ปุจฉา - วิสัชนา ** ท่านพุทโธ ว.ญาณ***

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย MayBuddhaBlessYou, 15 กรกฎาคม 2019.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    ปุจฉา - วิสัชนา ** ท่านพุทโธ ว.ญาณ***
    เรียบเรียงโดย นางสาวกัลญวัจณ์ รุ่งรัตนกาล

    1.jpg

    ปุจฉา ข้าพเจ้า : กราบนมัสการท่านพ่อเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านพ่อ พอที่จะมีเวลาสนทนาธรรมและเมตตาชี้แนะแนวทางให้ลูกได้บ้างไหมเจ้าค่ะ


    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : การสนทนา ล้วนเป็นทางสายกลางทั้งสิ้น ผู้มีปัญญา ย่อมมีปัญญารู้รอบ ที่จะปฏิบัติตนให้ได้อย่างนั้น ตราบจนกระทั่งวันตาย

    พ่อย้ำเตือนสติลูก เพื่อไม่สุข และทุกข์ มากจนเกินไป ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของลูกเอง เมื่อเห็นแจ้งชัดในทางธรรม

    ขอให้ลูกเจริญทั้งทางโลก และทางธรรม ยิ่งๆขึ้นไป ด้วยเทอญ.

    *** บันทึก ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 กรกฎาคม 2019
  2. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    ปุจฉา ข้าพเจ้า : กราบนมัสการท่านพ่อเจ้าค่ะ การที่เราต้องทำใจให้เป็นกลาง อาทิเช่น อ่านเจออะไรมา 1 เรื่อง ที่อาจจะไม่พอใจ หรือไม่เข้าข่ายที่เราคิดไว้ ใจเราจะมีการต่อต้านว่าไม่ใช่ ไม่ควรเป็นอย่างนี้ ไม่น่าทำอย่างนั้น แล้วมันเกิดอาการ ไม่เห็นด้วย ในเรื่องที่ตนเองคิดว่าถูกต้อง ไม่ผิดศีลธรรมนะค่ะ หรือแม้กระทั่งเรื่องในพระพุทธศาสนาก็เช่นเดียวกัน ลูกอาจจะคิดว่า ไม่น่าเป็นแบบนี้ ลูกจะทำอย่างไร ในการเสพข่าวต่างๆ ให้ไม่ต้องเสียหายในเรื่องการทำความเพียรเจ้าค่ะ การปฏิบัติธรรมนั้น ทำที่ไหนก็ได้ ลูกพยายามทำความเข้าใจในเรื่องนี้ ให้เป็นเรื่องของการปฏิบัติธรรมด้วยเจ้าค่ะ ขอกราบเรียนถามท่านพ่อ ว่าลูกควรจะทำใจให้เป็นกลางได้อย่างไรเจ้าค่ะ กราบท่านพ่อเจ้าค่ะ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ :การทำจิตให้ตั้งมั่น คือ"สมาธิ" จิตใจจะไม่ซัดส่าย ย่อมรู้ด้วยความมีสติจะเป็นเหตุให้เกิดปัญญา

    ผู้จะรักษาจิตใจของตนเองไว้ได้ ย่อมรู้สภาพของการ "ส่งจิตออกนอก" จะทำให้พอใจและไม่พอใจ ที่เต็มไปด้วยความนึกคิดปรุงแต่งล้วนมีแต่สิ่งค้างคาใจ ไม่อาจรักษาจิตให้ตั้งมั่นได้ มันก็ไหลไปตามกิเลส จึงทำให้เกิด ตัณหา และอุปาทาน ที่ทำให้เกิดภพชาติ

    ดังนั้น จงมีสติระลึกรู้ชอบ อย่างนี้ว่า สิ่งใดที่เข้าไปรับรู้สภาพธรรมภายนอก ทั้งดีและไม่ดีล้วนเป็นกรรมของเขา เมื่อรับรู้ได้อย่างนี้ จงหยุดปรุงแต่งทันที พุทโธๆๆๆๆ จับให้มั่นคง จะทำให้เกิดสมาธิ คือความตั้งมั่นอีกครั้ง จะเป็นเหตุเป็นฐานสมาธิทางด้านปัญญา อันมั่นคงในกาลต่อไป

    จงรักษาจิตใจของเราให้ตั้งมั่น ว่าง วาง สงบ ให้ได้ตลอดเวลา สิ่งใดที่เข้าไปรับรู้สัมผัส อดีต และอนาคต รู้แล้วเห็นแล้วจงปัดออกเขี่ยออกทันที จงดำรงสติปัญญาของเรา กระทำ นึกคิด ให้ได้ในกาลปัจจุบันให้มั่นคง ความสำเร็จจะเกิดขึ้นที่ตรงจุดนี้. สิ่งใดไม่สำเร็จ ล้วนเป็นไปตามสภาพของ อนิจจัง ทุุกขัง อนัตตา เป็นไปตามสัจธรรมความเป็นจริงของธรรมชาติ คือกฎไตรลักษณ์ จะเป็นเหตุใหสูญสิ้น "อุปาทาน" ที่ทำให้เกิด ภพชาติอย่างหาจุดจบไม่ได้

    ดังนั้น เมื่อเข้าไปยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใด นั่นคืออุปาทาน ที่จะต้องมีสติจดจ่อจิตอยู่ตลอดเวลา อย่าให้มีอาการพลั้งเผลอหลงลืมสติ เมื่อทำได้ จิตของเราจะว่าง วาง สงบ ตลอดเวลา ที่ต้องประกอบด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นหลักสำคัญ.

    *** บันทึก ณ วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 กรกฎาคม 2019
  3. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    ปุจฉา ข้าพเจ้า : กราบนมัสการท่านพ่อเจ้าค่ะ ลูกกลับมาปฎิบัติเหมือนเดิม วันแรก เมื่อคืน รู้สึกได้ถึงความชุ่มชื่นในหัวใจ ของการกลับมาทำความเพียรอีกครั้งเจ้าค่ะ ก่อนปีใหม่ แม่ลูกทำไฟไหม้ห้องนอน เกือบไหม้บ้าน พ่อก็เกือบโดนงูฉก งูเข้าบ้านค่ะท่านพ่อ หรืออาจจะเป็นเพราะ ลูกไม่ได้สวดมนต์ที่มีบทที่ป้องกันอัคคีภัย และบทพระปริต บทวิรูปักเข ที่เคยสวดประจำ อาจจะเป็นอย่างนั้นได้หรือไม่ค่ะ หรือว่าพระท่านมาเตือนให้ลูกกลับมาทำความเพียรเหมือนเดิม

    เมื่อคืนรู้สึกว่า ทำความเพียรได้ดี ทั้งที่ห่างหายไปนาน ลูกสงบนิ่งเร็วมากจริงๆ ค่ะ เพราะระหว่างวัน ที่พาหมาไปเดินเล่น ลูกก็เดินจงกลมไป อารมณ์ สมาธินั้นยังคงอยู่ ก่อนที่จะไปทำความเพียรบนห้องพระค่ะ


    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : ดีแล้วที่ลูกสามารถคิดได้อย่างนั้น เมื่อทำอีกครั้ง ทำให้เราได้สัมผัสความชุ่มชื่นในหัวใจ ส่วนเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นเป็น "เรื่องของกรรม" ที่พยายามเข้ามาแทรก เพราะอำนาจแห่งกรรมไม่ดี เหนือกรรมดีของเรา จึงจำเป็นต้องเพียรสร้างบุญภายในกายใจของเรา เพื่อเข้ามาหนุนบุญภายนอกให้เพิ่มมากขึ้น จะได้คุ้มครอง ปกป้อง รักษา แคล้วคลาดปลอดภัย อันเป็นความดีในทางสายบุญ ของเราทั้งสองด้าน ให้มากยิ่งขึ้น ที่เรียกว่า "วาระแห่งกรรม ดี ชั่ว อันไหนมากกว่ากัน ย่อมเป็นไป เช่นนั้น"

    เมื่อเราได้กระทำความดีสมบูรณ์เต็มที่แล้ว แม้จะมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้น ก็ต้องยอมรับความจริงแห่งกฎไตรลักษณ์ว่า ไม่มีอะไรเที่ยง แต่เราได้ทำความดี ทรงความดี จนถึงที่สุดของเราแล้ว จะทำให้เราไม่ทุกข์ใจมากมาย เหมือนดังแต่ก่อน

    ตัวลูกเอง มีเชื้อเก่าของการทำความดี เมื่อกระทำอีกครั้ง จึงได้สัมผัสสิ่งดีๆเหล่านั้น ก็ควรกระทำให้เป็นปกตินิสัยทุกเช้าเย็น
    ตรงนี้ล่ะ ที่ต้องอาศัย "สัจวาจา" คือ ความจริง เมื่อทำจริงจึงจะได้ของจริง "สัจวาจา" ก็มีอยู่ใน "ศีล๕" เป็นการรักษาศีลไปในตัว สมาธิ และปัญญา ย่อมเกิดขึ้นได้โดยไม่ยาก

    อย่าคิดว่า "ศีล สมาธิ ปัญญา" ต้องเข้าวัด อยู่ในป่าเขาลำเนาไพร และเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก ล้วนเป็นเรื่องความเห็นผิด ที่กิเลสปกปิดใจของตน จึงคิดเข้าข้างกิเลส เมื่อเพียรทำไปสติปัญญาจะเพิ่มมากขึ้น ย่อมรู้ช่องทางแห่งการ รู้ทุกข์ รู้ต้นเหตุแห่งทุกข์ รู้การดับทุกข์ด้วยองค์มรรค คือ ศีล สมาธิ ปัญญา จงทำให้ได้ ไปพร้อมๆกับโลก

    เราเป็นฆราวาสชน อยู่กับโลก...อย่าได้เอาแต่โลก จงเอาธรรมเข้าไปรู้เท่าทันโลก...เพื่อจะได้ปล่อยวาง จึงจะเป็นเหตุให้สูญสิ้นซึ้งอุปาทาน เพื่อความสุขกาย สบายใจของเรา อย่างแท้จริง คือ "พระนิพพาน" สาธุๆๆ ขอให้ลูกเจน จงเจริญทั้ง ทางโลก และ ทางธรรม ยิ่งๆขึ้นไปด้วยเทอญ.

    *** บันทึก ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 กรกฎาคม 2019
  4. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    ปุจฉา ข้าพเจ้า : กราบนมัสการท่านพ่อเจ้าค่ะ วันนี้ลูกเพิ่งนั่งสมาธิเสร็จ วันนี้นั่งได้ ชั่วโมงกว่าๆ เพราะเริ่มนั่งตอน ตี 1.15 น ทำไมลูกถึงไม่อยากถอนออกจากสมาธิเลย ถึงแม้จะปวดขาก็ตาม แต่ได้ท่านพ่อสอนแบบอุกฤษ ให้นั่ง 4-5 ชม เรื่องปวดขาเรื่องเล็กค่ะ ลูกมีคำถามค่ะท่านพ่อ ว่าทำไมเมื่อก่อน พอนั่งสมาธิ แล้วมันกระวานกระวายได้อย่างเก่ง 30 นาทีค่ะหากทำคนเดียวนะค่ะ แต่เมื่อเริ่มมาปฎิบัติอีกครั้ง ทั้ง ๆที่ แบบเอาละวันนี้จะนั่งละ แต่ก็ยังไม่ได้ตั้งสัตย์ปฎิญานกับท่านพ่อ ว่าจะไม่ขาดเลยทั้งปี วันนั้นก็ชุ่มชื่นหัวใจไปแล้ว ค่ะ เมื่อวานก็ใช้ได้ค่ะ วันนี้กลับรู้ว่ามีพลัง แบบไม่ยากถอนออกจากสมาธิ ทั้งๆ ที่หากไม่ได้นั่งต่อหน้าท่านพ่อ หรือครูบาอาจารย์ ลูกไม่มีทางทำได้ขนาดนี้ค่ะ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : ดีแล้วๆๆ สาธุๆๆ ความเพียรเริ่มเกิด จำเป็นต้องรักษาเอาไว้ให้มั่นคง เพื่อจะได้ เพิ่มพูนบารมีของเราให้สูงขึ้นๆ หากละเว้น เพียง 1-2 ครั้ง จะทำให้ไม่อยากทำความเพียร โดนกิเลสเข้าครอบงำ

    ดังนั้น จำเป็นต้องมีความเพียรเหนือมัน เมื่อทำได้ สภาพจิตใจจะเปลี่ยน คือ "จิตใจจดจอ อยากทำความเพียร ตลอดเวลา แม้จะทำหน้าที่การงาน ก็ตาม"

    จึงต้องรู้จักปล่อยวางจิต ไม่เข้าไปยึดมั่น จะเป็นเหตุทำให้ใจเร่าร้อน ครั้นพอถึงเวลาเลิกจากหน้าที่การงาน ใจจะพอใจยินดี มีพลัง ทำให้อิ่มอกเบิกบานว่า "จะได้สวดมนต์ไหว้พระทำความเพรียร จิตมันจะยิ้มเบิกบานใจภายในจิต"


    ขอให้ลูกเพียรทำ จะได้เข้าไปสัมผัสว่า พระนิพพานมีจริง


    จงเพียรพยายาม อดทนต่อความเจ็บปวด เพื่อทำความเข้าใจความเป็นจริงของธรรมชาติ คือ ไม่มีอะไรเที่ยง ไม่นานยอมดับในตัวของมันเอง จงทำให้ได้...เพื่อปลดเปลื้องอาการของกาย ความเพียรของเราจึงจะสำเร็จได้

    *** บันทึก ณ วันที่ 13 มกราคม 2561 ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 กรกฎาคม 2019
  5. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    *** จิตว่างวางสงบได้
    เพราะมีสติสัมปชัญญะเข้าไปตรวจสอบ***

    เมื่อเกิด “ผัสสะ” คือ สิ่งที่เข้ามากระทบทางอายตนะ ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ทำให้เกิดรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ภายในจิตตน หากดำรงรักษา “สติสัมปชัญญะ”เอาไว้ได้ ทำให้รู้เท่าทันในเวทนา ย่อมไม่หลงกระโจนเข้าไปปรุงแต่งใดๆ เพียงแค่ดูรู้อยู่ ในเวทนาที่กำลังปรากฏอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยความอดทน ยิ่ง หากทำได้จริง ย่อมเห็นความดับไปแห่งเวทนานั้น จำเป็นต้องทำให้ได้อย่างนี้ และนี่แหล่ะ คือ หนทางแห่งการพ้นทุกข์

    เมื่อเวทนาได้แสดงตัวให้เห็นถึงความดับไป ประมาณ ๒-๓ ครั้ง จะเห็นจิตเป็นหนึ่งด้วยความว่าง คือ ไม่มีเวทนา อารมณ์ใดค้างคาใจ จิตจึงว่าง วาง สงบในขณะนั้น ทันใดนั้น สติปัญญาก็โพล่งแจ่มแจ้งภายในจิตขึ้นมาว่า
    “โอ้..!! มหัศจรรย์แท้หนอ ความดับไปแห่งเวทนา คือ “ความว่าง” ปรากฏชัดภายในจิต และเมื่อใดก็ตามที่จิตว่าง วาง สงบ เมื่อนั้นไม่มีเวทนาใดค้างคาใจ เห็นแล้วๆๆ รู้แล้วๆๆ เส้นทางแห่งพระนิพพาน”

    **** ท่าน พุทโธ ว.ญาณ วันที่ 25 มกราคม 2561 *****
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 กรกฎาคม 2019
  6. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463

    ***หลักธรรมองค์สำคัญ คือ "องค์มรรค***

    หลักธรรมองค์สำคัญ คือ "องค์มรรค" ใครเข้าถึงได้ด้วยความ บริสุทธิ์ สมบูรณ์ ย่อมเห็นชัดภายในจิตตน แต่ฆราวาสชนโดยทั่วไป ไม่ค่อยใส่ใจ เพราะเห็นเป็นเรื่องยาก.

    พระอรหันตเจ้าในยุคปัจจุบัน ไม่มีรูปใดรักตัวกลัวตาย. ฆราวาสชน ก็ต้องทำให้ได้ เหมือนกัน จึงมีความเสมอกันด้วยความเพียร เพื่อเข้าสู่พระนิพพาน

    **** ท่าน พุทโธ ว.ญาณ วันที่ 13 มีนาคม 2561 *****
     
  7. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    ปุจฉา ข้าพเจ้า : กราบท่านพ่อเจ้าค่ะ ช่วงนี้ศึกหนัก ลูกสั่งสินค้าจากอียิปต์ มีหลายโรงงานใหญ่ๆ จะมาแย่งตัวเราหลายโรง เราก็ไม่เคยสั่งใครทำให้ หนูให้คนนี้ที่เรารักเหมือนน้อง ให้งานเขาทำทั้งหมดค่ะ 4 เดือนหนูโอนไปให้เขาล้านห้าโดยประมาณ แต่รู้สึกว่า มันมีผิดพลาดตลอดเวลา ทำไมไม่ส่งของออกมาสักที ที่ช้ามากคือต้องส่งลูกค้า 2-3 เดือนแล้ว ไม่มาค่ะ ลูกตามตลอดจนทะเลาะกัน ภายหลังให้คนสืบ จับได้ว่าเขาโกหกลูกมาโดยตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งที่หากลูกจะให้โรงงานใหญ่ ๆ ทำ มันก็จบเรื่องไปแล้ว นี่คือความเมตตาอย่างเดียว สงสาร แต่มาหักหลังลูก อกตัญญู ทำให้ลูกเดือดร้อนมากค่ะช่วงนี้

    ลูกขอกราบเรียนถามท่านพ่อว่า คนแบบนี้ ลูกไม่สมควรให้อภัยใช่ไหมเจ้าค่ะ ความเมตตานั้น มันถึงสุดยอดแล้วค่ะ คือมันไม่เมตตาแล้ว ลูกไม่เคยเกลียดและโกรธใครง่ายๆ แต่คนๆนี้ ทำให้ลูกได้รู้ถึงอารมณ์ที่เรียกว่าเกลียดเข้ากระดูกดำไปเลยค่ะ

    1. ลูกไม่ให้อภัยเขา ผิดไหมค่ะท่านพ่อ หรือต้องทำใจอย่างไรดีค่ะ

    2. ลูกก็ทำความเพียร อย่างเข้มข้น ไม่น่าจะมีกรรมไหน มาเข้าช่องได้ ลูก งง เลยค่ะ ว่าอะไรเกิดขึ้น ทำไม ลูกทำความเพียรหนัก แล้วถึงเป็นอย่างนี้ สิ่งนี้ที่เกิดขึ้นมันคืออะไรหรือเจ้าค่ะท่านพ่อ

    ลูกขอกราบรับคำแนะนำจากท่านพ่อด้วยนะเจ้าค่ะ


    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ :

    1.
    สำคัญยิ่ง ...อย่าได้แบกหามอารมณ์ให้ค้างคาใจ เมื่อเขาทำอะไรไม่ดีร้อนดั่งไฟ จะไปแบกให้ค้างคาใจได้อย่างไร เป็นสภาพที่เราเบียดเบียนตนเอง โดยไม่รู้ตัว จึงเป็นเหตุให้เกิดทุกข์เร่าร้อนใจ ให้กับตน


    สิ่งที่ลูกได้เพียรปฏิบัติ อย่างเข้มข้น ก็เพื่อให้รู้สภาพธรรมต่าง ๆ มีความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไปอย่างไร จะเห็นสภาพธรรมเกิด และ ดับ เพื่อจะได้ทรงจิตใหม่ๆ สดๆ ไว้ได้ในปัจจุบันธรรม จึงจะเกิดพลังนำไปสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง

    ดังนั้น เมื่อเขาเอาความทุกข์เร่าร้อนมาให้ แต่เราไม่รับ จะเป็นเหตุให้เราเกิดสติปัญญา ทั้งทางโลก และธรรม เพราะสามารถทรงจิต ว่าง วาง สงบ ไว้ได้ในปัจจุบัน จึงกล่าวได้ว่า นี่แหล่ะ... คือ การประพฤติปฏิบัติไปพร้อมกับการหาอยู่หากิน ในท่ามกลางโลก

    เพราะการปฏิบัติธรรม จะต้องเพียรปฏิบัติให้ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ยกเว้น เวลาหลับ นี่แหล่ะ คือ เส้นทางเดินเข้าสู่ มรรค ผล นิพพาน อย่างแท้จริง

    2.
    การทำความเพียรอย่างเข้มข้น ต้องอาศัย "สติ" คือ ความระลึกรู้ เมื่อมีสภาพอันใดค้างคาภายในจิตใจ จง..."ปล่อยวาง" จิตจะได้ ว่าง วาง สงบ หากมีสภาพธรรมอันใดค้างคาใจ จะต้องดับให้ได้ในทันที สติปัญญาจึงจะเกิดขึ้น

    แม้จะทำความเพียรอย่างเข้มข้น ก็ต้องรับรู้สภาพตาม "กฏแห่งกรรม" ที่ไม่มีใครหนีพ้น ที่ได้กระทำมานานแล้ว ไม่อาจบังคับบัญชาให้อยู่ภายใต้การกระทำ แห่งความดีของเรา ขอให้รับทราบอย่างนี้ว่า "เราจะชดใช้หนี่กรรมทั้ง ดี และ ไม่ดี ให้เหลือ 0 ได้อย่างไร นั่นคื เส้นทางเดินแห่งพระนิพพาน ที่สูญสิ้นซึ่ง..อุปาทาน" นั่นเอง.


    *** บันทึก ณ วันที่ 18 มีนาคม 2561 ***
     
  8. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    ***ชีวิตเหลือน้อย ***
    ชีวิตเหลือน้อย อย่ามัวหลงระเริงไปกับสื่งยั่วยุภายนอก หนุ่ม แก่ สาว ภัยพิบัติมีรอบด้าน ทั้งภายใน และภายนอก ปัจจุบันนี้ ได้ใช้คุณค่าของความเป็นมนุษย์ ในด้านปฏิบัติธรรม พอที่จะเป็นบารมีหนุนส่ง เพื่อมรรค ผล นิพพาน ขนาดไหนเพียงใด จะได้ไม่เสียชาติเกิดที่ได้เกิดมาเป็นคน

    มรรค ผล นิพพาน เกิดขึ้นได้ภายใต้สติปัญญา ที่รู้เท่าทันสภาวธรรมในปัจจุบัน จะเป็นเหตุ ให้รู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรม พร้อมปล่อยวางทั้งหมด คือ ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใด เพื่อเข้าสู่ผล คืออริยสัจธรรม อย่างแท้จริง.


    **** ท่าน พุทโธ ว.ญาณ วันที่ 18 มีนาคม 2561 *****
     
  9. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    ปุจฉา ข้าพเจ้า : วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของลูกเจ้าค่ะ ลูกรู้สึกมันก็เหมือนทุกๆ วันค่ะท่านพ่อ วันนี้ครบ 50 ปีเจ้าค่ะ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : วันนี้เป็นวันเกิด ครบ 50 ปี ที่เต็มไปด้วย สุข และทุกข์.
    ขอให้ลูกจงมีสติปัญญา รู้จักทุกข์ รู้เหตุแห่งทุกข์ รู้ความดับทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เพื่อความพ้นทุกข์ อย่างไม่เหลือเชื้อ ด้วยเทอญ.


    *** บันทึก ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 ***
     
  10. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    5.jpg 4.jpg

    ปุจฉา ข้าพเจ้า :
    มีเรื่องอัศจรรย์ ลูกเปิดดูภาพต่างๆ ที่วัดหนองพลวง ที่ท่านพ่อไปสอนกรรมฐาน อยู่ๆ ก็มีเสียงคล้ายกลุ่มชน สาธุ สาธุ สาธุ เป็นกลุ่มใหญ่ๆ เสียงผู้ชายส่วนมาก ลูกไม่เชื่อหู เปิดภาพไหนก็มีเสียง สาธุ สาธุ สาธุ แบบลอยมาไกลๆ แต่ได้ยิน ลูกไม่เชื่อหูตัวเองเลย เพราะณานอะไร ก็ไม่มีกับใครเขา ลูกถึงต้องเปิดดูซ้ำแล้ว ซ้ำอีกค่ะ หรือลูกอุปปาทานไปเอง

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : เสียงที่ลูกได้ยิน สาธุๆๆ เป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงออกมา เพื่อให้เราเกิดศรัทธาเลื่อมใส สิ่งนั้นคือ เหล่าเทพยดา และวิญญาณ กระตุ้นเตือนเรา จะได้ร่วมอนุโมทนา

    เราต้องขยันหมั่นทำความเพียรปฏิบัติ และความดี เหล่านี้จะปรากฏผล ให้เราได้สัมผัส


    *** บันทึก ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 ***
     
  11. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    ***สิ่งต่างๆภายนอก ล้วนเป็นสัจธรรม ***

    สิ่งต่างๆภายนอก ล้วนเป็นสัจธรรม อันเป็นความจริงของธรรมชาติ แต่ไม่ใช่ความเป็นจริง ภายในกายใจของเรา.

    การส่งจิตออกนอก ที่ไม่เป็นทางสายกลาง คือ มัฌชิมาปฏิปาทา ย่อมไม่อาจทำลายอวิชชาให้สิ้นไป

    เรียนรู้ศึกษาสิ่งต่าง ๆ ภายนอกมามากแล้ว ก็ควรปล่อยวางเข้าเรียนรู้ศึกษาภายในกาย และใจแห่งตนเป็นสำคัญ. อายุก็มากแล้ว แต่ยังไม่เอาวิชาความรู้ที่ได้อ่าน ได้ยิน ได้ฟัง มาประพฤติปฏิบัติ หากไม่นำมาปฏิบัติที่กาย และใจแห่งตน แล้วจะเห็นธรรมภายใน เสมอซึ่งธรรมภายนอกได้อย่างไร.

    **** ท่าน พุทโธ ว.ญาณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 *****
     
  12. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    ปุจฉา ข้าพเจ้า : กราบท่านพ่อเจ้าค่ะ ช่วงนี้รู้สึกว่า อะไรมันรุมเร้าเข้ามามากจริงๆ ค่ะท่านพ่อ ลูกค้าที่อเมริกามาแต่ไม่มาพบเรา ไปที่อื่นๆ เขาว่างั้นนั้นค่ะ ส่วนลูกค้าที่เคยคุยกันดีๆ 3 ปี จะเอาอะไรลูกก็ทำให้ อย่างโซา set ละ 3 แสนลุกก็เคยขายให้เขาแสนห้าแบบขาดทุนก็ให้ค่ะ ให้มาโดยตลอด มาตอนนี้แกจะเอาเปรียบลูกมาก เขาชวนทะเลาะ เพราะจะเอาเหมือนเดิม แต่ลูกไม่ทะเลาะด้วย และไม่ยอมขายราคาขาดทุนอีกแล้วค่ะ ลูกกำหนดจิตดู พยายามทรงสติให้มีมากที่สุด ไม่โกรธ ปล่อยวาง เพราะทุกๆ อย่างลูกทำดีที่สุด สำหรับลูกค้าทุกๆ คนค่ะ เรื่องนี้ถือว่าเป็นการวัดกำลังใจใช่ไหมค่ะท่านพ่อ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : สิ่งต่างๆ อันเป็นเรื่องบุญบารมี อันมีสภาพ "เย็นสงบ" จะทำให้รับรู้สภาพธรรมภายในจิตตน หากมีสิ่งใดทำให้จิตเร่าร้อน จะเป็นเหตุให้บุคคลที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรา เพราะทำให้จิตใจของผู้นั้นเร่าร้อนเป็นทุกข์

    ดังนั้น จิตที่สงบเย็นใครก็อยากได้สัมผัส อันเป็นสภาพของความสุขสงบเย็น

    ปุจฉา ข้าพเจ้า : น้อมกราบสาธุธรรมเจ้าค่ะท่านพ่อ ลูกก็สงบพอใช้ได้ค่ะ ไม่ทุกข์อะไร ตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไป ใครเขาจะคิดอย่างไร ลูกถือว่าทำดีที่สุดแล้ว เค้าจิตใจเร่าร้อนมาก ทุกข์มาก คิดมาก บ่นมาก จนลูกต้องถอยออกมาแล้ว เพราะในขณะที่เราสงบแต่เขาเร่าร้อน ถี่ๆ มากเกินไป บางครั้งก็มีผลกระทบกับเราค่ะ ลุกจะพยายามทรงอารมณ์นี้ไว้ค่ะ กราบท่านพ่อเจ้าค่ะ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : พ่อเองแผ่บุญกุศลให้ลูกเจน ทุกเช้าเย็นให้ประสบกับความสำเร็จในอาชีพหน้าที่การงาน. พ่อเห็นเจตนาที่ดีของลูก จึงต้องเกื้อหนุนลูกเจน ให้ถึงที่สุด

    จิตต้องสงบตั้งมั่นในสมาธิ เมื่อได้สัมผัสสุข สงบ จึงแผ่ออกไปทั่วสากลพิภพ

    บุญ.. เป็นแรงหนุน สู่ความสำเร็จทั้งทางโลก และทางธรรม เป็นบารมีที่คอยเกื้อหนุนเรา ตลอดเวลา

    จงเพียรทำจิตใจให้สงบ อย่าให้ความทุกข์มาเผาใจตน ไม่นานบุญที่ทำจะเข้ามาหนุนเราสู่ความสำเร็จ. จงมีศรัทธาความเชื่อในบุญว่า ต้องเป็นไปเช่นนั้น. พ่อขอให้ลูกรับรู้ว่า พ่อแผ่บุญ หนุนบุญให้กับลูกเช้าเย็นมิได้ขาด เพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับลูก ด้วยเทอญ.

    ปุจฉา ข้าพเจ้า : น้อมกราบโมทนาสาธุ สาธุ เจ้าค่ะท่านพ่อ กราบขอบพระคุณท่านพ่อสุดเศียรเกล้าเจ้าค่ะ ลูกมั่นใจว่าบุญจะมาหนุนนำลูกสักวัน แต่ตอนนี้มันหินสุดๆ อยู่เจ้าค่ะ แต่ท่านพ่อไม่ต้องห่วงลูกนะเจ้าค่ะ ลูกกพยายาม ดู บารมี 10 และสังโยชน์ 10 ประการอยู่ กลัวลืม ถึงขนาดต้องดูตอนเช้าทุกวันเจ้าค่ะ เพื่อกำกับตัวลูกเอง ทำแบบนี้ลูกทำถูกต้องใช่ไหมค่ะ

    สังโยชน์ 10 ลูกเอาให้รอด 5 ข้อแรกก่อนค่ะ ^_^ ข้อ 5 ปฏิฆะ ความกระะทบกระทั่งในใจ นี่ยังไม่ดีค่ะ นอกนั้นผ่านได้ค่ะ


    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : หลักธรรมเป็นเครื่องตรวจสอบจิต ที่ต้องมีสติปัญญาคอยกำกับ กาย วาจา ใจ ของตน เมื่อจิตทรงธรรมได้ จะเห็นจิตค่อยๆ ว่าง ดำรงความว่างไว้ได้ในแต่ละขั้น คือ หยาบ ละเอียด ประณึตเป็นที่สุด แต่ละสภาวะจะแตกต่างกันไป อันเป็นสภาพที่ทรงไว้ได้

    *** บันทึก ณ วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 กรกฎาคม 2019
  13. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    ปุจฉา ข้าพเจ้า : ลูกฟังหลายรอบคลิปที่ท่านพ่อส่งมา ที่ท่านพ่อกล่าวในคลิปว่า " ลูกเจนมีน้ำตาไหลแห่งธรรมของท่านพ่อ " จำไม่ได้จริงๆ ค่ะ สาธุ สาธุ เป็นน้ำตาในความทราบซึ้งจริงๆ กราบขอบพระคุณอย่างสูงที่ท่านพ่อส่งมารำลึกถึง ลูกนึกว่าวันออกนิโรธกรรม ที่ลูกไปแอบรับองค์พ่อออกนิโรธ ลูกยืนร้องให้อยู่ เรื่องนี้จำได้ค่ะ ที่เรียนกับท่านพ่อมีหลายวาระที่น้ำตาไหล จำไม่ได้ว่าครั้งไหนบ้าง กราบท่านพ่อเจ้าค่ะ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : ดีแล้วๆๆ สาธุๆๆ ทราบซึ้งในธรรม ย่อมซึมซับเข้าไปในดวงจิต จิตซาบซึ้งอ่อนตัวลง โน้มเข้าหาคุณพระรัตนตรัย เป็นพลังกายและใจอย่างยิ่ง เพื่อรักษาความดีของตนเอาไว้

    *** บันทึก ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 ***
     
  14. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    ปุจฉา ข้าพเจ้า : กราบเรียนท่านพ่อที่เคารพสุดเศียรเกล้า เมื่อคืนลูกฝันว่า ลูกกำลังจะจัดอบรมปฎิบัติธรรม มีพระภิกษุ 3-4 รูปที่เป็นอาจารย์ผู้มีอายุ ครองผ้าสีผ้าสายธรรมยุต พอท่านกลับลูกเดินไปส่งคณะท่าน มีพระรูปหนึ่งท่านพูดว่า ในจำนวนพระที่รออบรมนั้นมี อยู่ 1 ที่ศีลไม่บริสุทธิ์ ลูกก็เดินตามไปจนส่งท่านถึงรถ ระหว่างนั้นก็ครุ่นคิดว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่ารูปไหนศีลไม่บริสุทธิ์หลวงตาท่านคงทราบว่าลูกคิดอะไร ตอนที่ท่านจะขึ้นรถ ท่านก็บอกกับลูกว่า พระรูปนั้นเขาออกไปแล้ว ลูกก็เดินเข้าไปดู ปรากฏว่าที่เดินออกไปนั้น ไม่ใช่พระ แต่ดูเหมือนจะกลายร่างเป็นผู้หญิงแก่ แต่ผมสั้น ใส่ชุดขาวเดินออกไปแทน

    มีอยู่ครั้งหนึ่งสมัยพุทธกาล ลูกฟังมา เป็นพระสูตรค่ะ ครั้งนั้นมีพระภิกษุจำนวนมากมารอฟังพระพุทธเจ้าลงอุโบสถศีล และรอการเทศน์ พระอานนท์ ขอให้ตถาคตแสดงธรรม พระองค์ทรงนิ่ง พระอานนท์ถามอีกหลายครั้ง จนเลยบ่ายไปแล้วพระพุทธองค์ก็ไม่เทศน์ จนในที่สุดพระพุทธองค์ทรงเรียกพระโมคคัลลามาแล้วบอกว่า ในหมู่พระสงฆ์นี้ มีอยู่ 1 รูปที่ศีลไม่บริสุทธิ์ พระโมคคัลลารู้ในณานของท่านว่าเป็นพระรูปใด จึงเดินไปบอกให้พระรูปนั้นออกไป ท่านพูดว่า ตถาคตรู้ท่านแล้วให้ท่านออกไป จากนั้นพระพุทธองค์ทรงตรัสว่า ต่อไปจะไม่มาทำการลงอุโบสถศีลอีกต่อไป เพราะไม่อยากทำร่วมกับพระที่มีศีลไม่บริสุทธิ์ ต่อไปก็ให้เป็นคณะพระภิกษุกระทำร่วมกันเอง ลูกฟังมาอย่างนี้ค่ะท่านพ่อ

    จากนั้นลูกก็ไปวิ่งไปเอาเอกสารเตรียมมาจัดอบรม ซึ่งมีท่านพ่อเป็นอาจารย์ พอเปิดตู้ออกมา ก็มีหนังสือสวดมนต์ ที่ลูกสอดสิ่งของเอกสาร และซองต่างๆ ไว้อยู่ มีอยู่ 1 ซอง ตอนนั้นลูกเปิดเข้าไป เจอเงิน 1200 หรือ 1020 บาทจำไม่ได้ รู้แต่ว่ามีเงิน 1 พันบาท อยู่ด้วย คงจะเอามาไว้นานแล้ว แต่ไม่จำไม่ได้ ลูกดีใจมาก เพราะตอนนั้นไม่มีเงินเลยสักบาท

    จากนั้นก็วิ่งไปที่มีการจัดอบรมค่ะ มีโต๊ะ ยาว 1 โต๊ะ นั่ง 2 ข้าง 4-6 คน หัวท้ายให้ท่านพ่อเลือกว่าจะนั่งฝั่งไหน ตอนนั้นท่านพ่ออยู่หัว 1 ด้าน กำลังเดินไปนั่ง พอดีลูกเห็นที่วางเก้าอี้ มีหลุมลึก หากนั่งไปขาเก้าอี้ต้องตกลงไป ท่านพ่อล้มแน่นอน ลูกเห็นดังนั้น จึงขอให้เลื่อนโต๊ะไปด้านหน้า เพื่อที่จะวางเก้าอี้ท่านพ่อได้ค่ะ

    จากนั้นจำไม่ได้แล้วค่ะท่านพ่อ ปกติฝันลูกไม่เคยจำ แต่วันนี้จำได้ดีค่ะท่านพ่อ กราบเรียนท่านพ่อเท่านี้ค่ะ


    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : การกระทำในปัจจุบันในการทำบุญ เริ่มที่จะมีบุญเก่าเข้ามาหนุน ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็ต้องตรวจสอบในเรื่องของการทำบุญ ให้เป็นทางสายกลางแห่งมัชฌิมาปฏิปทา ที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับตนเอง และครอบครัว ให้มากจนเกินไป.

    เรื่องของศีลเป็นสิ่งสำคัญมาก หากไม่มีศีล.... สมาธิ ปัญญาย่อมไม่เกิด ไม่ต่างอะไรกับปุถุชนคนธรรมดา.

    ดีแล้วที่ลูกระวังรักษาในตัวพ่อ บุญนั้นจะย้อนคืนกลับไปหาลูก ค้ำจุนลูกต่อไป

    ปุจฉา ข้าพเจ้า : กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ น้อมรับคำสั่งสอนค่ะ ตอนนี้ลูกคิดอะไรให้เป็นธรรม ตามที่ท่านพ่อเคยสอนสั่งและอบรมมาเจ้าค่ะ สาธุ สาธุค่ะ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : ดีแล้วๆๆ จงอย่าประมาทในชีวิตประจำวัน ดีจริงๆ ต้องรักษาให้ได้วันต่อวัน ในปัจจุบันธรรม เท่านั้น จะทำให้เราได้เห็นสัจธรรมตามเป็นจริง / สาธุๆๆ

    ปุจฉา ข้าพเจ้า : ลูกจะทำการตรวจสอบศีลของลูกให้บริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : ผู้ปฏิบัติธรรมได้ ต้องมีศีลเป็นหลักสำคัญ

    ปุจฉา ข้าพเจ้า : ใช่จริงๆ อย่างที่ท่านพ่อดำริมาค่ะ ทุกๆ วันจะพยายามไม่ให้ผิดศีล การค้าขายนี่ละค่ะที่จะทำให้เป็นศีลไม่บริสุทธิ์ เมื่อก่อนนานแล้วตอนนั้นไม่ทันคิดค่ะ ก็บอกว่าราคาทุนเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งมันก็ไม่จริงเพื่อที่จะให้ขายของได้ แต่หลังจากนั้นมา ลูกก็ใช้คำว่า ราคาทุนมันสูง เท่านั้น แต่ไม่ได้บอกเป็นจำนวนเงิน อย่างนี้ค่ะท่านพ่อ ตามที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านสอนไว้ ในฝันพระท่านคงเตือนลูกไม่ให้ผิดศีลด้วย ซึ่งลูกพยายามกำกับอย่างระมัดระวังในทุกๆ เรื่องเจ้าค่ะ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : หากใจเราเร่าร้อนอันเป็นเรื่องของศีล จะกลายเป็นไฟเผาผู้อื่นที่อยู่รอบข้าง. หากมีศีล แม้จะบอกว่า "ต้นทุนสูง" แต่ไม่ระบุจำนวน เหมาะสมแล้วๆ จะทำให้ตัวเรา และผู้อยู่รอบข้าง ได้สัมผัสความเย็นจากเรา ทำให้อยากติดต่อสื่อสาร


    *** บันทึก ณ วันที่ 12 ธันวาคม 2561 ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 กรกฎาคม 2019
  15. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    ปุจฉา ข้าพเจ้า : กราบท่านพ่อเข้าค่ะ วันนีลูกได้นอนตอนเที่ยงค่ะ ฝันว่า ไดติดตามองค์พระครูบาเจ้าบุญชุ่มไปยังสถานที่ต่าๆ ที่เป็นป่า ในนั้นมีองค์พระครูบาเจ้าบุญชุ่ม มีองค์พ่อและพระติดตามอีก 2 องค์ ลูกในฝันนั้นเป็นแม่ชีค่ะ มีชีติดตามอีก 4 รูป มี 1 รูปในนั้นภาพไม่ใช่ลิลี่ แต่จิตดูรู้ว่าคือลิลี่ค่ะ

    มีครั้งที่หนึ่งแม่ชีในคณะ พยายามอย่างมากที่จะเข้าใกล้องค์พระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ลูกได้พยายามห้ามปรามตักเตือน แต่เค้าไม่ยอม ก็ปล่อยเขาไปตามกรรม ลูกปลีกตัวออกมานั่งห่างออกมาหน่อยค่ะท่านพ่อ ตอนที่ท่านโปรดสัตว์เสร็จ ลูกบอกให้อุบาสิกา ที่ตามคณะไป ดูเหมือนเขาจะเป็นอุปฐาก ตรงที่ท่านจะออกมา ไม่มีเก้าอี้ ลูกบอกเขาว่าให้ไปเอากี้ตัวนี้ และตัวนั้นมา เอาโต๊ะกลางมาวาง ท่านออกมา ท่านจะนั่งแน่นอน และเป็นรอย่างที่ลูกคิด ตอนท่านออกมา ท่านนั่งก่อนที่จะกลับ จบฝันลูกตื่นพอดีค่ะท่านพ่อ

    คือในนั้น ฝันมากกว่านี้ค่ะ เพราะไปแต่ในป่า บุกป่า ฝ่าดงไป ถึงไหนก็นั่งปฏิบัติค่ะท่านพ่อ มี 3 คณะ คือคณะพระครูบาเจ้าบุญชุ่มนำหน้า มีคณะองค์พ่อตามไป คณะลูกอยู่หลังสุด ลุกรู้ว่าลุกเป็นหัวหน้าแม่ชีแน่นอนค่ะ ในฝัน และลูกเคร่งครัดมากค่ะ

    มีท่านอาจารย์ทองแดงตามไปปฏิบัติด้วยค่ะตอนท้ายๆ เห็นท่านนั่งอยู่ ลูกไปนิมนต์ท่านเข้าไป ท่านบอกว่าขอนั่งตรงนี้ค่ะ คือด้านนอก

    เรื่องฝันครั้งนี้ทำให้ลูกนึกถึงงานอบรมที่สุพรรณ ลูกมาคิดได้ตอนนี้เองว่า ท่านพ่อมี 2 ภาคค่ะ คือภาคองค์หลวงปู่เทพโลกอุดร และภาคองค์พระครูบาเจ้าบุญชุ่ม

    ทำไมลูกคิดอย่างนั้น???

    1. ตอนที่องค์หลวงปู่เทพโลกอุดรท่านมาสอน ท่านพ่อเสียงเข้มข้นมากๆ ถึงมากที่สุด แบบดังมากชัดมาก เร็วๆมากๆ สังเกตุบางทีท่านพ่อแทบจะพูดไม่ทันค่ะ

    ภาค 2. ตอนที่องค์พระครูบาเจ้าบุญชุ่มมา ท่านพ่อสอนแบบเสียงเมตตามากๆๆๆ คือไม่เคยได้ยินเสียงเมตตามากๆ อย่างนี้มาก่อน เทศน์ก็ช้า... ช้า...คำสอนก็ดีมากๆ ค่ะ ฟังแล้วนุ่มนวล เย็นจิต เย็นใจที่สุด

    ท่านพ่อคงต้องฟังจากเทปที่บันทึกค่ะ ในนั้นจะชัดเจนค่ะท่านพ่อ

    ที่ท่านพ่อจะมาสลับกัน 2 ภาค ภาคหลวงปู่เทพโลกอุดร และภาคของพระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ทั้งเข้มขลังและนุ่มนวล จนลูกปรับตัวแทบไม่ทัน เพระสลับกันมาอย่างนั้น และครั้งที่นั่งสมาธิกันนาน 2 ชั่วโมงครึ่งก็แบบนั้นเลยค่ะท่านพ่อทั้งหนักและเบาค่ะ


    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : สภาพจิตของพ่อว่าง สงบ หากมีสภาพธรรมใดที่ผุดขึ้นมสภายในจิต เรียกว่า ภาษาธรรมมัชฌิมา. ไม่ว่าจะเป็นธรรมของพ่อ หรือพ่อแม่ครูอาจารย์ท่านใดท่านหนึ่ง สามารถปรากฎขึ้นได้ภายในจิต เพราะต่างเป็นเส้นทางแห่งมัชฌิมาปฏิปทาเหมือนกัน.

    ในขณะกำลังพูดสนทนาธรรมกับองค์พ่อ ทิดบูมก็อยู่ที่นั่น ภายหลังได้บอกกับทิศบูมว่า "พูดเร็วๆอย่างนั้น เป็นคำพูดของ ลป.เทพโลกอุดร ทั้งสองคนผัวเมีย ต่างมองมาที่พ่อ ต่างเห็นใบหน้าเหมือน ลป.เทพโลกอุดร เหมือนกันทั้งสองคน ก็แปลกดีเหมือนกันนะ

    บางสิ่งมีเมตตา บางสิ่งก็ดุเดือด ไม่อยากพูดกับพระภิกษุ แต่ก็ต้องพูด เพราะเป็นเส้นทางสายธรรมแห่งมัชฌิมา ที่ปรากฎขึ้นภายในจิต ก็ต้องพูดไปตามนั้น

    ตลอดเวลา แม้จะพูดหนักเบาเพียงใด สภาพจิตใจ ว่าง วาง สงบ ตลอดเวลา จนกระทั่ง...จบ

    ปุจฉา ข้าพเจ้า : สาธุ สาธุ เจ้าค่ะท่านพ่อ ดุเดือดมากค่ะ ตอนท่านพ่ออบรมพระภิกษุ ลูกสะดุ้งหลายรอบค่ะ ตอนที่นั่งนานๆ ไม่มีพระรูปใดถอนออกจากสมาธิก่อนเลย ลูกนั่งด้านหลังค่ะ ท่านตั้งใจกันมากจริงๆ ค่ะ สาธุ สาธุ


    *** บันทึก ณ วันที่ 21 มกราคม 2562 ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 กรกฎาคม 2019
  16. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    ปุจฉา ข้าพเจ้า : กราบท่านพ่อเจ้าค่ะ วันนี้วันแห่งความรักสากลโลก ลูกขอก้อมกราบเท้าท่านพ่อ ที่เมตตาให้ความรักความเมตตา ต่อลูกคนนี้เสมอมา ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ได้ธรรมะทีท่านพ่อถ่ายทอด ให้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเสมอมา แม้กระทั่งยังยื่นมือมาช่วยเหลือโอบอุ้มลูกอยู่หลายโอกาส และประคับประคองชีวิตลูกให้เดินได้ตลอดทั้งทางโลกและทางธรรม ไม่มีสิ่งใดที่ลูกจะสามาถทดแทนท่านพ่อได้ทั้งหมด ลูกขอกราบท่านพ่อด้วยความรัก ความเคารพเทิดทูนสุดเศียรเกล้า ท่านพ่อถึงแม้จะไม่ใช่พ่อที่ให้กำเนิดในภพชาตินี้ แต่ลูกเคารพท่านพ่อเหมือนพ่อที่ให้กำเนิดจริงๆ ลูกคนนี้ กราบท่านพ่อสุดเศียรเกล้าเจ้าค่ะ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : สิ่งที่พ่อได้รู้ได้เห็น ทั้งในนิมิต และในภพชาติปัจจุบัน ได้เห็นจิตใจของลูกว่า มีเจตนาตั้งใจอย่างยิ่งในการสร้างบุญ พ่อก็ต้องเกื้อหนุน ให้เกิดบารมีเพิ่มพูนขึ้นมา

    ปุจฉา ข้าพเจ้า : สาธุ สาธุ เจ้าค่ะท่านพ่อ ในนิมิตรนั้นเห็นอย่างไร ขอความเมตตาท่านพ่อเล่าให้ฟังบางเรื่องได้ไหมเจ้าค่ะ เพื่อเป็นกำลังใจในการทำความดีสร้างบุญบารมีต่อไปเจ้าค่ะ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : อย่างที่พ่อเคยพูดให้ฟังว่า ลูกได้ใส่บาตรทั้ง ลป.เทพโลกอุดร และพ่อ ที่ตอนนั้นเป็นสามเณรติดตามหลวงปู่เทพโลกอุดร จำได้ไหม?

    ปุจฉา ข้าพเจ้า : จำได้เจ้าค่ะเรื่องนั้นค่ะ ชาตินี้จึงชอบทำภัตตาหารถวายพระสงฆ์ค่ะ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : ดีแล้วๆๆ สาธุๆๆ เป็นการทำทานงานบุญเพื่อค้ำจุนพระพุทธศาสนา ให้ยั่งยืนยาวนานสืบต่อไป เทอญ


    ปุจฉา ข้าพเจ้า : สาธุ สาธุค่ะท่านพ่อ ตั้งแต่ววันที่ 11 เป็นต้นมาถึงวันนี้ 14 และพรุ่งนี้ 15 วันสุดท้าย ลูกทราบมาว่าที่วัดถ้ำผาจม หลวงพ่อวิชีย เขมิโย ท่านมีพระเข้าปริวาส เกือบ 200 รูป โยมมาบวชอีก 200 โดยประมาณ ตั้งแต่ลูกบินกลับมาก็ตั้งใจว่าจะทำโรงทานไปถวายทุกๆ วัน ลูกทำมา วันนี้วันที่ 4 แล้วค่ะท่านพ่อ นำภัตตาหารไปวันละ 6-7 ถาด 3 คืนแรกลุกไม่ได้นอนเลยค่ะ เมื่อคืนได้นอน 1 ชม ลูกถือว่าบุญใหญ่มาก เห็นพระท่านเข้าแถวมาตักภัตตาหารที่คนนำไปถวาย รวมถึงของลูกด้วย ลูกก็อิ่มบุญกุศลนี้มากจริงๆ ถึงแม้ไม่ได้หลับนอน ลูกก็ยอมค่ะท่านพ่อ บุญกุศลทั้งหมดที่ลูกได้ทำในครั้งนี้ ขอน้อมอุทิศให้ท่านพ่อ ทุกๆ ประการเจ้าค่ะ

    ขับรถไปที่แม่สาย ลูกต้องตบหน้าตัวเองเป็นพักๆ เพราะง่วงมากค่ะ วัดอยู่ไกลบ้านลูก 40 นาที ลุกไปกลับทุกๆ วันค่ะ พระ โยม เยอะจริงๆ ค่ะท่านพ่อ หากลูกไม่นำไปช้วย อาจจะไม่พอ
    ปริวาส 1-2.jpg 14.jpg ปริวาส 7-1.jpg

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : เมื่อเราได้ทำบุญ บุญหนุนบุญ มันก็สูงกว่าอกุศลที่ได้เคยกระทำมา มีการแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวร มันมีเพียงแค่นี้ ให้พิจารณาเอาเอง. หากจะไปก็ไปได้ตามเส้นทางแห่งบุญแต่ตอนพระให้พร ลูกก็อุทิศให้เจ้าหรรมนายเวรก่อน

    ปุจฉา ข้าพเจ้า : ไม่เคยลืมพวกเค้าเลยค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 กรกฎาคม 2019
  17. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : เรื่องของกรรมก็มาจากสิ่งเหล่านี้ที่ได้เคยกระทำมา ทั้งดี และไม่ดี และห้ามลืมเจ้ากรรมนายเวร โดยเด็ดขาด... ถูกต้องแล้วๆๆ

    ปุจฉา ข้าพเจ้า : เจ้าค่ะท่านพ่อไม่เคยลืมเลยค่ะ สำคัญที่สุดเจ้ากรรมนายเวร เมื่อคืนวานอาจจะมีใครติดตามมา ผีจะอำเจ้าค่ะ ลูกเอากลับไปส่งคืนวัดแล้วค่ะ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : จงกำหนดจิตแผ่บุญเมตตา ให้กับผีที่ลูกสัมผัสได้ เขาต้องรับรู้ในเรื่องของบุญของลูก จึงเข้ามาขอส่วนบุญ เมื่อได้รับแล้วก็จากไป


    ปุจฉา ข้าพเจ้า : ค่ะท่านพ่อ น้อมรับจะทำตามเจ้าค่ะ

    *** บันทึก ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 ***
     
  18. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    ***ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องมั่นคง***

    สิ่งที่คิดนึกได้ ล้วนเป็นเส้นทางแห่งความดี แต่เป็นสัญญา คือความจำ การจะปฏิบัติตามพระธรรมต้องประกอบด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา ให้สมบูรณ์มั่นคง หากผิดพลาดไปก็หลงไปตามกิเลส ตัณหา อุปาทานแห่งตน

    หากศีล สมาธิ ปัญญา ไม่สมบูรณ์ ไม่อาจฆ่ากิเลสให้กับตัวเองได้ สิ่งสำคัญต้องโน้มจิตไหว้พระสวดมนต์ ให้เป็นประจำทุุกเช้าเย็น มิให้ขาด เพื่อโน้มจิตด้วยความนอบน้อม เอาพระพุทธุ พระธรรม พระสงฆ์ มาสถิตเอิบอิ่มเบิกบานภายในจิตของเราให้จงได้

    นี้เป็นเส้นทางที่เราต้องเข้าหาในเบื้องต้น จะเป็นเหตุให้เรารีบเร่งในการบำเพ็ญเพียร สู่ความพ้นทุกข์อย่างแท้จริง

    **** ท่าน พุทโธ ว.ญาณ วันที่ 1 มีนาคม 2562 *****
     
  19. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    ปุจฉา ข้าพเจ้า : ท่านพ่อค่ะ มีน้องคนหนึ่งเค้าเล่าว่าดังนี้ค่ะ " พี่เจนนี่น่าจะเคยนั่งสมาธินะคะ เวลานั่งใหม่ ๆ ไม่มีเป็นอะไรคันที่หน้า ที่ตัว ทันที ก่อนนั่งไม่เป็น แต่พอนั่ง ทันทีเลยคะ " อาการอย่างนี้คือ " ปิติ " ใช่ไหมค่ะ หรือเป็นอาการอะไร ้องเค้าปฏิบัติสายหลวงปู่มั่นค่ะ ดูลมหายใจ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ :
    เป็นช่วงเวลาที่จิตเริ่มเข้าสู้ความสงบ ความคัน หรือมีแมลงไต่ตอม ทำให้สามารถรับรู้สัมผัสได้ ทำให้เกิดความรำคาญ หากเราทนได้ "ปีติ"ก็เกิด

    ในช่วงเวลานั้น ลมหายใจเริ่มเข้าสู่ความละเอียดปานกลาง เพราะยังรู้ลมเข้าออกพร้อมองค์บริกรรมภาวนา --- ความคันจะเกิดในช่วงนี้. หากอดทนได้ ปีติ เอกัคตา และอุเบกขาจะเกิดขึ้น คำว่าปีติ เกือบจะเข้าถึง

    ปุจฉา ข้าพเจ้า : แล้วต้องทำอย่างไรต่อไปค่ะ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : คนจะผ่านจุดนี้ได้ ต้องกล้าตาย ทนจนกระทั่งมันดับไป บางครั้งจะมีแมลงมาเข้าหู จมูก ก็ต้องปล่อยวางไป มันจะเป็นอะไรก็ให้เป็นไป จะเป็นเหตุให้เราตั้งมั่นในฌานสมาธิไว้ได้อย่างมั่นคง

    สมัยพ่อปฏิบัติก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ ด้วยอุบายวิธีตามที่พ่อได้กล่าวมา

    หากสมาธิไม่ตั้งมั่น สมาธิจะกลายมาเป็นฐานของตัวปัญญาได้อย่างไร จะนึกคิดพิจารณาอะไรไม่ทำให้จิตซัดส่ายได้โดยง่าย ดังนั้น เรื่องของศีล ก็ต้องถึงซึ่งความบริสุทธิ์ เช่นกัน เพื่อเข้ามาหนุนสมาธิ ทำให้องค์แห่งมรรคสมบูรณ์ สามารถฆ่ากิเลสให้สิ้นไปได้

    ต้องเร่งทำความเพียรให้กับตน อย่าได้เสียทีที่ได้เกิดมาเป็นคน

    *** บันทึก ณ วันที่ 1 มีนาคม 2562 ***
     
  20. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
    4.jpg
    ปุจฉา ข้าพเจ้า : กราบท่านพ่อเจ้าค่ะ ตอนนี้ลูกอยู่วัดท่าขนุน ของหลวงพ่อเล็ก ที่เมืองกาญจนบุรีค่ะ วันนี้มีการหล่อพระทองคำค่ะ ลูกควรตั้งกำลังใจอย่างไรดีค่ะท่านพ่อ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ :
    ขอให้ข้าพเจ้าถึงมรรคผลนิพพาน ในปัจจุบันชาตินี้ด้วยเถิด และขอให้การกระทำ และความนึกคิด จงสำเร็จดังใจมุ่งมาดปรารถนาด้วยเทอญ

    ปุจฉา ข้าพเจ้า : สาธุ สาธุ ลูกนั่งสมาธิค่ะ เพราะเสียงดังเหลือเกิน จำได้ที่ท่านพ่อสอน " เสียงเป็นสักแต่ว่าเสียง" จับลมหายใจไป สักพักนานอยู่เขาก็เงียบกันค่ะ

    วิสัชนา ท่านพุทโธ ว. ญาณ : คนปฏิบัติจริง...ย่อมเห็นของจริงดูรู้อยู่ภายในกายใจแห่งตน ในปัจจุบันอารมณ์ เป็นสำคัญ ดังนั้น เสียงเป็นเครื่องตรวจสอบจิตของเรา ไม่ว่าจะดังขนาดไหน กลายเป็นเครื่องตรวจสอบจิตของเรา คือไม่หลงยึดสิ่งใดมาเป็นอารมณ์... "เสียงสักแต่ว่าเสียง" ลูกทำได้ดีแล้ว

    ปุจฉา ข้าพเจ้า : กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ ผ่านการฝึกหนักจากท่านพ่อมาแล้ว มาแล้ว ลูกพอผ่านไปได้ค่ะ

    *** บันทึก ณ วันที่ 9 มีนาคม 2562 ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 กรกฎาคม 2019
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...