@@..คำครู ผู้ชี้-นำ-อุปถัมภ์ สู่พระโพธิญาณ & เรื่องเล่าจากกัลยาณมิตร.@@

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 10 กรกฎาคม 2015.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    c_oc=AQnzSBQ1Pi35ynWWDU-GCeVTikWNYKkuyq6u03NuiywyVAe2j5BVI2_H0h9Q3sKSLKc&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    ทำไมการสงเคราะห์สัตว์จึงสบายใจกว่าการสงเคราะห์คน ?

    พระอาจารย์เล่าเรื่องการธุดงค์ในป่าให้ฟังว่า "ตอนช่วงนั้นอาตมาธุดงค์อยู่ในป่า ที่เกาะพระฤๅษีมีเณรไปอบรม ๘๗ รูป เขาไม่รู้จะติดต่อกับอาตมาอย่างไร เพราะตอนนั้นอาตมาอยู่ในห้วยขาแข้ง เขาเลยใช้วิธีจุดธูปเรียก..!

    ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อาตมาประกาศเลยว่า "ใครจุดธูปเรียกกู มันจะต้องเป็นคนไปหาเอง..!" ลองดูได้ อยู่สุดเหนือสุดใต้ยิ่งดี แน่จริงจุดเลย จุดเมื่อไร มึงต้องเดินมาหาตูในป่าเอง..!"

    ถาม : เขาจุดธูป แล้วท่านได้ยินได้อย่างไร ?
    ตอบ : ไม่ได้ยิน น่าจะได้กลิ่นมากกว่า..! (หัวเราะ) คนที่จุดธูปเรียก ชื่ออาจารย์เบ็ญจา มีลูกสาวชื่อเบญจพร ที่ใคร ๆ เขาเรียกว่า ป้าเม้าท์

    เวลาอาตมาธุดงค์อยู่ในป่าจะมีความสุขมาก จึงสงสัยว่าเกิดจากอะไร ? ประการแรก เป็นเพราะความรู้สึกที่เป็นอิสระหลุดพ้นจากภาระ แค่ภาระทางโลกบางส่วนที่เรารับผิดชอบอยู่ พอเราปล่อยวางลงแค่ชั่วคราว เรายังมีความสุขขนาดนั้น แล้วภาระใหญ่คือร่างกาย ถ้าเราวางลงได้จะมีความสุขขนาดไหน ?

    ประการที่สอง บรรดาสัตว์ที่อยู่ในป่า เขาคิดอย่างไรเขาก็ทำเช่นนั้น ไม่หน้าไหว้หลังหลอกเหมือนกับคน

    เวลาพระท่านเลี้ยงหมา เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ที่เกาะพระฤๅษี อาตมาถามท่านว่า "คุณเคยสังเกตบ้างไหมว่า เวลาคุณให้การสงเคราะห์สัตว์ด้วยเมตตา ทำไมจิตใจจึงสบายกว่าการที่คุณสงเคราะห์คน ?"

    ได้บอกกับพระท่านไปว่า "การสงเคราะห์สัตว์ คุณรู้อยู่ว่าเขาตอบแทนอะไรคุณไม่ได้ คุณก็เลยให้การสงเคราะห์โดยไม่มุ่งหวังการตอบแทนใด ๆ แต่การสงเคราะห์คน ความรู้สึกที่ว่าคนรู้ภาษา ต่อให้เขาไม่ตอบแทนอะไร อย่างน้อย ๆ ก็ให้เขาชมเราว่าดีสักนิดก็ยังดี เลยเป็นการสงเคราะห์ที่คับแคบกว่า ไม่เป็นอัปปมัญญา เพราะว่ายังหวังผลตอบแทนอยู่โดยไม่รู้ตัว"

    ดังนั้น..จึงเป็นคำตอบที่ว่า ทำไมการสงเคราะห์สัตว์จึงสบายใจกว่าการสงเคราะห์คน

    ตอนอยู่ในป่ากับพวกสัตว์ก็เช่นกัน พวกเขาตรงไปตรงมา คิดจะไล่ฟัดเราก็ไล่เลย ไม่มีประเภทแอบแทงข้างหลัง สบายใจกว่ากันเยอะ

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ

    ที่มา : www.watthakhanun.com
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
     
  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    c_oc=AQmmIFsKtTrB7w-_SqpZTRxOI7weYwFIdkMNcATvtvZGKgaAkIzZ-uG0DIfwN6-gGgo&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    โรคภัยไข้เจ็บเหมือนกับกาฝาก สภาพร่างกายของเราเหมือนต้นไม้ ถ้าจะแยกกาฝากออกจากต้นไม้ได้ จะต้องมองให้เห็นจริง ๆ ว่า ต้นไม้ก็ไม่ใช่ต้นไม้...กาฝากก็ไม่ใช่กาฝาก

    ทั้งสองอย่างล้วนเป็นสิ่งที่สมมติขึ้นมา ถ้าหากเราเข้าถึงความจริงแท้ก็จะเป็นปรมัตถธรรม สิ่งที่เป็นสมมติกับปรมัตถ์จะอยู่ร่วมกันไม่ได้อยู่แล้ว ก็จะต่างคนต่างไป ทำให้หายจากอาการเจ็บป่วย

    บางทีเราจะสงสัยว่า ทำไมบางคนปฏิบัติธรรมหายจากโรคได้ เพราะว่าท่านเห็นความจริงตรงจุดนี้ ไปลองพยายามดู..ถ้าหากบุญพาวาสนาช่วย เราเข้าถึงจริง ๆ ว่า สิ่งไหนเป็นสมมติ สิ่งไหนเป็นปรมัตถ์ แยกออกจากกันได้ ก็จะกลายเป็นต่างคนต่างอยู่ เขาก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรเราได้ แล้วเขาก็จะไป ตัวใครตัวมัน

    ความเจ็บป่วยเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ทำให้เราเห็นชัดว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา และมีแต่ความทุกข์ ในเมื่อเห็นอย่างนี้แล้วก็หมดความอยากที่จะเกิด เราก็เอาใจเกาะพระเกาะนิพพาน เท่ากับเรามีโอกาสหลุดพ้นสูงกว่าคนอื่นเขา

    เห็นทุกข์เห็นสภาพเป็นจริง ว่าร่างกายมีปกติเป็นอย่างนี้แล้ว เราก็หมดความต้องการ ท้ายสุดก็คิดว่า เราอยู่กับร่างกายแค่ชาตินี้ชาติเดียว ชดใช้กรรมไป จบจากชาตินี้เราก็ไปนิพพานแล้ว

    โดยเฉพาะคำว่าชาตินี้ บางทีฟังดูว่าไกล เราต้องคิดว่าเราอยู่กับร่างกายแค่วันนี้วันเดียว หรืออยู่กับร่างกายแค่ชั่วลมหายใจเดียว พ้นจากวันนี้ก็ไม่รู้ว่าเราจะได้เห็นวันรุ่งขึ้นหรือเปล่า หรือไม่ก็เราหายใจออกก็ไม่รู้จะได้หายใจเข้าหรือไม่..ก็จะพ้นไปแล้ว เราจะรู้สึกว่าแค่เดี๋ยวเดียว ก็จะไม่ทุกข์ทรมานมากนัก

    บางคนเขาสงสัยว่า พระอาจารย์ป่วยหนักขนาดนี้แล้วอยู่ได้อย่างไร ? ก็อยู่กับร่างกายวันเดียว พรุ่งนี้ก็ไม่มีแล้ว ถ้าอยู่ถึงพรุ่งนี้ ก็อยู่แค่อีกวันหนึ่ง แต่อาการป่วยนี้ดี..ทำให้ไม่อ้วน เพราะว่าโรคเอาไปกินหมด ไม่เหลือไว้ให้เลย..!
    ..................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com

    #พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม #แบ่งปันธรรมะ
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
     
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    at=109&_nc_ohc=T5eyn_B_4usAQnhzhpUby2nRwsOGdWwSdPrEjQNZlKv0FvytTWA9xX4Hw&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    บ้าแต่กิริยา มารยาไม่มี


    คนประเภทนี้ ถ้าหากว่าเราไม่ได้มีทิพจักขุญาณ ไปจับอากัปกิริยาของเขาด้วยสายตาคนปกติ ก็เห็นว่าคนนี้ไม่มีอะไรเลย คือ ปฏิบัติมาอย่างไร ห่วยแตก สำรวมก็ไม่สำรวม แต่ต้องสังเกตให้ดีๆ บอกแล้วคนระดับนี้จะมีแต่กิริยาเท่านั้นที่บ้าตามโลก แต่มารยาไม่มี เขาไม่ต้องทำเพื่อหลอกใคร ถ้าช่างสังเกตเป็นจะเห็นคนประเภทนี้

    อาตมาเจอมาหลายคน บางทีก็ทิ่มไปตรงๆ บอกไม่ต้องดัดจริตหรอก ผมรู้ว่าคุณเป็นอย่างไร คือ เขาเองบอกว่า วันนั้นผมฝันว่าผมเจอพระ แล้วพระบอกให้ทำอย่างนี้ๆ ก็บอกไปว่า "มึงเลิกฝันได้แล้ว กูก็รู้ว่ามึงฝันแบบไหน" ...(หัวเราะ)... พอบอกเสร็จเรียบร้อย ท่านบอกว่า "ก็ผมไม่กล้าพูดนี่ครับ เขากลัวคนอื่นเขาจะคิดว่าเราบ้า" เออ...คนอื่นช่างหัวมันเถอะ แต่ข้ารู้มาตั้งนานเนกาเลแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องไปว่าบ้าว่าอะไร มีอะไรก็ว่ากันมาตามตรง

    คนประเภทนี้เมื่อทำถึงระดับนั้นแล้ว จะอยู่กับโลกโดยที่ไม่ได้ติดกับโลก เหมือนกับน้ำกลิ้งบนใบบัวใบบอน ก็อยู่บนใบบัวใบบอนนั่นแหละ แต่ลองจับมันกลิ้งดูสิ มันเปียกตรงไหน? ไม่หรอกมันไปเรื่อย เพราะว่าเขามีศีล สมาธิ ปัญญา เป็นเครื่องคุ้ม

    หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านบอกว่า คนเราถ้าตั้งใจบ้ามันจะหนักกว่าคนบ้าจริง คือ คนประเภทนี้เปลือกนอกนี่ เขาต้องบ้าให้คนอื่นเห็น เพื่อที่ว่าอันดับแรกกันตัวเองออกมา คนจะได้ไม่รู้ว่าเราทำได้ถึงไหน ? เราทำอย่างไร ? ในลักษณะว่ากันคนปรามาส ถ้าเราไปทำในลักษณะที่ว่าสำรวมกิริยาวาจาอะไรทุกอย่างในลักษณะที่เป็นรูปแบบของเปลือก พวกนี้ปากหมาตลอด มันว่าเอาว่าแรงๆ ด้วย แล้วลักษณะที่เขาว่านี่แหละมันจะเกิดแก่ตัวเขาเอง

    อย่างเช่นว่า ถ้าหากว่าเราเห็นพระอริยเจ้าท่านทำอาการอย่างนั้นแล้ว เราไปว่าท่านบ้า สบายมาก นอกจากว่าลงนรก เป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน แล้วเกิดเป็นคนเมื่อไร คุณบ้าติดต่อกัน ๕๐๐ ชาติ โทษแค่นั้นเอง

    พระอาจารย์เล็ก วัดท่าขนุน จ.กาญจนบุรี
    จากกระโถนข้างธรรมมาสน์ฉบับที่ ๕๑
     
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    M14X2w&_nc_ohc=tfoC6I45xM0AQnxyBW5phQxuDg260iq3x5w1tLtsuesoi3XVyuIT3W3Lw&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    "จะเล่าเรื่องเมื่อคืนที่ถูกผีหลอกให้ฟัง ปกติอาตมาบ้าจนผีไม่หลอกมาหลายสิบปีแล้ว ปรากฏว่าด้วยความป่วย ก็คงทำให้สภาพจิตอ่อนแอลงไปหน่อย เมื่อคืนก็เลยมีผี ๓ ตัวโผล่มา เป็นเด็กนักเรียน ๒ คนกับเด็กวัยรุ่นไม่ได้แต่งชุดนักเรียนคนหนึ่ง คาดว่าเป็นเพื่อนของนักเรียนนั่นแหละ เขาตกน้ำตายตายแถว ๆ นี้ ที่รู้ว่าเป็นตรงจุดนี้ เพราะความเป็นทิพย์บอกว่าเขาตกน้ำตายแถวนี้

    แต่คราวนี้พอถามว่าเป็นใคร ? มาธุระอะไร ? ถามอย่างไรก็ไม่ตอบ ยืนก้มหน้าเงียบ อาตมาเองสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน สมัยก่อนที่ยังปรารถนาพุทธภูมิอยู่ พอรู้ว่าเขาลำบากก็จะตะเกียกตะกายไปช่วย ต่อให้เขาว่าเสือกก็ยังจะช่วย แต่สมัยนี้ไม่ใช่ สมัยนี้ไม่เอาแล้วพุทธภูมิ เพราะว่าเหนื่อย เอาแค่เหตุการณ์เฉพาะหน้า เคยประกาศไว้นานแล้วว่า ถ้าไม่ได้มาล้มทับตีนจนอาตมาเดินหนีไม่ได้นี่ไม่ช่วยใครหรอก

    ในเมื่อพูดแล้วไม่คุยก็เรื่องของเอ็งเถอะ จะไปไหนก็ไป เมื่อคืนก็ยังมีความรู้สึกเหมือนเดิมว่าเวลาผีมาแล้วขนสันหลังลุก เคยถามตัวเองมานานเนกาเลแล้วว่า นี่เรายังกลัวอยู่ใช่ไหม ? สรุปได้ว่าไม่ใช่กลัว เกิดจากเวลาผีเขาจะแสดงตัวตนให้เราเห็น เขาต้องดึงเอาธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม เข้ามารวมกัน เพื่อปรากฏเป็นกายให้เราสามารถรู้เห็นได้ ตอนที่เขาดึงเอาสิ่งต่าง ๆ ไปทำให้อุณหภูมิลดลง เราจะขนลุกเหมือนตอนกำลังหนาว

    ฉะนั้น..ถ้ารู้สึกเย็นยะเยือกแล้วขนลุกเกรียว ๆ ก็อาจจะมีอะไรมาอยู่ใกล้ ๆ แล้ว เขาพยายามแล้วแต่ยังโผล่มาให้เห็นไม่ได้ พวกฝีมือไม่ถึงนี่บางทีมาได้แต่กลิ่น มาได้แต่เสียง บางทีก็เห็นแวบ ๆ แล้วก็หายไปเพราะกำลังไม่พอที่จะทำได้นาน ส่วนที่ปรากฏได้ชัด ๆ นั่นไม่ค่อยลำบากหรอก เพียงแต่ว่าถ้าคุณไม่ค่อยลำบาก อยากได้ดี แต่ถามอะไรไม่พูดด้วยก็เรื่องของคุณเถอะ..!

    อาตมาขอยืนยันว่าปัจจุบันนี้ถ้าผีฝีมือไม่ถึงจะหลอกยากมาก เนื่องจากว่าแสงไฟฟ้าของเรากะพริบด้วยความถี่ประมาณ ๕๐ รอบต่อวินาที ในเมื่อมีการกระพริบกระแทกอยู่ตลอดเวลา เวลาผีเขาพยายามรวบรวมอณูของ ดิน น้ำ ลม ไฟ เข้ามา ก็ถูกกระแทกกระจายหมด ทำให้ไม่สามารถที่จะปรากฏตัวได้ พวกที่เปิดไฟนอนเพราะกลัวผีถือว่าถูกต้อง แต่ใช้ได้แค่ผีบางจำพวกเท่านั้น เช่น ผีระดับอนุบาลนะ ถ้าหากผีระดับมัธยม ผีระดับปริญญา ความรู้เขาสูง เขาหลอกจนได้แหละ ถ้าระดับด็อกเตอร์ก็มาเที่ยง ๆ เลย แดดกูก็ไม่กลัว อาตมาโดนมาเยอะแล้ว

    แล้วบางท่านหนักกว่านั้นอีก แดดเปรี้ยง ๆ แท้ ๆ กลัวจะเล่นเราไม่ถนัด ทำให้มืดฟ้ามัวฝนได้ด้วย ถ้าประเภทนั้นต้องระวังนะ ส่วนใหญ่จะเป็นมหิทธิกาเปรตหรือกาลกัญจิกอสุรกาย ถ้าเจรจากันไม่รู้เรื่องนี่เรามีสิทธิ์เดี้ยง กำลังเขาสูงมาก คล้าย ๆ เทวดาเลย

    พวกนี้ส่วนใหญ่เคยเป็นพ่อมดหมอผีมาก่อน แต่เมื่อเป็นมิจฉาทิฐิ ตายแล้วไปเสวยทุกข์ในนรก พ้นขึ้นมาก็มาเป็นมหิทธิกาเปรตหรือกาลกัญจิกอสุรกาย มิจฉาทิฐิเต็มหัวอยู่ ถือตนเป็นใหญ่ ก็มักจะตั้งตนเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ พอเราไปในเขตของเขาถ้าไม่ชอบใจนี่เขาก็เล่นงานเลย

    ถ้าเจอผีระดับนั้นเที่ยง ๆ ก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก อาตมาเจอนี่..เที่ยง ๆ เดินทะลุข้างฝามาเลย ตัวใหญ่เกือบเท่าภูเขา เอื้อมมือกำอาตมาอย่างกับเด็กกำตุ๊กตา ไปนึกถึงตุ๊กตาขอฝนของญี่ปุ่น เหมือนตัวเราเหลือประมาณแค่นั้นเอง แล้วตัวเขาจะใหญ่แค่ไหน ? พยายามใช้อะไรก็สู้เขาไม่ได้ เพราะเขาอยู่ในความเป็นทิพย์ มีความคล่องตัวมากกว่า

    ท้ายสุดก็ตัดสินใจว่า “ตายก็ตายละวะ ในเมื่อจะตายก็ควรตายอย่างผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์” จึงแผ่เมตตาให้เขา ปรากฏว่าไปขี้ตรงร่องอีท่าไหนก็ไม่รู้ เขาแพ้เราตรงนี้ พอแผ่เมตตาตัวเขาก็หดเล็กลง ๆ ท้ายสุดเราก็ใหญ่กว่า แบบนี้เอ็งก็เสร็จข้าเท่านั้นแหละ..!

    ฉะนั้น..พวกเราไปลองดูได้นะ ถ้าเราแผ่เมตตาด้วยความจริงใจ บางทีก็ชนะได้ทุกอย่าง เพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าเป็นอาวุธของท่าน ท่านเรียกว่า "อาวุธพระพุทธเจ้า" หลวงปู่ดู่ท่านเรียกว่า "พระขรรค์เพชรพระพุทธเจ้า" ก็คือบท เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปริมาณังฯ เรียกง่าย ๆ ว่าบทกรณีฯ ที่ขึ้นด้วย กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะฯ นั่นแหละ ไปไหนให้ภาวนาเอาไว้จะปลอดภัย อาตมาเสกพระขรรค์โสฬสก็ด้วยบทนี้แหละ ไม่มีคาถาอะไรมากกว่านี้หรอก"

    .........................................
    ๖๐ ปี พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    ผู้ก่อตั้งสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    โพธิสัตว์ผู้มีกำลังเข้ารับตำแหน่งพระยายมราชองค์ต่อไปแทนที่ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือสัตว์โลกทั้งหลายทันที นี่เป็นเพียงการยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า ตำแหน่งทั้งหลายเป็นสิ่งสมมติ เป็นสมบัติผลัดกันชม แม้แต่เป็นตำแหน่งในโลกทิพย์ก็ตาม
    .
    "จักรพรรดิ" ก็เป็นตำแหน่งหนึ่งเช่นกัน แต่ไม่ได้มีทุกยุค มีเพียงบางยุคสมัยเท่านั้น และนานๆทีจะมีครั้งหนึ่ง ที่คนมีบุญญาธิการจะลงมาเกิดเป็นพระราชาผู้เหนือราชาทั้งปวงในโลกนี้ พระองค์ทรงปกครองทั้ง 4 ทวีปด้วยธรรม ทำให้โลกเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ปกครองคนทั้งโลกให้รักษาศีลธรรมอันงดงาม มีสมบัติมากมายมหาศาลไม่พร่องเลย มีช้างแก้ว ม้าแก้ว นางแก้ว ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว จักรแก้ว มณีแก้ว เป็นของคู่บารมี
    .
    โดยมากคนที่จะได้มาเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ จะเป็นผู้มากด้วยบุญญาธิการ โดยมากจะเป็นพระโพธิสัตว์ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ล้วนเคยเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิมาแล้วนับไม่ถ้วน และพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันก็ยังเคยเนรมิตพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เพื่อปราบพระยาชมพูบดี จนเป็นที่มาของพระพุทธรูปปางจักรพรรดิ หรือเรียกอีกชื่อว่า "พระทรงเครื่อง"
    .
    ดังนั้นการสร้างพระพุทธรูปปางจักรพรรดิของหลวงตาม้า ก็คือการสร้างพระที่รวมเอากำลังจักรพรรดิที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคตมาไว้ในองค์พระ ก่อให้เกิดพระที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นถึงความเป็นธรรมราชาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งทางโลกและทางธรรม
    .
    และใครก็ตามที่สวดภาวนาพระคาถามหาจักรพรรดิ นอกจากจะเป็นการน้อมนำเอากำลังของพระรัตนไตรมาไว้ที่ตัวแล้ว ยังเป็นการน้อมนำเอากำลังของจักรพรรดิที่เคยมีมาแล้วตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต มาไว้กับตัวอีกด้วย บทนี้จึงเป็นบทที่มีกำลังมาก ท่านถึงเมตตาให้พวกเราสวดประจำ เพื่อให้จิตมีความเคยชินกับพระคาถา เพราะใครที่สวดจริงๆจังๆเป็นประจำจะเห็นผลอย่างแน่นอน
    .
    ให้ช่วยกันแชร์เป็นการให้ธรรมทาน เป็นกุศลมหาศาล เป็นการสร้างบารมีร่วมกัน สาธุ
    .
    #ศิษย์มีครูหลวงปู่ดู่หลวงตาม้า

    at=109&_nc_ohc=hnKHeVfFYNwAQlYoaxqJn6_i7n8XoVJLImur9BN-cdU46oj7X3_crZKEg&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    at=106&_nc_ohc=VsA1ob8eIusAQmdyeXcTdeR5D-jPMj2rBchAgcCSyXn6f7Kmo3b5n6Qdg&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    ++ สัจจะบารมีพร่อง +++

    ถาม :
    ( ถามเกี่ยวกับเรื่องฝัน)
    ตอบ : ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็ทำไป คืออย่างน้อยถ้าเป็นจริง #เขาผู้นั้นก็จะได้รับในสิ่งที่เรารับปากตั้งใจทำให้กับเขา ถึงจะไม่เป็นจริงอย่างน้อย ๆ ก็ได้ทดสอบสัจจะบารมีของเรา ขนาดในฝันแล้วเรายังตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติ แสดงว่ากำลังใจต้องเข้มแข็งจริง ๆ

    #เรื่องสัจจะบารมีพร่องเป็นที่น่าเบื่อหน่ายมาก คนสัจจะบารมีพร่องดูง่ายมาก #นัดไม่ค่อยเป็นนัดหรอก ผิดเวลา ผิดนัดเสมอ

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกจากบ้านอนุสาวรีย์ฯ ต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๕
     
  7. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    at=105&_nc_ohc=AUz3LYlZcjIAQkqrCubcihl7lMilCRY3Dvam28S8CbvKiX9KB9GVyF3nA&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    "คนเรานั้น ถ้าไม่มี พุทธัง ธัมมัง สังฆัง เป็นของดีภายใน ถึงแม้จะได้ของดีภายนอกไปแล้ว ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร"
     
  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    at=109&_nc_ohc=XZtKjWBGguAAQl402LNqhFu9JjHTQJE7xDUQ2ams4m-q2kV7mxrsTVk3Q&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  9. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    4d_Etw&_nc_ohc=kF7d8ugflxgAQlEX67ZlBb1C54HJkxfbz70y0-BjVsGCZ2CXFxx4CppKQ&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg





    เ ว ล า กรรมไม่ดี เ ข้ า
    ----------------------------------
    หลวงตาม้า : ทุกคนมีกรรม
    #เวลากรรมเข้าเนี่ย #มันไม่เอาอะไรนะ
    ทุกคนเคยหน้ามืด เนี่ย เด็กๆเนี่ย
    หน้ามืดเนี่ยมันไม่เอาอะไรทั้งนั้น
    #ดีก็ไม่เอา #ไม่ดีก็ไม่เอา
    มันจะเอาตามใจเค้านั่นแหละ
    นั่นคือคนหน้ามืด

    เวลาคนกรรมเข้าเนี่ย กรรมไม่ดีเข้าเนี่ย
    #มันจะรวนไปหมดแหละ มันไม่เอาอะไรเลยนะ
    #จำเอาไว้ท่านถึงบอก คนโบราณเค้าบอก
    มึงไปอยู่วัด ถ้าเป็นญาติเนี่ย มึงไปบวช
    เมื่อก่อนเค้าบังคับได้นะลูกหลานน่ะ

    แสดงว่ากรรมเข้าแล้ว ความรู้สึกเค้า
    รางสังหรณ์น่ะ มันจะรู้เลย
    ว่ามันไม่เอาอะไร พูดดีก็แล้ว
    ไม่ดีก็แล้ว กูเอาอะไร ... ไปอยู่วัดซะ
    #ไปบวชซะ รึไม่ก็ไปอยู่วัดนู่นน่ะ
    #ไปสวดมนต์ #ไหว้พระ เวลาสวดมนต์เนี่ย

    พอเริ่มสวดเนี่ย #พลังงานของไตรสรณคมน์ก็มา
    #กรรมตัวนั้นก็อยู่อย่างเก่า มัน มันไม่เคลื่อนไหวละ
    #จากหนักเป็นเบานะ จริงๆแล้ว ใครมีปัญหา
    ท่านว่า ไม่สบายใจลองไปนั่งในโบสถ์
    ในวิหาร มองภาพของพระแล้วก็สวดมนต์ไปเรื่อย
    มันจะคลายฮะ มันจะคลายเลยฮะ

    เพราะพลังงานของท่านไม่ได้ไปไหน
    มันอยู่ในโลกเนี๊ยะ เพียงแต่เรานึกถึงท่าน
    มันก็มาที่เราหมด มันกลบ
    ความทุกข์ของเราชั่วขณะด้วย
    พอออกมาแล้ว ตาหูจมูกลิ้นกาย
    เจอ รับคลื่นเก่ามาพึ่บเลย (หัวเราะ)
    คลื่นไม่ติดต่อนะ ถ้าคลื่นติดต่อเนี่ย
    #จากหนักเบา #จากเบาหายเลยฮะ
    --------------------------------------

    เทศน์สอนโดย หลวงตาม้า (พระวรงคต วิริยธโร)
    วัดถ้ำเมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
    อนุโมทนาบุญกับผู้มีส่วนร่วมในสื่อธรรมมะทุกท่าน
    ออกอากาศวันที่ 30/11/62 นาทีที่ 00.51.47

    ฟังเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้เลยคะ
    https://www.youtube.com/watch?v=riuWYZ3l6kE
    ----------------------------------------

    >>>บทสวดมหาจักรพรรดิ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต
    สัมมา สัมพุทธัสสะ(๓ ครั้ง)
    นะโมพุทธายะ พระพุทธไตรรัตนญาณ
    มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา
    พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ
    พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
    อัคคีธานัง วะรังคันธัง สีวลีจะ มหาเถรัง
    อะหังวันทามิ ทูระโต
    อะหังวันทามิ ธาตุโย
    อะหังวันทามิ สัพพะโส
    พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ

    >>>บทอัญเชิญพระเข้าตัว (แผ่เมตตา)
    สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
    พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง
    อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
    พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ

    -----------------------------------
    #ขอเชิญร่วมฝากกระแสความดีงามร่วมกับ
    #พ่อแม่ครูบาอาจารย์ #หลวงปู่ดู่ #หลวงตาม้า
    #ทุกกองบุญตามดำริหลวงตาม้า
    โดยโอนปัจจัยเข้าบัญชี "หลวงตาม้า"
    ชื่อบัญชี : พระวรงคต วิริยะธโร
    เลขที่ 383-2-23925-8
    ธนาคารกสิกรไทย
    สาขาถนนมูลเมือง เชียงใหม่
    ประเภทออมทรัพย์

    -----------------------------------
    #ธรรมทาน เซฟได้ แชร์ได้
    #คัดลอกไปโพสต์ได้
    #โดยไม่ต้องขออนุญาต
    #ช่วยกันกระจายคำสอน
    อนุโมทนาสาธุคะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    c_oc=AQnpZ4hMgXnk63fsxLnUqatMkgV8Q3YjvS6criTqb9Acv6lbGxy2GBt_lHcnhv3EI_o&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ไหลลื่นเหมือนแต่ก่อน เละอยากแนะนำพระคาถาเจริญลาภ ๑๐ ทิศ ของ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม อาศัยบารมีหลวงพ่อท่านช่วยให้เหล่าลูกศิษย์ทำมาหากินได้คล่องตัวมากขึ้น จดจำและท่องทุกวันจะดีแล

    ตั้งนะโม 3 จบ ขอบารมีหลวงพ่อกวย

    ทะสะ ทิสา ภาวะนา ภะวันตุ เม
    ทะสะ ทิสา ปัญญา ภะวันตุ เม
    ทะสะ ทิสา ปาระมี ภะวันตุ เม
    ทะสะ ทิสา ลาภะ ภะวันตุ เม
    ทะสะ ทิสา โชคะมะนัง ภะวันตุ เม
    ทะสะ ทิสา ธะนะ ภะวันตุ เม
    ทะสะ ทิสา มะหาละโภ ภะวันตุ เม
    ทะสะ ทิสา มหาเสฎฐี ภะวันตุ
    ทะสะ ทิสา มะหาชะนัง ภะวันตุ เม
    ทะสะ ทิสา อาราธะมานัง ภะวันตุ เม
    ลาภะปาระมี พามามะนัง ภะวันตุ เม
    โหตุ ทุกข์ โศก โรค ภัย วินัสสันตุ เม


    คาถาบทนี้ขอให้สวดทุกวัน สวดเที่ยวเดียวก็ได้หรือสวดตามกำลังวันก็ดี หากสวดได้วันละ ๑๐๘ จบก็ยิ่งดีมาก โชคลาภ ความเมตตา กรุณา พร้อมทั้งปัญญาบารมีจะเข้ามา การค้าการขายจะเจริญรุ่งเรือง
     
  11. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    c_oc=AQldMG0Ri-zciMEJ3rVnYO9IDxrkLWo7Xbw712RJX-ukfOtIv9JpJdklwygRELnKuUU&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    สีหนาทอวโลกิเตศวรมหามนต์

    ในโลกนี้มีความทุกข์มากมาย ภัยจากความทุกข์
    ทำร้ายเราไม่มีวันหยุดหย่อน มหากรุณาของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์เอง ก็มีมากมายเช่นเดียวกัน

    พระโพธิสัตว์กวนอิม ก็ปรากฏรูปลักษณ์ต่างๆมากมาย
    เพื่อบำบัดความทุกข์เหล่านั้น ทำให้รูปลักษณ์ของพระองค์
    นั้นมีชื่อเรียกและนามที่ต่างกันไป " สีหนาทอวโลกิเตศวร "
    คือ อีกรูปลักษณ์หนึ่งที่เราควรทราบความเป็นมา

    พระสีหนาทอวโลกิเตศวร หรือมีชื่อเรียกที่คุ้นชินในภาษาจีนว่า
    อามอทีกวนอิม คือ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์
    ซึ่งปรากฏรูปวรกายขาวสะอาด ดุจสีของสังข์
    ประทับนั่งบนสีหอาสนะ ในคัมภีร์กล่าวว่า เป็นสิงโตหิมะ
    มีสามพระเนตร สองกร กรหนึ่งประทานพร
    อีกกรหนึ่งจับดอกบัวบาน บนดอกบัวนั้นเทิดกระบี่นามวิสุทธิ์

    มงกุฏประดับรูปพระอมิตาภะผู้ทรงความสว่างไสว
    ข้างกายของพระองค์ จิตรกรอาจจะสร้างตรีศูลไว้ด้านข้าง
    ที่ตรีศูลนั้นมีนาคราชสีขาวพันอยู่
    แต่ในโบราณพึงสร้างกิ่งไม้สามแฉกไว้ข้างวรกาย
    มีนาคราชสีขาวพันอยู่เช่นเดียวกัน

    รูปสิงหนาทกวนอิมนี้
    เมื่อสักการะแล้วได้เอ่ยสัจจะคาถาแห่งพระองค์
    จะทำให้พ้นจากภัยจากพิษแห่งนาคราชทั้งหลาย
    เพราะปัจจุบัน มนุษย์ได้ทำลายธรรมชาติ ทำลายสายน้ำ
    และบุกรุกหุบเขาต่างๆ
    อันเป็นที่สถิตย์แห่งมหานาคราชทั้งหลาย
    ตามพระสูตรกล่าวว่า บรรดานาคราชทั้งหลาย
    จะโกรธเคืองและบันดาลพิษแห่งตน ทำให้เกิดโรคระบาด
    หรือโรคแปลกๆที่การแพทย์ปัจจุบัน ไม่สามารถรักษาให้หายได้

    ธารณีของพระสีหนาทกวนอิม จึงป้องกันได้ดีที่สุด
    นอกจากนี้ผู้ที่ถือท่อง จะได้รับการปกป้องจากพระวิษณุ ผู้รักษา รวมถึงประสบความมั่งคั่งดุจท้าวเวสุวรรณ

    พระมหามโนรสรัตนะธรรมราช
    ผู้เผยแพร่สาธนะนี้ได้กล่าวไว้ว่า

    "ฉันรู้ว่า ในอนาคตพวกเธอจะมีทุกข์
    เพราะโรคภัยจากพิษนาคราช
    ฉันเผื่อแผ่เมตตากรุณา แม้พวกเธอจะได้พบฉัน
    และได้รับอภิเษก หรือไม่ได้รับอภิเษก
    ฉันก็อนุญาตให้พวกเธอท่องมหามนต์นี้ เพื่อพ้นจากทุกข์ภัย"

    มหามนต์แห่งสีหนาทกวนอิมนี้
    พระพุทธเจ้าทั้งหลายจำนวน 99 โกฏิพระองค์
    ได้ตรัสไว้ร่วมกัน หากเธอถือท่อง

    " ก็มิควรกล่าวท่องด้วยเสียงอันดัง "

    เธอควรกล่าวให้มนต์นี้
    กังวานอยู่เฉพาะริมฝีปากของเธอเท่านั้น
    เมื่อเธอสามารถสวดได้ถึง 20 ล้านจบ
    ทั้งชีวิตของเธอ ย่อมไม่มีโรคภัยใดๆ
    อันเกิดจากพิษนาคแน่นอน

    แม้เธอสัญจรไปในที่ป่ารกชัฏ หากเธอสาธยายมหามนต์นี้บรรดานาคราชทั้งหลาย จักหลีกหนี ไม่ก่อกวนให้เธอรำคาญใจและเดือดร้อน เธอจะเป็นที่รักของบรรดานาคราชทั้งหลาย

    เมื่อเธอศรัทธา นำน้ำหอม เครื่องดื่ม รวมถึงผลไม้อันเลิศรสถวายบูชาต่อพระสีหนาทกวนอิม ผลานิผลเหล่านั้นจะ
    มีความสว่างไสวรุ่งเรือง ด้วยรัศมีแห่งพระอมิตาภะ

    " โอม อา ฮรี สิงหะนาทะ ฮุง ผัต "

    นี่คือมหามนต์อันศักดาแห่ง สิงหนาทอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์
    ขอศักดาแห่งเสียงธรรม จงคำรามก้องไปในภูมิทั้งหก
    เพื่อขจัดทุกข์ อันเป็นผลจากโรคภัยนานาให้สูญสิ้น
    ขอให้ผู้ที่มีรากฐานแห่งกุศล จงได้ประจักษ์ในอานุภาพ
    แห่งพระสีหนาทอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ โดยทั่วกัน

    แปลถวายพระรัตนตรัยโดย อี้จู๋หลิน

    #เธอก็รู้แล้วว่ากวนอิมมีมากกายดุจเม็ดทรายในคงคานที
    #เธอก็อย่าสงสัยว่ากวนอิมนั้นมีเยอะอย่างที่ว่าจริงหรือเปล่า
    #เมื่อใจเธอแคบกวนอิมก็กว้างใหญ่กว่าใจแคบของเธอ
    #เมื่อใจเธอยิ่งเปิดยิ่งกว้างกวนอิมจึงปรากฏรูปว่างๆในใจไม่สิ้นสุดเช่นกัน


    ค้นธรรมใต้ร่มไผ่ม่วง.
     
  12. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    c_oc=AQnPscDtc3l5c4V8_I5n1lT00IlKoI1gI6trWTMeR6UjwvR5rTCG2O46jEeswsHa1-g&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    มีพี่ผู้ชายคนหนึ่งเอาพระของหลวงปู่ปานมา พยายามจะถามหลวงพ่อเล็กให้ได้ว่า ใช่พระที่หลวงปู่ท่านปลุกเสกหรือไม่ ? เพราะไม่มั่นใจว่าใช่หรือเปล่า
    หลวงพ่อเล็กเลยบอกว่า "หลวงปู่ท่านให้พรไว้ว่า พระท่านจะเก่าจะใหม่ จะจริงจะปลอม ถ้านึกถึงท่านก็มีอานุภาพเหมือนกันหมด"

    คัดลอกข้อความมาจาก
    กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะ เรื่องราวในอดีต และสรรพวิชา > เรื่องธรรมะ และการปฏิบัติ > เล่าสู่กันฟัง ภาค ๑

    ถ่ายภาพจากวัดท่าขนุน กาญจนบุรี
     
  13. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    ?temp_hash=29ed1c8d74b456437f8bcf1eaadc1e71.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  14. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    c_oc=AQkPxrEGhiyIe97oIoDr7jXOfCx_IZNgjVOgPneuEK0egz0m0SNzOPI6SkbmJpFSbx8&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    #ชำระหนี้แผ่นดิน

    ถาม : ในเรื่องการ "ชำระหนี้สงฆ์" หลวงพ่อฤๅษีได้เมตตาแนะนำให้สร้างพระชำระหนี้สงฆ์ และถ้ามีการปิดทองทั้งองค์ก็จะได้อานิสงส์ชำระหนี้สงฆ์ทั้งคณะ แต่การ "ชำระหนี้แผ่นดิน" นั้น ลูกยังไม่มีความรู้ในส่วนนี้ ประกอบกับหลายท่านทำงานเกี่ยวกับราชการ จึงอาจจะมีการหยิบของใช้ของหลวงไปใช้ส่วนตัว ซึ่งเป็นการนำเงินภาษีของแผ่นดินไปใช้ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ดังนั้นจะมีวิธีในการ "ชำระหนี้แผ่นดิน" ในลักษณะเดียวกันกับ "ชำระหนี้สงฆ์" (ล้างหนี้เก่าทั้งหมด) หรือไม่ครับ ?
    ตอบ : ตลอดชีวิตรับราชการทั้งหมด ๔๐ ปี ถวายเงินเดือนให้ในหลวงไปให้หมด ไม่ต้องใช้เงินเดือนนั้น..!

    ถาม : จะเอาอะไรกินครับ ?
    ตอบ : คนถาม..ถามเหมือนกับรู้ว่าทำแล้วจะเป็นหนี้แต่ยังไปทำ สมควรตายมากกว่า..!

    #ถ้าหนักใจเรื่องนั้น #ให้เอาเงินส่วนหนึ่งถวายเข้ามูลนิธิของหลวง จะเป็นราชประชานุเคราะห์ก็ได้ ชัยพัฒนาก็ได้ หรือจะเป็นศิลปาชีพ สายใจไทย ก็ได้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนกันยายน ๒๕๕๕
    ที่มา : www.watthakhanun.com
    ชุมชนคุณธรรมฯวัดท่าขนุน
     
  15. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    c_oc=AQn0XrGNiTRS9eY0CSbmOESlD0wjVoVJ01QUch0d-QtM0EUlejH5KKzzQtqLpDQji-U&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg

    ----------------------------------------
    ถ้าเกิดกรรมที่เราเคยบันทึก
    โดยเฉพาะเรื่องปาณาติบาตเนี่ย
    ถ้ามันมาเนี่ย ถ้ามันเป็นนะฮะ
    ลำบากนะท่านบอก อย่าให้มันมาเลยดีกว่าฮะ
    ท่านถึงให้หมั่นสวดมนต์ หมั่นแผ่เมตตา
    แผ่เมตตาก็คือปรับคลื่นที่เราทำไว้นั่นแหละ

    คลื่นของกรรม คลื่นของปาณาติบาต
    นี่มันเป็นประโยชน์มากนะฮะ
    ทำไมเราถึงเน้นเรื่องพวกนี้ฮะ
    เพราะในสภาพสังคมทุกวันนี้ฮะ
    สวดในศาสตร์หลวงพ่อเนี่ย หลวงตาว่า
    ดีที่สุดแล้วล่ะ พูดถึงนะฮะ ว่าจริงๆแล้ว

    ท่านว่ากรรมฐานมันเหมือนกัน
    บทสวดก็เหมือนกันน่ะแหละท่านว่า
    เหมือนกัน ทุกบทน่ะ สวดไปนานๆ
    บริกรรมไปนานๆ ก็ทำให้จิตมันเบา
    ทำจิตให้มันสงบ แต่พลังงานของบท
    มันไม่เหมือนกัน เอามาเป็นประโยชน์

    ไม่เหมือนกันท่านว่า ถ้าเราสวดไปนานๆเนี่ย
    เราจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ อย่าลืมว่า
    กรรมมันติดเรามานะ จิตเราเป็นตัวบันทึกนะ
    ทั้งหมดแหละ ทั้งดีและไม่ดี
    ทั้งความเพลิดเพลินใจ ดีใจ
    คับแค้นใจ เสียใจ อะไรพวกเนี๊ยะ
    ความอาฆาตอะไรมาหมดแหละ

    สมัยที่เราเวียนว่ายตายเกิดในอดีตนะ
    ทีนี้มันมาปัจจุบัน มาในปัจจุบัน
    มันเป็นเศษของกรรม ไม่ใช่กรรมแท้ๆ
    บุญก็ทำ ทั้งดีทั้งไม่ดี อะไรพวกนี้
    พอตายปั๊บรับกรรมโดยตรง รวยเดี๋ยวก็จน

    มันก็อยู่อย่างเงี๊ยะอ่ะท่านว่า
    แต่ถ้าเราฝึกซะตอนนี้
    เรากำหนดการเวียนว่ายตายเกิด
    มันจะมีประโยชน์มาก แล้วทำไมเราไม่ฝึกล่ะ
    เรามาฝึกทำไมไม่ตั้งใจฝึก
    ซึ่งมันเสียเวลานะฮะ มัวแต่ไปคิดนู่นคิดนี่

    มัวแต่ไปว่าคนนู้นคนนี้ มัวแต่ไปเนี่ย
    ท่านบอกมันเป็นการเสียเวลา
    ไม่ต้องกลัวหรอกท่านบอก
    ถ้าเราฝึกไปนานๆ เนี่ย ไปนานๆ
    ถ้ามันรู้แล้วเนี่ย มันไม่มีปัญหาหรอก

    ท่านบอก เรื่องอาชีพ ไม่มีปัญหา
    เรื่องการเลี้ยงชีวิตหรอก
    ตราบใดที่ยังมีประโยชน์กับตัวเอง
    มีประโยชน์กับภพทั้งสาม
    ฝึกไม่เท่าไหร่หรอก

    ไปแล้ว ยังไม่พร้อมเลยไปแล้ว
    ไม่ได้นะเสียเวลา เสียเวลาจริงๆนะฮะ
    ท่านบอก กรรมฐานเนี่ย มันเป็นฐาน
    ถ้าเราไม่มีฐานเนี่ย เราจะไปทำอะไรได้
    ท่านบอก ฐานมันควบคุมบารมีทั้งหมด
    มันไม่ยาก มันไม่ได้ยากมันไม่ได้ง่ายนะฮะพูดถึง
    ใช้อิริยาบถทั้งสี่ ที่เรามีอยู่น่ะ ในวัดนี่แหละ

    ไม่ต้องไปอยู่วิเวก ไม่ต้องไปปิดวาจา
    ไม่ต้องไปอะไรหรอกฮะ ว่าจริงๆแล้ว
    เราเห็นใครเราก็แผ่ ไม่ใช่เห็นใครแล้วไปว่าเค้า
    ไม่ใช่ หมั่นแผ่เมตตา หมั่นโมทนาบุญ
    หมั่นบันทึกบุญ หมั่นสวดจักรพรรดิ

    การแผ่บ่อยๆเนี่ย มันจะเกิดความเคยชิน
    เพราะเราแผ่รู้ป่าว จิตเราบันทึกอะไร
    บันทึกความเมตตาทุกครั้งที่เราแผ่นะฮะ
    จะแผ่ใกล้แผ่ไกลเวลาเราสวด
    เรานึกไปไหนก็ตาม เราจะแผ่ไปทันทีนะฮะ

    ฝึก บางคนมาฝึก สมัยก่อน
    คนที่มาฝึกที่นี่นะเค้าต้องการรู้สึก
    เค้าต้องการสัมผัสหลวงพ่อนะ
    บางคนใช้เวลาเจ็ดปีกว่าจะสัมผัสได้นะฮะ
    บางคนกว่าจะสัมผัสได้ตั้งห้าปี สามปีก็มีฮะ
    บางคนสองอาทิตย์สัมผัสได้แล้ว

    มันไม่เหมือนกันนะฮะ มีคนถามหลวงตา
    ว่ามันไม่เหมือนกันเพราะอะไร
    เพราะเราเกิดมาในปัจจุบัน
    มันก็ตามมาด้วย ตามมาด้วย
    ถ้าความเคยชินในสิ่งที่ไม่ดี

    นั่นคือตัวบั่นทอนเลยท่านว่า พอเห็นแล้วเนี่ย
    คันปากยิบๆเลย น่ะมันชินไง
    เกิดความรู้สึกประมาณนั้นแหละ
    เพราะนั้นมันจึงไม่เหมือนกัน ใช้เวลา
    ต่างกัน เพราะฉะนั้นหมั่นทำเข้าไว้
    ที่ท่านพูดนั่นแหละ มันเป็นประโยชน์
    ยาวนานนะฮะ ไม่ใช่ประโยชน์
    ปัจจุบันกาลนี้ ยาวนานนะฮะ

    กรุณาฟังให้เข้าใจแบบละเอียดลิงค์นี้เลย
    https://www.facebook.com/buddhaprompanyo.yangngam/videos/1495219737269083/

    --------------------------------------

    เทศน์สอนโดย หลวงตาม้า (พระวรงคต วิริยธโร)
    วัดถ้ำเมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
    อนุโมทนาบุญกับผู้มีส่วนร่วมในสื่อธรรมมะทุกท่าน
    ออกอากาศวันที่ 20/12/2561

    ----------------------------------------

    >>>บทสวดมหาจักรพรรดิ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต
    สัมมา สัมพุทธัสสะ(๓ ครั้ง)
    นะโมพุทธายะ พระพุทธไตรรัตนญาณ
    มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา
    พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ
    พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
    อัคคีธานัง วะรังคันธัง สีวลีจะ มหาเถรัง
    อะหังวันทามิ ทูระโต
    อะหังวันทามิ ธาตุโย
    อะหังวันทามิ สัพพะโส
    พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ

    >>>บทอัญเชิญพระเข้าตัว (แผ่เมตตา)
    สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
    พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง
    อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
    พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ

    -----------------------------------
    #ขอเชิญร่วมฝากกระแสความดีงามร่วมกับ
    #พ่อแม่ครูบาอาจารย์ #หลวงปู่ดู่ #หลวงตาม้า
    #ทุกกองบุญตามดำริหลวงตาม้า
    โดยโอนปัจจัยเข้าบัญชี "หลวงตาม้า"
    ชื่อบัญชี : พระวรงคต วิริยะธโร
    เลขที่ 383-2-23925-8
    ธนาคารกสิกรไทย
    สาขาถนนมูลเมือง เชียงใหม่
    ประเภทออมทรัพย์

    -----------------------------------
    #ธรรมทาน เซฟได้ แชร์ได้
    #คัดลอกไปโพสต์ได้
    #โดยไม่ต้องขออนุญาต
    #ช่วยกันกระจายคำสอน
     
  16. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    ปฎิบัติถึงแล้ว ของเก่าก็กลับคืนมา

    "สมัยก่อนวิ่งรับใช้ท่านทั้งหลายอยู่ที่วัดธรรมมงคล เพราะว่าแม่ไปร่วมเป็นกรรมการสร้างเจดีย์ให้หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร

    บรรดาหลวงปู่หลวงพ่อยุคนั้นก็มากันเยอะ ตอนนั้นยังวัยรุ่นอยู่ วิ่งเก่งทำงานคล่อง ก็เลยมีโอกาสรับใช้ใกล้ชิด เราก็ไม่ใช่เด็กกลัวพระ ก็ถามท่านไปเรื่อย ถามไปถามมา ก็ขอหวยหลวงตาบัวซะเลย..!

    ท่านรู้ว่าเราอยากรู้ ตอนนั้นคิดว่าพระที่ปฏิบัติสายวิสุทธิมรรค อย่างสายหลวงปู่มั่น ท่านมีฤทธิ์มีเดชเหมือนกับสายอื่นเขาหรือเปล่า ? ถามด้วยความอยากรู้ ท่านก็ให้จริง ๆ และก็ออกตรง ๆ ท่านก็คงจะรู้ด้วยว่าเราไม่ได้เล่น แค่อยากรู้เฉย ๆ ก็เลยบอกตรง ๆ

    เรื่องของการปฏิบัติ ไม่ว่าจะปฏิบัติกับครูบาอาจารย์สายไหนก็ตาม ถ้าหากว่าวิสัยเดิมของตนเองเป็นอย่างไัร ถ้าเข้าถึงธรรมแล้วของเดิมจะมาเอง

    แบบเดียวกับพระจุลปันถกเถระ เป็นพระวิชชาสาม แต่ลูกศิษย์เป็นพระปฏิสัมภิทาญาณเป็นพันเลย เพราะวิสัยเดิมของลูกศิษย์เป็นอย่างนี้ เวลาท่านปฏิบัติไปถึงของเก่าก็กลับคืนมา"

    เก็บตกบ้านอนุสาวรีย์ ต้นเดือนมิถุนายน ๒๕๕๓
    กับพระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
    เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน จ.กาญจนบุรี

    c_oc=AQlsyeUNl0mqxpVptqx6Z73vGNylK4VR7aE26l9UxVqsykw0SJvYL5PnIWX-jOwRCjE&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  17. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    c_oc=AQlMK9xoY2JBNjn4O_goWZrzX_uTeYgd91GGuCTQI8aXM6BO_48hu6QBNkJapEekbOE&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg




    คำอธิษฐานของหลวงปู่เกษม เขมโก

    “อิทัง กุศลกัมมัง มยา กะตัง”
    กรรมอันเป็นกุศลนี้ อันข้าพเจ้าได้กระทำแล้ว ขอจงเป็นปัจจัย ให้ข้าพเจ้ามีความสุขกายสบายใจ แม้นจะคิดสิ่งใด ก็ขอให้สมปรารถนาทุกประการ

    ขอให้ข้าพเจ้ามีอายุยืนยาว และขอให้พ้นจากโรคภัยให้เจ็บ ทุกประการด้วยเถิด

    ประการหนึ่ง ด้วยเดชะบุญอันข้าพเจ้าได้กระทำนี้ ข้าพเจ้าเกิดมาภพใด ชาติใด ก็ขอให้เกิดพระพุทธศาสนา ของพระพุทธเจ้าทุกชาติ และขอให้พบนักปราชญ์เจ้า ผู้ใจบุญ ขอให้รู้คุณวิเศษ แท้ดีหลีเถิด

    ประการหนึ่ง ข้าพเจ้าเกิดมาภพใดก็ดี ข้าพเจ้าขออย่าได้พบกรรมอันไม่ดีทุกชาติและขอให้ข้าพเจ้าได้เว้นจากบาป ความชั่วร้ายทุกชนิดเถิด

    ประการหนึ่ง ด้วยบุญที่ข้าพเจ้าได้กระทำมานี้ ข้าพเจ้ายังท่องเที่ยวไปมาในวัฏฏสงสารหลายกำเนิด ยังไม่ได้ถึงพระนิพพานเจ้านั้น ข้าพเจ้าขอตั้งความปราถนา ได้มีใจมั่นคงทุกชนิดและข้าพเจ้าเกิดมาชาติใด มีอะไรขอให้เสมอใจทุกประการ
    และขอให้ข้าพเจ้าได้ฟังธรรมทุกชนิดขอให้ได้ทำบุญให้ทาน รักษาศีล ภาวนา ทุกชนิดและขอให้พ้นจากกิเลส บาป ความชั่วร้ายทั้งมวล เที่ยงแท้ด้วยเถิดและขอให้ข้าพเจ้า ได้ถึงนิพพาน อันเป็นสุดยอดของความสุขทั้งปวงด้วยเถิด

    คำปราถนา (ผาถนา) ของข้าพเจ้ามีดังนี้แล้ว
    ขอให้สมปณิธาน ที่ข้าพเจ้าได้ตั้งไว้อย่าได้คลาดแคล้วสูญหาย เที่ยงแท้แด่เทอญนิพพาน

    ปัจจะโย โหตุ เม นิจจัง (ว่า 3 หน)

    สวัสดี
    พระภิกษุเกษม เขมโก
    พุทธศักราช 2506
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  18. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    c_oc=AQl_mMlB_Gd-al4L1aSlu-y3dPDsWkJW4eOuPBHlAmyYih3YgRVO2tvjqo6L34VOrvY&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg





    "เราอธิษฐานไว้สองอย่างได้ไหม? คือ ถ้าเราไปไม่รอดก็ขอตาม แต่ถ้าเราไปรอดก็ขอแยก" หลวงตาบอกว่า... ได้ แต่เราต้องเผื่อขาดเผื่อเหลือไว้ หลวงปู่ดู่ท่านก็สั่งพระเล็กกับหลวงตาไว้ว่า ถ้าไปได้ให้ไปเลย และหลวงปู่ดู่ยังสั่งอีกว่า ให้ลูกศิษย์ทุกคนรีบปฏิบัติ กลัวไม่ทันกัน
    หลวงปู่ดู่บอกว่า ให้รีบทำเข้าไว้ โลกกำลังเปลี่ยนแปลง เราจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

    หลวงตาท่านบอกต่อไปว่า การตั้งสัจจะอธิษฐานอย่างที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้ถูกแล้ว ให้ทำกันอย่างจริงจัง จะได้ทั้งสัจจะ ได้ทั้งศีล ได้ทั้งทาน
    ได้ทั้งขันติ ได้ทั้งอธิษฐาน ได้เกือบครบในบารมีสิบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องทำให้ได้จริงๆ เอาเท่าที่กำลังใจเราจะทำได้

    การตั้งสัจจะอธิษฐานในการนั่งสมาธินั้น ให้อธิษฐานว่า นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปภายในเจ็ดวัน ข้าพเจ้าจะนั่งสมาธิทุกวัน แล้วก็กล่าวว่า "อิมัง สัจจะวาจา อธิษฐานมิ" แต่อย่าบอกว่ากี่ชั่วโมง อย่าเจาะจงจนกว่าเราจะแน่น

    บางส่วนของคติธรรมคำสอนโดย... พระอาจารย์วรงคต วิริยธโร (หลวงตาม้า) วัดพุทธพรหมปัญโญ (ถ้ำเมืองนะ) ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

    ขอบคุณเจ้าของภาพ
    เรียบเรียงโดยครูบานัน
     
  19. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    +++ พระพุทธเจ้าระบุไว้ว่าให้ใช้จีวรได้ ๓ สี +++

    พระอาจารย์เล่าว่า "สมัยนั้นวัดท่าซุงใช้จีวรสารพัดสี มีทั้งสีเหลือง สีกรัก สีแก่นขนุน สีแดงแบบทางสายพม่า มีพระอยู่รูปหนึ่ง #ตอนนี้ก็คือทิดสมคิด (น้องชายของพระอาจารย์สมปอง) เป็นพระรูปเดียวที่ใส่ ๕ สี สบงสีหนึ่ง อังสะสีหนึ่ง จีวรสีหนึ่ง สังฆาฏิสีหนึ่ง ผ้ารัดอกอีกสีหนึ่ง #แสดงว่ามาจากคนละสำรับทั้งนั้นเลย คือเก่าใหม่ไม่เท่ากัน ก็เลยกลายเป็น ๕ สี

    มีอยู่วันหนึ่ง #พอหลวงพ่อท่านลงโบสถ์ท่านก็พูดถึงเรื่องนี้ ท่านบอกว่า “ข้าดูพวกแกมานานแล้ว ว่าทำไมห่มจีวรสีไม่เหมือนกันสักที พอดีวันนี้ก่อนจะลงโบสถ์ข้านอนอยู่ #เห็นผีเดินมา ห่มจีวรมาด้วย #ไม่มีหัวมีแต่ตัว ห่มเสร็จแล้วจีวรลอยมา แต่ไม่เห็นว่าเป็นใคร

    ถามว่าใคร ? #ก็มีเสียงตอบว่าโมคคัลลาน์ครับ..มาทำไม ? #ท่านตอบว่าทำให้ดูว่าสมัยก่อนผมห่มจีวรสีนี้ครับ” หลวงพ่อท่านบอกว่าพระโมคคัลลานะห่มจีวรสีเหลือง #หลวงพ่อท่านก็ถามว่าพระพุทธเจ้าอนุญาตให้นุ่งห่มด้วยผ้าย้อมน้ำฝาดไม่ใช่หรือ ? แล้วทำไมถึงห่มผ้าสีเหลือง มีเสียงย้อนตอบกลับมาว่า “#แล้วขมิ้นมันหวานหรือเปล่า ?” นักเลงจริงนี่เขาไม่ตอบตรงคำถามนะ เขาย้อนถามคืน ถ้าขมิ้นหวานจะได้ไม่ใช้

    ท่านก็เลยต้องไปค้นตำรามาอ่านใหม่ เพราะว่าอ่านมาตั้งแต่สมัยบวชพรรษาแรก ชักลืม ๆ #ปรากฏว่าพระพุทธเจ้าระบุไว้ว่าให้ใช้จีวรสีเหลือง #สีเหลืองเจือแดงเข้ม #และสีกรัก ได้ ๓ สี หลวงพ่อท่านก็สรุปว่า สาเหตุที่พระธุดงค์หรือพระป่าท่านใช้จีวรสีกรักเพราะว่าเปื้อนยาก เดินป่าอยู่ตลอด ทำให้ผ้าสกปรกง่าย ถ้าหากว่าเป็นจีวรสีเหลืองก็คงดูไม่ได้เลย #แต่ถ้าอยู่ในเมืองก็ให้ห่มจีวรสีเหลืองไป

    #สรุปว่าวัดท่าซุงก็เลยต้องเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเสมอกันหมด ไม่อย่างนั้นตอนแรกทั้งวัดมีสารพัดสี ตอนนั้นนี่สามัคคีจริง ๆ มาจากทิศไหนสีไหนก็อยู่ด้วยกัน ลายไปทั้งโบสถ์"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

    -------------------


    c_oc=AQm46gYsO9lbgJ7w2s5LTt7plF-INURFK45cT5pA-Di4PtKLlBmhRKBdNU519eI2Jqs&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  20. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,312
    กระทู้เรื่องเด่น:
    362
    ค่าพลัง:
    +59,739
    +++ เห็นกิเลสตัวเองยากกว่าเห็นกิเลสคนอื่น +++

    ถาม : เมื่อก่อนฟังหลวงพ่อพูด กิเลสกินเราตลอดเวลา ก็แค่รับรู้แบบสมองรู้ เวลาพูดว่าตัวเองเลว ไม่ดี ก็พูดไปอย่างนั้น อาจทั้งเพื่ออวดว่าตนรู้หรือดีเท่านั้น มาขณะนี้จึงรู้สึกสงสัยว่า ทำไมคนเราถึงเห็นกิเลสของตัวเองยากกว่าเห็นกิเลสคนอื่นหลายเท่านัก จะมีวิธีจัดการกับกิเลสอย่างไร ? ในแต่ละวันรวมถึงตอนนอนหลับ รู้สึกว่ามีกิเลสเยอะมาก

    ตอบ : "โทษคนอื่นมองเห็นเป็นภูเขา โทษของเรามองเห็นเท่าเส้นขน ตดคนอื่นเหม็นเบื่อเหลือจะทน ตดของตนถึงเหม็นไม่เป็นไร" #เป็นเรื่องธรรมชาติ

    “มองออก” เห็นง่ายกว่า “มองเข้า” เห็นยาก การมองเข้ามาในกายต้องประกอบไปด้วย สติ สมาธิ #โดยเฉพาะปัญญาอย่างสูงจึงจะมองเห็นได้ เพราะฉะนั้น..พยายามเร่งในเรื่องของการปฏิบัติสมาธิภาวนาให้มากขึ้น #ถ้าเข้าถึงความสงบอย่างแท้จริงจนปัญญาเกิดขึ้น ก็จะแก้ไขตรงนี้ไปได้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๓
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...