น้อมนำ ๙ มงคลอันประเสริฐใส่กายใจรับปีใหม่ พ.ศ. 2558

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย สสพอช๑, 28 ธันวาคม 2014.

  1. สสพอช๑

    สสพอช๑ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ธันวาคม 2014
    โพสต์:
    29
    ค่าพลัง:
    +32
    น้อมนำ ๙ มงคลอันประเสริฐใส่กายใจรับปีใหม่ พ.ศ. 2558(แบบย่อ) (f)

    1. คำของพระพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐม

    สมเด็จองค์ปฐม.jpg

    เราจะเป็นผู้มีศีล เราจะนับถือ พระไตรสรณคมน์ คือ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ แล้วก็เราจะต้องจุติในวัน ข้างหน้า ตถาคตมีความรู้สึกว่า ท่านทั้งหลายที่เป็นเทวดานางฟ้าพรหมเก่าๆ มีความเข้าใจดีแล้ว คำว่าเข้าใจบรรดาท่านพุทธ บริษัทหมายถึงว่าเขาปฏิบัติได้นี่คือ อารมณ์พระโสดาบัน กับ อารมณ์พระอรหันต์ สำหรับเทวดานางฟ้าและพรหมใหม่ๆ จงตั้งใจไว้เสมอว่า จงลืมความเป็นทิพย์เสีย อย่าเพลิดเพลินเกินไป อย่ามีความสุขเกินไป และมันจะทุกข์ทีหลัง ตั้งใจคิดว่า ความสุขที่ได้มานี่ เราได้มาจากบุญเล็กน้อยเท่านั้น และบาปใหญ่ที่ขังอยู่ที่ตัวเรายังมีอยู่ ถ้าเราเผลอไม่สร้างความดีใน เมื่อจุติความเป็นเทวดา หรือพรหมในภพนี้แล้ว ทุกคนจะต้องลงอบายภูมิ จงดูภาพนรกว่า ขุมไหนบ้างที่น่าอยู่น่ารักมัน ไม่น่าอยู่ไม่น่าเกิด ดินแดนไหนที่มีความสุขไม่มีการงานเราจะมองไม่เห็นความสุขของมนุษย์ และก็ดูเทวดานางฟ้ากับพรหม มนุษย์ที่เดินเกลื่อนกล่นทุกคน อยู่ในเมืองมนุษย์ เคยเป็นเทวดาเคย เป็นนางฟ้า เคยเป็นพรหมมาแล้ว แต่ว่าท่านทั้งหลาย จงตั้งใจไว้เฉพาะนิพพาน
    จงดูภาพพระนิพพาน ให้ชัดเจนแจ่มใสว่า ดินแดนพระนิพพาน ไม่มีที่สิ้นสุด...
    (เมื่อพระองค์ตรัสเพียงเท่านี้พระองค์ก็จบ)
    คัดย่อจาก หนังสือธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ 139 เดือนกันยายน 2535
    เรื่อง ชวนเทวดา นางฟ้า พรหม ไปนิพพาน

    ขอบคุณที่มา : กระทู้จากเว๊ปพลังจิต เรื่องคำสอนของสมเด็จองค์ปฐม

    2. คำของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุปัน

    พระพุทธเจ้า.jpeg

    โอวาทปาติโมกข์ หรือ โอวาท ๓ คือ หลักคำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา เรียกว่า เป็นคำสอนที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาก็ว่าได้ โอวาท ๓ นี้ เป็นพระพุทธพจน์ที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอรหันต์ ๑๒๕๐ รูป ที่มาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ พระเวฬุวนาราม ในวันเพ็ญ เดือน ๓ (วันมาฆบูชา) ในครั้งนั้นพระพุทธองค์ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ โดยตรัสเป็นพระคาถา รวม ๓ พระคาถาครึ่งดังต่อไปนี้

    ๏ ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา ๏=ขันติ คือความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง
    นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา =พระพุทธเจ้าทั้งหลายกล่าวว่า นิพพานเป็นบรมธรรม
    น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี =ผู้ทำร้ายคนอื่น ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต
    สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโตฯ = ผู้เบียดเบียนคนอื่น ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะ

    ๏ สพฺพปาปสฺส อกรณํ ๏= การไม่ทำความชั่วทั้งปวง 1
    กุสลสฺสูปสมฺปทา =การบำเพ็ญแต่ความดี 1
    สจิตฺตปริโยทปนํ= การทำจิตของตนให้ผ่องใส 1
    เอตํ พุทฺธานสาสนํฯ = นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย


    ๏ อนูปวาโท อนูปฆาโต ๏ =การไม่กล่าวร้าย 1 การไม่ทำร้าย 1
    ปาติโมกฺเข จ สํวโร =ความสำรวมในปาติโมกข์ 1
    มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ = ความเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร 1
    ปนฺตญฺจ สยนาสนํ = ที่นั่งนอนอันสงัด 1
    อธิจิตฺเต จ อาโยโค =ความเพียรในอธิจิต 1
    เอตํ พุทฺธาน สาสนํฯ = นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

    ขอบคุณที่มา : กระทู้จากเว๊ปพลังจิต เรื่องโอวาทปาฏิโมกข์...คำสอนที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา

    3. คำของสมเด็จพระสังฆราชไทย

    สมเด็จพระสังฆราช.jpg

    "นินทา เสียหายทั้งผู้พูดและผู้ฟัง"
    การนินทาว่าร้าย ถ้าจริงก็เสียหายแก่ผู้พูดผู้ฟังพอสมควร แต่ถ้าไม่จริงไม่เพียงแต่ผู้พูดเสียหายเป็นอย่างยิ่ง ผู้ฟังผู้เชื่อก็จะเสียหายมาก
    สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

    ขอบคุณที่มา : กระทู้จากเว๊ปพลังจิต เรื่องนินทา-เสียหายทั้งผู้พูดผู้ฟัง-สมเด็จพระญาณสังวรฯ

    4. คำของในหลวงรัชกาลที่ 9

    King_Rama_IX_being_presented_with_regalia_at_coronation.jpg

    วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบอย่างโบราณราชประเพณีขึ้น ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ เฉลิมพระปรมาภิไธยตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"

    ขอบคุณที่มาจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

    5. คำของหลวงปู่มั่น

    หลวงปู่มั่น.jpg

    อัตภาพร่างกายอันประกอบด้วยธาตุดิน น้ำ ลม ไฟนี้ ให้พิจารณาไตร่ตรองให้แยบคาย กระทำให้แจ้ง แทงให้ตลอดเป็นของสำคัญมาก ผู้ที่จะพ้นทุกข์ได้ทั้งหมด ล้วนแต่ต้องพิจารณากายทั้งสิ้น แม้พระพุทธเจ้าจะได้ตรัสรู้ทีแรก ก็ทรงพิจารณาลม ลมจะไม่ใช่กายอย่างไร เพราะฉะนั้นมหาสติปัฏฐาน มีกายานุปัสสนาเป็นต้น ชื่อว่า เป็นชัยภูมิที่ดี
    สติปัฏฐานเป็นชัยภูมิฝึกฝน(จากหนังสือ "มุตโตทัย" หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)

    ขอบคุณที่มา : กระทู้จากเว๊ปพลังจิต เรื่องสติปัฏฐาน-เป็นชัยภูมิฝึกฝน-โดยหลวงปู่มั่น

    6. คำของหลวงตามหาบัว

    ถาวนา คือรากแก้ว.jpg

    " ภาวนา คือรากแก้ว" ถ้าไม่มีภาวนาก็อย่างนั้นละ เหมือนกับว่าต้นไม้ไม่มีรากแก้วเอนโน้นเอนนี้ล้มได้ง่าย ถ้ามีการภาวนาแล้วจิตใจหนักแน่นมั่นคง พากันจำเอาทั้งประชาชนทั้งพระทั้งเณรเรา ..

    ขอบคุณที่มา : กระทู้จากเว๊ปพลังจิต เรื่องภาวนา-คือรากแก้ว-หลวงตามหาบัว-ญาฯสัมปันโน

    7. คำของหลวงพ่อปาน


    หลวงพ่อปาน.jpg

    ปัจฉิมโอวาท หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค
    (จากรวมคำสอน หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง)
    พวกเธอทั้งหลายมีความสนใจ
    ในด้านการเจริญสมถกรรมฐานวิปัสสนากรรมฐานกันดีมาก
    สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ล่ะบรรดาลูกรัก ศีล สมาธิ ปัญญา เท่านั้น
    ที่จะช่วยตัวเราได้ ขึ้นชื่อว่าทรัพย์สินทั้งหลายภายนอก
    อันเป็นโลกียทรัพย์ไม่มีทางที่จะช่วยเราได้เลย

    แล้วเมื่อเวลาพ่อจะตายมีทรัพย์ส่วนไหนบ้าง
    ที่มันจะพยุงกายพ่อไม่ให้ตายได้ นี่พ่อสร้างความดีมามาก
    แต่ขันธ์ ๕ มันก็ไม่เคยตามใจพ่อ พ่อเคย คิดว่ามันยังไม่ควรจะแก่
    มันยังไม่ควรจะทรุดโทรมถึงขนาดนี้แต่ว่ามันรอพ่อเมื่อไหร่ล่ะ
    มันไม่ได้รับคำสั่ง มันไม่ได้ฟังคำสั่ง มันปฏิบัติตามหน้าที่ของมัน
    นี่กฎธรรมดาของขันธ์ ๕ นะลูกรัก จำไว้ให้ดี

    ขอบคุณที่มา : กระทู้จากเว๊ปพลังจิต เรื่องปัจฉิมโอวาทหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค

    8. คำของหลวงพ่อวัดท่าซุง

    หลวงพ่อฤาษี.jpg

    พอก่อนจะนอนจะหลับคิดว่าเราหลับนี่เราจะตื่นหรือไม่ตื่นก็ไม่ทราบ มันอาจจะ
    ตายก่อนตื่นก็ได้ จะตายเวลาไหนก็ช่างเราต้องการนิพพาน"
    (แล้วก็ใช้คำภาวนาว่า "นิพพานสุขัง" นี่จำกัดเลยนะ
    เอางี้นะ เอางี้นะ ต้องภาวนาว่า นิพพานสุขัง นิพพานสุขัง
    นึกในใจ นึกช้าๆแบบสบายๆ ถ้าทำอย่างนี้ทุกคน
    ถ้ามันจะตายจริงๆจะไปนิพพานทันที)


    ขอบคุณที่มา : เว๊ปพลังจิต เรื่องหลวงพ่อสอนตั้งจิตไปพระนิพพานในชาตินี้-แบบชาวบ้าน-เข้าใจง่ายที่สุด

    9. คำของพระอาจารย์เล็ก

    หลวงพี่เล็กก.jpg

    พระอาจารย์เล็ก สอนเรื่อง "การทำความดี"
    "การปฏิบัติความดีแต่ละครั้งนั้นเราต้องทุ่มเทจริง ๆ
    อรรถกถาจารย์ท่านเปรียบเอาไว้ว่า พระพุทธเจ้าแสดงธรรมเหมือนราชสีห์จับเหยื่อ
    ไม่ว่าเหยื่อนั้นจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ตาม ราชสีห์เวลาจับเหยื่อจะทุ่มเทกำลังเท่ากันทั้งหมด
    ดังนั้นจึงสามารถจับเหยื่อได้โดยไม่ผิดพลาด กำลังใจที่มั่นคงแน่วแน่ พอถึงเวลาเราต้องปฏิบัติ ละวางงานอื่นมาเพื่อการปฏิบัติเสียก่อน
    ถ้าเรามีสัจจะแน่วแน่มั่นคงดังนี้ เราก็จะทุ่มเทให้การปฏิบัติอย่างเต็มที่เต็มกำลัง อย่างแลกกันด้วยชีวิต
    ดังเช่นองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า
    ในวันที่จะตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ
    พระองค์ทรงตั้งสัจจะอธิษฐานว่า แม้เลือดเนื้อร่างกายนี้จะเหือดแห้งไปก็ตามที แม้ชีวิตอินทรีย์นี้จะดับสิ้นไปก็ตาม
    ถ้าหากว่ายังไม่บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณเพียงใด จะไม่คลายหรือละเสียจากบัลลังก์นี้
    ก็คือจะไม่ทิ้งการนั่งสมาธิตอนนั้น เราต้องมีกำลังใจที่หนักแน่นมั่นคง มีสัจจะอย่างนี้"

    (พระครูธรรมธรเล็ก สุธมฺมปญฺโญเทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านอนุสาวรีย์ วันศุกร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๒
    ที่มา : เว็บวัดท่าขนุนดอทคอม)
    ขอบคุณที่มา : เว๊ปพลังจิต เรื่องพระอาจารย์เล็ก-สอนเรื่อง-การทำความดี

    :cool:

    ============
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 มกราคม 2015
  2. Sirius Galaxy

    Sirius Galaxy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    1,133
    ค่าพลัง:
    +2,558
    กระทู้อวยพรปีใหม่ สาธุ ครับ
    นานๆ จะมีผู้ตั้งกระทู้แบบนี้สักครั้ง

    เว็บพลังจิตก่อตั้งมา ผมว่าน่าจะสิบกว่าปี
    ผมเริ่มเป็นสมาชิกในปี ค.ศ 2010 โดยการแนะนำจากเพื่อนพุทธภูมิท่านหนึ่ง ที่บังเอิญพบเจอกัน ณ บ้านซอยสายลม ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ

    ขณะนั้นในห้องพุทธภูมิ ล้วนเต็มไปด้วยเพื่อนพุทธภูมิ ทั้งสมาชิกเก่า สมาชิกใหม่ ที่ตั้งกระทู้และโพสแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมายหลายท่าน บางกระทู้โพสแสดงความคิดเห็น ถาม-ตอบ ต่อเนื่องกันนาทีต่อนาที อย่างดุเด็ด เผ็ดมัน เอาเป็นเอาตาย

    ปัจจุบัน ไม่ค่อยเห็นสมาชิกพุทธภูมิรุ่นพี่ ปี ค.ศ 2003-2006 โพสแสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่ที่โพสแสดงความคิดเห็นจะเป็นสมาชิกใหม่ ถ้าเป็นสมาชิกเก่าก็ประมาณปี ค.ศ 2008-20012 และลักษณะการโพสในปัจจุบันนี้มีความเป็นสุภาพมากขึ้น อาจได้รับอิทธิพลการโพสมาจาก Facebook ที่ต้องใช้กริยา วาจา สุภาพ

    บางกระทู้มีแนวคิดที่จะนัดรวมพุทธภูมิ เพื่อทำความรู้จักพูดคุย และร่วมพิธีกรรมในการบำเพ็ญกุศล แต่พุทธภูมิก็ล้วนอยู่ต่างที่ต่างแดน ต่างกรรม ต่างวาระ บางท่านไม่อยากแสดงตน มีทั้งที่เป็นบรรพชิตและฆราวาส นอกจากนี้ฐานะความเป็นอยู่ทางด้านเศรษฐกิจสังคม ก็แตกต่างกันตามกรรมตามวาระ

    ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ขออาราธนาพระบารมี คุณพระศรีรัตนตรัย คุณพระพุทธคุณ คุณพระธรรมคุณ คุณพระสังฆคุณ คุณบิดามารดา คุณเทพยดาฟ้าดินสิบหกชั้นฟ้าสิบห้าชั้นดิน คุณแม่พระธรณี คุณแม่พระโพสพ คุณแม่พระคงคา คุณแม่พระพาย คุณแม่พระเพลิง คุณความดีทุกประการ ขออาราธนาบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระโพธิสัตว์เจ้าทุกๆ พระองค์ และพระอริยสงฆ์สาวกเจ้าทั้งหลาย จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุข ความเจริญ ด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ ดำรงตนอยู่ในศีลในธรรม มีสติ เป็นผู้ไม่ประมาท ตลอกกาลนาน เทอญ

    ===================================================================================

    เมื่อขอพร ให้พรปีใหม่แล้ว ก็จะขอเข้าเนื้อหาสาระวิชาการพุทธภูมิสักหน่อย เผื่ออาจจะเป็นประโยชน์กับพุทธภูมิผู้มาใหม่ หรือพุทธภูมิผู้เก่าที่ยังไม่เคยได้ยินได้ฟัง หรือได้ยินได้ฟังแล้วก็จะยิ่งรู้เข้าใจมากขึ้น

    ที่จริงแล้วปีใหม่หรือปีเก่ามันก็เหมือนๆกัน คือ เป็นวันหนึ่งคืนหนึ่งเหมือนกัน ก็เพียงแต่ทำตามประเพณีขอพร ให้พรปีใหม่เหมือนชาวบ้านเขา ดังนั้น จึงสามารถอาราธนาบารมีเพื่อการประพฤติปฏิบัติได้ตลอดทุกกาลสมัย ดังนี้

    ๑. ไม่สุดโต่งทางใดทางหนึ่ง เป็นมัชฌิมาปฏิปทา ไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน รู้จักประมาณตน ประมาณกำลัง

    ๒. เมื่อถึงเวลาสุดโต่ง ก็จะสุดโต่งเอง เมื่อเวลาและโอกาสนั้นมาถึง

    ๓. มีความพอใจในสิ่งที่ตนเองมีและเป็น ไม่โลภ อิจฉา พยาบาท

    ๔. เจริญเมตตาอยู่เป็นนิจทั้งตนเองและผู้อื่น ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

    ๕. เจริญสติ มีสติกำกับ ระลึกรู้

    ๖. ดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท ไม่ประมาทในชีวิต ในหน้าที่การงาน

    ๗. ระลึกความตายอยู่เสมอ

    ๘. มีความเพียรเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ละ ไม่ทอดทิ้งความเพียร

    ความเพียร คือ
    เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้น
    เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว
    เพียรสร้างกุศล
    เพียรรักษากุศลไม่ให้เสื่อม

    สำรวจหาบาป ความเลว ข้อบกพร่องของตน ทั้งทางกาย วาจาใจ แล้วเพียรละเลิก
    ขอเพียงไม่ทำชั่ว ทางกาย วาจา ใจ ก็ถือว่าเป็นผู้ที่ทำดีแล้ว
    แม้ว่าเกิดมาเป็นผู้ยากไร้ ไม่มีโอกาสให้ทาน ก็สามารถรักษาศีล
    อนิสงส์การรักษาศีลอุโบสถ สามารถทำให้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์
    และบุญกุศลใด ก็ไม่เท่าบุญเกิดจากการเจริญวิปัสนากรรมฐาน

    หวังว่าพอจะแนวทาง เป็นประโยชน์ แก่เพื่อนพุทธภูมิบ้าง ไม่มากก็น้อย
    เจริญธรรม ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 ธันวาคม 2014
  3. สสพอช๑

    สสพอช๑ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ธันวาคม 2014
    โพสต์:
    29
    ค่าพลัง:
    +32
    สวัสดีครับ พี่Siri ...(f)

    ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำและคำอวยพรปีใหม่ แทนเพื่อนๆทุกคน
    พี่Siri ให้ข้อคิดหลายอย่างน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่จะเข้ามาอ่านภายหน้าแน่นอน

    ขอบคุณครับ :cool:
     

แชร์หน้านี้

Loading...