เรื่องเด่น ก่อนที่จิตดวงสุดท้ายจะดับลง สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม.

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 18 มกราคม 2020.

  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,404
    กระทู้เรื่องเด่น:
    366
    ค่าพลัง:
    +59,875
    ?temp_hash=59abb20bd89f8a8b3e90e22659f8fdf8.jpg


    ก่อนที่จิตดวงสุดท้ายจะดับลง สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม.


    โยมต้องเข้าใจนะ ตายแล้วถือปฏิสนธิเลย เกิดเลย มันมีเหตุปัจจัย "กมฺมํ เขตฺตํ" แล้วก็ "ตณฺหา สิเนโห" แล้วก็ "วิญฺญานํ พีชํ" คือเหตุปัจจัยที่นำให้ไปเกิด ว่าไปเกิดที่ไหน

    "กมฺมํ เขตฺตํ" นี่..กรรมดี-กรรมชั่ว ก็จะมีภูมิหรือภพที่เป็นสุคติสำหรับคนทำกรรมดี ที่เป็นทุคคติสำหรับผู้ที่กระทำกรรมชั่ว ผู้ที่กระทำกรรมดีที่เรียกว่าสุคติไปดีนั้น ก็คือไปเกิดเป็นมนุษย์ เป็นเทพยดา พรหม และสูงสุดถึงอรูปพรหม ฝ่ายดี แล้วดีนี่มีน้อยไปตามลำดับ แต่ฝ่ายชั่วเรียกว่าฝ่ายทุคคติ ก็จะไปเกิดเป็นเปรต สัตว์นรก อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน ชื่ออบายภูมิ 4 นี่ การไปตั้งปฏิสนธิตามกรรม ซึ่ง 3 อย่างนี้เขาทำหน้าที่

    "กมฺมํ เขตฺตํ" แปลว่า เขตพื้นที่ที่ตนจะไปตั้งปฏิสนธิหรือไปเกิดมีแล้ว เป็นตัวกำหนดนี่ตามสายปฏิจจสมุปบาทธรรม อุปาทานเป็นปัจจัยให้เกิดภพชาติ ภพก็คือมีที่รองรับแล้วที่จะไปเกิด ชาติก็คือชา-ติคือการเกิด ทันทีเลยตามสายปฏิจจสมุปบาทธรรม มีข้อยกเว้นอยู่นิดหน่อย เช่นกรณีที่บุคคลหรือสัตว์นี่มันได้ถูกอุบัติเหตุ คราวก่อนนี่หลวงพ่อเคยเล่าให้ฟังว่าก่อนจะตายนี่คนมันโคม่า โคม่านี่ก็หาที่พึ่ง เพราะมีความกลัวว่าตายแล้วจะไปไหน เราไม่มีที่พึ่งก็เวิ้งว้าง มีบางคนโม้นะ นี่เพื่อนร่วมงานนะ เป็นคนขี้เมาน่ะกินเบียร์ทุกวัน บอกว่า ผมนี่จะไปละกิเลสเอาไอ้ตอนใกล้ตายนั่นแหละ แล้วจะละกิเลส ผมไปนิพพานเลย คุยเลย แต่ไม่รู้ว่ากฎแห่งกรรมนี่มันบังคับ โดยว่าเมื่อก่อนตายนี่ใจมันไปตกศูนย์เรียกว่าโคม่า ในตอนนั้นน่ะ กรรมดี-กรรมชั่วมันปรากฏเป็นกรรมนิมิตอารมณ์กับคตินิมิตอารมณ์ ทำกรรมดี-ทำกรรมชั่วที่เคยทำไว้ในอดีต ที่ถูกประทับไว้ในจิตสันดาน มันก็จะมาแสดงให้เห็น หรือคติที่ไม่ดีก็แสดงให้เห็น เรียกว่ากรรมนิมิตอารมณ์ คตินิมิตอารมณ์ ดังที่เคยกล่าวมาแล้ว ยกตัวอย่างมาแล้ว ที่พระพุทธเจ้าตรัส "จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา" เมื่อจิตดวงสุดท้ายนี่เห็นนิมิตจากกรรมชั่วบ่อยๆ ของผู้ที่กระทำบ่อยๆ มีโอกาสที่จะประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงสุดท้ายก่อนที่จะขาดจากร่าง ถ่ายทอดกรรมที่ประทับใจนั้นไปปรุงแต่งเป็นจิตใจดวงใหม่ ท่ามกลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายที่จะไปเกิดใหม่ทันที เพราะฉะนั้น ผู้ที่กระทำกรรมชั่วหรือบาปอกุศลหรือทุจริตเอาไว้มากๆบ่อยๆ ที่พระพุทธเจ้าตรัสน่ะถ้าทำบ่อยๆทำมากๆ ที่พระพุทธองค์ตรัสว่าเสพมากๆนั่นน่ะ มันประทับอยู่มากๆ มันก็ภาพนั้นก็ปรากฏอยู่บ่อยๆ เมื่อปรากฏบ่อยๆแต่กรรมดีมันมีน้อย มันก็นานๆปรากฏที ไอ้กรรมชั่วกรรมนิมิตอารมณ์น่ะมันก็จะเกิดทางฝ่ายบาปอกุศลให้บ่อยๆ ตนเองจิตใจก็เศร้าหมอง 1.ด้วยความว่าเออ!นี่เราทำกรรมชั่วมานะ เราจะไม่มีที่พึ่ง มันรู้มันเห็น บางทีเห็นคตินิมิตอารมณ์เนี่ย เช่นไฟไหม้วาบๆๆๆอยู่ นี่เราจะไปเกิดในนรกแล้ว ทุรนทุราย บางคนก็เพ้อคลั่ง เพราะฉะนั้น นี่แหละที่ว่า"กมฺมํ เขตฺตํ" จิตดวงสุดท้ายนั่นรับภาพนิมิตของกรรมใดก็ไปปรุงแต่ง เมื่อจะขาดจากร่างกายก็ถ่ายทอดกรรมนั้น เรียกว่าสืบต่อไปยังเห็น-จำ-คิด-รู้คือจิตใจดวงใหม่ ตั้งอยู่กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายใหม่ นี่"กมฺมํ เขตฺตํ"

    "วิญฺญานํ พีชํ" วิญญาณเป็นเหมือนพืชที่จะไปเกิด

    "ตณฺหา สิเนโห" ตัณหาน่ะเป็นธรรมชาติเครื่องหล่อเลี้ยง คือตัณหานั่นน่ะหล่อเลี้ยงกรรมนั้นให้ยังสดชื่นอยู่ จึงงอกหรือไปเกิด ไปเลย ก็เกิดเลย พอเปลี่ยนภพภูมินี่ อุปาทานเป็นปัจจัยให้เกิดภพชาติ ภพที่รองรับ แล้วชาติคือกำเนิดหรือตั้งปฏิสนธิวิญญาณเกิดทันที เกิดทันที นี่

    ยกเว้นแต่ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ หรืออะไรที่ตายไปแล้วยังไม่ทันรู้ตัว เรื่องว่าเอ้ะ!เราทำบุญทำบาปอะไรมา ก็เลยไปเคว้งคว้างอยู่ เรียกว่าสัมภเวสี เป็นอีกภพหนึ่ง นี่ พวกนี้เป็นสัมภเวสี จนกว่าจะระลึกได้ว่าตนทำกรรมดีหรือทำกรรมชั่วมา ถ้าทำกรรมดีก็ดีใจชื่นใจสดชื่น จิตใจก็ผ่องใสด้วยกรรมดีนั้น นำให้ไปเกิดในภพภูมิที่ดีเรียกว่าเป็นสุคติภพ เช่น ไปเกิดในภพของมนุษย์ หรือเทพยดา พรหม ก็แล้วแต่ แต่ที่นี้ส่วนมากไม่ถึงพรหมหรอก ประเภทอย่างนี้แค่เป็นมนุษย์นี่ก็บุญแล้ว แต่เทพยดายังพอมีอยู่ แต่ถึงพรหมน่ะคงไม่ใช่หรอก เพราะพรหมน่ะจะมีสติสัมปชัญญะโดยการเจริญภาวนาสมาธิบนพื้นฐานของศีล เขามีอยู่แล้ว คือความดีมันจะยิ่งขึ้นไป

    ทีนี้ เพราะฉะนั้นพระพุทธองค์จึงตรัสว่า
    "จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺขา"
    เมื่อจิตไม่เศร้าหมอง คือสำหรับคนทำดี พอเห็นกรรมที่เราเคยทำมาดีปรากฏภาพนิมิตให้เห็น หรือปรากฏคตินิมิตอารมณ์ เช่น เห็นปราสาทราชมณเฑียรรออยู่อย่างนี้ ใจก็แช่มชื่น อ้อ!เราจะไปเกิดนู่นหล่ะ บางคนนี่มีราชรถนะ มาจากเทวโลก 6 คันเลย มัน 6 ชั้นน่ะ 6 ชั้นเขามาเลยมาด้วยราชรถ 6 คันน่ะ ร้องเรียกว่า"มา มาอยู่ที่นี่เถอะ ไปอยู่ด้วยกัน" เชิญเลย ในสวรรค์ชั้นนั้นชั้นนี้ ที่นี้ ด้วยอำนาจของบุญของตนทำไว้ดีแค่ไหนเนี่ย มันจะมีความรู้สึกชอบใจในรถคันนั้นๆที่อยู่ในระดับภูมิธรรมนั้นๆ เมื่อใจกำหนดว่าจะไปเนี่ย ก็กำหนดภูมิเกิดของตน ก็ปฏิสนธิเป็นเทพยดาในชั้นนั้นทันที ก็ไปเลย อันนี้คือดวงจิตดวงใหม่ตั้งอยู่กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายใหม่ ก็ได้รับการปรุงแต่งโดยธรรมชาติให้ไปเกิด ไปด้วยทั้งรูปธรรม-นามธรรมและคุณธรรมที่ตนมี..

    ______________
    เทศนาธรรมจาก

    พระเทพญาณมงคล
    หลวงตาเสริมชัย ชยมงฺคโล
    วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
    อ.ดำเนินสะดวก
    จ.ราชบุรี
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

แชร์หน้านี้

Loading...