ตายจากคนมาบอกลูกสาวว่าข้าวของที่เผาไปไม่ได้รับให้ถวายสังฆทานอุทิศเจาะจงให้เฉพาะ

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย attasade, 20 ตุลาคม 2014.

  1. attasade

    attasade เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    342
    ค่าพลัง:
    +2,554
    ตายจากคนมาบอกลูกสาวว่าข้าวของที่เผาไปไม่ได้รับให้ถวายสังฆทานอุทิศเจาะจงให้เฉพาะ


         "..เรื่องเผาตามประเพณีจีน (กงเต็ก) ผู้ที่ตายไปแล้ว เขาจะเผากระดาษเงินกระดาษทอง ตึกราม รถยนต์ เรือสำเภา ที่ทำด้วยกระดาษไปให้ มีหมอผู้หญิงอยู่จังหวัดพิจิตร เคยมาเจริญพระกรรมฐานที่วัดท่าซุง มีพ่อเป็นคนจีน พอเตี่ยตาย ก็ทำบุญเต็มที่ทั้งประเพณีไทยและประเพณีจีนให้เตี่ยหมดไปหลายหมื่น ปรากฎว่าวันหนึ่งเธอนั่งเจริญพระกรรมฐานเห็นเตี่ยมาบอกว่า "อีหนู ตึก รถยนต์ แบงก์ และข้าวของที่เผาไป เอาขี้เถ้าไปให้เตี่ยไม่ได้รับหรอก ตอนนี้ลำบากมาก" ลูกสาวสงสัยถามว่า "ทำบุญกับพระก็มี ไม่ได้บุญบ้างหรือ"

         เตี่ยบอกว่า "เอ็งทำบุญวันนั้นมันไม่ได้บุญนี่" ลูกสาวก็แปลกใจถามว่า "เป็นเพราะอะไรจึงไม่ได้บุญ" เตี่ยบอกว่า "เอ็งเชือดไก่นี่ จ้างเขาฆ่าหมู เวลาทำบุญก็ห่วงแขก พระจะให้ศีลก็ห่วงแขก ไม่ได้รับศีล เวลาถวายทานก็ห่วงแขก วันนั้นแขกมามากเพราะเป็นคนกว้างขวาง มีคนรู้จักมาก เป็นห่วงแต่แขกก็เลยไม่ได้ตั้งใจทำบุญ และฆ่าไก่ ฆ่าหมู เลี้ยงเหล้า ไม่มีอะไรเป็นบุญเลย กงเต็กที่ทำให้ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ ไอ้ของที่เผาไปให้ก็ไม่มีความหมาย การทำบุญวันนั้นเลยไม่มีผล เตี่ยไม่ได้รับเลย และเอ็งก็ไม่ได้บุญด้วย แต่ที่เตี่ยไม่ตกนรก ก็เพราะเตี่ยนึกถึงพระพุทธเจ้าอยู่"

    อานิสงส์ของการถวายสังฆทาน

         ลูกสาวถามว่า "เตี่ยต้องการอะไร" เตี่ยบอกว่า "ถวายสังฆทานให้ก็แล้วกัน ต้องการพระพุทธรูปหน้าตักกว้าง 5 นิ้วขึ้นไป เตี่ยจะมีรัศมีกายสว่างมาก เพราะเทวดาหรือพรหมถือความสว่างของร่างกาย ไม่ได้ดูที่เครื่องแต่งตัว
         ต้องการผ้าไตรจีวร เครื่องประดับของเตี่ยจะสวยขึ้นกว่าเดิม
         ถ้ามีอาหารด้วย ความเป็นทิพย์ของร่างกายจะดีกว่าเก่า
         และเวลาอุทิศส่วนกุศล ให้ออกชื่อเตี่ยโดยเฉพาะคนเดียว ไม่ต้องให้บุคคลอื่น"

         ลูกสาวจึงได้มาที่วัดท่าซุงขอถวายสังฆทาน อาตมาบอกว่าถวายสังฆทานที่ไหนก็ได้ มีอานิสงส์ได้บุญทั้งนั้น เพราะการถวายสังฆทานนี้ไม่ได้ถวายเป็นส่วนบุคคล ของสังฆทานนี้ถ้าพระนำไปใช้ผิดประเภท พระก็ลงอเวจีมหานรก จะเอาไปใช้คนเดียวไม่ได้ ต้องเอาไปเข้าหมู่สงฆ์ เข้าเป็นของส่วนกลาง

         พอถวายสังฆทานเสร็จแล้วก็ถามว่า "เตี่ยจะสบายไหม" ตอบว่า "เป็นเรื่องของหมอ สบายหรือไม่สบายต้องสัมผัสกันเอง คืนนี้ก็มา เวลาทำสมาธิให้ทำใจปกติ อย่าไปนึกถึงเตี่ย ถ้านึกถึงเป็นนิวรณ์ จิตฟุ้งซ่านมันจะไม่เห็น"

         ลูกสาวกลับไปบ้านก็พยายามทำใจแบบนั้น พอใจสบายจิตปลอดจากอารมณ์นึกถึงเตี่ย จิตก็เป็นสุข เห็นเตี่ยมายืนแต่งเต็มยศใส่ชฎาแพรวพราวสวยระยับ และเห็นตัวเองออกไปคุยกับเตี่ยก็สวยคล้ายเตี่ย เพราะว่าการถวายสังฆทานให้กับคนตายนั้น เราเองเป็นผู้ถวายก็ต้องได้เต็ม 100% และผีต้องโมทนาจึงจะได้ แต่บุญก็ยังอยู่ที่เราเต็มที่

         ลูกสาวถามว่า "มาทำไม" เตี่ยบอกว่า "บุญที่เอ็งทำให้วันนี้ได้รับแล้วเป็นอย่างนี้"

         นี่เป็นเรื่องยืนยันของผีนะ ถ้าเป็นเรื่องไม่จริง ลูกสาวคงไม่ยอมเสียเงินเป็นครั้งที่ 2 การถวายสังฆทานมีอานิสงส์มาก และไม่ต้องยุ่งไม่ต้องวุ่นวายเหมือนตอนทำครั้งแรก เพราะกังวลน้อยบุญมาก กังวลมากบุญน้อย ถ้างานยุ่งมากเท่าไร อานิสงส์ก็น้อยมากเท่านั้น เพราะจิตที่จะพึงทำมันไม่ปกติ บุญที่จะได้อานิสงส์จริง ๆ จะต้องมีจิตปกติมีอารมณ์เป็นสุข

         ถ้าจัดงานเป็นพิเศษจะไม่ได้บุญเลย งานยิ่งใหญ่เท่าไร บุญยิ่งหดมากเท่านั้น พอเริ่มงานก็ฆ่าปลา ฆ่าเป็ด ฆ่าไก่ บาปเข้ามาก่อน บุญเข้าไม่ได้ บุญเหมือนแสงสว่าง บาปเหมือนกับความมืด ที่ไหนมืด ที่นั้นไม่มีแสงสว่าง ถ้ามีสว่างก็จะไม่มีมืด ที่เขาฆ่าไว้แล้วมีมากมาย ถ้าเราไม่ได้สั่งก็ไม่มีอะไร และจำเป็นนักหรือเวลาทำบุญต้องเลี้ยงเหล้ากันด้วย จะต้องฆ่าสัตว์ พระองค์ไหนเขาสั่ง ลงทุนทำบุญงานศพหมดไป 5-6 หมื่น พระได้ไปกี่สตางค์ ค่าอาหารพระฉันไปสักกี่ช้อน มันเป็นหมื่นหรือเปล่า เงินหมื่นจ่ายค่าอะไรกันแน่ หมดค่าเหล้า หมดค่าเชือดไก่เชือดปลาไปเท่าไร อันนี้ตัวบาปทั้งนั้นไม่ใช่เรื่องบุญ

         การถวายสังฆทานที่ดีที่สุด เป็นบุญใหญ่ด้วย กังวลน้อยด้วย ไปเช่าพระพุทธรูปมาองค์หนึ่ง เวลาซื้อไม่ต้องโมโห อย่าไปขอลดเขามากนักก็แล้วกัน และก็มีข้าวถ้วย แกงถ้วย ขนมถ้วย น้ำสักแก้ว เขาไม่จำกัด เราคนเดียวทำได้เลยเรียบร้อย บาปนิดเดียวก็ไม่มี ตัวกังวลก็ไม่มี บุญก็บริสุทธิ์

         บุญสังฆทานนี้พระพุทธเจ้าตรัสว่า ทำบุญกับท่าน 100 ครั้ง มีผลไม่เท่ากับถวายสังฆทาน 1 ครั้ง และลงทุนก็ไม่มาก กังวลก็ไม่มี

         การทำบุญ ถ้าตั้งใจจะอุทิศส่วนกุศลให้ใคร ถ้าทำถูก ทำดี และถ้าเขามีโอกาสโมทนาเขาก็ได้บุญเต็มที่ เราเองก็พลอยได้รับความสุขด้วย.."

    *คัดลอกจากหนังสือ ตายไม่สูญ...แล้วไปไหน เรื่องที่ 91 หน้า 205 โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
     

แชร์หน้านี้

Loading...