ผู้เป็นร่างทรง กรุณาช่วยให้ความกระจ่างด้วย

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย Kschardonnay, 2 พฤษภาคม 2016.

  1. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,241
    ค่าพลัง:
    +19,459
    Kschardonnay

    จากการตรวจสอบ ขออธิบายว่า

    คุณมีบุญสัมพันธ์ กับเทพพรหม เพราะเป็นครูอาจารย์เป็นเสมือนญาติ คือบิดา ของคุณ ในอดีตชาติที่เคยรำ่เรียนวิชาด้านการนวดบำบัดรักษาช่วยเหลือผู้คน มีความรู้ความสามารถด้านนี้สั่งสมมาหลายภพชาติ จวบจนชาติปัจจุบัน

    แต่ในครั้งอดีตชาติก็มีกรรมไม่ดีที่ได้สร้างสั่งสมไว้ ทั้งการฆ่าสัตว์จำพวกแพะแกะปลาและได้ทำร้ายเบียดเบียนมนุษย์ด้วยกันทำให้บางครอบครัวเดือดร้อนทุกขยาก เป็นกรรมที่ให้ผลเป็นวิบากกรรมปรากฏในชาตินี้ได้รับทุกข์ตามอายุไขที่เสวย

    ในครั้งแรกที่ชะตาชีวิตคุณต้องเจ็บไข้เกิดโรคภัยกับตัวคุณ สุขภาพกายอ่อนกำลัง ไม่ปกติ เจ็บป่วยเกือบตาย ในระหว่างนั้น คุณได้ไปทำพิธีรับหรือบูชาครูอาจารย์เทพพรหม

    โดยปกติแล้ว หากเป็นจิตชั้นสูงที่เป็นเทพพรหม บรมครู ย่อมไม่ทำบาปและปราถนาในการสร้างกุศล ซึ่งเมื่อเรามีความตั้งใจที่ดีงาม สักการะบูชา เทพพรหมบรมครูย่อมช่วยเหลือ ให้ชีวิตดีขึ้น ดังนั้นเมื่อทำตรงนี้ดีงามแล้วทุกอย่างจึงดีขึ้นมากมายเพราะเทพพรหมบรมครูท่านช่วยเหลือ และแน่นอนว่า เพราะเราเองก็ได้เคยร่วมบุญกุศลมากับท่านด้วย เทพพรหมบรมครู จึงอาศัยกำลังบุญตรงนี้และบารมีของท่านช่วยเหลือให้ผ่านพ้นเคระห์ไปได้ชั่วขณะหนึ่งนั่นเอง


    หลังจากนั้นเมื่ออายุไขเสวยดิถีแห่งชะตากรรมอันเป็นวิบากกรรมที่ถูกปิดทับไว้ หรือชะลอไว้ เพราะเทพพรมหบรมครูอาศัยกำลังบุญและบารมีแก้ไขก่อนหน้านั้น ช่วยเหลือไว้ ดังนั้นเมื่อได้เวลาผลกรรมที่ไม่ดีให้ผล ในเวลาถัดมา ในกาลนี้นั้น หากเราไม่ทำบุญสร้างกุศล หรือไม่สร้างความดีให้มากพอในการแก้ไข เมื่อนั้นเทพพรหมบรมครูก็ช่วยเหลือไม่ได้อีกแล้วเพราะท่านได้ช่วยเหลือเราไปปแล้ว

    การที่ในช่วงหลังชะตากรรม ผลกรรมไม่ดีจึงให้ผลเต็มกำลัง เพราะ
    1ผลกรรมจากกรรมเก่าในอดีตที่ชะลอไว้ปิดทับไว้ไม่ดีให้ผลเพราะเทพพรหมบรมครูช่วยเหลือปปิดกั้นเอาไว้ให้ ชั่วเวลาหนึ่ง
    2ผลกรรมไม่ดีในอดีตส่วนอื่นๆได้เวลาให้ผล เข้ามาร่วมให้ผลสมทบกับกรรมในข้อ1
    3ผลบุญในอดีตไม่ได้ช่องในการให้ผลเพราะวาระอายุไขไม่ใช่ช่วงเวลาของมัน
    4ผลบุญในปัจจุบันไม่มีกำลังมากพอ
    5เทพพรหมบรมครูไม่มีกำลังบุญบารมีมากพอที่จะช่วยเหลือได้ ประกอบกับเคยช่วยเหลือไปแล้วครั้งหนึ่ง
    6 สรรพสิ่งย่อมเป็นไปตามกรรม อันหลีกหนีไม่พ้น ไม่มีใครมาทำร้ายเราได้ นอกจากกำลังผลกรรมของตนเองที่ทำและกำลังใจที่เอาชนะกิเลสมารในจิตของตนได้มากน้อยแค่ไหนนั่นเอง

    เมื่อทุกอย่างประจวบเหมาะในวาระอายุไขล่วงมาถึงทุกอย่างประจวบเหมาะ ผลที่เกิดคือความทุกขยากทั้งกายใจย่อมเกิดแก่เราในทันทีอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

    การแก้ไขปัญหาเหล่านี้นั่นคือการต้องสร้างกุศลทำความดีให้มาก ตามเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดนั้นคือการ

    1 ต้องทำทาน ให้ทานชีวิตสัตว์ให้มากแก้ไขกรรมเก่าไม่ดีที่ทำไว้
    2 ต้องทำทานคนที่ลำบากครอบครัวที่ลำบากให้มากหลายๆครั้งแก้ไขกรรมที่ไปเบียดเบียนผู้อื่นไว้มาก เช่นโรงพยาบาล คนแก่พิการ เด็กพิการ พระป่วยอาพาธ
    3 ต้องทำบุญศพไร้ญาติแก้ไขกรรมที่เป็นอุปสรรคปิดกั้นความดีความเจริญ ทั้งหลายทั้งปวง
    4รักษาศีลเพื่อควบคุมตนเองไม่ให้ทำบาปทำผิดในระหว่างนี้ที่ดวงชะตาตก ซึ่งหากไม่มีศีลก็จะทำผิดพลาดอันเหมใือนเป็นการซ้ำเติมตนเองให้เกิดทุกข์ภัยหนักมากยิ่งขึ้นเกิดทุกข์มากยิ่งขึ้นแก่ตนเอง
    5 สวดมนต์ภาวนา เพื่อชำระจิตให้เป็นปรกติเพื่อรักษาจิตไม่ให้่มีหมูมารเจ้ากรรมนายเวรเข้าครอบงำ ป้องกันกิเลสมารดึงไปสู่ความชั่วทำบาปกรรม อันจะยิ่งทำให้ตนเองย่ำแย่ลงไปอีก
    6ทำสังฆทาน เพื่อให้เกิดบุญอันเป็นทิพยทานอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรและเทพพรหมบมครูจะได้มีกำลังมากยิ่งขึ้นช่วยให้กรรมเบาบางลง
    7ถวายพระหรือสร้างพระเพื่อสืบทอดพระศาสนา เพื่อสร้ากุศลปิดกั้นไม่ให้กิเลสมาร เจ้ากรรมนายเวรหรือจิตที่ไม่ดีไม่ให้มาทำร้ายหรือช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา
    8 ต้องทำพิธีสะเดาะห์เคราะห์ ให้พระท่านทำให้เพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีที่เกิดติดตัวเรา เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลัง กายใจ ยกจิตให้สูงขึ้น หมู่มารเจ้ากรรมถอยกำลังผ่อนหนักเป็นเบา
    9 ส่วนนี้ควรทำคือการทำบุญกับบิดารมารดาครูอาจารย์ เพื่อให้ท่านได้มีความสุขกายสุใจ เป็นผลใหญ่จะช่วยอุปถัมภ์ค้ำชูเราได้ ในส่วนเทพพรหมบรมครู คือการทำการสักการะท่านให้ดีงามสมควรแก่ท่าน เน้นที่จิตของเราที่นอมน้อมสักการะท่านตามแก่กาละเทศะอันสมควร

    10 ทุกบุญกุศลทุกความดี ขอให้ตั้งจิตกรวดน้ำอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร เทพพรหมบรมครู ผู้มีคุณ เสมอเป็นนิจนะครับแล้วจะผ่านพ้นเคาระห์กรรมที่ไม่ดีไปได้ จากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นห่างหาย ยกเว้นกรรมอนันตริยะกรรม แก้ไขไม่ได้

    สุดท้ายขอให้สติเตือนใจว่า

    สิ่งที่เกิดขึ้นกับกายใจเราทั้งปวง มิใช่เพราะสิ่งใดภายนอกทำให้เกิด หากแต่สิ่งที่ทำให้เกิดก็คือ ผลกรรมจากกายใจของเราที่เราได้ก่อไว้แล้วทั้งสิ้น ถ้าสิ่งภายนอกเหล่าใดทำให้เกิดนั่นก็แสดงว่า เป็นเพราะเราได้มีส่วนเกี่ยวพันธ์ทำกรรมกับสิ่งภายนอกเหล่านั้นไว้ ผลกรรมจึงเกิดกลับเข้ามาสู่กายใจของเรานั่นเอง ครับ สาธุ
     
  2. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,241
    ค่าพลัง:
    +19,459
    จำไม่ได้หรืออย่างไร ครั้งนั้นปิติเกิดมากมาย นำตาไหลเพราะจิตส่วนลึกรื้อถอนความรู้สึกผูกพันรักใคร่บูชาต่อบรมครูผู้เป็นเหมือนบิดา

    การมาเกิดของเราในชาติปัจจุบัน ก็แค่เป็นกฏธรรมดาที่เราต้องเวียนว่ายตายเกิด ตามกฏแห่งกรรม แต่ก่อนหน้านั้นอดีตชาติเก่าก่อน เรามีพ่อมีแม่มาแล้วหลายภพชาตินับไม่ถ้วน เรามีครูอาจารย์มาแล้วนับไม่ถ้วน เรามีลูกเมียสามีมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน เรามีผู้อุปภัมภ์ช่วยเหลือมาแล้วมากมายบนับไม่ถ้วน เรามีเจ้าหนี้และลูกหนี้ คือเจ้ากรรมนายเวรมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน

    วันนี้ชาตินี้ปัจจุบันนี้จงมีสติในความมีเราและความไม่มีเรา ความกตัญญุตาที่ควรมีควรทำให้ถูกต้องดีงาม

    ผู้บรรลุแล้วในความดี ย่อมทำความดี เพราะเข้าใจถึงสิ่งที่ทำดี ผลแห่งความดีที่จะได้รับอย่างแจ่มชัดโดยไม่ยึดมั่นถือมั่น เพราะสักแต่ว่าทำเพราะผลที่ทำนั้นเกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น นั้นเองครับ สาธุ
     
  3. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,241
    ค่าพลัง:
    +19,459
    การสักการะบูชาบิดารมารดาผู้มีคุณและครูอาจารย์มีมากมายหลายวิธี ตามแต่ที่เราสะดวกถนัด มีกำลัง ตามความสามารถตามกกาละเทศะอันเหมาะสมที่ควรทำ

    1อามิสบูชา การถวายเครื่องสักการะด้วยสิ่งของที่ดีงามทั้งปวง
    ดอกไม้ของหอม อาหาร ปัจจัยสี่ เงินทอง สิ่งที่เป็นของมงคล เป็นต้น
    การทำพานหรือขันธ์ครู ก็แค่การบูชาด้วยดอกไม้ เหมือนพานไหว้ครู จะเอาไปไหว้ใครก็ได้ที่มีพระคุณ เป็นรูปแบบที่เป็นประเพณีอันดีงาม แม้พระพุทธเจ้าก็ใหว้พานครูได้

    พานครูก็แค่กรรมวิธีจัดแต่งดอกไม้ เครื่องหอมของมงคลลงในพานให้สวยงามเพื่อสักการะบูชา ก็เท่านั้นเอง จะพานหรือขันธ์มันก็อันเดียวกัน เราทำให้ผู้มีคุณ นึกถึงเรา เวลาลูกหลานหรือลุกศิษย์มา ยกพานหรือถวายของให้เรามอบของให้เรา นั่นคือเขาทำด้วยใจที่งดงามของเขา เราย่อมปราบปลื้มใจมีปิติสุขและเราย่อมต้องให้คำอวยพรให้เขา ที่เขาทำเช่นนี้แก่เรากลับคืนให้ไป มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
    ส่วนพานหรือขันธ์มันมีหลายแบบ ก็ตามแต่เจตนาที่มีหลากหลายเจตนาในการทำในการสักการะ พิธีกรรมเหล่านี้ผมผ่านมามากมายนับไม่ถ้วน และรู้ลึกซึ้งในสิ่งเหล่านี้ดี

    แต่ท่านทั้งหลายไม่เข้าใจ เข้าใจผิดๆมีคนสอนแบบผิดๆแบบไม่รู้จริง จึงทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนไปมาก กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัว ทั้งๆที่เรากำลังทำความดี เมื่อเราทำดี ผลดีย่อมเกิดตามมาแล้วท่านจะไปหวาดกลัวสิ่งใดกัน

    ปฏิบัติบูชา
    คือการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นเครื่องบูชา คือการรักษาศีล สร้างกุศลด้วยบุญทาน การสวดมนต์ภาวนาชำระจิตให้ขาวรอบ

    ถามว่า การบูชาพระพุทธเจ้าบรมครู พระธรรม พระสงฆ์ บิดามารดาผู้มีคุณ ครูอาจารย์
    ต้องทำทั้งอามิสบูชาและปฏิบัติบูชา
    แต่ให้เน้นที่ปฏิบัติบูชา พระพุทธเจ้า พระอริยะสงฆ์ เทพพรหมบรมครู ท่านสอนเหมือนกัน ส่วนอามิสบูชา ก็ตามแต่ท่านสะดวกพร้อมตามความเหมาะสมนั่นเอง

    ปฏิบัติบูชานั่นเป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำให้ดีให้มากครับ สาธุ

    ส่วนอามิสบูชาสำหรับผม มันก็ทำจนมันได้กลายเป็นปฏิบัติบูชา ถือว่าเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งที่ผมต้องทำเสมอไม่ขาดเช่นกัน สำหรับผม ผมเข้าใจเช่นนี้และทำเช่นนี้มาตลอด

    อีกไม่นานผมก็ต้องทำพิธีอามิสบูชา พระคุณ พระพุทธเจ้าบรมครู พระธรรม พระสงฆ์ บิดามารดา ครูอาจารย์ ผู้มีคุณ ซึ่งก็ใกล้เข้ามาแล้วเช่นกันซึ่งทำทุกปีสิบกว่าปีแล้วที่ทำเช่นนี้ครับ สาธุ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 พฤษภาคม 2016
  4. Kschardonnay

    Kschardonnay Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2016
    โพสต์:
    79
    ค่าพลัง:
    +75
    อนุโทนาบุญแด่ท่านผู้ให้ความกระจ่างคะ

    ขอบคุณคุณ tjs และขออนุโมทนาบุญมหากุศลแห่งการตอบคำถามที่เป็นประโยชน์แก่เราผู้เป็น จขกท.และผู้ที่แวะเวียนเข้ามาอ่านเพื่อหาความรู้ท่านอื่นๆด้วย ขอบคุณทุกคำตอบและคำแนะนำทีดีในกระทู้นี้ จขกท รู้สึกดีใจที่อย่างน้อยในใต้ร่มพุทธศาสนายังมีอีกหลายท่านที่มีความต้องการช่วยเหลือมนุษย์ด้วยกันด้วยความจริงใจ ขอผลบุญทำทุกท่านสู่ทางนิพานนะคะ สาธุ
     
  5. ttoomtam

    ttoomtam สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 พฤษภาคม 2016
    โพสต์:
    6
    ค่าพลัง:
    +6
    อย่ารับขันครับ...ห้ามรับผมไม่เคยรับมีทุกอย่างเหมือนกันถือศิลปฎิบัติพอ
     
  6. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,241
    ค่าพลัง:
    +19,459
    เมื่อท่านเข้าถึงความดี ท่านย่อมรู้ดีว่า ความกตัญญุตา ต่อผู้มีพระคุณ ต้องทำอย่างไรบ้าง การปฏิบัติบูชาต้องทำอย่างไร อามิสบูชาต้องทำอย่างไร


    ผู้เข้าถึงความดี ย่อมไม่ยึดมั่นในตนเอง และมีความสำเนียกเสมอว่า ตนได้ดี มีความรู้ความสามารถได้ เพราะผู้มีคุณ อย่าสำคัญตนว่าตนเก่งหรือดีได้โดยไม่มี ผู้อื่น ช่วยเหลือหรือเกื้อกูล

    อย่าลืมว่า ความเกื้อกูล เกี่ยวพันธ์กันเกิดขึ้นเสมอ ทั้งแบบที่เรารู้และไม่รู้

    ที่สุดแห่งความดีคือความไม่ยึดมั่นสำคัญตน และย่อมรู้ดีว่าควรจะต้องตอบแทนคุณผู้มีพระคุณอย่างไร

    เหมือนที่พระอรหันต์ ผู้บรรลุธรรมแล้ว ย่อมรู้ดีว่าควรตอบแทนคุณแห่งพระศาสดาอย่างไร ควรตอบแทน ข้างแดงแกงร้อนของญาติโยมอย่างไร

    ขอทิ้งท้ายว่า อย่าคิดเห็นแก่ตน เกิดเป็นคนควรคิดเห็นเพื่อส่วนรวม
    แม้ไม่ใช่เลือดใช่เนื้อ หากแต่เคยเอื้อเฟื้อ ก็เหมือนเลือดเนื้ออาตมา

    ข้าวทุกจานอาหารทุกอย่าง น้ำทุกหยด ดื่มกินสู่ร่างกาย ย่อยสลายกลายเป็นน้ำเลือดหล่อเลี้ยงกายใจอาตามา
    ครับ สาธุ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 พฤษภาคม 2016
  7. คุณกันฌามี

    คุณกันฌามี Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กุมภาพันธ์ 2014
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +64
    1.ทำไมวันที่จะเอาหุ่นพ่อปู่มาคืนทำไมไม่ถามละครับเป็นอะไรจะได้ตัดปัญหาคาใจตรงนั้นไป
    2.ก่อนจะรับขันธ์ได้ศึกษาอะไรหรือป่าว
    3.หลังจากช่วยรักษาคน ได้นั่งสมาธิเพิ่มไหม
    4.เงินที่ได้มาแบ่งปันหรือถวายของให้พ่อปู่ไหมวันพระ
    ถามไปงั้นแหละ 555+
    ผมคิดว่าอาการของคุณมี2แบบ 1.เกิดจากกรรม 2.ฝืน (คงเข้าใจมั้งตอนไหน)

    คุณอยู่ในช่วงของการเรียนรู้สักวันนึงคุณจะรู้ว่าควรทำอะไร อย่าทิ้งในสิ่งที่คุณศรัทธา
     
  8. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,241
    ค่าพลัง:
    +19,459
    อย่าทิ้งศรัทธา อันดีงาม

    อย่าทิ้งความดีคือสายสัมพันธ์ที่มีมายาวนานไม่อาจลบเลือน

    อย่าทิ้ง แค่วางให้เป็น

    เส้นทางการสร้างบารมี เส้นทางแห่งกรรม และชะตากรรม มีวิบากกรรมเป็นเครื่องให้ผล

    ทุกท่านต้องเรียนรู้ทุกสภาพ ทุกท่านต้องเรียนรู้มายาแห่งโลก ทุกสภาวะ ทุกชั้นฟ้า ชั้นดิน ชั้นบาดาล เทพพรหม มนุษย์ สัตว์เดียรฉาน สัตว์นรก

    และสูงสุดคือ สภาวะแห่งโลกุตระ คือพระอรหันต์หรือนิพพาน

    อย่าปล่อยให้สุขทุกข์ ครอบงำกายใจของเรา จนมองไม่เห็นแก่นแท้แห่งความจริงทั้งปวงครับ

    จงเห็นความจริงในรูปนาม เห็นความจริงในทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ การดับทุกข์ เห็นถึงมรรคาทางวิธีการดับซึ่งทุกข์ทั้งปวง

    มันคือสรรพสิ่งที่ทุกท่านต้องเรียนรู้สั่งสม จนกว่าจะหลุดพ้น นั่นเองครับ สาธุ
     

แชร์หน้านี้

Loading...