การปรามาสพระรัตนตรัยเป็นหนี้สงฆ์ไหม

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย รวยน้อยไป, 10 พฤศจิกายน 2011.

  1. รวยน้อยไป

    รวยน้อยไป สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    16
    ค่าพลัง:
    +21
    [​IMG]


    ผมเป็นคนหนึ่งที่ปรามาสพระรัตนตรัยมากๆๆๆๆ เรียกได้ว่า ถ้าท่านนึกชื่อครูบาอาจารย์ท่านใดขึ้นมา หลวงปู่ หลวงตา หลวงพ่อ แม่ชี หรือแม้พระ-เณร คนเข้าวัดทั่วไป ทุกสายเลยครับ มโนมยิทธิ ธรรมกาย ยุบหนอ พุทโธ ผมด่าหมดครับ ปรามาสทั้งกาย วาจา ใจ ทั้งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และยังไปชวนคนอื่นมาปรามาสอีก เป็นระยะเวลานานมากครับ จนในที่สุด ได้ดวงปัญญากับเขามาบ้าง ก็นึกถึงบาปที่ได้กระทำไว้ ก็ยังมิวาย ปัจจุบันก็ยังมีชั่วขณะจิตคิดปรามาส

    1. การปรามาสพระรัตนตรัย เป็น "หนี้สงฆ์" ไหมครับ ใช้วิธีชำระหนี้สงฆ์โดยการสร้างพระ-ถวายองค์พระพุทธรูป จะบรรเทากรรมได้ไหม

    2. ปัจจุบันนี้ ถ้าจิตปรามาสก็จะขอขมาทันที และทุกครั้งก่อนสวดมนต์ก็จะขอขมา-ขออโหสิกรรมทุกครั้ง เป็นวิธีที่ถูกไหมครับ

    3. ผมกลัวนรกมากๆๆๆๆ เรียกได้ว่า หากตายเสียตอนนี้ คงไปอเวจี เพราะผมพูดไว้เยอะมากๆๆ ไปทอดกฐินยังอธิษฐานขอบุญนี้ถวายเป็นอโหสิกรรมเลยครับ ท่านใดมีวิธีแนะนำผมไหมครับ

    4.ผมกำลังสะสมเงินเพื่อนำพระพุทธรูปหน้าตัก20นิ้วไปถวายวัดด้วยทรัพย์ผมเองเป็นองค์แรก อธิษฐานเรื่องนี้เลยครับ ชำระหนี้สงฆ์ด้วย(จะสามารถอธิษฐานอย่างอื่นได้ไหมครับ)

    [​IMG]

    กำลังจะเช่าพระพุทธรูป20นิ้ว องค์แรกด้วยทรัพย์ตนเองทั้งหมด มาถวายเพื่อขอขมาพระรัตนตรัย
    ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบุญนี้ จะช่วยผมจากนรกได้ และผมจะพยายามถวายไปเรื่อยๆครับ​
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 พฤศจิกายน 2011
  2. kengiiiii

    kengiiiii สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 พฤษภาคม 2011
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +1
    เป็นกำลังใจให้ทำความดี และเริ่มต้นชีวิตใหม่ ครับ
     
  3. วงบุญพิเศษ

    วงบุญพิเศษ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    486
    ค่าพลัง:
    +648
    ผมไม่ทราบเหมือนกันครับว่า การปรามาสพระรัตนตรัยเป็นหนี้สงฆ์หรือไม่ แต่วิธี

    ที่คุณกำลังทำอยู่ ผมคิดว่าถูกต้องแล้วน่ะครับ หากจิตปรามาสตอนนั้น ก็ขอขมา

    เดี๋ยวนั้นเลย หรือก่อนสวดมนต์ก็ขอขมาอีกที การถวายพระพุทธรูป ช่วยได้ครับ

    พุทธบูชามหาเตชะวันโต การบูชาพระพุทธเจ้ามีเดชอำนาจมาก


    แต่สิ่งที่อยากจะเน้น คือการปฎิบัติธรรม หมั่นทำใจหยุดใจนิ่ง แล้วอธิษฐานอานุ

    ภาพปฎิบัติธรรมนี้ถวายขออโหสิกรรมพระรัตนตรัย หากตั้งสติได้เราก็ตรึกระลึก

    ถึง "คุณ" ของพระรัตนตรัย ชดเชยอดีตที่เราเคยเพ่งโทษพระรัตนตรัย (ใจ)

    หมั่นสวดมนต์สรรเสริญคุณพระรัตนตรัยเพื่อชำระวาจาให้สะอาด เพราะในอดีตเคยล่วงเกิน

    ทางวาจาไว้มาก (วาจา)

    หากเป็นไปได้ ก็ใช้กายเข้าไปทำงานหยาบถวายแด่สงฆ์ เช่นการล้างห้องน้ำ

    เพื่อขออโหสิกรรม (กาย)

    ขอให้ได้พระโสดาบันในชาตินี้น่ะครับ จะได้รอดพ้นจากอบายภูมิ

    อย่างถาวร เป็นกำลังใจให้ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 พฤศจิกายน 2011
  4. เฮียปอ ตำมะลัง

    เฮียปอ ตำมะลัง ทุกสิ่งจบสิ้นลงด้วยความตาย วุ่นวายทำไม ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    24,913
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +91,078
    อนุโมทนา สาธุ ในการเจริญพระพุทธศาสนา และยินดีด้วยครับที่กลับตัวกลับใจได้

    1. การปรามาสพระรัตนตรัย เป็น "หนี้สงฆ์" ไหมครับ ใช้วิธีชำระหนี้สงฆ์โดยการสร้างพระ-ถวายองค์พระพุทธรูป จะบรรเทากรรมได้ไหม

    ไม่น่าจะเรียกว่าเป็นหนี้สงฆ์ครับ น่าจะเรียกว่า สร้างบาปกรรมกับพระพุทธศาสนา

    สร้างพระ บรรเทากรรมได้ส่วนหนึ่งครับ


    2. ปัจจุบันนี้ ถ้าจิตปรามาสก็จะขอขมาทันที และทุกครั้งก่อนสวดมนต์ก็จะขอขมา-ขออโหสิกรรมทุกครั้ง เป็นวิธีที่ถูกไหมครับ

    ถูกต้องครับ ... สาธุ



    3. ผมกลัวนรกมากๆๆๆๆ เรียกได้ว่า หากตายเสียตอนนี้ คงไปอเวจี เพราะผมพูดไว้เยอะมากๆๆ ไปทอดกฐินยังอธิษฐานขอบุญนี้ถวายเป็นอโหสิกรรมเลยครับ ท่านใดมีวิธีแนะนำผมไหมครับ

    ขอให้เจริญใน ทาน ศีล ภาวนา

    ทำทานทุก ๆ อย่าง , รักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์ , สวดมนต์นั่งสมาธิเจริญกรรมฐาน

    ทำให้เป็นกิจวัตร ... ขอให้มีอารมณ์พระโสดาบันอยู่เสมอ

    นี้คือการบรรเทากรรมที่ปรามาสพระครับ



    4.ผมกำลังสะสมเงินเพื่อนำพระพุทธรูปหน้าตัก20นิ้วไปถวายวัดด้วยทรัพย์ผมเองเป็นองค์แรก อธิษฐานเรื่องนี้เลยครับ ชำระหนี้สงฆ์ด้วย(จะสามารถอธิษฐานอย่างอื่นได้ไหมครับ)

    ดีแล้วครับ ... อธิษฐานได้ตามใจปราถนาครับ


    .
     
  5. bork

    bork Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    33
    ค่าพลัง:
    +37
    ขอเสริมนิดนึงนะคับ ที่สำคัญ อย่าไปคิดถึงเรื่องที่เราทำไปแล้ว ให้อยู่กับปัจจุบันไว้ว่าเราทำความดีอะไร คิดเสียว่าทุกอย่างมันไม่ได้อยู่กับเราตลอดไปมันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่เที่ยงนะครับ คิดบ่อยๆนะคับ พอทรงตัวก็จะไม่กังวลในสิ่งที่เกิดขึ้น ใจก็จะสบาย จะเกิดความรู้สึกว่าจะดีหรือไม่ดีก็ไม่สำคัญอะไร และพยายทำความดีทุกอย่างเท่าทีคิดว่าจะทำได้ และที่สำคัญไม่มีใครหรอกครับที่จะทำถูกมาก่อน ต้องเคยผิดกันมาทุกคนนะครับ สาธุครับ
     
  6. goddance

    goddance Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มีนาคม 2005
    โพสต์:
    28
    ค่าพลัง:
    +85
    1. การปรามาสพระรัตนตรัย เป็น "หนี้สงฆ์" ไหมครับ ใช้วิธีชำระหนี้สงฆ์โดยการสร้างพระ-ถวายองค์พระพุทธรูป จะบรรเทากรรมได้ไหม
    - หนี้สงฆ์นี้นับเนื่องด้วยวัตถุ แต่ชำระบ่อยๆ ก็ดีครับ จะได้สบายใจ

    2. ปัจจุบันนี้ ถ้าจิตปรามาสก็จะขอขมาทันที และทุกครั้งก่อนสวดมนต์ก็จะขอขมา-ขออโหสิกรรมทุกครั้ง เป็นวิธีที่ถูกไหมครับ
    - เป็นวิธีที่ดีแล้วครับ แต่จะดีกว่านี้ ถ้าอธิษฐานหนีนรกไว้ตลอดทุกครั้งที่ทำบุญ เพิ่งตื่น และก่อนหลับ

    3. ผมกลัวนรกมากๆๆๆๆ เรียกได้ว่า หากตายเสียตอนนี้ คงไปอเวจี เพราะผมพูดไว้เยอะมากๆๆ ไปทอดกฐินยังอธิษฐานขอบุญนี้ถวายเป็นอโหสิกรรมเลยครับ ท่านใดมีวิธีแนะนำผมไหมครับ
    - พยายามทำใจไม่ให้ฟุ้งซ่านไปในด้านไม่ดี เราขอขมาท่านแล้ว ท่านอภัยให้เราแน่ๆ แต่ต้องพยายามไม่ทำบาปเพิ่มนะ ใจเกาะบุญไว้ซักอย่าง เอาแบบว่าถ้าฟุ้งซ่านหรือเป็นอะไรขึ้นมา ให้นึกถึงบุญที่ท่านชอบไว้ เอาบุญถวายพระสร้างพระที่คุณกำลังจะทำก็ได้ อย่าให้ใจเกาะบาป

    4.ผมกำลังสะสมเงินเพื่อนำพระพุทธรูปหน้าตัก20นิ้วไปถวายวัดด้วยทรัพย์ผมเองเป็นองค์แรก อธิษฐานเรื่องนี้เลยครับ ชำระหนี้สงฆ์ด้วย(จะสามารถอธิษฐานอย่างอื่นได้ไหมครับ)
    - ดี ถ้ากลัวบาปจริงๆ แนะนำอธิษฐานแบบนี้ ตายแล้วขอให้ไปนิพพาน ถ้าชาตินี้ไปไม่ไหว ให้ไปเป็นเทวดา รอพระพุทธเจ้าท่านไปโปรดบนสวรรค์ แล้วบรรลุธรรมบนนั้น


    เพราะว่า ต่อให้ชาตินี้พ้นบาปไปได้ เวลาหมดบุญบนสวรรค์ ก็ไปลงนรกได้ ถ้าตราบใดที่ยังไม่บรรลุธรรม จะต้องมาเวียนว่ายตายเกิดต่อ บาปจะยังตามมาให้ผลได้


    กรณีของคุณขอให้ดูท่าน "สุปติฏฐเทพบุตร" เป็นตัวอย่าง เอาคำนี้ไปค้นในกุ๊กเกิ้ลได้เลย

    แต่ถ้าปรารถนาเป็นพระพุุทธเจ้า, พระปัจเจกพุทธเจ้า, พระอรหันต์พิเศษก็ต้องสู้กันหนักหน่อยนะครับ ^^'
     
  7. attasade

    attasade เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    343
    ค่าพลัง:
    +2,552
    ขอถามท่านผู้รู้ด้วยคนค่ะ
    ถ้าเกิดว่า เมื่อก่อนที่ใจยังไม่น้อมมาทางธรรม เราไม่เคยปรามาสพระ (สมัยก่อน ทางปากอาจมีบ้างค่ะ ถ้ามีข่าวพระสงฆ์ในทางที่ไม่ดี) แต่พอมาเข้าสู่ธรรมะแล้ว พอเห็นพระ ใจมันก็ผุดคำหยาบคายขึ้นมาทันที คือว่า กลุ้มใจมากนะคะ แต่ไม่ทราบวิธีจะทำอย่างไรให้ใจมันหยุด (คือมันเกิดขึ้นมาเองนะคะ ไม่ได้ไปคิดไ่ม่ดีกับพระเลยค่ะ) มันไม่ยอมหยุดสักทีค่ะ เบื่อมาก กลัวบาปก็กลัว บางทียังคิดว่า มารมันมากวนเรารึเปล่าคะ วานผู้รู้ช่วยตอบด้วยค่ะ
    ป.ล. หนูขอขมากรรมทั้งวัน จนแบบ เบื่อเซ็งตัวเองมากค่ะ อนุโมทนาค่ะ
     
  8. bambamm

    bambamm เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    122
    ค่าพลัง:
    +131
    ผมก็เป็นครับ หนักพอ ๆกับคุณเลย attasade

    มารไม่มีบารมีไม่เกิด...สำหรับผมคิดเสมอว่า พ่อแม่ครูบาอาจารย์และพระอริย

    เจ้าทั้งหลาย เทวดาที่คุ้มครองเรา ผู้มีคุณทั้งหลายที่ปกป้องรักษาเรา คอยให้

    กำลังใจเราในการทำความดี ในทุกขณะจิตพวกท่านให้กำลังใจเราเสมอ

    ท่านรู้ว่าเราเป็นยังไง ... แน่นอนครับ






    ผมเคยถามท่านผู้มีภูมิธรรมในเรื่องนี้ท่านก็ให้คำตอบว่า..

    ตอบ... ให้บอกกับใจตนเอง ด้วยใจว่า มันเป็นแค่อารมณ์ที่ผ่านเข้ามาในใจ แล้วก็ผ่านไปเท่านั้นเอง หาใช่ตัวจริงของเราไม่ เทวดารักษาพระศาสนา ท่านฯ ฉลาดล้ำ สามารถรับรู้เรื่องธรรมดาๆ แบบนี้ได้ แปลว่า เจดตนา หมายถึง ความตั้งใจ ความจงใจ ของเราที่จะทำแบบนั้นไม่มี และได้ขอขมาแล้ว แค่นี้ เพียงพอแล้ว ต่อไป ก็สำรวม ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อย่าไปคบหากับเรื่องราวเหล่านี้ เพื่อหลีกเลี่ยง ธรรมชาติจิต รู้อารมณ์ แค่นี้จ้า....

    โดย..คุณจริงนะ

    -------------------------------------------------------------------------------
    เมื่อใดเกิดความคิดปรามาสผู้อื่นหรือพระรัตนตรัยแล้ว เราทำได้แค่เพียงขอขมากรรมและขออโหสิกรรมไปเท่านั้น เพราะเราทำได้แค่นี้ เพราะมโนความคิดนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ขอให้คุณจงทำอารมณ์ของจิตแบบนี้ทุกครั้ง เมื่อมีความคิดปรามาสเช่นนี้ คือ จงบอกตนเองว่าอย่าหลงกลจิตมาร เพราะจิตมารใช้กลอุบายนี้ในการทำให้คุณเกิด "ความรู้สึกผิดและเกิดความกลัว" ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออารมณ์ของจิต ทำให้จิตคุณขุ่นมัวเศร้าหมอง ซึ่งเป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้จิตเป็นปกติสุขเป็นสมาธิหรือบังเกิดปัญญา ฉะนั้น คุณควรจะเตือนสติตนเองแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง จนเกิดเป็นความเคยชินหรือเกิดเป็นสัญญาที่เป็นกุศลในจิต และให้ "ปล่อยวาง" อารมณ์ขุ่นมัวเศร้าหมองนั้นเสีย รักษาอารมณ์ของจิตให้เป็นปกติสุขหรือเป็นกุศลอยู่ตลอดเวลา แล้วความคิดปรามาสลักษณะนี้จะค่อยๆ ลดลงไปเอง เนื่องจากเราได้ฝึกฝนอบรมจิตให้รู้เท่าทันอุบายนี้แล้ว ช่วงแรกๆ ของผมและของทุกคนที่ปฏิบัติธรรมย่อมเกิดอาการนี้เช่นกันทุกคน ปัจจุบันก็ยังมีความคิดเช่นนี้อยู่แต่ลดน้อยลงเยอะ สรุปแล้ว อยู่ที่ว่าคุณจะใช้กุศโลบายใดมาแก้ไขอารมณ์ของจิตที่ขุ่นมัวเศร้าหมองนั้น ให้ลดละหรือให้ความคิดไม่ดีเหล่านั้นเลิกหายไปได้...

    ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าคุณไปหาพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแล้ว พระท่านก็ต้องแก้อารมณ์ให้คุณคล้ายๆ อย่างที่ผมแนะนำแน่นอน แต่จะแก้อารมณ์ของจิตด้วยวิธีใดนั้น ก็แล้วแต่จริตและภูมิธรรมของแต่ละท่านเอง..

    โดย...คุณมหาเมตตา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 มกราคม 2012
  9. bambamm

    bambamm เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    122
    ค่าพลัง:
    +131
    อันนี้ส่วนตัวผมนะ...

    เวลาคิดดีก็ เออ ออกับมันไป มีสุขกับมันไป แหมนี่เรามันเป็นคนดีจัง - -"


    เวลาคิดชั่ว ก็ทุกข์เพราะมัน ร้อนรุมก็เพราะมัน
    โอ้...เรานี่เลวจังเนอะ -*-

    ผมเลยไม่เอาไรก่ะมันแระ เดี้ยวก็คิดดี เีดี้ยวก็คิดเลว ไร้สาระไปเรื่อย เจอนู๊นเจอ

    นี่คิดไป
    ต่าง ๆนา ๆ ... อยากให้มันคิดดี พอมันคิดเลวก็ทุกข์ เครียดไปกับมัน...

    สุดท้ายก็ช่างมัน เรารู้ว่าเรามี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะพอ

    ก่อนนอนผมจะขอขมาพระรัตนตรัย ครูอาจารย์ พ่อแม่ ผู้มีคุณทุกคืน

    ปล.ถ้าผมคิดผิดยังไง แนะนำได้นะครับผมเองก็เพิ่งปฏิบัติมาไม่นาน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 มกราคม 2012
  10. skyroad

    skyroad เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2011
    โพสต์:
    413
    ค่าพลัง:
    +258
    เราเองก็เป็นเช่นเดียวกันกับคุณ attasade และ คุณ <!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->bambamm<!-- google_ad_section_end --><SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_5631034", true); </SCRIPT> ค่ะ

    คือมีความคิดที่ไม่ดีแล่นเข้ามาทั้งที่จิตก็ไม่ได้ตั้งใจหรือปรารถนาจะให้เกิดขึ้นเลย ทั้งนี้ก็ได้ทำแบบเดียวกันคือ ถ้าความเหล่านี้เกิดขึ้นปุ๊บก็รีบขอขมากรรมพระรัตนตรัยโดยทันที ทั้งนี้เคยถามพระ ว่าถ้าเกิดอกุศลจิตเกิดขึ้นจะจัดการอย่างไรท่านว่า ให้ละความเพลิน(นันทิ) ทันทีที่เกิด เพราะท่านว่า ถ้าเราตายไปตอนที่อกุศลจิตเกิดนั้นจะลงสู่อบายภูมิ ต้องรีบละความคิดอกุศลไวๆเท่าที่สติปัญญามี พอได้ฟังพระท่านกล่าว ตัวเราเองก็ระลึกได้ว่า ควรยึดหลักพระพุทธเจ้าที่ตรัสว่า ให้ละความชั่ว กระทำแต่ความดี และทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ตั้งแต่นั้นมา เราก็เลย รีบละความคิดเหล่านั้น ด้วยการขอขมากรรม และกล่าวต่อตนเองเสมอว่า เราจะเคารพและมีพระรัตนตรัยเป็นสรณะตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน แล้วละวางความคิดอกุศลเหล่านั้นเสีย เพราะถือว่ามันมาเองเดี๋ยวมันก็ไปเอง มันไม่เราไม่ใช่ของเรา จิตก็สงบขึ้น (คิดว่าจะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพราะเชื่อว่าทำไปเรื่อยต้องผ่านอุปสรรคนี้ได้ แต่ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ^^") สู้ๆ
     
  11. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,463
  12. skyroad

    skyroad เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2011
    โพสต์:
    413
    ค่าพลัง:
    +258
    ^^ ขอบคุณมากนะคะ ได้อ่านบางตอนแล้ว (เนื่องจากยาวมาก) ดีมากๆเลยค่ะ ขอโมทนาบุญ สาธุ สาธุ สาธุ นะคะ ที่นำคำสอนของครูบาอาจารย์มาแบ่งปันชี้แนะแนวทางให้ค่ะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...