าเห็นดวงเล็กๆเช่นนี้เหมือนมีร้อยแรงพันแรงคอยโอบอุ้มเราเพราะจิตเหล่าอกนิฏฐ์พรหมท่านคอยรักษามหาธาตุแห่งอาตมันอันถือเป็นสิ่งสำคัญของเหล่าพรหมทั้งหลาย(ท่านว่าห้อยแล้วไม่หนักคอดั่งห้อยสร้อยแขวนท้าวมหาพรหมนับร้อยนับพันเส้น) ด้วยสภาวะของดวงธาตุแห่งอาตมันและเหล่ามหาพรหมนั้นท่านรักและเป็นห่วงมนุษย์มาก มากพอกับที่พ่อคนหนึ่งจะรักและเป็นห่วงลูกที่พรากไปจากอกได้ จะเลวชั่วหรือยากดีมีจนก็เป็นเพราะกรรมเเละการกระทำของเราปรุงเเต่ง เเต่ในบางเรื่องบางปัจจัยหากลูกๆนึกถึงพ่อท่านก็จะสามารถช่วยให้ผ่านพ้นเเละเปลี่ยนเเปลงชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ อย่าลืมว่าท่านคืออาตมันและเหล่าพรหมสูงสุดที่ทรงอภิสิทธิ์เด็ดขาดและรุนแรงที่สุด

    ด้านหลังท่านฝังเหรียญทีกงอันมากอานุภาพยิ่งกว่าเทพทันใจเอาไว้แล้วยังเสริมด้วยของมงคลทั้งหลาย ดังนี้
    - แก้วราหูนิลกาฬ ซึ่งแก้วราหูนี้ก็มีดีทางด้านคุ้มกันและหนุนดวงอย่างถึงที่สุด ท่านว่าบารมียิ่งใหญ่ทั้งยังดันยังผลักหนุนเราพร้อมกันทีเดียว
    - เม็ดประคำใส่ตะกรุดเทพชุมนุม เปม็ดประคำที่ท่านใช้นับจริงๆใช้เจริญสติมายาวนานหลายสิบปีมีทั้งบารมีองค์พระและเทพพรหมนับไม่ถ้วน ด้วยลูกประคำคือตัวแทนของการภาวนาการพัฒนาทางจิตวิญญาณที่จะเปิดโลกเปิดมิติได้ทั้งหมดให้ตัวเราพัฒนาขึ้นอย่างไม่มีประมาณ ท่านจารตะกรุดเทพชุมนุมม้วนใส่เป็นแกนประคำไว้ ท่านว่าเมื่อทีกงปรากฏขึ้นที่ใดเทพทุกชั้นฟ้าต้องลองมาคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ทีกงตรงนั้นเสมอ
    - ตะกรุดสลายกรรม เป็นวิชาเฉพาะที่ท่านลงด้วยธาตุธรรมขั้นสูง ท่านว่ามีคุณตรงตามชื่ออันนี้ไม่ขอพูดมาก ท่านลงฝังไว้ให้ด้านหลังด้วยอาศัยเหตุว่าคนเราถ้ามีกรรมเข้ามาทุกอย่างคือจบหมด จะห้อยพระอะไรมีของดีเพียงไหนก็ฉุดชักช่วยเหลือไม่ได้ ท่านจึงทำตะกรุดสลายกรรมเสริมไว้ในส่วนนี้เผื่อคนใช้ถึงคราวเคราะห์ ได้เสวยทุกข์เวทนาจากกฏแห่งกรรมอันเกินกว่าพุทธานุภาพและเทวานุภาพจะเยียวยาได้ จะได้อาศัยธรรมวิชานี้ค่อยๆกัดกินสลายเคราะห์กรรมนั้นทันท่วงที ส่งผลให้พุทธานุภาพเข้าถึงและช่วยเหลือได้ตลอดไม่ติดขัดอย่างใด เอาว่าผ่านช่วงเคราะห์ได้เสมอไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ต้องทนสามวันดีสี่วันไข้ตามยถากรรม ท่านว่าบางคนจะมีคู่ก็มีไม่ได้ เจอบุพเพแต่ไร้วาสนาก็มี บางคนจะรวยก็รวยไม่ได้ทำงานอยู่ดีๆกรรมเข้ามาหมดเนื้อหมดตัวไป บางคนจะเสี่ยงโชคก็เฉียดแล้วเฉียดอีกเหมือนบุญมีแต่กรรมบังทำอะไรไม่ถูก ท่านว่านี่แหละสลายกรรมพูดได้เท่านี้เรื่องร้ายๆเป็นไม่มี
    - ตะกรุดชนะมาร สำหรับตะกรุดชนะมารนั้นท่านลงไว้นานมากและเสกพร้อมกับชุดตะกรุดชนะมารมหาสะท้อนหลวงอันลือลั่นของท่าน เรียกว่าเป็นตำรับที่แรงที่สุดของมหาสะท้อนก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าโดยปกติแล้วตะกรุดมหาสะท้อนธรรมดาก็แรงพอใจอยู่แล้ว แต่มหาสะท้อนหลวงนี้ยิ่งกว่านั้นเพราะกันได้แม้แต่ธรรมชาติ อันนี้พวกมีวิชาอาคมทั้งหลายทำอันตรายเราไม่ได้เลย อย่าว่าแต่มนุษย์ต่อให้เป็นพวกคนธรรพ์วิทยาธรก็ยังต้องแพ้ภัยตัวเอง โดยปกติสำหรับตะกรุดมหาสะท้อนนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าจะเน้นทางปกป้องคุ้มกันตลอดจนคุ้มครองและให้ผลสะท้อนกลับเท่านั้น ซึ่งต่างจากตะกรุดชนะมารมหาสะท้อนหลวงเพราะตำรับนี้จะมีครบรสในดอกเดียว ท่านว่าได้ไม่ต้องห้อยกันหลายอย่างบูชากันหลายดอก เพราะท่านทำให้ยิ่งกว่ามหาสะท้อนเสียอีก ท่านว่าตัวชนะมารมหาสะท้อนหลวงนั้น อะไรที่มีคำว่าหลวงต่อท้ายเชื่อขนมกินไว้ได้เลยว่ามันเป็นที่สุดแล้ว เพราะมันเป็นมหาสะท้อนตำรับใหญ่นำมาผูกรวมกันถึงสามสูตรซ้ำยังหนุนอัดด้วยธาตุคาถาและวิชาต่างๆ ท่านว่าข้างบนเขาไม่ให้พูดมากถ้าคนใช้ตั้งจิตดีๆให้แน่วแน่ในสมาธิภาวนาพระคาถา เราทำไว้ให้ใช้กัน สะท้อนโรคเวรโรคกรรมได้ทั้งสิ้น ไม่มีข้อแม้ใดเลยเพราะเป็นกันสะท้อนที่สำเร็จด้วยคุณแห่งวิปัสสนาขององค์พระทั้งแสนโกฏิ การสำเร็จตะกรุดมหาสะท้อนหลวงด้วยคุณแห่งวิปัสสนาขององค์พระแสนโกฏิอันมีสมเด็จองค์ปฐมเป็นอาทินั้น นอกจากยากและใช้เวลานานแล้ว แต่ผลที่ได้ท่านว่าก็คุ้มกับเวลาที่เสียไปหลายปี เพราะท่านว่าจะอธิบายให้เข้าใจกันแบบง่ายๆ ให้ดูองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้เวลามีคนคิดร้ายหรือกระทำการณ์ใดๆหมายรังแกพระบรมศาสดา ท่านว่าสิ่งนั้นย่อมสะท้อนย้อนกลับไป ไม่ต้องรอชาติหน้าฉันใด ผลกรรมนั้นเห็นคาตากันในชาตินี้ ตะกรุดมหาสะท้อนหลวงที่สำเร็จด้วยบารมีองค์พระทั้งแสนโกฏิในนิพพานก็มีคุณเช่นนั้น ท่านว่าบอกได้เท่านี้นะ ดังที่กล่าวไว้แต่ต้นพ่ออาจารย์ท่านว่าตำรับมหาสะท้อนหลวงนี้นอกจากจะใช้ทางด้านมหาสะท้อนย้อนกลับคืนได้แรงที่สุดแล้วยังใช้หนุนดวง เสริมชะตาวาสนาบารมีในตัวได้อีกด้วย นอกจากนั้นยังมีครบทั้งทางเสน่ห์เมตตาท่านว่าไม่ใช่เสน่ห์เรี่ยดินแต่อย่างใดแต่เป็นเสน่ห์ถึงขั้นขึ้นหานาง เข้าตัวขุนได้ จะเจรจาพาทีเอ่ยปากขออะไรก็ได้เป็นที่สุดทางมหานิยมเข้าหาคน ไปที่ไหนมีแต่คนรักคนตามใจไม่มีใครกล้าเกลียดหรืออยากเป็นศัตรูเพราะท่านลงมหาสะกดไว้ด้วย ซ้ำยังขับดันหนุนนำให้อาชีพที่กระทำอยู่เจริญก้าวหน้าผิดหูผิดตา แม้ทางด้านป้องกันก็ไม่ได้ทิ้งเพราะกันได้ทั้งคุณผีคุณคนตลอดจนมากกว่าผีหรือคน ซ้ำยังกันเคราะห์ภัยร้ายแรงที่พร้อมจะเกิดกับตนได้ตลอดเวลาด้วย
    ท่านว่าปกติตะกรุดมหาสะท้อนนั้นผู้เสกจะวางอารมณ์ไปทางมหาอุตม์ ทำให้คนใช้โชคลาภจะไม่มี หากินก็จะตกต่ำทำให้ไม่กล้าใช้ หรือจะหยิบมาใช้ได้เฉพาะช่วงที่คิดว่าชีวิตโดนรังแก เพราะมันอุดหมดปิดหมดทุกทางได้แต่กันและสะท้อนย้อนกลับอย่างเดียว แต่มหาสะท้อนหลวงไม่ใช่เช่นนั้นเพราะต้องเน้นพลังคุณทุกด้านพร้อมกัน ซ้ำยังสำเร็จด้วยวิปัสสนาญาณขององค์พระพุทธเจ้าทั้งแสนโกฏิแน่นอนว่าทุกพระองค์นั้นไม่เหลืออารมณ์ใดๆอีกแล้ว ดังนั้นจึงไม่อุดไม่ปิดชีวิตใคร ไม่ปัดโชคลาภออกไปเช่นปกติ ที่สำคัญกว่านั้นตะกรุดทุกดอกต้องเสกจนมีธาตุรู้ นั่นคือมีจิตวิญญาณของตะกรุด ท่านว่าที่ต้องทำขนาดนี้เพื่อจะได้ไม่เสียชื่อตำรับมหาสะท้อนหลวง คนใช้ก็จะได้ไม่เป็นอันตรายด้วย เพราะว่าโดยปกติคนใช้ตะกรุดมหาสะท้อนนั้นจะต้องระวังลูกหลาน เด็กน้อยตลอดจนญาติมิตรคนสนิทรักใคร่ของตน ซึ่งทุกคนได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์ย่อมมีอารมณ์รักโลภโกรธหลง อาจจะมีคิดร้ายเราบ้าง คิดแกล้งเราบ้างหรือจะแหย่เราบ้าง ก็เกรงว่าผลร้ายนั้นจะสะท้อนย้อนกลับไป กลัวว่าจะกลับไปหายังคนที่ตนเองรัก ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าการสำเร็จตะกรุดมหาสะท้อนหลวงนั้นจึงต้องสำเร็จจนตะกรุดมีธาตุรู้ เมื่อเจ้าของได้รับตะกรุดไปเวลาอธิษฐานภาวนาพระคาถาตัวธาตุรู้นี้ก็จะจดจำปราณและคุณลักษณะของเจ้าของไปด้วย เหมือนการทำสัญญากันเชื่อมต่อเข้าถึงสัญญาความจำได้หมายรู้ของเรา ต่อไปเขาก็จะไม่ทำร้ายพวกเดียวกับเราญาติสนิทพี่น้องของเราที่มีอารมณ์โกรธชั่ววูบชั่วคราวเช่นนั้น หากแต่จะสะท้อนย้อนกลับเฉพาะผู้ที่คิดร้ายประสงค์ร้ายตั้งใจจะทำความพินาศฉิบหายให้เกิดขึ้นแก่เราโดยเฉพาะเจาะจง
    ตะกรุดชนะมารมหาสะท้อนหลวงนั้น เป็นตะกรุดที่พ่ออาจารย์สร้างเพื่อให้สรรพชีวิตได้ถือครองอันจะนำมาซึ่งประโยชน์เกื้อกูลที่จะตกต้องอย่างใหญ่หลวงกับคนใช้จริงๆ เนื่องด้วยท่านได้จรดเหล็กจารหัวใจคาถาพิเศษลงไป ซึ่งหัวใจนั้นมีผลมากกับชีวิตมนุษย์นั่นเอง สืบเนื่องมาจากมนุษย์ในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่จะมีวาระกรรมร่วมกันเยอะ ชีวิตแต่ละคนมีมารผจญกันมาก จะหาใครมีชีวิตที่ดีไปหมดนั้นยาก ท่านว่าแม้แต่คนที่เรามองว่าชีวิตเขาดี แม้จะรวยเป็นมหาเศรษฐีก็ยังมีปัญหามากมายแก้ไม่ตก ท่านว่าเพราะมารเขาทำงานกันหนัก มารในที่นี้ก็คือเทวปุตมารหรือเทพเจ้าใต้การปกครองของท้าวมาลัยนั่นเอง เทพฝ่ายมารทั้งหลายมีทั้งที่เชื่อฟังก็ดี ไม่เชื่อฟังก็ดี กลับตัวกลับใจแล้วก็มีหรือที่จุติขึ้นมาใหม่ก็มาก ซึ่งแน่นอนว่าเทวปุตมารเหล่านี้ล้วนมีอานุภาพเป็นเลิศเหนือกว่าเหล่าเทพเจ้าทุกชั้นฉกามาพจรสวรรค์ มีฤทธิ์แทรกแซงได้แม้กับเหล่ามหาพรหม ดังนั้นพ่ออาจารย์จึงได้ขออนุญาติท่านท้าวมาลัยหรือที่รู้จักกันในฐานะพระจักรพรรดิ์พญามารผู้เป็นสมเด็จพระบรมโพธิสัตว์ เพื่อขอเทวราชอาชญากับเหล่าเทวปุตมารฝ่ายมิจฉาทิฏฐิ อันจะได้ใช้อนุเคราะห์แก่สัตว์ผู้ยาก
    ซึ่งท่านก็ได้เมตตาให้หัวใจพระคาถาไว้ ท่านว่าแม้ปรากฏขึ้นที่ใดเหล่าเทวปุตมารตลอดจนเทพบริวารจะไม่กล้าแทรกแซงทำร้ายหรือก่อความวุ่นวายเข็ญใจให้เกิดขึ้นเลย เพราะว่าเขาจะเกรงกลัวเทวราชอาชญาแห่งสมเด็จพระบรมโพธิสัตว์ผู้เป็นพระจักรพรรดิ์พญามารนั่นเอง ท่านว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากในระบบกรรมนั้นมนุษย์ยังหนีไม่พ้นบ่วงมาร ดังนั้นจึงต้องจำกัดให้เฉพาะผู้ที่มีบุญสัมพันธ์กันในวงศ์บรมโพธิสัตว์เท่านั้นที่จะได้ถือครองต่อไป ดังนั้นนี่จึงเป็นสาเหตุที่เรียกตะกรุดมหาสะท้อนหลวงว่าตะกรุดชนะมารมหาสะท้อนหลวง เพราะว่าเป็นตะกรุดที่ทำเฉพาะกรรม เฉพาะวาระของคน เมื่อหมดแล้วท่านว่าก็ให้มันหมดไปย่อมไม่มีเสริมเพิ่มเติมอีก ให้เฉพาะคนที่มีบุญสัมพันธ์มารู้มาเห็นพอดี คนเหล่านี้ท่านว่าถ้าเค้ารู้ตัวว่าชีวิตของเค้ามีมารเยอะ มีมารผจญมาก ไม่รู้จะหาทางออกให้ตัวเองอย่างไร จะเป็นเวรกรรมหรือไม่ เจ้ากรรมนายเวรหรือไม่ เป็นเทวปุตมารหรือไม่ ไม่แน่ใจว่าเหตุใดชีวิตจึงหาความเจริญไม่ได้ ท่านว่าเอาว่ารู้ตัวกันดีทุกคนว่าชีวิตใครเป็นอย่างไร ตรงนี้ก็ให้มาบูชาไป เพราะตะกรุดที่ทำขึ้นในกรรมและวาระนี้ครอบคลุมทั้งหมดทั้งสามสถาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวรกรรม เรื่องเจ้ากรรมนายเวร ตลอดจนมารและเทวปุตมาร ล้วนตรงกับอานุภาพตะกรุดทั้งสิ้น

    คาถาบูชา
    อัญเชิญพระธรรมธาตุแลพระคาถา นมัสการองค์พระว่า เอหิ นะโมพุทธานุภาเวนะ เอหิ นะโมธัมมานุภาเวนะ เอหินะโมสังฆานุภาเวนะ มาเรโสสะ พุทธังสะเรมิ ธัมมังสะเรมิ สังฆังสะเรมิ คาถังอาคัจเฉยยะ อาคัจเชหิเม
    อธิษฐานเปิดโลก นะโมพุทธายะ ยะธาพุทโมนะ อิติปิโสโลกะนาถัง พุทธังบังเกิด ธัมมังบังเกิด สังฆังบังเกิด พระเจ้าประเสริฐ เปิดโลกพระคาถา อิติปิอะระหัง โมเปิดไว้ให้เห็น ยะเป็นที่สุด
    อาราธนาใช้คุณของตะกรุดชนะมาร อิติปิโสภะคะวา สัมมาที่ไหน สัมไปที่นั่น นะอยู่หัว โมอยู่ท้าย ศัตรูคิดร้าย มรณะสันติ โอม มะกระดอนศรทอง เมสัมมุกขา สัพพาหะระติ เตสัมมุกขา ขอให้สะท้อนย้อนกลับไป ด้วยเดชเดชะแห่งมะอะอุนี้เทอญ

    พระผงรุ่นนี้ท่านเน้นให้ "สำเร็จทันใจได้จับเงินล้านล้นไม้ล้นมือ" ดังชื่อ ท่านว่าพูดมากกว่านี้ไม่ได้ ขอแค่ให้ห้อยติดคอไว้สักการะให้ดีๆ ท่านเน้นมวลสารมากทุกๆองค์ ท่านว่าเอาคุณภาพเน้นให้มีกำลังฤทธิ์อย่างถึงที่สุด ดังนั้นองค์พระทุกองค์จึงแก่มวลสารมากๆ ### ยิ่งเหรียญทีกงนั้นท่านพูดเป็นปริศนาเอาไว่ว่าตอนเสกทั้งดึงลม ดึงแดด ดึงฝน วายุพัดเป่า ลมก็แรง ทั้งพระอาทิตย์ทรงกรด เสกจนเหรียญเปลี่ยนเป็นรุ้งเจ็ดสี ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอแบบนี้เลย (เมื่ออาราธนาท่านว่าให้ทำใจให้สงบอธิษฐานถึงปู่ฟ้าหรือทีกงได้ทันที)

    *** พระผงรุ่นนี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามีอานุภาพแรงมากและไวมาก ทันตาเห็น เว้นไว้แต่นิพพานที่หาให้กันไม่ได้ทุกสิ่งย่อมไม่เกินชาติภพนี้ ท่านพูดได้เพียงเท่านี้ มีอะไรให้อธิษฐานกันเองได้เลย ท่านสร้างไว้ทั้งหมดแปดองค์ แต่มีเหลือให้บูชาเพียงสี่องค์เท่านั้นเพราะท่านใช้โปรดคนเปลี่ยนชีวิตคนไปบ้าง
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 มิถุนายน 2021

แชร์หน้านี้

Loading...