{...รับสื่อจิตผ่านไพ่ ชี้ทางชีวิต ด้วยบารมีครูบาอาจารย์โลกทิพย์...}

ในห้อง 'ดูดวง และ ทำนายฝัน' ตั้งกระทู้โดย วิษณุกรรม, 19 พฤศจิกายน 2019.

  1. วิษณุกรรม

    วิษณุกรรม สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    41
    ค่าพลัง:
    +21
    5C62F5EE-E3AD-413B-98B9-ADF710EB77C2.jpeg
    {...รับสื่อจิตผ่านไพ่ ชี้ทางชีวิต ด้วยบารมีครูบาอาจารย์โลกทิพย์...}
    - ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ -​

    • คำถามที่ใช้ในการสื่อจิตผ่านไพ่ •
    (ส่งทาง inbox ใน Facebook)
    1.ให้ถามได้ 3 ข้อเท่านั้น ขอให้เป็นคำถามแบบเฉพาะเจาะจงหน่อย อย่าถามแบบหว่านแห! กรุณาเขียนคำถามมาเป็นข้อๆ 1,2,3 ครับ

    —- รับสื่อจิตวันละ 2 คิว มีดังนี้ —-
    (1 คิวใช้เวลาไม่เกิน 1.5 ชม)
    - คิวที่ 1 16:00-17:30 pm.
    - คิวที่ 2 22:30-24:00 pm.

    # ขั้นตอนและเงื่อนไขการสื่อจิต
    1.ให้เขียนข้อความ inbox ไปใน Facebook มาว่า "ขอรับการสื่อจิต" ที่ Facebook ชื่อ “พี่วิทย์ สื่อจิตแห่งพุทธะ”.
    2.ช่องทางการพูดคุยสื่อจิต คือ โทรผ่านมือถือหรือโทรผ่าน Facebook เท่านั้น ให้ติดต่อนัดคิวผ่านข้อความ inbox ในFacebook ก่อนเท่านั้น! ซึ่งคุณต้องรอข้อความตอบกลับจากผมก่อนเป็นรายบุคคล (ส่วนเบอร์โทร ผมจะให้คุณอีกครั้งในกรณีถ้าคุณเลือกคุยผ่านมือถือ)
    3.ถ้าใครที่ผมยังไม่ได้ตอบกลับข้อความไปให้ ขอให้รอหน่อยครับ ^_^
    4.ผู้ใดที่นัดวันเวลาสื่อจิตแล้ว ไม่มาตามนัด!! อาจโดนตัดสิทธิ์ในการสื่อจิต!!
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 ธันวาคม 2019 at 15:02
  2. วิษณุกรรม

    วิษณุกรรม สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    41
    ค่าพลัง:
    +21
    E389146B-3159-4D80-B073-9271C086C50A.png

    ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ พวกเราทุกคนควรดำเนินชีวิตด้วยความมีสติปัญญาไม่ประมาท มีสติปัญญาในการทำบุญตามกำลัง ไม่มากเกินไป! แต่ทำบุญกุศลความดีงามให้สม่ำเสมอ! โดยไม่เบียดเบียนตนเองเป็นสำคัญ และสิ่งที่เกินกว่าสติปัญญาของเราที่จะคิดพิจารณาได้นั้น ก็คือ เรื่องของบุญกรรมที่ตนกระทำมา(กฎแห่งกรรม) มันเป็นเรื่องของกระแสบุญและกระแสกรรมไม่ดีที่มีระยะเวลาให้ผลต่างวาระกัน แม้เศรษฐกิจย่ำแย่เพียงใด เมื่อถึงวาระแห่งการให้ผลในกระแสบุญนั้นในทางโลก ให้ผลเป็นทรัพย์สินเงินทอง,ตำแหน่งหน้าที่และโอกาสที่ดีต่างๆ นั้น เราย่อมเสวยผลบุญนั้นอย่างแน่นอนไม่เป็นอื่น.

    แต่เมื่อใดกระแสบาปกรรมไม่ดี ถึงวาระส่งผลร้ายแก่ตัวเรา เราย่อมจะหลีกเลี่ยงหลีกหนีมิได้! ทั้งกระแสบุญและกระแสกรรมไม่ดี สามารถให้ผลในวาระเดียวกันได้ ดังนั้น คำพระที่ท่านบอกว่า ให้เราหมั่นเจริญบุญทานอยู่เสมอ ก็ด้วยเหตุว่า เมื่อวันใดเราเสวยกรรมไม่ดี เราก็จะได้มีกระแสกรรมดีคอยเกื้อหนุนไม่ให้เราตกต่ำไปมากกว่านี้หรือมีทางออกที่เป็นโอกาสให้เราได้ผ่านพ้นปัญหาเหล่านั้นได้ไม่มากก็น้อย.

    ส่วนการรักษาศีล ก็เป็นไปเพื่อไม่ให้เราสร้างบาปกรรมไม่ดีอันใหม่มาเพิ่มเติมและคอยซ้ำเติมเราในช่วงที่เราเสวยกรรมไม่ดีอยู่นั้น.

    ส่วนการเจริญภาวนา คือ การสวดมนต์นั่งสมาธินั้น ก็เพื่ออบรมจิตใจเราให้เข้มแข็ง เมื่อวันใดเราเสวยกรรมไม่ดีอันหนักหน่วง! เราย่อมสามารถดำรงรักษาสติปัญญาของเราให้มั่น ไม่หวั่นไหวปล่อยวางได้ต่อวัตถุสิ่งของและความทุกข์ที่เผชิญอยู่! และก็ไม่หลงเชื่อต่อคำลวงใดๆ ที่ชักชวนเราให้ทำพิธีกรรมต่างๆ,เปลี่ยนชื่อนามสกุลและเบอร์โทร,บูชาวัตถุสายดำ(ภูติผี) หรือวิธีใดๆ เพื่อมาช่วยเหลือให้เราดีขึ้น หลีกหนีจากบาปกรรมไม่ดีของตนที่เคยกระทำไว้ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเป็นการกระทำที่ขาดสติหลงลืมปัญญาอันเป็นสัมมาทิฏฐิ คือ การหลงผิดหลงไปยึดถือ! เพื่อหาที่พึ่ง..

    สุดท้าย สัทธรรมความจริงย่อมปรากฏแก่กายใจเรา ว่าสิ่งเหล่านี้ มันไม่ได้ช่วยเหลือเราได้จริงๆ แต่สิ่งที่เสียไปนั้นก็คือ“เงินของเรา” และอาจมีการผูกกรรมกับสิ่งที่มองไม่เห็น(ภูตผีและคุณไสยมนต์ดำ) เป็นการซ้ำเติมโชคชะตาชีวิตให้เราลำบากมากยิ่งขึ้น! ทางพุทธศาสนา เรียกว่า “อวิชชา” คือ ความไม่รู้ ไม่รู้จึงหลงไปยึดถือยึดมั่นหาที่พึ่ง ซึ่งที่พึ่งที่แท้จริงนั้น สุดท้ายก็คือ “ตัวเรา” กล่าวคือ กรรมหรือการกระทำของตัวเราเป็นสิ่งกำหนดหรือลิขิตโชคชะตากรรมของตัวเรา โดยมีเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนเป็นผู้ดูแลกฎแห่งกรรม ให้ผลกรรมดีกรรมไม่ดีแก่เราตามวาระเวลา ดังนั้น หลักธรรมคำสอนของพุทธองค์ที่ว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนโดยแท้” นั้น เป็นสัทธรรมความจริงแท้ที่ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงได้หรือลบล้างได้ สาธุ!

    -อ้างอิงข้อมูล : ธปท. เตือนรับมือเศรษฐกิจ “ขาลง”
    https://today.line.me/TH/article/wjnYWE?utm_source=copyshare
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 พฤศจิกายน 2019
  3. วิษณุกรรม

    วิษณุกรรม สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    41
    ค่าพลัง:
    +21
    05FB2003-4A39-4D00-9223-F1205DD0D8F5.jpeg D68E2D2B-FFF4-49AE-83F2-1C8DAA49B3DB.jpeg

    —— บันทึกความทรงจำ เรื่อง “ศาลขุนด่านเจ้าพ่อเสือ บางหว้า” ——
    (.. ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2562 ..)​

    มีเคสหนึ่งที่ผมรับสื่อจิตผ่านไพ่ ชี้ทางชีวิตให้น้องผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ด้วยเหตุแห่งกรรมของน้องคนนี้ที่ประสบอยู่ ครูบาอาจารย์โลกทิพย์ของผมท่านได้แต่เตือนบอก และหลังจากจบคำถาม 3 ข้อแล้ว ครูท่านก็ส่งกระแสจิตชี้ทางสว่างให้แก่หญิงผู้นี้ได้เพียงว่า “จากบ้านของเธอให้เดินทางไปทิศตะวันออก มีศาลเจ้าอยู่” ผมก็บอกให้เธอลองไปค้นหาแผนที่ในGoogle ดูว่า ทางแถบทิศตะวันออกที่พระอาทิตย์ขึ้นนั้น มีศาลเจ้าจีนจริงๆไหม? ระยะทางไม่น่าเกิน 10 กม. จากนั้น ผมก็วางสาย ไม่นานเธอก็โทรมาบอกว่า มีศาลเจ้าจีนอยู่จริง ชื่อ “ศาลขุนด่านเจ้าพ่อเสือ บางหว้า”อยู่บนถนนเพชรเกษมซึ่งปกติพระอาทิตย์จะขึ้นมาตามแนวของถนนเพชรเกษม ศาลนี้มีคนไปแก้บนเยอะ! ครูท่านบอก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี้ดูแลเธออยู่ และเธอบอกว่า เธอไม่ได้ไปกราบไหว้ท่านนาน 2-3 ปีแล้ว..

    พอมาวันนี้ 8 ธ.ค.ช่วงเย็น เธอพิมพ์ข้อความมาบอกใน Facebook ว่า เธอได้ไปไหว้ขอพรที่ศาลมาแล้ววันนี้ จากนั้น มีกระแสจิตทั้งของเจ้าพ่อขุนด่านและของครูอาจารย์โลกทิพย์ของผมส่งมาเรื่อยๆ และผมก็พิมพ์ข้อความส่งไปให้เธอเรื่อยๆ สรุปใจความมีดังนี้
    ——————————-
    -เจ้าพ่อขุนด่าน ท่านสื่อบอกว่า :
    ท่านรับรู้ถึงการขอพรของน้องผู้หญิงคนนี้รวมถึงน้องอีก 2 คนที่เธอพาไปด้วย และท่านรับทั้ง 3 คนเป็นลูกหลานอย่างเป็นทางการแล้ว ท่านทักบอกว่า “มีคนหนึ่งที่สุขภาพไม่ค่อยดีนัก เป็นกรรมของเขา ให้หมั่นดูแลรักษาตนเองให้ดี”

    -ครูบาอาจารย์โลกทิพย์ของผมท่านสื่อบอกว่า :
    เจ้าพ่อขุนด่านท่านก็รู้ว่า หญิงผู้นี้มาสื่อจิตกับผม ดูเรื่องอะไรบ้าง มีปัญหาอะไรบ้าง ครูท่านบอกอีกว่า เจ้าพ่อขุนด่านท่านเป็นข้าราชการที่ถือยศศักดิ์! ดังนั้น การบอกกล่าวหรือทำอะไรที่เป็นพิธีการพิธีกรรม มันแสดงถึง การเคารพในตัวท่าน ก็จะทำให้ท่านเมตตาเรามากขึ้น จากที่หญิงผู้นี้ละเลยท่านมานาน! เพราะความไม่ใส่ใจของเรา(คือ ศรัทธาที่ลดหายไป)ในตัวท่าน แต่ท่านจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหนก็อีกเรื่อง ท่านจึงแสดงเจตนาที่ชัดเจนว่า ท่านรับหญิงผู้นี้เป็นลูกหลานแล้ว รวมถึงน้องอีก 2 คนที่เดินทางไปกราบไหว้ขอพรด้วยกัน ท่านอยากให้คนที่ไปกราบไหว้ขอพรจากท่าน ควรมีความศรัทธาในตัวท่านอย่างจริงใจ เพราะท่านจะดูความจริงใจของแต่ละคนเป็นอันดับแรก! คล้ายๆ ยุคสมัยก่อนที่ผู้น้อยที่มียศถาบรรดาศักดิ์ต่ำศักดิ์กว่าจะเข้ามานอบน้อมขอความเมตตาช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่มียศศักดิ์สูงกว่า มันเป็นธรรมเนียมที่ท่านพ่อขุนด่านยึดถือและให้ความสำคัญ!

    ครูบาอาจารย์โลกทิพย์ท่านบอกอีกว่า เจ้าพ่อขุนด่านท่านเป็นทวยเทพ(เทพเทวดา) ท่านมีบริวารมากอยู่แถวนั้น และตัวท่านเคยกระทำคุณไว้มากแก่แผ่นดินสยามในครั้งอดีต จึงทำให้องค์อินทร์ประทานพรแก่เจ้าพ่อขุนด่านท่านนี้ เป็นอำนาจอภิสิทธิ์ในการเจราจา เป็นมนต์อำนาจทิพย์อย่างหนึ่งที่ช่วยในการเจรจากับเทพเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้มีความสัมฤทธิ์ผล. และตัวท่านเองก็มีฤทธิ์อำนาจบารมีมากพอที่จะช่วยเหลือคนได้ในวงกว้าง จากอดีตจวบจนปัจจุบันนี้ ท่านได้ช่วยเหลือคนไปมากมายนัก แต่การที่จะช่วยเหลือใครนั้น ท่านจะคำนึงถึงเหตุต้นผลกรรมของคนผู้นั้นด้วยว่าถ้าท่านช่วยเหลือไปแล้ว จะส่งผลเช่นไรกับตัวของเขา ถ้าช่วยแล้วให้คนผู้นั้นเกิดกิเลสไม่รู้จักพอ! ท่านก็ไม่ช่วย! หรือถ้าช่วยแล้วส่งผลกระทบต่อบุญวาสนาของผู้อื่นผู้ใดอย่างมาก! ท่านก็จะไม่ช่วย! สรุปแล้ว ตัวท่านก็มีสติปัญญาดั่งเทพองค์หนึ่ง มิใช่ลืมหูลืมตาช่วย มันจะพังกันหมด! ดังนั้น การที่ใครผู้ใดมีบุญวาสนาที่จะให้ท่านช่วยเหลือ เมื่อถึงวาระเวลาของเขาผู้นั้น เทพเทวดาของเขาก็จะสร้างเหตุนำพาให้เขาได้มีโอกาสมากราบไหว้ขอพรแก่ท่านเจ้าพ่อขุนด่าน.

    ผมสอบถามครูท่านอีกว่า จากที่ผมค้นหามา เจ้าพ่อขุนด่านมีหลายที่ แต่ละที่ศักดิ์สิทธิ์เท่ากันไหม? ท่านตอบ ขุนด่านเป็นเพียงยศศักดิ์ แต่ละที่ก็ย่อมมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีบารมีแตกต่างกันไป แต่ที่เราพูดถึงนี้ มิใช่เจ้าพ่อขุนด่านท่านอื่น ณ ที่แห่งอื่น แต่เป็นเจ้าพ่อขุนด่านที่ “ศาลขุนด่านเจ้าพ่อเสือ บางหว้า”แห่งนี้เท่านั้น ซึ่งตัวท่านมีประวัติดั่งที่เรากล่าวข้างต้น.

    *เรื่องการขอพรหรือการบนบานนั้น ครูท่านให้คำตอบว่า เราควรไปขอพรท่านมากกว่าที่จะบนบาน แต่เราจะบนบานก็ได้ ไม่ผิดอะไร การบนบานเป็นธรรมเนียมของมนุษย์ที่ตั้งขึ้น ดังนั้น เราควรทำบุญอุทิศให้แก่เจ้าพ่อขุนด่าน ไม่ว่าเราจะทำบุญอุทิศให้แก่ท่านก่อนหรือหลังจากพรสัมฤทธิ์ผลแล้วก็ได้ทั้งนั้น อยู่ที่ตัวบุคคล.
    ——————————-
    ผมจึงถามครูผมว่า ผมอยากจะนำไปเขียนเป็นวิทยาทานได้หรือไม่ครับ? ครูตอบ “เขียนได้” ถ้ามันเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น. และผมตั้งใจว่า พรุ่งนี้ผมอยากจะไปกราบไหว้ขอพรท่านเช่นกัน! ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ผมได้รับรู้เรื่องราวที่แปลกอัศจรรย์เกี่ยวกับศาลเจ้าเล็กๆ แห่งนี้ที่ถึงแม้จะเล็กแต่ไม่ธรรมดาจากครูบาอาจารย์โลกทิพย์ที่ท่านเมตตาบอกเล่าให้รับรู้ ผมเชื่อว่า ครูท่านมีเจตนาที่จะให้ผมเขียนเล่าเรื่องราวของเจ้าพ่อขุนด่านท่านนี้เป็นวิทยาทานแก่ทุกท่าน และที่สำคัญคือ จะเป็นอีกทางหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากแต่มีบุญวาสนาที่จะได้รับการช่วยเหลือไม่มากก็น้อยตามกำลังบุญวาสนาของตน สาธุครับ!
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  4. วิษณุกรรม

    วิษณุกรรม สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    41
    ค่าพลัง:
    +21
    268AF380-39B4-46D3-A936-643D836C0AFF.png 14874F86-0300-4197-A995-D2C8273F357A.jpeg F1240827-9E24-4A2D-AA93-23985C8D8CF5.jpeg

    —— บันทึกความทรงจำ เรื่อง “นาคสาวผู้ศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา” ——
    (.. ณ วันที่ 11 ธันวาคม 2562 ..)​

    วันนี้มีเคสหนึ่งที่ผมรับสื่อจิตผ่านไพ่ แต่ผมไม่ได้โทรคุยสื่อจิตกับเธอ เพราะเนื่องจากเธออยู่ประเทศเยอรมัน และตอนนี้พื้นที่ที่เธออยู่มีสัญญาณเน็ตไม่ดี จึงไม่สามารถโทรคุยผ่านเน็ตได้ ผมจึงพิมพ์ข้อความไปให้เธออ่านแทน โดยผมตอบรวมคำถาม 3 ข้อของเธอ จากการสื่อจิตผ่านไพ่ประกอบกับกระแสจิตที่ครูบาอาจารย์โลกทิพย์ส่งมาบอกเล่าเรื่องราวของเธอผู้นี้ จากการที่ครูท่านตรวจญาณมา ได้คำตอบดังนี้..

    ชายผู้นี้เป็นคู่รักพญานาคของคุณ ครั้งที่ดำรงชีวิตอยู่ในนาคพิภพ เขาเป็นพญานาคตระกูลฉัพพยาปุตตะ(ตระกูลสีรุ้ง) มีบารมีมากด้านโภคลาภ(โชคลาภ) ชีวิตที่ผ่านมาของคุณ เขาก็คอยดูแลชี้ทางให้อยู่ ไม่ห่างจากตัวคุณเลย เขาใส่ใจคุณมาก และเขาก็ช่วยปกป้องคุ้มภัยคุณ เวลาคุณประมาทเลินเล่อ ไม่มีสติ!

    คุณและเขามีสัญญากรรมที่เคยให้ไว้ต่อกันในอดีตครั้งที่เป็นพญานาคว่า ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตายจากภพพญานาคแล้ว ไปจุติเกิดในภพภูมิมนุษย์ ฝ่ายที่อยู่ในภพนาคจะต้องคอยดูแลคุ้มครองช่วยเหลือและป้องภัยให้แก่อีกฝ่ายที่เป็นมนุษย์ ซึ่งเขาก็อยากจะติดต่อสื่อสารพูดคุยกับคุณผ่านโทรจิต เพื่อให้คุณได้รู้ถึงการมีตัวตนของเขาที่อยู่ใกล้ๆคุณไม่เคยห่าง..

    -สิ่งที่เขาพยายามจะบอกคุณ คือ
    เขาอยากให้คุณฝึกจิตบำเพ็ญบารมีช่วยเหลือสงเคราะห์เหล่ามนุษย์ เท่าที่คุณจะมีเวลาว่างกระทำได้ โดยไม่เบียดเบียนชีวิตส่วนตัวของคุณมากนัก เขาปรารถนาให้คุณได้สร้างคุณความดีสร้างบุญกุศลในครั้งที่ดำรงความเป็นมนุษย์ เพื่อให้สมแก่เจตนาที่ในครั้งอดีตตอนที่คุณเกิดเป็นพญานาคได้มีความปรารถนาที่จะเกิดมาเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างบารมีดำรงพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นการตอบแทนคุณความดีของพระอริยะสงฆ์เจ้าท่านหนึ่งที่คุณเคยเคารพศรัทธาในคำสอนของท่าน และในอดีตท่านเคยให้คำเทศนากับคุณว่า การเกิดเป็นมนุษย์นั้นมีความประเสริฐตรงที่มนุษย์นั้นสามารถบรรลุธรรมและสามารถเจริญรอยตามคำสอนของพระพุทธองค์ได้ เป็นภพภูมิที่ไม่มีภพภูมิใดจะกระทำได้เช่นนี้ จากคำเทศนานี้ จึงส่งผลให้คุณเกิดความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเกิดเป็นมนุษย์ ส่วนนาคชายคนรักของคุณ ใจจริงเขาไม่อยากให้คุณเกิดเป็นมนุษย์ เพราะเขาไม่อยากจากคุณไป แต่ตัวคุณไม่ยอม เพราะคุณมีจิตใจที่แน่วแน่แล้วที่จะเกิดเป็นมนุษย์ดั่งคำเทศนาของพระอริยะสงฆ์องค์นั้น

    **ครูผมท่านบอก ประกายแห่งแรงศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนาได้ถูกจุดติดขึ้นแล้วในดวงจิตของนาคสาวตนนั้นประกายแห่งแรงศรัทธานี้ย่อมไม่มีวันเสื่อมหายไปไหน เพราะเป็นแรงศรัทธาสู่วิถีจิตอันประเสริฐ! เปรียบเสมือนแรงดึงดูดอันมหาศาลที่มิอาจทวนกระแสนี้ได้ แม้แต่กระแสแห่งความรักใดๆ ก็มิอาจกั้นขวางได้นั้นแล.
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. วิษณุกรรม

    วิษณุกรรม สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    41
    ค่าพลัง:
    +21
    618BD116-A1CA-4685-BEAC-B8B10F2A2594.jpeg 7EC66849-4A62-48FD-BABD-D66E0BA21BB4.jpeg

    —— บันทึกความทรงจำ เรื่อง “ปู่ทรัพย์ผู้มีคุณแห่งหมู่บ้านดอนใหญ่ ตำบลสว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี” ——
    (.. ณ วันที่ 12 ธันวาคม 2562 ..)​

    วันนี้มีสาวอุทัยธานีวัยรุ่นลูกเล็ก 1 คน โทรมาสื่อจิตผ่านไพ่ โดยขณะที่ผมอธิษฐานจิตขอบารมีครูบาอาจารย์อยู่นั้น ครูท่านก็ส่งกระแสจิตคำว่า “ปู่ทรัพย์” เข้ามา ซึ่งเป็นเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลเธออยู่ขณะนี้ วิทยาทานในครั้งนี้ที่ผมจะหยิบยกมาบอกเล่านั้น มิใช่เรื่องราวของเธอ แต่เป็นเรื่องราวประวัติโดยย่อของคนที่ชื่อ “ปู่ทรัพย์” ซึ่งประวัติของปู่ท่านนี้ไม่มีใน Google เพราะปู่ไม่ใช่เป็นคนมีชื่อเสียง เธอรู้แค่ว่า เธอเคยได้ยินชื่อปู่ทรัพย์นี้จากผู้เถ้าผู้แก่ในแถวบ้านเธอตั้งแต่เธอยังเด็ก ด้วยเหตุไม่มีประวัติปู่ทรัพย์ หลังจากจบสื่อจิตผ่านไพ่แล้ว ครูบาอาจารย์โลกทิพย์ท่านจึงเมตตาตรวจญาณเพิ่มเติมในเรื่องประวัติของปู่ทรัพย์ เพื่อสงเคราะห์บอกเล่าแก่สาวแม่ลูกอ่อนผู้นี้ให้ได้รู้ เพราะปู่ทรัพย์ท่านเป็นเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลเธออยู่เช่นกัน ผมก็ฝากเธอให้ไปเล่าเรื่องราวอันดีงามนี้แก่คนแถวบ้านเธอด้วย ให้คนแถวบ้านเธอได้รู้ถึงคุณความดีของปู่ทรัพย์โดยย่อทั้งตอนมีชีวิตอยู่และชีวิตหลังความตายที่ได้ไปเสวยทิพยสมบัติยังดินแดนสวรรค์..
    ———————————————————
    • ประวัติของปู่ทรัพย์โดยย่อ (จากการตรวจญาณของครูโลกทิพย์) •

    “ปู่ทรัพย์” เขาเป็นชายชาวบ้านคนหนึ่งที่มีฐานะยากจนแต่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก! ทุกครั้งที่วัดมีงานบุญ เขาจะไปช่วยเหลืองานบุญของวัดโดยตลอด ไม่เคยขาด ถือว่าเป็นคนสนิทของเจ้าอาวาสเลยทีเดียว และเจ้าอาวาสท่านก็เชื่อใจไว้ใจปู่ทรัพย์มาก เพราะเขาเป็นคนดีมีศีลธรรมประจำใจ มีความซื่อสัตย์ซื่อตรงที่หาใครเปรียบได้ยาก! จนวาระสุดท้ายของชีวิต ไม่กี่นาทีก่อนปู่ทรัพย์จะสิ้นลม ก็มีเทวดาหลายองค์มารอรับขึ้นสวรรค์ เพื่อไปเสวยทิพยสมบัติ..........

    ครูท่านสอนว่า คนเราจะรวยดีมีจนไม่สำคัญ! แต่สำคัญที่วันนี้เราทำประโยชน์เพื่อสังคมโดยรวมแล้วหรือยัง? ไม่จำเป็นต้องทำประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนาเพียงอย่างเดียว การช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ยากทุกข์เข็ญ ก็ถือเป็นบุญอันมหาศาลเช่นกัน บุญย่อมบังเกิดได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะบุญจะเกิดได้ก็ด้วยเหตุแห่งเจตนาอันบริสุทธิ์ของเราที่ปรารถนาจะช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นเป็นสำคัญ! ส่วนผลจากการช่วยเหลืออันเป็นประโยชน์แก่เขาจะเป็นเช่นไรนั้น มากน้อยเพียงใด! เรามิอาจรู้ได้ ดังนั้น อันดับแรกที่ควรพิจารณาถึงในการทำบุญกุศลแต่ละครั้ง ก็คือ“เจตนาอันบริสุทธิ์” นั้นแล.
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 ธันวาคม 2019 at 00:01
  6. วิษณุกรรม

    วิษณุกรรม สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    41
    ค่าพลัง:
    +21
    F581BF1B-2D1E-4086-B4F8-760FFB56675A.jpeg 634DD52B-B48B-42C4-80A8-11EF1EC121C9.jpeg CE9BD7F7-C51F-4E44-9FC2-59BB462F909E.jpeg

    —— บันทึกความทรงจำ เรื่อง “องค์ท้าวสุรินทร์” ——
    (.. ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2562 ..)​

    คืนนี้มีหญิงโสดอายุ 48 มาขอรับการสื่อจิตผ่านไพ่ชี้ทางชีวิต เธอเป็นคนมีบาปกรรมในอดีตชาติมาก! ซึ่งกรรมในอดีตชาติของเธอก็ส่งผลร้ายเป็นวิบากกรรม ที่เธอประสบพบเจออยู่ในปัจจุบัน เป็นกรรมหนักที่ให้ผลร้ายแก่ตัวเธอในด้านต่างๆของชีวิตที่มิอาจหลีกหนีได้! แต่ด้วยผลบุญกุศลที่เธอสั่งสมมาในภพชาตินี้แบบไม่ย่อท้อ! ในวันนี้ด้วยผลบุญเหล่านี้ จึงเป็นเหตุให้องค์ท้าวสุรินทร์ท่านเมตตาคัดเลือกเธอมาให้กระทำหน้าที่ช่วยเหลือโปรดดวงจิตวิญญาณเด็กที่ตกค้างในภพมนุษย์ร่วมกับองค์ท้าวสุรินทร์... ซึ่งหน้าที่นี้มิใช่ผู้ใดก็กระทำได้! แต่ผู้ที่ถูกคัดเลือกให้กระทำหน้าที่นี้นั้นจำเป็นต้องมีดวงจิตอันบริสุทธิ์ที่ปรารถนาจะช่วยเหลือขัดเกลาดวงจิตที่เคียดแค้นให้ลดทิฐิมานะจนสามารถยอมอโหสิกรรมให้แก่มนุษย์ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย! นี่คือสาเหตุที่มิใช่ใครผู้ใดจะกระทำหน้าที่นี้ได้.

    และก่อนหน้านี้เธอผู้นี้ก็รับรู้ถึงการมาขององค์ท่านได้ ซึ่งในตอนแรกเธอคิดว่า ท่านคือพญายมบาล ซึ่งก่อนหน้านี้ผมก็นึกว่าท่านเป็นพญายมบาลเช่นกัน แต่ทว่าคืนนี้องค์ท่านมาสื่อจิตบอกนามของท่านให้รู้ก่อนวางสาย! ก็ด้วยเหตุว่า เธอยอมรับกิจหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจแล้ว! ท่านจึงบอกนามจริงของท่านให้เธอรู้ ส่วนตัวเธอที่ยอมรับกิจหน้าที่นี้ ก็ด้วยเหตุผลเพราะเธอรู้สึกดีมีปิติสุข! เวลาเธอได้ช่วยเหลือดวงจิตวิญญาณที่ทุกข์ทรมานเหล่านั้นให้พ้นทุกข์(เธอเคยช่วยเหลือดวงวิญญาณของเด็กมาแล้วครั้งหนึ่งตอนไปปฏิบัติธรรม เพราะเธอมีจิตสัมผัสที่ดีมากคนหนึ่ง สื่อจิตได้.)

    ผมอยากจะบอกว่า ทุกอย่างไม่มีเรื่องบังเอิญ! เพราะเมื่อคืนผมได้ฝันเห็นผู้หญิงท่านหนึ่งแต่งตัวปกติตามยุคสมัยปัจจุบัน และเธอมานั่งม้านั่งใกล้ผม และชวนผมคุย แต่ในความฝัน จิตผมรู้ขึ้นมาว่า ท่านคือพญายมบาล ผมจึงทักเธอไปว่า “ท่านเป็นพญายมบาลนิ” จู่ๆเธอก็ตกใจขึ้นมา(ท่านจำแลงเป็นผู้หญิง) ประมาณว่า “รู้ได้งัย!” จากนั้น เธอก็บอกผมว่า มีอะไรให้ช่วยหน่อย! ผมถาม มีอะไรให้ช่วยครับ? เธอพูดว่า “อโหสิกรรมให้เด็ก” ผมฟังแล้วไม่เข้าใจ เลยถามไปอีกครั้งหนึ่ง เธอพูดย้ำอีกว่า “อโหสิกรรมช่วยเด็ก อโหสิกรรมช่วยเด็ก” จากนั้น ผมก็ตื่นขึ้นมาทันที! และเห็นท้องฟ้ายังมืดอยู่เลย เหมือนนอนไปแค่แป๊บเดียว! ปริศนาธรรมหรือประโยคที่ท่านให้มา ผมตีความหมายผิดไปหลายแบบจนกระทั่งถึงตอนช่วงเวลาสื่อจิตให้เธอ ท่านท้าวสุรินทร์ก็มาบอกอะไรหลายๆอย่างให้เธอได้รับรู้ผ่านการสื่อจิตของผมและคืนนี้เป็นจุดเริ่มต้นหรือลิขิตชีวิตใหม่ของเธอผู้นี้ กับกิจหน้าที่ใหม่ของเธอในชีวิตที่ยังเหลืออยู่........
    ———————————-
    • ประวัติหน้าที่ขององค์ท้าวสุรินทร์ (จากการตรวจญาณของครูโลกทิพย์) •

    องค์ท้าวสุรินทร์ท่านไม่ใช่พญายมบาล แต่ท่านมีศักดิ์สูงกว่าพญายมบาลและท่านเป็นมือซ้ายของท่านพญายมราชฝ่ายเหนือของทิศประจิม(ตระวันตก)(ครูท่านให้เขียนยศตำแหน่งตามนี้ เพราะที่แห่งนั้นมีระบบยศของเขาอยู่) ท่านมีหน้าที่คัดสรรมนุษย์ที่ประกอบคุณความดีมีศีลธรรมอันถึงพร้อม แต่โชคชะตาชีวิตที่ผ่านมาจวบจนปัจจุบันยังต้องเสวยกรรมอย่างยาวนานอยู่ ถ้ามนุษย์ผู้นั้นได้ถูกคัดเลือกโดยองค์ท้าวสุรินทร์แล้ว โชคชะตาชีวิตเบื้องหน้าย่อมอยู่ในกำมือท่าน! องค์ท่านมีสิทธิ์อำนาจที่จะปัดเป่าเคราะห์กรรมอันเลวร้าย! ให้เลื่อนถัดไปชดใช้กรรมในวาระอื่นได้ ด้วยเหตุจากองค์ท่านได้รับอนุมัติให้มาทำกิจหน้าที่คัดเลือกคนโดยตรง ครูท่านบอกว่า หน้าที่ในนรกภูมิมิใช่เพียงจะกระทำหน้าที่ลงโทษดวงจิตวิญญาณที่ชั่วร้ายเพียงถ่ายเดียว แต่ยังต้องกระทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวกฎแห่งกรรมให้แก่มนุษย์ที่อยู่ข้างบนได้รับรู้ถึงบาปบุญคุณโทษที่เกิดจากการกระทำของตนเอง! เพื่อมิให้พวกมนุษย์บนโลกละเลยต่อการกระทำความดีอันเป็นเครื่องหนุนนำชีวิตหลังความตายในโลกแห่งวิญญาณ! และส่งเสริมให้มนุษย์เหล่านี้ได้เกิดหิริโอตตัปปะหรือความละอายเกรงกลัวต่อบาปกรรมมากขึ้น! ไม่ขาดสติหลงในกิเลสตัณหาจนกระทำผิดบาปได้โดยง่าย! สิ่งนี้คือหน้าที่อันสำคัญขององค์ท้าวสุรินทร์ มือซ้ายของท่านพญายมราชฝ่ายเหนือของทิศประจิมนั้นแล.
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 ธันวาคม 2019 at 14:10

แชร์หน้านี้

Loading...