มหาบารมีหลวงปู่ดู่ช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่งและพระเหนือพรหมของท่าน

ในห้อง 'หลวงปู่ดู่ และ หลวงตาม้า' ตั้งกระทู้โดย leo_tn, 10 ตุลาคม 2007.

  1. leo_tn

    leo_tn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    613
    ค่าพลัง:
    +13,374
    [​IMG]

    [​IMG] เขาเล่าให้ฟังว่าเขาแต่งงานอยู่กินกับภรรยามา ๑๒ ปีไม่มีบุตร
    เลยคิดว่าชาตินี้คงไม่มีลูกไว้ดูแลยามแก่เฒ่าจึงหมดหวัง
    และวันหนึ่งภรรยาได้ไปหาหมอเพราะระยะหลังเธอเมารถ
    หมอบอกว่าเธอตั้งครรภ์ได้ ๔ เดือน
    ผมดีใจมากภรรยาผมแพ้ท้องมากกว่าคนอื่น
    ในที่สุดก็คลอดลูกเป็นผู้ชายโดยเธอต้องแบกท้องอยูสิบเดือนกว่า
    ผมรับลูกชายและภรรยากลับมาอยู่บ้าน...

    ในวันหนึ่งก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วพูดขึ้นว่าดูหมอไหมครับนาย
    ผมรีบตอบทันทีว่าไม่ดูครับลุง
    แต่ไหนๆก็มาแล้วกินน้ำให้หายเหนื่อยก่อน
    ผมถามลุงมาจากไหน
    ชายผู้นั้นบอกว่าเขาเป็นคนจรหมอนหมิ่นค่ำไหนนอนนั่น
    ผมนึกสงสารจึงดูหมอกับแกเลยหันไปถามภรรยาว่าดูอะไรดี
    ภรรยาว่าดูดวงลูกเราสิ
    แกบวกเลขอยู่พักใหญ่แล้วพูดด้วยเสียงที่หนักแน่นว่า
    ลูกของนายคงอยู่กับนายได้ไม่นาน
    ไม่ถึง ๒ ฝนจะต้องตกน้ำเป็นตายร้ายดียังบอกไม่ได้
    แต่ถ้ารอดไปได้
    ฝนที่ ๕ จะต้องถูกสัตว์ร้ายด้วยเขี้ยวงา
    ตายหรือเป็นฟ้าดินกำหนดแต่ถ้ายังไม่วายชีวา
    ฝน ๗ จะต้องอาวุธร้ายเป็นตายกำหนดยาก
    ถ้ารอดไปได้ถึง ฝน ๙ เทวดาก็ช่วยยาก

    [​IMG] ชายชราพูดต่อว่าที่ผมบอกนายเป็นแต่ตอนร้ายหน่อย
    แต่ยังมีอีกมากถ้าบอกไปกลัวนายจะใจเสียผมจึงไม่กล้าบอกนายครับ
    ผมพูดขึ้นอย่างไม่พอใจลุงเอาอะไรมาพูดตำราของลุงเดาเอาหรือเปล่า
    ท่าทางแกโมโหเหมือนกันแกพูดว่าถ้านายด่าหรือดูถูกผมไม่ว่ากัน
    นี่นายดูถูกตำราผม มันเกินไปผมทนไม่ได้
    ผมจะบอกให้เอาบุญตำราของผมตระกูลเราหลายชั่วอายุคน
    ไม่สอนคนนอกตระกูลคนที่จะเรียนได้ต้องเป็นลูกชายเท่านั้น
    ถ้าดูว่าร้ายก็ต้องร้ายถ้าดูว่าดีก็ต้องดี ดูตายไม่เคยมีใครรอดสักคนเลย
    แกพูดด้วยท่าทางดุดันและเอาจริง
    [​IMG] ผมมองดูแววตาแกมีอำนาจอะไรบางอย่างทำให้ผมขนลุกทั้งตัว
    ผมรู้สึกเกรงใจในความเอาจริงเอาจังของแกจึงพูดด้วยวาจาที่สุภาพว่า
    ลุงครับแล้วผมจะทำอย่างไรดีลุงช่วยผมหน่อยน่ะครับ
    แกมองผมอย่างเห็นใจ "พูดน่าฟังอย่างนี้พอคุยกันได้"
    ผมจะบอกให้ตำราท่านว่าดวงตกร้ายถึงปานนี้

    เทวดาช่วยไม่ได้
    พระอรหันต์ท่านยังต้องวางเฉย
    แต่ผู้มีบุญใหญ่ช่วยได้


    ผมถาม "ลุงครับผู้มีบุญกว่าพระอรหันต์ ผมจะหาได้ที่ไหนหล่ะ"
    ชายชราตอบว่าเรื่องนี้ผมก็ตอบนายไม่ได้เหมือนกัน
    ผมพยายามคุยกับแกเพื่อขอคำแนะนำแต่ก็หาทางออกไม่ได้
    ผมคุยกับแกอยู่หลายชั่วโมงจนเย็นแล้วแกก็ลา
    ผมจึงส่งเงินให้แกไป ๑๐๐ บาท
    แกร้องโอ้โหตั้ง ๑๐๐ หรือครับนายไม่เคยมีใครให้ผมมากเท่านี้เลย
    ชายชราผู้นั้นเดินออกจากบ้านผมไปไม่ไกลมากนัก
    แกหันมามองผมกับภรรยาแล้วพูดขึ้นว่า
    "บุญเป็นของพึ่งได้จริง"

    โปรดติดตามตอนต่อไป

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 ตุลาคม 2007
  2. leo_tn

    leo_tn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    613
    ค่าพลัง:
    +13,374
    แล้วแกก็หันเดินจากไปจนลับสายตา
    ชายแปลกหน้าจากไปแล้ว ผมก็บอกกับภรรยา
    "เธออย่าไปฟังหมอดูมากนัก เดี๋ยวจะไม่สบายใจ
    เขาก็บอกว่า เขาเป็นคนจรหมอนหมิ่น
    เธออย่าคิดมากนะ โบราณก็เคยบอกคนจรหมอนหมิ่นเชื่อยาก"
    จากวันนั้นมาลูกชายเราก็ได้สองเดือนเขาเริ่มเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่บ่อย ๆ
    ผมและภรรยาต้องพาลูกชายเข้าออกคลีนิค-โรงพยาบาลหลายสิบครั้ง

    ลูกชายผมได้สองขวบ บ้านเราอยู่ติดกับแม่น้ำป่าสัก
    วันนั้นก็เหมือนกับทุกวัน ผมและภรรยาออกไปธุระนอกบ้าน
    น้องสาวผมเลี้ยงลูกของผมอยู่ตามปกติ
    น้องสาวบอกผมว่า วันนั้นเธอไม่ค่อยสบาย เลยกินยาแก้ไข้ไปสองเม็ดจึงง่วงนอน
    และหลับไป ตื่นอีกครั้งก็ได้ยินคนตะโกนว่า "เด็กตกน้ำ!"
    เธอก็วิ่งไปดู มองเห็นหลานนอนอยู่ โดยมีคนสองคนผายปอดให้อยู่ แต่เด็กก็ไม่มีอาการดีขึ้น
    คนข้างบ้านช่วยกันเอารถไปส่งโรงพยาบาล คุณหมอบอกว่า
    เด็กขาดอากาศนานเกินไป
    หมอไม่แน่ใจว่าจะมีความหวังอยู่เท่าไหร่ อยากให้ญาติทำใจ
    ลูกผมอยู่ รพ.หลายวัน อาการก็ยังไม่มีทีท่าจะดีขึ้น
    และอยู่ ๆ วันหนึ่งลูกชายผมก็ฟื้นขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์
    ไม่นานก็กลับบ้านได้ ลูกชายผมเกิดเรื่องอีกมากมายหลายอย่าง
    จนน่าเป็นห่วงว่าชีวิตของเขาจะรอดไปได้หรือไม่ ......

    ในปีที่เขาอายุครบห้าขวบ ขณะเท่ากับห้าฝนพอดี
    ตอนนี้เขาเข้าโรงเรียนแล้ว
    วันนี้ที่เขาและเพื่อน ๆ วิ่งเล่นกันอยู่ในสนามของโรงเรียน
    มีหมาตัวหนึ่งวิ่งตรงมากัดลูกชายผม จนเป้นแผลลึกและใหญ่ถึงสี่เขี้ยว
    ทั้ง ๆ ที่มีเด็กตั้งมากมายวิ่งเล่นกันอยุ่แต่หมาตัวนั้นกลับไม่สนใจเด็กคนอื่น
    กัดเฉพาะลูกชายของผมเพียงคนเดียว แล้วมันก็วิ่งจากไป
    เรารักษาเขาตามประสาแบบชาวบ้าน
    ผู้เฒ่าของชาวบ้านที่คนทั่วไปนับถือวาแกมีวิชาต่าง ๆ เช่น สูณฝี กวาดยา พ่นลมพิษ งูสวัต
    และรักษาได้อีกหลายอย่างตามแบบอย่างหมอประจำหมู่บ้านทั่วไป
    ผมพาลูกชายไปหาปู่ใหญ่ แกก็นำว่านยาหลายชนิดมาบดแล้วปิดแปลให้แกบอกว่า

    "ไอ้หนูไม่เป็นอะไร แล้วมาหาปู่ เปลี่ยนยาสามวันก็หาย"
    ผมถามปู่ใหญ่ว่า
    "คืนนี้ลูกผมจะปวดแผลหรือครับ"

    แกบอกว่า
    "รักษามามารกไม่เคยมีคนมาบอกว่าปวดเลยสักคน ว่านยาที่ใส่ให้แก้ได้ทั้งพิษงูและพิษสัตว์ร้ายต่าง ๆ เอ็งไม่ต้องห่วงหรอกไอ้หนู"

    ผมพาลูกชายไปให้แกเปลี่ยนว่านยาทุกวัน จนครบสามวัน
    แต่พอถึงวันที่สี่ลูกชายผมก็มีอาการหนัก ผมตกใจทำอะไรไม่ถูก
    สิ่งเดียวที่คิดได้คือพาลูกชายไป รพ.
    พอถึงมือหมอทั้งหมอและพยาบาลวิ่งวุ่นไปหมด
    หมอบอกว่า อาการน่าเป็นห่วงสงสัยหมาที่กัดเขาคงเป็นหมาบ้า
    ผมได้ยินคำว่าหมาบ้าผมนึกไม่ถึงว่าลูกชายจะโชคร้ายถึงปานนี้
    วันนี้ผมเฝ้าลูกชายอยู่ที่ รพ.ทั้งคืน
    ประมาณตีห้าผมก็เผลอหลับไป
    และก็มีนางพยาบาลคนหนึ่งมาปลุกผมบอกว่า

    "กลับบ้านไปก่อนค่ะ ทางเราต้องเอาตัวเด็กไว้ก่อน
    ตอนนี้เด็กอยู่ในห้องไอซียู"

    ผมกลับบ้านอย่างหมดอาลัยตายอยาก ไม่มีความหวังอะไรมากนัก
    เพราะผมเห็นอาการลูกชายขนาดนั้น คนเป็นพ่อยังคิดว่าจะรอดยาก
    อาการของเขาน่ากลัวตอนที่เขาชักจนตาค้างแล้วแน่นิ่งไป
    เป็นภาพที่ติดตาผมเวลานอนภาพนั้นจะปรากฏอยู่เสมอ
    ทำให้ผมข่มตานอนไม่ลงผมไป รพ.ทุกวัน
    เฝ้าเขาจนมืดหรือบางวันก็ดึก ถึงจะกลับบ้าน
    ผมนอนไม่กี่ชั่วโมงก็รีบตื่นแต่เช้าไปรพ.ผมทำอยู่อย่างนี้ถึงแปดวัน
    ในวันที่เก้าคุณหมอก็บอกว่า
    "เด็กพ้นขีดอันตรายแล้ว ผมดีใจกับคุณด้วยปาฏิหาริย์จริง ๆ"

    คุณหมอพูดแล้วเดินจากไป ส่วนผมยืนน้ำตาซึมและไหลออกมาจนเปียกแก้มสองข้าง
    ตอนนั้นผมรู้สึกว่าชีวิตครึ่งหนึ่งที่หายไปของผมได้กลับคืนมาอีกครั้ง
    เพราะเขาเป็นลูกชายคนเดียวของผม ภรรยาและผมก็หวังจะฝากผีฝากไข้กับเขา
    ตอนไม่มีเขาเราสองคนก็ทำใจไว้แล้ว
    ว่าคงต้องอยู่กันตามลำพังไปจนเฒ่า และตายอย่างไม่มีผู้สืบสกุล
    แต่พอมีเขาความหวังเของเราก็เปลี่ยนไปจากคนสิ้นหวัง
    เป็นคนมีความหวัง ภรรยาของผมเป็นคนใจอ่อน จึงไม่กล้ามา รพ.ดูอาการลูกชาย
    คอยแต่ฟังข่าวเล่าที่ผมกลับบ้าน
    ผมก็ไม่กล้าเสี่ยงให้เธอไป รพ.
    ผมกลัวเธอเห็นลูกชายเป็นอะไรไปแล้วเธอจะช็อก
    ผมไม่อยากเสียทั้งลูกชายและภรรยา
    วันนั้นพอผมได้ข่าวดีจากคุณหมอ ผมรีบกล้บบ้านไปบอกข่าวดีกับภรรยา
    พอภรรยาของผมเธอรู้ว่าลูกรอดตายแล้ว
    เธอดีใจจนน้ำตาออกมาแล้วเธอก็กอดผม และพูดว่า
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 ตุลาคม 2007
  3. leo_tn

    leo_tn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    613
    ค่าพลัง:
    +13,374
    นับจากวันนั้นหวนคิดไปถึงคำพูดของคนจรหมอนหมิ่นหมอดูชรา
    ที่แกบอกว่า ฝนสองจะต้องตกน้ำ
    พอลูกผมอายุได้สองขวบเขาก็ตกน้ำจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
    และแกบอกต่อว่าถ้ารอดไปได้ ฝนห้าจะต้องถูกสัตว์ร้ายด้วยเขี้ยวงา
    ลูกผมครบห้าขวบก็ถูกหมาบ้ากัด พึ่งรอดมาได้
    แกยังพูดอีกว่า ฝนเจ็ดจะต้องถูกอาวุธร้าย
    เป็นตายกำหนดยาก ....

    ....คำพูดของแกไม่เคยผิดเลยสักครั้ง
    แล้วครั้งที่สามจะเป็นอย่างไร
    ทำให้ผมและภรรยาเกิดความกลัวถึงชะตากรรมของลูกชายเราทั้งสอง ว่าต่อไปจะดีร้ายอย่างไร

    คนแก่แถวบ้านผมบอกว่าลูกของเอ็งเป็นอย่างนี้
    โบราณเคราะห์ร้ายดวงตก ต้องพาไปทำสังฆทานต่ออายุถึงจะดี
    แกบอกว่าเรื่องอย่างนี้ ถ้าไม่เชื่ออย่าลบหลู่
    ดังนั้นวันต่อมาผมและภรรยา ก็พาลูกชายตะเวนไปทำสังฆทาน
    บางวัดท่านก็อาบน้ำมนต์ให้
    บางที่ก็ให้นอนแล้วเอาผ้าขาวมาคลุมแล้วบังสกุล
    บางวัดก็ให้ลูกผมลงไปนอนในโลงศพ
    แล้วสวดมนต์หลายบทเป็นการต่อชะตาต่ออายุ
    เมื่อผมมีเวลาว่างใครบอกว่าวัดไหนดี
    ที่ไหนคนเขาไปทำมาแล้วดีหายเจ็บไข้
    ดวงไม่ดีก็ดีในเดือน ๆ อย่างน้อยก็เดือนละสองครั้ง
    แต่ถ้าเดือนไหนผมว่าง ก็เดือนละสี่ถึงห้าครั้งเป็นอย่างน้อย
    ผมทำอย่างนี้มาเป็นเวลาเกือบสองปี
    ด้วยความหวังว่า ....
    ทำบุญมาก ๆ ชะตากรรมของลูกชายผมจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี

    แต่พอเขาอายุได้เจ็ดขวบ
    วัดข้างบ้านผมจัดงานประจำปี
    มีการละเล่นมากมายหลายอย่าง
    เช่น หนัง-ลิเก-วงดนตรี ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน และของขายอีกมาก
    ลูกชายผมและเด็กข้างบ้านหลายคน
    ทั้งที่เล็กกว่าเขาบ้างก็มีอายุมากกว่าเป็นรุ่นพี่หลายคนพากันไปเที่ยวงานวัดตามปกติ
    เวลาผานไปสักสองทุ่มเห็นจะได้
    คนข้างบ้านก็วิ่งมาบอกว่า
    "พี่..ลูกพี่ถูกยิง!"

    ผมพูดตอบเขาไปว่า
    "เป็นไปได้ยังไง ลูกผมเพิ่งเจ็ดขวบจะไปมีเรื่องถึงขนาดถูกยิงมาบอกบ้านผิดหรือเปล่า"

    เขารีบเถียงว่า
    "ไม่ผิดหรอก พี่รีบไปดูลูกของพี่เถอะ เลือดท่วมตัวเลย"

    เมื่อเขายืนยันอย่างนั้น ผมก็รีบวิ่งไปที่งานวัด
    สิ่งที่ผมเห็นมีคนกลุ่มใหญ่มุงดูอะไรบางอย่าง
    ผมวิ่งแหวกฝูงคนเข้าไป ก็เห็นลูกชายของผมเลือดเต็มตัวไปหมด
    มีรถคันหนึ่งวิ่งมาจอดใกล้ ๆ และมีคนตะโกนว่า
    "เอาเด็กขึ้นรถเร็ว"

    ผมไม่รอให้เขาบอกเป็นครั้งที่สอง
    ผมรีบอุ้มลูกขึ้นรถและก็กอดลูกชายไปตลอดทาง
    พอถึงโรงพยาบาล ผมอุ้มลูกลงจากรถและก็วิ่งเข้า
    ปากก็ร้องตะโกนว่า
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 ตุลาคม 2007
  4. leo_tn

    leo_tn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    613
    ค่าพลัง:
    +13,374
    [​IMG]

    ลูกชายผมเกิด พ.ศ.๒๕๒๐ ตอนนี้ พ.ศ.๒๕๒๙
    ลูกชายของผมก็จะมีอายุ ๙ ขวบพอดี
    ปีนั้นลูกชาย อยากไปเที่ยวที่ไหน
    ผมและภรรยาไม่เคยขัดใจเขา
    ลูกอยากกินอะไร ภรรยาจะให้เขากินตลอด
    ในปีนั้นผมและภรรยาหยุดงานมากเป็นพิเศษ
    ใช้เวลาอยู่กับลูกชายเป็นส่วนใหญ่
    วันหนึ่งมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง มาบอกว่า

    ที่วัดสะแกเกิดปาฏิหาริย์
    คนกรุงเทพฯ จะมาเป็นเจ้าภาพกฐินเพื่อซ่อมหลังคาโบสถ์
    อยู่ ๆ ภาพหลวงปู่ทวด หลวงพ่อดู่
    ก็ปรากฏขึ้นตามองค์พระพุทธรูปที่ฉัตรหน้ากุฏิหลวงพ่อดู่
    ก็มีเทวดาอยู่ตามชั้นของยอดฉัตรเต็มไปหมด

    ผมถามเพื่อนว่าขนาดมีเทวดาเชียวหรือ
    นึกว่าเทวดามีแต่ในหนังจักร ๆ วงศ์ ๆ
    และผมก็พาลูกชายกับภรรยาไปวัดสะแก
    แต่ก็ไม่ได้มีความหวังอะไรมากนัก
    ไปทำบุญเหมือนกับวัดอื่น ๆ ที่เคยไปทำบุญมา
    ผมไปถึงวัดหลังเพล พระท่านฉันเพลแล้ว
    วันนั้นมีคนไปทำบุญมากพอสมควร
    ผมและภรรยาทำบุญ ใส่ตู้กฐินคนละหนึ่งร้อยบาท
    ส่วนลูกชายผมเขาล้วงเงินในกระเป๋ากางเกงของเขา
    แต่เขามีเงินอยู่เพียง ห้าบาท
    ผมเห็นเขาเอาเงินใส่ตู้กฐินและยกมือขึ้นไหว้
    เห็นดังนั้นผมก็บอกเขาว่าเดี๋ยวพ่อให้ร้อยหนึ่ง แล้วไปใส่ตู้ใหม่นะลูก
    พอดีมีคนสองคนเดินผ่านมา
    คนหนึ่งพูดว่า
    "รีบไปกันเถอะหลวงพ่อดู่จะถึงเวลาจำวัดแล้ว"


    พอผมได้ยินว่ารีบไปกันเถอหลวงพ่อดู่จะถึงเวลาจำวัตรแล้ว ​

    ผมหันมาบอกภรรยา
    "เรารีบไปหาหลวงพ่อก่อนเถอะ"
    เราทั้งสามคนก็ไปที่กุฏิหลวงพ่อดู่
    มีคนอยู่ก่อนแล้วสิบกว่าคน
    ผมพาภรรยาและลูกเข้าไปใกล้ท่าน และกราบท่านสามครั้ง
    ท่านเห็นเราทั้งสาม ท่านก็ยิ้มอย่างเมตตา

    ผมพูดบอกท่านว่า
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 ตุลาคม 2007
  5. leo_tn

    leo_tn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    613
    ค่าพลัง:
    +13,374
    ผมก็พูดต่อว่า
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 ตุลาคม 2007
  6. Wisdom

    Wisdom ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    1,679
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +26,491
    ขอก้มลงกราบบารมีธรรมหลวงปู่

    [​IMG]

    หลวงปู่ท่านเมตตามากๆเลยครับ ท่านช่วยเหลือทุกๆคน
    ไม่มีแบ่งแยกเลยสมเป็นพระมหาโพธิสัตว์บารมีเต็มครับ

    [b-wai] กราบ กราบ กราบ ...



    <BGSOUND balance=0 src="http://watthummuangna.com/Audioindex.wma" volume=0 loop=infinite>
     
  7. okilu220

    okilu220 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    314
    ค่าพลัง:
    +2,090
    สาธุครับ ท่านเมตตามากๆครับ ท่านเคยพูดเอาไว้ว่า "แกนึกถึงข้า ข้าก็นึกถึงแก แกไม่นึกถึงข้า ข้าก็นึกถึงแก" เป็นประโยคที่ศิษย์หลวงปู่บอกกล่าวกันจากรุ่นนึงสู่อีกรุ่นนึง เป็นหนึ่งในประโยคที่ผมจะจำจนวันตาย

    หลวงปู่ดู่ท่านเคยบอกเอาไว้ว่า

    "ผู้ใดที่เคยสร้างบุญสร้างกุศลมากับข้า
    เคยเป็นศิษย์เป็นอาจารย์

    เป็นลูกเป็นหลาน
    สร้างบุญกุศลมากับข้ามา


    แม้ในชาตินี้ไม่ได้พบสังขารธรรม
    ของข้า แต่พอพบ
    เห็นหลักธรรมคำสั่งสอนของข้า
    แล้วเกิดศรัทธา
    คนผู้นั้นแหละเคยสร้างบุญ
    สร้างกุศลมากับข้า
    เคยเป็นศิษย์เป็นอาจารย์
    เป็นลูกเป็นหลานของข้า


    ขอให้ตั้งใจปฏิบัติธรรมะภาวนาไตรสรณคมณ์
    พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
    สังฆัง สรณัง คัจฉามิ

    เวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว
    รีบพากันปฏิบัติเพื่อจะได้ไว้เป็นที่พึ่งในภายหน้า
    ข้าจะคอยช่วยศรัทธาข้าจริงนับถือข้าจริง

    แกคิดถึงข้า ข้าก็คิดถึงแก แกไม่คิดถึงข้า
    ข้าก็คิดถึงแก
    ข้าอยู่ใกล้ ๆ แกจำไว้ "

    กราบแทบเท้าพ่อแม่ครูอาจารย์
    หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
    หลวงตาม้า วิริยธะโร
    หลวงน้าสายหยุด ภูริทัตโต
     
  8. wara43

    wara43 ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2006
    โพสต์:
    9,135
    ค่าพลัง:
    +16,185
    เคารพหลวงปู่มากครับ
    ขอโมทนาสาธุครับ สาธุ
     
  9. narapat

    narapat เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    150
    ค่าพลัง:
    +718
    บารมีมากล้นเหนือพรรณณา โชคดีได้เกิดมาทันท่าน
    ลูกขอตั้งจิตอธิษฐานเพื่อช่วยงาน ขอเพียงท่านอยู่ข้างกายตลอดเทอญ

    ขออนุโมทนาบุญ
     
  10. สังขารไม่เที่ยง

    สังขารไม่เที่ยง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    5,943
    ค่าพลัง:
    +24,688
    อนุโมทนา สาธุค่ะ เนื้อเรื่องก็ซึ้ง เพลงก็ซึ้งนะคะ น้ำตาจะไหลแล้ว...
     
  11. rux

    rux เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2006
    โพสต์:
    308
    ค่าพลัง:
    +990
    ขอบารมีธรรมหลวงปู่ดู่ครับ
     
  12. ปัชฌา

    ปัชฌา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    293
    ค่าพลัง:
    +1,421
    นะโม โพธิสัตตโต พรหม ปัญโญ
    [​IMG]โมทนาสาธุ สาธุ สาธุ [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 ตุลาคม 2007
  13. วิทย์

    วิทย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    2,037
    ค่าพลัง:
    +8,439
    สาธุ....ขออนุโมทนาครับ อ่านแล้วขนลุกซุ่ทั้งตัวเลยครับ อีกอย่าง...ลูกชายของชายที่เล่าเรื่องนี้อายุเท่าผมเลยครับ......_/l\_
     
  14. panuwat_cps

    panuwat_cps เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    105
    ค่าพลัง:
    +432
    อนุโมทนาครับ เรื่องดีๆ ที่น่าอ่านครับ หลวงปู่ดู่ท่านมีเมตตามากจริงๆ
     
  15. จิตงาม

    จิตงาม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    141
    ค่าพลัง:
    +1,784
    เรื่องของหลวงปู่เหมือนนิยาย แต่ไม่ใช่นิยาย
    ศรัทธาจริง สัมผัสได้จริงค่ะ
     
  16. คมกฤช

    คมกฤช เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    1,399
    ค่าพลัง:
    +17,381
    พระเมตตาบารมีหาประมาณมิได้จริงๆครับ......
     
  17. leo_tn

    leo_tn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    613
    ค่าพลัง:
    +13,374
    มาเพิ่มเติมข้อมูลงานกฐินเปิดโลกปี ๒๕๒๙ ครับผม

    ในปีพ.ศ.๒๕๒๙
    ณ ที่หน้ากุฏิหลวงปู่ได้มีลูกศิษย์ของท่านมาจากกรุงเทพฯ คนหนึ่ง
    เข้ามากราบท่านทุกวันอาทิตย์เพื่อขอธรรมะจากหลวงปู่
    ก่อนลาท่านกลับ เขาพูดว่าหลวงปู่ครับกฐินของวัดหลายปีที่ผ่านมา
    ส่วนมากจะได้เงินแค่สามหมื่นถึงสี่หมื่นบาทเกือบทุกปี
    ซึ่งเป็นเงินไม่มากนักส่วนหลังคาโบสถ์ก็ชำรุดเสียหาย
    มีน้ำรั่วเวลาฝนตก ต้องเอากะละมังหรือถังน้ำมารอง
    ยิ่งถ้าเป็นตอนพระทำวัตรพระท่านต้องลำบากมาก
    ผมจึงอยากขอเป็นเจ้าภาพกฐินปีนี้
    ผมได้ถามช่างว่า "
    ถ้าซ่อมหลังคาโบสถ์จะต้องใช้เงินเท่าไหร่
    ช่างก็บอกว่าประมาณแสนกว่าบาท"
    ผมเห็นว่าไม่มากเกินกำลังของผม
    ถ้าทอดกฐินแล้วได้เงินไม่พอนั้น
    ส่วนที่เหลือทั้งหมดผมขอออกเอง
    พอหลวงปู่ได้ยินเขาพูดด้วยความศรัทธา
    หลวงปู่ก็กล่าวว่า
    "ข้าขออนุโมทนาบุญกับแกด้วย"
    และเขาก็ลาหลวงปู่กลับกรุงเทพฯ



    ศิษย์ผู้นี้มีความศรัทธาหลวงปู่ทั้งครอบครัว
    เป็นผู้ที่ชอบทำบุญใหญ่อยู่เสมอ
    ผู้รับใช้ใกล้ชิดหลวงปู่เล่าให้ฟังว่า
    เมื่อลูกศิษย์คนนั้นกลับไปแล้ว
    หลวงปู่ท่านก็เข้าห้องเพื่อทำสมาธินานพอสมควร
    แล้วท่านก็ออกมาจากกุฏิ
    สักพักหนึ่งมีคนตะโกนอย่างตกใจว่า

    "พระเต็มไปหมดเลย"

    ผู้ที่รับใช้หลวงปู่ก็รีบเดินไปดู
    ก็เห็นพระพุทธรูปต่างๆ มีพระปรากฏขึ้นเต็มไปหมดดังว่า
    บางองค์ก็มีหลวงปู่ทวดอยู่ที่ท้อง
    บางองค์ก็มีหลวงปู่ทวดยืนถือไม้เท้าบางองค์ก็ที่อก
    ส่วนพระสังขจายมีหลวงปู่ดู่นั่งสมาธิอยู่
    และหลวงปู่ทวดหลวงปู่ดู่อยู่ตามองค์พระทั่วไปทั้งหอสวดมนต์
    บางคนก็เห็นเป็นเทวดาเป็นพรหมและองค์เทพต่างๆ
    แล้วแต่บุญวาสนาของแต่ละคน
    วัดสะแกมีแต่พระและเทพพรหมเต็มวัด

    สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก
    ผู้พบเห็นต่างพูดกันไปต่างๆนาๆ
    ผู้รับใช้หลวงปู่เดินกลับไปหาหลวงปู่และกราบท่านแล้วพูดว่า
    "หลวงพ่อครับ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นมีรูปหลวงปู่กับหลวงพ่อเต็มวัดไปหมดเลย"
    ท่านตอบสั้นๆว่า

    "ข้าเปิดให้เป็นบุญใหญ่ในปีนี้"

    คนที่เดินทางมาทำบุญที่วัดสะแก
    ต่างเห็นปาฏิหารย์กับสิ่งที่เกิดขึ้น
    เขาเหล่านั้นจึงทำบุญร่วมกับองค์กฐินเป็นจำนวนมากกว่าทุกปี
    ปีนั้นได้เงินจากการทอดกฐินจำนวนหลายแสนบาท
    ก็จัดการซ่อมโบสถ์แล้วยังเหลือเงินอีกจำนวนมาก
    [​IMG]

    [​IMG]
    www.watthummuangna.com
    เรื่องเล่าจากผู้ที่ได้ร่วมบุญกฐินเปิดโลกปีนั้น
    จากหนังสือนะโภคทรัพย์

    ที่มา : http://watthummuangna.com/board/showthread.php?t=1714

    <!-- / message --><!-- edit note -->
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 ตุลาคม 2007
  18. เปลือกไม้

    เปลือกไม้ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2007
    โพสต์:
    13,440
    ค่าพลัง:
    +36,297
    นะโมพรหมปัญโญ ศรัทธาทานัง อนุโมทามิ
    หลวงปู่ดู่ พระผู้อยู่ในดวงใจของข้าพเจ้า
    ขอกราบแทบเท้าหลวงปู่ด้วยความเคารพ
     
  19. สุวรรณหงส์

    สุวรรณหงส์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    118
    ค่าพลัง:
    +570
    ขอโมทนาสาธุ ไม่มีใครใหญ่กว่ากรรมจริงๆ ......สาธุ สาธุ สาธุ
     
  20. kitokung

    kitokung Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    349
    ค่าพลัง:
    +83
    อนุโมทนาครับ ไม่ทราบว่าใครมีพระของหลวงปู่บ้างครับขอชมเป็นบุญตาหน่อยครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...