บุญล้างบาปไม่ได้ ให้ยอมรับผลกรรม ใจจะได้สบาย (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย ธรรมะสวนัง, 18 มิถุนายน 2012.

  1. ธรรมะสวนัง

    ธรรมะสวนัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,252
    ค่าพลัง:
    +1,201
    [​IMG]

    มีคนทั้งหลายเป็นส่วนมากเคยมาหาอาตมาบอกว่า
    กฐินก็ทอด ผ้าป่าก็ทอด อุโบสถศีล ก็รักษา
    บุญกิริยาใด ๆ ทั้งหมดปรากฏว่าทำทุกอย่าง
    แต่ทว่าบุญกุศลของตนนี้ไซร้ ไม่สามารถจะช่วยตนให้พ้นจากความทุกข์ ...

    ความรู้สึกอย่างนี้เป็นความรู้สึกที่ผิดที่สุด
    คนทำบุญก็ได้บุญไปแล้ว ทั้งนี้เพราะอะไร
    คำว่า บุญ ก็คือ ความดี
    แต่สำหรับทุกขเวทนาที่จะเกิดแก่ตนนี้นั้น มันเป็นผลของความชั่ว

    ฉะนั้น ขอบรรดาท่านพุทธบริษัทจงจำไว้ว่า
    ความดีความชั่วใดๆ ที่มันเกิดขึ้นแก่เราในปัจจุบัน
    ถ้ากรรมประเภทนั้นเราทำ ให้ถือว่ามันเป็นกรรมปัจจุบัน
    ถ้าในปัจจุบันเราทำแต่ความดี แต่ความทุกขเวทนาทั้งหลายเหล่านี้มันมาเกิดขึ้นแก่ตน
    ก็คิดว่ากรรมที่มันเป็นอกุศลความชั่วในชาติก่อนมันสนองเรา เราจะได้ใจสบาย
    ตั้งหน้าตั้งตาคิดว่า ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายที่เราจะใช้หนี้มัน
    เลยจากชาตินี้แล้วไซร้ เราไม่ใช้มันต่อไป


    ธรรมโอวาท หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

    คัดลอกบางส่วนจาก Facebook ศูนย์พุทธศรัทธา
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • WK55-19.jpg
      WK55-19.jpg
      ขนาดไฟล์:
      146.9 KB
      เปิดดู:
      286
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 มิถุนายน 2012
  2. ธรรมะสวนัง

    ธรรมะสวนัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,252
    ค่าพลัง:
    +1,201
    อสังขาสูตร

    [๖๑๕] ดูกรนายคามณี ฯลฯ

    ตถาคตนั้นทรงตำหนิติเตียนปาณาติบาต และตรัสว่า จงงดเว้นจากปาณาติบาต
    ทรงตำหนิติเตียนอทินนาทาน และตรัสว่า จงงดเว้นจากอทินนาทาน
    ทรงตำหนิติเตียนกาเมสุมิจฉาจาร และตรัสว่า จงงดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร
    ทรงตำหนิติเตียนมุสาวาท และตรัสว่า จงงดเว้นจากมุสาวาท
    โดยอเนกปริยาย

    สาวกเป็นผู้เลื่อมใสในพระศาสดานั้น ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า
    พระผู้มีพระภาคทรงตำหนิติเตียนปาณาติบาตโดยอเนกปริยาย
    และตรัสว่า จงเว้นจากปาณาติบาต

    ก็สัตว์ที่เราฆ่ามีอยู่มากมาย ข้อที่เราฆ่าสัตว์มากมายนั้น ไม่ดีไม่งาม
    เราแลพึงเดือดร้อนเพราะข้อนี้เป็นปัจจัยแท้
    เราจักไม่ได้ทำ บาปกรรมนั้นหามิได้

    เขาพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว
    ย่อมละปาณาติบาตนั้นด้วย
    ย่อมงดเว้นจากปาณาติบาตต่อไปด้วย
    เป็นอันว่าเขาละบาปกรรม ก้าวล่วงบาปกรรมได้ ด้วยประการอย่างนี้ ฯ

    ^
    ^

    อ่านพระสูตรกันให้ดีๆ อ่านกันสักหลายๆรอบ พระสูตรแสดงชัดเจนว่า
    ได้ทำบาปกรรม ฆ่าสัตว์ไปแล้วมากมาย

    แต่เมื่อพิจารณาตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสั่งสอน
    ก็เลยไม่ฆ่าสัตว์แล้ว และไม่ฆ่าสัตว์อีกตลอดไป
    อันนี้จึงเรียกว่า เขาละบาปกรรม ก้าวล่วงบาปกรรมได้

    ไม่ใช่ว่า
    ยอมรับผิด สำนึกบาปอย่างจริงใจนั่นเอง แล้วจะละบาป ก้าวล่วงบาป

    จะละบาป ก้าวล่วงบาป ด้วยการไม่ทำบาปอีกตลอดไป

    (smile) ปล.แต่พระสูตรนี้ไม่ได้บอกนะว่าไม่ต้องชดใช้บาปที่ทำไว้



     
  3. ธรรมะสวนัง

    ธรรมะสวนัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,252
    ค่าพลัง:
    +1,201
    คาถาพระธรรมบท

    “ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า มีใจเป็นใหญ่ สำเร็จได้ด้วยใจ
    ผู้ที่กล่าววาจาหรือ กระทำการสิ่งใดด้วยใจคิดร้าย
    กรรมย่อมตามผู้นั้นไป เหมือนดังล้อที่หมุนตามรอยเท้าโคที่ลากเกวียนไป ฉะนั้น”

    ^
    ^

    กรรมดี กรรมชั่ว หรือบุญ บาป ที่แต่ละคนทำไว้
    ย่อมส่งผลให้ผู้กระทำแน่นอน (ช้าหรือเร็วเท่านั้น)


    (smile)


     

แชร์หน้านี้

Loading...