เรื่องเด่น การปฏิบัติของเรา ถ้ายังรักษาอารมณ์ต่อเนื่องไม่เป็น โอกาสที่จะได้ดีนั้นยากมาก

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 8 ธันวาคม 2019.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    1,771
    กระทู้เรื่องเด่น:
    182
    ค่าพลัง:
    +3,490
    lp006.jpg

    การปฏิบัติของเรา ถ้ายังรักษาอารมณ์ต่อเนื่องไม่เป็น โอกาสที่จะได้ดีนั้นยากมาก ดังนั้น..ถ้ากิเลสกินใจเราเสียก่อน โอกาสที่เราจะชนะก็ยาก กำลังใจของเราอาตมาเปรียบอยู่เสมอว่า #เหมือนกับเก้าอี้ที่นั่งเดียว ถ้าความดีนั่งอยู่ความชั่วก็เข้าไม่ได้ ถ้าความชั่วนั่งไปก่อน ความดีก็เข้าไม่ได้เช่นกัน ถ้าเราทิ้งให้ความชั่วยึดกำลังใจเราไปก่อน ก็จะทำให้ท่านทั้งหลายจะต้องลำบาก

    สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ถ้าเรายัง "ไม่เข็ด" อาตมาขอใช้คำนี้ เราก็จะทำแล้วทิ้ง ทำแล้วทิ้งอย่างนี้อยู่บ่อย ๆ สมัยที่อาตมาปฏิบัติใหม่ ๆ ก็เหมือนกัน กำลังใจหกล้มหกลุกอยู่ทุกวัน เพราะไม่เข้าใจว่าถ้าเราเปิดโอกาสเมื่อไรกิเลสก็ตีกลับเมื่อนั้น คิดว่านั่งกรรมฐานจนเต็มที่แล้ว สมาธิก็ทรงฌานได้แล้ว ทำไมเลิกปฏิบัติแล้วกิเลสท่วมหัวเหมือนเดิม อาจจะมากกว่าเดิมด้วย

    กว่าจะรู้ว่ากิเลสมีเท่าเดิม แต่ว่าเราใช้อำนาจของสมาธิกดกิเลสเอาไว้ พอถึงเวลาแล้วเราไปปล่อยให้กิเลสงอกงามใหม่ แล้วการงอกงามของกิเลสนั้น ก็อาศัยกำลังของสมาธิเรานี่แหละไปใช้งาน ปกติถ้าเราคิดอะไรโดยไม่มีกำลังสมาธิสนับสนุน เราก็จะคิดได้ไม่นาน คิดได้ไม่ชัดเจนแจ่มใส

    ในเมื่อเราภาวนาจนกำลังใจทรงตัวแล้วเราไปทิ้งให้ความฟุ้งซ่านเข้ามาได้ ความฟุ้งซ่านจะเอากำลังที่เราภาวนานี่แหละไปฟุ้ง แล้วคราวนี้จะฟุ้งอย่างเป็นหลักเป็นฐาน เป็นงานเป็นการ ฟุ้งได้เด็ดขาดมาก ฟุ้งชนิดเอาไม่อยู่ เพราะเราไปเพิ่มกำลังให้เขาเอง

    ฉะนั้น..การปฏิบัติที่สำคัญที่สุด ก็คือ ต้องทำให้ต่อเนื่องตามกัน ทุกลมหายใจเข้าออกได้ยิ่งดี สิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ อาตมาต้องบอกว่ายังไม่พอกิน แต่ดีกว่าไม่ทำเสียเลย ภาษิตจีนเขาบอกว่า “คนอื่นขี่ม้า เราขี่ลา อย่าเพิ่งน้อยใจ” ม้าวิ่งเร็วกว่าไปแน่บแล้ว ลาค่อย ๆ เดินก๊อก ๆ ไปเรื่อย ตีเท่าไรก็ไม่ยอมวิ่ง แต่ถ้าหันไปดูคนเดินเท้าอีกเพียบเลย แล้วพวกที่ยังนั่งเพลิดเพลินเจริญใจอยู่ ไม่เดินก็มี ที่แย่กว่านั้นก็คือนอนหลับทับสิทธิ์ ไม่ทำอะไรเลยก็ยิ่งเยอะ

    ดังนั้น..เมื่อเราค่อย ๆ สั่งสมความดีไปทีละเล็กละน้อยแบบนี้ จะบอกว่าไม่มีผลก็ไม่ใช่ ความดีที่เราสั่งสมไม่ได้ไปไหน จะสั่งสมตัวเหมือนกับน้ำทีละหยด รวมกันเดี๋ยวก็ได้เป็นโอ่งเป็นไห แต่ว่าก่อนที่เราจะได้เห็นต้นทุนของตัวเอง ความฟุ้งซ่านต่าง ๆ มักจะกินใจของเราเสียก่อน ในเมื่อความฟุ้งซ่านกินใจของเราเสียก่อน โอกาสที่ความดีจะเข้ามาก็กลายเป็นเรื่องยาก

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    อวาทงานบวชเนกขัมมะ วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๖
    ที่มา : www.watthakhanun.com

    #ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมฯวัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...