@@..คำครู ผู้ชี้-นำ-อุปถัมภ์ สู่พระโพธิญาณ & เรื่องเล่าจากกัลยาณมิตร.@@

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 10 กรกฎาคม 2015.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,173
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,540
    ทำไมการสงเคราะห์สัตว์จึงสบายใจกว่าการสงเคราะห์คน ?

    พระอาจารย์เล่าเรื่องการธุดงค์ในป่าให้ฟังว่า "ตอนช่วงนั้นอาตมาธุดงค์อยู่ในป่า ที่เกาะพระฤๅษีมีเณรไปอบรม ๘๗ รูป เขาไม่รู้จะติดต่อกับอาตมาอย่างไร เพราะตอนนั้นอาตมาอยู่ในห้วยขาแข้ง เขาเลยใช้วิธีจุดธูปเรียก..!

    ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อาตมาประกาศเลยว่า "ใครจุดธูปเรียกกู มันจะต้องเป็นคนไปหาเอง..!" ลองดูได้ อยู่สุดเหนือสุดใต้ยิ่งดี แน่จริงจุดเลย จุดเมื่อไร มึงต้องเดินมาหาตูในป่าเอง..!"

    ถาม : เขาจุดธูป แล้วท่านได้ยินได้อย่างไร ?
    ตอบ : ไม่ได้ยิน น่าจะได้กลิ่นมากกว่า..! (หัวเราะ) คนที่จุดธูปเรียก ชื่ออาจารย์เบ็ญจา มีลูกสาวชื่อเบญจพร ที่ใคร ๆ เขาเรียกว่า ป้าเม้าท์

    เวลาอาตมาธุดงค์อยู่ในป่าจะมีความสุขมาก จึงสงสัยว่าเกิดจากอะไร ? ประการแรก เป็นเพราะความรู้สึกที่เป็นอิสระหลุดพ้นจากภาระ แค่ภาระทางโลกบางส่วนที่เรารับผิดชอบอยู่ พอเราปล่อยวางลงแค่ชั่วคราว เรายังมีความสุขขนาดนั้น แล้วภาระใหญ่คือร่างกาย ถ้าเราวางลงได้จะมีความสุขขนาดไหน ?

    ประการที่สอง บรรดาสัตว์ที่อยู่ในป่า เขาคิดอย่างไรเขาก็ทำเช่นนั้น ไม่หน้าไหว้หลังหลอกเหมือนกับคน

    เวลาพระท่านเลี้ยงหมา เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ที่เกาะพระฤๅษี อาตมาถามท่านว่า "คุณเคยสังเกตบ้างไหมว่า เวลาคุณให้การสงเคราะห์สัตว์ด้วยเมตตา ทำไมจิตใจจึงสบายกว่าการที่คุณสงเคราะห์คน ?"

    ได้บอกกับพระท่านไปว่า "การสงเคราะห์สัตว์ คุณรู้อยู่ว่าเขาตอบแทนอะไรคุณไม่ได้ คุณก็เลยให้การสงเคราะห์โดยไม่มุ่งหวังการตอบแทนใด ๆ แต่การสงเคราะห์คน ความรู้สึกที่ว่าคนรู้ภาษา ต่อให้เขาไม่ตอบแทนอะไร อย่างน้อย ๆ ก็ให้เขาชมเราว่าดีสักนิดก็ยังดี เลยเป็นการสงเคราะห์ที่คับแคบกว่า ไม่เป็นอัปปมัญญา เพราะว่ายังหวังผลตอบแทนอยู่โดยไม่รู้ตัว"

    ดังนั้น..จึงเป็นคำตอบที่ว่า ทำไมการสงเคราะห์สัตว์จึงสบายใจกว่าการสงเคราะห์คน

    ตอนอยู่ในป่ากับพวกสัตว์ก็เช่นกัน พวกเขาตรงไปตรงมา คิดจะไล่ฟัดเราก็ไล่เลย ไม่มีประเภทแอบแทงข้างหลัง สบายใจกว่ากันเยอะ

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ

    ที่มา : www.watthakhanun.com

    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม

    c_oc=AQnzSBQ1Pi35ynWWDU-GCeVTikWNYKkuyq6u03NuiywyVAe2j5BVI2_H0h9Q3sKSLKc&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,173
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,540
    โรคภัยไข้เจ็บเหมือนกับกาฝาก สภาพร่างกายของเราเหมือนต้นไม้ ถ้าจะแยกกาฝากออกจากต้นไม้ได้ จะต้องมองให้เห็นจริง ๆ ว่า ต้นไม้ก็ไม่ใช่ต้นไม้...กาฝากก็ไม่ใช่กาฝาก

    ทั้งสองอย่างล้วนเป็นสิ่งที่สมมติขึ้นมา ถ้าหากเราเข้าถึงความจริงแท้ก็จะเป็นปรมัตถธรรม สิ่งที่เป็นสมมติกับปรมัตถ์จะอยู่ร่วมกันไม่ได้อยู่แล้ว ก็จะต่างคนต่างไป ทำให้หายจากอาการเจ็บป่วย

    บางทีเราจะสงสัยว่า ทำไมบางคนปฏิบัติธรรมหายจากโรคได้ เพราะว่าท่านเห็นความจริงตรงจุดนี้ ไปลองพยายามดู..ถ้าหากบุญพาวาสนาช่วย เราเข้าถึงจริง ๆ ว่า สิ่งไหนเป็นสมมติ สิ่งไหนเป็นปรมัตถ์ แยกออกจากกันได้ ก็จะกลายเป็นต่างคนต่างอยู่ เขาก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรเราได้ แล้วเขาก็จะไป ตัวใครตัวมัน

    ความเจ็บป่วยเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ทำให้เราเห็นชัดว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา และมีแต่ความทุกข์ ในเมื่อเห็นอย่างนี้แล้วก็หมดความอยากที่จะเกิด เราก็เอาใจเกาะพระเกาะนิพพาน เท่ากับเรามีโอกาสหลุดพ้นสูงกว่าคนอื่นเขา

    เห็นทุกข์เห็นสภาพเป็นจริง ว่าร่างกายมีปกติเป็นอย่างนี้แล้ว เราก็หมดความต้องการ ท้ายสุดก็คิดว่า เราอยู่กับร่างกายแค่ชาตินี้ชาติเดียว ชดใช้กรรมไป จบจากชาตินี้เราก็ไปนิพพานแล้ว

    โดยเฉพาะคำว่าชาตินี้ บางทีฟังดูว่าไกล เราต้องคิดว่าเราอยู่กับร่างกายแค่วันนี้วันเดียว หรืออยู่กับร่างกายแค่ชั่วลมหายใจเดียว พ้นจากวันนี้ก็ไม่รู้ว่าเราจะได้เห็นวันรุ่งขึ้นหรือเปล่า หรือไม่ก็เราหายใจออกก็ไม่รู้จะได้หายใจเข้าหรือไม่..ก็จะพ้นไปแล้ว เราจะรู้สึกว่าแค่เดี๋ยวเดียว ก็จะไม่ทุกข์ทรมานมากนัก

    บางคนเขาสงสัยว่า พระอาจารย์ป่วยหนักขนาดนี้แล้วอยู่ได้อย่างไร ? ก็อยู่กับร่างกายวันเดียว พรุ่งนี้ก็ไม่มีแล้ว ถ้าอยู่ถึงพรุ่งนี้ ก็อยู่แค่อีกวันหนึ่ง แต่อาการป่วยนี้ดี..ทำให้ไม่อ้วน เพราะว่าโรคเอาไปกินหมด ไม่เหลือไว้ให้เลย..!
    ..................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com

    #พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม #แบ่งปันธรรมะ
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม

    c_oc=AQmmIFsKtTrB7w-_SqpZTRxOI7weYwFIdkMNcATvtvZGKgaAkIzZ-uG0DIfwN6-gGgo&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,173
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,540
    บ้าแต่กิริยา มารยาไม่มี

    คนประเภทนี้ ถ้าหากว่าเราไม่ได้มีทิพจักขุญาณ ไปจับอากัปกิริยาของเขาด้วยสายตาคนปกติ ก็เห็นว่าคนนี้ไม่มีอะไรเลย คือ ปฏิบัติมาอย่างไร ห่วยแตก สำรวมก็ไม่สำรวม แต่ต้องสังเกตให้ดีๆ บอกแล้วคนระดับนี้จะมีแต่กิริยาเท่านั้นที่บ้าตามโลก แต่มารยาไม่มี เขาไม่ต้องทำเพื่อหลอกใคร ถ้าช่างสังเกตเป็นจะเห็นคนประเภทนี้

    อาตมาเจอมาหลายคน บางทีก็ทิ่มไปตรงๆ บอกไม่ต้องดัดจริตหรอก ผมรู้ว่าคุณเป็นอย่างไร คือ เขาเองบอกว่า วันนั้นผมฝันว่าผมเจอพระ แล้วพระบอกให้ทำอย่างนี้ๆ ก็บอกไปว่า "มึงเลิกฝันได้แล้ว กูก็รู้ว่ามึงฝันแบบไหน" (หัวเราะ) พอบอกเสร็จเรียบร้อย เขาบอกก็ผมไม่กล้าพูดนี่ครับ เขากลัวคนอื่นเขาจะคิดว่าเราบ้า เออ...คนอื่นช่างหัวมันเถอะ แต่ข้ารู้มาตั้งนานเนกาเลแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องไปว่าบ้าว่าอะไร มีอะไรก็ว่ากันตามตรง

    คนประเภทนี้เมื่อทำถึงระดับนั้นแล้ว จะอยู่กับโลกโดยที่ไม่ได้ติดกับโลก เหมือนกับน้ำกลิ้งบนใบบัวใบบอน ก็อยู่บนใบบัวใบบอนนั่นแหละ แต่ลองจับมันกลิ้งดูสิ มันเปียกตรงไหน? ไม่หรอกมันไปเรื่อย เพราะว่าเขามีศีล สมาธิ ปัญญา เป็นเครื่องคุ้ม

    หลวงพ่อท่านบอกว่า คนเราถ้าตั้งใจบ้ามันจะหนักกว่าคนบ้าจริง คือ คนประเภทนี้เปลือกนอกนี่ เขาต้องบ้าให้คนอื่นเห็น เพื่อที่ว่าอันดับแรกกันตัวเองออกมา คนจะได้ไม่รู้ว่าเราทำได้ถึงไหน ? เราทำอย่างไร ? ในลักษณะว่ากันคนปรามาส ถ้าเราไปทำในลักษณะที่ว่าสำรวมกิริยาวาจาอะไรทุกอย่างในลักษณะที่เป็นรูปแบบของเปลือก พวกนี้ปากหมาตลอด มันว่าเอาว่าแรงๆ ด้วย แล้วลักษณะที่เขาว่านี่แหละมันจะเกิดแก่ตัวเขาเอง

    อย่างเช่นว่า ถ้าหากว่าเราเห็นพระอริยเจ้าท่านทำอาการอย่างนั้นแล้ว เราไปว่าท่านบ้า สบายมาก นอกจากว่าลงนรก เป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน แล้วเกิดเป็นคนเมื่อไร คุณบ้าติดต่อกัน ๕๐๐ ชาติ โทษแค่นั้นเอง

    พระอาจารย์เล็ก วัดท่าขนุน จ.กาญจนบุรี
    จากกระโถนข้างธรรมมาสน์ฉบับที่ ๕๑

    at=109&_nc_ohc=T5eyn_B_4usAQnhzhpUby2nRwsOGdWwSdPrEjQNZlKv0FvytTWA9xX4Hw&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,173
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,540
    M14X2w&_nc_ohc=tfoC6I45xM0AQnxyBW5phQxuDg260iq3x5w1tLtsuesoi3XVyuIT3W3Lw&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg

    "จะเล่าเรื่องเมื่อคืนที่ถูกผีหลอกให้ฟัง ปกติอาตมาบ้าจนผีไม่หลอกมาหลายสิบปีแล้ว ปรากฏว่าด้วยความป่วย ก็คงทำให้สภาพจิตอ่อนแอลงไปหน่อย เมื่อคืนก็เลยมีผี ๓ ตัวโผล่มา เป็นเด็กนักเรียน ๒ คนกับเด็กวัยรุ่นไม่ได้แต่งชุดนักเรียนคนหนึ่ง คาดว่าเป็นเพื่อนของนักเรียนนั่นแหละ เขาตกน้ำตายตายแถว ๆ นี้ ที่รู้ว่าเป็นตรงจุดนี้ เพราะความเป็นทิพย์บอกว่าเขาตกน้ำตายแถวนี้

    แต่คราวนี้พอถามว่าเป็นใคร ? มาธุระอะไร ? ถามอย่างไรก็ไม่ตอบ ยืนก้มหน้าเงียบ อาตมาเองสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน สมัยก่อนที่ยังปรารถนาพุทธภูมิอยู่ พอรู้ว่าเขาลำบากก็จะตะเกียกตะกายไปช่วย ต่อให้เขาว่าเสือกก็ยังจะช่วย แต่สมัยนี้ไม่ใช่ สมัยนี้ไม่เอาแล้วพุทธภูมิ เพราะว่าเหนื่อย เอาแค่เหตุการณ์เฉพาะหน้า เคยประกาศไว้นานแล้วว่า ถ้าไม่ได้มาล้มทับตีนจนอาตมาเดินหนีไม่ได้นี่ไม่ช่วยหรอก

    ในเมื่อพูดแล้วไม่คุยก็เรื่องของเอ็งเถอะ จะไปไหนก็ไป เมื่อคืนก็ยังมีความรู้สึกเหมือนเดิมว่าเวลาผีมาแล้วขนสันหลังลุก เคยถามตัวเองมานานเนกาเลแล้วว่า นี่เรายังกลัวอยู่ใช่ไหม ? สรุปได้ว่าไม่ใช่กลัว เกิดจากเวลาผีเขาจะแสดงตัวตนให้เราเห็น เขาต้องดึงเอาธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม เข้ามารวมกัน เพื่อปรากฏเป็นกายให้เราสามารถรู้เห็นได้ ตอนที่เขาดึงเอาสิ่งต่าง ๆ ไปทำให้อุณหภูมิลดลง เราจะขนลุกเหมือนตอนกำลังหนาว ฉะนั้น..ถ้ารู้สึกเย็นยะเยือกแล้วขนลุกเกรียว ๆ ก็อาจจะมีอะไรมาอยู่ใกล้ ๆ แล้ว เขาพยายามแล้วแต่ยังโผล่ไม่ได้ พวกฝีมือไม่ถึงนี่บางทีมาได้แต่กลิ่น มาได้แต่เสียง บางทีก็เห็นแวบ ๆ แล้วก็หายไปเพราะกำลังไม่พอที่จะทำได้นาน ส่วนที่ปรากฏได้ชัด ๆ นั่นไม่ค่อยลำบากหรอก เพียงแต่ว่าถ้าคุณไม่ค่อยลำบาก อยากได้ดี แต่ถามอะไรไม่พูดด้วยก็เรื่องของคุณเถอะ..!

    อาตมาขอยืนยันว่าปัจจุบันนี้ถ้าผีฝีมือไม่ถึงจะหลอกยากมาก เนื่องจากว่าแสงไฟฟ้าของเรากะพริบด้วยความถี่ประมาณ ๕๐ รอบต่อวินาที ในเมื่อมีการกระพริบกระแทกอยู่ตลอดเวลา เวลาผีเขาพยายามรวบรวมอณูของ ดิน น้ำ ลม ไฟ เข้ามา ก็ถูกกระแทกกระจายหมด ทำให้ไม่สามารถที่จะปรากฏตัวได้ พวกที่เปิดไฟนอนเพราะกลัวผีถือว่าถูกต้อง แต่ใช้ได้แค่ผีบางจำพวกเท่านั้น ผีระดับอนุบาลนะ ถ้าหากผีระดับมัธยม ระดับปริญญาความรู้เขาสูง เขาหลอกจนได้แหละ ถ้าระดับด็อกเตอร์ก็มาเที่ยง ๆ เลย แดดกูก็ไม่กลัว อาตมาโดนมาเยอะแล้ว

    แล้วบางท่านหนักกว่านั้นอีก แดดเปรี้ยง ๆ แท้ ๆ กลัวจะเล่นเราไม่ถนัด ทำให้มืดฟ้ามัวฝนได้ด้วย ถ้าประเภทนั้นต้องระวังนะ ส่วนใหญ่จะเป็นมหิทธิกาเปรตหรือกาลกัญจิกอสุรกาย ถ้าเจรจากันไม่รู้เรื่องนี่เรามีสิทธิ์เดี้ยง กำลังเขาสูงมาก คล้าย ๆ เทวดาเลย

    พวกนี้ส่วนใหญ่เคยเป็นพ่อมดหมอผีมาก่อน แต่เมื่อเป็นมิจฉาทิฐิ ตายแล้วไปเสวยทุกข์ในนรก พ้นขึ้นมาก็มาเป็นมหิทธิกาเปรตหรือกาลกัญจิกอสุรกาย มิจฉาทิฐิเต็มหัวอยู่ ถือตนเป็นใหญ่ ก็มักจะตั้งตนเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ พอเราไปในเขตของเขาถ้าไม่ชอบใจนี่เขาก็เล่นงานเลย

    ถ้าเจอผีระดับนั้นเที่ยง ๆ ก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก อาตมาเจอนี่..เที่ยง ๆ เดินทะลุข้างฝามาเลย ตัวใหญ่เกือบเท่าภูเขา เอื้อมมือกำอาตมาอย่างกับเด็กกำตุ๊กตา ไปนึกถึงตุ๊กตาขอฝนของญี่ปุ่น เหมือนตัวเราเหลือประมาณแค่นั้นเอง แล้วตัวเขาจะใหญ่แค่ไหน ? พยายามใช้อะไรก็สู้เขาไม่ได้ เพราะเขาอยู่ในความเป็นทิพย์ มีความคล่องตัวมากกว่า

    ท้ายสุดก็ตัดสินใจว่า “ตายก็ตายละวะ ในเมื่อตายก็ควรตายอย่างผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์” จึงแผ่เมตตาให้เขา ปรากฏว่าไปขี้ตรงร่องท่าไหนก็ไม่รู้ เขาแพ้เราตรงนี้ พอแผ่เมตตาตัวเขาก็หดเล็กลง ๆ ท้ายสุดเราก็ใหญ่กว่า แบบนี้เอ็งก็เสร็จข้าแหละ..!

    ฉะนั้น..พวกเราไปลองดูได้นะ ถ้าเราแผ่เมตตาด้วยความจริงใจ บางทีก็ชนะได้ทุกอย่าง เพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าเป็นอาวุธของท่าน ท่านเรียกว่า "อาวุธพระพุทธเจ้า" หลวงปู่ดู่ท่านเรียก "พระขรรค์เพชรพระพุทธเจ้า" ก็คือบท เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปริมาณังฯ เรียกง่าย ๆ ว่าบทกรณีฯ ที่ขึ้นด้วย กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะฯ นั่นแหละ ไปไหนให้ภาวนาเอาไว้จะปลอดภัย อาตมาเสกพระขรรค์โสฬสก็ด้วยบทนี้แหละ ไม่มีคาถาอะไรมากกว่านี้หรอก"

    .........................................
    ๖๐ ปี พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    ผู้ก่อตั้งสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,173
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,540
    โพธิสัตว์ผู้มีกำลังเข้ารับตำแหน่งพระยายมราชองค์ต่อไปแทนที่ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือสัตว์โลกทั้งหลายทันที นี่เป็นเพียงการยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า ตำแหน่งทั้งหลายเป็นสิ่งสมมติ เป็นสมบัติผลัดกันชม แม้แต่เป็นตำแหน่งในโลกทิพย์ก็ตาม
    .
    "จักรพรรดิ" ก็เป็นตำแหน่งหนึ่งเช่นกัน แต่ไม่ได้มีทุกยุค มีเพียงบางยุคสมัยเท่านั้น และนานๆทีจะมีครั้งหนึ่ง ที่คนมีบุญญาธิการจะลงมาเกิดเป็นพระราชาผู้เหนือราชาทั้งปวงในโลกนี้ พระองค์ทรงปกครองทั้ง 4 ทวีปด้วยธรรม ทำให้โลกเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ปกครองคนทั้งโลกให้รักษาศีลธรรมอันงดงาม มีสมบัติมากมายมหาศาลไม่พร่องเลย มีช้างแก้ว ม้าแก้ว นางแก้ว ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว จักรแก้ว มณีแก้ว เป็นของคู่บารมี
    .
    โดยมากคนที่จะได้มาเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ จะเป็นผู้มากด้วยบุญญาธิการ โดยมากจะเป็นพระโพธิสัตว์ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ล้วนเคยเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิมาแล้วนับไม่ถ้วน และพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันก็ยังเคยเนรมิตพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เพื่อปราบพระยาชมพูบดี จนเป็นที่มาของพระพุทธรูปปางจักรพรรดิ หรือเรียกอีกชื่อว่า "พระทรงเครื่อง"
    .
    ดังนั้นการสร้างพระพุทธรูปปางจักรพรรดิของหลวงตาม้า ก็คือการสร้างพระที่รวมเอากำลังจักรพรรดิที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคตมาไว้ในองค์พระ ก่อให้เกิดพระที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นถึงความเป็นธรรมราชาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งทางโลกและทางธรรม
    .
    และใครก็ตามที่สวดภาวนาพระคาถามหาจักรพรรดิ นอกจากจะเป็นการน้อมนำเอากำลังของพระรัตนไตรมาไว้ที่ตัวแล้ว ยังเป็นการน้อมนำเอากำลังของจักรพรรดิที่เคยมีมาแล้วตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต มาไว้กับตัวอีกด้วย บทนี้จึงเป็นบทที่มีกำลังมาก ท่านถึงเมตตาให้พวกเราสวดประจำ เพื่อให้จิตมีความเคยชินกับพระคาถา เพราะใครที่สวดจริงๆจังๆเป็นประจำจะเห็นผลอย่างแน่นอน
    .
    ให้ช่วยกันแชร์เป็นการให้ธรรมทาน เป็นกุศลมหาศาล เป็นการสร้างบารมีร่วมกัน สาธุ
    .
    #ศิษย์มีครูหลวงปู่ดู่หลวงตาม้า

    at=109&_nc_ohc=hnKHeVfFYNwAQlYoaxqJn6_i7n8XoVJLImur9BN-cdU46oj7X3_crZKEg&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,173
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,540
    ++ สัจจะบารมีพร่อง +++

    ถาม : ( ถามเกี่ยวกับเรื่องฝัน)
    ตอบ : ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็ทำไป คืออย่างน้อยถ้าเป็นจริง #เขาผู้นั้นก็จะได้รับในสิ่งที่เรารับปากตั้งใจทำให้กับเขา ถึงจะไม่เป็นจริงอย่างน้อย ๆ ก็ได้ทดสอบสัจจะบารมีของเรา ขนาดในฝันแล้วเรายังตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติ แสดงว่ากำลังใจต้องเข้มแข็งจริง ๆ

    #เรื่องสัจจะบารมีพร่องเป็นที่น่าเบื่อหน่ายมาก คนสัจจะบารมีพร่องดูง่ายมาก #นัดไม่ค่อยเป็นนัดหรอก ผิดเวลา ผิดนัดเสมอ

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกจากบ้านอนุสาวรีย์ฯ ต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๕

    -------------------
    อย่าลืม ช่วยกดติดตามแบบ(⭐เห็นโพสก่อน/see first) ที่หน้าเพจกันด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดโพสของเราครับ

    at=106&_nc_ohc=VsA1ob8eIusAQmdyeXcTdeR5D-jPMj2rBchAgcCSyXn6f7Kmo3b5n6Qdg&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  7. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,173
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,540
    "คนเรานั้น ถ้าไม่มี พุทธัง ธัมมัง สังฆัง เป็นของดีภายใน ถึงแม้จะได้ของดีภายนอกไปแล้ว ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร"



    at=105&_nc_ohc=AUz3LYlZcjIAQkqrCubcihl7lMilCRY3Dvam28S8CbvKiX9KB9GVyF3nA&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,173
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,540
    at=109&_nc_ohc=XZtKjWBGguAAQl402LNqhFu9JjHTQJE7xDUQ2ams4m-q2kV7mxrsTVk3Q&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  9. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,173
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,540
    4d_Etw&_nc_ohc=kF7d8ugflxgAQlEX67ZlBb1C54HJkxfbz70y0-BjVsGCZ2CXFxx4CppKQ&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg





    เ ว ล า กรรมไม่ดี เ ข้ า
    ----------------------------------
    หลวงตาม้า : ทุกคนมีกรรม
    #เวลากรรมเข้าเนี่ย #มันไม่เอาอะไรนะ
    ทุกคนเคยหน้ามืด เนี่ย เด็กๆเนี่ย
    หน้ามืดเนี่ยมันไม่เอาอะไรทั้งนั้น
    #ดีก็ไม่เอา #ไม่ดีก็ไม่เอา
    มันจะเอาตามใจเค้านั่นแหละ
    นั่นคือคนหน้ามืด

    เวลาคนกรรมเข้าเนี่ย กรรมไม่ดีเข้าเนี่ย
    #มันจะรวนไปหมดแหละ มันไม่เอาอะไรเลยนะ
    #จำเอาไว้ท่านถึงบอก คนโบราณเค้าบอก
    มึงไปอยู่วัด ถ้าเป็นญาติเนี่ย มึงไปบวช
    เมื่อก่อนเค้าบังคับได้นะลูกหลานน่ะ

    แสดงว่ากรรมเข้าแล้ว ความรู้สึกเค้า
    รางสังหรณ์น่ะ มันจะรู้เลย
    ว่ามันไม่เอาอะไร พูดดีก็แล้ว
    ไม่ดีก็แล้ว กูเอาอะไร ... ไปอยู่วัดซะ
    #ไปบวชซะ รึไม่ก็ไปอยู่วัดนู่นน่ะ
    #ไปสวดมนต์ #ไหว้พระ เวลาสวดมนต์เนี่ย

    พอเริ่มสวดเนี่ย #พลังงานของไตรสรณคมน์ก็มา
    #กรรมตัวนั้นก็อยู่อย่างเก่า มัน มันไม่เคลื่อนไหวละ
    #จากหนักเป็นเบานะ จริงๆแล้ว ใครมีปัญหา
    ท่านว่า ไม่สบายใจลองไปนั่งในโบสถ์
    ในวิหาร มองภาพของพระแล้วก็สวดมนต์ไปเรื่อย
    มันจะคลายฮะ มันจะคลายเลยฮะ

    เพราะพลังงานของท่านไม่ได้ไปไหน
    มันอยู่ในโลกเนี๊ยะ เพียงแต่เรานึกถึงท่าน
    มันก็มาที่เราหมด มันกลบ
    ความทุกข์ของเราชั่วขณะด้วย
    พอออกมาแล้ว ตาหูจมูกลิ้นกาย
    เจอ รับคลื่นเก่ามาพึ่บเลย (หัวเราะ)
    คลื่นไม่ติดต่อนะ ถ้าคลื่นติดต่อเนี่ย
    #จากหนักเบา #จากเบาหายเลยฮะ
    --------------------------------------

    เทศน์สอนโดย หลวงตาม้า (พระวรงคต วิริยธโร)
    วัดถ้ำเมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
    อนุโมทนาบุญกับผู้มีส่วนร่วมในสื่อธรรมมะทุกท่าน
    ออกอากาศวันที่ 30/11/62 นาทีที่ 00.51.47

    ฟังเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้เลยคะ
    https://www.youtube.com/watch?v=riuWYZ3l6kE
    ----------------------------------------

    >>>บทสวดมหาจักรพรรดิ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต
    สัมมา สัมพุทธัสสะ(๓ ครั้ง)
    นะโมพุทธายะ พระพุทธไตรรัตนญาณ
    มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา
    พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ
    พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
    อัคคีธานัง วะรังคันธัง สีวลีจะ มหาเถรัง
    อะหังวันทามิ ทูระโต
    อะหังวันทามิ ธาตุโย
    อะหังวันทามิ สัพพะโส
    พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ

    >>>บทอัญเชิญพระเข้าตัว (แผ่เมตตา)
    สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
    พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง
    อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
    พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ

    -----------------------------------
    #ขอเชิญร่วมฝากกระแสความดีงามร่วมกับ
    #พ่อแม่ครูบาอาจารย์ #หลวงปู่ดู่ #หลวงตาม้า
    #ทุกกองบุญตามดำริหลวงตาม้า
    โดยโอนปัจจัยเข้าบัญชี "หลวงตาม้า"
    ชื่อบัญชี : พระวรงคต วิริยะธโร
    เลขที่ 383-2-23925-8
    ธนาคารกสิกรไทย
    สาขาถนนมูลเมือง เชียงใหม่
    ประเภทออมทรัพย์

    -----------------------------------
    #ธรรมทาน เซฟได้ แชร์ได้
    #คัดลอกไปโพสต์ได้
    #โดยไม่ต้องขออนุญาต
    #ช่วยกันกระจายคำสอน
    อนุโมทนาสาธุคะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...