รมว.วัฒนธรรม รุดตรวจสอบ แม่ชีทศพร กรณีสอนไม่เหมาะสม

ในห้อง 'ข่าวพุทธศาสนา' ตั้งกระทู้โดย thanan, 27 เมษายน 2011.

  1. thanan

    thanan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,652
    ค่าพลัง:
    +5,108
    วันนี้ 27 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางมาเพื่อพบพระโมลี เจ้าอาวาสวัดพิชัยญาติการาม ถนน สมเด็จเจ้าพระยา ซอย 2 แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน เพื่อนำซีดีมามอบให้แก่ พนะพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดหลังจากมีคลิปเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต กรณีดร.แม่ชี ทศพร เทวาพิทักษ์ธรรม ใช้คำพูดไม่เหมาะสมในการสอนธรรมแก่ประชาชน

    นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อพบทางพระโมลี แต่ท่านไม่อยู่จึงได้มอบซีดีดังกล่าวให้กับ พระ ดร.ไพศาล อาจาโรย์ เลขานุการคณะทำงานฯ ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต โดยเป็นภาพแม่ชีทศพร ซึ่งเป็นแม่ชีที่จำวัดแห่งนี้ สอนโยมผู้หญิง ในทำนองที่ว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวเจอแต่ผู้ชายไม่จริงใจ ซึ่งในคลิปนั้นแม่ชีได้แนะวิธีแก้กรรมโดยการให้มีเพศสัมพันธ์กับชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่า 2 ครั้ง แล้วกรรมจะหมด ก่อนจะให้กอดชายที่เป็นลูกศิษย์ที่อยู่ในคลิปและให้เงิน 200 บาท ซึ่งจะทำให้กรรมหมด ส่วนอีกราย เป็นหญิงสาวที่แฟนนอกใจ แม่ชีก็ให้แก้กรรมโดยการ แนะนำให้เอาฝาหอยไปปิดที่ประตูบ้านแล้วสิ่งไม่ดีจะไม่สามารถเข้ามาได้ โดยเฉพาะหอยตัวเองจะไม่ถูกย่ำยี ซึ่งจาก การให้คำแนะนำดังกล่าวถือเป็นความไม่เหมาะสม ในวันนี้จึงได้มาทำการพูดคุยถึงพฤติกรรม ซึ่งหลังจากนี้ถ้ายังมีความไม่เหมาะสมดังกล่าวอยู่ก็คงจะต้องใช้มาตรการทางการปกครองเข้าดำเนินการ

    ด้านแม่ชีทศพร เปิดเผยว่า ตนทำหน้าที่สอนและเป็นคนพูดตรงๆ ซึ่งทำตรงนี้มากว่า 10 ปี มีผลงานเขียนหนังสือกว่า 20 เล่ม ปัญหาของคำพูดอาจจะมีหมิ่นเหม่ไปบ้าง แต่ไม่เคยทำให้ใครเสื่อมเสีย ซึ่งจากนี้ไปก็คงจะต้องปรับปรุงการพูดจาให้มีความไพเราะขึ้น ต่อไปก่อนจะแนะนำคำสอนใครคงต้องถามลูกศิษย์คนนั้นก่อนว่า พูดตรงๆจะรับได้หรือไม่ ขอยืนยันว่าแม่ชีเป็นคนทุ่มเทให้กับพระรัตนตรัยมาทั้งชีวิต อยากให้มองในมุมอื่นที่ดีบ้าง ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับพระโมลี แต่อย่างใด ส่วนถ้าญาติโยมได้ฟังแล้วรู้สึกไม่ถูกต้องตามหลักศาสนาก็ต้องขอโทษด้วย
     
  2. everpook

    everpook เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    29
    ค่าพลัง:
    +129
    ความดีที่แม่ชีท่านทำ มีตั้งหลายด้านที่เป็นบวก ข่าวไม่ลงอีกมุมหนึ่งบ้าง
    หรือบางคลิบที่แม่ชีแนะนำ พวกที่ทำกรรมไม่ดีไว้ ให้รู้ตัว แล้วคิดใหม่ทำใหม่ ก็มี
    คลิบนี้ แม่ชีอาจจะพลาดทางคำพูด แต่ต้องดูเจตนาแม่ชีแค่อยากช่วยลูกศิษย์ให้สบายใจ
     
  3. เฮียปอ ตำมะลัง

    เฮียปอ ตำมะลัง ทุกสิ่งจบสิ้นลงด้วยความตาย วุ่นวายทำไม ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    24,913
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +91,078
    แม่ชีเห็นกรรม ก็พูดออกไป ... คนที่เขาไม่ห็นกรรมที่แม่ชีพูด

    ก็ต้องตำหนิ เป็นธรรมดา ... อย่าท้อครับ ทำความดีต่อไปครับ

     
  4. งูขาว

    งูขาว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2008
    โพสต์:
    948
    ค่าพลัง:
    +1,821
    พิจารณา มหาพิจารณา

    ในแต่ละเดือนแม่ชีท่านรับธุระดูแลพระวิปัสนาจารในแต่ละชั้นปีรวมหลายชั้นปี โครงการนี้ ก็ดำเนินมา หลายต่อหลายปี(5-6ปี) ท่านเป็นผู้นำญาติโยมที่มีจิตศรัทธามาทำอาหารเลี้ยงพระ เป็นพันๆรูปในแต่ละเดือน ออกโรงทานครั้งนึงเป็น ปรุงอาหารเป็นสิบๆตัน แจกจ่ายไม่เลือกชนชั้นวรรณะและยังได้รับมอบหมายงานต่างๆทางด้านพระพุทธศาสนาเกือบตลอดทั้งปี เผยแพร่ธรรมมะออกไปทั่วโลก แล้วแม่ชีท่านได้อะไร เงินเดือนสักบาทก็ไม่มี ทำให้แต่คนอื่น ทำให้เพื่อแผ่นดิน ทำให้เพื่อคนในชาติ ต่างชาติใครเดือดร้อนมาเมตตาช่วยเหลือหมดไม่มีลำเอียง เงินขายหนังสือก้นำมาช่วยพระศาสนาหมด อุปถัมถ์พระศาสนา12โครงการใหญ่ๆ แม่ชีท่าน อุทิศตนเพื่อชาติ เพื่อพระศาสนา เพื่อพระมหากษัตริย์ มานานขนาดนี้ ไม่มีเงินเดือนสักกะบาท ยังต้องบิณฑบาตรขอข้าวโยมทาน เพราะท่านไม่เอาอะไร ไม่เคยมาเรียกร้องอะไร มีแต่ให้แล้วพวกเราลองหันกลับมามองดูตัวเราว่า ดีพอแล้วหรือยัง งูขาวเองยังทำไม่ได้เท่าท่านเลย
     
  5. ต้า จง ฉือ

    ต้า จง ฉือ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กันยายน 2008
    โพสต์:
    41
    ค่าพลัง:
    +160
    จริงครับ สิ่งที่เเม่ชีทำประโยชน์เเก่พระพุทธศาสนามากมาย
    คลิปอีกมากมายที่เป็นด้านบวก สอนเรื่องกรรมของการทำเเท้ง การลักขโมย การนำสวดมนต์ ทำไมสื่อไม่นำเสนอบ้างละครับ




    นี่ละครับ การวิจารณ์ ที่สักเเต่ว่าเอามัน ไม่คิดว่าผิดหรือถูก โดยที่ยังไม่รู้อะไร ไม่รู้เจตนาของเเม่ชี ไม่รู้จักคนนั้นดีพอ ...คราวนี้ก็รอดูผลของการกระทำของเเต่ละคนที่วิจารณ์หยาบคายนะครับ ในไม่ช้าก็เร็ว

    กาลามสูตร ยังใช้ได้อยู่นะครับ ชาวพุทธในปัจจุบัน
     
  6. pantham phuakph

    pantham phuakph เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    186
    ค่าพลัง:
    +444
    เป็นกำลังใจให้แม่ชีครับ แม่ชีไม่เคยบังคับใครให้ทำในสิ่งที่ไม่เต็มใจ

    เรื่องกรรมเป็นเรื่องอจินไตย คนที่ไม่มีญาณทัสสนะไม่อาจเข้าใจได้

    อีกอย่าง ผู้ที่ไปข้อความช่วยเหลือจากแม่ชี ไม่เห็นมีใครมากล่าวทุกข์ร้องโทษสักคน
     
  7. nukkienook

    nukkienook Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มกราคม 2009
    โพสต์:
    53
    ค่าพลัง:
    +76
    บุคคลที่มาตรวจสอบผู้อื่น ศีล 5 ถือครบรึยังครับ.........
    พิจารณาตัวเองก่อน จะพิจารณาผู้อื่น.......
    ดูใจตัวเองก่อน จะ ดูใจผู้อื่น..........
     
  8. bork

    bork Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    33
    ค่าพลัง:
    +37
    ระวังนะคับ ไปปรามาศอริยบุคคลเข้าละก็ ไม่คุ้ม สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เราคิดก็ได้ คนไทยนิสัยชอบตัดสินใจแทนคนอื่น ทั้งที่ตนยังไม่อะไรดีสักอย่าง ไงก็คิดนิสนึงก็ดีนะคับ เป็นห่วงพลาดไปแล้วละก็แก้ไขกันไม่ไหว
     
  9. bork

    bork Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    33
    ค่าพลัง:
    +37
    เป็นกำลังใจให้ท่านแม่ชี อีกคนนะคับ ทำดีขนาดนี้ ผมก็ติดตามเรื่องราวของท่านตลอด ยังเคยไปทำบุญกับท่านเลย
     
  10. sedkamol

    sedkamol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 เมษายน 2009
    โพสต์:
    607
    ค่าพลัง:
    +691
    เชิญกันตามสบายครับ ทำผิดแล้วบอกว่าทำถูก ประเทศชาติจึงเป็นอย่างนี้กฏหมายบ้านเมืองก็ต้องเคารพ เป็นผู้ทรงศิล ก็มีศิลที่ต้องปฏิบัติตาม แค่สิลข้อ 4 ก้อทำไม่ได้แล้วครับ
    พูดออกมาได้ไง ให้เด็ก เอา 2 ที แล้วหมดกรรม 5555
     
  11. บัวรองพุทธบาท

    บัวรองพุทธบาท เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    194
    ค่าพลัง:
    +745
    กรรมของเขาเหล่านั้นแล้วครับ ปล่อยวางจริงๆ
    ขอเป็นกำลังใจให้แม่ชีท่านครับ

    ปล.การคิดในสิ่งไม่ควรกับผู้ทรงคุณวิเศษในพระศาสนา บัณฑิตทั้งหลายรู้ดีว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ธรรมแท้ตรงๆ กลับไม่ชอบ บอกว่าไม่ดี แต่อะไรที่ฟังแล้วหวานหูก็จริงอยู่ที่ดูดี แต่เหมือนมียาพิษแฝงอยู่

    เรื่องกฏของกรรมละเอียดมาก อยากให้ท่านทั้งหลายพึงระวัง พลาดพลั้งไม่ทันขอขมาก็คิดเอาเอง

    เฮ้ออออ เสียวแทนคนเหล่านั้นจริงๆ
     
  12. ไม่เน้นขาย

    ไม่เน้นขาย Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    310
    ค่าพลัง:
    +59
    ทำใจเป็นกลางสิครับ ใจเย็นๆ
     
  13. jamon

    jamon Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +30
    ดูจากโทรทัศน์ รัฐมนตรีไม่ฟังอะไรเลย ไม่ศึกษาข้อมูลมาก่อน คือตั้งธงจะไปจัดการแม่ชีอย่างเดียวไม่ฟังเหตุผล
     
  14. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
    แม่ชีทศพร มีส่วนแห่งความดีต่อพระพุทธศาสนามาก เป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยเฉพาะชักนำให้คนเพิ่งเริ่มต้นเป็นอันมากได้รู้จักและเห็นความสำคัญและรู้รสพระธรรมได้อย่างรวดเร็วเห็นผลเป็นอัศจรรย์ครับ ถ้าใครบิดเบือนทำลายได้จะเป็นการลดทอนกำลังการเผยแผ่พระธรรมลงได้ส่วนหนึ่ง ผิดพลาดพลั้งไปขออภัยขมาด้วยครับ

    พระพุทธองค์และเหล่าพระสาวกผู้ใหญ่เคยแสดงรูปในลักษณะพระมหาจักรพรรดิ์และเหล่าเสนามาตย์ เพื่อประโยชน์ทรมานท้าวขมพูบดีผู้เชี่ยวชาญไม่เคยทราบหรือครับ

    องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเคยแสดงรูปหญิงงามให้บุคคลได้เห็นและเข้าใจธรรมมาก่อน กระทรวงวัฒนธรรม ผู้เชี่ยวชาญพระพุทธศาสนาไม่เคยทราบหรือครับ

    ในสมัยพุทธกาล เคยมีการให้นำศพร่างหญิงงามมาเปลือยกายให้สาธารณดู จนเน่าเปื่อย ไม่เคยทราบหรือครับ

    ถ้าสมัยปัจจุบันมีพระนำหมาเน่าไปผูกคอบุคคลขัดขวางงานพระพุทธศาสนา แล้วในที่สุดเขากลับใจมาศรัทธาพระพุทธศาสนา พระรูปนั้นจะถูกเรียกไปตำหนิห้ามทำไหมครับ ฯลฯ

    ถ้าสืบค้นดูในพระไตรปิฎกและคัมภึร์โบราณต่างๆ ก็อาจจะมีตัวอย่างการแสดงธรรมในภาวะพิเศษที่อาจจะให้เกิดปัญญาและการทรมานอย่างรวดเร็วจำนวนมากได้ครับ

    ผู้ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลพระพุทธศาสนา ควรจะมีความรู้ทางคำสอนของพระพุทธศาสนาให้ดีกว่านี้ ในการปกป้องพระพุทธศานา ปกป้องให้กำลังใจและแนะนำผู้ที่ชักนำให้คนจำนวนมากมีศรัทธานับถือพระพุทธศาสนาอย่างรอบคอบครับ

    ท่านเคยเห็นเคยฟังคำเทศน์ของพระสงฆ์ครูบาอาจารย์ชั้นสูง ใช้วาจาอบรมลูกศิษย์ไหมครับ

    สำหรับผมสามัญสำนึกของท่าน การศึกษาทางธรรมะของท่านไม่เข้าใจธรรมะที่ลึกซึ้งท่านสอบตกในการปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา แม้เจตนาท่านอาจจะดีก็ตาม(โปรดกรุณาดูคลิปที่ท่านรมว.สนทนากับคุณแม่ชีครับ)

    ผมใคร่ขอให้ท่านปกป้องคุ้มครองบุคคลที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาจำนวนมากทั้งในระดับชาวบ้านตาสีตาสารวมจนถึงบุคคลที่เผยแผ่ในระดับชั้นสูงอย่างรอบคอบด้วยครับ

    ผิดพลาดพลั้งไปขออภัยขมาด้วยครับ
     
  15. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
    ท้าวขมพูบดี แก้เป็น ท้าวชมภูบดี ขออภัยด้วยครับ


    อริโยปวาอันตราย -อันตรายเกิดจากการจ้วงจาบผู้มีบุญคุณ ผู้ทรงศีล ทรงธรรม

    http://palungjit.org/threads/อันตรายจากการว่าพ่อแม่-และจ้วงจาบผู้มีบุญคุณ-ผู้ทรงศีล-ทรงธรรม.280793/

    เช่นพระสงฆ์องค์เจ้า เป็นต้น แล้วก็จ้วงจาบกับครูบาอาจารย์ที่สอนหนังสือ เป็นอันตรายในปัจจุบันนี้

    จ้วงจาบกับคุณพ่อคุณแม่ เป็นอันตรายในปัจจุบันนี้แน่นอน

    ยกตัวอย่างให้เห็น มาเล่นกองไฟกินเหล้าเมายากัน นี่ปริญญาครุศาสตร์ เกิดต่อยปากครู ลงไปชกปากครูเลย

    ดูซิ อย่างนี้จะมีอริโยปวาอันตรายเกิดขึ้นไหม -ครูก็ใจดี ครูก็เป็นมหาเปรียญ 6 ประโยค ตอนบวชเณร

    แล้วก็ไปเรียนวิชาความรู้ วิชาครูแล้วมาบรรจุที่วิทยาลัยเทพสตรีนั้น เดี๋ยวนี้ปลดเกษียณไปแล้ว

    "ผมไม่โกรธเขาแล้วครับ เขาต่อยปากผมไม่เป็นไร เขาเมา"

    เราก็เรียกเด็กมาบอก "หนูเป็นบาปไปแล้ว นี่อริโยปวาอันตราย เธอไปขออโหสิกรรมกับครูเสีย"

    ไม่ยอมไปขอ เปลี่ยนพฤติกรรมไปทางเมา เมาแล้วก็เปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนแปลงชีวิต กลายเป็นคนเหลวไหล

    นี่มันเปลี่ยนพฤติกรรมได้ เพราะหลักกรรมอันนี้ออกมานี่ชัดเจนมาก ขอเจริญพรนะ อยู่มาไม่ถึง 7 วัน

    ขับมอเตอร์ไซค์ที่ท่าวัง ถูกรถสิบล้อขยี้เลย มอเตอร์ไซต์พังหมด หัวเละ ตายคาที่เลย นี่แหละ

    อริโยปวาอันตราย อันตรายเกิดจากที่จ้วงจาบผู้มีบุญคุณ
     
  16. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
    ขอเป็นกำลังใจของประชาชนที่รักพระพุทธศาสนาประจำชาติไทยให้ท่านปกป้องพระพุทธศาสนาด้วยความรอบคอบดีงามยิ่งขึ้นไปครับ

    ผิดพลาดพลั้งไปขออภัยขมาด้วยครับ
     
  17. คาถา1661

    คาถา1661 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2011
    โพสต์:
    8
    ค่าพลัง:
    +0
    ด้วยใจที่เป็นธรรม (ขอยืมเขามา อ่านแล้วดี)

    ก่อนพูดถึงผลกรรม เราลองมาดูก่อนว่าถ้าเราใส่ร้ายคนอื่นแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับคนถูกใส่ร้ายบ้าง
    ในโลกที่เต็มไปด้วยการเร่งรีบ ไม่มีใครอยากให้เวลาเอาใจใส่รายละเอียดของเรื่องรอบตัว ทุกคนจะยินดีรับรู้เฉพาะภาพใหญ่ภาพรวม อย่างข่าวหนังสือพิมพ์นั้น คนอ่านมักอ่านแค่หัวข้อข่าว ไม่ค่อยอ่านรายละเอียด ดังนั้นพาดหัวข่าวไว้อย่างไร คนก็รับรู้แค่นั้น เช่นถ้ามีคำว่านายจุดจุดโกงเงิน คนจะจำเอาไปพูดกันว่านายจุดจุดขี้โกง น้อยคนจะเข้าไปอ่านรายละเอียดว่านายจุดจุดเพิ่งโดนข้อหา และเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งเท่านั้น ยังมีผู้ต้องสงสัยรายอื่นๆอยู่ด้วย แต่เผอิญนายจุดจุดเป็นคนดัง จึงได้รับเกียรติพาดหัวข่าวเป็นการดึงดูดความสนใจจากประชาชน
    พอนายจุดจุดโดนสังคมพิพากษาแล้วว่าเป็นคนขี้โกง ทั้งรูป ทั้งชื่อแซ่ ทั้งตำแหน่งการงานถูกตีพิมพ์หรา ก็เป็นอันว่าจบเห่กัน ชีวิตป่นปี้หมด เห็นชัดเป็นลำดับๆไปทีเดียว
    อันดับแรก สมมุติว่านายจุดจุดรู้แก่ใจว่าเขาไม่ได้โกง ไม่ได้เป็นคนทำ และไม่ได้เป็นตัวการเบื้องหลัง แต่ซวยสุดขีดที่หลักฐานเบื้องต้นชี้มาทางเขา จะพลอยร่างพลอยแห หรือเกิดขึ้นจากฝีมือของคนหาแพะก็ตาม นายจุดจุดจะต้องลิ้มรสความขมขื่นที่ไม่มีใครเข้าใจ คนเราไม่ได้โกง แต่ถูกตราหน้าว่าโกงจากคนทั้งแผ่นดิน ส่วนใหญ่โดนเข้าอย่างนี้เกือบร้อยทั้งร้อยจะอยากฆ่าตัวตาย หดหู่ ซึมเศร้า ทรมานใจจนนอนไม่หลับ หรือหลับแล้วฝันร้ายติดๆกันไม่เว้นแต่ละคืน
    อันดับต่อมา งานปัจจุบันคงเสียไปแน่ๆ เพราะไม่มีบริษัทไหนสังกัดใดอยากยืดอกรับประกันว่านายจุดจุดเป็นส่วนหนึ่งที่น่าภูมิใจของตน อย่างไรก็ต้องประกาศปลดกลางอากาศไว้ก่อน เพื่อเรียกความมั่นใจจากลูกค้ากลับมา นายจุดจุดกลายเป็นคนตกงาน ขาดรายได้กะทันหัน และคงจะยังหางานใหม่ไม่ได้ไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าสังคมจะลืมข่าว
    อันดับสุดท้าย พ่อแม่พี่น้องของนายจุดจุดจะต้องเสียใจ เสียชื่อตระกูล และพากันเสียความเชื่อถือนายจุดจุดอย่างรุนแรง เพื่อนสนิทมิตรสหายก็จะต้องมองนายจุดจุดแปลกๆ ไม่อยากคบหาสมาคมด้วย ถึงมีน้ำใจอยากปลอบประโลม ก็ต้องชักขาไว้ข้างหนึ่ง ไม่อยากเสี่ยงกระโดดมายืนประกบข้างนายจุดจุดสนิทนัก
    อันนี้เป็นภาพขยายใหญ่สุดที่เป็นไปได้ในปัจจุบัน กล่าวคือถ้ามีการใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงทางหนังสือพิมพ์ จะด้วยประสงค์ร้ายเป็นส่วนตัว หรือด้วยการทึกทักเอามันไว้ก่อน หรือด้วยประสงค์หาแพะมารับบาป คนจะรับรู้กันทั่วประเทศ และอาจเกิดเสียงพึมพำด่าทอไปทั่วทุกย่านร้านตลาด
    สรุปคือการใส่ร้ายนั้น ทำให้ผู้ถูกใส่ร้ายเกิดความเดือดเนื้อร้อนใจ ส่วนจะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้นของเรื่องราว และขึ้นอยู่กับชนิดของสื่อที่ขยายผลให้เกิดการรับรู้กว้างไกลเพียงใด ยิ่งเรื่องเข้มข้น ยิ่งการรับรู้กว้างไกล ก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น
    คราวนี้สมมุติว่าเดือนต่อมา คนเริ่มซาๆเสียงด่านายจุดจุดกันแล้ว ลืมๆนายจุดจุดกันแล้ว ก็เกิดจับตัวการใหญ่ขึ้นมาได้ และไม่เกี่ยวอะไรกับนายจุดจุดเลย แม้เป็นข่าวขึ้นมาอีก ก็จะมีอาสาสมัครน้อยคนนำไปบอกต่อเพื่อให้เกิดการพึมพำทั่วทุกหัวระแหง พูดง่ายๆว่าตอนคนจะเหม็นนั้นเต็มใจร่วมด้วยช่วยกันกระพือให้กลิ่นฟุ้งออกไปทั่วๆ แต่ตอนคนจะหอมหรือสะอาดดังเดิม อย่างมากแค่อุบอิบมุบมิบหรือไม่พูดเลยสักแอะ นี่แหละความจริงประจำโลก
    และนั่นก็แปลว่านายจุดจุดในความทรงจำของคนส่วนใหญ่ จะยังคงเป็นตัวโกงชั่วนิรันดร์ เพราะข่าวความสะอาดนั้นไม่ค่อยเด่นสะดุดตา คนมองไม่ค่อยเห็น ต่อให้ได้อ่านข่าวว่านายจุดจุดพ้นมลทิน กระนั้นภาพตัวโกงของนายจุดจุดก็จะยังปรากฏรางๆอยู่ในความทรงจำของผู้คนต่อไปอยู่ดี อย่างน้อยก็ต้องระแวงแคลงใจว่าใช้วิธียัดเงินใต้โต๊ะให้พ้นมลทินหรือเปล่า มีใบสั่งจากผู้ใหญ่ของบ้านเมืองช่วยเหลือหรือเปล่า
    สรุปคือคนถูกใส่ร้ายนั้น จะมีภาพเปื้อนมลทินที่ตามแก้ยากมาก คนไม่รู้จักกันพอฟังว่านายจุดจุดเลวปุ๊บ ความรู้สึกว่านายจุดจุดเลวจะประทับแน่นลงในใจทันที กว่าจะลบภาพร้ายได้ต้องใช้กำลังมากกว่าผู้ให้ข่าวหลายเท่า เช่นอาจต้องอาศัยคนอื่นอีก ๓ ถึง ๑๐ รายมาช่วยกันยืนยันว่านายจุดจุดเป็นคนดี ภาพนายจุดจุดเป็นคนเลวจึงจะหายไปจากใจคนรับข่าวได้สนิท
    คราวนี้มาพูดถึงผลกรรมของพวกชอบใส่ร้าย คุณคงคิดว่าทำคนอื่นให้ทุกข์อย่างไร คลื่นความทุกข์แบบนั้นๆก็คงย้อนกลับมาหาตัว ก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่ความจริงไม่ใช่แค่นั้นครับ ขอแจกแจงเป็นข้อๆถึงผลที่อาจเป็นไปได้ดังนี้
    ๑) หากคนถูกใส่ร้ายเป็นผู้ทรงศีล เป็นผู้มีพลังแห่งศีลสัตย์คุ้มตัว ผลคือจะทำให้ผู้ใส่ร้ายโดนใส่ร้ายคูณสองคูณสิบ หรืออาจคูณร้อยคูณพันเข้าไปจากที่ทำ และในเวลาอันรวดเร็วทันตาด้วย เนื่องจากการใส่ร้ายโดยมากมักอาศัยใจที่หลงผิดหนักแน่น ประกอบด้วยโทสะรุนแรง พอเจอภาคขยายอย่างใหญ่เข้าด้วยอย่างนี้ เลยไม่ค่อยจะต้องรอดูผลกันในชาติหน้าไกลตัวกัน
    ๒) เป็นผู้มีปากเหม็น หรือกลิ่นตัวเหม็น หรือโทษสถานเบาที่สุดคือเวลาพูดจาจะดูน่ารังเกียจ เพราะความร้ายกาจจะแพลมออกมาทางสีหน้าและแววตา แม้บุญเก่าส่งให้มีปากหอม กลิ่นกายหอม และกิริยาท่าทางน่ารักน่าใคร่ แต่หากเพาะนิสัยใหม่ ชอบใส่ร้ายคนอื่นอย่างต่อเนื่องเป็นแรมปี คุณสมบัติด้านดีเดิมๆก็จะพลิกเปลี่ยนไปเป็นตรงข้ามได้อย่างน่าทึ่ง
    ๓) เป็นผู้มีวาจาขาดน้ำหนัก คือต่อให้มีอำนาจล้นฟ้าปานใด หากติดนิสัยชอบใส่ไคล้แล้ว คนทั่วไปฟังเขาพูดแล้วจะรู้สึกเลยว่าไม่อยากเชื่อถือ แม้พูดเรื่องธรรมดาอย่างที่สุด ก็คล้ายขาดอะไรที่ทำให้อยากปลงใจยอมรับ
    ๔) เบื้องหน้าหลังตายจากความเป็นมนุษย์ หากกรรมที่ชอบใส่ร้ายชาวบ้านมีน้ำหนักล้ำหน้ากรรมอื่นๆ ก็จะไปเสวยอัตภาพอันน่ารังเกียจ และตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเสียดแทง เร่าร้อนทรมาน เพราะจิตที่คิดประทุษร้ายด้วยการใส่ไคล้นั้น มีลักษณะเสียดแทง ต้องการให้ผู้ถูกใส่ไคล้เดือดร้อนในทางใดทางหนึ่ง นี่คือกฎธรรมดา จิตมีกิริยาในการก่อเหตุอย่างไร ก็เท่ากับเข้าไปยึดภพแห่งความเป็นเช่นนั้น ภพที่ต้องรับผลทำนองนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ
    ขอให้ทราบว่า ๔ ข้อข้างต้นนี้เป็นเพียงผลที่ว่ากันตามหลักการ ส่วนของจริงจะได้รับโทษานุโทษมากหรือน้อยกว่านี้ ก็ต้องดูรายละเอียดปลีกย่อยในแต่ละราย เช่นประพฤติด้วยความละอายหรือไม่ละอาย ประพฤติเป็นอาจิณหรือถูกสถานการณ์บังคับเป็นคราวๆ ประพฤติด้วยความอาฆาตพยาบาทหรือด้วยความเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า ฯลฯ
    อย่างเช่นถ้าใครใส่ร้ายผู้ทรงศีลโดยปราศจากความละอายอยู่เรื่อยๆเพราะความมีใจริษยา ผลก็อาจสนองคืนอย่างรวดเร็วและดูรุนแรงเกินเหตุ คือไม่ใช่แค่ถูกคนอื่นใส่ร้ายคืน แต่อาจลุกลามไปถึงขั้นเกิดความวิบัติแก่ชีวิตหลายๆประการ อย่างสมัยพุทธกาลก็มีมาแล้ว ตัวอย่างคนใส่ร้ายพระพุทธเจ้าโดนพิบัติภัยทางธรรมชาติลงโทษถึงขั้นสิ้นชีพกะทันหัน
    เศษของกรรมที่ใส่ร้ายคนอื่นจนติดเป็นนิสัยนั้น ถ้ากลับมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลรูปชีวิตที่ไม่ดี ไม่น่าพอใจ กล่าวคือมีอายุสั้น มีผิวพรรณทราม ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องไม่เป็นสุข และเป็นผู้มีกำลังน้อย
    พอทราบว่าหนึ่งในผลของกรรมคือจะต้องเป็นผู้ถูกใส่ร้ายคืนบ้าง รู้อย่างนี้แล้วลองมองย้อนกลับไปหานายจุดจุด ก็ต้องสรุปว่านายจุดจุดคงเคยเล่นคนอื่นไว้ก่อนนั่นเอง หาใช่ความบังเอิญที่ใครจะถูกใส่ร้ายให้ได้รับความเดือดร้อนเอาดื้อๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นข่าวใหญ่โตขนาดอับอายขายหน้าประชาชีไปทั่วบ้านทั่วเมือง นายจุดจุดต้องเคยทำคนอื่นเดือดร้อนสาหัสไว้เช่นกัน แต่ปัจจุบันยังไม่มีเครื่องฉายภาพย้อนอดีตชาติ นายจุดจุดจึงดูเหมือนเป็นผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียว น่าเห็นใจอย่างเดียว
    มีคนโดนใส่ร้ายกันทั้งบ้านทั้งเมือง บางคนโดนประจำ มีความสม่ำเสมอราวกับเจอดอกเบี้ยพิเศษ อันนี้ก็สะท้อนความจริงอย่างหนึ่งครับ คือแทบทุกคนอยู่ในวงจรแห่งการใส่ไคล้ ว่าร้าย เอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น จะโดยเผลอตัว จะโดยตามกระแสชักจูง หรือจะโดยเจตนาหนักแน่นของตนเองก็ตามที ทำอยู่เรื่อยๆก็โดนกันอยู่เรื่อย ซัดกันไปซัดกันมาในหมู่มนุษย์นี้แหละ
    คำติฉินนินทาและการพูดให้ร้ายนั้น เข้าหูคนฟังได้ง่ายกว่าเรื่องดีๆ แล้วก็มีความมันในอารมณ์ มีอารมณ์ร่วมที่จะสนุกกับการจามกันด้วยขวานในปาก จึงมีแนวโน้มจะติดใจทำบ่อยๆ พอทำอะไรบ่อยก็กลายเป็นการติดนิสัย ฉะนั้นอย่าเริ่มต้นเลยเป็นดีที่สุด เพราะเมื่อเริ่มแล้วคุณจะไม่มีวันคาดการณ์ได้ว่ามันจะพัฒนาบานปลายไปถึงไหน ของพรรค์นี้เข้าง่ายออกยาก ถอนตัวลำบากครับ
    มูลรากของการใส่ร้ายมาจากอคติ อคติมีบ่อเกิดมาจากความเกลียดชังและความริษยา ฉะนั้นในเบื้องต้นสำหรับคนต้องการถอนตัวจากวงจรใส่ร้าย ก็ควรกำหนดความตั้งใจไว้ตายตัว ว่าแม้จะเกลียดชังหรือริษยาใครอย่างห้ามใจด่าทอไม่ได้ ก็ต้องไม่เผลอพูดถึงเขาคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงที่คุณรู้ คือถ้าอดไม่ได้ที่จะด่าทอหรือนินทา ก็ต้องยืนพื้นอยู่บนข้อมูลที่แน่ใจว่าถูกต้อง ปราศจากการใส่สีตีไข่เสมอ
    เมื่อฝึกตนพูดถึงใครๆตามจริงโดยไม่บิดเบือนข้อมูลได้สำเร็จ ก็จะสามารถเห็นโทษของจิตใจประทุษร้ายแม้ด้วยทางวาจา ว่าให้ผลเป็นความทุกข์ ความอึดอัด ความคับข้องแก่ตนเอง จิตคุณจะอยากขยับขึ้นมาอีกขั้น คือไม่พูดว่าร้ายใครเลย เพื่อความปลอดโปร่งจากภัยเวรอย่างสิ้นเชิง หากต้องตำหนิใครก็จะอยู่ในกรอบของระบบหน้าที่การงาน ตำหนิด้วยใจเป็นกลาง หวังประโยชน์ส่วนรวม และเป็นไทจากอคติทั้งปวงครับ
     
  18. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
    สาธุครับ ขออนุญาตนำไปแบ่งปันครับ
     
  19. wara99

    wara99 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    381
    ค่าพลัง:
    +893
    คลิปนี้ ไม่ใช่เพิ่งพูด พูดมาร่วม ๓ ปีแล้ว

    สงสัยว่าทำไม่เพิ่งมาโวยวาย

    ก็น่าจะตรวจสอบ สื่อด้วย จะได้รู้อะไรดีดี เยอะ
     
  20. กรึงไกร

    กรึงไกร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    177
    ค่าพลัง:
    +294
    ผมก๊อปมาให้อ่าน อ่านแล้วโดน

    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0><TBODY><TR><TD class=t_msgfont id=postmessage_147099>มีคนเขียนคอมเม้นทเกี่ยวกับเเม่ชี ที่โดนมากๆๆๆๆๆ copy มาให้อ่นกัน

    แม่คนหนึ่ง มีทุกข์เรื่องลูก ก็มาหาแม่ชีที่วัด บอกแม่ว่าลูกเป็นอะไรไม่รู้

    ไม่ยอมออกมาจากห้องเลย จะกินจะนอนต้องอยู่ในห้องตลอด7ปี ตั้งแต่อายุ14

    ปี จนถึงปัจจุบัน21ปีแล้ว ไม่ได้ไปโรงเรียนเลย แม่ต้องส่งข้าวส่งน้ำให้ และ

    ไม่ได้คุยกับใครเลย

    แม่ชีทศพรจึงใช้จุตูปปาตญาณ ตรวจดูบุพกรรมของลูกชายคนนี้ ที่แม่เห็นคือ

    ในอดีต ชายคนนี้ถูกศาลพิพากษาจำคุก แต่อยู่ในเรือนจำไม่ครบตามคำสั่ง

    ศาล ขาดไปอีก7ปีที่จะต้องอยู่ในคุก นี่คือเหตุ ผลคือเมื่อปัจจุบัน ถึงคราว

    บุพกรรมส่งผล ทำให้สัญญาในอดีตตามมา ต้องอยู่ในห้องเสมือนอยู่คุก เพื่อ

    ชดใช้กรรมที่ยังติดค้าง


    แต่ปัจจุบันก็ถึงเวลาที่ชายคนนี้หมดกรรมแล้ว คือกรรมได้ส่งผลจนหมดแล้ว

    แม่ชีจึงแนะนำให้แม่ของเขา นำแม่กุญแจไปคล้องล็อคห้องของลูกชายเธอ

    แล้วเดินออกมา แล้วกลับเข้าไปไขแม่กุญแจออกพร้อมพูดว่า "เอา...ออกมา

    ได้แล้ว"


    ผลที่ปรากฎเป็นประจักษ์พยานคือ ทันทีที่สิ้นเสียงแม่ ลูกชายเธอก็เปิดประตู

    ห้องออกมาทันที ทั้งพ่อทั้งแม่ก็ตะลึง เมื่อถามลูกชายดู ลูกก็บอกว่า "ก็อยาก

    ออกมาแล้ว"ภายหลังเธอได้นำลูกชายคนนี้มากราบแม่ที่วัด และแม่ก็ได้แสดง

    ธรรมไว้ดังกล่าว


    คำถาม

    สิ่งที่แม่ชีแนะนำไป มีในพระไตรปิฎกหรือไม่?

    คำตอบ

    ไม่มี ที่เขียนไว้ตรงๆ แต่มีโดยอ้อมเพราะยุคสมัยต่างกัน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้

    ชั่ว ทำผิดแล้วต้องรับโทษ ก็ต้องรับโทษอยู่วันยังค่ำ เพราะกฎแห่งกรรมไม่

    เคยยกเว้นใคร


    สิ่งที่ตามมาคือ หลายสิ่งหลายอย่างที่พระสุปฎิปันโน พระผู้ทรงคุณธรรม

    คุณวิเศษหลายรูปทำ ก็ไม่มีในพระไตรปิฎกเช่นกัน เช่น การปลุกเสกพระ

    เครื่องซึ่งในสมัยนั้นไม่มีแน่ เรื่องติดหนี้สงฆ์ก็ไม่มีในพระไตรปิฎก เรื่องอานิสงค์

    พิมพ์หนังสือธรรมะเพราะในสมัยนั้นไม่มีการเขียนธรรมะ ...

    บางคนเจออุบัติเหตุที่ใครๆก็ว่าต้องตายแน่ๆ แต่กลับรอดเพราะห้อย

    พระสมเด็จ หรือมีตระกรุดเป็นต้น อย่างนี้จะอธิบายตามพระไตรปิฎกแบบตรงๆ

    ว่าอย่างไร


    แม่ชีไม่ได้พูดเรื่องใต้สะดือตลอดเวลาน่ะ แล้วแต่ Case ปัญหามันมีเหตุเรื่อง

    อะไรท่านก็จะพูดเรื่องนั้น เรื่องการปฎิบัติ เรื่องเงินทองการค้าขาย เรื่อง

    สุขภาพ...


    และที่สำคัญ ดูเหมือนว่า คำว่า "แก้กรรม" จะมีปัญหา แม่เคยแสดงธรรมแก้

    ปัญหาไว้ คนที่มีปัญหาที่ดินก็ซื้อที่ดินถวายวัด มีปัญหากับสงฆ์ก็ถวาย

    สังฆทาน มีปัญหาสุขภาพก็ไปปล่อยนกปลา มีปัญหาที่เกิดจาก "ตัณหา

    ราคะ" ก็แก้ที่ "ตัณหาราคะ" หาวิธีทำให้กรรนนั้นหยุดส่งผล คือให้เป็น

    อโหสิกรรมไป


    บางคนนำลีลาการแสดงธรรมของท่านไปเปรียบกับแม่ชีท่านอื่น เช่นแม่ชี

    ศันสนีย์ ผมถามหน่อยเถอะว่า หากสามีโดนคุณไสยหนีตามเมียน้อยไป แล้ว

    คุณไปหาแม่ชีศันสณีย์ ท่านจะทำอย่างไร ผมคิดว่าท่านคงปลอบใจและแสดง

    ธรรมให้ปลง แต่ถ้าไปหาแม่ชีทศพร ท่านจะหาวิธีทำให้สามีกลับมาให้ได้(นี่

    ในกรณีที่โดนของน่ะ) เข้าใจไหมว่า คนที่ปฎิบัติได้ "ปฏิสัมภิทาญาณ" กับ

    "อภิญญา" ต่างกัน


    ท้ายที่สุด หากแม่ชีทศพร เทวาพิทักษ์ธรรม เป็นศิษย์มีครูบาอาจารย์ มีสาย

    การปฎิบัติที่ชัดเจน มิใช่จู่ๆก็มาดัง และที่สำคัญไม่ได้เรียกร้องเงินทองจากผู้ที่

    ไปพึ่งบารมี มีแต่แนะนำ สั่งสอน ให้เจริญในธรรม แสดงธรรมจนคอไม่มี

    เสียงต้องเข้าโรงพยาบาล

    และหาก กระทำการผิดศีล ผิดธรรมจริง

    ท่านคงเสื่อมจากฌาน จากฤทธิ์ ที่ท่านมีอย่างแน่นอน



    เจริญในธรรมครับ




    ผมมีสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากศิษยานุศิษย์ของแม่ไว้ คือ ขอให้ช่วยกันซื้อหนังสือของแม่ ซื้อหลายๆเล่มไว้แจกจ่ายเป็นธรรมทาน ตามร้านซีเอ็ด ให้ยอดขายถล่มทลายเลยน่ะครับ ให้กำลังใจแม่ครับ</TD></TR></TBODY></TABLE>
     

แชร์หน้านี้

Loading...