ผมต้องการคำแนะนำครับ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย kaka krit, 2 กุมภาพันธ์ 2016.

  1. kaka krit

    kaka krit Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    43
    ค่าพลัง:
    +96
    เวลานั่งสมาธิ หรือ ภาวนา ไม่ว่าตอนไหน ผมมักจะหลุด จิตใจลอยคิดไปเรื่อยครับ แรกๆก็ไม่ได้คิดว่าเป็นปัญหาอะไร แต่หลังๆเริ่มรำคาญตัวเองครับมากๆเลย นอกจากนี้ไม่ว่าจะทำอะไร ชอบเผลอหลับ วูบบ่อยๆ นอนยังไงก็ไม่พอครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ เป็นอาจารย์ให้ผมเลยยิ่งดีครับ
     
  2. ballbeamboy2

    ballbeamboy2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    1,670
    ค่าพลัง:
    +1,635
    1.นึกถึงความตาย ว่าเรากำลังจะตาย
    2.ตั้งใจว่า วันนี้เราทำได้แค่ไหนเอาแค่นั่น อย่าไปอยากได้สมาธิสูงๆ เพราะตัวอยากจะทำให้ฟุ้งซ่าน ย้ำ ตั้งใจว่า วันนี้เราทำได้แค่ไหนเอาแค่นั่น
    3.หายใจเข้าลึกๆและหายใจออก ทำอย่างนี่ สัก สองสามครั้ง
    4.ภาวนาตามที่ตัวเองจะฝึก ถ้าฝึกดูลมหายใจอานาปานุสติ ก็ตั้งใจดูลมหายใจ ถ้าเผลอ ไปคิดเรื่องอื่น พอรู้ตัวแล้วกลับมาดูลมต่อ


    แค่นี่แหละครับ พอเริ่มใหม่ๆ จะยากนิดหน่อยอาจจะเผอลไปคิดเรื่องอื่นบ้าง เป็นธรรมดาครับ อย่าไปเสียใจอะไร ฝึกไปเรื่อยๆเดี่ยวก็ชำนาญเอง
    ส่วนอาการเผลอหลับ อันนี้ผมไม่รู้ รอคนออื่นมาตอบอีกทีละกันครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 กุมภาพันธ์ 2016
  3. choto

    choto เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    94
    ค่าพลัง:
    +330
    เรื่องนอนไม่พอนี่ หลับระหว่างทำงานอาจจะต้องไปปรึกษาแพทย์ดีไหมครับ
    เพราะระบบร่างกายมันอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่ อาจจะเป็นโรคอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

    ส่วนเรื่องการภาวนานั้น ค่อยๆทำไปครับ ที่ทำอาจจะไม่ใช่ทางที่เราถนัด ลองเปลี่ยนเป็นกรรมฐานกองอื่นๆก็ได้ หรือฟังเทปหลวงพ่อฤาษีที่สอนเรื่องจริต 6

    แนะนำได้แค่นี้นะครับ เพราะผมก็ยังไม่ถึงไหนเหมือนกัน
     
  4. Sriaraya5

    Sriaraya5 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    3,081
    ค่าพลัง:
    +12,846
    ที่หลุด มันมาจากสาเหตุ หลุดจากคำบริกรรมภาวนา
    พระท่านว่าขาดสติ หากอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้นาน
    เรียกว่า สมาธิสั้น จำพวกนี้สมาธิส่งออกนอก
    ทางแก้ไข ให้พยายาม ดึงความคิด กลับมาที่
    ตัวเอง แรกๆผู้เขียน ก็อาศัยกำหนดธรรมไว้ที่ใจ
    ยามใดจิตแล่น ไปในอนาคต อดีตบ้าง ก็ดึงกลับ
    มาที่ใจ พร้อมบริกรรมภาวนาพุทโธ แรกๆจะต้อง
    เหนื่อย มากหน่อย จิตมันไม่อยู่นิ่ง มันแส่ส่ายไปใน
    อารมณ์ที่น่ารักใคร่น่าพอใจ อาศัยเอาสติรั้งเอาไว้
    กลับมาที่ฐานของใจ พร้อมบริกรรมพุทโธ แน่นแน่น
    เข้าไป บ่อยเข้า จิตมันก็จะไม่ค่อยแล่นออกไปเสวย
    อารมณ์ข้างนอก จิตจะมีบ้านอยู่มีฐานของใจ
    การหลับในสมาธิ เกิดจากการเพ่งในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
    แล้วสมาธิมากไป จึงง่วงนอนได้ง่าย ต้องรู้จักสลับ
    กรรมฐาน เป็นวิปัสสนา กรรมฐานทำให้จิตสงบนิ่ง
    วปัสสนา ทำให้เกิดปัญญา รู้เห็นธรรมะตามความ
    เป็นจริง ร่างกายไม่มีตัวตัน จิตไม่มีตัวตน ปัญญา
    ไม่มีตัวตน
     
  5. พรานยึ้ม

    พรานยึ้ม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    613
    ค่าพลัง:
    +683



    ..หลานรัก เป็นคนสติอ่อน พอธรรมารมณ์เกิดขึ้น คือสภาวะ
    การปรุงแต่ง

    หรือขบวนการคิดนุ้นคิดนี่ โดนที่เราไม่ได้ปราถนาจะไห้เป็นแบบนั้น

    มันเกิดขึ้น
    สาเหตุ ทำไมเป็นเช่นนี้หนอ กรรม ไงละ หลานรัก เราเป็นคนชอบ

    จิตก็ปรุงแต่งตามไป


    ละเมอเพ้อพก คิดนุ้นนี่ไปเรื่อยๆ

    ..ต้องแก้กรรม อย่าไปดูนู้น ดูนี่ ดูอะไรไห้เรื่อยเปื่อย ดูลม ของเรานี่ละ

    ลมเข้า ลมออก จิตมันหลุดก็ปล่อยมัน พอมีสติ ก็กลับมา ดูลม เข้า ลมออกของตัวเรา

    หรือ กรรมฐาน จะเรียกว่า อานาปานุสติกรรมฐาม ทำอย่งาที่ลุงพรานว่า

    หลานจะ มีสมาธิ ได้ในเร็ววัน เชื่อพรานเตอะ จุกกรู๊!
     
  6. นิวรณ์

    นิวรณ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,088
    ค่าพลัง:
    +3,461
    ให้กลับไป ไตร่ตรอง "แรกๆ" ให้ ภาวนาแบบ แรกๆ ต่อไป เรื่อยๆ

    ถ้าเมื่อไหร่ สภาวะคิดที่เกิดจากใจลอย ย้อมติดจิต ทำให้จิตตกจากการภาวนา
    ให้กำหนดรู้ว่า "จิตไม่ตั้งมั่น"

    ฟังดีๆนะ เห็น " จิตไหลไปคิด ไม่เกิดปัญหาอะไร " อันนี้ ถูกแล้ว ให้กำหนด
    รู้ลงไปว่า "จิตตั้งมั่น" จิตมีสัมมาสมาธิ ความคิดมันจึงผุดเป็นสายน้ำ ไหลผ่านจิต
    ไป ไม่ฉวย

    จิตมันเป็น อนัตตาธรรม เวลาที่ เราปล่อยจิต มีจิตตั้งมั่นในการไม่ฉวยจิตเป็นตน
    จิตมันจะแสดงตัวตนของมันออกมา คือ ทำหน้าที่คิด เราก็แค่ ไม่ฉวยจิต มีจิตตั้ง
    มั่นแลเห็น ความคิดมันไหลใน "คลองจิต" โอฆะคือทิฏฐิ ไปเรื่อยๆ เป็นการอบรม
    จิตให้เห็นว่า มันเป็นอนัตตาธรรม .....ขันติบารมีดี จะ เห็นความเหนื่อยล้าแห้งผาก
    ของ พระมหาชนกที่ว่ายในมหาสมุทร อย่างไม่เห็นฝั่ง แต่รู้ว่า นิพพานมีแน่ๆ เว้นแต่ ง่อนแง่น จิตไม่ตั้งมั่น
    ก็จะ ฉวยจิตกลับมาเป็นตนด้วยการยุแหย่ของ มารทั้ง5


    ทีนี้ เวลาที่ จิตได้รับการอบรมความเป็น อนัตตาธรรม ความที่ นักภาวนาชินกับ
    การสำคัญตน ว่า ตนต้องมีการโต้ตอบ ตอบสนองต่อ การคิดที่ออกมาจากจิต
    อย่างนั้น อย่างนี้ หากไม่ทำ ก็ไม่ใช่คนจริง ไม่เป็นนักเลง นักรัก นักวิทย์ นักฯ ๆๆๆๆๆ

    เราก็จะเริ่ม " หิวอารมณ์ " เข้าใจผิดว่า ตนจะต้องแสดงกริยาปรุงแต่ง ถึงจะมี
    "ตัวตน" อันชื่อว่า " กฤตติ " อยู่บนโลก เลยไม่ยอมรับจิต ที่มันมี ภูมิธรรม
    เห็นแล้วว่า " จิตเป็นอนัตตา "

    พอไปตรึกแบบนั้น ก็เลย ตกจากสัมมาสมาธิ และ มักไปคว้า สีลลัพตปรามาส การลูบคำศีลพรต ตามๆกันไป
    มาแทนเช่น ไปขอขมา ไปขอเห็นหน้าเจ้านาย ขอดูยิ้มหรือไม่ยิ้ม ฯลฯ


    พอตกจากสมาธิ ความที่ ว่างจากอารมณ์ และ ปฏิเสธ จิตเป็นอนัตตา ไม่ใช่
    ตน ของตน ก็เลย งง ว่า แล้ว ตัวตนอยู่ไหน

    พอเกิด อัตตวาทุปทาน ว่า ตัว ku อยู่ไหน ......มันเลย " หงุดหงิด "

    ซึ่งอาการหงุดหงิดนี้ เป็น อาการของ " มาร " มันเอามา ยื่นใส่มือ ให้เรา
    ฉวยขึ้นมาเป็น เรา

    พอไปเชื่อมัน ก็เลย หงุดหงิด ทั้งๆที่ ภาวนาได้ดี


    และ พอหงุดหงิด ไม่ชอบใจ " จิตที่มันเข้าไปเห็นว่าจิตเป็นอนัตตา "

    มันเลย ทิ้งจิต ไม่เอาจิต ด้วยการตำหนิจิต แทนที่ จะ รู้เห็นไปตาม
    ความเป็นจริง ด้วยจิตตั้งมั่น เป็นกลาง เพื่อให้เดินเข้าสู่ "สังขารุเบกขาญาณ"
    มันเลยวนอยู่ตรง "ปฏิสังขารญาณ" พยายามจะ ทิ้งจิต แต่ทว่า ปฏิเสธสัมมาสมาธิ

    จิตมันเลยหลบ กิเลสก็พาหลบ อานุสัยพาหลบ ตก ภวังค์ เกิดอาการ ง่วงโง๊ก
    งุนงง


    ซึ่ง..........................


    ตรงนี้อย่าไป เข้าใจผิดว่า ไม่ก้าวหน้า

    มันก้าวหน้าได้ทั้งสองทาง

    ทางแรก คือ เจริญปัญญาต่อไป เห็น ความคิดไหลไปเรื่อยๆ โดยไม่เกิดปัญหา
    ( ทำจิตให้สบายต่อการเห็น อริยสัจจ4 ไปเรื่อยๆ ) ซึ่งเรียกว่า สุขขาปฏิปทา

    ทางที่สอง คือ ทุกขาปฏิปทา คือ โดนอาการโง้งง่วง งุน งง เห็น จิตเป็นตัวภาระ
    เห็น จิตเป็นตัวทุกข์ ก็กำหนดรู้ ทุกขคามีนิปฏิปทา ไปตรงๆ แต่ จะต้องหา
    อุบายให้จิต ตื่น ไม่ง่วงให้ได้ ( ซึ่ง จะแก้ไม่ได้นะ มันจะปลิ้นไปเรื่อยๆ แต่เรา
    ไม่ยอม ง่วงง่ายๆ ต้องทน ต้องฝืน รู้ทุกข์ให้มากๆ อันนี้เป็น หน้าที่ )

    แล้ว ให้สังเกต สมัยของการภาวนาให้ดีๆ ว่า เวลาไหน สมควร บริหาร
    การภาวนาด้วย ปฏิปทา แบบไหน มันจะสลับกัน คละกัน บ้างก็ ขนานกันไป

    แต่โดยมาก หากเจ้าของกระทู้เป็น " ฆราวาส " มีหน้าที่การงาน จิตยังผลิก
    ไปสู่ "การฝุ้งธรรมบางประการ" ได้อีกปฏิปทา อันนี้เวลาตัวนี้เกิด อย่ารีบร้อนสำคัญตนว่า บรรลุธรรม

    ให้กลับมาที่ ......การภาวนาแบบแรก เสมอๆ เอาที่ ภาวนาแล้วไม่เกิดปัญหา
    เราจะ อาศัย วิหารธรรม ตัวนั้น เป็นตัว "ครอสเช็ค" ไม่ประมาทในธรรมทั้งปวง


    *****************************

    ปล. กรณีจิตส่วนมาก ต้องไป หาอุบายสู้ง่วง อันนี้เป็นดรรชนีย์ชี้วัด "ทุกขาปฏิปทา....ภิญญา"
    เวลา สู้ง่วงได้ด้วย อุบายธรรมใด ให้เสพซ่อง อุบายธรรมนั้นให้มากๆ อย่าเอาแค่ พอผ่าน
    แต่จะต้อง เสพคุ้นให้มากๆ ....ถ้า สามารถรำพึงจิต เสพ อุบายแก้ง่วงสมัยนั้นๆ ให้มากๆ
    ต่อเนื่องได้ ก็จะ อ๋อ ........ใน วิธี การภาวนาของ พระโมคคัลลานะ

    แต่ถ้า หนักไปในทาง การทำให้จิตสบาย รู้ทุกข์ เห็นอริยสัจจ ด้วยใจที่ สบายๆ(ไม่เกิดปัญหา)
    ได้มากๆ ก็ภาวนาไปทางนี้ให้มากๆ แล้ว อย่าไปคว้า "เวทนา" การรำคาญใจ ไม่พอใจโน้น นั่นนี่
    ก็จะ อ๋อ พระสารีบุตร พัดวีให้มหาสมณะเจ้า พอได้ยินคำว่า "จงไม่พอใจความไม่พอใจนั้นด้วย"
    พระสารีบุตร ก็ ปิ๊ง !!! [ แต่ อินทรีย์แบบเจ้าของกระทู้ คงไม่ปิ๊ง นะครับ คงต้องภาวนากันให้
    มากๆหน่อย จนกว่า จิตจะยอมรับว่า แท้จริงแล้ว ไม่มีหรอก คน เนี่ยะ ]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 กุมภาพันธ์ 2016
  7. รักษ์11

    รักษ์11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    248
    ค่าพลัง:
    +516

    เป็นอะไร ใช่นะ กระผม ผู้ทรงสมาธิ เห็นด้วย อนุโมทนาสาธุการคับ
     
  8. รักษ์11

    รักษ์11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    248
    ค่าพลัง:
    +516
    คุณลุงพรานยึ้ม ธรรมะของท่าน ลึกซึ้ง กว้างไกล รู้จิง

    อย่างคำพระที่ว่า ผู้ปฏิบัติธรรม สมควรแก่ธรรม
     
  9. kaka krit

    kaka krit Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    43
    ค่าพลัง:
    +96
    ballbeamboy2
    choto
    Sriaraya5
    โลกีย์ฌาณ


    ขอขอบคุณคำแนะนำของพี่ๆมากนะครับ
    ผมจะคิดถึงความตายเพื่อให้เกิดสมาธิมากขึ้นนะครับ และจะหาวิดีโอหลวงพ่อฤาษีลิงดำมาดูนะครับปกติจะสวดคาถาเงินล้านอยู่แล้วด้วยครับโดยส่วนตัวก็มีประสบการณ์จากคาถานี้ครับ แล้วผมจะมาเล่าผลการฝึกสมาธิต่อไปนะครับ....
     
  10. kaka krit

    kaka krit Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    43
    ค่าพลัง:
    +96
    ตอนแรกเห็นรูปกับเห็นชื่อยูสเซอร์แล้ว ผมจำเป็นพรานยิ้มไปแล้วครับ
    ยิ่งพอได้อ่านคำแนะนำจากลุงพรานผมนี่อมยิ้มเลยครับ ก่อนหน้านี้ก็ชอบนะครับความว่างความสงบในช่วงที่เคยถือศีล8ครับ
    แต่ปัจจุบัน ผมชอบอ้างชอบคิดว่ากลัวแบบไม่รู้ข่าวสาร ตามโลกไม่ทัน ไม่รู้นู่นไม่รู้นี่ จนปัจจุบันเลยเป็นคนเสพติดโซเชียล ซีรี่ การ์ตูน ละคร รายการทีวี ครบเลยครับ ซึ่งมันน่าจะมาจากกิเลสตามที่คุณนิวรณ์เคยว่าไว้
    ว่ากิเลสมันชอบอ้างครับ จนกลายเป็นดูหมดทุกอย่าง
     
  11. kaka krit

    kaka krit Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    43
    ค่าพลัง:
    +96
    ตอนอ่านนี่งงหลายช่วงครับแต่พอจับใจความได้ว่า ให้เราเรียนรู้ไปด้วยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นครับ ช่วงท้ายๆที่พูดถึงพระสารีบุตรก็พอเข้าใจแต่ก็ไม่มั่นใจครับว่าจะเข้าใจตรงตามที่คุณนิวรณ์สื่อทั้งหมดมั้ยครับ
    ผมอ่านหมดนะครับ อันไหนงงๆ ก็หลายเที่ยวอยู่ ขอบคุณมากนะครับที่สละเวลามาแนะนำ
     
  12. อินทรี

    อินทรี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กรกฎาคม 2009
    โพสต์:
    399
    ค่าพลัง:
    +547
    ผมว่าควรจะสวดมนต์ เช่น อิติปิโสฯ แล้วค่อยมานั่งสมาธิ ถ้านั่งสมาธิชอบหลับ จิตชอบหลุด ก้อย่าทิ้งคำภาวนาสิ เช่น พุทโธ ๆ ๆ จะได้มีสติอยู่กับลมหายใจเข้าออก
    ผมมีวิธีที่ง่ายๆ คือ คุณนับลมหายใจเข้า ลมหายใจออก นับ1 ทำแบบนี้จนนับถึง100
    หรือไม่ก้แค่50 ถ้าคุณไม่ลืมว่านับถึงไหนแล้ว จนนับครบ แสดงว่าคุณมีสติและสมาธิใช้ได้ดีครับ หากทำได้แล้ว ก้ทำแบบนี้ต่อไป
    ** การปล่อยวางความคิดและอารมณ์ทั้งหลายนี้ก้เปนปัจจัยให้จิตตั้งมั่นและสงบลงไปนะครับ**
     
  13. ยอดคะน้า

    ยอดคะน้า เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 มกราคม 2010
    โพสต์:
    960
    ค่าพลัง:
    +710
    นอนไม่พอ ก็ นอนสมาธิไปเลยครับ

    ไม่ต้องท่านั่ง

    จะหลับก็หลับไป

    ทำบ่อยๆๆให้ได้เป็นพอ

    ความชำนาญ ความทำบ่อยๆ จะทำให้พัฒนาได้
     
  14. animejanai

    animejanai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    522
    ค่าพลัง:
    +494
    อาหารที่กินก็มีส่วนนะครับ
    หรือทำงานมากไปทำให้ล้า
    นอนไม่พอ
    อากาศอาจจะไม่พอ หายใจเร็วไป
     
  15. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,697
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +11,714
    สั้นๆ จขกท ขาดคำภาวนา หรือป่าวครับ
     
  16. ฐสิษฐ์929

    ฐสิษฐ์929 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    877
    ค่าพลัง:
    +1,843
    ใช้ท่าขัดสมาธิสองชั้น (สมาธิเพชร)ลองดูครับ
     
  17. อินทรี

    อินทรี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กรกฎาคม 2009
    โพสต์:
    399
    ค่าพลัง:
    +547
    และควรจะหาความรู้ต่างๆเพิ่มจากในเว็บบ้างนะครับ เช่นเว็บนี้ จะขอยกตัวอย่างบางส่วนมา ให้คนอื่นๆได้อ่านตามไปด้วยครับ สมาธิใช่ว่าจะได้จากแต่การนั่งอย่างเดียว บางครั้งก้มาจากการอ่าน การเขียนด้วยน่ะ นอกจากจะเป็นผู้รักการปฏิบัติ ก้ควรจะเป็นผู้อ่านที่ดีคู่กันไปด้วย "ที่สำคัญอย่าทิ้งความเพียร และ ความอดทน" สองสิ่งนี้มีความสำคัญต่อสมาธิมากๆๆ
    ตัวอย่างมีตามนี้

    ที่มา:
    รวมวิธีปฏิบัติสมาธิ - ธรรมจักร :: เว็บธรรมะออนไลน์
    (เลยหาเว็บเดียวๆ แต่รวมการปฏิบัติสมาธิ ของแต่ละหลวงพ่อ ชอบแบบไหนก้ทำแบบนั้นได้ หลากหลายดีคับ โดยส่วนตัวผมชอบแนวธรรมของหลวงปู่ชา หลวงพ่อจรัญ และหลวงพ่อถาวรฯ เพราะแนวปฎิบัติที่ถึงพริกถึงขิงดี เหมาะสำหรับผู้ปฏิบัติมือใหม่ทุกๆท่าน
     
  18. ยศวดี

    ยศวดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    3,893
    กระทู้เรื่องเด่น:
    11
    ค่าพลัง:
    +5,707
    คุณนั่งและคิดเยอะล่องลอย
    คุณก็ยืนกำหนดหากคิดเยอะคุณก็เดินกำหนด
    แนะให้เปลี่อนอริยาบถไปเรื่อยๆคะ
    ยืน เดิน นั่ง นอน......
     
  19. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,399
    ค่าพลัง:
    +2,335





    อาการอย่างนี้ เค้าเรียกกันว่า วิปัสนูปกิเลส
    หรือ กิเลสที่ขวางกั้นการเจริญสมถะวิปัสสนา
    แต่ถ้าจะเรียกให้ถูก ควรจะเรียกว่า
    การเจริญสมาธิที่ยังไม่ถูกต้อง
    เพราะการเจริญสมาธิที่ถูกต้องนั้น
    จะต้องเจริญให้ครบทั้ง 4 ท่า
    คือ ยืน เดิน นั่ง นอน
    เมื่อนั้งจนเมื่อยแล้ว
    ก็ให้เปลี่ยนไปทำท่าอื่นบ้าง
    ไม่ใช่นั่งอยู่ท่าเดียว
     
  20. kaka krit

    kaka krit Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    43
    ค่าพลัง:
    +96
    ขอบคุณมากนะครับ ช่วงนี้ผมลองจับแค่ลมหายใจ ก็เริ่มดีขึ้นครับแค่ประเดี๋ยวนึง แล้วก็หลุด คงต้องใช้เวลาฝึกมากกว่านี้ ช่วงก่อนนั่งก็จะสวดมนต์ครับ แต่ผมเริ่มจะรู้ตัวเพราะก่อนหน้านี้เหมือนทำหลายอย่างมาก ทั้งที่ฐานยังไม่แน่น เช่น ภาวนาคาถาจักพรรดิ นึกภาพหลวงปู่ดู่ และจับลมหายใจ สับสนไปหมดแล้วก็จะหลุดเรื่อยๆครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...