เรื่องเด่น การปรามาสพระที่เกิดจากกิเลสมาร จะแก้ไขอย่างไร? โดย หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย มันไม่แน่, 8 ตุลาคม 2014.

  1. มันไม่แน่

    มันไม่แน่ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 เมษายน 2013
    โพสต์:
    1,571
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +7,981
    image.jpg


    "กราบเรียนหลวงพ่อที่เคารพ ในระยะนี้ไม่ทราบว่า
    เป็นเพราะเหตุใด ลูกมีอารมรณ์อยากจะด่าพระบ้าง
    ด่าหลวงพ่อบ้าง ปรามาสพระพุทธเจ้าบ้าง ไม่ทราบ
    ว่าจะทำอย่างไรจึงจะหายครับ...?"

    เหตุที่จะเกิดได้เพราะการเจริญกรรมฐาน ถ้าการเจริญ
    กรรมฐานทำดีขึ้นมาจะข้ามขั้นพอที่มารจะดึงไม่อยู่
    อารมณ์นี้จะเกิด เป็นเรื่องของพระยามาราธิราช
    เขาเรียก กิเลสมาร น่ะ มันเกิดเข้ามาคร่อมใจห้ามได้ดี
    ถ้าดีกว่านี้จะไม่ตกอยู่ในอำนาจของเขา เรียกว่าจะไม่
    ลงนรก คิดจะทำจิตใจให้ฟั่นเฝือไปโกรธนั่น โกรธนี่
    เว้นนั่นเว้นนี่เสีย

    แต่ว่ามันจะเป็นชั่วคราว บางทีก็สัก 4-5 เดือน และต่อไป
    ก็หาย ถ้าอารมณ์ดีขึ้นมาก็ขอขมาโทษพระรัตนตรัย
    ขอขมาโทษพระพุทธเจ้า ถ้ามันฟุ้งก็ฟุ้งไป ถ้าเลิกฟุ้ง
    รู้สึก ตัวขึ้นมาได้ก็ขอขมาโทษใหม่ อย่างนี้ไม่ช้าก็หายนะ
    ไม่เป็นไร

    แม้แต่ฉันในช่วงเจริญฌานโลกีย์ มันก็มีเหมือนกันก่อน
    จะขึ้นอันดับสูงนะ นี่มันก็มีอาการอย่างนี้เป็นธรรมดา
    ที่ท่านบอกว่ากิเลสมารเข้าครอบงำจิต เรายอมแพ้มัน
    เราก็ตกต่ำแน่นอน มันอาจจะเผลอ ขอขมาแล้วเผลอ
    ก็ว่ากันไป มีสติใหม่ ก็ตั้งใจขอขมาใหม่ ไม่ช้ามันก็เลิก

    อย่าง อาจารย์ฉัตร ลูกศิษย์หลวงพ่อปานหนักกว่านี้
    ไม่ใช่อารมร์ด่าใครหรอก นั่นป่วยแบบท่าน โคธิกะ เลย
    บวมทั้งตัว 1 ปี ไม่ขยายตัว หลวงพ่อปานบอกว่า
    คุณฉัตรเอ้ย! ลดกรรมฐานสัก 1 วันได้ไหม มันจะได้หาย
    อาการอย่างนี้ไม่ใช่อาการไข้ปกติ มันเป็นเรื่องของ
    กิเลสมารแกล้ง

    อาจารย์ฉัตรบอกว่าผมพยายามทำมาตั้งหลายปี ยอมแพ้
    กิเลสมารวันเดียวผมยอมไม่ได้ ผมยอมตายพร้อมกับธรรมะ
    ดีกว่า พอปฏิญาณแบบนั้นรุ่งขึ้นหาย มันสู้ไม่ได้มันเลยเลิก
    กลัวคนบ้า ไอ้นี่ก็เหมือนกัน อาการอย่างนี้ต้องสู้กันหลายวัน
    หน่อย เพราะมันอารมณ์ทางจิตใจนะ นั่นมันครอบงำทาง
    กายด้วย เปลื่องง่ายกว่า

    ขอขอบพระคุณที่มา : https://www.facebook.com/BuddhaSattha
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 10 ตุลาคม 2014
  2. alkuwaiti

    alkuwaiti เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    371
    ค่าพลัง:
    +1,257
    เป็นกันเกือบทุกคนอะครับ ที่พอจำได้ผมเริ่มมีอาการแบบนี้มาตั้งแต่อายุประมาณ 14-15 ปี จนตอนนี้อายุ 31 แล้ว มันเลิกคิดไปนานแต่วันดีคืนดีก็กลับมาคิดอีก ก็เป็นเหมือนจิตมันคิดไปเองห้ามไม่ได้บังคับไม่ได้ ทั้งๆที่จริงแล้วผมเคารพนับถือพระรัตนตรัย เข้าวัดไปไหว้พระผมก็สำรวมกิริยาทำบุญช่วยค่าน้ำค่าไฟด้วย อยู่บ้านบางครั้งก็สวดมนต์และนั่งสมาธิ ทั้งในเว็บพลังจิตเองก็ร่วมทำบุญในโครงการต่างๆ ที่ทำได้คือพยายามไม่คิด หันเหไปสนใจเรื่องอื่นแทน เร็วๆนี้ผมได้ไปอ่านในเว็บไซต์นึงเขาบอกว่าให้มีสติรับรู้เพราะมันเป็นมารเข้ามารบกวนขัดขวาง ยิ่งไปห้ามเหมือนยิ่งยุให้มันคิดหนักมากขึ้น ตราบใดที่คนๆนั้นยังไม่ได้สำเร็จอรหันต์ ก็จะถูกกิเลสมารเข้ามารบกวนขัดขวางกันทุกคน
     
  3. boy thanawat

    boy thanawat เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    87
    ค่าพลัง:
    +286
    กราบนมัสการครับ ผมก็เคยเป็นแต่ตอนนี้หายเรียบร้อยแล้วครับ
     
  4. พิชญากร

    พิชญากร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    925
    ค่าพลัง:
    +5,287
    ...เคยเป็น และหายไปขณะหนึ่ง ตอนนี้กลับมาเป็นอีกแล้ว ก็คงต้องสู้กันแบบนี้ไปจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง แต่จะให้เลิกปฏิบัติ ไม่ยอมเด็ดขาด
     
  5. เจษฎา เยี่ยมคำน

    เจษฎา เยี่ยมคำน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มกราคม 2008
    โพสต์:
    3,115
    ค่าพลัง:
    +5,395
    ขอบคุณครับ ได้ความรู้อีกแล้ว ผมก็เป็นในบางครั้ง พอได้สติก็มักโทษตัวเองว่า ใจเราหนอทำไม่คิดในทางไม่ดี ติโน่น ตินี่ พอคิดได้ก็ขอขมาและตั้งจิตอธิฐานว่า ขอความคิดไม่ดีเช่นนี้อย่าได้พึงมีอีกเลย แต่ตอนนั้นไม่ค่อยทราบสาเหตุ แปลกใจอยู่เหมือนกัน อยู่ดีๆก็ติว่าขึ้นมาเอง
     
  6. buakwun

    buakwun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    2,830
    ค่าพลัง:
    +16,603
    กิเลสมารครอบงำนี่น่ากลัวจริง ๆ กราบอนุโมทนา สาธุในคำสอนของหลวงพ่อค่ะ
     
  7. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,152
    กระทู้เรื่องเด่น:
    538
    ค่าพลัง:
    +66,503
    ขออนุญาตเพิื่มเติม ครับ


    ในทัศนะหนึ่ง ของผู้ได้ธรรมกายแล้ว บางท่าน จะเห็นได้ว่า บางวาระ ภาคอกุศลเค้าเดือดร้อน ร้อนใจ ที่ใครจะพ้นการครอบงำ
    ก็ส่ง เหตุบางอย่าง เข้ามา ให้ปรากฏใน อายตนะต่างๆ ไม่ว่า หู ตา จมูก ลิ้น กาย

    และที่สำคัญคือ "ใจ" ที่ยังมีกิเลส อาสวะ อันเป็นสื่อรับได้อย่างดี
    ให้รู้เห็นเรื่องไม่ดี


    ............วิธีแก้ง่ายที่สุดคือ ...อย่าไปสนใจ เดือดร้อนใจ
    ความคิดนั้นไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ความคิด(มโนสังขาร)

    มโนสังขารไม่ใช่เรา เราไม่ใช่มโนสังขาร

    ขันธ์ห้า ไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ขันธ์ห้า

    มันแค่อาการของขันธ์ห้าครับ


    ......ยิ่งเดือดร้อนใจ หวั่น และ ไหว ไปกับอาการของมัน ยิ่งทุกข์




    .....เจตนา เป็นตัวกรรมครับ เมื่อเราไม่มีเจตนา อย่าไปใส่ใจ ให้หวั่น ให้ไหว ไปกับสิ่งที่่รับรู้มาก


    ไม่เช่นนั้น ก็หลงกลกิเลส ..."โยนฟืนเข้ากองไฟ"...
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 11 ตุลาคม 2014
  8. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,152
    กระทู้เรื่องเด่น:
    538
    ค่าพลัง:
    +66,503
    กิเลส ปรุงจิต

    และ จิต ปรุง กิเลส



    สองอย่างนี้ แยกให้ออก เห็นขั้นตอนการทำงานของมัน

    เห็นการเชื่อมโยงของมัน


    มีสติ*สัมปชัญญะ ถอนความเป็นเรา ในสังขารปรุงแต่ง ในกระบวนการทั้งคู่นี้


    ทุกข์ที่จะเกิดซ้ำในจิตในใจเรา จะลดลงครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 11 ตุลาคม 2014
  9. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,152
    กระทู้เรื่องเด่น:
    538
    ค่าพลัง:
    +66,503
    มีคำแนะนำอีกประการที่ครูอาจารย์ท่านแนะนำไว้ สำหรับท่านที่วิตกเดือดร้อน

    คือ การหมั่นขอขมาพระรัตนตรัยเป็นประจำ เพราะ บางทีก็เป็นเหตุปัจจัยมาจากเดิมที่เคย
    ปรามาสพระรัตนตรัยไว้ในอดีต แต่ปัจจุบันไม่มีเจตนา ขันธ์ห้าก็ยังขุดขึ้นมาปรุงได้

    เป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นทุกข์โทษภัยของขันธ์ห้า พิจารณาให้เห็นบ่อยๆ
     

แชร์หน้านี้

Loading...