**ขอใจ ** ร่วมสร้างวิหาร หลวงปู่พวง วัดน้ำพุสามัคคี เทพเจ้าแห่งเทือกเขารัง ▇ █ █

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย pipat_san, 21 ตุลาคม 2011.

  1. เด็กวังแดง

    เด็กวังแดง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    618
    ค่าพลัง:
    +3,405
    น้อมกราบหลวงปู่
     
  2. ่JHON_FON

    ่JHON_FON เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 เมษายน 2010
    โพสต์:
    341
    ค่าพลัง:
    +1,549
    รอติดตามครับพี่เขาน้อย
     
  3. c98

    c98 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    519
    ค่าพลัง:
    +2,302
    กราบหลวงปู่
    รอติดตาม
     
  4. วัดท่าสมอ

    วัดท่าสมอ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    621
    ค่าพลัง:
    +1,948
    รอจองเหรียญรุ่นแรกครับ
     
  5. wee3250

    wee3250 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2007
    โพสต์:
    6,714
    ค่าพลัง:
    +5,871
    มากราบหลวงปู่ครับ
    กราบ กราบ กราบ
     
  6. clubo

    clubo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 พฤศจิกายน 2011
    โพสต์:
    402
    ค่าพลัง:
    +734
    มารอติดตามด้วยคนครับ...
     
  7. totum

    totum เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 พฤษภาคม 2011
    โพสต์:
    285
    ค่าพลัง:
    +508
    กราบ กราบ กราบ หลวงปู่พวง ครับ
     
  8. เด็กชลฯ

    เด็กชลฯ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2011
    โพสต์:
    67
    ค่าพลัง:
    +234
    จองด้วยคนครับรอติดตาม
     
  9. prapapa

    prapapa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    223
    ค่าพลัง:
    +977
    หลวงปู่พวงทำนายทายทักผมแม่นยำมากครับ หลวงปู่พูดบ่อยๆว่าอยู่อีกไม่นานจะไปแดนที่ไม่มีการเกิดอีกฟังแล้วงงๆครับ
     
  10. HONDA_FEENO

    HONDA_FEENO เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    331
    ค่าพลัง:
    +1,398
    ยังติดตามอยู่นะครับเปิดจองอย่าลืมน้องคนนี้
     
  11. รัช

    รัช เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มกราคม 2007
    โพสต์:
    544
    ค่าพลัง:
    +2,568
    แดนที่ไม่เกิด คือ พระนิพพาน ครับ เป็นที่ ของพระอรหันต์ ครับ
     
  12. พระมุนี

    พระมุนี สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2011
    โพสต์:
    18
    ค่าพลัง:
    +4
    ถูกต้องแล้วหากใครมีโอกาศได้ทำบุญกับพระอรหันต์ถือลาภกับตนเองเหลือเกินโยม
    เจริญพร
     
  13. พระมุนี

    พระมุนี สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2011
    โพสต์:
    18
    ค่าพลัง:
    +4
    อาตมาขอแนะนำพระอรหันต์ บวชก่อนผู้อื่นเป็นคนแรก
    เจริญพร



    พระอัญญาโกณฑัญญะ
    <O:p</O:p
    [​IMG]

    พระเถระผู้เป็นผู้รู้ราตรีนาน (บวชก่อนผู้อื่นเป็นคนแรก)
    <O:p</O:p
    เดิมชื่อ โกณฑัญญะ เป็นบุตรพราหมณ์มหาศาล ในบ้านโทณวัตถุใกล้ กรุงกบิลพัสดุ์ เมื่อเจริญวัยได้ศึกษาเล่าเรียนจนจบไตรเพทและเรียนรู้ลักษณะมนต์ (ทำนายลักษณะคน) เป็นพราหมณ์หนุ่มที่สุดในคณะ 108 พราหมร์ เป็น 1 ใน 8 พราหมณ์ ที่ได้เข้าถวายทำนายพระลักษณะของเจ้าชายสิทธัตถะจากการคัดเลือกและเป็นผู้ทำนายว่า เจ้าชายสิทธัตถะจะทรงเสด็จออกบรรพชาอุปสมบทเป็นศาสดาเอกของโลก หลังจากนั้นท่านจึงได้ออกบวชเพื่อรอคอยการตรัสรู้ของเจ้าชายสิทธัตถะพร้อมกับเพื่อนนักบวชอีก 4 คนท่านเป็นหัวหน้ากลุ่มปัญจวัคคีย์ ภายหลังท่านได้รับฟังพระธรรมเทศนาชื่อธัมมจักกัปปวัตตนสูตรจากพระบรมศาสดาได้ดวงตาเห็นธรรม (บรรลุพระโสดาบัน) พระบรมศาสดาจึงได้ทรงเปล่งพระวาจาว่าอัญญาสิ วตโภ โกณฑัญโญ ซึ่งแปลว่า โกณทัญญะรู้แล้วหนอ อัญญาแปลว่ารู้ ท่านจึงมีคำนำหน้าชื่อว่า อัญญา ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ท่านได้กราบทูลขอบรรพชาอุปสมบท ครั้นต่อมา พระบรมศาสดาได้ทรางแสดงพระธรรมเทศนาให้ท่านและกลุ่มปัญจวัคคีย์ฟังชื่อว่า อนัตตลักขณสูตร จบพระธรรมเทศนาท่านและคณะจึงได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ เป็นคณะแรกที่ออกไปเผยแผ่พระศาสนาต่อมาท่านจึงได้ทูลลาพระบรมศาสดาไปอยู่ป่าช้างฉัททันต์แดนหิมพานต์ ได้ 12 ปี จึงดับขันธ์นิพพาน

    <O:p</O:p
    พระสารีบุตรเถระ<O:p</O:p
    พระเถระผู้เป็นอัครสาวกเบื้องขวา ผู้เลิศด้านมีปัญญามาก

    <O:p [​IMG]
    </O:p
    นามเดิม อุปติสสะ เป็นบุตรของพราหมณ์วังคันตะและนางสารีพราหมณี ท่านเป็นบุครคนโตในบรรดาพี่น้อง 7 คน ซึ่งอยู่ ณ ตำบลนาลันทา ใกล้กรุงราชคฤห์ มีสหายรักชื่อ โกลิตะ ต่อมาได้เกิดความเบื่อหน่ายและสลดสังเวชในความไม่เที่ยงแท้ของชีวิต ชักชวนกันบวชในลัทธิของสัญชัย ปริพาชกเจ้าลัทธิ เจ้าลัทธิสมัยนั้น แต่ต่อมาเห็นว่าไม่เป็นแก่นสาร จึงแยกย้ายไปเพื่อแสวงหาโมกขธรรมและทำกติกากันว่าใครได้พบธรรมอันวิเศษก่อนให้มาแจ้งแก่กัน วันหนึ่งท่านพบพระอัสสชิและฟังพระธรรมเทศนาจากท่านแล้วบรรลุเป็นพระโสดาบันจึงมาแจ้งแก่สหายโกลิตะ หลังจากฟังพระธรรมเทศนา โกลิตะก็ได้ดวงตาเห็นธรรมเช่นกัน จึงชักชวนกันเพื่อไปเข้าเผ้าพระบรมศาสดา และกราบทูลขอบรรพชาอุปสมบทหลังจากท่านบวชแล้ว 15วัน ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ขณะถวายงานพัดแด่พระพุทธเจ้าซึ่งกำลังทรงแสดงพระธรรมเทศนา ชื่อเวทนาปริคคหสูตร แก่ฑีฆนขอัคคิเวสนโคตร (บุรุษผู้ไว้เล็บยาว) ผู้ที่เป็นหลานชายของท่าน ณ ถ้ำสุกรขาตาเชิงภูเขาคิฌกูฏท่านเป็นผู้มีปัญญามาก เป็นภิกษุตราชูมาตรฐาน (สาวกแบบอย่าง) ท่านนิพพานด้วยโรคปักขันธิการพาธ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ที่บ้านเกิดของท่านหลังจากโปรดมารดาให้เข้าถึงซึ่งพระรัตนตรัยและโยมมารดาได้บรรลุพระโสดาบัน ขณะท่านแสดงธรรม


    <O:pพระมหาโมคคัลลานะเถระ<O:p</O:p
    พระเถระผู้เป็นอัครสาวกเบื้องซ้าย เลิศด้านเป็นผู้มีฤทธิ์มาก

    [​IMG] [​IMG] [​IMG]

    <O:p</O:pนามเดิม โกลิตะ เป็นบตุรพราหมณ์นายบ้าน ชื่อโกลิตคาม มารดาชื่อนางโมคคัลลีพราหมณีเป็นสหายกับอุปติสสมาณพ ภายหลังได้ฟังธรรมที่อุปติสสมาณพนำมาบอก ได้บรรลุเป็นพระโสดาบันจึงชวนกันออกบวชในสำนักของพระบรมศาสดา หลังจาก 7 วัน ทำความเพียรอยู่ที่ป่าใกล้บ้านกัลลวาลมุตคาม เขวงมคธ ถูกถีนมิทธารมณ์ (ความง่วง) เข้าครอบงำพระบรมศาสดาจึงทรงแนะนำอุบายให้ต่อมาจึงได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ภายหลังได้ช่วยงานเผยแผ่พระศาสนาได้มากมาย เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่มีฤทธิ์มาก คนที่ยังไม่เลื่อมใสก็กลับใจมานับถือพระพุทธศาสนาทำให้ลาภสักการะของเจ้าลัทธิต่างๆ ค่อยๆ หมดไป ด้วยประชาชนต่างหันมานับถือพระพุทธศาสนามากขึ้นในปัจฉิมกาลขณะที่ท่านพักอยู่ที่กาฬศิลาเจ้าลัทธิต่างๆ จึงได้ว่าจ้างให้โจรมาทำร้ายท่าน แต่ท่านก็สามารถหลบหนีได้ พอวาระที่ 3 ได้พิจารณาด้วยญาณว่าเป็นบุพกรรมเก่าที่ได้กระทำมาในครั้งอดีตต่อบิดามารดาจึงยอมให้โจรทำร้ายท่านด้วยการทุบจนร่างกายแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี จนแน่ใจว่าท่านตายแล้วจึงนำร่างของท่านไปทิ้งแล้วพากันหลบหนีไป ท่านจึงประสานร่างกายด้วยกำลังของฤทธิ์ แล้วเหาะไปเข้าเฝ้าพระบรมศาสดากราบทูลลานิพพาน พระบรมศาสดาจึงให้ท่านแสดงธรรมครั้งสุดท้ายแก่พระภิกษุสงฆ์ก่อนเข้านิพพาน ท่านได้เหาะขึ้นไปแสดงพระธรรมเทศนาบนอากาศ แล้วเหาะกลับมานิพพาน ณ กาฬศิลาตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 12 หลังจากที่พระสารีบุตรได้นิพพานได้ 15 วัน<O:p</O:p
    </O:p

    พระสันตติมหาอำมาตย์<O:p</O:p
    ผู้บรรรุเป็นพระอรหันต์ขณะดำรงเพศเป็นฆราวาส

    [​IMG]
    <O:p</O:pท่านเป็นมหาอำมาตย์ของพระเจ้าปเสนทิโกศล เป็นบุตรของพราหมณ์ที่รับราชการในราชสำนักแต่ครั้งก่อน ไม่ปรากฏนามบิดาและมารดา ซึ่งต่อมาก็ได้รับราชการจนกระทั่งได้รับตำแหน่งเป็นมหาอำมาตย์ครั้นต่อมาเกิดมีโจรก่อความวุ่นวาย ท่านจึงรับอาสาไปปราบ เมื่อปราบโจรราบคาบเสร็จแล้วพระราชาโปรดประทานรางวัฃให้ครองราชย์สมบัติ 7 วัน และประทานหญิงงามให้ 1 คน ท่านจึงได้เสวยราชสมบัติความความสุขอย่างเต็มที่ ครั้นพอถึงวันที่ 7 หญิงงามคนที่ได้ปรนนิบัติท่านได้เกิดตายด้วยโรคปัจจุบัน (โรคลม) เพราะร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ท่านมีความเสียใจมาก จึงได้มาเข้าเฝ้าสมเด็จพระบรมศาสดาพระองค์จึงทรงแสดงพระธรรมเทศนาถึงความไม่แน่นอนของสังขารตามกฎของไตรลักษณ์ จบพระธรรมเทศนาท่านได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ แต่ท่านก็หยั่งรู้ด้วยญาณว่าไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก จึงกราบทูลลาพระบรมศาสดา แล้วเหาะขึ้นไปบนอากาศเข้าเตโชธาตุ ให้ไฟเผาร่างกายคงเหลือแต่พระธาตุสีขาวดังดอกมะลิลอยลงมา แล้วเข้าสู่นิพพาน
    <O:p</O:p
    พระอานนท์เถระ<O:p</O:p
    พระเถระผู้เป็นเลิศด้านเป็นผู้มีพหูสูต มีสติ มีคติ มีความเพียร และเป็นพุทธอุปัฏฐาก

    [​IMG]

    <O:p</O:pเป็นพระโอรสของพระเจ้าสุกโธทนะ พระอนุชาของพระเจ้าสุทโธทนะ ซึ่งเป็นพระราชบิดาของพระบรมศาสดา พระมารดาชื่อพระงานกีสาโคตรมี นับตามศากยะวงศ์ท่านเป็พระอนุชาของพระบรมศาสดาท่านออกบรรพชาอุปสมบทเหมือนกับพระญาติทั้งหลาย ภายหลังออกบวชท่านได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระปุณณมันตานีบุตร ได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน ต่อมาท่านได้รับเลือกเป็นพระพุทธอุปัฏฐากซึ่งท่านเองก็ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ขาดตกบกพร่องด้วยความละเอียดรอบคอบ กล่าวกันว่าก่อนที่ท่านจะจำวัดท่านต้องถือคบเพลิงเดินตรวจพระคันธกุฎีของพระบรมศาสดาให้แน่ใจเสียก่อนว่าปลอดภัย จึงจะจากไปพระบรมศาสดาทรงยกย่องพระอานนท์ว่า ท่านไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้อยกว่าพุทธอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าพระองค์ใดเลย ภายหลังพระบรมศาสดาเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ท่านจึงได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ก่อนการทำสังคายนาพระไตรปิฎก ในขณะที่อยู่ในอิริยาบถ 4 ท่านมีอายุมากถึง 120 ปี จังได้ดับขันธ์นิพพานอยู่บนอากาศระหว่างแม่น้ำโรหิณี ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันมิให้พระญาติทั้งสองฝ่ายของท่านแย่งอัฐิธาตุ โดยอธิษฐานให้พระอัฐิแยกเป็น 2 ส่วนลอยตกลงไปให้ญาติทั้งสองฝ่าย

    <O:p</O:p

    พระปุณณเถระ (พระปุณณสุนาปรันตเถระ)<O:p</O:p
    พระเถระผู้สั่งสมบุญบารมีมามาก

    [​IMG]

    <O:p</O:pเป็นบุตรของพ่อกล่อมและแม่กุล ในตระกูลคฤหบดี เกิดที่ท่าเรือสุปารกะ ในสุนาปรันตชนบท (ประเทศไทยในปัจจุบัน) ครั้นเมื่อเจริญวัยได้ช่วยบิดาและมารดา ด้วยเพราะทางบ้านมีอาชีพค้าขายต่อมาได้ไปค้าขายที่อินเดีย ได้ฟังพระธรรมเทศนาจากพระบรมศาสดาที่กรุงสาวัตถี บังเกิดความเลื่อมใสจึงได้ทูลขออุปสมบท ครั้นเมื่อบวชได้ 3 พรรษา จึงใคร่กลับมาที่บ้านเกิด จึงขอเข้าเฝ้าและขอประทานโอวาทย่อๆ (จึงเกิดพระปุณโณวาทสูตรในพระไตรปิฎก) ภายหลังกลับมาก็ได้บำเพ็ญเพียรจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ แล้วจึงชักชวนญาติของท่านบำเพ็ญบุญ โดยกราบทูลเชิญพระบรมศาสดาและพระสาวกจำนวน 499 รูป ครั้นเมื่อได้ถวายภัตตาหารแล้ว พระบรมศาสดาก็ได้ทรงทำนายว่า ดินแดนแห่งนี้ต่อไปจะมีชื่อเรียกว่า สุวรรณภูมิ พระพุทธศาสนาจะมาเจริญ ณ ดินแดนนี้ และยังทรงเสด็จไปโปรดสัจจะพันธ์ฤาษีจนได้ดวงตาเห็นธรรม ทั้งยังขอประทานรอยพระพุทธบาทไว้ด้วย เพื่อไว้สักการบูชา แล้วจึงเสด็จกลับปัจจุบันก็คือรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี จึงนับได้ว่าท่านเป็นผู้นำพระศาสนาเข้ามาในประเทศไทยยุคแรกๆ และยังเป็นพระอรหันต์รูปแรกของประเทศไทย ท่านดำรงขันธ์ช่วยงานพระศาสนานานพอควรจึงดับขันธ์นิพพาน<O:p</O:p
    <O:p</O:p
    <O:p</O:p
    พระอุตตรเถระ<O:p</O:p
    พระผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ชาวสุวรรณภูมิ

    [​IMG]

    <O:p</O:pท่านเป็นพระธรรมทูตที่พระเจ้าอโศกมหาราช ส่งมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิเมื่อ พ.ศ.235 คณะของท่านมี 5 รูป คือ พระโสณะ พระอุตตระ พระฌานียะ พระภูริยะ และพระมูนียะท่านได้มาพักที่ช้างค่อม นครศรีธรรมราช เทศน์พรหมชาลสูตร และได้วางพิธีอุปสมบทญัตติจตุตถกรรมวาจาโดยการใช้อุทุกเขปสีมาหรือสีมาน้ำ ได้วางพิธีการสวดปาฏิโมกข์ อุโบสถกรรม ปวารณากรรม ได้วางเพศแม่ชีไทย โดยถือแบบพระสากิยานี ต้นแบบของพระภิกษุณี เมื่อพระเจ้าโลกละว้า ให้มนขอมพิสสณุขอมเฉย ขอมสอน ขอมเมือง สร้างวัดมหาธาตุ ท่านได้วางพิธีกำหนดนิมิตผูกพันธสีมา พ.ศ.238 เดือน 5 ขึ้น 15 ค่ำ ท่านให้ขอมปั้นพระพุทธรูปด้วยปูนขาวเป็นประธานในโรงพิธี ได้วางวิธีการกราบการสวดมนต์ไหว้พระ ได้วางพิธีกฐิน และการถือธุดงค์ แบบการสร้างพระพุทธรูปต่างๆ มีในสมัยนั้นมีการสร้างล้อเกวียนประดิษฐ์เป็นธรรมจักร พระธรรมกับมิมิค หรือสัตว์เนื้อเป็นกวางบ้าง เป็นฟานบ้างอันเป็นการบ่งบอกหรือเป็นเครื่องหมายของดินแดนสุวรรณภูมิ

    เชิญชมภาพพระอรหันตธาตุในสมัยปัจจุบันตามลิ้งค์ข้างล่าง
    <O:p
    Ç?Ҿ?Ð̓ˑ???ҵ؊?»Ѩ?غѹ</O:p
     
  14. พระมุนี

    พระมุนี สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2011
    โพสต์:
    18
    ค่าพลัง:
    +4
    สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี
    “นิพพาน คือว่างจากกิเลส จิตวิญญาณของพระอรหันต์ไม่สูญ ที่วิญญาณสูญนั่นคือวิญญาณในขันธ์ ๕ เท่านั้น “
    สมเด็จพระสังฆราช อริยวงศาคตญาณ (แพ ติสูรเทโว)
    “สัตว์โลกยังมีอวิชชาจะเข้าใจว่าขันธ์ ๕ เป็นอัตตา เว้นเมื่อเข้าถึงอสังขตธาตุได้ความบริสุทธ์เป็นนิพพาน จะเข้าใจว่าขันธ์ ๕ เป็นอนัตตาทันที แล้วจะเห็นว่าพระนิพพานเป็นอัตตา

    หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
    “องค์สมเด็จพระบรมครูตรัสว่า …โมกขราช เรากล่าวว่า นิพพานนั้นหมายถึงกิเลสดับ และขันธ์ ๕ ดับ… พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกว่า จิตดับ

    หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต
    ” สูญในพระนิพพานมีขอบเขต สูญจากกิเลสเท่านั้น รสของพระนิพพานมีอยู่ พระนิพพาน ไม่เกิดไม่ดับไปไหน เป็นอนัตตาธรรม เราจะเอาพระนิพพานมาเป็นอนัตตา เหมือนขันธ์ ๕ และกิเลสทั้งหลายมันก็ไม่ถูก เรียกว่าแยกอนัตตาธรรมไม่ถูก”

    หลวงปู่ลี ธมมฺโร วัดอโศการาม
    โลกนิพพาน ไม่มีทั้งเกิด ไม่มีทั้งตาย กายเป็นของสูญ จิตเป็นของไม่สูญ ไม่ตาย จิตที่ดับจากกาย ย่อมหายไป เหมือนกับไฟที่ดับจากเทียน”

    พระนาคเสน มหาเถระ ผู้ตอบปัญหาพระเจ้ามิลินทราชา
    ” ผู้ที่ยังไม่ได้นิพพานก็รู้ว่านิพพานเป็นสุขเพราะได้ยินเสียงพวกได้นิพพาน.….พระพุทธเจ้ามีจริง แต่พระพุทธเจ้าปรินิพพานดับขันธ์แล้ว ไม่อาจชี้ได้ว่าอยู่ที่ไหน เหมือนเปลวไฟที่ดับแล้วก็ไม่อาจชี้ได้ว่าอยู่ที่ไหน อาจชี้ได้เพียงพระธรรมกาย ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น………นิพพานเป็นของต้องรู้ด้วยใจ พระอริยสาวกผู้ปฏิบัติชอบแล้วย่อมได้เห็นนิพพาน ด้วยใจอันบริสุทธิ์ อันสงบประณีต อันเที่ยงตรง ไม่มีเครื่องกั้นกาง อันไม่มีอามิส”

    ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านที่ได้อ่านบทความนี้หลายท่านคงเห็นแย้งกับผม เอาเป็นว่าผมมีกระทู้แนะนำให้ท่านลองศึกษาดูก่อนที่จะเชื่อแบบผม ดังกระทู้ด้านล่างครับ…
    พระนิพพาน..จากคำครูอาจารย์
    บาลีปรารภพระนิพพาน ๘ พระนิพพานไม่สูญ
     
  15. ห้องหนึ่ง

    ห้องหนึ่ง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    301
    ค่าพลัง:
    +1,409
    พระพุทธเจ้าได้ตรัสพรรณาถึงอานิสงส์ของการทำบุญ

    ทำบุญพระโสดาบัน100ครั้งไม่เท่าทำกับสกิทาคามี 1ครั้ง
    ทำบุญพระสกิทาคามี100ครั้งไม่เท่าทำกับอนาคามี 1ครั้ง
    ทำบุญพระอนาคามี100ครั้งไม่เท่าทำกับพระอรหันต์ 1ครั้ง
    ทำบุญพระอรหันต์100ครั้งไม่เท่าทำกับพระปัจเจกพุทธเจ้า 1ครั้ง
    ทำบุญพระพระปัจเจกพุทธเจ้า100ครั้งไม่เท่าทำกับพระพุทธเจ้า1ครั้ง​
     
  16. petchabon

    petchabon เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    64
    ค่าพลัง:
    +336
    กราบ กราบ กราบ หลวงปู่พวงครับ ยังไม่ได้ไปวัดเลยไม่มีอะไรมาอัพเดท
     
  17. jirayu_ok

    jirayu_ok เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    107
    ค่าพลัง:
    +441
    กราบกราบกราบหลวงปู่พวง
     
  18. prapapa

    prapapa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    223
    ค่าพลัง:
    +977
    ทราบว่ามีชนวนเก่าของหลวงพ่อทบเยอะมากงานนี้ไม่พลาดแน่นอน
     
  19. pipat_san

    pipat_san เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    17,098
    ค่าพลัง:
    +51,007
    [​IMG]


    ศิษย์หลวงพ่อทบ วัดชนแดน สืบวิชาหลวงพ่อเขียน สำนักขุนเณร ลูกศิษย์หลวงพ่ออ้วน วัดดงขุย ออกธุดงค์เจอครูดีในป่าลึก <O:p</O:p
    [FONT=Book_Akhanake]หลวงปู่พวง ฐานะวโร พระผู้เฒ่า อายุมาก พรรษากาล แห่งนครพ่อขุนผาเมือง เทพเจ้ามหาเวทเทือกเขารังศุนย์รวมใจของชาวบ้าน[/FONT]<O:p</O:p
    <O:p</O:p
    ประวัติโดยย่อ หลวงปู่พวง ฐานะวโร พระเกจิอาจารย์แห่งวัดน้ำพุ ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา<O:p</O:p
    <O:p</O:p
    หลวงปู่พวง ฐานะวโร เดิมชื่อ พวง เพชรมูล เกิดเดือน ธันวาคม พ.ศ ๒๔๖๘ โยมบิดาชื่อ นายยวง เพชรมูล โยมมารดาชื่อ นางเพิ่ม เพชรมูล หลวงปู่พวงบวชตั้งแต่เป็นสามเณร เมื่ออายุครบบวชจึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ได้ทำการอุปสมบถเมื่ออายุ 21 ปีได้ฉายา " ฐานะวโร " เนื่องจากเลื่อมใสในพระศาสนาและองค์หลวงพ่อทบ พระเกจิแห่งวัดชนแดน บิดามารดาต่างเห็นพ้องด้วยจึงอนุญาติ พระพวงขยันหมั่นเพียรศึกษาพระธรรมคำสอนด้วยจิตตั้งมั่นและได้ศึกษาสรรพวิชาไสยเวทย์จากหลวงพ่อทบ ด้วยอุปนิสัยที่เป็นผู้รักเรียนใฝ่หาความรู้ จากนั้นได้ติดตามหลวงพ่อทบไปสำนักขุนเณรได้พบหลวงพ่อเขียน สำนักขุนเณร หลวงพ่อทบได้ฝากฝังหลวงพ่อพวงไว้กับหลวงพ่อเขียน หลวงพ่อพวงได้ฝึกจิตเจริญภาวนาจนสำเร็จ จึงได้เดินทางกลับมาจำวัดที่ดงขุยได้พบหลวงพ่ออ้วน วัดดงขุย จึงได้ขอต่อวิชากับหลวงพ่ออ้วน ก่อนที่จะได้จำวัดหลวงพ่ออ้วนท่านได้ลองภูมิอยู่นานจนเห็นว่ารับได้จึงอนุญาติให้อยู่ได้เมื่อได้สรรพวิชาอาคมแล้ว หลวงพ่ออ้วนบอกให้ออกธุดงค์เข้าป่าไป หลวงปู่พวงได้ธุดงค์ไปหลายสถานที่เพื่อฝึกจิตให้แกร่ง เจอการทดลองสารพัด เมื่อเห็นที่สุดของชีวิตแล้วได้ธุดงค์มาถึงบ้านเกิด.<O:p</O:p
    <O:p</O:p
    ปัจจุบันหลวงปู่พวง ท่านสิริอายุ ๘๖ ปี ๖๕ พรรษา ได้สร้างวัดแห่งแรกคือวัดน้ำพุ เมื่อปี .ศ. 2500และทำการ สร้างวัด เมรุ ศาลา กุฏิสงฆ์ โรงเรียนวัดน้ำพุ ฯลฯ สร้างคุณาประโยชน์มากมาย พระเถระผู้ใหญ่มอบชั้นยศหลายครั้ง หลายวาระเพื่อเป็นเกียรติประวัติในการสร้างคุณประโยชน์ไว้ หลวงปู่พวงท่านขอไม่รับ ความเป็นพระใจดีมีเมตตา สรรพวิชาอาคมเข้มขลังศูนย์รวมใจของหมู่บ้าน สมถะเรียบง่ายเป็นกันเอง หลายคนถึงกับเอ่ยว่าหลวงปู่พวงเทพเจ้าเทือกเขารัง”<O:p</O:p<!-- google_ad_section_end -->







    เอาแบบนี้ใครอยากได้เหรียญรุ่นแรกหลวงปู่พวงบ้างครับ ลงชื่อด่วน รายละเอียดตอนนี้รอทางวัดแจ้งอีกครั้งครับ ^_^

    ของดีปี ๕๕ พระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณแห่งวัดน้ำพุ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 มกราคม 2012
  20. yai1981

    yai1981 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    799
    ค่าพลัง:
    +3,359
    ลงชื่อคนแรกเลยครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...