คติธรรมหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

ในห้อง 'หลวงปู่ดู่ และ หลวงตาม้า' ตั้งกระทู้โดย Pongpat86, 10 มกราคม 2011.

  1. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]



    ๑๔
    การบวชจิต – บวชใน




    หลวงปู่เคยปรารภไว้ว่า...
    จะป็นชายหรือหญิงก็ดี ถ้าตั้งใจประพฤติปฏิบัติ มีศีล รักในการปฏิบัติ จิตมุ่งหวังเอาการค้นทุกข์เป็นที่สุด ย่อมมีโอกาสเป็นพระกันได้ทุก ๆ คน มีโอกาสที่จะบรรลุมรรคผล นิพพาน ได้เท่าเทียมกันทุกคน ไม่เลือกเพศ เลือกวัย หรือฐานะแต่อย่างใด ไม่มีอะไรจะมาเป็นอุปสรรคในความสำเร็จได้ นอกจากใจของผู้ปฏิบัติเอง
    ท่านได้แนะเคล็ดในการบวชจิตว่า...
    ในขณะที่เรานั่งสมาธิเจริญภาวนานั้น คำกล่าวว่า


    พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ให้นึกถึงว่าเรามีพระพุทธเจ้าเป็นพระอุปัชฌาย์ของเรา
    ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ ให้นึกว่าเรามีพระธรรมเป็นพระกรรมวาจาจารย์
    สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ให้นึกว่าเรามีพระอริยสงฆ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

    แล้วอย่าสนใจในขันธ์ ๕ หรือร่างกายเรานี้
    ให้สำรวมจิตให้ดี มีความยินดีในการบวช
    ชายก็เป็นพระภิกษุ หญิงก็เป็นพระภิกษุณี
    อย่างนี้จะมีอานิสงส์สูงมาก จัดเป็นเนกขัมบารมีขั้นอุกฤษฎ์ทีเดียว

    <HR>
    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  2. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๑๕
    ควรทำหรือไม่?
    ครั้งหนึ่ง มีลูกศิษย์หลวงปู่ผู้สนใจธรรมปฏิบัติกำลังนั่งภาวนาเงียบอยู่ ไม่ห่างจากท่านเท่าใดนัก บังเอิญมีแขกมาหาศิษย์ผู้นั้นแต่ไม่เห็น ก็มีศิษย์อีกท่านหนึ่งเดินเรียกชื่อท่านผู้กำลังนั่งภาวนาอยู่ด้วยเสียงอันดัง และเมื่อเดินมาเห็นศิษย์ผู้นั้นกำลังภาวนาอยู่ก็จับแขนดึงขึ้นมาทั้งที่กำลังนั่งภาวนา
    เมื่อผู้นั้นห่างไปแล้ว หลวงปู่ท่านจึงเปรยขึ้นมาว่า
    “ในพุทธกาลครั้งก่อน มีพระอรหันต์องค์หนึ่งกำลังเข้านิโรธสมาบัติ ได้มีนกแสงตัวหนึ่งบินโฉบผ่านหน้าท่านพร้อมกับร้อง “แซก” ท่านว่า นกแสกตัวนั้นเมื่อตายแล้วได้ไปอยู่ในนรก แม้กัปนี้พระพุทธเจ้าผ่านไปได้พระองค์ที่สี่แล้ว นกแสกตัวนั้นยังไม่ได้ขึ้นมาจากนรกเลย”
    <HR>ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  3. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๑๖
    การอุทิศส่วนกุศลภายนอกภายใน
    มีบางท่านเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตายของหลวงปู่ ซึ่งท่านเมตตาทำเป็นปกติ จึงมีความหวังว่าเมื่อตนตาย หลวงปู่ท่านจะเมตตาให้บุญส่งวิญญาณ ส่งจิตไปสวรรค์ไปนิพพานได้ ด้วยตนเป็นผู้เข้าวัดทำทานและปรนนิบัติหลวงปู่มานาน หลวงปู่ท่านก็เมตตาเตือนว่า
    “ถ้าข้าตายไปก่อน แล้วใครจะส่ง (บุญ) ให้แก่ล่ะ”
    ด้วยความไม่เข้าใจ ท่านผู้นั้นจึงมีคำตอบว่า
    “ขอให้หลวงปู่อยู่ต่อไปนาน ๆ ให้พวกผมตายก่อน”
    นี่เป็นจุดชวนคิดในคำเตือนของท่านที่บอกเป็นนัยว่า การไปสุคติหรือการหลุดพ้นนั้น ต้องปฏิบัติ ต้องสร้างด้วยตนเองเป็นสำคัญ มิใช่หวังพึ่งบุญพึ่งกุศลผู้อื่น การอาศัยผู้อื่นเมื่อตายแล้วนั้น เป็นเพียงส่วนน้อยที่อาจจะได้ อีกทั้งยังเป็นความไม่แน่นอนด้วย สู้ทำด้วยตัวเองไม่ได้ เป็นแง่ให้คิดว่าต้องปฏิบัติตนให้มั่นใจในตนเองตั้งแต่ก่อนตาย เมื่อถึงเวลาจำต้องทิ้งขันธ์จะไม่ต้องมังกังวลต่อภพชาติภายหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปฏิบัติให้รู้แจ้งในธรรมตั้งแต่ปัจจุบันชาตินี้เป็นดียิ่งทีเดียว
    <HR>ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  4. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๑๗
    สติธรรม

    บ่อยครั้งที่พวกเราถูกหลวงปู่ท่านดุในเรื่องของการไม่สำรวมระวัง ท่านมักจะดุว่า
    “ให้ทำ (ปฏิบัติ) ไม่ทำ ทำประเดี๋ยวเดียว เดี๋ยวออกมาจับกลุ่มกันอีกแล้ว ทีเวลาคุย คุยกันได้นาน”
    ปฏิปทาของท่านต้องการให้พวกเราตั้งใจปฏิบัติ ตั้งใจทำให้จริง มีสติสำรวมระวัง แม้เวลากินข้าว ท่านก็ให้ระวังอย่าพูดคุยกันเอะอะเสียงดัง
    “สติ” นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่จะทำให้เราได้หยุดคิดพิจารณาก่อนที่จะทำ จะพูด และแม้แต่จะคิดสิ่งใดสิ่งหนึ่งว่าสิ่งนั้นดีหรือชั่ว มีคุณประโยชน์หรือเสียหาย ควรกระทำหรือควรงดเว้นอย่างไร เมื่อยั้งคิดได้ก็จะช่วยให้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างละเอียดประณีต และสามารถกลั่นกรองเอาสิ่งที่ไม่เป็นสาระไม่เป็นประโยชน์ออกให้หมด คงเหลือแต่เนื้อที่ถูกต้องและเป็นธรรมซึ่งเป็นของควรคิด ควรพูด ควรทำแท้ ๆ


    <HR>
    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  5. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๑๘
    ธรรมะจากซองยา

    บ่อยครั้งที่หลวงปู่มักจะหยิบยกเอาสิ่งของรอบตัวท่านมาอุปมาเป็นข้อธรรมะให้ศิษย์ได้ฟังกันเสมอ
    ครั้งหนึ่ง ท่านได้อบรมศิษย์ผู้หนึ่งเกี่ยวกับการรู้เห็นและได้ธรรมว่ามีทั้งชั้นหยาบ ชั้นกลาง ชั้นละเอียด อุปมาเหมือนอย่างซองยานี่ (หลวงปู่ท่านชี้ไปที่ซองบุหรี่)
    “แรกเริ่ม เราเห็นแค่ซองของมัน ต่อมา เราจะไปเห็นมวนบุหรี่อยู่ในซองนั่น ในมวนบุหรี่แต่ละมวนก็ยังมียาเส้นอยู่ภายในอีก แล้วที่สุดจะเกิดตัวปัญญาขึ้น รู้ด้วยว่ายาเส้นนี้ทำมาจากอะไร จะเรียกว่า “เห็นในเห็น” ก็ได้ ลองไปตรองดูแล้วเทียบกับตัวเราให้ดีเถอะ”

    <HR>ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓

     
  6. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๑๙
    ธรรมะจากโรงพยาบาล

    โรงพยาบาลเป็นสถานที่บำบัดทุกข์ของมนุษย์เรา อย่างน้อย ๓ ประการ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ในพระสูตรสำคัญหลายเรื่อง คือ
    ชาติทุกข์ – ความเดือดร้อนเวลาเกิด
    ชราทุกข์ – ความเดือดร้อนเมื่อความแก่มาถึง และ
    พยาธิทุกข์ – ความเดือดร้อนในยามเจ็บไข้ได้ป่วย

    หลวงปู่เคยบอกกับผู้เขียนว่า ที่โรงพยาบาลนั่นแหละมีของดีเยอะ เป็นเหมือนโรงเรียน เวลาไปอย่าลืมดูตัวเถิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่ในนั้นหมด
    “ดูข้างนอกแล้วย้อนมาดูตัวเรา เหมือนกันไหม?”

    <HR>ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓

     
  7. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๒๐
    ของจริง ของปลอม

    เมื่อหลายปีก่อน ได้เกิดไฟไหม้ที่วัดสะแกบริเวณกุฏิตรงข้ามกุฏิหลวงปู่ แต่ไฟไม่ไหม้กุฏิหลวงปู่ เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจแก่ศิษย์และผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ งถึงขนาดมีฆราวาสท่านหนึ่งคิดว่าหลวงปู่ท่านมีพระดี มีของดี ไฟจึงไม่ไหม้กุฏิท่าน
    ผู้ใหญ่ท่านั้นได้มาที่วัดและกราบเรียนหลวงปู่ว่า
    “หลวงปู่ครับ ผมขอพระดีที่กันไฟได้หน่อยครับ”

    หลวงปู่ยิ้มก่อนตอบว่า
    “พุทธัง ธัมมัง สังฆัง ไตรสรณคมน์นี่แหละ พระดี”

    ผู้ใหญ่ท่านนั้นก็รีบบอกว่า
    “ไม่ใช่ครับผมขอพระเป็นองค์ ๆ อย่างพระสมเด็จน่ะครับ”

    หลวงปู่ก็กล่าวยืนยันหนักแน่นอีกว่า
    “ก็พุทธัง ธัมมัง สังฆัง นี่แหละมีแค่นี้ล่ะ ภาวนาให้ดี”

    แล้วหลวงปู่ก็มิได้ให้อะไร จนผู้ใหญ่ท่านนั้นกลับไป หลวงปู่จึงได้ปรารภธรรมอบรมศิษย์ที่ยังอยู่ว่า
    “คนเรานี่ก็แปลก ข้าให้ของจริงกลับไม่เอา จะเอาของปลอม”
    <HR>ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  8. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    ๒๑
    คำสารภาพของศิษย์
    เราเป็นศิษย์รุ่นปลายอ้อปลายแขม (อยู่ห่างไกล) และมีความขี้เกียจเป็นปกติ ก่อนที่เราจะไปวัด เราไม่เคยสนใจทำอะไรจริงจังยาวนาน คือเราสนใจทำจริงจังแต่ก็ประเดี๋ยวเดียว เมื่อเราได้ไปวัด ด้วยความอยากเห็นอยากรู้เหมือนที่เพื่อนบางคนเขารู้ เขาเห็น เราจึงพยายามทำ แต่มันไม่ได้ ความพยายามของเราก็เลยลดน้อยถอยลงตามวันเวลาที่ผ่านไป แต่ความอยากของเรามันไม่ได้หมดไปด้วย พอขี้เกียจหนักเข้า เราจึงถามหลวงปู่ว่า
    “หนูขี้เกียจเหลือเกินค่ะ จะทำยังไงดี”
    เราจำได้ว่าท่านนั่งเอนอยู่ พอเรากราบเรียนถาม ท่านก็ลุกขึ้นนั่งฉับไว มองหน้าเรา แล้วบอกว่า
    “ถ้าข้าบอกแกไม่ให้กลัวตาย แกจะเชื่อข้าไหมล่ะ”
    เราเงียบเพราะไม่เข้าใจที่ท่านพูดตอนนั้นเลย

    อีกครั้งหนึ่งปลอดคน เรากราบเรียนถามท่านว่า
    “คนขี้เกียจอย่างหนูนี้ มีสิทธิ์ถึงนิพพานได้หรือไม่”
    หลวงปู่ท่านนั่งสูบบุหรี่ยิ้มอยู่และบอกเราว่า
    “ถ้าข้าให้แกเดินจากนี่ไปกรุงเทพฯ แกเดินได้ไหม”
    เราเงียบแล้วยิ้มแห้ง ๆ ท่านจึงพูดต่อว่า
    “ถ้าแกกินข้าวสามมื้อ มันก็มีกำลังวังชา เดินไปถึงได้ ถ้าแกกินข้าวมื้อเดียว มันก็พอไปถึงได้แต่ช้าหน่อย แต่ถ้าแกไม่กินข้าวไปเลย มันก็คงไปไม่ถึง ใช่ไหมล่ะ”
    เรารู้สึกเข้าใจความข้อนี้ซึมซาบเลยทีเดียว แล้วหลวงปู่ท่านก็พูดต่อว่า
    “เรื่องทำม้งธรรมะอะไรข้าพูดไม่เป็นหรอก ข้าก็เป็นแต่พูดของข้าอย่างนี้แหละ”
    อรพินท์​
    <HR>ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  9. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๒๒
    ทรรศนะต่างกัน

    เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันในวงของผู้ปฏิบัติธรรม หลวงปู่ท่านได้ให้โอวาทเตือนผู้ปฏิบัติไว้ว่า “การมาอยู่ด้วยกัน ปฏิบัติด้วยกันมากเข้า ย่อมมีเรื่องกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา ตราบใดที่ยังเป็นปุถุชนคนธรรมดาอยู่ ทิฏฐิความเห็นย่อมต่างกัน ขอให้เอาแต่ส่วนดีมาสนับสนุนกัน อย่าเอาเลวมาอวดกัน การปรามาสพระก็ดี การพูดจาจาบจ้วงในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือท่านที่มีศีลมีธรรมก็ดี จะเป็นกรรมติดตัวเราและขัดขวางการปฏิบัติธรรมในภายหน้า ดังนั้นหากเห็นใครทำความดี ก็ควรอนุโมทนายินดีด้วย แม้ต่างวัดต่างสำนักหรือแบบปฏิบัติต่างกันก็ตาม”
    ไม่มีใครผิดหรอก เพราะจุดมุ่งหมายต่างก็เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์เช่นกัน เพียงแต่เราจะทำให้ดี ดียิ่ง ดีที่สุด

    ขอให้ถามตัวเราเองเสียก่อนว่า... แล้วเราล่ะถึงที่สุดแล้วหรือยัง?
    <HR>
    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  10. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๒๓
    อุเบกขาธรรม

    เรามักจะเห็นการกระทำที่เป็นคำพูดและการแสดงออกอยู่บ่อย ๆ ส่วนการกระทำที่เป็นการนิ่ง ที่เรียกว่ามีอุเบกขานั้นมักไม่ค่อยได้เห็นกัน
    ในเรื่องการสร้างอุเบกขาธรรมขึ้นในใจนั้น ผู้ปฏิบัติใหม่เมื่อได้เข้ามารู้ธรรม เห็นธรรม ได้พบเห็นสิ่งแปลก ๆ และคุณค่าของพุทธศาสนา มักเกิดอารมณ์ความรู้สึกว่า อยากชวนคนมาวัดมาปฏิบัติให้มาก ๆ โดยลืมดูพื้นฐานจิตใจของบุคคลที่กำลังจะชวนว่าเขามีความสนใจมากน้อยเพียงใด
    หลวงปู่ท่านบอกว่า
    “ให้ระวังให้ดีจะเป็นบาป เปรียบเสมือนกับการจุดไฟไว้ตรงกลางระหว่างคน ๒ คน ถ้าเราเอาธรรมะไปชวนเขา เขาไม่เห็นด้วย ปรามาสธรรมนี้ซึ่งเป็นธรรมของพระพุทธเจ้าก็เท่ากับเราเป็นคนก่อ แล้วเขาเป็นคนจุดไฟ... บาปทั้งคู่เรียกว่า เมตตาจะพาตกเหว”
    แล้วท่านยกอุทาหรณ์สอนต่อว่า
    “เหมือนกับมีชายคนหนึ่งตกอยู่ในเหวลึก มีผู้จะมาช่วยคนที่ ๑ มีเมตตาจะมาช่วย เอาเชือกดึงขึ้นจากเหว ดึงไม่ไหวจึงตกลงไปในเหวเหมือนกัน คนที่ ๒ มีกรุณามาช่วยดึงอีกก็ตกลงเหวอีก คนที่ ๓ มีมุทิตามาช่วยดึงอีกก็พลาดตกเหวอีกเช่นกัน คนที่ ๔ สุดท้าย เป็นผู้มีอุเบกขาธรรม เห็นว่าเหวนี้ลึกเกินกว่ากำลังของตนที่จะช่วย ก็มิได้ทำประการใด ทั้ง ๆ ที่จิตใจก็มีเมตตาธรรมที่จะช่วยเหลืออยู่ คนสุดท้ายนี้จึงรอดชีวิตจากการตกเหวตาย เพราะอุเบกขาธรรมนี้แล”



    <HR>

    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  11. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๒๔
    ให้รู้จักบุญ

    การทำบุญทำกุศลนั้น โปรดอย่านึกว่าจะต้องหอบข้าวหอบของไปใส่บาตรที่วัดทุกวัน หรือบุญจะเกิดได้ก็ต้องทอดกฐินสร้างโบสถ์ สร้างศาลา และอื่น ๆ อย่างที่เขาโฆษณา ขายบุญกัน ทั้งทางวิทยุ หนังสือพิมพ์ และใบเรี่ยไรกันเกลื่อนกลาด จนรู้สึกว่าจะต้องเป็นภาระที่ต้องบริจาคเมื่อไปวัดหรือสำนักนั้น ๆ เป็นประจำ
    บทสวดมนต์ชื่อพระพุทธชัยมงคลคาถา ที่ขึ้นต้นด้วย “พาหุง...” มีอยู่ท่อนหนึ่ง ซึ่งกล่าวถึงพระพุทธเจ้าทรงชนะมารคือกิเลส ว่า
    “ทานาทิธัมมวิธินา ชิตวา มุนินโท” แปลว่า
    “พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นจอมปราชญ์ ทรงชนะมารคือ กิเลส ด้วยวิธีบำเพ็ญบารมีธรรม คือ ความดี มีการบริจาคทาน เป็นต้น”

    พระพุทธเจ้าทรงสอนการทำบุญทำกุศล ด้วยการให้ทาน รักษาศีล และสวดมนต์เจริญสมาธิภาวนา ให้ทานทุกครั้ง ให้ทำลายความโลภ คือ กิเลสทุกครั้ง รักษาศีล เจริญภาวนาเพื่อทำลายความโลภ ความเห็นแก่ตัวให้ใจสะอาด ใจไม่เศร้าหมอง มองเห็นบาปบุญคุณโทษได้ทุกครั้ง ทำได้ดังนี้ จึงชื่อว่าทำตามพระพุทธเจ้า

    <HR>
    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  12. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๒๕
    อุบายวิธีทำความเพียร

    ครั้งหนึ่งที่ได้สนทนาปัญหาธรรมกับหลวงปู่ ท่านเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า เขามาถามปัญหาข้า ข้าก็ตองไม่ได้อยู่ปัญหาหนึ่ง
    ผู้เขียนเรียนถามท่านว่า “ปัญหาอะไรครับ”
    ท่านเล่าว่า “เขาถามว่า ขี้เกียจ (ปฏิบัติ) จะทำอย่างไรดี”

    หลวงปู่หัวเราะ ก่อนที่จะตอบต่อไปว่า
    “บ๊ะ ขี้เกียจก็หมดกัน ก็ไม่ต้องทำซิ”
    สักครู่ท่านจึงเมตตาสอนว่า
    “หมั่นทำเข้าไว้... ถ้าขี้เกียจให้นึกถึงข้า ข้าทำมา ๕๐ ปี อุปัชฌาย์ข้าเคยสอนไว้ว่า ถ้าวันไหนยังกินข้าวอยู่ ก็ต้องทำ วันไหนเลิกกินข้าวนั่นแหละถึงไม่ต้องทำ”



    <HR>
    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓

     
  13. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๒๖
    พระเก่าของหลวงปู่

    สำหรับพระเครื่องแล้ว พระสมเด็จวัดระฆังฯ เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักเลงพระว่า เป็นของหายากและมีราคาแพง ใครได้ไว้บูชานับเป็นมงคลอย่างยิ่ง
    หลวงปู่ได้สอนว่า การนับถือพระเช่นนี้เป็นสิ่งที่ดี แต่เป็นดีภายนอก มิใช่ดีภายใน ท่านบอกว่า “ให้หาพระเก่าให้พบ นี่ซิของแท้ของดีจริง”
    ผู้เขียนเรียนถามท่านว่า “พระเก่าหมายความว่าอย่างไรครับ”
    ท่านว่า “ก็หมายถึงพระพุทธเจ้าน่ะซิ นั่น ท่านเป็นพระเก่า พระโบราณ พระองค์แรกที่สุด”

    <HR>
    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  14. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๒๗
    ข้อควรคิด

    การไปวัด ไปไหว้พระ ตลอดจนการสนทนาธรรมกับท่าน สมควรที่จะต้องมีความตั้งใจและเตรียมให้พร้อมที่จะรับธรรมจากท่าน มิฉะนั้นก็อาจเกิดเป็นโทษได้ ดังเรื่องต่อไปนี้...
    ปกติของหลวงปู่ท่านมีความเมตตาอบรมสั่งสอนศิษย์และสนทนาธรรมกับผู้สนใจตลอดมา วันหนึ่งมีผู้มากราบนมัสการท่านและเรียนถามปัญหาต่าง ๆ จากนั้นจึงกลับไป
    หลวงปู่ท่านได้ยกเป็นคติเตือนใจให้ผู้เขียนฟังว่า “คนที่มาเมื่อกี๊หากไปเจอพระดีล่ะก็ลงนรก ไม่ไปสวรรค์ นิพพานหรอก”
    ผู้เขียนจึงเรียนถามท่านว่า “เพราะเหตุไรครับ”
    ท่านตอบว่า “ก็จะไปปรามาสพระท่านน่ะซี ไม่ได้ไปเอาธรรมจากท่าน”
    หลวงปู่เคยเตือนพวกเราไว้ว่า “การไปอยู่กับพระอรหันต์ อย่าอยู่กับท่านนาน เพราะเมื่อเกิดความมักคุ้นแล้ว มักทำให้ลืมตัว เห็นท่านเป็นเพื่อนเล่น คุยเล่นหัวท่านบ้าง ให้ท่านเหาะให้ดุบ้าง ถึงกับออกปากใช้ท่านเลยก็มี การกระทำเช่นนี้ ถือเป็นการปรามาสพระ ลบหลู่ครูอาจารย์ และเป็นบาปมาก ปิดกั้นทางมรรค ผล นิพพานได้ จึงขอให้พวกเราสำรวมระวังให้ดี”


    <HR>
    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  15. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๒๘
    ไม่พยากรณ์

    เกี่ยวกับเรื่องปฏิบัติธรรมแล้วจะได้สำเร็จมรรคผลนิพพานหรือไม่ เคยมีพระภิกษุท่านหนึ่งได้มากราบนมัสการและเรียนถามหลวงปู่ว่า
    “หลวงปู่ครับ กระผมจะได้สำเร็จหรือไม่ หลวงปู่ช่วยพยากรณ์ทีครับ”

    หลวงปู่นิ่งสักครู่ก่อนตอบว่า
    “พยากรณ์ไม่ได้”


    พระภิกษุรูปนั้นได้เรียนถามต่อว่า
    “เพราะเหตุไรหรือครับ”

    หลวงปู่จึงตอบว่า
    “ถ้าผมบอกว่าท่านจะได้สำเร็จ แล้วท่านเกิดประมาทไม่ปฏิบัติต่อมันจะสำเร็จได้อย่างไร และถ้าผมบอกว่าท่านจะไม่สำเร็จ ท่านก็คงจะขี้เกียจและละทิ้งการปฏิบัติไป นิมนต์ท่านทำต่อเถอะครับ”


    <HR>
    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  16. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๒๙
    จะตามมาเอง

    หลายปีมาแล้ว มีพระภิกษุรูปหนึ่ง ได้มาบวชปฏิบัติธรรมอยู่วัดสะแก ก่อนที่จะลาสิกขาเข้าสู่เพศฆราวาส ท่านได้นัดแนะกับเพื่อนพระภิกษุที่จะสึกด้วยกัน ๓ องค์ว่า เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนสึกพวกเราจะไปกราบขอให้หลวงปู่พรมน้ำมนต์และให้พร

    ท่านได้เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า
    ขณะที่หลวงปู่พรมน้ำมนต์ ให้พรอยู่นั้น ท่านก็นึกอธิษฐานอยู่ในใจว่า “ขอความร่ำรวยมหาศาล ขอลาภขอผลพูนทวี มีกินมีใช้ ไม่รู้หมด จะได้แบ่งไปทำบุญมาก ๆ”
    หลวงปู่หันมามองหน้าหลวงพี่ที่กำลังคิดละเมอเพ้อฝันถึงความร่ำรวยนี้ ก่อนที่จะบอกว่า
    “ท่าน... ที่ท่านคิดน่ะมันต่ำ คิดให้มันสูงไว้ไม่ดีหรือ แล้วเรื่องที่ท่านคิดน่ะจะตามมาทีหลัง”


    <HR>
    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  17. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    [​IMG]
    ๓๐
    แนะวิธีวางอารมณ์

    หากถามว่าคำสอนหลวงปู่ที่เกี่ยวกับการดูจิต นั้นเป็นอย่างไร
    ศิษย์หลายคนคงตอบตรงกันว่า เกือบทุกครั้งเวลาที่กราบลาหลวงปู่ก่อนกลับบ้าน มักจะได้ยินท่านพูดบ่อย ๆ "หมั่นทำเข้าไว้ ให้ดูจิต รักษาจิต” เป็นถ้อยคำสั้น ๆ ๓ คำ ที่เป็นกำลังใจ เป็นการเตือนสติ และเป็นการสอนให้คิด ในเวลาเดียวกัน

    ครั้งหนึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสกราบขอคำแนะนำจากหลวงปู่ว่า จะดูจิตรักษาจิตอย่างไร
    ท่านได้เมตตาขยายความให้ฟังว่า “ตอนที่พระอัสสชิแสดงธรรมกับพระสารีบุตรก่อนบวช ที่ว่า เย ธัมมา... แกลองไปตรองดูให้ดี ท่านสอนให้เห็นเหตุกับผล ให้แก้ต้นเหตุ ถ้าเหตุดับ ผลก็ดับ มีแค่นี้”
    ผู้เขียนมาสรุปภายหลังได้ว่า ท่านสอนให้ดูจิตและรักษาจิตควบคู่กันไป การจะดูจิตได้ต้องอาศัยสติฉันใด การจะรักษาจิตได้ก็ต้องอาศัยปัญญาฉันนั้น ปัญญาเกิดจากการฟัง ปัญญาเกิดจากการคิด และปัญญาเกิดจากการภาวนา “ดูจิตและรักษาจิต” จึงเป็นคำที่ไม่ควรแยกจากกัน เหมือนคำว่า สติกับปัญญา เมื่อประกอบกันเป็นสติปัญญา แล้วก็สามารถเห็นเหตุเห็นผล และดับที่ต้นเหตุได้ ปัญหาก็หมดไป

    <HR>
    ที่มาจากหนังสือ "ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"

    ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ ๓ : ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓
     
  18. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    “เวลาปฏิบัติ พอจะได้ดีหน่อย มันอยากจะพูด อยากจะเล่าให้ใครฟัง จริงไหมล่ะแก ข้ารู้ ข้าก็เคยเป็นมา” หลวงปู่ท่านกล่าว แล้วเล่าเรื่องเป็นอุทาหรณ์ว่า
    “มีพระองค์หนึ่งปฏิบัติจิตสงบดี แล้วเกิดนิมิตเห็นพระพุทธเจ้านับร้อยองค์เดินเข้ามาหา ท่านมีความปีติเอิบอิ่มยินดีมาก อยากจะเล่าให้หมู่เพื่อนฟัง ตอนเช้าจึงเล่าผลการปฏิบัติของตนให้หมู่เพื่อนทราบ ผลปรากฏว่าพระรูปนั้นทำสมาธิอีกเป็นเดือนก็ยังไม่ปรากฏจิตสงบดีถึงระดับที่เคยนั้นเลย”
    ถึงตรงนี้ ท่านสั่งเลยว่า
    “แกจำไว้เลยนะ คนที่ทำเป็น เขาไม่พูด คนที่พูดนั่นยังทำไม่เป็น”
     
  19. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    สำหรับผู้ปฏิบัติแล้ว คำดุด่าว่ากล่าวของครูอาจารย์ นับเป็นเรื่องสำคัญและมีคุณค่ายิ่ง หากครูบาอาจารย์เมินเฉยไม่ดูด่าว่ากล่าวก็เหมือนเป็นการลงโทษ
    ผู้เขียนเคยถูกหลวงปู่ดุว่า
    “แกยังเชื่อไม่จริง ถ้าเชื่อจริง พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ต้องเชื่อและยอมรับพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง แทนที่จะเอาความโลภมาเป็นที่พึ่ง เอาความโกรธมาเป็นที่พึ่ง เอาความหลงมาเป็นที่พึ่ง”
    หลวงปู่ท่านกล่าวกับผู้เขียนว่า
    “โกรธ โลภ หลง เกิดขึ้นให้ภาวนา แล้วโกรธ โลภ หลงจะคลายลง ข้ารับรอง ถ้าทำแล้วไม่จริง ให้มาด่าข้าได้”
     
  20. Pongpat86

    Pongpat86 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,430
    ค่าพลัง:
    +4,730
    ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่มักจะไม่พอใจในผลการปฏิบัติของตน โดยที่มักจะขาดการไตร่ตรองว่าสาเหตุนั้นเป็นเพราะอะไร ดังที่เคยมีลูกศิษย์คนหนึ่งของหลวงปู่ ได้มานั่งบ่นให้ท่านฟังในความอาภัพอับวาสนาของตนในการภาวนาว่า ตนไม่ได้รู้ไม่ได้เห็นสิ่งต่าง ๆ ภายใน มีนิมิตภาวนา เป็นต้น ลงท้ายก็ตำหนิว่า ตนนั้นไม่มีความรู้อรรถรู้ธรรมและความดีอะไรเลย
    หลวงปู่นั่งฟังอยู่สักครู่ ท่านจึงย้อนถามลูกศิษย์จอมบี้บ่นผู้นั้นว่า “แกแน่ใจหรือว่าไม่มีอะไรดี แล้วก็รู้จักพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์หรือเปล่า”
    ลูกศิษย์ผู้นั้นนิ่งอึ้งสักครู่จึงตอบว่า “รู้จักครับ”
    หลวงปู่จึงกล่าวสรุปว่า “เออ นั่นซี แล้วแกทำไมจึงคิดว่าตัวเราไม่มีดี”
    นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึงความเมตตาของท่าน ที่หาทางออกทางปัญญาให้ศิษย์ผู้กำลังท้อถอยด้อยความคิด และตำหนิวาสนาตนเอง หากปล่อยไว้ย่อมทำให้ไม่มีกำลังใจในการปฏิบัติเพื่อผลที่ควรได้แห่งตน
     

แชร์หน้านี้

Loading...