ครูบาบุญชุ่ม เขียนถึงหลวงปู่ดู่ รำลึกพระคุณ พระบรมมหาโพธิสัตว์

ในห้อง 'หลวงปู่ดู่ และ หลวงตาม้า' ตั้งกระทู้โดย Wisdom, 31 ตุลาคม 2007.

  1. Wisdom

    Wisdom ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    1,679
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +26,493
    [​IMG]

    กราฟิกภาพโดย surasak


    ครูบาบุญชุ่มเขียนถึงหลวงปู่ดู่รำลึกพระคุณพระบรมมหาโพธิสัตว์

    [​IMG]
    ครูบาบุญชุ่ม ญาณสงฺวโร
    วัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง อ.ท่าขี้เหล็ก รัฐเชียงตุง พม่า

    รำลึกพระคุณ

    อาตมา พระบุญชุ่ม ญาณสงวโร จำพรรษาอยู่ที่พระธาตุดอนเรือง
    เมืองพงษ์ เขตพม่า ในพรรษาที่ ๒
    อาตมาได้นิมิตเห็นหลวงปู่แก่เฒ่าองค์หนึ่ง
    อายุประมาณ ๘๐-๙๐ ปี มาเทศน์ให้ฟัง
    ตอนที่อาตมาได้เข้ากรรมปฏิบัติไม่พูด ๗ วัน
    ท่านเทศน์สอนเรื่องการปฏิบัติให้มีสติและให้อยู่สันโดษ
    มีขันติ เมตตา และความเพียร ให้ถึงความพ้นทุกข์
    ให้ดับเสียสิ้นชาติ ชรา พยาธิ มรณะ ให้ถึงซึ่งพระนิพพานเป็นที่สุด
    ท่านเทศน์เป็นภาษาบาลี และแปลเป็นภาษาไทยให้ฟังอย่างชัดเจน
    แล้วท่านก็เทศน์สอนเรื่อง ปฏิจจสมุปบาท
    และเทศน์ให้ฟังอีกหลายอย่าง อาตมารู้สึกปิติและอิ่มเอิบ
    ในรสพระธรรมของท่าน อาตมาจึงนึกถึงหลวงปู่องค์นั้น
    เสมอว่าท่านนั้นเป็นใคร และยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า
    ได้แต่กราบขอพรท่านตลอดทุกวัน

    ต่อมาไม่นาน หลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก
    อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร
    ท่านเป็นอาจารย์องค์สุดท้ายของอาตมา
    ที่ท่านได้ส่งตัวอาตมาไปทำความเพียรที่ภูเขาหิมาลัย
    ประเทศเนปาล แล้วท่านก็ไปรับกลับมาบวชพระที่เชียงใหม่
    และอาตมาก็มาจำพรรษาที่พม่า พอดีอาตมามาทำบุญคล้าย
    วันเกิดวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๓๑ อาตมาได้อาราธนานิมนต์หลวงปู่โง่น
    ได้โปรดเมตตามารับเครื่องไทยทานในวันที่ ๔ หลวงปู่โง่น
    ค้างคืนที่พระธาตุดอนเรือง ท่านได้เอ่ยถึงหลวงปู่ดู่ วัดสะแก
    จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่าเป็นพระที่มีเมตตาองค์หนึ่งในอยุธยา
    ได้เป็นพระอริยบุคคลองค์หนึ่ง อาตมาได้ยินก็อิ่มเอิบ
    ปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง อยากจะไปกราบไหว้บูชาพระองค์นั้น......

    พอดีอาตมาได้ไปทำบุญวันคล้ายวันเกิดหลวงปู่โง่น
    พอเสร็จก็ขออนุญาตหลวงปู่โง่นไปกราบหลวงปู่ดู่
    หลวงปู่โง่นก็อนุญาต และเขียนจดหมายกำกับไปด้วย
    พอไปถึงวัดสะแกก็เข้าไปกราบหลวงปู่ดู่ ท่านกำลังนั่งรับแขก
    อยู่ที่กุฏิไม้ พอได้เห็นหลวงปู่ดู่ก็นึกขึ้นได้
    เหมือนในนิมิตตอนเข้ากรรม
    (หลวงปู่เฒ่าองค์นั้นก็คือหลวงปู่ดู่นั่นเอง)
    จึงก้มกราบขอพรท่าน ท่านก็ให้พรแล้วยังถวายผ้าไตร
    กับพระพุทธรูป ๒ องค์ รูปเหมือนหลวงปู่ทวด ๑ องค์แก่อาตมา
    และอาตมาก็ถวายน้ำผึ้งและยา ท่านยิ้มแย้มมีเมตตาที่สุด
    อาตมาเอาพระบรมสารีริกธาตุ น้อมถวายหลวงปู่ดู่ ท่านพูดว่า
    "เราเพิ่งพูดเรื่องพระธาตุเมื่อตะกี้ บัดนี้ท่านเอาพระธาตุ
    มาถวายเป็นนิมิตหมายมงคลยิ่ง" หลวงปู่ก็ให้พรด้วยใบหน้าที่อิ่มเอิบ
    อาตมาได้เอาพระธาตุอีกส่วนหนึ่ง และลูกประคำ
    ให้หลวงปู่ปลุกเสกอธิษฐานจิต ท่านมีลูกศิษย์หนุ่มคนหนึ่ง
    อายุประมาณ ๒๖ หลวงปู่ถามลูกศิษย์ว่า
    "สว่างไหม เห็นชัดไหม มองไปให้ลึกๆ" ลูกศิษย์ก็ตอบว่า
    "เห็นแล้ว สว่างแล้ว" หลวงปู่จึงปลุกเสก หลับตาอธิษฐานพระธาตุ
    และลูกประคำ แล้วท่านก็บอกว่า
    "พระธาตุนี้ไปอยู่มาหลายแห่งแล้ว เคยอยู่ที่พระธาตุนครปฐม
    และพระธาตุนครพนม" หลวงปู่ท่านสั่งให้เก็บรักษาและบูชาให้ดี
    อาตมาจึงกราบนมัสการลาหลวงปู่กลับวัดพระธาตุดอนเรือง
    อาตมาระลึกถึง บูชาพระคุณหลวงปู่อยู่มิได้ขาด

    [​IMG]
    ครูบาบุญชุมกับหลวงปู่

    ต่อมาไม่นาน อาตมาก็ได้ไปกราบหลวงปู่อีกครั้ง
    หลวงปู่ท่านก็แนะนำสั่งสอนให้เร่งความเพียร
    หลวงปู่คงอยู่ไม่นาน อาตมาก็กลับวัดมาปฏิบัติธรรม
    ตามคำสอนของหลวงปู่ด้วยความอุตสาหะ ยังนึกอยู่ในใจว่า
    ถ้ามีโอกาสจะไปอุปัฏฐากหลวงปู่

    อยู่อีกไม่นาน อาตมาก็ได้ยินข่าวว่าหลวงปู่ท่านละสังขารเสียแล้ว
    เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง อาตมารู้สึกสังเวช
    และเสียดายหลวงปู่อย่างมาก ที่ท่านมีเมตตาอบรมสั่งสอนอาตมา
    ซึ่งชีวิตนี้หาไม่ได้อีกแล้ว จึงนึกถึงมรณสติกรรมฐานเป็นอารมณ์
    ปลงเข้าไปในไตรลักษณ์เป็นกฎธรรมชาติ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
    เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อาตมาจึงอธิษฐานตั้งใจ
    ปฏิบัติธรรมตามคำสอนของหลวงปู่ทุกอย่าง ให้ถึงความพ้นทุกข์
    พระนิพพานเป็นที่สุด

    หลวงปู่ท่านมรณภาพสิ้นไป เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์
    ที่ให้ความสว่างส่องแจ้งในโลกและดับไป อุปมาเหมือนดั่ง
    ดวงประทีปที่ให้ความสว่างไสวแก่ลูกศิษย์ได้ดับไป
    ถึงแม้พระเดชพระคุณหลวงปู่ได้มรณะไปแล้ว
    แต่บุญญาบารมีที่ท่านเมตตา รอยยิ้มอันอิ่มเอิบ
    ยังปรากฎฝังอยู่ในดวงใจของอาตมามิอาจลืมได้

    อาตมาขอกราบคารวะพระเดชพระคุณหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
    ด้วยความเคารพบูชาสูงสุด

    เรียบเรียงจาก
    (พระบุญชุ่ม ญาณสงฺวโร)
    วัดพระธาตุดอยเรือง เมืองพงษ์ เขตพม่า

    [​IMG]

    เมตตา พระมากล้น เกินใครพ่อนา
    กรุณา เพื่อให้ทุกข์ เหือดสิ้น
    มุทิตา ผ่องใส เมื่อศิษย์ได้ดี
    อุเบกขา ตัดสิน วิสัยเกินกรรม




    <BGSOUND balance=0 src="http://watthummuangna.com/Audioindex.wma" volume=0 loop=infinite>
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 02.jpg
      02.jpg
      ขนาดไฟล์:
      75.4 KB
      เปิดดู:
      1,553
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 31 ตุลาคม 2007
  2. Wisdom

    Wisdom ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    1,679
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +26,493
    ครั้งหลวงปู่บุดดาไปเยี่ยมอาการอาพาธหลวงปู่ดู่

    ครั้งหลวงปู่บุดดาไปเยี่ยมอาการอาพาธหลวงปู่ดู่


    [​IMG]

    [​IMG]

    ครั้งหนึ่งเมื่อหลวงปู่บุดดาท่านไปเยี่ยมอาการอาพาธ
    ของหลวงปู่ดู่หลวงปู่บุดดา ถาวโร วัดกลางชูศรีเจริญสุข
    จ.สิงห์บุรีได้กล่าวกับท่านไว้ว่า

     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 31 ตุลาคม 2007
  3. Wisdom

    Wisdom ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    1,679
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +26,493
    ในระหว่างปี พ.ศ.๒๕๓๐ - ๒๕๓๒ ได้มีพระเถระและครูบาอาจารย์หลายท่านเดินทางมาเยี่ยมเยียนหลวงปู่ดู่ เช่น หลวงปู่บุดดา ถาวโร วัดกลางชูศรีเจริญสุข จังหวัดสิงห์บุรี ท่านเป็นพระเถระซึ่งมีอายุย่างเข้า ๙๖ ปี ก็ยังเมตตามาเยี่ยมหลวงปู่ดู่ ที่วัดสะแกถึง ๒ ครั้ง และบรรยากาศของการพบกันของท่านทั้งสองนี้ เป็นที่ประทับใจผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างยิ่ง เพราะต่างองค์ต่างอ่อนน้อมถ่อมตน ปราศจากการแสดงออกซึ่งทิฏฐิมานะใดๆ เลย แป้งเสกที่หลวงปู่บุดดาเมตตามอบให้หลวงปู่ดู่ ท่านก็เอามาทาที่ศรีษะเพื่อแสดงถึงความเคารพอย่างสูง

    พระเถระอีกท่านหนึ่ง ซึ่งได้เดินทางมาเยี่ยมหลวงปู่ดู่ ค่อนข้างบ่อยครั้งคือ หลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก จังหวัดพิจิตร ท่านมีความห่วงใยในสุขภาพของหลวงปู่ดู่อย่างมาก โดยได้สั่งให้ลูกศิษย์จัดทำป้ายกำหนดเวลารับแขกในแต่ละวันของหลวงปู่ดู่ เพื่อเป็นการถนอมธาตุขันธ์ของหลวงปู่ให้อยู่ได้นานๆ แต่อย่างไรก็ดี ไม่ช้าไม่นาน หลวงปู่ดู่ ท่านก็ให้นำป้ายออกไป เพราะเหตุแห่งความเมตตาที่ท่านมีต่อคนทั้งหลาย...

    ในระยะเวลาเดียวกันนั้น ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร วัดพระธาตุดอนเรือง ท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่โง่น โสรโย ก็ได้เดินทางมากราบหลวงปู่ดู่ ๒ ครั้ง โดยท่านได้เล่าให้ฟังภายหลังว่า เมื่อได้มาพบหลวงปู่ดู่ จึงได้รู้ว่าหลวงปู่ดู่ก็คือ พระภิกษุชราภาพที่ไปสอนท่านในสมาธิ ในช่วงที่ท่านอธิษฐานเข้ากรรมปฏิบัติไม่พูด ๗ วัน ซึ่งท่านก็ได้แต่กราบระลึกถึงอยู่ตลอดทุกวัน โดยไม่รู้ว่าพระภิกษุชราภาพรูปนี้คือใคร กระทั่งได้มีโอกาสมาพบหลวงปู่ดู่ที่วัดสะแก เกิดรู้สึกเหมือนดังพ่อลูกที่จากกันไปนานๆ แม้ครั้งที่ ๒ ที่พบกับหลวงปู่ดู่ หลวงปู่ดู่ก็ได้พูดสอนให้ท่านเร่งความเพียร เพราะหลวงปู่จะอยู่อีกไม่นาน

    ครูบาบุญชุ่มยังได้เล่าว่า ท่านตั้งใจจะกลับไปวัดสะแกอีก เพื่อหาโอกาสไปอุปัฏฐากหลวงปู่ดู่ แต่แล้วเพียงระยะเวลาไม่นานนัก ก็ได้ข่าวว่าหลวงปู่ดู่มรณภาพ ยังความสลดสังเวชใจแก่ท่าน ท่านได้เขียนบันทึกความรู้สึกในใจของท่านไว้ในหนังสือพระราชทานเพลิงพระศพหลวงปู่ดู่ตอนหนึ่งว่า

    "...หลวงปู่ท่านมรณภาพสิ้นไป เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่ให้ความสว่างส่องแจ้งในโลกและดับไป อุปมาเหมือนดังดวงประทีปที่ให้ความสว่างไสวแก่ลูกศิษย์ได้ดับไป ถึงแม้พระเดชพระคุณหลวงปู่ได้มรณะไปแล้ว แต่บุญญาบารมีที่ท่านแผ่เมตตา รอยยิ้มอันอิ่มเอิบยังปรากฎฝังอยู่ในดวงใจอาตมา มิอาจลืมได้

    ถ้าหลวงปู่มีญาณรับทราบ และแผ่เมตตาลูกศิษย์ลูกหาทุกคน ขอให้พระเดชพระคุณหลวงปู่เข้าสู่พระนิพพานเป็นอมตะแด่ท่านเทอญ อาตมาขอกราบคารวะพระเดชพระคุณหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ด้วยความเคารพสูงสุด..."

    ยังมีพระเถระอีกรูปหนึ่งที่ควรกล่าวถึง เพราะหลวงปู่ดู่ให้ความยกย่องมากในความเป็นผู้มีคุณธรรมสูง และเป็นแบบอย่างของผู้ที่มีความเคารพในพระรัตนตรัยเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหลวงปู่ดู่ได้แนะนำสานุศิษย์ให้ถือท่านเป็นครูอาจารย์อีกท่านหนึ่งด้วย นั่นก็คือ หลวงปู่เกษม เขมโก แห่งสุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง

    ที่มา ๑๐๑ ปี หลวงพ่อดู่ พรหมปัญโญ
    <!-- / message --><!-- sig --><!-- / message --><!-- sig --><!-- / message --><!-- sig --><!-- / message --><!-- sig -->
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 31 ตุลาคม 2007
  4. Wisdom

    Wisdom ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    1,679
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +26,493
    เมื่อตอนประมาณปี พ.ศ. 2523-2525 ผู้เขียนก็ได้ข่าวว่าหลวงปู่บุดดาท่านจะละสังขาร ขณะนั้นหลวงปู่อายุได้ 88 ปี ผู้เขียนจึงพาคณะไปกราบแล้วก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะขออารธนาให้ท่านอยู่ต่อ แต่เมื่อไปถึง พอไปกราบท่านแล้วยังไม่ทันพูดอะไร ท่านก็บอกวา "จะขออยู่ต่ออีก 12 ปี เพื่อช่วยเหลือศาสนา" ทำให้ผู้เขียนรู้สึกทึ่งในญาณอันแจ่มใสของท่าน แล้วก้เป็นจริงดังนั้น เมื่อหลวงปู่อายุครอบ 101 ปี เกินมา 1 ปี ท่านก็นิพพานไป หลวงพ่อดู่เคยบอกว่า "หลวงปู่บุดดาก็คือพระอรหันต์องค์หนึ่ง"

    ในวันที่ผู้เขียนไปหาหลวงปู่บุดดานั้น ก็มีลูกศิษย์หลวงปู่บุดดาคนหนึ่งต้องการที่จะได้วัตถุมงคลของหลวงพ่อดู่ เมื่อได้ไปแล้วเขาก็ใช้การตรวจสอบทางจิต เสร็จแล้วเขาก็บอกว่า ทำไมพลังในพระนั้นถึงมีมากมายเกินกว่าที่เขาจะรับได้ เขาตั้งสติไม่ทัน ในที่สุดเขาก็ขอวัตถุมงคลนั้น และวัตถุมงคลนั้นก็คือ แก้วสารพัดนึกของหลวงพ่อดู่ และขอรูปอีก 1 ใบ โดยผู้เขียนขอเกศาของหลวงปู่บุดดาเขาเลยให้ตามความประสงค์ ก่อนที่จะกลับ เขาก็ได้เอารูปของหลวงพ่อดู่ไปให้หลวงปู่บุดดาพิจารณา เมื่อหลวงปู่บุดดาเห็นรูปหลวงพ่อดู่ ท่านก็บอกว่า "รูปนี้ให้นำไปเก็บไว้ในที่สูง อย่านำเอาไปไว้ที่ต่ำ" และท่านยังได้ฝากพระทอง (แต่จริง ๆ แล้วเป็นทองเหลือง) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกให้นำมาถวายหลวงพ่อดู่ หลวงพ่อดู่ท่านก็เคยบอกข้าพเจ้าว่า "แสดงว่าหลวงปู่บุดดานั้นรู้ด้วยญาณว่า หลวงพ่อท่านปรารถนาพุทธภูมิ หรือปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า"

    ที่มา: หนังสือกายสิทธิ์
     
  5. Wisdom

    Wisdom ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    1,679
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +26,493
    หลวงปู่ดู่สอนศิษย์

    หลวงปู่ท่านมักกล่าวถึงมงคลที่สำคัญที่ท่านอยากให้ลูกศิษย์ได้นำไปปฏิบัติ คือ มงคล 38 ประการ มงคลที่ท่านพูดถึงบ่อย ๆ นั่นคือ สัมมาวาจาชอบ คือ พูดแต่สิ่งที่เป็นมงคล ท่านว่าคนส่วนมากมักสร้างกรรมทางวาจา เพราะกรรมนี้สร้างได้ง่าย แต่เขาไม่รู้หรอกว่าผลของกรรม เมื่อส่งผลจะร้ายแรงเพียงไรคำพูดนั้นสำคัญมาก บางคนพูดไม่ดีกับผู้อื่น จนเป็นเหตุถึงโกรธเกลียดกันชั่วชีวิตก็มี บางรายคำพูดเพียงไม่กี่คำ ก็ทำให้ไม่พูดกันไปหลายปี คนส่วนมากที่ขึ้นโรงขึ้นศาล หรือทะเลาะกันจนไปถึงฆ่ากันตายก็เพราะคำพูดที่ไม่ดีนี่แหละ หลวงปู่ท่านสอนอยู่เสมอว่า อย่าไปพูดไม่ดีกับใครเขา ถ้ามีคนมาว่าหรือด่าเราแต่เราไม่ว่าหรือด่าเขาตอบมันก็จะไม่มีเรื่องกัน แต่ถ้าแกไปด่าเขาเมื่อไรนั่นแหละเรื่องใหญ่ ท่านสอนศิษย์เสมอว่า อย่าไปพูดทำลายความหวังของใครเขา เพราะนั้นอาจจะเป็นความหวังเดียวที่เขามีอยู่ ถ้าแกไปพูดเข้าเมื่อไหร่กรรมใหญ่จะตกแก่ตนเอง ท่านบอกไว้อีกว่า คนที่ชอบด่าหรือใส่ร้ายผู้อื่นรวมไปถึงการพูดไม่ดีต่าง ๆ กับคนอื่นนั้น กรรมจะมาเร็วมาก เขาผู้นั้นจะเป็นคนที่มีศัตรูทั้งภายนอกและภายใน ไม่เป็นที่รักของคนทั่วไป ตรงกันข้ามกับเป็นคนที่น่ารังเกียจแก่คนทั้งหลาย กรรมนี้จะทำให้เขามีเรื่องและเดือดร้อนอยู่เสมอ ๆ ทั้งทางกายและทางใจ บางคนทำกรรมนี้ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้ตัว พอกรรมดีที่ตนเคยสร้างมาแต่ปางก่อนหมดหรือเหลือน้อยลง กรรมชั่วที่สร้างนี้ก็จะสนองเขาอย่างหนักทั้งในภพนี้และภพหน้า ในภพนี้เวลาที่กรรมดีแต่ปางก่อนจะส่งผลให้มีความสุขหรือมีโชคลาภ กรรมชั่วก็จะเข้ามาตัดรอนกรรมดี เหมือนอย่างเขาผู้นั้นซื้อหวยเลข 56 หวยก็จะออกเลข 55 หรือ 57 บางทีก็ติดต่อการค้าหรืองานต่าง ๆ มองเห็นอยู่ว่างานนี้ได้แน่นอน แต่พอถึงเวลาก็ไปไม่ทันบ้าง ไปแล้วไม่เจอหรือมีเหตุต่าง ๆ มาทำให้มีอุปสรรคอยู่เสมอ ๆ ซึ่งที่จริงแล้วผู้นั้นจะมีโชคที่ควรได้ประมาณเป็นล้าน ๆ เขาก็จะได้แค่หมื่นสองหมื่นหรือโชคครั้งนี้จะได้หลายหมื่น แต่เขากับได้เพียงไม่กี่พันบาทหรือเพียงได้ไม่กี่ร้อยเท่านั้นเอง นี้เป็นเพราะกรรมชั่วเข้ามาตัดรอนกรรมดีและรวมถึงญาติพี่น้องลูกหลาน เขาเหล่านั้นก็จะทำความเดือดร้อนเสียหายมาให้ มีพี่น้องหรือญาติไปจนถึงเพื่อนฝูง ก็จะโกงทรัพย์สินเงินทองของเราบ้าง บางครั้งก็พูดใส่ร้ายให้โทษ ด่าว่าทะเลาะวิวาท ทำให้เราไม่สบายกายและสบายใจเป็นอย่างมาก มีเรื่องเดือดร้อนต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาอย่างไม่จบสิ้นมีลูกหลานก็จะดื้อด้าน ว่านอนสอนยาก ทำความเดือดร้อนให้เสียงเงินทองอยู่มิได้ขาด ว่ากล่าวลูกหลานไม่เชื่อฟัง ไม่เครารพนับถือ ลูกหลานบางคนก็จะอกตัญญูตนเองมักจะเดือดร้อนด้วยการเป็นโรคร้ายที่รักษายากหรือรักษาไม่หาย เช่น อัมพฤต อัมพาต มะเร็ง เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคร้ายต่าง ๆ อีกมากมายหลายชนิด หลวงปู่ท่านบอกไว้ว่า กรรมทางวาจามีร้ายแรงมาก การที่เราพูดใส่ร้ายหรือพูดไม่ดีจนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนและเสียใจหรือไปพูดทำลายความหวังต่าง ๆ ของเขาถ้ารู้ตัวให้หยุดเสียถ้าไม่หยุดหรือเลิกทำเสียกรรมไม่สนองแต่ในชาตินี้ พอตายลงไปยังต้องไปใข้กรรมยังนรกตามขุมต่าง ๆ อีก ท่านจะพูดและสอนศิษย์อยู่เสมอว่า "คนดีเขาไม่ตีใคร" ความหมายว่าคนดีไม่ตีใคร ไม่ใช่เอาไม้หรือของแข็ง ๆ ไปตีเขา แต่ท่านไม่ให้พูดจากไม่ดีด่าว่าใส่ร้ายทำให้ผู้อื่นเดืดดร้อนเสียหาย และทุกข์ใจ หลวงปู่บอกว่าคนดีเขาไม่ว่าใคร ถ้าแกไปว่าเขาแกก็จะเป็นคนไม่ดี
     
  6. Wisdom

    Wisdom ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    1,679
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +26,493
    มีลูกศิษย์คนหนึงได้รับมอบหมาย จากหลวงพ่อให้สร้างลูกแก้วสารพัดนึก โดยใช้ปูนซีเมนต์ขาวผสมผงตอนแรกผู้เขียนจะทำ 108 องค์ ท่านบอกว่าไม่พอ อีกหน่อยจะหายาก ลูกละพันยังหาไม่ได้ ท่านได้บอกเคล็ดลับของการเสกว่า ถ้าจะรู้ว่าใช้ได้หรือยังต้องดูในที่มืดๆ จะมีแสงสว่างนั้นแหละใช้ได้แล้ว นอกจากนี้ท่านยังให้เจาะเป็นช่องว่างตรงกลางไว้ ตอนแรกผู้เขียนจะขอท่านไม่ต้องเจาะ ท่านบอกไม่ได้เดี๋ยวจะเหมือนลูกกระสุน ซึ่งเด็กสมัยก่อนจะรู้ คือ นำดินเหนียวมาปั้นก้อนกลมๆ ไว้สำหรับใช้กับหนังสติก เพื่อยิงนก รูที่เจาะให้ว่างนั้นแทนอากาศธาตุ เวลานั่งภาวนาเกิดแสงสว่าง พวกแกก็ไปตามแสงสว่างนั้นแหละจะไปถึงวิมานแก้ว ที่อยู่ของพระพุทธเจ้า จะเห็นลูกแก้วลอยเต็มวิมาน ให้ขอท่านแล้วอธิษฐานกลืนไว้ตรงทรวงอก

    มีลูกศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เป็นนักปฏิบัติได้มาเจอกับผู้เขียนที่หน้ากุฏิหลวงพ่อขณะนั้นท่านกำลังถวายข้าวพระอยู่ ลูกศิษย์หลวงพ่อคนหนึงเลยให้เขานั่งดูสักครู่เขาบอกว่า หลวงพ่อกำลังถวายของ พระพุทธเจ้า อยู่บนวิมานแก้วมี พระมากมาย ผู้เขียนเลยบอกว่าถ้าเห็นพระแล้วทำอย่างไรต่อ เขาบอกไม่รู้ลูกศิษย์หลวงพ่อคนหนึงเลยพูดว่าหลวงพ่อบอกไว้ ถ้าเจอพระให้อธิษฐานเรียกพระเข้าตัว เขาก็ทำตาม และบอกว่าหลวงพ่อองค์นี้ไม่น่าจะธรรมดา เพราะตอนที่ท่านประสิทธิพระเครื่องให้เขาเห็นแต่งตัวแบบเทวดา พอลืมตามาเห็นท่านยิ้มๆ

    มาครั้งหลัง เขาบอกว่ามาพบ หลวงพ่อท่านเป่าหัวให้สว่างไป 7 วัน คุยกันไปคุยกันมา ผู้เขียนเลยให้เขานั่งดูลูกแก้วมหาจักรพรรดิ (แก้วสารพัดนึก)เขานั่งสักครู่ แล้วบอกว่าตรงกลางลูกแก้วเห็นเป็นแสงสว่าง เลยให้เขาเดินจิตไปไหว้พระพุทธเจ้า จนไปถึงพระพุทธรูปองค์ที่ สี่ พอไปถึงองค์ที่ ห้า พออธิษฐานก็เห็นพระหน้าตัก 20 วา ตามที่หลวงพ่อบอกไว้ ลูกศิษย์หลวงพ่อคนหนึงให้เขาอธิษฐานเข้าไปในองค์พระ เขาเห็น พระศรีอาริย์ นั่งอยู่ตรงกลาง หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืดอยู่ขวา หลวงพ่อดู่อยู่ซ้ายมือของพระศรีอารย์ ลูกศิษย์หลวงพ่อดู่บอกว่าขอให้อธิษฐานว่า หลวงพ่อทวดกับหลวงพ่อดู่ เป็นองค์เดียวกันหรือไม่ หรือท่านจะเป็น อัครสาวกเบื้ยงซ้ายขวา ของพระศรีอาริย์ในอนาคต อธิษฐานเสร็จเขาบอกว่า เห็นทั้งสามองค์ มารวมเป็นหลวงพ่อดู่ แสดงว่าทั้ง สามองค์เป็น องค์เดียวกัน

    ตั้งแต่นั้นมาเขามีความเคารพหลวงพ่อมาก
    เพราะจากประสบการณ์ที่ลูกแก้วมหาจักรพรรดิ์แสดงให้เขารู้เห็นด้วยตัวเอง

    มีลูกศิษย์ของท่านเป็นคริสต์ แต่ได้มาปฏิบัติ ขณะที่นั่งปฏิบัติที่กรุงเทพ หลวงปู่ทวดมาโปรดในนิมิต เมื่อหลวงปู่ยกมือขึ้นประทานพร เขาเห็นรูปผีเสื้อ ตรงกลางฝ่ามือ เขารีบขับรถจากกรุงเทพฯมาหาหลวงพ่อที่วัด หลังจากกราบหลวงพ่อแล้วเขาก็ขอดูเห็นเป็นรูปผีเสื้อจริง หลวงพ่อท่านบอกว่า “หลวงปู่ทวด ไม่ใช่ข้าแสดงท่านเป็นครูบาอาจารย์ ท่านจะทำอย่างไรก็ได้ เออโมทนาสาธุด้วย”

    หลวงพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า มีชาวบ้านแถบวัดสะแกเป็นผู้หญิง ปฏิบัติเก่ง อยากเห็นพระศรีอาริย์มาก จึงขอหลวงปู่ทวด ช่วยพาไปวิมานพระศรีอาริย์ เมื่อไปถึง เขาบอกหลวงพ่อว่าเป็นเหมือนโรงลิเกประดับประดาอย่างสวยงาม หลวงปู่ทวดบอกว่าแกรอประเดี๋ยว พระศรีอาริย์ ท่านจะออกมาจากฉากคอยดูให้ดี หลวงปู่ทวดหายไปสักครู่ ก็มีพระศรีอาริย์เดินออกมาจากฉาก พอพระศรีอาริย์หายไป เป็นหลวงปู่ทวดเดินมา เธอเลยถามหลวงปู่ว่าไหนล่ะพระศรีอาริย์ หลวงปู่บอกว่าแกก็ดูเองซิสลับกันไปมาเช่นนี้ จนปฏิบัติเสร็จเขาก็มาเล่าให้หลวงพ่อฟังท่านก็พูดกับผู้เขียนว่า “คนเราบางทีต้องอาศัยไหวพริบปฏิภาณ” แกเลยงงว่าใครคือพระศรีอาริย์ “แล้วแกล่ะว่าเป็นใคร” ท่านพูดแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

    <!-- / message -->
     
  7. /_สายฟ้า_/

    /_สายฟ้า_/ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    34
    ค่าพลัง:
    +998
    สุดยอดเลยครับ ผมนับถือในองค์หลวงปู่ดู่หลวงตาม้ามาก ขอบคุณมากๆนะครับ

    (bb-flower
     
  8. sutatip_b

    sutatip_b เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    3,197
    ค่าพลัง:
    +26,189
    รู้จักหลวงพี่เล็กได้อย่างไร

    อยากอุ้มข้อความนี้ไปกระทู้หลวงพี่เล็กจังแต่เล่นคอมที่นี่ไม่ค่อยเป็น คนแถวนั้นมัวแต่ดูคนอื่นอยู่นั่นแหละกวนน้ำให้ขุ่นไปหมด
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 ตุลาคม 2007
  9. leo_tn

    leo_tn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    613
    ค่าพลัง:
    +13,374
    หลวงปู่บุดดาพยากรณ์หลวงปู่ดู่ และเรื่องราวของ
     

แชร์หน้านี้

Loading...